[Fic KnB] Love You, Mine Tiger [KagaKuro]

ตอนที่ 4 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 791
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    30 ก.ย. 58

Chapter 3

 



            คุโรโกะ เท็ตสึยะยืนมองเงาสะท้อนของตัวเองที่อยู่บนกระจกภายในห้องน้ำ ภาพของเด็กหนุ่มหน้าหวานที่รับกับเรือนผมสีฟ้าอ่อนและดวงตาสีเดียวกันแสดงร่องรอยความกังวลออกมา เขาถอนหายใจออกมายาวๆก่อนจะเปิดน้ำและล้างหน้าของตัวเองเพื่อเรียกสติ รู้สึกว่าหัวใจเอาแต่เต้นรัวมาตั้งแต่ตอนตื่นนอนแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะตื่นเต้นในการทำงานวันแรกหรือสาเหตุอื่นกันแน่

 

            “เท็ตสึ เสร็จยัง?” น้ำเสียงทุ้มเข้มจากอาโอมิเนะดังลอดเข้ามาในห้องนอน ร่างสูงมาหาเขาตั้งแต่เช้าและนั่งรออยู่ที่ห้องของเขาเพื่อไปทำงานพร้อมกัน

 

            “เสร็จแล้วครับ” ร่างเล็กขานรับหันกลับไปมองตัวเองในกระจกแล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อเรียกกำลังใจ เด็กหนุ่มผมฟ้าเปิดประตูห้องนอนออกมาก็พบกับเพื่อนสนิทที่นั่งรออยู่บนโซฟา อาโอมิเนะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองหน้าเพื่อนสนิทเล็กน้อย เดินมาใกล้ๆพลางวางมือลงบนเส้นผมอ่อนนุ่มแล้วออกแรงขยี้เบาๆ

 

            “ไม่เป็นไรน่า นายทำได้อยู่แล้ว” อาโอมิเนะพูดแค่นั้นก่อนจะผละมือออกแล้วเปิดประตูห้องออกไปทิ้งให้คนตัวเล็กยืนอมยิ้มกับตัวเองบางๆ

 

            “ขอบคุณครับ..”

 

            คุโรโกะเดินออกมาจากห้องพัก ปิดประตูและไม่ลืมที่จะล็อกห้องเอาไว้ด้วย ถึงระบบรักษาความปลอดภัยจะดีแค่ไหนแต่เขาก็ไม่ควรประมาท เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยอาโอมิเนะจึงพาร่างเล็กให้ลงลิฟต์ไปด้วยกัน เมื่อทั้งคู่เดินออกมาจากหอพักก็เจอกับรถกอล์ฟสีขาวที่จอดรออยู่ก่อนแล้ว คนขับก้มหัวเคารพทั้งสองคน รอให้อาโอมิเนะกับคุโรโกะขึ้นไปนั่งจึงค่อยๆออกรถด้วยความเร็วไม่มากนัก ลมที่ไม่แรงมากกับแสงแดดอ่อนๆยามเช้าช่วยทำให้รู้สึกสดชื่นมากยิ่งขึ้น

 

            ใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีคนขับรถก็พาทั้งคู่เข้ามาในโซนของสัตว์กินเนื้อ คุโรโกะมองไปรอบๆก็พบว่าด้านที่ตนเข้ามาเป็นที่สำหรับพนักงานเท่านั้น มันเป็นเหมือนสำนักงานขนาดใหญ่สองชั้นที่ตั้งอยู่อย่างโดดเดี่ยวภายในกรงเหล็กและยังล้อมรอบไปด้วยเหล่าสัตว์กินเนื้อหลากหลายสายพันธุ์ รถกอล์ฟคันสีขาวค่อยๆลดความเร็วและจอดรถตรงหน้าประตูทางเข้ารอให้ทั้งสองคนลงจากรถแล้วจึงขับออกไปทำงานต่อ

 

            คุโรโกะเดินตามอาโอมิเนะเข้ามาในสำนักงาน พื้นที่ด้านในเป็นห้องโถงกว้างๆมีโต๊ะตัวยาวและเก้าอี้มากมายนับไม่ถ้วนวางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ดูแล้วน่าจะเป็นที่นั่งพักผ่อนหรือใช้ทานข้าวสำหรับพนักงาน ทางด้านขวามือมีห้องใหญ่ๆอยู่สองห้องประกอบไปด้วยห้องน้ำและห้องครัว เด็กหนุ่มผิวเข้มบอกเพื่อนสนิทของตนให้ตามขึ้นไปด้านบนซึ่งมีบันไดเล็กๆอยู่ที่ริมสุดของห้อง ส่วนของชั้นบนจะมีประตูบานใหญ่อยู่สองบาน ร่างสูงเปิดประตูทางด้านซ้ายมือเข้าไป

 

            มันเป็นห้องล็อกเกอร์ขนาดใหญ่ที่ตั้งเรียงเป็นระเบียบทั่วทั้งห้อง คงมีไว้สำหรับพนักงานที่ต้องการเปลี่ยนชุดและเก็บของใช้ส่วนตัว

 

            “อ่ะ เท็ตสึ” อาโอมิเนะเดินไปเปิดตู้ล็อกเกอร์ของตนแล้วโยนเสื้อกับกางเกงไปให้คนตัวเล็ก หยิบกุญแจอีกดอกขึ้นมาไขตู้ข้างๆแล้วส่งให้คุโรโกะเหมือนจะบอกว่าให้เขาใช้ตู้นี้สำหรับเก็บของ เด็กหนุ่มผมฟ้ามองชุดที่ร่างสูงให้ด้วยใบหน้านิ่งๆตามแบบฉบับ มันเป็นเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีฟ้าอ่อนดูสบายตาและดูพอดีกับตัวของเขาอย่างน่าประหลาดทั้งๆที่ขนาดตัวของเขากับอาโอมิเนะไม่มีทางที่จะใส่เสื้อไซส์เดียวกันได้เลย

 

            “มันเป็นเสื้อที่สั่งไซส์มาผิดน่ะ ฉันใส่ไม่ได้” คนผิวเข้มอธิบายเรียบๆเรียกรอยยิ้มจากร่างบางได้เป็นอย่างดี

 

            “งั้นเหรอครับ ว่าแต่... ทุกคนที่นี่ต้องใส่แบบนี้กันหมดเลยเหรอครับ?” ร่างเล็กถามพลางหยิบกางเกงขึ้นมาดู คิ้วเรียวกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่ากางเกงขาวยาวสีดำตัวนี้มันใหญ่มาก มากจนถ้าเขาฝืนใส่มันมันก็อาจหลุดไปกองกับพื้นได้เลย

 

            “ความจริง นายอยากจะใส่อะไรก็ใส่ได้หมดแหละ ยกเว้นชุดที่มันมีสีจัดๆน่ะนะ แต่ว่าชุดนี้มันเป็นชุดที่ทางสวนสัตว์เตรียมไว้ให้” อาโอมิเนะพูดพลางถอดเสื้อของตัวเองออกแล้วหยิบเสื้อเชิ้ตแบบเดียวกันกับที่ส่งให้คุโรโกะเมื่อครู่มาสวม

 

            “แต่เวลาออกไปนอกเขตของพนักงานก็ต้องสวมชุดนี้ เพราะมันเป็นสัญลักษณ์ของทางสวนสัตว์” คนผิวเข้มชี้ไปที่ปลายแขนเสื้อ มันมีตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เป็นชื่อของสวนสัตว์ปักเอาไว้ทั้งสองข้าง และบนกระเป๋าเสื้อก็ยังมีรูปสิ่งโตสีแดงพร้อมชื่อสวนสัตว์ปักเอาไว้อีกด้วย

 

            “งั้นคุณก็ควรหากางเกงที่มันพอดีกับตัวผมด้วยนะครับอาโอมิเนะคุง” คุโรโกะส่งกางเกงตัวนั้นกลับคืนให้ร่างสูงก่อนจะหันไปเปลี่ยนเสื้อ

 

            “นายใส่ตัวนั้นไปก็ได้นี่หว่า” ที่อาโอมิเนะพูดถึงก็คือกางเกงขายาวสีเทาอ่อนที่คุโรโกะสวมอยู่ คนตัวเล็กพนักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเข้าใจ

 

            “พร้อมจะเริ่มงานรึยัง?” เมื่อเปลี่ยนชุดเสร็จร่างสูงก็เดินมาโอบคอของคุโรโกะอย่างที่ชอบทำประจำในสมัยเรียน พวกเขากำลังจะเดินเข้าไปในเขตฝึกสัตว์

 

            “พร้อม... ครับ” ถึงน้ำเสียงจะดูนิ่งเรียบแต่อาโอมิเนะก็รู้สึกได้ทันทีว่าคนตัวเล็กกำลังสั่น แหงล่ะ งานที่เสี่ยงอันตรายแบบนี้ไม่ว่าใครก็ต้องกลัวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว จะว่าไปเขาก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ขอร้องให้อีกฝ่ายมาช่วยแบบนี้

 

            “ไม่เป็นไรน่า คิดซะว่ามาเลี้ยงเด็กละกัน เหมือนที่นายทำประจำไง”

 

            “เหมือนกันซะที่ไหนล่ะครับ!

 

            คุโรกะหันมามองหน้าร่างสูงด้วยสายตาไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะแอบยิ้มออกมาบางๆ ที่อย่างน้อยเขาก็ยังมีเพื่อนที่พร้อมจะช่วยเหลือเขาได้ทุกเมื่ออยู่ข้างๆ

 

            “งั้นจะเข้าไปล่ะนะ” อาโอมิเนะจับประตูกรงเหล็กแล้วหันมามองร่างเล็ก เมื่อเห็นว่าคุโรโกะพยักหน้าเขาจึงเปิดประตูเข้าไป

 

            “อ๊ะ! รุ่นพี่อาโอมิเนะ อรุณสวัสดิ์ครับ!” เด็กหนุ่มตัวเล็กเจ้าของผมซอยสั้นและดวงตาสีน้ำตาลลุกจากเก้าอี้แล้วเดินไปโค้งหัวทักทายอาโอมิเนะ ก่อนที่จะหันมามองคุโรโกะ ตาหันมามองด้วยความฉงนอยู่ไม่น้อย

 

            “ใครเหรอครับรุ่นพี่?”

 

            “เท็ตสึ คนที่บอกว่าจะมาทำงานวันนี้น่ะ” เจ้าของใบหน้าหวานกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพื่อนสนิทของตนแนะนำเขาได้ห้วนและสั้นมาก ร่างเล็กจึงหันไปยิ้มบางๆให้กับเด็กหนุ่มแล้วแนะนำตัวเองอีกที

 

            “ผมคุโรโกะ เท็ตสึยะครับ” อีกฝ่ายยิ้มดีใจจนออกนอกหน้าก่อนจะโค้งหัวให้รัวๆจนคุโรโกะตกใจ ครั้นจะหันไปขอความช่วยเหลือจากอาโอมิเนะ ร่างสูงก็ทำท่าเฉยชาราวกับเป็นเรื่องที่ไม่ต้องใส่ใจมากนัก

 

            “ซากุราอิ เรียวครับ ฝากตัวด้วยนะครับรุ่นพี่คุโรโกะ”

 

            “เช่นกันครับ แต่ไม่ต้องเรียกผมว่ารุ่นพี่ก็ได้ ผมเข้ามาทำงานทีหลังซากุราอิคุงนะครับ”

 

            “ก็รุ่นพี่เป็นเพื่อนของรุ่นพี่อาโอมิเนะนี่นา เรียกแบบนี้ดีกว่าครับ” คนผมสีน้ำตาลอธิบาย

 

            “ว่าแต่ เจ้านั่นเป็นยังไงบ้างล่ะ?” อาโอมิเนะเอ่ยถามหลังจากที่แนะนำตัวกันเสร็จแล้ว เด็กหนุ่มรุ่นน้องทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ก่อนพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆ

 

            “ยังคุมไม่ได้เหมือนเดิมเลยครับ คนอื่นก็คุมไม่อยู่เหมือนกัน ขะ.. ขอโทษด้วยนะครับ!” ว่าแล้วซากุราอิก็พูดขอโทษซ้ำๆแล้วโค้งหัวลงไปมาจนคนมองเริ่มเวียนหัว เมื่อไม่รู้ว่าจะห้ามอย่างไรคุโรโกะจึงหันมาพูดกับอาโอมิเนะแทน

 

            “อาโอมิเนะคุง แล้ว เจ้านั่นที่คุณว่านี่เค้าชื่ออะไรเหรอครับ?” ยังไงก็ต้องเป็นคนดูแลอยู่แล้ว ก่อนอื่นก็ต้องรู้จักชื่อและนิสัยคร่าวๆเสียก่อน ว่าแต่... คนอย่างเขาจะทำงานนี้ได้ดีหรือเปล่านะ?

 

            “ไทกะน่ะ”

 

            “ไทกะ?”

 

            “อ่า เจ้านั่นมาจากอเมริกาน่ะ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่ยอมเชื่อฟังใครเลย ฝึกยังไงก็เดินหนีท่าเดียว ถึงจะไม่เคยทำร้ายใครก็เถอะ แต่ว่าท่าทางของมันก็ทำให้ไม่มีใครอยากเข้าใกล้น่ะนะอยากไปดูมั๊ยล่ะ?” คุโรโกะพยักหน้ารับอาโอมิเนะจึงเดินไปคว้ากุญแจที่แขวนอยู่ที่ผนังด้านหนึ่งแล้วเดินนำทางไป

 

            ในโซนของสัตว์กินเนื้อนั้นประกอบด้วยกรงใหญ่ๆหลายกรงจนนับไม่ถ้วน แต่ละกรงจะถูกล็อกด้วยกุญแจไว้อย่างแน่นหนา โดยสัตว์แต่ละตัวจะถูกจับแยกกันไป ซึ่งมีทั้งอยู่ตัวเดียวและอยู่รวมกันเป็นฝูง ภายในหนึ่งกรงจะมีตัวล็อกทั้งหมด 2 ชั้น หนึ่งคือชั้นกรงนอกที่พนักงานสามารถเข้าไปตรวจสอบสัตว์จากระยะไกลได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะถูกทำร้าย สองคือกรงชั้นในที่มีพวกสัตว์อาศัยอยู่

 

            อาโอมิเนะหยุดอยู่ที่หน้าประตูเหล็กบานหนึ่ง ซึ่งบนบานประตูทุกบานจะมีป้ายเตือนว่า อันตราย ติดไว้เหมือนกันหมด ร่างสูงจัดการไขประตูกรงนอกออกแล้วเดินเข้าไปเผยให้เห็นกรงเหล็กอย่างหนาที่ซ้อนไว้อีกที

 

            “นั่นไงล่ะ”

 

            คุโรโกะมองตามสายตาของอาโอมิเนะเข้าไปในกรงเหล็กด้านใน ฉับพลันร่างทั้งร่างก็รู้สึกสั่นเทาขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ เบื้องหน้าของเขาคือเสือโคร่งตัวใหญ่ เส้นขนสีส้มปนน้ำตาลรับกับลายพาดกลอนสีดำอย่างลงตัว ดวงตาสีแดงราวกับไฟที่สะกดให้คนมองรู้สึกร้อนเหมือนถูกเพลิงเผาผลาญ

 

 

            อึ่ก...

 

 

            นี่มันอะไรกันนะ?

 

 

            ทำไมผมถึง?

 

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะยกมือขึ้นมากำที่บริเวณหน้าอกข้างซ้ายเมื่อรู้สึกว่าหัวใจของตัวเองกำลังเต้นรัวผิดจังหวะอย่างราวกับมีคนตีกลองอยู่ด้านใน ใบหน้าหวานแดงซ่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ซึ่งก็ไม่อาจหาคำตอบกับตัวเองได้ว่าเป็นเพราะอะไร

 

            “เฮ้ย! พวกแกน่ะ อยู่เฝ้ามาเป็นยังไงบ้าง” ร่างเล็กสะดุ้งเหมือนหลุดออกมาจากภวังค์ก่อนจะรีบหันไปมองเจ้าของเสียง เห็นอาโอมิเนะเดินไปคุยกับคนฝึกสัตว์สามสี่คนที่นั่งเฝ้าอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้าหวานแอบถอนหายใจเบาๆเมื่ออาการเมื่อครู่ค่อยๆสงบลงจนกลับเป็นปกติ

 

            “ให้กินอาหารไปแล้วครับ นอนอยู่เฉยๆมาพักนึงแล้ว แต่พอพวกผมจะเข้าไปใกล้ก็ยังส่งเสียงขู่อยู่ดี” ผู้ชายคนหนึ่งรายงานกับอาโอมิเนะ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะเหลือบสายตาไปมองเจ้าตัวปัญหาที่นอนหมอบอยู่ด้านใน

 

            “แล้วนี่...” ทุกคนหันมามองคุโรโกะอย่างสงสัย

 

            “อ่อ นี่เท็ตสึ จะมาเริ่มงานตั้งแต่วันนี้”

 

            “เอ๋!? คนนี้เหรอครับ?

 

            “เออ คนนี้แหละ” อาโอมิเนะตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายโดยไม่สนใจใบหน้าซีดเผือดของลูกน้องที่เหลือเลย

 

            นึกว่าคนที่จ้างให้มาคุมเสือตัวนี้จะดูแข็งแรงกว่านี้ซะอีก ทุกคนคิดเป็นเสียงเดียวกันเมื่อเห็นร่างกายผอมบางของเด็กหนุ่มตรงหน้า

 

            แบบนี้จะไม่โดนขย้ำเละก่อนฝึกเหรอ?

 

            “แต่ว่ารุ่นพี่...”

 

            “พูดมากน่า”

 

            “...” ทุกคนเงียบลงทันทีเมื่อเห็นท่าทางที่เริ่มรำคาญของอาโอมิเนะ เด็กหนุ่มผิวเข้มหันมาหาเพื่อนสนิทที่เอาแต่จ้องเสือตัวนั้นไม่วางตา

 

            “จะเอาไงเท็ตสึ?”

 

            “ขอผม... เข้าไปทักทายเขาหน่อยได้มั๊ยครับ?”

 

            “ในกรงน่ะเรอะ! นี่นาย...”

 

            “นะครับ” ดวงตาสีฟ้ามองสบกับดวงตาสีน้ำเงินเข้มด้วยความจริงจัง ร่างสูงเกาหัวตัวเองเล็กน้อยแล้วพยักหน้าอย่างจำยอม ก็เพื่อนของเขาน่ะเห็นเงียบๆแต่เวลาเอาจริงก็น่ากลัวไม่เบาเลยล่ะ อาโอมิเนะโยนปลอกแขนสองข้างไปให้คนตัวเล็ก ความหนาของมันทำให้คุโรโกะมองอย่างงงงวย

 

            “ถ้าจะเข้าก็ใส่นี่ซะ ป้องกันไว้ก่อน แล้วอย่าเข้าไปใกล้มากล่ะ รักษาระยะห่างเอาไว้เยอะๆ ถ้าเห็นท่าไม่ดีก็ค่อยๆถอยหลังกลับมา เข้าใจนะ?”

 

            “ครับ” คนตัวเล็กขานรับพลางสวมใส่ปลอกแขนที่ยาวตั้งแต่ข้อมือมาจนถึงหัวไหล่ไปด้วย ซึ่งดูจากความหนาของมันแล้ว เขี้ยวเสือก็ฝังไม่ลงแหงๆ แถมยังใส่ยากอีกต่างหาก

 

            อาโอมิเนะหยิบกุญแจขึ้นมาไขประตูชั้นในแล้วเปิดเบาๆไม่ให้เกิดเสียง ทุกคนที่อยู่โดยรอบต่างเงียบเสียงลงและมองคุโรโกะด้วยใจเต้นระทึก ร่างเล็กสูดลมหายใจเบาๆแล้วเดินเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ

 

            เขาว่ากันว่าสัตว์ป่าทุกตัวจะมีประสาทสัมผัสอันเฉียบคม ใช่... เสือตัวนี้ก็เช่นกัน มันหันมามอง
คุโรโกะตั้งแต่อยู่นอกกรงแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นดวงตาสีแดงเข้มก็ยังเรียบเฉยจนคาดเดาความคิดไม่ได้ อันที่จริง... เขาก็สังเกตลักษณะนิสัยได้แต่กับคนนะ กับสัตว์นี่เขายังไม่เคยลองทำหรอก

 

            “สวัสดีครับ... ไทกะคุง” น้ำเสียงหวานใสพูดด้วยโทนเสียงนุ่มนวล ไม่มีร่อยรอยของความกลัวหรือกังวลเลย จะว่าเขาเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งก็ใช่ แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่ค่อยกลัวเสือตัวนี้ก็ไม่รู้ สัญชาตญาณมันบอกว่าเจ้านี่จะไม่ทำอันตรายเขาอย่างแน่นอน

 

            ยามลงน้ำหนักในการก้าวเท้าแต่ละก้าวนั้นเป็นไปอย่างเชื่องช้าและค่อยเป็นค่อยไป คุโรโกะเดินไปหาเสือตัวนั้นแบบไม่รีบร้อน ต้องใจเย็น... ใจเย็นเข้าไว้

 

 

            “!

 

 

            ร่างเล็กเผลอสะดุ้งเมื่อจู่ๆเจ้าเสือโคร่งตัวใหญ่ก็หันหน้ามามองเขาอย่างเต็มตาทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทำเพียงแค่มองจากหางตาเท่านั้น

 

 

            “อึ่ก...”

 

 

            อะไรกัน?

 

 

            อีกแล้ว?

 

 

            คุโรโกะหยุดเดินทันทีเมื่อรู้สึกว่าหัวใจกลับมาเต้นรัวอีกครั้ง ยิ่งได้สบตาเข้ากับดวงตาคมคู่นั้นหัวใจมันก็ยิ่งเต้นแรงยิ่งขึ้น ใบหน้าหวานส่ายไปมาช้าๆเพื่อขับไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปให้หมดก่อนจะย่ำฝีเท้าไปใกล้เสือตัวนั้นมากยิ่งขึ้น... ยิ่งขึ้น

 

            “ไอ้เจ้าบ้าเท็ตสึ! ก็บอกว่าอย่าเข้าใกล้มากไงวะ!” อาโอมิเนะสบถเสียงเบาอย่างหัวเสียเมื่อเห็นว่าระยะห่างระหว่างเพื่อนสนิทของตนกับเสือตัวนั้นอยู่ใกล้กันไม่ถึงสองร้อยเมตร เด็กหนุ่มผิวเข้มหันไปสั่งการกับลูกน้องทุกคนให้เตรียมความพร้อมเผื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินพลางภาวนาให้เพื่อนเขาหยุดฝีเท้าลงเสียที

 

            ดูเหมือนโชคจะเข้าข้างอาโอมิเนะเล็กน้อย เมื่อคนตัวเล็กหยุดเดินโดยเหลือระยะห่างกับสัตว์กินเนื้อตัวโตไว้ประมาณหนึ่งร้อยเมตร แต่ก็นับว่าเป็นระยะที่ยังอันตรายมาก

 

            เด็กหนุ่มผมฟ้าค่อยๆย่อตัวลงเพื่อให้สายตาของเขากับเสือตัวใหญ่ที่กำลังนอนหมอบตรงหน้าอยู่ในระดับเดียวกัน ดวงตาสีฟ้าสวยจ้องเข้าไปในดวงตาคมสีแดงเพลิงที่กำลังสะท้อนภาพของเขาอยู่

 

            “ผมชื่อคุโรโกะ เท็ตสึยะ จะมาดูแลคุณตั้งแต่วันนี้นะครับ” น้ำเสียงลื่นหูถูกเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มบางๆบนใบหน้าหวาน เขาเชื่อว่าการจะทำให้สัตว์เป็นมิตรกับเราได้นั้น เราต้องแสดงท่าทีเป็นมิตรให้มันเห็นเสียก่อน มือเรียวค่อยๆเอื้อมออกมาหวังจะสัมผัสตัวอีกฝ่าย

 

            “แฮ่...” เสือโคร่งตัวใหญ่ส่งเสียงขู่ในลำคอเป็นผลให้มือเล็กหยุดชะงักในทันที ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าแต่คุโรโกะเห็นว่าดวงตาของมันไหววูบอยู่ชั่วครู่ และท่าทางที่มันแสดงออกมาก็เหมือนกับ... กำลังหวาดกลัว?

 

            “ไม่เป็นไรนะครับ ไม่เป็นไร” เสียงที่คนตัวเล็กใช้ยังคงเป็นโทนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง “ไม่ต้องกลัวนะครับ ผมไม่ทำร้ายไทกะคุงหรอกนะ ไม่มีวันทำร้ายหรอก...” ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังคุยกับเด็กเล็กๆ ทั้งน้ำเสียง ทั้งการกระทำมันดูอ่อนโยนจนคนอื่นที่มองอยู่เผลอหน้าแดงไปตามๆกัน

 

            “เชื่อใจผม... นะครับ” คนตัวเล็กค่อยๆขยับตัวเข้าไปจนระยะห่างเหลือเพียงแค่เอื้อม ใบหน้าหวานยังคงมองเสือตัวใหญ่ไม่วางตา พอๆกับคนอื่นยืนมองร่างเล็กไม่คลาดสายตาเช่นเดียวกัน

 

 

            พรึ่บ!

 

 

            “อ๊ะ!

 

 

            ดวงตาสีฟ้าเบิกกว้างเมื่ออยู่ๆตัวเองก็ถูกอุ้งเท้าใหญ่ผลักจนเสียหลักนอนราบลงกับพื้น โดยมีเสือตัวใหญ่ยืนทาบทับแล้วทอดสายตาลงมา อุ้งเท้าหน้าทั้งสองข้างวางลงระหว่างช่วงลำตัวกับท่อนแขนเรียวเล็กทำให้คนตัวเล็กขยับไปไหนไม่ได้

 

            “เอาไงดีครับรุ่นพี่!?

 

            “เท็ตสึ!” อาโอมิเนะตะโกนกร้าว หยิบปืนที่มีกระสุนยาสลบแบบเก็บเสียงขึ้นมาเพื่อเตรียมใช้งาน ดวงตาสีน้ำเงินหันไปมองลูกน้องเพื่อให้เตรียมตัวจัดการเสือตัวนั้น

 

            “อาโอมิเนะคุง!” ร่างเล็กตะโกนด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังมากนักแต่ก็ทำให้เด็กหนุ่มผิวเข้มหันไปมอง ใบหน้าหวานส่ายไปมาช้าๆเป็นเชิงห้ามรับกับดวงตาโตที่มองมาเหมือนจะให้เชื่อในตัวของเขา

 

            “แต่ว่า...”

 

            ดูเหมือนว่าคุโรโกะจะไม่ฟังเสียงค้านของอาโอมิเนะแล้ว เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับสัตว์ที่ตัวใหญ่กว่าตนเกือบเท่าตัวด้วยสายตาแบบเดิม

 

 

            ตึก.. ตึก..

 

 

            หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นรัวขึ้นมาอีกครั้ง มันไม่ได้เต้นเพราะความกลัวเพราะในหัวของเขาไม่มีคำๆนั้นผุดขึ้นมาเลย แล้วมันจะเต้นเพราะอะไรกันล่ะ? ดวงตาสีฟ้าสวยจ้องเข้าไปในดวงตาสีแดงเพลิงราวกับต้องมนต์สะกด ทันใดนั้นเองคุโรโกะก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเขาเห็นภาพของคนซ้อนทับกับเสือตัวนี้!

 

            ภาพของเด็กหนุ่มที่ดูแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกันกำลังจ้องมองมายังเขา ใบหน้าคมรับกับดวงตาสีแดงเพลิง และสิ่งที่ทำให้คุโรโกะจดจำได้แม่นที่สุดคือคิ้วที่มีสองแฉก แต่พอเขากระพริบภาพนั้นก็หายไป

 

 

            เป็นไปไม่ได้น่า!

 

 

. . .TBC. . .

. . .Chapter 4. . .


---Writer Talk---

            สวัสดีค่าาา ในที่สุด... พระเอกของเราก็ออกโรงแล้ววว>< (คนอ่าน : กว่าจะออกได้นะ)

แล้วน้องจะเป็นยังไงต่อไป? ร่วมลุ้นและติดตามได้ในตอนต่อไปเลยค่าา


‘Mind-San./Mi~chan’

[30/09/15]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

193 ความคิดเห็น

  1. #87 pasation (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 14:11
    คุโรโกะใจเต้นกับเสือไทกะ นี้มัน รักแรกพบ
    #87
    0
  2. #76 gemello (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 18:43
    ค่าตัวแพงนะเรา555 พึ่งจะออก
    #76
    0
  3. #49 นกที่โดดเดี่ยว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2558 / 19:51
    คุโรโกะจะถูกคางามิขย้ำตั้งแต่เริ่มงานไหมเนี่ย~? มาต่อไวๆน้าคร้าบ><
    #49
    0
  4. #48 ฮิเมะหิมะขาว (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 22:57
    ฟินมากมาย~~~~~

    อยากอ่านตอนต่อไปเร็วๆจังเลยค่ะ
    #48
    0
  5. #46 K'Daze (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 22:05
    รีบๆมาต่อเลยน้าาา กำลังหนุกเลย /ไรท์ตัดจบได้โหดร้ายมาก555555555
    #46
    0
  6. #45 กระต่ายสีน้ำตาล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 21:11
    รอๆค่า มาไวๆน้า

    สนุกอ่า ชอบ
    #45
    0
  7. #44 Cncomics (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 20:33
    ฟินนนน/////มาต่อเลยยค้างง
    #44
    0
  8. #43 พิ๊กกี้ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 20:00
    รออยุ่น๊า> #43
    0
  9. #42 pea (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 14:57
    ติดตามยุคะสนุกมากรีบมานะคะ
    #42
    0
  10. #40 Poison_T (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 11:22
    ใจเต้นตาม เท็ตสึคุงเบยยย
    #40
    0
  11. #39 panggulico (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 10:56
    มาต่อเร็วค้างอ่ะ ม้าย ขอเนื้อรฝเรื่องในแต่ละตอนยาวๆเลยได้ไม please
    #39
    0
  12. #38 Lady_Fogmenot (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 07:50
    แอร๊ยยยยย กำลังฟินเลย ค้างมากค่ะค้างมากกกก
    #38
    0
  13. #37 อาโอะจัง อิย์อิย์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 07:12
    รอค่า>_ #37
    0
  14. #36 knight.red (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2558 / 06:45
    คือฟินนนนน รออ่านต่อน้าาาาา
    #36
    0
  15. #35 Poom Raweewan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2558 / 23:08
    อร้ายยยย ฟินแปป55555
    #35
    0