หัวใจชีค ( ลงจบแล้วติดเหรียญค่ะ)

ตอนที่ 3 : โจรขโมยจูบ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    11 ก.ค. 62

"หยุดๆ พอแล้ว ยอมแล้ว บอกแล้ววว...ดิฉันชื่อว่านาเดีย เป็นพี่สาวของยาดาที่จะเข้ามารับคัดเลือกเป็นภรรยาของท่านเจ้าค่ะ" เขายืนนิ่งพินิจพิจารณาเธอด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือพี่สาวของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าสวยงามยังกับนางฟ้า เขาไม่ได้สนิทกับยาดาแต่ก็เคยเห็นเธออยู่หลายครั้งเพราะมารดาของทั้งสองเป็นเพื่อนรักกัน และเขาก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่ายาดามีพี่สาวด้วย 

"นี่เจ้ากล้าโกหกชีคอย่างเรารึ ?"

"ดิฉันไม่ได้โกหกท่านชีคน่ะเจ้าคะ ดิฉันเป็นพี่สาวของยาดาจริงๆ ไม่เชื่อลองถามพี่นูเปียกับแม่บ้านใหญ่ก็ได้ โน่นเดินมาโน่นแล้ว" เธอทำหน้าพะเย้อพะเยิดพร้อมกับชี้ไปยังทางที่ทั้งสองเดินมา นูเปียที่มาตามคุณหนูของเธอกับแม่บ้านใหญ่ที่มาตามท่านชีคเพราะพระสหายของท่านมาหาก็รีบเดินเข้ามาทำความเคารพ 

"พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าผู้หญิงประหลาดนี่เป็นใคร?" นาเดียยืนกำมือแน่น 'หนอยแหน่ะกล้าดียังไงมาว่าเธอประหลาด ถ้าไม่เห็นแก่หน้าหล่อๆนั่น แม่จะชกให้ฟันหัก หึ! เจ็บใจนัก' 

"คุณผู้หญิงท่านนี้ชื่อว่านาเดียเจ้าค่ะ เป็นพี่สาวของคุณยาดา คุณนาเดียจะมาอยู่ที่นี่จนกว่าคุณยาดาจะกลับมาจากอเมริกาในอีกสองเดือนเจ้าค่ะ" ฟาติมะรายงาน

"แล้วใครอนุญาตให้เธอเข้ามาในห้องสมุดของเรา? รู้รึไม่ว่าใครก็ตามที่ไม่ได้รับอนุญาตจากเราไม่สามารถเข้ามาในนี้ได้" 

"ทราบเจ้าค่ะ คุณนาเดียได้รับอนุญาตจากชีคคาแล้วเจ้าค่ะ" ชีคชารีฟหันมามองนาเดียที่เอาแต่ยืนก้มหน้า พร้อมกับตัดพ้อพระมารดาในใจที่อนุญาตให้ยัยเพิ้งนี่เข้ามาในห้องสมุดสุดที่รักของเขา 

"เอาล่ะ.. ทีหน้าทีหลังจะเข้ามาใช้ก็ไม่ว่า แต่ขอเถอะแต่งตัวให้มันดีๆกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง นี่อะไรเดินไปไหนใครๆเขาก็นึกว่าผี แล้วโต๊ะเก้าอี้เขาก็มีให้นั่งก็ใช้ให้มันเป็นประโยชน์ซะบ้าง ไม่ใช่ไปนั่งในมุมแบบนั้น" นาเดียยิ้มกว้างดีใจที่เธอไม่โดนทำโทษแล้วยังสามารถใช้ห้องสมุดได้ตามเดิม 

"ท่านชีคเจ้าคะ ท่านโยคิมมาเจ้าค่ะ ตอนนี้กำลังรออยู่ที่ห้องรับรองเจ้าค่ะ" ฟาติมะรีบรายงานเพราะไม่อยากให้แขกรอนาน

"ได้ เราจะไปเดี๋ยวนี้" 

ณ ห้องรับรอง 

ชีคชารีฟเดินเข้ามาหาพระสหายรักที่นั่งรออยู่ในห้องรับรอง โยคิมกับเขาเติบโตมาด้วยกัน ทั้งสองสนิทกันมาก แต่เพราะช่วงหลังๆเขาต้องเริ่มเรียนรู้งานมากขึ้นพร้อมกับการเรียนที่เข้มงวดจึงทำให้ห่างกันไปบ้าง แต่ก็ติดต่อหากันอยู่ตลอด โยคิมเป็นลูกพ่อค้าใหญ่ที่มีฐานะร่ำรวยและเป็นสายข่าวให้เขา ทั้งยังคอยช่วยเหลือเขาอยู่เบื้องหลัง เขาจึงรักและไว้ใจพระสหายคนนี้มาก

"ว่าไงโยคิม ไม่ได้เจอตั้งนาน โตและหล่อขึ้นเยอะเลยน่ะเนี่ย" โยคิมนั่งไขว่ห้างมองเพื่อนรักด้วยท่าทางขบขันกับคำทักทายของเพื่อน

"ทักทายได้เหมือนตาแก่เลยน่ะ" 

"เฮ้ยย เหมือนตาแก่ที่ไหน พูดความจริงงง (ทำเสียงสูง) แต่อย่างว่าแหล่ะน่ะถึงอย่างไรเจ้าก็หล่อน้อยกว่าข้าอยู่ดี " โยคิมนั่งมองเพื่อนรักด้วยความหมั่นไส้

้ " ใช่สิ ใครจะหล่อไปกว่าท่านชีคชารีฟไปได้ล่ะ นี่เห็นเขาบอกว่ามีหญิงงามมากมายแห่กันมาให้ท่านชีคเลือกไม่ใช่รึ ข้าอยากจะเห็นแล้วสิว่าจะงามแค่ไหน" พูดพร้อมขยิบตาให้เพื่อนรัก

"ฮึ เลือกไอ้ที่อยู่ที่บ้านเจ้าให้ได้ก่อนเถอะ แล้วค่อยมาเลือกของข้า" 

"โถ่..เจ้าก็รู้นี่หน่าว่ามันเลือกยาก แต่ล่ะคนมีแต่สวยๆ ขาวๆ อวบๆ ข้าตัดสินใจไม่ได้เลย ใครจะเหมือนเจ้ากันที่สามารถมีเมียได้เป็นโขยง" 

" อิจฉาข้าว่างั้น?"

นาเดียที่กำลังเดินเข้าตึกมา ได้ยินบทสนทนาของสองหนุ่มหล่อถึงกับชงักและก็ต้องแอบฟัง จนนูเปียต้องสกิดเตือนเพราะมันเป็นมารยาทที่ไม่งาม เธอเบ้ปากให้สองหนุ่มที่หัวเราะชอบใจกับบทสนทนาที่เธอคิดว่าน่ารังเกียจและน่าขยะแขยง แล้วเดินเข้าตึกไป.

เช้าวันรุ่งขึ้นนูเปียแต่งตัวให้คุณหนูของเธอใหม่ด้วยชุดกระโปรงแขนยาวสีฟ้าอ่อนปรกคลุมจนถึงข้อเท้า ปักลวดลายเล็กน้อย ผมเผ้าถูกหวีจัดเก็บเรียบร้อย เพราะอยู่ในวังซึ่งเหมือนบ้านของเธอ เธอเลยไม่จำเป็นต้องใส่ผ้าคลุมหรือที่เรียกว่าฮิญาบนั้นเอง ที่นี่ผู้หญิงเวลาจะออกจากบ้านต้องใส่ผ้าคลุมและชุดปกปิดมิดชิดจะโชว์ได้แค่ใบหน้าและฝ่ามือเท่านั้น ส่วนผู้ชายก็จะใส่ชุดโต๊ป 

นาเดียเดินเลือกหนังสือที่ต้องการเสร็จเธอจึงเดินไปนั่งอยู่ที่มุมเดิมของเธอ โดยที่นูเปียนำผ้าและหมอนรองนั่งมาปูไว้ให้พร้อมกับน้ำและของว่าง นาเดียนั่งอ่านหนังสืออยู่ได้สักพักก็ได้ยินเสียงคนเดินเข้ามา 

"ฮึ มาเช้าเหมือนกันน่ะนี่ วันนี้ค่อยดูเหมือนคนขึ้นมาหน่อย แล้วนี่อะไรทำไมไม่นั่งอ่านบนโต๊ะ ?" นาเดียมองหน้าชีคหนุ่มแล้วก็นึกหมั่นไส้ 'กัดดีจริงจริ๊งน่ะพ่อคุณ' เธอล่ะอยากจะโต้ตอบแต่ก็ต้องเก็บอารมณ์ไว้ เธอไม่อยากจะแหย่หนวดเสือเดี๋ยวเธอจะหมดโอกาสที่จะได้เข้ามาในนี้อีก เพราะอีกไม่นานเธอก็จะไปจากที่นี่แล้ว ตอนนี้ก็ขอเก็บเกี่ยวให้หนำใจล่ะกัน 

"นั่งอ่านบนพื้นมันได้อารมณ์และสบายกว่านั่งบนโต๊ะเจ้าค่ะ" เขามองเธอด้วยสายตาที่ไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่ 

"นั่งพื้นมันจะไปสบายกว่านั่งบนเก้าอี้ไปได้อย่างไร เจ้านี่ก็พูดแปลก"

"จริงๆน่ะเจ้าคะ จะลองนั่งดูไหมล่ะเจ้าคะ สบายกว่ากันจริงๆ เวลาเมื่อยก็สามารถเหยียดขาได้" พูดเสร็จเธอก็ขยับออกจากเบาะพร้อมกับตบบนเบาะเบาๆเป็นการเชื้อเชิญให้เขามานั่ง 

"ฮึ เชิญบ้านั่งไปคนเดียวเถอะ" พูดจบเขาก็เดินจากไป 

"หนอยยย อีผู้ชายปากตลาด คนเขาอุตสาห์มีน้ำใจชวน เชอะ! ไม่นั่งก็ไม่นั่ง ดี! ไม่มีคนมาแย่งเบาะนุ่มๆของฉัน" 

หนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาชีคชารีฟจะหาโอกาสแวะมาแกล้งแหย่เธออยู่เป็นประจำ เขาไม่เคยแกล้งใครแล้วสนุกเท่าเธอมาก่อน และยิ่งได้เห็นหน้าตาขี้เหร่งอง้ำของเธอเขายิ่งชอบใจ

วันนี้นาเดียนั่งอ่านหนังอยู่ที่มุมเดิมอย่างเช่นเคย เธออ่านไปชะเง้อไปเพราะไม่รู้ว่าชีคปากตลาดจะมาแกล้งเธออีกเมื่อไหร่ เธอระแวงจนไม่มีกระจิตกระใจที่จะอ่านหนังสือ ถ้าเอาหนังสือกลับไปอ่านที่ห้องได้เธอไปนานแล้ว เธอชะเง้อจนปวดคอเลยถอดแว่นออกแล้วหลับตาเพื่อผ่อนคลาย แต่เธอก็พ่ายแพ้ให้กับอากาศที่เย็นสบายแล้วเผลอหลับไป

ชีคชารีฟที่เดินย่องเข้ามาหวังจะแกล้งนาเดียกลับต้องตกตะลึงจนเผลอทำตุ๊กแกพลาสติกที่เขาถือติดมือมาเพื่อโยนใสเธอตก เพราะภาพตรงหน้าคือสาวสวยหน้าหวานขนตายาวงอนที่นั่งหลับอยู่ เขาค่อยๆเดินเข้าไปนั่งข้างเธอ พร้อมสำรวจใบหน้าแสนสวย เธอมีใบหน้าเรียวเล็ก แก้มชมพูระเรื่อ จมูกคมรั้นนิดๆ ปากสวยได้รูปน่าสัมผัส 'ให้ตาย สวยขนาดนี้จะใส่แว่นหนาเตอะปิดไว้ทำไม' ยิ่งมองก็ยิ่งดึงดูดให้เขาเข้าใกล้เธอ จนตอนนี้เขาจะสิงร่างเธออยู่แล้ว อยากจูบปากจิ้มลิ้มนั้นเหลือเกิน ใจเขาเต้นไม่เป็นส่ำ มือไม้สั่นไปหมด เขาห้ามใจไม่ไหวจึงก้มจูบปากเธอเบาๆและรวดเร็วเพราะกลัวเธอตื่น เขารู้สึกว่าตัวเองเหมือนโจรยังไงยังงั้น แต่ถึงจะโดนตราหน้าว่าเป็นโจรเขาก็ยอม เพราะตอนนี้เขาต้องการมากกว่าจูบแผ่วเบา เขาค่อยๆก้มเข้าหาเธออีกครั้งด้วยหัวใจที่เต้นรุนแรง แต่แล้วนาเดียก็พลันลืมตาขึ้น จนชีคหนุ่มตกใจเกือบหงายหลัง

"เฮ้ยยย!"

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

7 ความคิดเห็น