หัวใจชีค ( ลงจบแล้วติดเหรียญค่ะ)

ตอนที่ 4 : กินยาลืมเขย่าขวด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 199
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 ก.ค. 62

"เฮ้ยยย ท่านจะทำอะไร" นาเดียมองเขาด้วยสายตาที่ไม่ค่อยจะไว้ใจนัก

"ห๊าา เรานี่น่ะจะทำอะไรเจ้า" ชีคหนุ่มแม้จะประหม่าแต่ก็แกล้งตีหน้านิ่ง ด้วยไม่อยากให้เธอจับได้ว่าเขาแอบทำอะไรเธอ ใครจะกล้าบอกล่ะว่าเขาโขมยจูบเธอ เสียเชิงชายหมด

"แล้วทำไมท่านต้องเอาหน้ามาใกล้ดิฉันขนาดนั้นด้วยล่ะเจ้าคะ..ตกใจหมด" น้ำเสียงของเธอเริ่มอ่อนลง เมื่อนึกได้ว่าชีคผู้สูงส่งหน้าตาหล่อเหลาเลือกได้อย่างเขาคงไม่มาชายตามองหรือทำอะไรมิดีมิร้ายผู้หญิงหน้าตาอย่างเธอหรอก คิดได้อย่างงั้นเธอก็หยิบเอาแว่นตาหนาเตอะขึ้นมาสวมเหมือนเดิม

"จะใส่ทำไมไอ้แว่นตาหนาเตอะเนี้ย คอนแทคแลนส์ก็มีทำไมไม่ใส่ห๊ะ?" เขาหงุดหงิดให้ไอ้เจ้าแว่นบ้านี่ที่มันบังอาจมาบดบังใบหน้าและดวงตาที่งดงามของเธอ

"ก็คอนแทคเลนส์มันแพงนี่หนา แถมใส่ลำบากด้วย" ชีคหนุ่มได้ยินถึงกับอ้าปากค้างในความงกของเธอ พ่อเธอเป็นถึงเศรษฐีบ่อน้ำมัน กะอีแค่คอนแทคเลนส์ทำไมจะไม่มีปัญญาซื้อ ขนาดบุคคลทั่วไปยังมีปัญญาหาซื้อเลย

"เค็มจนเกลือเรียกพี่" เขาบ่นเบาๆกับตัวเอง แต่คนหูดีอย่างเธอมีหรือจะไม่ได้ยิน แต่เธอก็ทำได้แค่เบ้ปากใส่เขา เธอขี้เกียจที่จะต่อปากต่อคำกับเขา

"แล้วท่านชีคมีอะไรกับดิฉันหรือเปล่าเจ้าคะ? ถึงได้มานั่งจ้องดิฉันซะใกล้เชียว" 

"เอ่อ..มะ มะ ไม่มีหรอก เรา..คะ..แค่จะมาขอนั่งอ่านหนังสือด้วยคน อ่านคนเดียวมันเหงาน่ะ" เขารู้สึกเขินอายที่จะต้องพูดดีๆกับเธอ แต่ในเมื่อเขาอยากจะอยู่ใกล้เธอและทำความรู้จักเธอเขาก็ต้องยอมอ่อนและรุกให้หนัก 

นาเดียมองเขาอย่างงงงวย ที่อยู่ดีๆเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ 

"เอ่ออ..ท่านรู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าเจ้าคะ หรือว่ากินยาลืมเขย่าขวดกัน" เธออดไม่ได้ที่จะถามออกไป ก็เขามาแปลกนี่หน่า

"หือ..ทำไมรึ เราสบายดี แข็งแรงทุกส่วน เจ้าไม่ต้องห่วง" ชีคหนุ่มยิ้มหวานให้เธอ เขารู้ดีว่าที่เธอพูดหมายความว่าอย่างไร แต่คนหน้ามึนอย่างเขาก็ตีมึนทำเป็นไม่เข้าใจ

"ดิฉันไม่ได้ห่วงเจ้าค่ะ แต่แปลกใจที่วันนี้ท่านมาแปลก หรือว่าท่านมีแผนการอะไรที่จะแกล้งดิฉันอีกกันแน่" เธอไม่ไว้ใจเขาเพราะเขาชอบแกล้งเธอ

" เราไม่มีแผนการอะไรหรอก แค่อยากจะนั่งอ่านหนังสือด้วยจริงๆ เอางี้..เรามาดีกันน่ะ และเราก็ขอโทษเจ้าด้วยที่เคยแกล้งเจ้า น่ะ น่ะ ดีกันน่ะ" ชีคหนุ่มทำหน้าตาใสซื่ออ้อน หวังให้เธอใจอ่อน 'ให้ตายเถอะ! เกิดมายังไม่เคยง้อใครเหมือนกับเธอเลยน่ะเนี้ย ลงทุนขนาดนี้ถ้าจีบไม่ติดก็อย่ามาเรียกข้าว่าชีคชารีฟอีก!' เขาตะโกนก้องอยู่ในใจ

นาเดียมองหน้าตาใสซื่อนั้นก็ใจอ่อน 'เฮ้อ ..เอาว่ะถือว่าได้น้องชายอีกคนแล้วกัน' 

"ก็ได้เจ้าค่ะ เชิญท่านชีคเจ้าค่ะ" ว่าแล้วก็ขยับลงจากเบาะ

"ไม่ได้ๆ เจ้านั่งไปเถอะ เดี๋ยวเรานั่งบนผ้าข้างๆเจ้าเอง" ชีคหนุ่มยิ้มเจ้าเลห์ที่เหยื่อตกหลุมพรางราชสีห์อย่างเขา ต่อไปก็เหลือแค่ไล่ต้อนให้เข้ามาอยู่ในปากเขาเท่านั้น

วันนี้ชีคชารีฟให้แม่บ้านใหญ่ไปตามนาเดียมารับอาหารเช้าพร้อมกับเขาที่ห้องอาหารใหญ่ เขานั่งมองเธอที่กำลังเดินเข้ามาในห้องอาหารด้วยหัวใจที่พองโต เขาไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทั้งตื่นเต้นดีใจ หัวใจเขาสั่นไหวจนทำตัวไม่ถูก 'นี่ใช่ที่เขาเรียกว่ารักไหมน่ะ' เขาไม่แน่ใจว่ามันคือความรักไหม เขารู้เพียงแค่เขาอยากครอบครองทุกอย่างที่เป็นเธอ อยากให้เธอมองแค่เขา 

"อรุณสวัสเจ้าค่ะ" เธอที่เห็นเขาจ้องมองเธอนานแล้ว เลยตัดสินใจกล่าวทักทายไปเพราะเธอก็เริ่มเขินกับสายตาที่เขาจ้องเธออยู่เหมือนกัน

"อะ อรุณสวัส" พูดเสร็จแล้วยกมือเกาท้ายทอยแก้เขิน แล้วห้นไปผายมือเป็นการเชิญให้เธอนั่งฝั่งตรงข้ามเขา 

"เดี๋ยวรับอาหารเช้าเสร็จเราไปเดินเล่นย่อยอาหารที่สวนกันก่อนน่ะ แล้วค่อยไปที่ห้องสมุด เรามีอะไรจะให้เจ้าดูด้วยล่ะ" เมื่อคืนเขาให้อาลี องครักษ์ประจำตัวเขาไปสืบประวัติเธอมา ไม่ว่าจะเป็นอาหารที่ชอบและไม่ชอบเขาให้หามาหมด จนได้รู้ว่าเธอไม่ค่อยชอบออกนอกบ้าน วันๆเธอหมกตัวอยู่แต่ห้องสมุดไม่ออกไปไหน.

"ทำไมถึงชอบหนังสือนัก ?" อยู่ดีๆเขาก็เอ่ยถาม

"ดิฉันโตกับยายที่เมืองไทยเจ้าค่ะ ท่านยายของดิฉันท่านเปิดห้องสมุดเล็กๆไว้ให้เด็กๆหรือใครที่ชอบอ่านหนังสือเข้ามาอ่านได้ฟรี ท่านใจดีมากและชอบอ่านหนังสือให้ดิฉันฟัง ดิฉันเลยคลุกคลีอยู่กับหนังสือตั้งแต่เด็ก และมันก็ทำให้ดิฉันได้เห็นโลกที่กว้างขึ้น ได้เรียนรู้หลายๆเรื่องจากหนังสือเจ้าค่ะ"

"อืมม เราก็คิดเช่นนั้นเหมือนกัน เดิมทีห้องสมุดเป็นของท่านพ่อเรา เราชอบอ่านและสะสมหนังสือเก่าแก่ ท่านพ่อเลยยกวังนี้และห้องสมุดให้เรา" ทั้งสองคุยไปทานไปจนเวลาล่วงเลยไปพอสมควร จึงพากันออกไปเดินเล่นที่สวน

ฟาติมะที่เห็นท่านชีคของเธอยิ้มแย้มชอบใจเวลาพูดคุยกับคุณนาเดียก็ถึงกับชงักและหนักใจ เพราะใครๆก็ต่างรู้ว่าถึงแม้ท่านจะเป็นคนอารมณ์ดีขี้เล่นแค่ไหน แต่ท่านก็ไม่เคยสนใจที่จะพูดคุยกับสตรีใดได้เกินสองสามคำ แต่นี่อะไร ท่านทั้งเอาอกเอาใจคอยตักอาหารให้คุณนาเดียอยู่ตลอดเวลา 'เฮ้อ ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย เธอไม่อยากให้พี่น้องต้องมาบาดหมางกันเพราะท่านชีคของเธอ' 

ชีคชารีฟพานาเดียเดินชมสวนไปเรื่อยๆ พร้อมกับชวนให้ดูโน่นนี่นั่นอยู่ตลอดเวลา โดยที่ทั้งสองไม่รู้เลยว่าเสียงพูดคุยหัวเราะนั้น ได้สร้างความเจ็บแค้นให้ใครคนหนึ่งที่กำลังยืนแอบมองพวกเขาอยู่

"ฮึ เป็นแค่ตัวแทนน้องสาวแต่มายืนหัวร่อต่อกระซิกอยู่กับท่านชีค คงอยากจะเหยียบหัวน้องขึ้นมาเป็นเมียท่านชีคเต็มทนแล้วสิ ผู้หญิงน่าไม่อาย" โซฟียาเป็นลูกสาวของเศรษฐีเหมืองทองเข้ามาอยู่ที่นี่เมื่อสองปีก่อน เธอตกหลุมรักชีคชารีฟตั้งแต่แรกเห็น ส่วนเขานั้นไม่เคยมีสักครั้งที่จะชายตามองเธอ ทั้งที่เธอก็เพรียบพร้อมทุกอย่าง แต่เธอก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะถึงยังไงเธอก็เชื่อว่าเธอต้องได้ถูกเลือกให้เป็นสนมเอกอยู่แล้ว แม้ไม่ได้ใจขอให้ได้อยู่ใกล้ๆไปตลอดชีวิตเธอก็ยอม.

"เราขออะไรเจ้าอย่างได้ไหม" มองหน้าเธอแล้วพูดต่อ " ต่อจากนี้ไปเราอยากจะให้เจ้าเรียกแค่ชื่อเรา แล้วเรา..อื้ม ขะ ข้าก็จะเรียกชื่อเจ้าดีไหม ?"

"เอ่ออ..จะดีหรือเจ้าคะ ใครมาได้ยินมันจะไม่เหมาะน่ะเจ้าคะ" เธออึกอักไม่กล้าทำตามที่เขาขอ

" เอาอย่างงี้ งั้นเราก็เรียกชื่อกันและกันตอนอยู่กันแค่สองคนดีไหม ?" เธอเห็นเขาทำหน้าตาอ้อนวอนแล้วก็ได้แต่พยักหน้า  'เฮ้อ ไม่รู้เป็นอะไร เห็นทำหน้าแบบนี้ทีไร ใจมันสั่นทุกที หรือว่าเราจะเป็นโรคหัวใจกันน่ะ ไม่ได้แล้วคงต้องหาเวลาไปตรวจเช็คให้แน่ใจ' ชีคชารีฟยืนมองเธอแล้วอดขำไม่ได้กับกริยาของเธอ เดี๋ยวหน้าดำเดี๋ยวหน้าแดง เธอเป็นอะไรกันแน่

่ "อะ แฮ้ม.. ตอนนี้เราก็อยู่กันแค่สองคนแล้วน่ะ.. นะ นา.. เดีย" เขาเรียกชื่อเธอติดๆขัดๆ

"ไหนเจ้าลองเรียกชื่อข้าบ้างสิ" เธอเขินหนัก ตั้งรับกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วไม่ค่อยทัน

" ดะ ได้เจ้าค่ะ"

" ห้ามพูดว่าเจ้าค่ะด้วย ให้พูดกับข้าเหมือนที่เจ้าพูดกับคนสนิท" เขาสั่งเธอ นาเดียได้แต่ยืนทำตาปริบๆ

"เอ้า..เร็วสินาเดีย จะไปไหมห้องหนังสือน่ะ ข้ามีอะไรจะให้เจ้าดูด้วย แล้วตอนบ่ายข้ามีเรียนต่ออีก เร็วๆ" เขาเร่งเธอ 

เธอไม่ค่อยพอใจที่เขาทั้งสั่งทั้งเร่งเธอ แต่ก็เอาเถอะแค่เรียกชื่อเอง มันจะไปยากอะไร แต่พอต้องเรียกชื่อเขาจริงๆเธอถึงกับเสียงสั่นเลยทีเดียว

"เจ้า..เอ่อ ค่ะ..ชะ ชารีฟ" พูดเสร็จเธอก็ใช้มือกุมหน้าอกข้างซ้าย จนเขาอดเป็นห่วงไม่ได้ รีบเข้าไปประคอง

"นาเดีย เจ้าเป็นอะไร เจ็บตรงไหนรึ?" เขายิ่งใกล้ใจเธอยิ่งสั่นและเต้นเร็ว

" เอ่อ ชะ ชารีฟ ท่านถอยออกไปก่อนได้ไหม ข้าไม่รู้เป็นอะไร ใกล้ท่านที่ไรข้าใจสั่นทุกที ข้าว่าข้าเป็นโรคหัวใจแน่เลย" ชีคชารีฟได้ยินอย่างนั้นก็อดที่จะหัวเราะจนตัวงอไม่ได้ 'นี่เธอทั้งงกทั้งซื่อบื้อเลยหรือเนี้ย'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

7 ความคิดเห็น