ฟงเหมยเซียน

ตอนที่ 13 : มหาไพรบรรพกาล ตอนที่หนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,342
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 157 ครั้ง
    27 ก.พ. 61



ในยามราตรีกาลที่ผ่านเที่ยงคืนมาชั่วยามกว่าแล้ว ตลอดหนึ่งชั่วยามที่ผ่านมาหูสื่อเดินอยู่ในป่าขนาดยักษ์อันมีนามว่ามหาไพรบรรพกาล พร้อมกับหิ้วกลีบดอกเหลียนฮวายักษ์ที่ภายในได้บรรจุเด็กสาวอายุสามขวบคนหนึ่งไว้ข้างใน จนกระทั่งมาหยุดที่ใต้ต้นไม้ยักษ์ต้นหนึ่ง มีริมธารใสสะอาดหนึ่งสายไหลอยู่ข้างๆ


หูสื่อพลันค่อยๆ วางกลีบเหลียนฮวาลงช้าๆ เพื่อไม่ให้คนที่อยู่ข้างในตื่นมาโวยวายได้ จากนั้นจิ้งจอกหนุ่มก็เดินไปยังริมธารแห่งนั้น พลางตั้งสมาธิกำหนดลมหายใจ แล้วแผ่ลมปราณจิตให้กระจายในบริเวณรอบๆ พื้นที่ประมาณหนึ่งหลี่เพื่อระวังภัยที่อาจเกิดขึ้นได้ เสร็จแล้วหูสื่อก็ก้มหัวลงดื่มน้ำในลำธารแห่งนั้นดับกระหาย 


หูสื่อจ้องมองผืนน้ำที่สะท้อนแสงจากดวงจันทร์ รากฏเงาของจิ้งจอกสีขาวที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีม่วงในอีกไม่นานนี้ตัวใหญ่มีอัญมณีสีแดงฝังอยู่กลางหน้าผาก หากไม่ทำการรักษาให้ทันภายในเวลาที่กำหนด จากตัวสีขาวราวหิมะก็จะเปลี่ยนเป็นสีม่วงตลอดไป ซึ่งไม่ดีต่อตัวหูสื่อเป็นแน่ ด้วยพิษของดอกหิมะราตรีที่เด็กสาวเป็นคนป้อนให้ มีทางเดียวที่รักษาได้คือที่อยู่ของเผ่าจิ้งจอกเหมันต์นภา อันเป็นบ้านเกิดของหูสื่อเท่านั้น หูสื่อจึงต้องแข่งกับเวลากับการฝ่าฟันผจญภัยในป่ายักษ์แสนอันตรายและกว้างใหญ่ที่สุดแห่งนี้ให้ได้


หลังจากนั้นหูสื่อก็เดินเข้าไปหาเด็กสาวพลางมองหาที่หลับที่นอนพักผ่อนเอาแรง เพื่อที่วันรุ่งขึ้นจะได้มีแรงเร่งเดินทางให้เร็วมากกว่านี้ หลังจากที่ถูกสูบพลังจากรากไม้ปริศนาขนาดยักษ์ในตอนนั้น ก็ทำเอาหูสื่อเกือบจะหมดแรงลงที่นั่นเสียให้ได้ ถ้าไม่ติดว่าเป็นห่วงเด็กสาวมากเกินไป ถึงได้ฝืนร่างกายจนถ่อมาถึงตรงนี้จนได้


ในใจของหูสื่อยอมรับเลยว่ารากไม้ยักษ์นั่นมันน่ากลัวมาก ทั้งแข็งแกร่ง ทนทาน และรวดเร็วเอามากๆ เพียงพริบตาที่รากไม้โผล่จากพื้นดิน มันก็พุ่งขึ้นมาจัดการรัดร่างของจิ้งจอกหนุ่มภายในชั่วพริบตาเท่านั้น ขนาดจ้าวแห่งนภาที่มีความรวดเร็วว่องไวที่มีทักษะหลบหลีกเป็นเลิศ อย่างเหยี่ยวประกายฟ้าสีแดงน้ำเงินตัวนั้น ก็ยังถูกรากไม้นั่นจัดการจนสิ้นฤทธิ์ได้อย่างง่ายดาย 


และที่สำคัญที่สุดรากไม้นั่นสามารถดูดกลืนพลังของสิ่งมีชีวิตที่ตกอยู่ใต้พันธนาการได้อย่างรวดเร็ว และรวมถึงพลังชีพของสิ่งมีชีวิตจนสามารถปลิดชีพอีกฝ่ายได้อย่างสบาย แต่น่าแปลกที่มันทำเพียงแค่ให้ยอมจำนนกับหมดสติเท่านั้น โดยไม่สังหารสัตว์อสูรพวกนั้นเสีย ทั้งที่มีโอกาสมากมายขนาดนั้น แต่กลับเลือกที่จะทำเพียงแค่ทำให้หมดสติเท่านั้นแล้วก็ปล่อยไป


"หรือว่าจะเป็นเจ้ากัน?..." หูสื่อพึมพำ พลางมองไปที่เด็กสาวที่หลับสนิทไปแล้ว พร้อมกับครุ่นคิดไปด้วย


"แม่จ๋าา... กอดหน่อย... อืม...งึมๆๆ" จู่ๆ เหมยเซียนก็พูดโพล่งขึ้นมา พลางขยับแขนไปมาราวกับพยายามจะคว้าหาอะไรบางอย่าง ทำเอาหูสื่อสะดุ้งหลุดจากห้วงความคิด


"หึ ที่แท้ก็ละเมอเองหรอกรึ" หูสื่อหันไปมองเด็กสาวอีกรอบ ก่อนจะบ่นพึึมพำออกมาเมื่อเห็นว่าเหมยเซียนยังคงนอนหลับอยู่ พร้อมกับมือที่กำลังควานหาอะไรบางอย่าง และก็คว้าได้ในที่สุด 


"อ๊ะ! ได้แล้ว อาา... ข้ารักท่านแม่ที่สุดเลย" เหมยเซียนละเมอออกมา หลังจากคว้าได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว แต่นั่นหาใช่ท่านแม่ที่นางพูดถึงไม่ แต่กลับเป็นขาข้างหนึ่งของหูสื่อแทน


หูสื่อพยายามที่จะดึงขาออกโดยที่ไม่ทำให้เด็กสาวตื่นขึ้นมา แต่ก็ไม่อาจจะดึงออกได้ ทำให้หูสื่อถึงกับส่ายหน้า ก่อนจะนอนลงและหลับไปทั้งอย่างนั้นเลย


แต่หูสื่อก็ไม่อาจหยุดคิดได้ ทั้งกลิ่นกายที่หอมดุจเหล่ามวลผกาเกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปพึงมี และพลังที่สามารถควบคุมรากไม้พวกนั้นที่หูสื่อคิดได้ว่านั่นคงเป็นฝีมือของนาง หากเป็นเช่นที่หูสื่อคิด น่ากลัวเหลือเกินว่าพลังนั่นอาจจะนำภัยกับปัญหามาให้เด็กสาวในภายหลังเป็นแน่


"หากเป็นเช่นที่ข้าคิดจริง เจ้าคงเคยเป็นตัวตนที่ยิ่งใหญ่ในอดีตมาก่อนแน่" หูสื่อกล่าวพึมพำ ก่อนจะส่ายหน้าไล่ความคิดออกจากหัว จากนั้นก็หลับตาลงเข้าสู่นิทราในเวลาต่อมา


"อืมม... แม่จ๋าา..." 


เหมยเซียนละเมอ พลางกระชับกอดขาของหูสื่อให้มากขึ้นกว่าเดิม ส่วนหูสื่อเพียงแค่แค่นเสียงออกมาเท่านั้น


"หึ..." 



เช้าวันต่อมา


หูสื่อค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆ ดวงตาของจิ้งจอกหนุ่มพลันเห็นดรุณีน้อยวัยสามขวบคนหนึ่ง กำลังยืนจ้องมองมาที่มันโดยที่ไม่ได้ละสายตาไปไหน หูสื่อถึงกับเบิกตากว้างและสะดุ้งลุกขึ้นยืน


"ตื่นได้เสียที เจ้าหมาขี้เซา ข้าหิวจะแย่อยู่แล้ว นี่ข้ายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เมื่อคืนเลยนะ" เหมยเซียนที่เห็นว่าอีกฝ่ายตื่นแล้ว ก็เปิดปากบ่นจิ้งจอกหนุ่มขึ้นมาทันที 


หูสื่อที่ได้ยินเสียงเด็กสาวพูดดังนั้นก็ได้สติ พลางถอนหายใจออกมา


"เฮ้ออ! ข้าชื่อหูสื่อ แล้วข้าไปเป็นคนใช้เจ้าตั้งแต่เมื่อไหร่" หูสื่อกล่าว พลางมองจ้องไปที่ใบหน้าเหมยเซียน 


เห็นหยดน้ำเกาะอยู่บนเส้นผมกับใบหน้า คาดว่านางคงจะตื่นมาได้สักพักแล้ว และนางคงไปล้างหน้าที่ริมน้ำนั่นสินะ แต่ทำไมหูสื่อถึงไม่รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อย ทั้งที่จิ้งจอกหนุ่มก็มีประสาทสัมผัสรับรู้ที่เป็นเลิศ แต่กลับไม่รับรู้การเคลื่อนไหวของเด็กสาวเลย หรือว่าเขาจะเหนื่อยจนเกินไป ไม่น่าใช่เพราะอาณาเขตที่กลางไว้รอบด้านก็ยังคงอยู่


"อีกอย่างทำไมถึงเรียกข้าว่าอย่างนั้นล่ะ ไม่เรียกข้าจิ้งจอกเช่นเดิมรึ ถึงจะไม่พอใจก็เถอะ" หูสื่อกล่าวอีกครั้ง


"ก็เรียกว่าเจ้าหมาน่ะมันสั้นกว่านี่หน่า หรือว่าไม่จริงล่ะ"เหมยเซียนถามกลับ


"แต่ข้าเป็นจิ้งจอกเหมันต์นภา เป็นสัตว์ชั้นสูงหาใช่สัตว์เดรัจฉานพวกนั้นไม่" หูสื่อกล่าวเถียงกลับ


"ก็ตระกูลหมาเหมือนกันมิใช่รึ ต่างแค่เผ่าพันธุ์เท่านั้นเอง ช่างเรื่องนี้เถอะ เมื่อไหร่ข้าจะได้กินข้าวสักทีเนี่ย ข้าหิวจริงๆ นะ" เหมยเซียนถามกลับอย่างใสซื่อตาแป๋ว ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องคุย พลางลูบท้องแบนราบน้อยๆ นั่นให้ดูอีกต่างหาก พร้อมกับทำน้ำเสียงออดอ้อน


"ข้าไม่ใช่บ่าวรับใช้เจ้านะ หิวก็ไปหากินเองสิ" จิ้งจอกหนุ่มตอบกลับอย่างโมโห


"จ- ใจร้าย ข้าพึ่งจะสามขวบเองนะ จะไปทำอะไรได้กัน" เหมยเซียนตีหน้าเศร้า คอตกยกมือกุมหน้าคล้ายจะร้องไห้


"...."


"ข้าไปทำอะไรให้เจ้ากัน ที่ข้ามาตกระกำลำบากแบบนี้ ก็เพราะเจ้าลักพาตัวข้ามาจากท่านพ่อท่านแม่มิใช่เหรอ ในเมื่อพาตัวข้ามาจากพวกท่านแล้ว เจ้าก็ควรดูแลข้าสิ อะฮึก! ฮึก! เจ้ามันจิ้งจอกใจร้าย เฮอะ! ว่าตัวเองเป็นสัตว์ชั้นสูง แต่กลับมาลักพาตัวเด็กน้อยไม่มีทางสู้เช่นข้าให้พรากจากบิดามารดา ช่างสูงส่งจริงแท้" เด็กสาวร่ายยาวพร้อมกับมีเสียงสะอื้นร่ำไห้ไปด้วย ก่อนจะกล่าวเหน็บแนมและประชดในประโยคหลัง


"นี่เจ้า! กล้าด่าข้าเช่นนั้นหรือ ก็ได้... ข้าจะไปหาผลไม้มาให้กิน พอใจรึยัง" หูสื่อกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะรับปากแล้วเดินหันหลังออกไป


"เดี๋ยว!..." แต่ยังไม่ทันได้ก้าวขาเดินออกไป เหมยเซียนก็ตะโกนขัดขึ้นก่อน


"อะไรอีกล่ะ เจ้าบ่นหิวไม่ใช่หรือไร" หูสื่อหันมากล่าวอย่างไม่พอใจ


"เจ้าจะทิ้งข้าไว้ตรงนี้คนเดียวไม่ได้นะ พาข้าไปด้วยคนสิ" เหมยเซียนกล่าวอย่างรู้ทัน


"ก็ตามมาสิ เจ้าจะยืนอยู่ตรงนั้นหรือไร" กล่าวจบก็หันหน้าเดินออกไปทันที นั่นทำให้เด็กสาวถึงกับโมโหจนเลือดขึ้นหน้าเลยทีเดียว


"เจ้า! จิ้ง! จอกกกก!!!..."


เด็กสาวตะโกนขึ้นมาอย่างหมดความอดทนอีกต่อไป


"ข้าชื่อหูสื่อ..." หูสื่อหันกลับมาบอก เท้ายังคงเดินต่อไปอย่างสม่ำเสมอ


"จะชื่ออะไรก็ช่าง ข้าตัวแค่เนี้ย จะเดินตามเจ้าทันได้ยังไงกัน" เหมยเซียนกล่าวด้วยความโมโห


"เฮ้ออ! แล้วจะให้ข้าทำอย่างไรล่ะ" หูสื่อถอนหายใจก่อนจะกล่าวถามเด็กสาว


"ถามได้ ก็ให้ข้าขี่หลังเจ้าสิ น่านะ" เหมยเซียนให้ความกระจ่าง พร้อมทั้งเปลี่ยนมาทำสีหน้าอ้อนวอน


"นั่นคือความต้องการจริงๆ ของเจ้าสินะ" หูสื่อกล่าวอย่างรู้ทัน


"ขอร้องล่ะ น้าา..." เด็กสาวไม่ปฏิเสธ ว่าพร้อมยกมือกุมประสานกันพร้อมสีหน้าออดอ้อนเต็มที่ 


"เฮ้ออ! ช่วยไม่ได้ แถมยังต้องเดินทางอีกไกล ขึ้นมาจะได้รีบๆ ไปเสียที" หูสื่อถอนหายใจอีกครั้ง ก่อนจะเรียกเด็กสาวให้ไปหา


"เย้ยย!!!..."


เหมยเซียนได้ยินดังนั้นก็ชูมือขึ้นสองข้างด้วยความดีใจ ก่อนจะวิ่งไปหาหูสื่อด้วยความเร็วที่ตัวเองมี หูสื่อได้แต่ส่ายหน้าให้เด็กสาวอย่างเหนื่อยใจ


ตุบบ!


"อ๊ะ!..."  บึบบ!


แต่วิ่งไปไปได้ไม่เท่าไหร่ ขาเจ้ากรรมก็พลันไปสะดุดรากไม้ที่อยู่แถวนั้นจนล้มลงอีกครั้ง หูสื่อที่เห็นอย่างนั้นก็หันหน้าหนีออกไปอย่างไม่อยากจะมองอีก และไม่มีทีท่าว่าจะเข้าไปช่วยเลยแม้แต่น้อย


"ฮึก! อีกแล้วหรอ" เด็กสาวลุกขึ้นมานั่ง มองขาตัวเอง ก็พบกับรอยช้ำเป็นจ้ำอีกครั้งเหมือนเมื่อคืน


"เจ็บจัง ไม่ๆๆๆ" เด็กสาวกล่าวก่อนจะส่ายหัวรัวๆ "เราต้องไม่เจ็บนะเซียนเอ๋อร์ ไม่ต้องไปพึ่งเจ้าจิ้งจอกไร้น้ำใจนั่นหรอก แค่นี้เองเราช่วยตัวเองได้ อดทนไว้เซียนเอ๋อร์" พล่างกล่าวปลอบใจตนเอง จากนั้นก็พยุงตัวลุกขึ้นมา


"โอ๊ยย!..."


แต่เพียงแค่จะก้าวเดินต่อไปอีก เด็กสาวก็พลันพลาดจนล้มลงอีกครั้ง ก่อนจะร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับเริ่มปรากฏหยดน้ำเล็กๆ ขึ้นที่หางตา


"ให้ช่วยไหม?..." หูสื่อเห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะกล่าวถามเด็กสาว


"ไม่ต้อง! ข้าลุกเดินเองได้ โอ้ยย!!" เหมยเซียนตะโกนกลับ ปฏิเสธเสียงแข็ง พร้อมกับพยายามจะลุกอีกครั้ง


"ไม่เจ็บๆ ...ไม่เจ็บมารดามันสิ โอ๊ยย!" 


"...."


หูสื่อที่ยืนมองอยู่นั้นก็พลันส่ายหน้าอย่างยอมใจ ในความฮึดสู้ไม่ยอมแพ้ของเด็กสาวร่างเล็กวัยสามขวบจริงๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหาเหมยเซียน พร้อมกับคาบเอาคอเสื้อเด็กสาว แล้วยกทั้งร่างไปวางไว้บนหลังของตน จากนั้นก็ออกตัวเดินไปจากที่นั่นทันที


"เจ้าจิ้งจอก... นี่เจ้า.." เด็กสาวได้แต่กล่าวออกมาอย่างตกตะลึง ก่อนจะเผยรอยยิ้มแรกของวันขึ้นมา พร้อมกับก้มลงไปซบหลังของจิ้งจอกหนุ่ม ในขณะที่หูสื่อยังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ


"ขอบคุณนะ..."


"หึ..."


หูสื่อเพียงแค่แค่นเสียง สี่เท้ายังคงเดินทอดเข้าไปในป่าเรื่อยๆ อย่างสม่ำเสมอ พลางมองหาผลไม้ที่สามารถกินได้ เพื่อประทังความหิวของเด็กสาวตลอดทาง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 157 ครั้ง

97 ความคิดเห็น

  1. #95 Earthkid (@Earthkid) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 00:36
    น่ารำคาญตอนนี้แทนที่จะทำตัวเป็นเด็กเอาแต่ใจตัวเองแต่จริงๆแล้วก็เป็นผู้ใหญ่แล้วไม่ใช่หรอทำไมยังทำตัวไม่ได้เรื่อง
    #95
    0
  2. #39 MuM_ (@MuM_) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:40
    นางน่ารัก เจ้าจิงจอกก็น่ารัก
    #39
    0
  3. #38 thenovar13srafzx (@thenovar13srafzx) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:06
    เข้มแข็งดีนะนางเอกเรา
    #38
    0