[FIC KnB] ผมน่ะ ยังไงก็เป็นได้แค่เงาสินะครับ?(allKuroko)

ตอนที่ 3 : บทสาม - อาโอมิเนะ ไดกิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,557
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 124 ครั้ง
    17 มี.ค. 58


บทสาม - อาโอมิเนะ ไดกิ

 

 

            “กลับมาแล้วครับ”

 

            คำพูดอันเคยชินที่ตัวเองพูดทุกครั้งหลังกลับถึงบ้านถูกเอ่ยขึ้นโดยไม่มีเสียงตอบรับ คุโรโกะเดินเข้ามาในบ้านของตนพร้อมกับหยิบรองเท้าไปเก็บในตู้ให้เรียบร้อย หลังจากที่แยกกับมิโดริมะที่ปฏิเสธยังไงเจ้าตัวก็ไม่ฟังและอาสาจะมาส่งเขาให้ได้จนสุดท้ายเขาก็ใจอ่อนยอมให้ร่างสูงมาส่งถึงหน้าบ้าน แม้ว่าจะเกรงใจมากก็ตามที

 

            ภายในตัวบ้านเริ่มมืดเนื่องจากแสงอาทิตย์กำลังจะหมดลง คนตัวเล็กจึงเดินไปเปิดไฟตามทางเดินและห้องต่างๆ คนในครอบครัวของเขาทำงานยุ่งมากเป็นเหตุให้ต้องกลับบ้านดึกแทบทุกวัน บ้านหลังนี้จึงดูเงียบและกว้างเกินไปสำหรับเขาที่อยู่ตัวคนเดียวบ่อยๆ

 

            เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสองและตรงเข้าไปในห้องของตัวเองทันที คุโรโกะถอดเครื่องแบบชุดนักเรียนออกก่อนจะเดินเข้าห้องอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายที่ได้รับจากการฝึกซ้อมสุดโหดของชมรมบาสเทย์โค

 

            ไม่นานคุโรโกะก็ออกมาจากห้องน้ำพร้อมกับเสื้อผ้าชุดใหม่ บนเส้นผมนุ่มมีผ้าขนหนูผืนเล็กเพื่อไว้ใช้ซับน้ำที่กำลังไหลลงมาบนใบหน้าเรียวหวาน ก่อนที่เด็กหนุ่มร่างเล็กเดินออกจากห้องเพื่อไปหาอะไรทานเป็นมื้อเย็นของวันนี้

 

            กับข้าวง่ายๆถูกทำเป็นมื้อเย็นก่อนที่เด็กหนุ่มจะเริ่มกินอย่างไม่เร่งรีบ เขาเปิดโทรทัศน์พร้อมกับกินข้าวเย็นไปด้วย เสียงของผู้ประกาศข่าวดูไม่ค่อยเป็นที่น่าสนใจเท่าไหร่เมื่อในหัวของคนตัวเล็กเอาแต่คิดเรื่องการฝึกซ้อมของวันนี้

 

            “วันนี้เรามีร้านเบเกอรี่ร้านใหม่มาแนะนำกันนะคะ ท่านผู้ชมสามารถเดินทางไปที่ร้านได้โดย...”

 

            คุโรโกะมองภาพในโทรทัศน์เครื่องใหญ่ตรงหน้า ผู้ประกาศสาวกำลังแนะนำร้านขนมและร้านอาหารขึ้นชื่อด้วยท่าทางสมบูรณ์แบบสมกับอาชีพที่ดูแล้วน่าจะอยู่ในวงการนี้มานานพอสมควร

 

            แล้วเขาล่ะ? จะสามารถเล่นบาสได้ดีขึ้นมากกว่านี้หรือเปล่า?

 

            คิดไปก็มีแต่จะทำให้จิตใจฟุ้งซ่านซะเปล่าๆ เด็กหนุ่มร่างเล็กจึงนำจานชามไปล้างให้เรียบร้อย จัดการปิดไฟในห้องครัวแล้วกลับขึ้นไปบนห้องเพื่อทบทวนบทเรียน เพราะเทย์โคถือเป็นโรงเรียนอันดับต้นๆในทุกๆด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการเรียนหรือกีฬาก็ตาม...

 

 

            เวลาล่วงผ่านไปพักใหญ่ คุโรโกะหันไปมองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้ดึกมากแล้ว เขาปิดหนังสือลงและเก็บใส่กระเป๋า การบ้านทุกอย่างถูกทำเสร็จเรียบร้อย และพรุ่งนี้ก็เป็นวันหยุดเขาจะได้ใช้เวลาอยู่บ้านได้อย่างสบายๆเสียที

 

            เด็กหนุ่มร่างเล็กทิ้งตัวลงบนเตียงนอนแสนนุ่ม ก่อนจะสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหน้า ดวงตาสีฟ้าเหม่อมองเพดานที่ยังคงเปิดไฟเอาไว้

 

            ครืด...

 

            ในขณะที่กำลังจะเอื้อมมือไปปิดไฟก็มีเสียงๆหนึ่งเรียกความจนใจจากเด็กหนุ่ม เมื่อมองตามเสียงไปยังโต๊ะหัวเตียงก็เห็นโทรศัพท์ที่เปิดระบบสั่นเอาไว้มีไฟกระพริบขึ้นจึงรู้ว่ามีใครบางคนโทรมาหาเขา

 

            คุโรโกะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ก่อนจะมองมันอย่างแปลกใจเมื่อชื่อที่ขึ้นโชว์คือคนที่เขาไม่คิดว่าจะโทรมาหาในเวลาแบบนี้ เพราะปกติเวลานี้คนๆนั้นคงจะหลับเป็นตายไม่ก็นั่งดูนิตยาสารด้วยหน้าตาพิลึกพิลั่นในสายตาของเขาแน่ๆ

 

            อาโอมิเนะ

 

            ภาพของเพื่อนร่วมทีมผิวสีเข้มลอยเข้ามา เด็กหนุ่มหน้าดุแต่ฝีมือและเซ้นส์ในการเล่นบาสนั้นไม่ใช่ธรรมดาอย่างคนทั่วไป ตรงกันข้ามมันกลับพัฒนาได้อย่างรวดเร็วและไม่มีทีท่าว่าจะหยุด

 

            “สวัสดีครับอาโอมิเนะคุง”

 

            [หวัดดีเท็ตสึ โทษทีที่โทรมาตอนดึกๆนะ นายนอนรึยัง?]

 

             เสียงตามสายถามเพื่อนร่วมทีมที่เปรียบเสมือนคู่หูของเขา ซึ่งฟังดูแล้วเจ้าตัวคงจะมีเรื่องอะไรสักอย่างที่อย่างให้คุโรโกะช่วย

 

            “กำลังจะนอนแล้วครับ แต่อาโอมิเนะคุงดันโทรมาซะก่อน” น้ำเสียงที่ตอบนั้นดูราบเรียบแต่กลับทำให้คนฟังรู้สึกเจ็บแสบยังไงชอบกล “แล้วมีเรื่องอะไรเหรอครับ”

 

            [คือว่าพรุ่งนี้ว่างรึเปล่า?]

 

            คำถามนั้นทำให้เจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พรุ่งนี้งั้นเหรอ? แล้วคนๆนี้จะมาถามเขาทำไมกันนะ?

 

            “ก็ไม่มีแผนว่าจะทำอะไรเป็นพิเศษครับ”

 

            [เอ่อ... คือว่า.. ช่วยออกมาซื้อรองเท้ากีฬาเป็นเพื่อนชั้นหน่อยได้มั๊ย? พอดีว่าคู่เก่ามันพังน่ะ]

 

            “แล้วทำไมไม่ไปซื้อกับโมโมอิซังล่ะครับ” ที่คุโรโกะพูดถึงก็คือ โมโมอิ ซัทสึกิ ผู้จัดการหญิงของทีมบาสเทย์โคที่มีความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลของคู่แข่งได้อย่างแม่นยำ

 

            [ยัยนั่นไม่ว่างน่ะสิ เพราะงั้นเท็ตสึนายช่วยไปเป็นเพื่อนหน่อยเถอะ]

 

            “แล้วทำไมต้องเป็นผมล่ะครับ คนอื่นไม่ได้เหรอ” เด็กหนุ่มร่างเล็กถอนหายใจเบาๆ ก็ในเมื่อพรุ่งนี้เป็นวันหยุดแล้วทำไมเขาต้องมาเสียมันไปเพราะคนผิวเข้มคนนี้ด้วยล่ะ

 

            [คิเสะมันติดงานถ่ายแบบ ไอ้มิโดริมะคงไม่มีทางไปกับฉันหรอก มุราซากิบาระก็คงเหมือนกัน ส่วนอีกคน...]

 

            อาโอมิเนะหยุดชะงักเมื่อนึกถึงหน้ากัปตันทีมของเขา แค่คิดรอยยิ้มนั่นก็ตามมาหลอกหลอนจนเสียวสันหลังแล้ว อย่าว่าแต่จะไปขอร้องเลย แค่ยืนจ้องตาเขาก็คงจะเป็นฝ่ายแพ้ในทันที

 

            [เพราะงั้นเท็ตสึ นายเป็นความหวังเดียวของชั้นนะ]

 

            “ก็ได้ครับอาโอมิเนะคุง ผมไปก็ได้” ในที่สุดคนตัวเล็กก็ทนฟังคำขอร้องไม่ไหว ด้วยความที่เป็นคนใจอ่อนอยู่แล้วจึงทำให้เขาตกปากรับคำอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

            [ขอบใจนายมากนะเท็ตสึ!!! เอาไว้เดี๋ยวตอนเช้าชั้นจะไปรับ นายนี่เป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ฝันดี]

 

            พอพูดจบก็ชิงตัดสายโดยไม่มีโอกาสให้คนตัวเล็กพูดอะไรสักนิด คุโรโกะส่ายหน้าให้กับนิสัยเลือดร้อนของเพื่อนร่วมทีมตัวเอง เขายังไม่บอกว่าราตรีสวัสดิ์เลยนะ ชิงวางสายไปก่อนแบบนี้แย่ที่สุดเลย เมื่อโมโหไปก็คงไม่ได้อะไร เพราะคนที่กล่าวถึงคงไม่ได้ยินอยู่แล้ว เด็กหนุ่มจึงนำโทรศัพท์ไปวางไว้ที่เดิม ปิดไฟในห้องให้เรียบร้อยแล้วสอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มเพื่อเข้าสู่ห้วงนิทราในยามค่ำคืน

            .

            .

 

            ตุบ.. ตุบ...

            เสียงลูกบาสยามกระทบกับพื้นในโรงยิมดังก้องไปทั่วบริเวณ เด็กในชมรมบาสเทย์โคต่างตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อให้มีโอกาสที่จะเล่นเป็นตัวจริงในการแข่งขัน หลายต่อหลายคนกำลังเดาะลูกบาสอยู่ใต้แป้นและพยายามชู้ตลูกลงห่วงให้ได้มากที่สุด

 

            “คุโรโกะ มานี่หน่อย” เสียงของชายวัยกลางคนผู้มีฐานะเป็นถึงโค้ชประจำชมรมเรียนหาคนตัวเล็ก เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อรีบวิ่งไปหาชายผู้นั้นด้วยเนื้อตัวที่เปียกโชคไปด้วยเหงื่อที่ได้จากการฝึกซ้อม

 

            “ครับโค้ช” ใบหน้านิ่งๆมองโค้ชประจำชมรมด้วยแววตาสงสัยเพราะนี่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักที่โค้ชคนนี้จะเรียกตัวเขามาคุย มือเล็กปาดเหงื่อบนใบหน้าพร้อมมองอีกฝ่ายเพื่อรับฟังสิ่งที่คนตรงหน้าจะบอกกับเขา

 

            “เธอเองก็เข้าชมรมนี้มานานแล้วนะ.. แต่ฝีมือของเธอก็ไม่พัฒนาขึ้นเลย ร่างกายของเธอก็ยังไม่ค่อยแข็งแรงอีก ชั้นก็ไม่อยากพูดแบบนี้หรอกนะแต่ว่า... ขอโทษนะ ช่วยออกจากชมรมนี้ได้หรือเปล่า”

 

            ตุบ...

 

            ลูกบาสที่อยู่ในมือของเด็กหนุ่มร่างเล็กถูกปล่อยจนมันกลิ้งออกไป ดวงตาสีฟ้าที่ปกติมักฉายแววนิ่งสงบบัดนี้กลับเบิกกว้าง หน้าอกข้างซ้ายรู้สึกเหมือนถูกบีบรัดจนเจ็บไปหมด เขาก้มหน้าลงอย่างคนไร้สิ้นเรี่ยวแรง

 

            “ขอโทษนะ ช่วยเก็บไปคิดหน่อยเถอะ” โค้ชวัยกลางคนถอนหายใจ ตบบ่าเด็กหนุ่มเบาๆก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปปล่อยให้เขายืนอยู่อย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางความคิดอันสับสนที่วิ่งวนอยู่ในหัว

 

            ออกจากชมรม.. งั้นเหรอ?

 

            คุโรโกะเผลอกำมือทั้งสองข้างจนห้อเลือดก่อนจะเดินออกไปจากโรงยิมพร้อมกับสายตาของสมาชิกคนอื่นที่มองมาทางเขา ใช่.. แววตาสงสารและทำเหมือนกับเขาเป็นคนอ่อนแอ เด็กหนุ่มเดินไปหยิบกระเป๋า สวมเสื้อวอร์มทับกับเสื้อที่ใช้ฝึกซ้อมแล้วรีบออกไปจากโรงยิมนี้ทันที

 

            สองขาที่กำลังก้าวเดินดูช้ากว่าปกติ คุโรโกะก้มหน้าเมื่อรู้สึกถึงน้ำที่กำลังไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยเขาถึงเร่งจังหวะการเดนให้เร็วขึ้นไปอีก จะให้ใครเห็นน้ำตาไม่ได้ จะให้คนอื่นเห็นว่าเขาอ่อนแอขนาดนี้ไม่ได้

 

            “ปีนี้ทีมบาสโรงเรียนเรามีแต่เด็กเก่งๆทั้งนั้นเลยเนอะ”

            “นั่นสิ ปีนี้ก็คงคว้าชัยชนะในการแข่งระดับประเทศอีกตามเคย”

            “ว่าแต่สุดยอดเลยนะทีมบาสของโรงเรียนเราเนี่ย”

            “ใช่ๆ ผู้เล่นตัวจริงก็มีแต่คนมีพรสวรรค์ทั้งนั้น”

 

            เสียงพูดคุยมากมายลอยเข้ามากระทบโสตประสาทโดยไม่ได้ตั้งใจ คุโรโกะกัดริมฝีปากของตนจนแดงช้ำ สองข้าหยุดนิ่ง รู้สึกไม่มีแรงแม้กระทั่งแรงที่ก้าวเดินต่อก็ตาม

 

            ..ใช่สิ เขามันไร้พรพรสวรรค์..

            ..ใช่สิ เขามันไม่มีอะไรดี...

            ..ถูกขอให้ออกจากชมรมมันก็สมควรแล้วนี่นา..

            ..เพราะต่อให้เขาจริงจังยังไงหรือจะพยายามแค่ไหนก็คงไปถึงระดับท็อปไม่ได้..

            ..เลิกเล่นมันซะตอนนี้มันคงจะดีกว่าสินะ..

            ..ถ้าเขาเลิกเล่น.. ก็คงดีใช่ไหม?..

            ..คงดีสินะ?..

            ..ใช่ ถ้าเขาเลิกได้ก็คงดี..

            .

            .

 

            “เท็ต..”

 

            “เท็ตสึ”

 

            “เท็ตสึ!

 

            น้ำเสียงที่ดังอยู่ข้างหูและแรงเขย่าที่หัวไหล่ทำให้ดวงตาสีฟ้าสวยเปิดขึ้นมา สิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกคือใบหน้าของคู่หูผิวเข้มที่กำลังมองเขาอย่างเป็นห่วง

 

            “อะ.. อาโอมิเนะคุง?”

            คุโรโกะค่อยๆลุกขึ้นนั่งโดยมีอีกคนช่วยพยุง ใบหน้าหวานดูเหมือนคนอดนอนทำให้อาโอมิเนะเป็นกังวลเข้าไปใหญ่ ยิ่งพอเห็นน้ำสีใสเอ่อล้นออกมาจากดวงตาคู่นั้นแล้วก็ทำให้เขาทำตัวไม่ถูกขึ้นไปอีก หรือว่าใครจะมารังแกเท็ตสึของเขา ถ้าเขารู้ว่ามันเป็นใครมันไม่ตายดีแน่ อาโอมิเนะคิดอย่างคาดโทษ

 

            “ขึ้นมาห้องผมได้ยังไงครับ” ร่างเล็กเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบๆจนตัวเองยังแปลลกใจ ทำไมเสียงเขาถึงเป็นอย่างนี้ไปได้ล่ะเนี่ย หรืออาจจะเป็นเพราะตอนนอนนั้นคอแห้งเกินไปก็ได้

 

            “ชั้นเจอกับคุณแม่ของนายน่ะ ท่านเลยให้ชั้นขึ้นมาบนห้อง บอกว่าให้ฝากดูนายด้วยแล้วก็ออกไปซื้อของข้างนอก” อาโอมิเนะอธิบายเพื่อไขข้อข้องใจให้กับคู่หูของเขา ใบหน้าคมเข้มมองไปที่ขอบตาของคนตัวเล็กก่อนจะถามออกมาอย่างคนไม่คิดหน้าคิดหลัง

 

            “นายร้องไห้ทำไมน่ะเท็ตสึ? หรือมีใครมารังแกนาย บอกมาเดี๋ยวชั้นจะไปอัดมันให้น่วมเอง” นัยน์ตาสีน้ำเงินลุกโชนขึ้นด้วยความโกรธ ก่อนจะมองไปที่เด็กหนุ่มร่างเล็กที่ยังคงมองมาที่เขาอย่างงงๆ

 

            “เอ๋?” คุโรโกะยังคงมองอีกคนอย่างไม่เข้าใจ

 

            เขา... ร้องไห้อีกแล้วเหรอ?

 

            มือเล็กแตะลงบริเวณใต้ขอบตาก่อนจะรู้สึกถึงความชื้นที่ไหลลงมาจนถึงแก้มได้อย่างชัดเจน เด็กหนุ่มผมฟ้ารีบปาดน้ำตาบนใบหน้าทิ้งก่อนจะคิดหาข้อแก้ตัว ถ้าบอกไปว่าร้องไห้เพราะความฝันบ้าๆนั่นคงไม่ดีแน่

 

            “แค่มีอะไรเข้าตานั่นแหละครับ เอ่อ.. งั้นผมขอตัวไปอาบน้ำก่อนแล้วกันจะได้ออกไปซื้อของ” ว่าแล้วเจ้าตัวก็รีบลงจากเตียงและก้าวเข้าไปในห้องน้ำทันที โดยมีแววตาสงสัยของอาโอมิเนะมองตามหลัง แต่เจ้าตัวก็ไม่คิดจะถามอะไรต่อส่วนหนึ่งคงเป็นเพราะเขาเป็นพวกไม่ชอบคิดอะไรมากก็ได้มั้ง

 

 

            เวลาผ่านไปพักใหญ่ๆคุโรโกะก็เดินออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดลำลองแขนสั้น เด็กหนุ่มผมฟ้าหันไปเรียกเพื่อนของตนที่เอาแต่รื้อค้นหนังสือในห้องของเขา

 

            “อาโอมิเนะคุง ไปกันได้แล้วครับ”

 

            “อ่า.. รู้แล้วๆ” เจ้าตัวปิดหนังสือแล้วเดินตามเจ้าของห้องออกไปแต่โดยดี

 

            “ว่าแต่ในนายเนี่ยไม่เห็นจะมีหนังสืออะไรแบบนั้นเลยนะ หรือว่าแอบเก็บไว้แล้วไม่ยอมแบ่งชั้นล่ะเนี่ย” ที่อาโอมิเนะพูดถึงก็คือนิตยาสารนางงแบบที่ผู้ชายส่วนมากชอบดูกันคนอย่างอาโอมิเนะก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย

 

            “ผมไม่คิดจะอ่านอะไรแบบนั้นหรอกครับ” คนตัวเล็กพูดอย่างเหนื่อยหน่ายใจ นี่เขาไม่ใช่คนประเภทที่จะเห็นของพวกนั้นแล้วจะชอบสักหน่อย

 

            “อะไรกัน น่าเบื่อชะมัด” เด็กหนุ่มผิวเข้มแอบสบถอย่างเสียดาย แล้วระหว่างทั้งสองคนก็ไม่ค่อยมีบทสนทนากันเท่าไหร่ทำให้บรรยากาศโดยรอบเริ่มเงียบ

 

            อาโอมิเนะแอบมองคุโรโกะจากด้านข้าง ใบหน้าหวานกว่าเด็กผู้ชายทั่วไป ร่างกายบอบบางเหมือนไมใช่นักกีฬานั้นดูน่าปกป้องและอยากจะโอบกอดเอาไว้

 

            เฮ้ย! นี่เขาคิดอะไรเนี่ย!?

 

            อาโอมิเนะส่ายหน้าตัวเองแรงๆ ทำไมเขาต้องอยากกอดคุโรโกะด้วยล่ะ เขากับคุโรโกะเป็นแค่เพื่อนร่วมทีมกันเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรเกินเลยซะหน่อย ในขณะที่กำลังคิดอะไรเพลินๆเสียงของคนตัวเล็กก็ดังขึ้นจนร่างสูงสะดุ้ง

 

            “อาโอมิเนะคุง ถึงร้านรองเท้าแล้วนะครับ คุณจะเดินเลยร้านแล้วนะ” เด็กหนุ่มผมฟ้ามองเพื่อนของตนอย่างไม่เข้าใจ นี่ขนาดชวนเขามาด้วยกันแท้ๆยังแทบจะเดินเลยร้านแบบนี้ ถ้าเขาไม่มาด้วยมีหวังคนผิวเข้มคงเดินหลงทางแน่ๆ อีกทั้งการกระทำแปลกๆตอนเดินมาด้วยกัน ที่จู่ๆเด็กหนุ่มร่างสูงก็สะบัดศีรษะอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

 

            หรือว่าอาโอมิเนะคุงจะไม่สบาย?

 

            คุโรโกะแอบพยักหน้าให้กับความคิดของตัวเองก่อนจะเดินตามหลังคนตัวสูงเข้าไปในร้าน

 

            ร้านขายรองเท้าร้านนี้ถือว่าใหญ่และมีของขายมากมายพอสมควร และด้วยความที่อาโอมิเนะเป็นคนที่ไม่ชอบเปลี่ยนยี่ห้อรองเท้าอยู่แล้วเขาจึงเดินไปหาพนักงานและบอกยี่ห้อรวมทั้งเบอร์ที่ใส่และตรงไปคิดเงินทันที

 

            ถ้าจะมาซื้อแค่นี้ไม่ต้องชวนเขามาก็ได้นะ! คุโรโกะคิดอย่างเหนื่อยใจเมื่อรู้ว่าช่วงเวลาในวันหยุดต้องสูญเปล่าไปกับคนผิวเข้มคนนี้

 

            “เสร็จแล้วล่ะเท็ตสึ นายจะซื้ออะไรมั๊ย?” อาโอมิเนะเดินเข้ามาหาพร้อมกับถุงใส่รองเท้าในมือ ใบหน้าหวานส่ายหัวเล็กน้อยก่อนตอบ

 

            “ไม่ครับ ถ้าเสร็จแล้วก็กลับกันเถอะ” พูดจบแล้วก็เดินออกมาจากร้านแล้วคิดที่จะเดินกลับบ้าน

 

            “ดะ.. เดี๋ยวสิเท็ตสึ” แต่คนผิวเข้มก็เข้ามาขวางไว้ก่อน

 

            “มีอะไรครับ?”

 

            “คือ.. เดี๋ยวชั้นเลี้ยงวานิลลาเชคเป็นการตอบแทนแล้วกัน เราไปนั่งกินกันก่อนดีมั๊ย” โดยไม่รอฟังคำตอบอาโอมิเนะก็จัดการจูงมือคุโรโกะไปที่ร้านอาหารทันที เขาให้คนตัวเล็กนั่งรออยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่างตัวหนึ่งก่อนที่ตัวเองจะอาสาไปซื้อของกินมาให้

 

            “อ่ะ”

 

            ไม่นานคนผิวเข้มก็เดินกลับมาพร้อมกับวานิลลาเชคและแฮมเบอเกอร์อีกสี่ก้อน เขาส่งแก้วน้ำและแฮมเบอเกอร์ก้อนหนึ่งไปให้คุโรโกะ

 

            “ขอบคุณมากครับ” เด็กหนุ่มผมฟ้าบอกแล้วดูดวานิลลาเชคของโปรดด้วยใบหน้านิ่งๆท่ามกลางสายตาของคนตัวสูง

 

            “นายนี่น้า ถ้ามีเรื่องกังวลอะไรก็หัดบอกกันซะบ้างสิ”

 

            “คุณพูดอะไรครับ ผมไม่เข้าใจ” อาโอมิเนะถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะลุกจากเก้าอี้และก้าวไปหาคนตัวเล็ก มือหน้ายีผมสีฟ้าอ่อนเบาๆก่อนจะก้มหน้าลงไปใกล้ ฝังจมูกลงใบบนแก้มเนียนสวยและเอ่ยด้วยรอยยิ้ม

.

.

.

            “ฉันพร้อมรับฟังปัญหาและพร้อมที่จะอยู่ข้างนายเสมอนะ เท็ตสึ”

. . . .FIN. . . .
 

---Writer Talk---

   สวัสดีค่าา เป็นยังไงกันบ้างคะกับพาร์ทของอาโอมิเนะคุง ยาวจุใจ(เกินไป)กันรึเปล่าเนี่ย
ตอนแรกเขียนพาร์ทของอาโฮ่ด้วยความรู้สึกแบบ... ทำไมคู่นี้แต่งยากจังเลย
แล้วทำไม?...
มันยาวกว่าของเพื่อนเลยคะอาโฮ่!?
นายแย่งซีนคนอื่นไปหมดเลยนะเนี่ยย คนดำนี่ชอบแย่งซีน(อาโอมิเนะ : ว่าใครแย่งซีนฟะ!?)
ยังไงก็เม้นกันได้นะคะ เรารับฟังทุกความคิดเห็นของทุกคนค่ะ
ถ้าภาษาดูแปลกๆก็ขอโทษด้วยนะคะ เขียนฟ้าดำเป็นครั้งแรกจริงๆเลยไม่รู้ว่าจะให้อาโฮ่มีบทแบบไหนดี

สุดท้ายนี้...
เจอกันพาร์ทหน้ากับมุราซากิบาระคุงค่ะะะ>///<
สารภาพว่าไรเตอร์หลงรักเด็กโข่ง(?)คนนี้เป็นพิเศษนะเนี่ย//โดนทุกคนปาบาสอัด

 

'Mind-San./Mi~chan'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 124 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

321 ความคิดเห็น

  1. #280 nn2006 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 11:23
    อาโอ---เอ้ย!!!อาโอมิเนะนายมีด้านแบบนี่ด้วยเหรอเนี้ยอืม~แบบว่าหอมแก้มด้วยคนอืนแค่กอดแบบว่าแค่นี้ก็ฟินแล้ววววววว
    #280
    0
  2. #259 eveATK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 21:05
    รอนายน้อยเรื่อยๆเลยฮะ
    #259
    0
  3. #179 l3oss_it (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 13:44
    สำหรับเราหมอนี่แต่งยากไม่แพ้คากามิเลยล่ะ ตอนหน้ามุคคุงล่ะ มุคคุง
    #179
    0
  4. #174 ยูกิโนะ ริกะ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 10:12
    ขอ 3 คำ!

    ฟิน! จุง! เบย! อาโอเเกทำฉ้านนนน ฟอ-อิ-นอ=ฟิน /แอ้ก!ตายแป้ป

    ไคใจดีบริจาคเลือดกร๊ป Y ด่วน!

    #174
    0
  5. #157 Cncomics (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 14:22
    โฮ่ ทำฟินอะ แกมาแรงแซงโค้งเลยนะ หอมแก้มน้องอะ 55
    #157
    0
  6. #143 akashi.sama (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2558 / 11:12
    ขโมยหอมแก้มน้องด้วยอ่ะ อาโฮ่ได้กำไรสุดดดดด
    #143
    0
  7. #101 miss vampire (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 13:34
    ทำไมให้แค่มุระซังรุกคนเดียวล่ะไรท?ขี้โกงอ่ะ
    #101
    0
  8. #92 Baicha's heart (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 22:15
    เท็ตสึของเขา....โอ้ มาย ก้อดดดดด!!! น่ารัก //แดดิ้น
    #92
    0
  9. #55 ikikonomori zen (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 00:34
    โอ้ว พระเจ้าจอร์ทมันยอดมากเลยอ่ะโรบิ้น 
    #55
    0
  10. #50 machimeko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2558 / 22:13
    ไม่เมื่อไหร่เวลาใดหนูก็จะอินเพราะน้องได้ทุกเมื่อ//T^T
    #50
    0
  11. #15 koko (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 มีนาคม 2558 / 11:46
    อาโอมิเนะนายนิสัยดีมากจนน่าตกใจเลย 5555

    น่าร้ากกกกกมากค่ะ คู่นี้
    #15
    0
  12. #7 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มีนาคม 2558 / 22:02
    อาโฮ่นี่ก็มีมุมแบบนี้ด้วยแหะ นึกว่าจะงี่เง่า (?) เป็นอย่างเดียว 5555.
    ฟ้าดำน่ารักโฮกกกก! แต่สงสารเท็ตจังอ่ะ ทำไมโค้ชใจร้าย T^T
    ตอนหน้าม่วงดำเหรอเนี่ย ว่าแล้วว่าลาสบอสต้องออกเป็นคนสุดท้าย อาคาชิซาม๊าาาาา
    รอคู่ม่วงดำค่ะ เค้าก็ชอบคู่นี้ (จริงๆชอบออลดำเลยแหละ) คู่ส่วนสูงต่าง ฮ่าๆ
    #7
    0