คัดลอกลิงก์เเล้ว

[SF] Secret [snsd+sj+shinee]

ใครก็ตามที่บอกว่าการคลุมถุงชนเป็นเรื่องที่เลวร้าย ล้าสมัย แต่สำหรับผม ผมกลับมาความสุขกับมันเหลือเกิน มันอาจจะเป็นทางที่ทำให้ผมได้เจอรักแท้ก็ได้..

ยอดวิวรวม

1,968

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


1,968

ความคิดเห็น


17

คนติดตาม


5
เรทติ้ง : 100 % จำนวนโหวต : 1
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ก.ค. 53 / 02:50 น.
นิยาย [SF] Secret [snsd+sj+shinee] [SF] Secret [snsd+sj+shinee] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
                                                            
 

                      
                       

Jonghyun*Jessica*Donghae


"ความลับ"



เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ก.ค. 53 / 02:50




100%..

 

"กลับมาแล้วเหรอคะ จงฮยอน"น้ำเสียงหวานดังขึ้นขณะที่ผมเพิ่งจะกลับมาถึงบ้าน ที่บริษัทกำลังอยู่ในช่วงขาขึ้น ผมดำรงตำแหน่งใหญ่พอควรจึงไม่แปลกที่จะต้องทำงานเยอะขนาดนี้

"อ้าว....นี่คุณยังไม่ได้นอนอีกเหรอเจสสิก้า นี่จะตีสองแล้วนะ"ยังไงผมก็อดเกรงใจเธอไม่ได้ ถึงเราจะแต่งงานกันมาห้าปีแล้วก็เถอะ

"เจสรอคุณหน่ะค่ะ"

"คะ...คราวหลังคุณไม่ต้องรอผมก็ได้นะเจส คือผม...."

"เจสยังไม่ง่วงหรอกค่ะ เลยรอคุณดีกว่า"ผมรู้ดีว่ามันไม่ใช่อย่างที่เธอพูดหรอก เจสสิก้าดูเพลียมากในตอนนี้ ไม่แปลกตอนนี้ก็ปาไปตีสองกว่าๆแล้วนี่นา

"ตอนนี้ผมมาแล้วคุณขึ้นนอนเถอะครับคนดี เดี๋ยวผมจะรีบตามขึ้นไปนะ"

"จะดีเหรอคะ"ดูเหมือนว่าเธอจะไม่ค่อยกล้าสักเท่าไหร่

"อีกสองสามวันคุณก็จะต้องเริ่มทำงานที่ใหม่แล้ว เดี๋ยวจะไม่มีแรงนะครับคนดี"ผมดึงร่างบางเข้ามากอด

"เอิ่ม...ถ้าคุณจงฮยอนต้องการแบบนั้น ก็ได้ค่ะ รีบๆขึ้นมานะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณก็ต้องไปทำงานอีก จะไม่มีแรงเอา"เจสสิก้าหาววอดออกมา ผมก็เห็นใจเธอจริงๆ อาจจะเพราะว่าเธอกำลังเกรงใจผมอยู่เป็นแน่

ทันทีที่ร่างบางตรงหน้าเมื่อสักครู่ขึ้นบันไดไปยังห้องนอน ผมก็ค่อยๆทรุดตัวลงกับโซฟาอย่างเหนื่อยล้า ทำงานตั้งแต่เช้ายันดึกขนาดนั้นเป็นใครก็คงต้องเหนื่อย

แต่เมื่อผมได้กลับบ้านมาพบหน้าเธอมันทำให้ความเหนื่อยของผมหายไปชั่วครู่ตลอดเวลาที่มีเธอ บอกไปก็คงไม่รู้ว่าความจริงผมกับเธอหน่ะ.....ถูกคลุมถุงชน!!

ครั้งแรกที่ผมพบกับเจสสิก้า ก็คือวันที่เราทั้งสองแต่งงานกัน ตอนนั้นเราสองคนเพิ่งจะเรียนจบมาหมาดๆ แล้วถูกผู้ใหญ่จับให้แต่งงานโดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลย

แต่ผมก็เลือกที่จะทำหน้าที่ลูกที่ดีของพ่อแม่ แล้วตอนนั้นผมเองก็ไม่มีใคร ผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะมีผู้หญิงดีๆคนไหนยอมแต่งงานกับผม ผมจึงตอบรับไปเพราะแม่บอกผมว่าจะสร้างกิจการให้เป็นของตัวเองอย่างที่ผมใฝ่ฝัน ถ้าผมแต่งงานกับลูกสาวของเพื่อนแม่

หลายคนอาจจะคิดว่าการแต่งงานแบบคลุมถุงชนมันเป็นอะไรที่เลวร้าย แต่สำหรับผม มันไม่ใช่อย่างนั้นเลย

ตั้งแต่วันแรกที่แต่งงานเจสสิก้าเธอดีกับผมมาตลอด จนผ่านไปห้าปีตั้งแต่เราแต่งงาน เธอทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องเลยจริงๆ

ผมหมายถึง....เธอดูแลผมดีมากๆเลยหล่ะ

 

 

 

วันนี้เป็นวันแรกที่เธอจะไปทำงาน ดูเจสสิก้าค่อนข้างตื่นเต้นเป็นพิเศษ อาจจะเพราะเธอถูกแม่ของเธอสั่งไว้ว่าห้ามทำงานเด็ดขาด จนเมื่อปีที่แล้วแม่ของเธอเสียชีวิตไป เธอก็ได้ทำตามความฝันของเธอสักที

"โชคดีนะครับ เจส"

"ค่ะ ตั้งใจทำงานนะคะ แต่อย่าหักโหมหล่ะคุณจงฮยอน"ผมขับรถมาส่งเจสสิก้าถึงด้านหน้าบริษัท ก่อนจะค่อยๆมองเธอเดินเข้าไปในตัวอาคารจนลับสายตาไป

ถ้าเป็นไปได้ผมเองก็อยากให้เธอทำงานที่บริษัทของผมเหมือนกัน แต่จะทำยังไงได้ บริษัทของผมเป็นบริษัทก่อสร้าง แต่เจสสิก้าดันอยากทำงานเกี่ยวกับนิตยสารเสียนี่ จะให้เธอทำนิตยสารก่อสร้างมันก็แปลกเอาการอยู่

ทันทีที่ผมหยิบโทรศัพท์มือถือของผมขึ้นมาก่อนจะเปิดดูปฏิทิน อีกแค่อาทิตย์เดียวก็จะถึงวันที่18 เมษายน แล้ว

มันเป็นวันเกิดของเจสสิก้าครับ

ผมค่อยๆหยิบกล่องใส่ต่างหูเพชรออกมาจากลิ้นชักบนรถ

ต่างหูคู่นี้ผมเห็นเจสสิก้าดูในนิตยสารแทบจะทุกวัน ผมเดาว่าเธอก็คงอยากได้มันมากเหมือนกัน หวังว่าเธอจะดีใจนะ

ถ้าถึงวันนั้นผมจะสารภาพรักกับเธอแล้วก็จะขอเธอแต่งงานอีกครั้ง คราวนี้แหล่ะ มันจะเป็นงานแต่งงานของเราจริงๆสักที ไม่ใช่การคลุมถุงชนที่ครอบครัวของเราต้องการให้มันเป็น

ไม่อยากจะคิดเลยว่าผมรักเธอมากขนาดนี้ ผมไม่เคยคิดเหมือนกันว่าจะรักผู้หญิงคนไหนได้เท่านี้อีกแล้ว แล้วผมก็ไม่คิดด้วยว่าถ้าไม่มีเจสสิก้าแล้ว ผมจะรักใครได้เท่านี้อีกหรือเปล่า

คงตอบได้ง่ายๆเลยว่าไม่มีทางแน่ๆสำหรับผม

 

 

 

"ห๊าว..!!"ตอนนี้ก็ดึกพอสมควรแล้ว ผมเพิ่งเข้าใจความรู้สึกของเจสสิก้าที่ต้องมานั่งรอผมก็วันนี้นี่หล่ะ ถึงแม้ว่าผมจะหงุดหงิดที่ต้องรอ แต่เมื่อนึกถึงเจสสิก้าที่ต้องรอผมทั้งวันผมเองก็รู้สึกผิดยิ่งกว่า

ตอนนี้ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว ผมชักหวั่นๆกับเธอ ไม่รู้ว่าเกิดอุบัติเหตุอะไรหรือเปล่า เมื่อตอนเที่ยงเธอโทรมาบอกผมว่าไม่ต้องไปรับเธอ ผมเองก็ไม่ค่อยอยากจะขัดเธอสักเท่าไหร่

วันนี้ทำงานวันแรกเจสสิก้าอาจจะทำงานหนักเป็นพิเศษหน่อย

แต่แค่บรรณาธิการ งานคงไม่หนักขนาดนั้นหรอก

ต้องเกิดเรื่องไม่ดีกับเธอแล้วแน่ๆ

ผมขยับร่างกายหลังจากที่นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาเป็นเวลานาน แล้วรีบไปที่โทรศัพท์บ้านอย่างร้อนรน ตอนนี้หัวใจผมร้อนรุ่มไปด้วยความเป็นห่วงเธอ หัวใจของผมแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

แต่ทันทีที่ผมยกหูขึ้นมา ประตูบ้านก็ดูเหมือนจะเปิดขึ้นพอดี

"เจส....คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม"คำแรก...ผมพูดไปด้วยความเป็นห่วง

"เอ่อ...ขอโทษค่ะ คือเจสศึกษางานอยู่หน่ะคะ ไม่ค่อยเข้าใจหลายอย่างเลย ก็เลย..."

"แค่คุณกลับมาปลอดภัยก็ดีแล้ว คราวหลังอย่ากลับบ้านดึกๆแบบนี้อีกนะ ผมเป็นห่วงคุณรู้ไหม"

"ค่ะ แต่คุณจงฮยอนไม่ต้องห่วงหรอกนะคะ เจสกลับกับเพื่อนค่ะ วางใจได้....จริงๆนะ"เธอย้ำคำพูดของเธอ เธออาจจะกลัวว่าผมไม่วางใจสักเท่าไหร่

"ผมยิ่งอุ่นใจมากขึ้นไปอีกนะเนี่ย นึกว่าคุณจะทำงานเหงาคนเดียวไม่มีเพื่อนเสียอีก"

"ระ.....เหรอคะ นี่ก็ดึกแล้ว คุณจงฮยอนไม่นอนเหรอคะ"เธอถามผม คนที่ควรจะนอนน่าจะเป็นคุณมากกว่านะเจสสิก้า คุณดูเหนื่อยเชียว

"เอ่อ...ผมกำลังรอคุณ เราจะได้ขึ้นไปด้วยกัน"

"นั่นสิคะ เจสก็ง่วงแล้วหล่ะ เราขึ้นไปด้วยกันนะคะ"วันนี้ดูเธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ ผมค่อยสบายใจขึ้นมาอีกนิดนึง

"เดี๋ยวอีกคนจะแอบมาฟุบหลับบนโซฟาเหมือนคืนก่อน"เจสสิก้าหัวเราะคิกๆ นั่นสิ เมื่อคืนก่อนผมสัญญาว่าผมจะรีบขึ้นห้องนอน แต่ผมกลับฟุบหลับเป็นตายคาโซฟาเสียได้ ผมรู้สึกผิดจริงๆ ยิ่งเธอไม่โกรธผม ผมยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปใหญ่

"คุณไม่โกรธผมเหรอครับ เจส"

"เรื่องแค่นี้เองค่ะ เจสไม่ใช่คนที่โกรธใครไร้สาระนะคะ"เจสสิก้ายิ้มหวานให้ผม ขณะที่ผมง่วงเหลือเกิน

"ขึ้นนอนได้แล้วนะคะ พรุ่งนี้คุณต้องทำงานนะ"

"คุณก็ต้องทำงานเหมือนกันนั่นแหละครับ"ผมยิ้มให้เธอเหมือนกัน

"อ่ะ.....คุณจงฮยอนทำอะไรคะ"เจสสิก้าร้องออกมาเมื่อผมช้อนตัวเธอขึ้น

"ท่าทางคุณจะง่วงแล้ว ผมกลัวคุณตกบันไดหน่ะ"ผมก็พูดไปอย่างนั้นแหละ ผมต่างหากที่จะตกบันไดเอาเพราะความง่วง

ทันทีที่ที่ผมวางตัวเธอไว้บนเตียง.......

คิดว่าผมจะทำอย่างที่คุณคิดเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก....บอกแล้วไงว่าผมง่วงมาก

พอเราทั้งสองถึงเตียงปุ๊ป ก็เหมือนราวกับว่าสวิตซ์ของพวกเราปิดทำงานทันทีเลยหล่ะ

หลายคนคงแปลกใจว่าทำไมเราถึงไม่มีลูกสักทีทั้งๆที่แต่งงานกันจนเพื่อนร่วมรุ่นไปส่งลูกที่โรงเรียนอนุบาลแล้ว

ก็ดูชีวิตประจำวันของเราสิ จะเอาเวลาที่ไหนไปมีหล่ะ

ถึงจะไม่มีโซ่ทองคล้องใจเหมือนคนอื่น แต่ผมพูดได้เต็มปากเลยว่าผมรักเจสสิก้าไม่แพ้ใครแน่ๆ

"ผมรักคุณนะเจสสิก้า"ผมกระซิบเบาๆกับคนที่นอนหลับอยู่ข้างๆ

ถึงแม้เธอจะยังไม่อาบน้ำผมก็ว่าเธอสวยนะ

 

 

วันนี้ทันทีที่ถึงเวลาเลิกงาน ผมรีบบึ่งรถมาที่บริษัทของเธอทันที ดูเหมือนเวลาเลิกงานของเราจะไล่เลี่ยกัน

วันนี้ผมต้องมารับเธอกลับให้ได้ ขนาดว่าเธอสัญญาว่าจะไม่กลับดึกแล้ว แต่หลังจากวันนั้นสองวันดูเหมือนจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

ผมขับรถไปจอดที่ลานจอดรถของบริษัท วนหลายชั้นทีเดียวกว่าจะมีที่จอด เพราะชั้นล่างๆนั้นมีไว้สำหรับผู้บริหารเท่านั้น ผมก็ไม่ใช่คนใหญ่คนโตของที่นี่เสียด้วย

ผมรีบตรงไปยังแผนกที่เธอทำงานอยู่ทันที

"คุณเจสสิก้า จอง อยู่ไหมครับ"ผมถามหาเจสสิก้าจากพนักงานในแผนกที่กำลังจะกลับบ้าน

"อ่ะ..เอ่อ คุณเป็นใครคะ"ผู้หญิงคนนั้นถามผม สงสัยคงคิดว่าผมมาติดต่องานเป็นแน่

"ผมเป็นสามีของเธอหน่ะครับ"

"จริงเหรอคะ....ตอนนี้คุณเจสสิก้ากำลังคุยกับคุณทงเฮอยู่ในห้องนั้นหน่ะค่ะ สักพักคงออกมา"เธอชี้ไปยังห้องๆหนึ่ง

"ขอบคุณมากๆนะครับ"ผมโค้งขอบคุณพนักงานคนนั้นที่ทำท่าทางงงๆ ก่อนตัดสินใจไปนั่งรอที่โต๊ะทำงานของเธอดีกว่า เผื่อเจสสิก้าออกมาจะได้ประหลาดใจเล่นๆ

ผมนั่งรอเธอสักประมาณ15นาที ไม่นานประตูห้องนั้นก็ถูกเปิดออกพร้อมกันเจสสิก้าของผม

แต่ดูแววตาเศร้าๆของเธอแล้ว เหมือนต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นแน่ๆ

ผมรีบลุกจากโต๊ะของเธอแล้วไปหาเธอทันที ผมอยากปลอบเธอเหลือเกิน

"คะ...คุณจงฮยอน"เจสสิก้าที่เอามือปาดน้ำตาตัวเองพูดอย่างตกใจเมื่อเห็นผม เธอดูตกใจมากกว่าดีใจนะเนี่ย

"คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม"ผมดึงเจสสิก้าเข้ามากอด พลางลูบหลังเธอเผื่อมันจะทำให้เธอสบายใจมากขึ้น

"คะ...คุณจงฮยอนปล่อยเถอะค่ะ คนเยอะแยะเลย"เจสสิก้าผลักผมออกเบาๆ แต่ผมไม่ปล่อยหรอก เธอร้องไห้เสียขนาดนั้น เธอต้องการคนปลอบแน่ๆ

"ปล่อยเถอะค่ะ เจสอายคนอื่นเขา"คราวนี้ผมไม่ขัดเธอ เพราะถึงจะเลิกงานแล้วก็ใช่ว่าจะไม่มีคนอยู่ ท่าทางเธอจะอายจริงๆ

เพราะทันทีที่ผมปล่อยเธอ เธอมองอย่างระแวงไปรอบๆตัวเธอ ท่าทางเธอคงจะกลัวคนอื่นเห็นสินะ

เจสสิก้ามองด้วยสายตาแปลกๆ ราวกับว่ามองทะลุเข้าไปในประตูห้องที่เธอเพิ่งจะออกมา

ราวกับเวทย์มนต์ ประตูห้องนั้นเปิดออกอีกครั้งพอดี แค่คนที่ออกมาไม่ใช่เจสสิก้า กลับเป็นผู้ชายคนหนึ่ง แต่งตัวท่าทางมีภูมิฐานพอควร

เขามองมาที่เจสสิก้าที่กำลังร้องไห้เป็นคนแรก ก่อนจะมองสลับมาที่ผม

"ผมเป็นสามีของเธอครับ"ผมแสดงตัวไป คนๆนี้นะเหรอทำให้เธอร้องไห้

"เอ่อ...คุณทงเฮคะ นี่คุณจงฮยอน สามีเจสค่ะ"เจสสิก้าแนะนำผมให้เขารู้จัก

"คุณจงฮยอนคะ นี่คุณทงเฮ เจ้านายเจสค่ะ"

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ"ผมโค้งให้เขา

"เช่นกันครับ....คุณนี่เป็นผู้ชายที่โชคดีที่สุดในโลกเลยรู้ไหม...ที่ได้เจสสิก้าเป็นภรรยา"เขายิ้มให้ผมด้วยแววตาที่เศร้าๆ ผมว่ามันคงไม่ใช่ความรู้สึกของเขาหรอกที่เศร้า แต่เพราะหน้าตาเขาเป็นแบบนั้นนั่นแหล่ะ

"ขอบคุณครับ"ผมพูดขอบคุณไป แต่ยังงงๆกับคำพูดของเขาอยู่

เขารู้ได้ยังไงว่าผมโชคดีมากๆที่ได้แต่งงานกับเจสสิก้า

"เจสขอตัวกลับก่อนนะคะคุณทงเฮ"เจสสิก้าโค้งลาเจ้านายของเธอ ก่อนจะลากผมออกไปจากตรงนั้น

"กลับกันเถอะค่ะ คุณจงฮยอน"เจสสิก้าหันแววตาเศร้าๆของเธอมาที่ผม ผมควรจะปลอบเธอยังไงดี

แต่อย่างน้อยวันนี้เธอก็คงไม่ต้องกลับบ้านดึกเหมือนเมื่อหลายๆวันที่ผ่านมา เธอจะได้พักผ่อนเต็มที่เสียที

 

 

ดูเหมือนว่าหลังจากเมื่อวันก่อนที่ผมไปรับเธอที่บริษัท ชีวิตของเจสสิก้าก็ดูเหมือนว่าจะเหมือนเดิม ผมหมายถึงกลับบ้านดึกเหมือนเดิมหน่ะครับ

ผมสงสารเธอไม่ใช่น้อย ถ้าต้องทำงานหนักแบบนี้บ่อยๆเธอต้องตายแน่ๆ

วันนี้ผมว่าผมกลับช้ามากๆแล้วนะ แต่เธอกลับช้ากว่าผมเสียอีก

ผมดูรายการโทรทัศน์ช่วงไพรม์ไทม์อยู่ ผมคงไม่เก่งเหมือนเธอจริงๆที่จะรอใครสักคนโดยที่ไม่มีอะไรทำฆ่าเวลาเลย

ตอนนี้ผมดูรายการทอล์คโชว์อยู่หล่ะ ถึงแขกรับเชิญจะตลกก็เถอะ ผมได้แต่นั่งหัวเราะอยู่หน้าทีวี แต่นั่นมันไม่ทำให้ผมคลายกังวลที่เจสสิก้ากลับบ้านช้าหรอกนะ

ผมหยิบรีโมทขึ้นก่อนจะจะกดปิดโทรทัศน์ตรงหน้าเมื่อรายการนั้นจบอย่างเซ็งๆ เพราะผมง่วงนั่นแหละ

แล้วก็เป็นอย่างที่คิดไว้ไม่ผิด ผมฟุบหลับสนิทบนโซฟาที่ผมนั่ง ผมยังไม่รู้ตัวเหมือนกันว่าหลับไปตอนไหน แล้วผมก็หลับไปนานเลยทีเดียว

นานพอที่จะไม่รู้ว่าโลกภายนอกเกิดอะไรขึ้น หรือผ่านไปนานเท่าไหร่แล้ว

แต่ผมก็รู้สึกตัวอีกทีเมื่อมีเสียงกุกกักอะไรบางอย่างดังมาจากประตูบ้าน

ผมหวังว่าจะเป็นเจสสิก้านะ ได้โปรด อย่าทำให้ผมเป็นห่วงคุณมากขนาดนี้เลย

แล้วผมก็คิดไม่ผิด เป็นเธอจริงๆด้วย ผมลองแหงนหน้าดูนาฬิกาที่บอกเวลาว่าเกือบจะตีสามแล้ว แต่มันก็ดึกผิดปกติเหมือนกันสำหรับบรรณาธิการนิตยสารอย่างเธอ

"เจส คุณเป็นอะไรไป ทำไมคุณร้องไห้ ใครทำอะไรคุณ"ผมพูดอย่างร้อนใจ เมื่อเห็นใบหน้าขาวซีดไร้เครื่องสำอางของเธอเปรอะไปด้วยน้ำตา ไม่ใช่แค่เป็นหยดๆ แต่มันไหลพรั่งพรูออกมาเป็นสายเลยทีเดียว

"จะ...เจสขอโทษค่ะคุณจงฮยอน ให้อภัยเจสด้วยนะคะ"เจสสิก้าตรงเข้ามากอดผมเอาไว้ ผมได้แต่กอดเธอกลับแล้วค่อยๆลูบหัวของเธอเบาๆปลอบใจ

เจสสิก้าพูดขอโทษผมซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จะทรุดตัวลงกับพื้น ผมตกใจมากจึงค่อยๆประคองตัวเธอขึ้นมา แล้วจับเธอนั่งลงบนโซฟา เจสสิก้ากอดผมแน่น แต่เธอก็ยังไม่หยุดที่จะกล่าวขอโทษผมซ้ำไปซ้ำมา

"เจส อย่าร้องไห้เลยนะครับ ผมรู้สึกไม่ดีนะที่เห็นคุณเป็นอย่างนี้"ถึงผมอยากจะรู้สาเหตุที่เธอร้องไห้เหลือเกิน แต่เธอคงไม่อยากจะพูดอะไรในตอนนี้แน่ๆ ผมไม่อยากทำร้ายความรู้สึกของเธอไปมากกว่านี้

สักพักใหญ่ เสียงขอโทษของเธอก็เงียบลง แน่นอนหล่ะ เธอเหนื่อยจนหลับคาอ้อมกอดของผมเลย

"ผมต่างหากที่ต้องขอโทษคุณ...ผมไม่น่าให้คุณทำงานหนักแบบนี้เลย ผมจะดูแลคุณให้มากกว่าที่คุณดูแลผมให้ได้ เจสสิก้า"ผมค่อยๆปาดคราบน้ำตาของเธอเบาๆ กลังว่าเธอจะตื่นขึ้นมา

"อีกสองวันก็จะถึงวันเกิดของคุณแล้วนะครับ คุณจะต้องมีความสุขมากๆแน่ๆ ผมสัญญา วันเกิดของคุณปีนี้จะต้องเป็นวันที่คุณมีความสุขที่สุดเลยหล่ะ ผมสัญญา จริงๆนะ"ผมอมยิ้มบางๆ

"ไม่เห็นต้องขอโทษผมขนาดนี้เลยนะครับ เจสสิก้า"ผมอยากให้เธอได้ยินจังเลย แต่เธอหลับไปแล้วนี่นา ผมค่อยๆช้อนตัวเธอขึ้น นอนตรงนี้หน่ะมันอึดอัดจะตาย สู้นอนบนเตียงกว้างๆของเราดีกว่า โซฟาหน่ะมันแคบ

 

 

หลังจากที่เมื่อเช้าผมมาส่งเธอถึงที่ทำงาน ตอนเย็นก็เป็นหน้าที่ของผมนั่นแหล่ะที่มารับ เกรงว่าถ้าให้เธอกลับเองเธออาจจะดื้อศึกษางานกลับดึกเหมือนเดิมก็ได้

ความจริงผมกะจะพาเธอไปเคาน์ดาวน์ฉลองวันเกิดต่างหาก พรุ่งนี้จะเป็นวันเกิดของเธอ ผมเตรียมตัวจัดอาหาร เตรียมของขวัญให้เธอมากมาย หวังว่าเธอจะมีความสุขนะ

ผมเดินเข้าอาคารมาอย่างคุ้นเคยมากขึ้น เพราะหลายวันก่อนผมก็มาที่นี่แล้วครั้งหนึ่ง

ผมไม่รอช้ารีบตรงไปยังแผนกของเธอทันที ผมรอที่จะให้ถึงเวลานั้นไม่ไหวแล้ว ใช่ครับ ผมตื่นเต้นมากๆเลยหล่ะทั้งๆที่นี่แค่ห้าโมงครึ่งเอง อีกตั้งหลายชั่วโมง

"คุณเจสสิก้าอยู่ไหมครับ"ผมถามพนักงานคนเดิม ดูเหมือนว่าเธอจะจำผมได้

"อ๋อ สามีของคุณเจสสินะคะ เอ่อ...คุณเจสอยู่ในห้องของคุณทงเฮค่ะ ยังไม่ออกมาเลย"

"เหรอครับ แล้วนี่เลิกงานแล้วใช่ไหมครับ"

"ค่ะ ปกติคุณทงเฮเลิกงานตรงเวลาทุกวัน"หมอนี่เลิกงานตรงเวลาทุกวันเหรอ แต่ทำไมเจสสิก้าถึงกลับบ้านดึกทุกวันหล่ะ ไม่ค่อยเอาเปรียบจริงๆบริษัทนี้

"ขอบคุณครับ"ผมของคุณเธอก่อนที่จะเดินไปอยู่ที่หน้าห้องของนายทงเฮนั่น

ผมเตรียมจะเปิดประตู แต่ผมก็ไม่กล้าอยู่ดีเผื่อว่าถ้าเขาคุยเรื่องงานกันอยู่หล่ะ

แต่ดูเหมือนว่าโชคจะเข้าข้างผมนะ ประตูถูกเปิดแง้มเอาไว้อยู่ แอบสังเกตการณ์นิดหน่อยคงไม่เป็นไรหรอกมั๊ง

แต่ไม่รู้ว่าผมคิดถูกหรือคิดผิดกันแน่ที่ทำแบบนั้น

มันทำให้หัวใจของผม....เอิ่ม

แตกสลาย............

เจสสิก้ากำลังจูบอยู่กับหมอนั่นอย่างดูดดื่ม ดูท่าทางจะเคลิ้มกันทั้งคู่เลย

ทำไมน้ำตาของผมถึงไหลออกมามากมายขนาดนี้หล่ะเนี่ย

"ทงเฮ....ได้โปรด อย่าทิ้งฉันไปอีกครั้งเลยนะ ฉันทนไม่ไหวแล้ว"เมื่อทั้งคู่ถอนจูบออกจากกัน เจสสิก้าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เศร้าสร้อย

"เจสสิก้า มันไม่ถูกต้องนะ คุณแต่งงานแล้ว แค่เรื่องเมื่อคืนเราสองคนก็ผิดมามากพอแล้ว เราควรจะจบ ก่อนที่สามีคุณจะรู้เรื่องนี้"ว่าไงนะ ทำไมถึงมีชื่อของผมมาเกี่ยวข้องด้วย

"เจสไม่เคยรักเขา คุณก็รู้ว่าเจสถูกจับให้แต่งงานกับเขา โดยที่แลกกับชีวิตของคุณ เจสแต่งงานกับเขาเพราะรักคุณ เพราะรักคุณนะทงเฮ ได้โปรด"

"เราควรจะจบได้แล้วหล่ะเจส...ผมไม่อยากผิดไปมากกว่านี้ ตลอดเวลาผมไม่เคยมีใครนอกจากคุณคนเดียว"

"นอกจากคุณฉันก็ไม่มีใคร...ได้โปรด ฉันขอเวลา ไม่นานสามีฉันก็ต้องเข้าใจ ฉันจะหาโอกาสบอกเขาเอง"ผมพอจะรู้เรื่องบ้างแล้วหล่ะ

"ไม่ครับ สามีคุณเป็นคนดี สักวันคุณก็จะรักเขา"

"แล้วคุณไม่ใช่สามีของฉันเหรอไง.....เรื่องเมื่อคืนหล่ะ ฉันกับจงฮยอนเราไม่เคยมีอะไรกัน แต่ฉันกับคุณ ตั้งแต่ห้าปีที่แล้ว สามีของฉันก็คือคุณนะทงเฮ" ว่ะ...ว่าไงนะ ผมพลาดความจริงอะไรไปหรือเปล่า

"ผมรักคุณมากไม่แพ้กับที่คุณรักผมหรอกเจส แต่สถานะของคุณในตอนนี้ มันทำให้ผมรักคุณไม่ได้ ผมไม่อยากทำผิดอีกแล้ว"

"หลังจากที่เราไม่เจอมาตั้งห้าปี เมื่อวันแรกที่ฉันมาทำงานคุณรู้ไหมฉันดีใจแค่ไหนที่รู้ว่าบนโลกนี้ยังมีคนชื่อลีทงเฮอยู่ คุณรู้ไหมเมื่อห้าปีก่อนที่แม่จูงมือฉันไปทำแท้งลูกของเรา มันเจ็บปวดขนาดไหน แล้วเจสเจ็บปวดขนาดไหนที่ต้องแต่งงานกับคนที่เจสไม่ได้รักเพื่อปกป้องชีวิตของคุณ ทงเฮได้โปรด ฉันไม่อยากทนอยู่ต่อไปโดยที่ไม่มีคุณอีกแล้ว....อย่าไปจากฉันเลยนะคะ ตลอดเวลาที่ฉันแต่งงาน ฉันพยายามคิดเสมอว่าจงฮยอนเป็นคุณ ฉันเอาใส่ใจเขาเหมือนอย่างที่ฉันอยากจะทำให้คุณ ฉันเหมือนเป็นคนบ้าที่ต้องจินตนาการว่าฉันแต่งงานกับคุณ มันเจ็บปวดเหลือเกิน....ฉันเหนื่อยที่จะยื้อแล้ว ไม่นานจงฮยอนคงจะต้องรู้เรื่องของเรา เพียงแค่คุณบอกว่ารักฉัน ฉันจะรีบจัดการทุกอย่างให้เร็วที่สุด ได้โปรดเถอะค่ะ"

"เขาจะยอมง่ายๆขนาดนั้นเชียวหรือครับ เจส..."

"ถ้าเขาไม่ยอมเราก็จะทำกันแบบนี้ต่อไป พอเลิกงานฉันก็จะอยู่กับคุณเหมือนที่เราเคยทำทุกวัน"

"คุณไม่กลัวว่าสามีคุณจะเสียใจเหรอ"

"ฉันคิดเสมอว่าจงฮยอนเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน เขารักฉัน เอาใจใส่ฉันอย่างดี เพราะแบบนี้ไงหล่ะ ฉันถึงรู้สึกเกรงใจเขาเหลือเกิน ฉันไม่อยากให้เขารักฉันมากไปกว่านี้อีกแล้ว คนที่เลวคือฉันเอง"

ผมเหนื่อยแล้วที่จะต้องฟังคำกระทบจิตใจขนาดนี้ ผมคงไม่จำเป็นที่จะต้องอยู่ฟังจนจบหรอกนะ

คำตอบทุกอย่างมันออกมาจากปากของพวกเขาทั้งสองเอง

น้ำตาลูกผู้ชายของผมไม่มีทีที่ว่าจะหยุดไหลสักที ผมเริ่มมองไม่เห็นแล้วนะ

แทนที่ผมจะรอรับเธอกลับบ้านเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมกลับทำแบบนั้นไม่ได้

สู้ให้เธอไปมีความสุขกับคนที่เธอรักคงจะดีกว่าอยู่กับตัวกั้นฉากอย่างผม

สองคนนั้นเขารักกันมาตั้งนานแล้ว ผมมันก็แค่ตัวประกอบฉากของเธอเท่านั้น

เจสสิก้าไม่เคยรักผมเลย เธอพยายามคิดเสมอว่าผมคือคนคนนั้น

เธอไม่เคยรักคิมจงฮยอนเลย

ผมเปิดลิ้นชักบนรถออกก่อนจะหยิบกล่องใส่ต่างหูเพชรและแหวนแต่งงานที่ผมกะจะมอบให้เธอตอนเที่ยงคืนที่จะถึงนี้ มันคงไม่จำเป็นอีกแล้วหล่ะสำหรับตอนนี้

ความฝันที่ผมวาดเอาไว้กลับสลายไปหมดภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

ถ้าผมไม่ให้เธอมาทำงานก็คงจะดีกว่านี้แน่ๆ เรื่องราวที่เหมือนนวนิยายพวกนี้คงไม่เกิดหรอก

ขณะที่ผมร้องไห้อย่างเสียสติอยู่นั้น ผมรู้แล้วหล่ะ ว่าผมควรจะทำอย่างไรดี.....

 

 

 

"เฮ้อ..."ผมถอนหายใจเป็นครั้งที่นับไม่ถ้วน นี่ก็เกือบจะตีหนึ่งย่างเข้าวันเกิดแล้ว อาหารที่เธอชอบทุกอย่างถูกจัดไว้บนโต๊ะที่ผมแต่งมันเองกับมือ

ในเมื่อผมสัญญาว่าจะทำให้เธอมีความสุขที่สุดในวันเกิดของเธอ ผมก็ต้องทำตามสัญญา

ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเธอจะมีความสุขกับของที่ผมจะมอบให้เธอ

"แกร่ก!!"เสียงเปิดประตูดังขึ้น เธอคงงจะกลับมาแล้วสินะ

"คะ...คุณจงฮยอนคะ นี่มัน....อะไรกัน"ทันทีที่เธอเข้ามาในบ้าน เจสสิก้าดูเหมือนจะรู้สึกแปลกๆกับสภาพบ้านที่เปลี่ยนไป

"แฮ๊ปปี้เบิร์ดเดย์ทูยู............!! สุขสันต์วันเกิดครับเจสสิก้า!!"

"คะ...คุณจงฮยอน...คุณช่าง...."เจสสิก้าร้องไห้ออกมา

ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงคิดว่าเธอร้องไห้เพราะซึ้งที่ผมอดหลับอดนอนจัดงานนี้ให้เธอ

แต่ผมว่าเธอร้องไห้เพราะว่าเธอรู้สึกผิดต่างหาก

"ทานอาหารกันดีกว่า ของโปรดคุณทั้งนั้นเลยนะครับ"ผมพูดชวนเธอ เจสสิก้ายิ้มออกมาบางๆด้วยความจริงใจ

เธอดูจริงใจจริงๆนะ

แต่ดูเหมือนว่าเธอจะทานอะไรไม่ค่อยลงสักเท่าไหร่เพราะหมอนั่นคงพาเธอไปทานข้าวมื้อดึกมาแล้ว

"ถ้าคุณอิ่มแล้วผมมีของขวัญจะมองให้คุณหล่ะ"ผมท้าวคางยิ้มอยู่บนโต๊ะ ไม่ได้ทานอะไรเลน ผมอยากดูเธอทานมากกว่า

"เจสอิ่มแล้วค่ะ"ไม่นานเธอก็พูดคำๆนี้ขึ้นมา ผมคิดไว้ไม่ผิดจริงๆ แต่ผมได้มองหน้าเธอแค่แป๊ปเดียวเองนะ

"รอสักครู่นะครับ..."ผมลุกขึ้นจากโต๊ะก่อนที่จะเดินไปหยิบอะไรบางอย่างมาจากลิ้นชักในโต๊ะทำงานชั้นสอง แล้วกลับมาหาเธอ

"แฮปปี้เบิร์ดเดย์ครับ"ผมยื่นกล่องของขวัญให้เธอ

"หวังว่าคุณจะมีความสุขมากๆ"ผมอวยพรเธอ

"คะ...ขอบคุณค่ะคุณจงฮยอน เจสรู้สึก...."เจสสิก้าพูดก่อนที่จะกำลังเดินเอากล่องของขวัญไปเก็บ

"แกะเลยสิครับ"ผมพูดขึ้นขณะที่เธอลุกออกไปจากโต๊ะ ทำให้เจสสิก้าต้องหยุดนิ่ง

"จะดีเหรอคะ"เธอถามเพื่อต้องการความมั่นใจ

"ครับ ผมขอร้อง แกะเถอะ"ความจริงผมพยายามบังคับให้เธอแกะต่างหาก

เจสสิก้าแกะกล่องของขวัญกล่องใหญ่ออกอย่างไม่ค่อยรู้สึกอะไร ใช่สิเธอได้ของขวัญจากลีทงเฮมาแล้วนี่นา...ผมสังเกตจากต่างหูเพชรของเธอ มันเหมือนกับที่ผมซื้อให้เธอเลยหล่ะ

แต่มันไม่ใช่ของผม....

"เอิ่ม...อะไรเหรอคะ"เจสสิก้าหยิบซองเอกสารมาจากกล่องของขวัญใบใหญ่นั่น

"แกะต่อสิครับ"

ทันทีที่เธอแกะซองเอกสารออกมาเธอถึงกลับต้องปล่อยโฮทันที ผมคิดไว้ไม่ผิด

"คะคุณ.....รู้"

"ครับ โชคดีนะครับเจสสิก้า ขอให้ประสบความสำเร็จเรื่องความรัก....กับคนๆนั้นนะครับ"

ผมรู้ว่าไม่ว่าผมจะดีกับเธอยังไง มันก็ไม่มีทางเปลี่ยนความรู้สึกของเธอไปได้

"ขอบคุณนะคะ สำหรับ...."

"ใบหย่า คงเป็นของที่คุณอยากได้มากที่สุดแล้วหล่ะครับ ใช่ไหม"

"เจสขอโทษนะคะ คุณจงฮยอน..."

"สำหรับผม ความรักที่มีให้ใครสักคน มันไม่ใช่เรื่องที่ผิด ถ้าคนสองคนนั้นรักกัน"

ก็ผมมันรักเขาฝ่ายเดียวนี่นา....

 

 

วันนี้เป็นวันแรกในรอบห้าปีที่ผมตื่นจากเตียงกว้างมาแล้วพบว่าตัวผมอยู่คนเดียว หลังจากที่เมื่อคืนผมร้องไห้อย่างหนักหนาสาหัสราวกับคนล้มละลายที่สูญเสียทุกอย่างในชีวิตไป

เฮ้อ....ห้าปีที่ผ่านมาเหมือนความฝันจริงๆเลยนะครับ ผ่านไปเร็วเหลือเกิน

ตอนนี้ผมคงต้องกลับมาใช้ชีวิตโสดเหมือนเดิมแล้วหล่ะ

วันนี้เป็นวันเสาร์ครับ ใกล้จะบ่ายโมงแล้ว ผมสามารถนอนกินบ้านกินเมืองได้ตามสะดวก

"จ๊อก...จ๊อก...."ดูเหมือนว่าท้องผมจะประท้วงแล้ว

ผมต้องเดินลงมายังห้องครัวชั้นล่าง เพื่อที่จะทำอาหารทานเอง เฮ้อ...อยู่คนเดียวก็แบบนี้นี่หล่ะ ไม่มีใครมาช่วย

ผมนึกถึงตอนที่เรียนมหาลัยที่อเมริกานะ ต้องทำทุกอย่างเองหมดเลย

เมื่อผมทานเสร็จ ผมก็เดินเอาเศษอาหารที่ผมทานเหลือไปทิ้งที่ถังขยะ

ไม่ได้ทำมานานแล้วรสชาติห่วยชะมัด ฝีมือเจสสิก้าอร่อยกว่าพันเท่าเลยหล่ะ

ผมอดไม่ได้ที่จะมองกล่องของขวัญสองใบที่ถูกทิ้งในถังขยะโดยมีเศษอาหารห่วยๆของผมโปะทับ

แล้วอดนึกถึงคนที่จะเป็นเจ้าของมันไม่ได้

หวังว่าตอนนี้เธอคงจะมีความสุขนะ...เจสสิก้า

"วันเกิดของคุณ ผมจะทำให้คุณมีความสุขมากที่สุด...ผมสัญญาแล้วไง"

 

 

 

 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ไมรดี จากทั้งหมด 7 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

17 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 23 ตุลาคม 2554 / 00:51
     น่าสงสารจังเลย เศร้าอ่ะ Y__Y
    #17
    0
  2. วันที่ 25 มีนาคม 2554 / 22:23
    ซึ้งมากมายคะ ไรเตอร์ ( สงสารจงอะ! ) ToT
    #16
    0
  3. #15 Pu-kae
    วันที่ 5 ธันวาคม 2553 / 19:47
    ไรเตอร์ใจร้ายจัง

    จงผิดอะไร ไรเตอร์ลำเอียง
    #15
    0
  4. วันที่ 8 สิงหาคม 2553 / 17:41
    น่าสงสารจง...

    แต่เราก็ด๊องเจสอยู่ดี

    เรื่องนี้ใครผิดดี? จง? ด๊อง? เจส? ...พ่อแม่ของจงและเจส!
    #14
    0
  5. วันที่ 6 สิงหาคม 2553 / 20:23
    สงสารจง-*-

    คิดตอนที่ด๊อง-เจส  จูบกัน
    เอิ่มมม
    #13
    0
  6. วันที่ 31 กรกฎาคม 2553 / 17:23
    รักด๊องกับเจสมากๆ

    แต่ก็สงสารจงจังเลย....

    อยากให้จงเจอคนที่มารักษาแผลใจจัง
    #12
    0
  7. วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 22:45
    เศร้าจังเลยอ่ะแอบสงสรจงนิดหน่อยนะ

    #11
    0
  8. วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 / 19:29
    หักมุมจิงๆแหละ

    สงสารจง ทั้งที่รัก ทำดีแทบตาย แต่ที่ได้รับคือเจ็บปวด T.T

    อยากให้จงคู่กะเจสจัง ( เฉพาะเรื่องนี้นะ )

    ถึงจะชอบจงเจสไม่ถึงครึ่งที่รักด๊องเจสก้อเถอะ
    #10
    0
  9. วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 22:51
    สงสารจง

    แต่ยินดีด้วยด๊องเจส
    #9
    0
  10. วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 21:08
    สงสารจงอ่ะ ถึงอยากให้ด๊องกับเจสสมหวัง
    แต่ก็แอบสงสารจง ทั้งที่รัก แต่ก็ไม่ใช่คนที่รัก
    พ่อแม่คิดอะไรถึงจับเจสให้แต่งกับจง 
    ผลสุดท้ายจงต้องมาทนกับความเจ็บปวดแบบนี้
    #8
    0
  11. วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 15:13

    อยากให้มีต่ออ่ะ พี่มายยยยยยยยย

    #7
    0
  12. วันที่ 27 กรกฎาคม 2553 / 10:02

    เศร้ามากก

    อยากรู้ว่าป๊ากับม๊าได้แต่งงานกันรึเปล่า ฮ่าๆ

    #6
    0
  13. วันที่ 26 กรกฎาคม 2553 / 20:24
    แล้วเจสจะคู่กับใคร
    ถึงจะจับแต่งงานกัน แต่ว่าจงก็รักเจสมากเลย
    แล้วเจสจะรักใครอื่นอีกหรอ
    #5
    0
  14. วันที่ 26 กรกฎาคม 2553 / 19:34
    เจสคู่กับใครเนี่ย
    จงฮยอนเถอะ เพี้ยง!
    #4
    0
  15. วันที่ 26 กรกฎาคม 2553 / 16:08
    น่าสนุกจังเลย

    แล้วเจสจะคู่ใครกันแน่เนี่ย

    ตามค่ะ

    มาอัพไวๆนะค่ะ
    #3
    0
  16. วันที่ 26 กรกฎาคม 2553 / 15:58

    หวานๆ 

    พ่อปลาหนูเฉาตาย

    #2
    0
  17. วันที่ 26 กรกฎาคม 2553 / 15:46

    เจิม 

    ตัวโตๆค่ะ พี่มาย

    เซฟจะปูเสื่อรอนะค่ะ ฮ่าๆ

    #1
    0