|Harry Potter| Phenomenal [-Pansy Parkinson-] (Rewrite เพิ่มเนื้อหาและปรับเปลี่ยนเล็กน้อย)

ตอนที่ 4 : ☻ Maudlin

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,501
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 298 ครั้ง
    5 ก.ค. 63






꧁꧂


lX

[ Maudlin ]


♫❣︎♫❣︎






——————————————–————––––






รถม้าสี่ล้อเคลื่อนตัวไปตามถนนสายใหญ่ในยามราตรี นัยน์ตาสีถ่านทอดมองออกไปยังนอกกระจกโปร่ง—สถาปัตยกรรมรูปแบบยุโรปเก่าแก่ที่ถูกสร้างเป็นอาคารติดริมถนน บ้างเปิดร้านหนังสือ บ้างเปิดร้านอาหารหรู ถัดไปเปิดร้านอุปกรณ์เวทมนตร์ที่มีเหล่าผู้วิเศษหลั่งไหลเข้าไปจับจ่ายใช้สอยกันไม่ขาดสาย


แพนซี่สวมชุดเดรสยาวสีฟ้านำ้ทะเลแก่ๆ ปรายผ้าเป็นสีทมิฬ เปิดไหล่ให้เห็นไหปราร้าสวย ชายกระโปรงข้างหนึ่งถูกแหวกสูงให้เห็นขาเรียวงาม ดีที่มีกระโปรงทรงเอปิดอยู่ข้างใน หญิงสาวนั่งอยู่บนรถม้าสี่ล้อ


แม้ว่ารถยนต์เครื่องจะใช้ได้ดีกว่า แต่ผู้ปกครองตนก็ไม่ได้นำมาใช้ โดยเฉพาะกับการที่จะนั่งมันไปหาพ่อมดแม่มดเลือดบริสุทธิ์ที่เกลียดมักเกิ้ลเข้าไส้


เป็นสิ่งที่ไร้เหตุผลมากที่สุดเท่าที่หล่อนเคยได้ยินมา


แต่กระนั้นพวกเขาก็ไม่ปฏิเสธเลยว่าสิ่งประดิษฐ์ที่มักเกิ้ลสร้างขึ้นมามันสะดวกสบายกว่าพวกเขาอยู่หลายเท่า นางว่าพวกเหล่าผู้วิเศษต้องยอมใช้เครื่องยนต์นี้ในซักวันหนึ่ง หรือไม่ก็ไม่อีกกี่ปีข้างหน้า


จริงๆเธอสามารถใช้กุญแจนำทางไปยังคฤหาสน์กรีนกราสเลยก็ได้ แต่เธอว่ามันยังไม่ดีนักถ้าจะใช้ตอนนี้ในสภาพที่ร่างกายเธอยังไม่หายดี มิเช่นนั้นคงได้คลื่นไส้อาเจียนออกมาแน่


ตระกูลพาร์กินสันกำลังมุ่งหน้าไปยังคฤหาสน์ตระกูลกรีนกราสที่ส่งจดหมายมาเชิญไปงานเลี้ยง เนื่องในโอกาสวันเกิดของบุตรสาววัยครบสิบสองปีบริบูรณ์


มันไม่ใช่งานเลี้ยงวันเกิดธรรมดา ยิ่งถ้าเป็นของตระกูลเลือดบริสุทธิ์ มันถือว่าเป็นการเปิดตัวเข้าสู่สังคมชนชั้นสูง--แน่นอน เธอเปิดตัวแล้วตั้งแต่วัยสิบเอ็ดปี ไม่ใช่เรื่องยากนัก แค่ต้องทนรับมือกับสถานการณ์แย่ๆให้ได้ เราไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะถูกใส่ร้ายป้ายสี และสำนักข่าวก็พร้อมใจกันจะตีพิมพ์เรื่องแย่ๆลงบนหนังสือพิมพ์


ร่างเล็กตกอยู่ในภวังค์ชั่วครู่ ยามนึกถึงสิ่งที่ตนกำลังไปเผชิญหน้า หญิงสาวไม่ได้สนใจงานเลี้ยงอะไรนั่นหรอก เธอโฟกัสไปที่เรื่องการบอกถอนหมั้นเสียมากกว่า


มันก็เป็นได้แค่เรื่องไร้สาระเรื่องหนึ่ง


แพนซี่พูดคุยกับพ่อแม่แล้วเรื่องนี้ พวกท่านสับสนเล็กน้อย แถมยังถามไถ่เพื่อความแน่ใจ และเมื่อได้คำตอบที่มั่นคงพวกเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ซ้ำยังดีใจกว่าอีก


รถสี่ล้อเลี้ยวเข้าไปยังถนนที่ตนไม่คุ้นเคย แพนซี่สูดลมหายใจลึก ก่อนจะกลับไปให้ความสนใจกับบ้านเรือนที่เริ่มมีฐานะขึ้นมา เธอรู้สึกได้ว่าใกล้จะถึงจุดหมายแล้ว เด็กหญิงจึงได้สังเกตมองอย่างถี่ถ้วน


ดวงตาวาววับ ทอดมองไปยังคฤหาสน์ที่ตั้งเด่นหราอยู่ ตัวเรือนถูกเปลี่ยนให้เป็นรูปแบบทันสมัย แตกต่างจากบ้านอื่นๆในละแวกนี้อย่างสิ้นเชิง


จวบจนรถม้าดังกล่าวหยุดลงหน้าทางเข้า หญิงสาวร่างเล็กก้าวลงมาจากรถม้า ก่อนมันจะเคลื่อนตัวออกไป เธอพินิจมองตัวคฤหาสน์ตรงหน้าที่ประจักษ์ตาให้เห็น


พอมองดูแล้ว มันก็ไม่ได้ใหญ่ไปกว่าคฤหาสน์บ้านแพนซี่นักมันก็คงจะเท่ากัน แต่ตัวเรือนเน้นพื้นที่ข้างในคฤหาสน์มากกว่าสวนร่มรื่น ทำให้สิ่งก่อสร้างมันดูใหญ่โต


แพนซี่เดินตามผู้ปกครองทั้งสองตรงไปยังประตูรั้วเหล็ก หญิงสาวสัมผัสได้ถึงม่านพลังบางอย่างที่ประตูใหญ่ มันไม่เด่นชัดมากนัก แต่พอที่จะรู้สึกได้ ควันใสไร้สสารนี้เบาบาง จนพ่อมดแม่มดทั่วไปที่ไม่ได้มีพลังเวทย์มากพอ อาจไม่สามารถรับรู้ถึงมันได้


หากเป็นม่านพลังของตระกูลนี้ มันก็น่าจะแข็งแรงทนทาน พอจะกันพวกหัวขโมย และผู้ประสงค์ไม่ดีได้อยู่


ถ้าจากที่เคยอ่านหนังสือ เธอตระหนักได้ว่าประตูโลหะนี้ถูกลงคาถาเอาไว้ เพื่อนุญาตให้ผู้คนบางกลุ่มเดินผ่านไปได้—เป็นดั่งที่คิด ตระกูลพาร์กินสันสามารถผ่านประตูเข้าไปได้อย่างปกติ


นัยน์ตากลมจับจ้องไปยังทางเข้าตัวคฤหาสน์ มีคู่ชายหญิงกำลังยืนต้อนรับกันอยู่ด้านหน้า ท่าว่าจะเป็นนายและนางกรีนกราส ถัดกันจะมีสองพี่น้องยืนอยู่ข้างๆ


ผู้นำตระกูลกรีนกราสและภรรยาของเขาทักทายผู้มาเยือนใหม่ด้วยความเป็นมิตร เช่นเดียวกับลูกทั้งสองของพวกเขากล่าวสวัสดีอย่างมีมารยาท


ดาฟเน่ยกยิ้มเมื่อเห็นเพื่อนสาว พลางโบกมือหยอยมาทางเธอ แพนซี่ละสายตาออกจากเพื่อนวัยเดียวกันไปมองรุ่นน้องที่กำลังจะขึ้นปีสอง ที่เป็นตัวเด่นของงานเลี้ยง


เด็กคนนั้นก้าวถอยไปหลบหลังพี่สาว ไม่กล้าที่จะมองเธอ—เปลือกตาบางหรี่ลง ดูเหมือนเด็กนั่นจะกลัวเธอเอามากๆ


ก็นะเธอเคยด่ากราดคนไม่ถ้วนหน้ารวมถึงเด็กคนนี้ด้วย ไม่แปลกที่จะกลัวและอคติเธอ


หญิงสาวก้าวตามบิดามารดาเข้าไปในงาน ภายในตัวคฤหาสน์ที่นี่ตกแต่งด้วยสไตล์หลุยส์ทำให้มันดูแพง ซึ่งแตกต่างจากคฤหาสน์เธอที่ตกแต่งอย่างเรียบหรูแต่เลอค่า


การเคลื่อนไหวของปลายสายตาทำให้แพนซี่เหล่มอง พลางเอ่ยบอกให้พ่อแม่ตนไปก่อนเลย


เพื่อนสาวผมบลอนด์เดินตรงมาหาเธอ พลางยกมือป้องปาก "โอ้ แพนซี่ เธอสวยมากๆ" ดาฟเน่พินิจชมเพื่อนตนที่วันนี้สวยเป็นพิเศษ หญิงดังกล่าวไม่ได้แต่งหน้าจัดเหมือนเมื่อวันวาน และมันขลับให้เธอดูดีขึ้นเป็นเท่าตัว


"ขอบใจ เธอก็สวยเหมือนกัน" ว่าจบคนตรงหน้าพลันขมวดคิ้วเล็กน้อยกับวิธีการตอบ--แพนซี่ไม่เคยชมเธอแบบนี้มาก่อน-มันแปลก--มากๆ อาจเป็นเพราะสมองเธอเกิดกระทบกระเทือนตอนนั้น


"อ..อื้ม ขอบใจ แล้วเธอหายดีรึยัง...?"


"ถ้าพักอีกไม่กี่วันก็คงหายดี"


ดาฟเน่ถอนหายใจ "งั้นหรอ —" นางเหลือบไปเห็นแขกที่กำลังมา "เธอไปก่อนเลยนะ เดี๋ยวฉันตามไปต้องไปต้อนรับแขกก่อน"

"โอ้ใช่ ไปนั่งตรงนั้นนะ" หญิงผมบลอนด์พยักพเยิดหน้าไปทางโต๊ะกลมที่มีเพื่อนร่วมบ้านเดียวกันนั่งอยู่สี่คน เธอหันไปมองตาม แน่นอนว่าต้องรวมถึงเป้าหมายของตน


ทว่าตอนนี้แพนซี่กลับเกิดความสับสนในใจขึ้นเสียเอง ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เธอตัดสินใจมายืนอยู่ ณ ที่แห่งนี้ และเริ่มจะสับสนต่อความคิดของตัวเองหากแต่เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้ง ตนก็ก้าวไปนั่งที่โต๊ะซะแล้ว แพนซี่สะบัดหัวไล่ความคิดแปลกๆออกไป


บทสนทนาหยุดลง ทั้งสี่หันมามองหญิงสาวตัวขาวผ่องที่มานั่งลงบนเก้าอี้ ความตกใจปนประหลาดใจบนใบหน้าพวกเขาปรากฏแก่สายตาเธอ หนึ่งในนั้นขยับปากอ้าหุบ จนเธออดเสียไม่ได้ที่จะกลั้วหัวเราะเล็กน้อยในลำคอ


"ทำตัวเกร็งไปได้" หญิงสาวกล่าวแซวอย่างทีเล่นทีจริง


"แพนซี่?" ชายผมสีกากีเอ่ยชื่อเพื่อนสาวอีกคนอย่างประหม่า แต่เขาก็มั่นใจในส่วนหนึ่งว่าหญิงตรงหน้าคือชื่อที่เขาเพิ่งกล่าวไป


เจ้าของชื่อโคลงศีรษะ "ฉันเอง" บรรยากาศอึมครึมกระจ่ายหาย แทนที่ด้วยสุรเสียงที่ตื่นเต้น


"เคราเมอร์ลิน! นั่นใช่เธอจริงๆเหรอ?!" ธีโอดอร์โพล่งเสียงดังแค่ในกลุ่มของพวกเขาเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากเกินไป


"ก็ต้องเป็นเธอสิธีโอ ยัยนั่นก็บอกอยู่เห็นๆ"


"อะไรกันเบลส! นายไม่แปลกใจบ้างหรือยังไง?!" ชายผิวสีไม่ปฏิเสธว่าเขาไม่แปลกใจ เพราะแพนซี่เปลี่ยนไปจริงๆ มันไม่ใช่แค่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ความรู้สึกมันก็บ่งบอกเช่นกัน


"โอ้ แพนซี่" เธอหันไปมองเสียงเรียกข้างกาย "เธอสวยมากจริงๆ" มิลลิเซนต์เอื้อมมือมาจับมือเธอ มันทำให้หญิงสาวขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ทว่าไม่ทันไรที่สัมผัสแค่วิเดียว เด็กสาวผมดำสั้นรีบชักมือกลับทันที สร้างความตกใจให้เพื่อนฝูงได้ดีจนน่าประหลาด


พับผ่าเถอะ—


"...โทษทีตกใจน่ะ"


"อ..อืม ไม่เป็นไร"


หญิงเรือนเกศาสีวอลนัทแอบลอบเปรยสายตาไปมองเพื่อนชายอีกสามคน ที่ตอนนี้ขมวดคิ้วแน่น


แปลก--ใช่-มันแปลกเกินไป


ใครบ้างจะไม่เอะใจที่เพื่อนของตนแปลกไป


นี่ไม่ใช่แพนซี่แล้ว ปกติเธอไม่เคยทำอากัปกิริยาเช่นนี้มาก่อน ทั้งนี้ทั้งนั้นอาจจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่พวกเขาก็รู้จักนิสัยแพนซี่ดี ถึงแม้ว่าจะมาสนิทกันแค่ปีเดียว


ทั้งสี่มองสลับกันไปมา ในที่สุดก็มีคนอาสาเอ่ยออกมาด้วยตนเอง


"เธอแปลกไปหรือเปล่าแพนซี่?" หนุ่มผมทองเปิดประเด็นที่คนอื่นไม่กล้าถาม ทั้งสี่เฝ่ารอคำตอบจากหญิงเพียงคนเดียว


คนที่ถูกหยิบยื่นประโยคคำถามมาให้ กวาดสายตามองพวกเขา ทำไมอยู่ๆเธอถึงมาได้รับแรงกดดันจากคนพวกนี้กัน?


"เผื่อพวกนายลืม" ริมฝีปากขยับเอ่ยเสียง "ฉันตกบันไดหัวฟาดพื้นนะ"


สิ้นประโยคบอกเล่า ความกดดันที่อัดแน่นในอากาศพลันหายไปทันใด


"เออ นั้นสิเนอะ ฉันก็ลืมไป" มิลลิเซนต์เอ่ยตามมาด้วยเสียงของคนอื่นๆ แพนซี่พยักหน้าตอบกลับคำถามที่พ่นออกมาด้วยความเป็นห่วง


กระทั่งหญิงผมบลอนด์อีกคนเดินกลับมานั่งที่โต๊ะด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย


"ในที่สุดก็มาซักทีนะ"


หญิงสาวถอนหายใจพรืด "พ่อฉันเชิญแขกมาเยอะนับไม่ถ้วนเลย" เธอกลอกตาวนเป็นเลขแปด เหมือนบิดาตนเรียกประชุมเลือดบริสุทธิ์ยังไงอย่างงั้น


ธีโอดอร์หัวเราะคิกคัก "เอาน่า"


"ฉันยิ้มรับแขกจนแก้มแตกแล้วมั้ง" หล่อนว่าพลางจับพวงแก้ม


"ยิ้มเยอะหน้าเหี่ยวเร็วนะจะบอกให้"


"กางเกงในเมอร์ลิน ไม่จริงน่า!" ดาฟเน่ทำหน้าคล้ายโลกจะแตก

.

.

.

.

.

.

.

.

.


ความทรงจำจากอดีตค่อยถูกปลุกออกมาช้าๆภายในสมองของเธอ กลิ่นอายวันวานไหลเวียนคุกรุ่นไปตามบรรยากาศคลอเสียงเพลงที่ไม่อาจเข้ามาในโสตประสาทของพวกเขาได้เลย


ราวกับหญิงสาวอยู่เบื่องใต้มหาสมุทรลึกอันกว้างใหญ่ในยามกลางราตรี ทุกสรรพสิ่งแน่นิ่งคล้ายถูกหยุดเวลา เฉกเช่นเดียวกับลมหายใจที่กำลังติดขัด


ภาพในสมัยเด็กที่ทั้งเขาและเธอเล่นด้วยกันต่างฉายเข้ามาในหัว ช่วงเวลานั้นเป็นอะไรที่อบอุ่นหัวใจเหลือเกิน


จนกระทั่งทุกอย่างพังทรายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี เมื่อภาพที่เด็กหนุ่มเริ่มเติบโตขึ้น และเริ่มก้าวออกห่างจากเธอ


ก่อนคนคนนั้นที่ทำให้เธอเสียใจ กำลังมายืนประจันหน้าให้เธอประจักษ์ตาอยู่ในตอนนี้


คู่หมั้น เป็นคำนิยามของคนทั้งคู่ได้ดีที่สุด

แต่... มันกลับมีความบาดหมางให้เห็นเด่นชัด


ต่างฝ่ายต่างเงียบใส่กัน ไม่มีใครพูด ไม่มีใครเอ่ย ทั้งสองเหมือนกับเครื่องเล่นเทปที่กำลังเสีย


ทายาทมัลฟอยเลื่อนสายตาตำ่ลงไปมองหญิงสาวที่ตอนนี้แววตามีแต่ความว่างเปล่า


'เราเลิกกันเถอะ'

'ฉันกำลังจะบอกให้พ่อแม่ถอนหมั้น'


ในหัวชายหนุ่มมีแต่คำพูดนี้วนเวียนอยู่ในสมอง และมันกำลังถูกให้กดเล่นซ้ำไปซ้ำมาจนมึนไปหมด พลันคำๆหนึ่งที่ต่างจากพวกปรากฏขึ้นในหัว


ทำไม?


ในที่สุดเขาก็เก็บความสงสัยไว้ไม่มิด

"ทำไม...?" นำ้เสียงที่เปล่งออกมาเต็มไปด้วยความสงสัย


ทำไมเขาต้องถาม? ทำไมเขาต้องอยากรู้เหตุผล?


เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่ากำลังถามหญิงตรงหน้าหรือถามตนเองกันแน่...หรือทั้งสอง....


"นายไม่ดีใจหน่อยหรอที่กำลังจะถูกถอนหมั้น?"


นั่นสิ...ทำไมกันนะ ทำไมเขาถึงไม่ดีใจเลย แต่กลับ...รู้สึกแย่?


เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ


เธอช้อนตามองคนที่ยังไม่ตอบ และเปลี่ยนหัวข้อแทน "และที่ถามว่าทำไมน่ะหรอ?"


"เหอะ" เธอแค่นหัวเราะเสียงตำ่ และทำสีหน้าคล้ายกับว่า ไม่รู้จริงดิ? เธอล่ะอยากจะทุบให้หน้าหล่อๆของหมอนี่เละเสียจริง "ประเสริฐเถอะ"


"เคยคิดบ้างไหมว่าทำไมฉันถึงอยากถอนหมั้น?"

"เคยถามตัวเองบ้างไหมว่าทำอะไรกับฉันบ้าง?"

"เคยถามฉันบ้างไหมว่ารู้สึกยังไง?"

"เคยลองมองกลับมาที่ฉันบ้างหรือเปล่า?"


เสียงใสสั่นเครือรัวคำถามในใจที่สั่งสมมาเนินนานใส่ชายหนุ่มร่างสูง มือเรียวที่ไขว้หลังจิกเล็บเข้าผิวเนื้อจนขึ้นข้อขาว หวังเผื่อว่าจะสามารถระบายความรู้สึกตอนนี้ออกไปได้บ้าง


เธอพยายามอย่างมากในการสกัดกลั้นอารมณ์ขุ่นมัวในจิตใจ ริมฝีปากบางขบเม้มเข้าหากันแน่น บังคับสีหน้าให้เป็นธรรมดาที่สุด


บางสิ่งบางอย่างในร่างกายของเด็กคนนี้แตกสลาย


ชายหนุ่มมองไปยังใบหน้าของหญิงสาว พลางนึกถึงสิ่งที่เธอเพิ่งเอ่ยออกมาเมื่อครู่ จิตใจของเขาปั่นป่วนว้าวุ่นอย่างไม่ควรจะเป็นเพราะคำพูดของเธอ


ใบหน้าของเขาแปรเปลี่ยนไป ความรู้สึกผิดถาโถมราวกับคลื่นทะเลลูกใหญ่ซัดร่างกายของเขาจนจมไปก้นบึ้งของมหาสมุทร ที่แม้ว่าจะพยายามซักแค่ไหนก็ไม่สามารถตะเกียกตะกายขึ้นมาบนผิวนำ้ได้


เขารู้สิ่งที่เขาทำมันร้ายแรงแค่ไหน


เขาทำตัวแย่ๆกับเธอ แย่จนไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้


"ขอโทษ..."


"..."


"ฉันขอโทษ..."


"จะมาขอโทษตอนนี้ก็สายไปแล้วมั้ง"


"..."


แพนซี่ไม่อาจอยู่ในอารมณ์ที่ซึ่งสามารถรับคำขอโทษได้ เธออยากร้องไห้ แต่ตอนนี้เธอเหนื่อยเหลือเกิน


"ช่างเหอะ" หญิงสาวร่างเล็กหมุนกายเข้าไปในงาน ทว่าถูกมือหนาคว้ามาดึงข้อมือบางไว้เสียก่อน—เธอออกแรงสบัดสัมผัสนั้นทิ้ง


"อย่ามาแตะต้องฉัน นายไม่มีสิทธิ์" แววตาคู่นั้นฉายแววเย็นเยียบอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ สองขาเรียวก้าวเข้าไปในงานอย่างไม่แยแสคนข้างหลัง


ชายหนุ่มมองแผ่นหลังเล็กที่เริ่มออกห่างไปเรื่อยๆ


เธออยู่สูง...จนคว้าไว้ไม่ได้






"อ้าว ไปไหนมา" มิลลิเซนต์กล่าวถาม ก่อนจะเห็นเพื่อนชายอีกคนกำลังเดินมา "ไปไหนกันมาทั้งสองคนเนี่ย?"


"แค่ไปสูดอากาศข้างนอกน่ะ ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก อย่าใส่ใจเลย" ขาเรียวเดินอ้อมไปนั่งที่เก้าอี้หรู


เสียงพูดคุยยังคงดังอยู่ หญิงสาวทำเพียงแค่ยกเปื้อนยิ้มเสแสร้งให้เพื่อนๆเท่านั้น


ทุกอย่างยังคงดำเนินไปอย่างปกติ แต่มีแค่เขาและเธอเท่านั้นที่ไม่ปกติ


และแอสโทเรียก็รับรู้ถึงความผิดปกติของทั้งสองได้ดี




——+——





| Rewrite | ครั้งที่1 — 1/6/63

Maudlin (adj.): (มอด'ลิน) หมายถึง สะอึกสะอื้น, ซึ่งทำให้เศร้า, ชวนให้เศร้า

แง ขอโทษที่หายไปนานคับ._.(กราบ) ตอนหน้าอาจจะหายไปนานกว่านี้อีก—แค่กๆ หยอกๆจ้า ต้องดูตามอารมณ์ค่าา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 298 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

143 ความคิดเห็น

  1. #138 phung5552 (@Phung555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2563 / 17:30
    ต่อค่าาาาาา
    #138
    0
  2. #130 Winterrin (@0875350549) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2563 / 01:15
    อ่านแล้วรู้สึกอึนๆไปกับน้องเลย ;-;
    #130
    0
  3. #129 MoroniDorathy (@MoroniDorathy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 22:59
    สู้ๆค่ะ
    #129
    0
  4. #126 icesupicha (@icesupicha) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 18:11

    งุ้ยยย คุณชายพึ่งมารู้สึกหรอคะ มัน-สาย-ไป-แล้ว-ค่ะ!

    #126
    0
  5. #36 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 19:11

    น้องชุดสวยมากเลย งื้อ ชอบ

    #36
    0
  6. #26 Mickey1603 (@Mickey1603) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 02:48

    สนุกก อยากให้มาอัปบ่อยๆจะดีมาก สะใจมาก แต่ยังไม่ถึงที่สุด ถ้าให้ดีพอถอนหมั้นเสร็จก็ควงหนุ่มเย้ยเลย ตอนเขาอยู่กลับไม่เคยเห็นค่า ทิ้งๆขว้างๆ ไม่ให้เกียรติในฐานะคู่หมั้น ไม่เคยปฏิเสธเวลาผญ.คนอื่นเข้าหา จนน้อง(แพนซี่คนเก่า)ต้องออกมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของ แต่พอน้องสวยขึ้นหน่อย กลับเริ่มให้ความสนใจ พอน้องขอถอนหมั้นทำมาเป็นเสียดาย เพิ่งสำนึกผิดคิดได้ว่าทำอะไรแย่ๆใส่อีกฝ่ายไปบ้าง โคตรน่าสมเพชเลย อย่าให้คู่นี้เกิดการรีเทิร์นเหมือนหลายๆฟิคที่เคยอ่านเลยนะคะ ใจรีดรับไม่ไหว คหสต.นะ คำว่า "โคลงหน้าช้าๆ", "พังทลาย", "สะบัด" ที่ถูกต้องเขียนแบบนี้น๊า สู้ๆค่ะ ไรท์
    #26
    0
  7. #25 urnotmyday (@Chuwie) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 03:46
    ดีย์~~~~~ รอค่าาาา
    #25
    0
  8. #24 Luna0001 (@Luna0001) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 20:21
    งืมๆคิดถูกจริงๆที่กดติดตามไว้ตั้งแต่เปิดเรื่องงืมๆ
    #24
    0
  9. #22 Dark normol (@0908953549) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 15:00
    แง้รอค่ะ
    #22
    0
  10. #21 UKIHARA (@UKIHARA) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 14:31
    ดีค่ะ เลิกเลย
    #21
    0
  11. #20 Mirage.S (@lovekayhotmail) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 14:13
    แงจะร้องไห้กับน้องง
    #20
    0
  12. #19 โอซา​กุ​ มิยู (@123123123) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2563 / 14:06
    มันไม่เเจ้งเตือนอ่ะ
    #19
    2
    • #19-1 โอซา​กุ​ มิยู (@123123123) (จากตอนที่ 4)
      2 พฤษภาคม 2563 / 14:16
      อ๋อสงสัยมันยังเเจ้งไม่ทันมั้ง
      #19-1
    • #19-2 MilkyWay33 (@MilkyWay33) (จากตอนที่ 4)
      2 พฤษภาคม 2563 / 15:43
      มันแจ้งช้าค่ะเตงง;-; ขอโทษด้วยนะคะ//กราบ
      #19-2