Do not crazy อย่ามาซ่า...เดี๋ยวป๋าจับกด

ตอนที่ 2 : Do not crazy>>1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,428
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    13 เม.ย. 62

Do not crazy >> 1


วอหนึ่งเรียกวอสอง ตอนนี้สถานการณ์กำลังตึงเครียด มีกบสองตัวกำลังจ้องหน้ากันเพื่อแย่งแมลงวันที่เกาะอยู่บนแก้วน้ำหวาน ตึ่ง ตึ่ง โป๊ะ !! ซะที่ไหนเล่า ! กูนี่ก็นอกเรื่องเก่งจริงๆ อันที่จริงก็ไม่ได้แย่งแมลงวันหรอกครับแค่แย่งแมลงเม่าที่กำลังจะบินเข้ากองไฟ ป้ามป่าม ! โอเคเข้าเรื่องเหอะก่อนที่กูจะโดนตีน =_=



“มึงเล่ามาให้หมดว่าเกิดอะไรขึ้น ไปมีเรื่องได้ยังไง ที่ไหน และกับใคร ???”


เฮียคูเปอร์เท้าเอวจ้องหน้าผมเขม็งพร้อมกับตะเบ็งเสียงใส่อย่างน่ากลัว นั่นล่ะ สถานการณ์ตึงเครียดที่ผมว่า -0- ก็หลังจากที่ไอ้เฮียมันบอกว่าตอนเย็นจะมาเคลียร์ที่คณะผมก็เดินมาเรียนตามปกติ (ก็ไม่ปกติเท่าไหร่หรอก เขยกมา =_=) แต่พอเรียนเสร็จออกจากห้องมาก็เห็นเฮียเปอร์นั่งหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับอยู่ใต้ต้นลำพูรอคู่กรรมที่ตึกคณะผมเนี่ย นี่มึงคิดว่าตัวเองเป็นมาริโอ้รึไงที่เวลาทำหน้าบึ้งแล้วจะหล่อเหมือนพระเอกหนังห้าร้อยล้านอ่ะ เออ ! มึงหล่อจริงแต่กูหมั่นไส้ว่ะเฮีย

“ไม่เชิงว่ามีเรื่องซักหน่อยเฮีย”

“จะยังไงก็มีคำว่าเรื่องตราหน้ามึงอยู่ดีแหละ เล่ามาอย่าลีลามากไม่งั้นถึงหูม๊าแน่ !”

โด่ ดีแต่ขู่ ทีตัวเองทำผิดนี่เกาะขากูยังกะลูกลิง (อันที่จริงกูก็กะจะทำงั้นเหมือนกัน -_-)

“เฮียอ่ะ -0- ก็มันเดินมาชนผมก่อนนะ ไม่เชื่อถามไอ้เตอร์ดูเลย”

“โยนขี้แระมึง....ผมไม่รู้เรื่องนะพี่คูเปอร์ มันแหละตัวการ อย่าซูมผมดิ”

เพราะสายตาโหดเหี้ยม (หรอ ?) ของเฮียเปอร์จ้องเขม็งไปที่ไอ้วอลเตอร์อย่างข่มขู่ ทำให้มันรีบปฏิเสธเป็นพัลวันแล้วโยนขี้กลับมาที่กูดังเดิม เวร !

ถ้าถามว่ากลัวเฮียแกมั้ย ? บอกเบา ๆ ว่าไม่กลัว แหะ ๆ แต่บางทีเฮียเปอร์แกก็จริงจังเกินไป อย่างเรื่องของผมทุกเรื่องแกจะจริงจังตลอดและคอยถามรายละเอียดแบบถี่ยิบไม่ให้พลาด สรุปก็ห่วงแหละครับ อ้อ ผมลืมบอกไปป่ะว่าเฮียคูเปอร์สุดหล่อผู้นี้เป็นพี่ชายสุดที่รักของไอ้คริสคนนี้เองครับ พี่ชายแท้ๆ ที่คลานตามกันออกมาเลย ^^

“โอเค กูจะถามเป็นครั้งสุดท้าย มึงไปมีเรื่องกับใคร ?”

ตรงประเด็นสุด ๆ

“ไอ้หน้าตาย !!!”

กูแม่งก็ตอบครอบคลุมจั้ง

“ไอ้หน้าตาย !? มันเป็นใครวะ”

อย่าถามกูครับเฮีย กูผู้ไปกระชากคอเสื้อมันยังไม่รู้เลยว่าไอ้หน้าหล่อโคตรกวนทีนนั่นชื่ออะไร

“เอาตรงๆมั้ย.....กูไม่รู้ครับ”

ผมเห็นเฮียเปอร์หน้าเหวอไปนิดนึงก่อนจะเดินเซมานั่งลงตรงข้ามกับผมหลังจากที่ยืนซักฟอกมาซะนาน เหนื่อยอะดิมึงไอ้เฮีย

“แล้วแบบนี้กูจะรู้มั้ยว่ามึงไปมีเรื่องกับใครมา เกิดแม่งดักฉุดไปฆ่าจะทำไง มึงคิดว่าเด็กวิดวะจะใจดีและหล่อเพอร์เฟคแบบกูทุกคนหรอ”

น่าน มึงก็อวยตัวเองเนอะ =_=

“ก็แล้วจะให้ผมทำไง เฮียคิดว่าไอ้คริสคนนี้ที่เรียนถา’ปัตย์จะรู้จักคนในคณะวิศวะเหรอนอกจากเฮียอ่ะ”

“เอ้อ มึงจำไอ้คนนั้นได้มั้ย คนที่มันไปกับไอ้หน้าตายของมึงอ่ะ”

อยู่ ๆ ไอ้เตอร์ก็เหมือนจะคิดอะไรออก แต่แม่ง ดูคำพูดมันสิ =_=

“ไม่ใช่ของกูเหอะเตอร์ =_=”

“เออ ๆ นั่นแหละ มันชื่อว่าอะไรนะ ??”

คนไหนวะ ?.....อ๋อ ไอ้หัวทองนั่นรึเปล่าน่ะ ว่าแต่มันชื่ออะไรวะ -_- ? ชื่อ....ชื่อ....ซีซาร์ !!! เอ้อ มันชื่อซีซาร์

“ซีซ่าร์ !!!!!!”

“เอ้อออออ นั่นล่ะ ซีซาร์ ! ใช่ ๆ

วอลเตอร์ตบเข้าฉาดแล้วชี้หน้าผมอย่างเอาเป็นเอาตาย มึงลุ้นเกินไปป่ะ

“ไอ้ซ่าร์งั้นเหรอ ถ้างั้นคนที่มึงไปมีเรื่องด้วยก็คงจะเป็นไอ้สิงซินะ”

“จะไปรู้มั้ยล่ะ”

“มันชื่อสิงโต เป็นน้องรหัสกูเองแหละ ที่จริงมันอายุเท่ากูแต่ซิ่วมาเรียนเลยเป็นรุ่นน้องกูปีนึง ถ้าเป็นคนนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหาเรื่องฉุดไปฆ่าเพราะมันไม่ชอบราวีใครถ้าใครไม่ราวีมันก่อนนะ”

งั้นเฮียเตรียมตัวเก็บศพน้องรหัสเฮียเลยมั้ย เพราะกูจะตามไปราวีมันเดี๋ยวนี้แหละ

“นั่นมึงจะไปไหน !”

“ก็เฮียบอกว่ามันเป็นน้องรหัสเฮียใช่ป่ะ เพราะงั้นเฮียต้องรู้ดิว่ามันอยู่ที่ไหน ป่ะเฮีย พากูไปหน่อยกูจะตามไปตื้บมัน”

“ไอ้คริส! มึงใจเย็นดิ”

อย่าห้ามเตอร์ตอนนี้ไฟแค้นมันสุมอกอย่างแรง

“ไม่ยงไม่เย็นมันแล้วเว้ย กูจะไปเอาคำขอโทษจากมัน นี่กะจะไม่เอาเรื่องแล้วนะแต่เฮียดันมาบอกว่าเป็นคนใกล้ตัว กูของขึ้นเลยแม่ง !!”

“กูผิดหรอไอ้น้องเวร ! มึงนั่งลงก่อนใจเย็นๆ ที่มีเรื่องกันเนี่ยมันเป็นยังไงมายังไง ไหน ลองเล่ามาหน่อยซิ”

ไอ้เฮียดึงตัวผมให้นั่งลงที่เดิมก่อนจะลูบหลังปลอบให้ใจเย็น มึงอย่ามาอ่อนโยนตอนนี้ครับเฮีย เพราะยังไงกูก็ไม่ยอม

“เล่าดิ๊เตอร์ ขอกูทำใจให้ร่ม ๆ ก่อน”

“เออ ๆ...คืองี้ครับพี่”

แล้วเพื่อนชายนายวอลเตอร์ก็จัดการแถลงไขในสิ่งที่เฮียเปอร์สู่รู้ แรก ๆ ไอ้เฮียก็นั่งนิ่ง ๆ ฟังไปนะ หลัง ๆ มาเริ่มคิ้วขมวดแระ

“เป็นไง มันน่าโมโหมั้ยล่ะ”

ผมถามเฮียที่ยังคงทำหน้างงพร้อมกับลูบปลายคางตัวเองเบาๆ

“ไม่รู้สิ ปกติสิงโตมันก็เป็นคนมีมารยาทนะ ถึงมันจะดูนิ่ง ๆ ไม่ค่อยยิ้ม แต่ที่จริงมันก็ขอโทษทุกครั้งที่ทำผิด แล้วทำไมกับมึงมันถึงทำงี้วะ”

“ถามผมทำไมล่ะไปถามน้องรหัสเฮียนู่น ไม่รู้ล่ะ ถ้าเฮียไม่จัดการให้ผมก็จะไม่ยอมเลิกราเอาสิ !!!”

คราวนี้เจอโหมดดื้อของไอ้คริสบ้างเป็นไงล่ะ อย่านะ อย่าให้กูเจอนะมึง ไอ้สิงโต!!! ไอ้หน้าตายสิงต้วน!!! (คิดชื่อใหม่ให้แม่ง)

“เอางี้เดี๋ยวกูไปคุยกับมันให้ ไว้ได้เรื่องแล้วจะมาบอก มึงห้ามผลีผลามนะเว้ย ถ้าเป็นเรื่องมาม๊าเอาทั้งกูทั้งมึงตายแน่”

“ก็ได้ จะรอแล้วกันนะเฮีย”

“เออ งั้นวันนี้มึงก็กลับไปพร้อมวอลเตอร์มันแล้วกัน กูจะไปกินข้าวกับน้องแยม”

ทิ้งกูอีกแล้ว =_= มีวันไหนมั้ยที่กูจะได้นั่งเปอร์เช่ที่ม๊าซื้อไว้ให้เราทั้งสองคน ย้ำ !! ว่าสองคน ไม่มี้ มีแต่มึงแหละไอ้เฮียที่ชอบเอาไปรับสาวเพื่อปู้ยี้ปู้ยำอยู่เรื่อย เดี๋ยวกูก็ฟ้องม๊าแม่งเลย

“ไปแล้ว เจอกันที่บ้านนะ อ้อ ถ้าม๊าโทรมาบอกกูไปทำรายงานนะไอ้น้อง”

นรกกินกบาลผมพอดีดิ -_- แล้วมันก็ขับรถของเราออกไป งื้อ เมื่อไหร่กูจะได้แตะมันซักทีวะ

“ไปเหอะมึงอย่ายืนอาลัยอาวรณ์เลย ขับไม่เป็นจะเสือกอยากได้ไปทำไม”

จึก !! เต็ม ๆ หนึ่งดอก ไอ้เพื่อนเวร ถึงกูจะขับไม่เป็นแต่กูก็อยากนั่งบ้างไรบ้างงี้ -^- ผมเดินคอตกตามไอ้เตอร์ไปที่รถของมันก่อนจะขึ้นนั่งประจำที่ของตัวเอง อย่าถามว่าที่ไหนเพราะมันคงไม่ใช่เบาะนั่งหลังพวกมาลัยแน่ ๆ ก็บอกไปแล้วว่าขับไม่เป็น

“แล้วอาณีจะกลับมาเมื่อไหร่วะ เห็นมึงบอกว่ากลับมาได้ปีละครั้งไม่ใช่รึไง นี่ก็จะสิ้นปีแระ ปล่อยบ้านไว้กับมึงน่ากลัวกว่าตอนโจรขึ้นบ้านซะอีกอาณีไม่รู้เหรอ”

“กูถีบมึงตกรถแน่ไอ้เตอร์ถ้ายังไม่หยุดเห่า เชี้ยนี่ กูดูแลบ้านดีเหอะ ที่จริงม๊าบอกจะมาช่วงจะสิ้นปีแต่ไม่รู้วันไหน รอดูเอาเองดีกว่ากูบอกไม่ได้เหมือนกัน”

ที่จริงก็นานมากแล้วที่ม๊าไปอยู่อังกฤษ ตั้งแต่วันที่ป๊าจากไปม๊าก็เอาแต่ทำงานหนักจนในที่สุดก็ได้เลื่อนตำแหน่งและย้ายไปคุมสาขาที่ต่างประเทศ เราจะได้เจอกันเพียงปีละครั้งเท่านั้นแต่ม๊าก็พยายามหาเวลาว่างโทรมาคุยด้วยตลอด ผมสงสารที่ม๊าไม่ค่อยได้พักผ่อนแต่ทุกครั้งที่คุยกันก็ไม่เคยบ่นว่าเหนื่อยเลย ม๊าทำหน้าที่ของตัวเองแทนป๊าที่เสียไปเป็นทั้งพ่อและแม่เพื่อไม่ให้เราสองพี่น้องขาดความอบอุ่น จนบางครั้งผมก็อยากให้ม๊าได้พักผ่อนบ้าง

“ไอ้คริส…คริส…เชี้ยคริส!!!”

“อะ....อะไร”

“คิดอะไรอยู่วะ เรียกตั้งนานไม่ได้ยินรึไง”

“หา หรอ โทษทีว่ะ คิดอะไรเพลินๆ นิดหน่อย มีอะไรรึไง”

“ก็จะชวนกินข้าว กินเลยมั้ยแล้วค่อยแวะไปเยี่ยมนิวตันกัน ป่านนี้แม่งอืดคาห้องรึยังก็ไม่รู้”

มึงถามกูแต่เสือกเลี้ยวรถเข้าร้านแล้วเนี่ยนะ ขอบใจที่ถามนะเพื่อน 

พวกเราแวะกินข้าวกันที่ร้านใกล้ ๆ กับมหาลัยนี่แหละครับ สะดวกดี อีกอย่างร้านนี้อร่อยสุด ๆ นักศึกษาที่อยู่หอพักใกล้ ๆ จะมากินที่นี่กันเกือบหมดเพราะมันสะดวกและได้เยอะด้วย บางวันผมเห็นพี่แกต่อโต๊ะออกมานอกร้านอีกตั้งหลายโต๊ะแหนะ

“มึงกินไร”

“ปูผัดผงกะหรี่แล้วกัน”

“งั้นปูผัดผงกะหรี่สอง ใส่ห่ออีกหนึ่งนะครับ”

ไอ้เตอร์หันไปสั่งพี่แก ซักพักข้าวสวยร้อน ๆ ราดหน้าปูผัดผงกะหรี่ก็มาวางยั่วน้ำลายจนต้องกะซวกเข้าปากคำโต อร่อยจริงๆ เล๊ย เอ๊ะ! หรือเพราะกูหิววะ แหะๆ

“เฮียขอต้มยำกุ้ง ผัดเปรี้ยวหวาน ห่อหมก กะเพราทะเล แล้วก็ข้าวสวยสี่จานนะครับ”

“อา รอแป๊บนะ”

เสียงผู้ชายคนหนึ่งตะโกนสั่งกับข้าวอยู่ที่โต๊ะด้านหลังผมอย่างไม่คิดเกรงใจใครในร้านเลย ซึ่งมันก็ไม่ได้ดูแปลกอะไรหรอกเพราะที่นี่เค้าก็สั่งๆ กันแบบนี้ทั้งนั้น แต่ที่แปลกก็คือเสียงมันฟังดูคุ้นหูเอามากๆ

“คริส กูว่ากูเห็นคู่อริมึงว่ะ”

“คู่อริกู ? คนไหนวะ”

“มันจะมีซักกี่คนเชียว”

มันว่างั้นก่อนจะส่งสายตาให้ผมหันไปมองด้านหลัง ไอ้เราก็ไม่ขัดศรัทธาเอียงหน้าไปมองตามที่ไอ้เตอร์มันบอก แล้วก็เจอกับ....ไอ้หน้าตาย !! ใช่เลย คู่อริกูเอง มิน่ากูว่ามันเสียงคุ้น ๆ ที่แท้ก็เสียงไอ้ซีซ่าร์มายเฟรนด์มันนี่เอง

“อ้าว นาย !!”

นาย ? =_=

“มึงจำกูไม่ได้เหรอ พึ่งเจอกันตอนเที่ยงเองนะ”

ทำไมกูจะจำมึงไม่ได้ล่ะไอ้หัวทอง กูจำขึ้นใจเลยต่างหาก โดยเฉพาะไอ้คนที่ปลายตามามองกูอยู่ตอนนี้ ไอ้สิงโต !! ไอ้บุคคลหน้าตาย กูจำจนฝั่งลงไปในส่วนลึกของซีรีบรัมเลยล่ะ!!

“ไอ้คริส ! จะทำอะไรวะ”

ไอ้เตอร์รีบคว้าแขนผมไว้หลังจากที่เห็นผมวางช้อนลงบนจาน ก็ไม่รู้ทำไมผมถึงได้โกรธมันมากมายขนาดนี้ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรมาก แต่คงเพราะความกวนตีนของมันละมั้งที่ทำให้ผมอยากเอาชนะ อยากจะทำให้มันรู้ว่าคนอย่างกูมันหยามไม่ได้ ยังไงซะกูก็จะเอาคำขอโทษจากมึงมาให้ได้

“ปล่อยกูเตอร์ มึงก็รู้ว่ากูกำลังโมโห ยิ่งเห็นหน้ามันกูยิ่งโมโหและอยากจะตื้บมันมากขึ้นเท่านั้น ปล่อย !!!”

“ไอ้คริสสสสสส !!!”

ในที่สุดผมก็สะบัดตัวหลุดมาได้ ข้าวแม่งก็กินไปได้ไม่กี่คำเอง แต่ช่างเหอะ ตอนนี้กูมีเรื่องต้องสะสาง

ปัง !!!

ผมตบโต๊ะตรงหน้าเสียงดังแล้วก็มาค้นพบทีหลังว่าพวกมันนั่งกันอยู่ถึงสี่คน อึก !! แม่ง พวกเยอะว่ะ เฮ้ย! ไม่ได้ จะมาใจฝ่อเอาตอนนี้เสียเซลฟ์กันพอดี

“มึงอ่ะ ชื่อสิงโตใช่มะ”

“หึ”

ดูมันสิครับ ดูเอาเหอะ มันแค่ยกยิ้มมุมปากแล้วนั่งกระดิกเท้ากวนส้นผมแค่นั้น ไม่สะทกสะท้านหรือเกรงกลัวเลยซักนิด

“หึ นี่คือใช่สินะ”

“มึงมีอะไร”

ยอมอ้าปากแล้วหรอ กูก็นึกว่ามึงเป็นเปรตปากเล็กเท่ารูเข็มพูดมากไม่ได้ อ้าทีก็กว้างอยู่นี่แต่เสือกงับสนิททำด๋อยอะไร สาธุ ขอให้แม่งใบ้แดก

“ยังต้องถามอีกหรอ”

“อย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลยน่าเพื่อน”

และอีกครั้งที่ซีซ่าร์ต้องกลายมาเป็นผู้ห้ามทัพ

“พวกมันมีเรื่องกันเหรอซ่าร์ น่าสนุกว่ะ เล่าให้ฟังหน่อยดิ”

แล้วไอ้นี่มันเป็นใครวะ ?

“เงียบเหอะมึง”

เพราะความลั่นล้าเกินเหตุไอ้คนเมื่อกี้ก็เลยโดนเพื่อนอีกคนปรามเอาไว้ มันเงียบนะ แต่ไม่นาน

“ก็กูยากรู้อ่ะ เล่าหน่อยซ่าร์”

เห็นมะ ไอ่นี่ =_=

“มึงเลิกถามแล้วมาช่วยกูห้ามก่อนมะไอ้ปี เชี้ยนี่ เค้าจะตีกันอยู่ลอมล่อแล้ว”

ตอนนี้ไอ้เตอร์เองก็ลุกจากโต๊ะเพื่อมาห้ามผมเช่นกัน แต่ไอ้คนก่อเรื่องแม่งทำไมนั่งสบายใจอยู่ได้วะ นี่มึงคิดว่ากูกำลังเล่นลิเกให้ดูรึไง

“คริส กูว่าอย่าให้มันเป็นเรื่องใหญ่เลยว่ะ แค่นี้เองนะเว้ย”

“ไม่ !! กับกูมันไม่แค่นี้นี่หว่า เฮ้ย ! ถ้ามึงเก่งจริงตัว ๆ กะกูมั้ย นั่งแต๋วกระดิกเท้าโชว์อยู่แบบนี้คิดว่าเท่ห์หรอวะ”

“อู้ว แร้งส์ !!!!”

เสียงไอ้คนชื่อปีนั่นแหละครับ มึงนั่งลุ้นอะไรนักหนาวะ กูไม่ใช่คนออกฉลากเว้ย !!

พรึบ !!!

“โอ๊ย !!”

แม่งเอ๊ย !! กระชากทำเตี่ยมึงหรอ เจ็บนะเชี้ย ! ก็ไอ้หน้าตายนี่สิครับลุกขึ้นมากระชากแขนผมเข้าหาตัวแถมยังบีบซะแรงอีกต่างหาก แขนกูไม่ใช่ไม้เทนนิสมึงไม่ต้องกำแน่นขนาดนี้ก็ได้

“มึงว่าใคร ???”

คำถามเบา ๆ ที่ใครก็พูดได้ แต่ที่ไม่เบาก็แรงที่มันกระทำกับข้อมือผมเนี่ย จะออกแรงเพิ่มทำไม๊ !!

“หมามั้ง !!”

น่าน กูก็ปากเก่ง !!

“ปากดีนี่”

“ไม่ดีแต่ปากหรอก ปล่อย!! กูเจ็บ!!”

ผมพยามยามบิดข้อมือออกจากการกอบกุมของมือหนาแต่ทำยังไงก็ไม่หลุดซักที โอ๊ย!! ไอ้บ้าเอ้ย เห็นแขนกูมั้ย แดงเป็นแตงโมปั่นแล้ว

“ไหนบอกเก่ง แค่นี้ก็เจ็บหรอ หึ!”

หนอยยยยยยย !

“แล้วถ้ากูต่อยปากมึง มึงจะเจ็บมั้ยห๊ะ!”

ก็ยังคงปากเก่งต่อไป ไอ้คริสสสสสส แค่แรงมึงยังสู้เค้าไม่ได้แล้วยังมีหน้าจะไปต่อยมันอี๊กกกกกกกก

“มึงมานี่เลย !”

ในที่สุดกูก็กำลังจะโดนฉุดไปฆ่าต่อหน้าต่อตาผู้คนทั้งร้าน อื้อหือ นี่กูลืมสังเกตไปเลยว่าคนในร้านที่นั่งกินข้าวอยู่ลุกขึ้นมายืนดูกันหมด อับอายมั้ยละมึง เด่นพอรึยังล่ะ อาเมน

“จะพากูไปไหน !! ปล่อยนะเว้ย !!”

“มึงบอกอยากตัว ๆ กะกูนี่ ก็จะจัดให้แล้วไง หรือมึงกลัว”

“คนอย่างกูไม่เคยกลัวเว้ย !!”

“ดี !!!”

“เฮ้ย !! ไอ้คริส !!”

วอลเตอร์มันตะโกนเรียกพร้อมกับวิ่งตามออกมา ไม่แค่มันหรอก เพื่อนไอ้หน้าตายนี่ก็ด้วย

“ไม่ต้องห่วง กูไม่ฆ่ามันหรอก”

ดูมันพูด เออ มึงไม่ฆ่ากูแต่กูนี่แหละจะฆ่ามึงไอ้สิงต้วน!! เรียกแม่งงี้แหละเหมาะดี

“โตสิง !! กลับมาแล้วเล่าให้กูฟังด้วยนะ กูอยากรู้ ! ^^”

มึงจะได้รู้ข่าวจากกูเอง ว่าด้วยเรื่องไอ้หน้าตายมันได้ตายจากโลกนี้ไปแล้ว หึหึหึ แล้วผมก็โดนมันลากขึ้นรถก่อนที่จะออกตัวซะแรงจนหัวผมโขกเข้ากับคอนโซลด้านหน้า ไอ้บ้า !!!

“มึงขับรถไม่เป็นรึไงวะ แม่ง เจ็บสัสอ่ะ”

“หึ”

มันไม่ตอบอะไรแต่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไป กูไม่ได้ชวนมึงมาแข่งรถไม่ต้องขับเร็วขนาดนี้ก็ได้ เสียวเว้ย !!!

“กูถามจริงนะ ทำไมมึงไม่ขอโทษกูวะ”

ในระหว่างที่มันก็ขับรถไปผมก็นั่งเงียบไปอารมณ์เดือดก็คลายตัวลงบ้าง จึงลองถามในสิ่งที่สงสัยมาตั้งแต่เฮียเปอร์เล่าให้ฟังแล้ว นั่นดิ ทำไมแม่งไม่ขอโทษกูว้า

“ขอโทษทำไม”

“ก็มึงผิด !!”

“กูไม่ผิด”

หนอย หน้าด้านนะมึง

“ทำไมมึงจะไม่ผิด มึงผิดเต็ม ๆ มึงเดินมาชนกูแล้วมึงก็แค่มองหน้าก่อนจะเดินหนี นี่กูจะไม่โกรธขนาดนี้เลยนะถ้ามึงยอมขอโทษกูมาดี ๆ อ่ะ !!”

“...............”

มันไม่ตอบ ฮึ่ม !! ชักจะของขึ้นอีกแล้วกู

“มึงจอดตรงนี้เลยดีกว่ามะ ลงไปต่อยกันเดี๋ยวนี้เลยเอาให้ตายกันไปข้าง จอด !!!”

“ใจเย็น มึงได้เจอกับกูแน่”

แล้วมันก็เลี้ยวรถเข้าคอนโดแห่งหนึ่ง เฮ้ย !! มันใช่หรอวะ

“มึงพากูมาที่นี่ทำไม”

“ก็พามาเคลียร์เรื่องของเราไง”

เรื่องของเรา ?? อิเหี้ยยยยยยยย อย่าบอกกูนะว่ามึงเป็นพวกโฮโมอ่ะ

“ลงมา”

“ไม่ !! กูไม่ไปกับมึงหรอก”

“ไม่ได้ มึงบอกเองว่าอยากตัว ๆ กับกูก็ลงมาสิ”

“ไม่ ๆ ๆ กูไม่ตัว ๆ แล้ว กูจะกลับบ้านนนนนนนนน”

ไม่ทันแล้วครับ มันลากผมลงจากรถก่อนจะพามาขึ้นลิฟท์ที่กูหนีออกมาไม่ทัน เวร !

“โอ๊ย !! กูเวียนหัวกะทันหัน หน้ามืด ตาลาย คล้ายจะเป็นลม”

คือผมเป็นพวกไม่ชอบใช้ความรุนแรงไงครับ (หรอ ?) โดนกระชากลากถูแบบนี้ก็อ่อนแอได้

“หน้าตาสดใสขนาดนี้คงไม่ตายง่าย ๆ หรอก”

น่าน เสือกรู้ทันกูอีก

“กูเป็นโรคภูมิแพ้มึงไม่รู้หรอ”

“แพ้อะไรล่ะ แพ้ความอ่อนแอของตัวเองรึไง”

นี่มึงกำลังปลุกระดมอะไรในตัวกูอยู่รึเปล่าวะ ทำไมคำพูดของมึงช่างทำให้กูของขึ้นง่ายแท้

“ไม่เว้ย ! กูไม่ได้อ่อนแอ”

ติ้ง !!

แล้วเราก็มาถึงในชั้นที่ต้องการ มันพาผมเดินมาตามทางเรื่อย ๆ จนในที่สุดก็ถึงห้องของมัน กูหนีตอนนี้ทันป่ะว้า

“เข้ามาสิ”

“กู......”

“กลัว ??”

“ไม่ !!”

กูนี่ก็บ้าจี้เนอะ แค่มันสบประมาทนิดเดียวเสือกถลาตัวเข้าห้องอย่างกับข้างในมีทองซักพันช่าง (โบราณได้อีก =_=)

โอ้ว แต่ว่าห้องนี้ช่างดูโอ่อ่าและกว้างขวางยิ่งนัก สวยด้วยอ่ะ แต่กูจะมาเพลิดเพลินตอนนี้ไม่ได้ ดีไม่ดีเสียประตูหลังให้มันไปทำไงล่ะ

“มึงพากูมาที่ห้องเพื่อจะต่อยกันเนี่ยนะ บ้าป่าว”

“ใครบอกกูจะต่อยกับมึง”

เอ้า ที่เสือกลากกูมาตั้งไกลนี่ไม่ใช่จะให้มานั่งชิวจิบน้ำเย็นหรอกใช่มั้ย

“ก็มึงบอกว่าจะตัว ๆ กะกู !”

“ใช่ ! ตัว ๆ แต่จะให้มาเล่นเกม”

“ปัญญาอ่อน”

“หึ ก็ได้นะถ้ามึงกลัว”

อีกแล้ว มันสบประมาทกูอีกแล้ว

“กูไม่ได้กลัว เพราะถ้ากูกลัวกูคงไม่มาที่นี่กับมึงหรอก แต่ที่บอกว่าปัญญาอ่อนนั่นมันก็เพราะว่าที่กูมาไกลขนาดนี้เพราะอยากจะได้คำขอโทษจากมึงไม่ได้จะมาเล่นเกม ! เข้าใจรึยัง !”

“มึงได้คำนั้นแน่ถ้ามึงชนะ แต่ถ้าแพ้มึงจะให้อะไรกูล่ะ”

นี่มึงยังมีสิทธิ์ที่จะเรียกร้อง ??

“ทำไมกูต้องให้อะไรมึงด้วย !!”

“ทำงานบ้านให้กู”

“ห๊ะ !!!”

“ทำงานบ้านให้กูสองอาทิตย์ ถ้ามึงแพ้”

“มากไปมั้ย ทำไมกูต้องทำงานบ้านให้มึงทั้ง ๆ ที่กูได้กลับมาแค่คำว่าขอโทษด้วย อีกอย่างมึงไม่มีสิทธิ์จะมาเรียกร้องอะไรนะ !”

“แล้วมึงอยากได้อะไรนอกจากนั้นอีกล่ะ”

มึงฟังกูอยู่ป่ะเนี่ย =_= แต่ช่างเหอะ ในเมื่อมึงให้กูเรียกร้องอะไรเพิ่มได้กูก็จะยอมเล่น แต่ว่าอยากได้อะไรงั้นหรอ ? อืม.....หึหึ

 “ถ้ากูชนะ มึงต้องไปตะโกนคำว่าขอโทษวันละร้อยครั้งที่คณะของกู 1 อาทิตย์ ตกลงมั้ยล่ะ”

ยักคิ้วกวนตีนมันซักหน่อย

“หึ ไม่มีปัญหา”




TBC.
××××××××××××××××××××××

อัพช้า แต่อัพน้าส์

ฝากด้วยจ้าาาาาาา
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

58 ความคิดเห็น

  1. #14 Chowa (@Chowa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 15:16

    จอมซ่าจะโดนจัดการอยู่แล้วยังปากเก่งอีกนะ. ทำงานบ้านให้ตั้งสองอาทิตย์นะนู๋ ไหวเหรอ. เฮียคงไม่ช่วยนะ.

    #14
    0
  2. #3 k010634 (@k010634) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 15:41
    น้องโว๊ยยยยย555โครตซ่าเรารออยุ่นะคะไรท์อิอิ
    #3
    0