[Fic KnB] Love You, Mine Tiger [KagaKuro]

ตอนที่ 6 : Chapter 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 907
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    21 พ.ย. 58

Chapter 5



 

            เฮือก!

 

            “แฮ่ก.. แฮ่ก..”

 

            เด็กหนุ่มเรือนผมสีฟ้าอ่อนสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยอารามตกใจ มือบางยกขึ้นกุมหน้าอกที่เต้นรัวแรงเหมือนจะขาดใจเอาไว้ ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อบรรเทาอาการเหนื่อยหอบ เนื้อตัวเปียกโชกไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับคนเพิ่งออกกำลังกายมาอย่างหนักทั้งๆที่เขาทำเพียงแค่นอนอยู่บนเตียงเท่านั้นเอง

 

            ดวงตาสีฟ้าสวยกลอกไปมารอบห้องแต่ก็ไม่พบกับความผิดปกติอะไร แสงแดดยามเช้าลอดเข้ามาผ่านช่องว่างของผ้าม่านผืนใหญ่เป็นเส้นแสงสีส้มทอดยาวลงมา คุโรโกะ เท็ตสึยะปาดเหงื่อบนใบหน้าออกก่อนจะจับต้นคอตัวเองในทันที

 

            ไม่เจ็บ.. ไม่รู้สึกถึงอะไร

 

            ทุกอย่างดูปกติจนยากจะเชื่อว่าสิ่งที่พบเจอมาเมื่อคืนเป็นเป็นเพียงความฝันและไม่ใช่เรื่องจริง นัยน์ตากลมโตสำรวจเสื้อผ้าของตนเองแต่ก็พบเพียงเหงื่อที่ไหลซึมออกมาเท่านั้น

 

            “ฝันไป.. งั้นเหรอ?” เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆอย่างไม่อยากเชื่อสักเท่าไหร่ ทั้งสัมผัสอุ่นๆที่โอบรอบตัว ทั้งสัมผัสแปลกๆที่หลังต้นคอ มันเหมือนจริงมาก.. มากเกินกว่าจะเรียกว่าความฝัน

 

            “เฮ้อ...”

 

            มือทั้งสองข้างยกขึ้นมาปิดบังใบหน้าที่เริ่มแดงซ่านของตนเอาไว้ เสียงหัวใจที่เต้นรัวดังก้องไปทั่วทั้งห้อง ไม่รู้ว่าทำไมหัวใจของเขาถึงได้เต้นเร็วขนาดนี้ ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องรู้สึกเขินอายกับสัมผัสแปลกประหลาดเมื่อคืน นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขากันแน่?

 

            พอได้นั่งพัก สติที่แตกกระเจิงก็ค่อยๆกลับคืนมา เด็กหนุ่มมองดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือ ตอนนี้เป็นเวลาเช้ามาก อีกนานกว่าที่นาฬิกาปลุกที่เขาตั้งไว้จะดัง คุโรโกะจึงตัดสินใจลุกจากเตียงไปอาบน้ำแทนการนอนต่อ เพราะตอนนี้เขาไม่มีความง่วงหลงเหลืออยู่เลยและรู้ดีว่าตนเองคงจะข่มใจหลับต่อไม่ลงแล้วแน่ๆ

 

            สายน้ำเย็นจากฝักบัวอาบชโลมร่างขาวเนียนเอาไว้ คุโรโกะ เท็ตสึยะยกมือขึ้นมาล้างหน้าของตนเองหวังให้ความเย็นจากสายน้ำช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้างแต่ภาพความทรงจำที่ยังคงติดอยู่ในหัวก็ไม่ยอมหายไปซะที

 

            มือบางปิดน้ำจากฝักบัวแล้วคว้าผ้าเช็ดตัวผืนหนามาเช็ดหยดน้ำบนเรือนร่างก่อนจะพันผ้าที่รอบเอว ร่างเล็กเดินไปที่หน้ากระจก ปัดปอยผมตรงต้นคอออกพลางเพ่งมองลำคอขาวของตนที่สะท้อนอยู่บนกรอบสี่เหลี่ยม ทุกอย่างปกติ ไม่มีร่องรอยว่าจะโดนขบกัดจากเหตุการณ์เมื่อคืนเลย

 

            “เฮ้อ... คงคิดมากไปจริงๆสินะ ก็แค่ความฝัน” คุโรโกะถอนหายใจอย่างโล่งอกแล้วส่ายหัวไปมาช้าๆ ฝันได้เป็นตุเป็นตะขนาดนี้แสดงว่าเขาคงจะทำงานจนเหนื่อยเกินไปแน่ๆ ก็เล่นเดินรอบสวนสัตว์ทั้งวันเลยนี่นา

 

            คนตัวเล็กมองเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอีกครั้งแล้วอมยิ้มอย่างขำๆให้กับความไร้สาระของตน มือบางหยิบเสื้อผ้ามาสวม เช็คความเรียบร้อยแล้วเดินออกจากห้องน้ำไปโดยลืมสังเกตว่า...

 

            บนต้นคอขาวเนียนนั้น ปรากฏรูปร่างคล้ายเขี้ยวขนาดเล็กเป็นสีแดงจางๆขึ้นมา แต่เพียงครู่เดียว... รอยนั้นก็หายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย...

 

 

 

            “อรุณสวัสดิ์ครับ! รุ่นพี่คุโรโกะ!” ดูเหมือนว่าวันนี้พนักงานภายในโซนสัตว์กินเนื้อจะดูคึกคักเป็นพิเศษเพราะตั้งแต่คุโรโกะก้าวเข้ามา ไม่ว่าจะเจอกับใครทุกคนก็จะพากันทักทายเขาด้วยความกระตือรือร้นไปเสียหมด ซึ่งมันสร้างความแปลกใจให้กับร่างเล็กที่แสนจืดจางคนนี้เป็นอย่างมาก

 

            “อ่า.. อรุณสวัสดิ์ครับ” ใบหน้าหวานผงกหัวเล็กน้อยก่อนกล่าวคำทักทายตอบอย่างสุภาพตามนิสัย แม้จะมีเค้าความสงสัยติดออยู่ไม่น้อยที่อยู่ๆทุกคนก็เข้ามาทักทายเขาไม่ขาดสาย

 

            “นายดังใหญ่แล้วนี่เท็ตสึ” อาโอมิเนะเอ่ยแซวด้วยรอยยิ้มหยอกล้อพลางขยี้เรือนผมสีฟ้าอ่อนอย่างหมั่นเขี้ยว ยิ่งเห็นคิ้วเรียวขมวดมุ่นเพราะการกระทำของตนเขาก็ยิ่งหัวเราะชอบใจ

 

            “พูดมากน่ะครับอาโอมิเนะคุง ผมดังซะที่ไหนล่ะครับ” ไม่เข้าใจเลยจริงๆ คนเพิ่งจะมาทำงานได้สองวันอย่างเขาจะดังขึ้นมาได้ยังไง

 

            “นายไม่รู้เหรอ ว่าเรื่องของนายดังไปทั่วโซนสัตว์กินเนื้อแล้วนะ คนตัวเล็กบอบบางที่สามารถหยุดเจ้าเสือร้ายตัวนั้นได้น่ะ โอ๊ย!” ทันทีที่พูดจบกำปั้นเล็กๆก็เสยเข้าสีข้างของเด็กหนุ่มผิวเข้มทันที ร่างสูงร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดจนแทบจะทรุดลงไปกองกับพื้น เห็นตัวเล็กอย่างนี้แต่หมัดหนักอย่าบอกใครเชียว คุโรโกะ เท็ตสึยะน่ะ

 

            “เท็ตสึ... หนอยแก..” อาโอมิเนะกุมสีข้างที่โดนชกของตัวเองไว้พลางมองร่างบางอย่างแค้นเคือง นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มมีน้ำคลอออกมาด้วยความเจ็บอย่างช่วยไม่ได้

 

            “ผมไม่ได้ตัวเล็กนะครับ! แล้วก็ไม่ได้บอบบางด้วย” หงุดหงิดชะมัด.. ไม่ชอบเอาซะเลยเวลามีคนมาว่าเขาว่าตัวเล็กแบบนี้เนี่ย อีกอย่างเขาก็เป็นผู้ชายนะมาว่าบอบบางได้ไงกัน

 

            “เออๆ นายไม่ตัวเล็กก็ได้” เมื่อจับน้ำเสียงที่ไม่พอใจจากคุโรโกะได้อาโอมิเนะจึงต้องยอมแพ้ไปโดยปริยาย เพราะถ้าขืนล้อต่อมีหวังได้โดนกำปั้นที่หนักกว่านี้แน่

 

            “เข้าใจงั้นได้ก็ดีครับ”

 

            บทสนทนาหยุดลงเมื่อพวกเขาเดินขึ้นมาถึงชั้นสองของตึกสำนักงาน มือเรียวเปิดประตูเข้าไปภายในห้องล็อกเกอร์เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเข้างานที่จะเริ่มในไม่ช้านี้ เมื่อเดินเข้าไปด้านในทั้งคู่ก็พบกับรุ่นน้องตัวเล็กผมสีน้ำตาลที่ยืนรออยู่ก่อนแล้ว

 

            “รุ่นพี่อาโอมิเนะ รุ่นพี่คุโรโกะ สวัสดีครับ!” ซากุราอิ เรียวเดินมาทักทายคนอายุมากกว่าพร้อมกับโค้งหัวรัวๆที่ไม่ว่าจะเห็นกี่ครั้งคนมองก็ยังไม่ชินเสียที

 

            “เออ หวัดดี”

 

            “สวัสดีครับ ซากุราอิคุง”

 

            อาโอมิเนะและคุโรโกะพูดพร้อมกันก่อนที่เด็กหนุ่มผิวเข้มจะเดินไปเปิดล็อกเกอร์ของตนเพื่อเปลี่ยนชุด เมื่อเห็นดังนั้นซากุราอิจึงเดินไปหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลใบใหญ่มาส่งให้กับคุโรโกะ

 

            “นี่เสื้อของรุ่นพี่คุโรโกะครับ ไซส์ของเราใกล้กัน รุ่นพี่เอาของผมไปใช้ได้เลยนะ” เพราะคุโรโกะเพิ่งมาทำงานที่นี่ ชุดทำงานจึงไม่มีเหมือนคนอื่นเขาทำให้คนตัวเล็กต้องไปขอยืมรุ่นน้อง พอซากุราอิได้ยินเขาจึงนำชุดที่มีมาให้อย่างมีน้ำใจ

 

            “ขอบคุณมากเลยครับ ช่วยได้มากเลย แล้วก็ขอโทษที่รบกวนนะครับซากุราอิคุง” ความจริงอาโอมิเนะก็บอกกับร่างเล็กไปแล้วว่าจะใส่ชุดอะไรทำงานก็ได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็อยากใส่ชุดทำงานอยู่ดี เพราะว่ามันจะสะดวกมากกว่าหากต้องเดินออกจากโซน คนอื่นจะได้รู้ว่าเขาเป็นพนักงานของที่นี่

 

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ งั้นผมขอตัวนะ” พูดจบเด็กหนุ่มก็ขอตัวออกไปเพื่อจัดการความเรียบร้อยและไปตรวจตราพนักงานที่มีหน้าที่ให้อาหารสัตว์อยู่ในกรงว่าทำงานเรียบร้อยดีไหม

 

            คุโรโกะหยิบเสื้อตัวหนึ่งออกมาจากถุงกระดาษแล้วทำการเปลี่ยนชุด เมื่อใส่เสื้อเสร็จเรียบร้อยจึงนำเสื้อที่เหลือมาแขวนไว้ในตู้ล็อกเกอร์เพื่อใช้ในการใส่ไปทำงานวันต่อไป มือเรียวปิดตู้ล็อกเกอร์ ไม่ลืมที่จะล็อกกุญแจเอาไว้ก่อนเดินออกจากห้องพร้อมกับอาโอมิเนะเพื่อเตรียมไปเข้างาน

 

 

            สภาพแวดล้อมภายในกรงเหล็กโดยรวมยังคงเหมือนเมื่อวาน แต่วันนี้ดูต่างออกไปนิดหน่อยเพราะพนักงานคนอื่นที่เจอคุโรโกะต่างพากันมองเด็กหนุ่มร่างเล็กด้วยแววตาที่มีประกายแห่งความหวัง ทุกคนรู้เรื่องที่เขาสามารถหยุดความพยศของเสือตัวโตที่มาจากอเมริกาได้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำสำเร็จมาก่อน

 

            “เช้านี้เจ้านั่นเป็นไงบ้าง?” อาโอมิเนะเดินนำมายังกรงเหล็กกรงเดิมแล้วถามคนที่มีหน้าที่เฝ้ากรงและสังเกตอาการของสัตว์ตัวนี้อยู่ เพราะถ้าเกิดมีอะไรผิดปกติเขาก็ไม่มีวันเสี่ยงให้คุโรโกะหรือคนอื่นเข้าไปเด็ดขาด

 

            “ท่าทางปกติดีครับ ให้อาหารเช้าไปแล้ว” คนผิวเข้มพยักหน้ารับแล้วหยิบสมุดเล่มเล็กขึ้นมาจดบันทึกคร่าวๆจากนั้นก็หันไปหาคุโรโกะ

 

            “วันนี้นายจะเอาไงล่ะ จะไปทักทายเจ้านั่นหน่อยมั๊ย?”

 

            “เอ๊ะ? ได้เหรอครับ?” ดวงตาสีฟ้าสวยมองอย่างแปลกใจที่อยู่ๆร่างสูงก็พูดออกมาเช่นนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากเข้าไปด้านใน แต่เขาสงสัยกับท่าทีที่ดูคลายความกังวลของอาโอมิเนะมากกว่า ตอนแรกนึกว่าจะห้ามไม่ให้เข้าไปข้างในซะอีก

 

            “อืม.. ถึงจะยังฝึกไม่ได้ แต่นายก็เป็นคนเดียวที่เจ้านั่นมีท่าทางว่าจะยอมรับนะ” เด็กหนุ่มผิวเข้มว่าพลางเบนสายตาไปหาเสือตัวใหญ่ที่นอนหมอบอยู่อีกด้านหนึ่งของกรงชั้นในเพื่อให้คุโรโกะหันไปมองตาม ทีแรกมันก็มองมาหาพวกเขาแต่พอทั้งสองคนหันไปหามันก็เบนหน้าหนี

 

            “งั้นผมจะไปทักทายเขาหน่อยแล้วกันครับ” ใบหน้าหวานยิ้มรับคำก่อนจะรับปลอกแขนที่อาโอมิเนะโยนมาให้แล้วสวมมันทั้งสองข้าง ดูยังไงก็หนามากเลยแฮะปลอกแขนอันนี้ พอร่างเล็กจัดการกับตัวเองเสร็จอาโอมิเนะจึงเดินไปไขกรงเหล็กให้และเปิดอ้าออกเล็กน้อยพอให้คนตัวเล็กเดินเข้าไปได้ ทุกคนที่เหลือก็พากันเอาใจช่วยร่างบางอย่างเงียบๆ

 

            “ระวังตัวด้วยล่ะ”

 

            “ครับ”

 

            อาโอมิเนะปิดประตูกรงเหล็กแต่ก็ไม่ได้เอากุญแจมาล็อกเอาไว้ หากเกิดเหตุฉุกเฉินเขาจะได้เข้าไปช่วยเหลือได้ทันท่วงที ดวงตาสีน้ำเงินมองตามแผ่นหลังของเพื่อนสนิทที่กำลังเดินเข้าใกล้เสือตัวนั้นอย่างช้าๆ แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆคุโรโกะก็น่าจะปลอดภัยเพราะเขาให้อีกฝ่ายพกเข็มฉีดยาสลบใส่ไว้ในกระเป๋ากางเกงเผื่อในกรณีฉุกเฉินด้วย ซึ่งฤทธิ์มันก็แรงพอที่จะทำให้ช้างสลบได้เลยเชียวล่ะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้ลดความประมาทลงเลย

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เสือตัวนั้น แต่น่าแปลกที่วันนี้มันดูไม่สนใจเขาเลย ไม่สิ... พูดให้ถูกคือสนใจแต่ทำเป็นเฉยมากกว่า เพราะตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในกรงอีกฝ่ายก็ทำเพียงแค่หันมามองเล็กน้อยแล้วเบนหน้าหนีเท่านั้น

 

            “สวัสดีครับไทกะคุง” เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มๆพร้อมรอยยิ้มบางแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่สนใจ หางยาวสะบัดไปมาพร้อมกับซุกใบหน้าลงบนต้นแขนที่ปกคลุมไปด้วยขนสีส้มอมน้ำตาล คุโรโกะรู้สึกกังวลเล็กน้อยกับการกระทำที่ดูเฉยชาราวกับไม่สนใจเขาแบบนี้

 

            “ไทกะคุง จำผมได้หรือเปล่าครับ?” พูดพลางเดินไปอยู่ด้านหน้าของเสือตัวใหญ่โดยเว้นระยะห่างไว้พอสมควร ร่างเล็กย่อตัวลงเพื่อจ้องมองปฏิกิริยาจากอีกฝ่ายแต่เสือตัวนี้ก็ทำแค่หันมามองเขาเพียงหางตาแล้วสะบัดหน้าหนี

 

            “เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” มือเรียวทำท่าจะเอื้อมไปจับแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อร่างของเสือโคร่งตัวโตลุกพรวดขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่มันจะเดินไปที่อีกมุมหนึ่งของกรงแล้วนอนหมอบราวกับไม่อยากให้เด็กหนุ่มร่างเล็กเข้ามายุ่ง

 

            “เฮ้อ...” คุโรโกะถอนหายใจเล็กน้อยก่อนที่จะส่งยิ้มแห้งๆไปให้อาโอมิเนะที่มองอยู่ข้างนอกกรง เห็นคนผิวเข็มทำสัญญาณมือว่าให้ออกมาก่อนเขาจึงต้องจำใจลุกเพราะไม่อาจคาดเดาความรู้สึกนึกคิดของเสือตัวนี้ได้

 

            เมื่อวานยังเป็นเด็กดีอยู่แท้ๆเลยนะ..

 

            ร่างบางลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เดินไปที่ประตูเหล็กโดยไม่ลืมหันไปมองเสือตัวนั้นด้วย เป็นไปอย่างที่คาด เจ้าสัตว์ตัวใหญ่แอบหันมามองเขาหลายต่อหลายครั้งแต่พอรู้ว่าเขามองอยู่มันก็รีบหันกลับไปในทันที

 

            นี่มันเหมือนกับ.. หรือว่า..

 

 

            ดวงตาสีฟ้าครามฉายแววครุ่นคิดเล็กน้อย ในหัวย้อนนึกไปถึงตอนที่เขาเป็นครูอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลราวกับภาพในเดจาวู มันเคยเกิดเหตุการณ์ที่ดูคล้ายๆกัน

 

            ครั้งหนึ่งเคยมีเด็กชายตัวเล็กงอนเขาด้วยเหตุผลบางอย่างเป็นเหตุให้เด็กคนนั้นไม่พูดไม่จากับเขาเกือบตลอดทั้งวัน พอเดินเข้าไปหาเด็กคนนั้นก็เบือนหน้าหนีแถมบางครั้งก็ยังเดินหนีเขาอีก จนเขาต้องงัดวิธีมาง้อเด็กคนนี้อยู่พักใหญ่เลยล่ะ แต่สุดท้ายแล้วเด็กคนนั้นก็หายงอนเขาล่ะนะ

 

            ถามว่าทำไมเขานึกถึงเรื่องนี้?

 

            ก็เพราะว่าท่าทางมันคล้ายกันเลยน่ะสิ ทั้งเสือตัวนี้และเด็กคนนั้นมีท่าทางและสายตาที่เหมือนกันเปี๊ยบ งั้นก็แสดงว่าเสือตัวนี้กำลังงอนเขาอยู่งั้นเหรอ? แล้วจะงอนอะไรกันล่ะในเมื่อวันก่อนเจ้าเสือตัวใหญ่นี่ยังเล่นกับเขาอยู่เลยนี่นา

 

            ไม่สมเหตุสมผลเลยแฮะ

 

            แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลยมีหวังเขาคงเข้ากับเสือตัวนี้ไม่ได้แน่ๆ

 

            เฮ้อ... เอาก็เอา

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หันไปมองอาโอมิเนะพลางพูดแบบไม่มีเสียงว่าตนจะอยู่ในนี้ต่อแล้วค่อยๆเดินเข้าไปใกล้เสือร่างใหญ่ที่นอนอยู่อีกมุม อาศัยความจืดจางของตนก้าวเท้าเข้าไปอย่างเงียบๆเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายรู้ตัว เมื่อได้ระยะที่ใกล้พอดีแล้วเขาจึงเอื้อมมือไปสัมผัสหัวของเสือตัวนี้เบาๆ

 

            “งอนผมอยู่เหรอครับ ไทกะคุงน่ะ?” เด็กหนุ่มผมฟ้ายิ้มบางๆพลางเอียงคอมองเข้าไปในดวงตาสีแดงเพลิงที่ตอนแรกดูตกใจนิดหน่อยที่อยู่ๆคุโรโกะก็มาโผล่อยู่ข้างหน้าแต่เพียงไม่นานมันก็หันหน้าหนีเหมือนไม่อยากจะคุยกับคนตัวเล็ก

 

            “ถึงจะไม่รู้ว่างอนผมเรื่องอะไรก็เถอะ แต่ก็ขอโทษนะครับ” ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่าดวงตาคู่นั้นแอบเหลือบมามอง คุโรโกะยกยิ้มเล็กน้อย ยื่นมือไปสัมผัสหัวที่ปกคลุมไปด้วยขนนุ่มๆพลางลูบเบาๆ ซุกใบหน้าลงบนเส้นขนหนาๆแล้วกระซิบเสียงแผ่ว

 

            “หายงอนผมได้แล้วนะครับ”

 

            “ฮืม...”

 

            “อ๊ะ!

 

            ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย รีบผละตัวออกจากเสือตัวใหญ่ด้วยใบหน้าตกใจเมื่อได้ยินเสียงครางในลำคอของเสือตัวนี้ซ้อนทับกับเจ้าของเสียงทุ้มที่ใช้เรียกชื่อของเขาเมื่อคืน มันคล้าย... คล้ายกันมาก

 

            นัยน์ตาสีฟ้าสวยจ้องลึกลงไปในดวงตาสีแดงเข้มแต่ก็ไม่พบกับความผิดปกติอะไรเหมือนกับเป็นการย้ำเตือนว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นเพียงแค่ความเพ้อเจ้อของตัวเองเท่านั้น สิ่งที่เกิดขึ้นมือคืนมันก็เป็นแค่ความฝัน ไม่มีทางที่จะเป็นเรื่องจริงได้เลย คนตัวเล็กคิดเพื่อเรียกสติของตนให้เข้าที่พลางมองการกระทำที่ดูเหมือนลูกแมวกำลังอ้อนเจ้าของของเสือตัวใหญ่ ประกายตาสีเพลิงดูสดใสและมีชีวิตชีวาขึ้นมากเมื่อเขาเอ่ยคำว่า ขอโทษออกไป

 

            สงสัยจะโกรธเขาจริงๆแหละ แต่ว่าเรื่องอะไรล่ะ? นั่นก็เป็นสิ่งที่คุโรโกะไม่อาจหาคำตอบได้ มือเรียวลูบหัวของเสือตัวใหญ่เบาๆ แล้วยกนิ้วโป้งไปให้อาโอมิเนะพลางขยับปากเป็นคำพูดแบบไม่มีเสียง

 

            เรียบร้อยแล้วครับ

 

            “เฮ้อ...เท็ตสึ นายนี่น๊า..” เมื่อเข้าใจข้อความที่เพื่อนสนิทส่งให้อาโอมิเนะก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก มือหนายกขึ้นเกาศีรษะให้กับการกระทำที่แสนจะเสี่ยงอันตรายที่เพื่อนของตนชอบทำ เกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ นายนี่มันไม่เคยคิดหน้าคิดหลังจริงๆเลยให้ตายสิ

 

            ดวงตาสีน้ำเงินเข้มเพ่งมองร่างบางของคนตัวเล็กที่กำลังหยอกล้อกับเสื้อร้ายอยู่ภายในกรงแล้วยิ้มน้อยๆ ไม่เคยกลัวอะไร เป็นคำที่เหมาะสมกับคุโรโกะ เท็ตสึยะที่สุดแล้ว ทั้งใบหน้า แววตาและนิสัยที่แสนซื่อตรงและดูบริสุทธิ์นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เสือตัวนั้นยอมรับในตัวของคุโรโกะก็ได้

 

            ตัดสินใจไม่ผิดจริงๆที่ขอให้นายมาช่วยงานนี้ เท็ตสึ

 

 

 

            “ในที่สุดก็เสร็จงานวันนี้แล้วสินะ” คุโรโกะ เท็ตสึยะพึมพำกับตัวเองเบาๆพลางเอนหลังพิงหนักเก้าอี้ที่อยู่ภายในสำนักงานชั้นหนึ่งอย่างเหนื่อยล้า แสงแดดภายนอกตัวอาคารที่มองผ่านหน้าต่างเริ่มหรี่แสงลงเป็นการบอกว่าใกล้จะเข้าสู่ช่วงเวลาเย็นของวัน ดวงตาสีฟ้าละจากหน้าต่างบานใหญ่ไปที่ห้องครัวที่อยู่ติดกัน เห็นอาโอมิเนะเดินออกมาพร้อมกับน้ำเปล่าสองแก้ว ร่างสูงส่งน้ำเย็นไปให้เพื่อนสนิทแล้วนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆกัน

 

            เมื่อได้จิบน้ำเย็นเฉียบความรู้สึกเหนื่อยล้าก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นความสดชื่น มือบางยกขึ้นปาดเหงื่อที่ผุดขึ้นมาเต็มหน้าผากเพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าว จับขอบเสื้อของตัวเองขยับไปมาเล็กน้อยเพื่อคลายร้อน

 

            “นายจะไปอาบน้ำก่อนไหม?” อาโอมิเนะมองเพื่อนสนิทของตนที่นั่งเหงื่อแตกพลั่ก ซึ่งตัวเขาเองก็ดูไม่ต่างกันนัก เพราะทั้งใบหน้าและเนื้อตัวเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อราวกับคนที่ออกไปเล่นกีฬามา

 

            “งั้นกลับเลยก็ได้ครับ ผมจะได้รีบไปอาบน้ำ” ร่างเล็กว่าพลางจิบน้ำในมือที่ตรงขอบแก้วเริ่มมีหยดน้ำเกาะขึ้นมาแล้ว วันนี้จะร้อนไปไหนนะ

 

            “จะรีบกลับทำไมล่ะ” คำพูดของอีกฝ่ายส่งผลให้เด็กหนุ่มผมฟ้ามองด้วยความฉงน

 

            “ก็จะกลับไปอาบน้ำไม่ใช่เหรอครับ?”

 

            “ที่ฉันพูดว่าให้ไปอาบน้ำน่ะ อาบที่นี่ต่างหากล่ะ”

 

            “เอ๋? ที่นี่?” ที่นี่มีห้องอาบน้ำด้วยเหรอ ไม่เคยรู้มาก่อนเลย

 

            “ห้องทางด้านขวามือที่ชั้นสองนั่นแหละคือห้องอาบน้ำ” อาโอมิเนะอธิบาย นึกขึ้นมาได้ว่าเขายังไม่ได้บอกเรื่องนี้ให้อีกฝ่ายรู้ เพราะงั้นจะเห็นคุโรโกะสงสัยก็ไม่ใช่เรื่องแปลก “อาบเสร็จแล้วค่อยไปหาอะไรกินกัน จะได้ไม่ต้องเสียเวลาออกมาจากห้องพัก นายก็อยากพักผ่อนแล้วใช่ไหมล่ะ?”

 

            “เอางั้นก็ได้ครับ”

 

            ห้องอาบน้ำบนชั้นสองของตึกสำนักงานประกอบไปด้วยห้องเล็กๆหลายห้องที่มีกำแพงกั้นไว้เป็นสัดส่วนอย่างชัดเจน ด้านในห้องอาบน้ำมีฝักบัวและของใช้จำเป็นอย่างสบู่อาบน้ำและแชมพูสระผมเตรียมไว้ให้แล้ว นอกจากนี้ยังมีผ้าขนหนูวางไว้ที่ชั้นวางของขนาดใหญ่อีกด้วย

 

            ทั้งอาโอมิเนะและคุโรโกะต่างก็แยกกันไปอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกาย เพียงไม่นานทั้งสองก็ออกมาด้วยเสื้อผ้าชุดธรรมดา ชุดของอาโอมิเนะนั้นมีตุนไว้ที่นี่เยอะอยู่แล้วจึงไม่ต้องกังวลเรื่องชุดไม่พอ แต่สำหรับคุโรโกะ ยังดีที่คราวนี้เขาหยิบชุดธรรมดามาด้วย ไม่อย่างนั้นเขาคงต้องใส่ชุดของพนักงานกลับห้องพักของตัวเอง ยังไงตอนเลิกงานเขาก็ไม่ค่อยอยากใส่เสื้อของพนักงานหรอกนะ

 

            ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะไปกินข้าวที่ศูนย์อาหารกันก่อนจากนั้นจึงเรียกรถกอล์ฟให้พาไปส่งที่ที่พัก คุโรโกะเดินเข้ามาในห้องแล้วล็อกกุญแจ รู้สึกว่าหนังตาเริ่มหนักอึ้งเมื่อได้ทานข้าวจนอิ่มหลังจากใช้แรงเยอะตลอดวันในการดูแลสัตว์ ร่างบางก้าวเข้าไปในห้องนอนอย่างช้าๆแล้วฟุบหลับไปในทันทีที่หัวถึงหมอน

 

 

            หวังว่าคืนนี้จะไม่ฝันประหลาดอีกหรอกนะ.. คนตัวเล็กภาวนาในใจก่อนที่สติจะหลุดลอยไป

 

 

 

            “อืม...” คนตัวเล็กขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่ากำลังถูกใครบางคนรบกวนการนอนของตนอยู่ ครั้นจะขยับตัวแต่ความคิดก็ต้องหยุดชะงักเมื่อถูกแขนแกร่งของใครก็ไม่รู้รวบเอวเอาไว้แน่น

 

            “คุโรโกะ”

 

            ดวงตาสีฟ้าเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อของตน ร่างบางสะดุ้งน้อยๆเมื่อแผ่นหลังของตนอยู่แนบชิดติดกับแผงอกหนา ถึงจะมองไม่เห็นเพราะทั้งห้องตกอยู่ในความมืดแต่เขาก็รู้ได้ทันทีว่ากำลังถูกใครบางคนสวมกอดอยู่

 

            “คุณเป็น.. ใครกันครับ?” เข้าห้องคนอื่นมาแบบนี้คงไม่ใช่คนปกติแน่ ความกลัวเริ่มครอบงำจิตใจจนร่างบอบบางตัวสั่นเทิ้ม

 

            “ไม่ต้องกลัวนะ” มือหนาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาลูบเรือนผมอ่อนนุ่มเพื่อให้ร่างเล็กคลายความกังวล สัมผัสมันช่างอ่อนโยนจนทำให้คุโรโกะใจชื้นขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยก็ยังรู้สึกได้ว่าคนๆนี้เป็นคนดีอยู่นะ

 

            “คุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไง แล้วคุณเป็นใครครับ?” ความอยากรู้ทำให้พลั้งปากถามออกไปโดยลืมไปเสียสนิทว่าเขาควรจะระวังตัวเองให้มากกว่านี้และไม่ควรไปคุยกับคนแปลกหน้า ยิ่งกับคนที่มองไม่เห็นหน้าค่าตาด้วยแล้วยิ่งไม่สมควร

 

            “อีกไม่นาน นายจะรู้เอง” เสียงทุ้มตอบกลับมาแต่คราวนี้มันเป็นน้ำเสียงที่ดูนุ่มและอ่อนโยนมากกว่าปกติ มือหนากระชับอ้อมกอดแล้วก้มลงไปกระซิบที่ข้างหูของคนตัวเล็กที่ใกล้จะหลับไปอีกรอบเพราะความอุ่นของร่างสูงที่แผ่เข้ามา คำพูดที่ร่างเล็กได้ยินก่อนที่เปลือกตาจะปิดลง เป็นคำพูดที่ทำให้เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว

 

 

 

            “ฝันดีนะ คุโรโกะ”

 

 

 

. . .TBC. . .

. . .Chapter 6. . .


---Writer Talk---

            สวัสดีค่าทุกคน ขอโทษที่มาอัพช้านะคะ พอดีว่าติดอะไรหลายๆอย่าง สารภาพว่าพล็อตเรื่องในหัวมันตีกันมาก อยู่ๆก็มีพล็อตนู่นนี่นั่นโผล่มาจนเขียนไม่ทันTT

            รูปประกอบกับตัวบทดูไม่สอดคล้องกันเลยเนอะ//ฮา

แต่อีกไม่นานน้องจะได้รู้ตัวจริงของคนที่มานอนกอดแล้วค่ะ(ซึ่งคนอ่านก็คงรู้กันหมดแล้ว)

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไป ติดตามต่อได้ในพาร์ทต่อไปเลยค่า

           

            แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ^^

 

‘Mind-San./Mi~chan’

[07/10/15]

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

193 ความคิดเห็น

  1. #170 nn2006 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 01:29
    ฟิน~~~~~
    #170
    0
  2. #141 Botan Poramaporn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มกราคม 2559 / 20:59
    หึงอาโฮ่กัยน้องครกแน่ๆใช่มั้ยล้ะ ~ ไทกะคุง // แอ่ก โดนตะปบ
    #141
    0
  3. #92 หมวย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2558 / 00:42
    สนุกมากๆเลย มาต่อเถอะนะคะไรท์ อย่าทิ้งเรื่องนี้เลยนะ
    #92
    0
  4. #90 kampeerpan sripang (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 08:30
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆ...ชอบมากกกกกกกกกกกกก~~~~น่ารักแบบเวอร์ๆอ่ะ...(>_<)...
    #90
    0
  5. #85 star_a (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 21:17
    อร๊ายยย น่ารักๆๆๆ รอติดตามอยู่นะคะ^^
    #85
    0
  6. #84 pea (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 22:26
    สนุกมุ่งมิ้งดีคะแล้วจะได้รู้ว่าใครกอดก็จเป็นใครไปได้ถ้าไม่ใช่พี่ไฟของเราอิอิ
    #84
    0
  7. #82 LynneY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 21:10
    อ่า มันช่างละมุนละไมอะไรเยี่ยงนี้ เสือตัวนี้ไม่มีทางทำร้ายน้องแน่ๆ น่ารักอ่ะ(บิดตัวเขิน)
    ติดตามค่ะ^^
    #82
    0
  8. #80 KusanatzY (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 11:25
    สนุกก  ฟินเบาๆ
    #80
    0
  9. #78 LemonApple (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 19:50
    สนุกมากค่ะ////// อ่านไปยิ้มไป งอนได้น่ารักมากกกก555
    #78
    0
  10. #74 Poison_T (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 22:13
    มันค้าง อัพด่วนนนน
    #74
    0
  11. #73 Shin Night (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 20:50
    ค้างๆๆๆๆๆๆๆ มาต่อเร็วๆนะขอรับพวกเรารออยู่

    #73
    0
  12. #72 mcpc ^_^ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 10:18
    ค้างงงงงงง มาต่อไวๆนะคะ
    #72
    0
  13. #71 Alonè misticismo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 10:10
    ค้างรุนแรง สู้ๆนะคะ รออยู่คะ
    #71
    0
  14. #70 orange-candy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 09:34
    น่ารักมากๆจ้า รอตอนต่อไปค่ะ
    #70
    0
  15. #69 Stang Kuku (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 09:29
    มาต่อเร็วๆนะค่ะะ ><
    #69
    0
  16. #68 panggulico (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 09:27
    โอ้ยหวาน~~~
    #68
    0
  17. #67 Poom Raweewan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 01:05
    มันค้างงงงงค้าาาา5555
    #67
    0
  18. #66 Lady_Fogmenot (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 00:49
    โอ๊ยยยยยย มันค้างอ่าาาา ไม่ไหวแล้วๆ รีบมาต่อเรวๆ นะค่ะ กำลังสนุกเลย
    #66
    0
  19. #65 กระต่ายสีน้ำตาล (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 00:33
    ฉากง้อของคุโรโกะช่างน่ารักจริงๆค่ะ ชอบจัง

    มาต่อไวๆน้า
    #65
    0
  20. #64 Moriyama Hitomi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2558 / 00:06
    นั่นไง เอาแล้วไง มันค้างงงงงงงง-[]- รีบๆมาต่อน้อออออ
    #64
    0
  21. #63 K'Daze (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 22:16
    น่ารักอ่าาาาา รีบๆมาต่อน้าาา~~~
    #63
    0
  22. #62 boontharika30797 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2558 / 22:04
    ติดตามอยู่นะคะ
    #62
    0