[FIC KnB] ผมน่ะ ยังไงก็เป็นได้แค่เงาสินะครับ?(allKuroko)

ตอนที่ 23 : Special story – Raining Day (AkaKuro) for 4/11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,899
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    6 พ.ย. 58

Special story – Raining Day (AkaKuro) for 4/11

By : Mind-San./Mi~chan

 



            ฤดูใบไม้ร่วงในเดือนพฤศจิกายนควรจะมีอากาศที่อบอุ่น ใบไม้เปลี่ยนสีเริ่มร่วงโรยตามกาลเวลา ตลอดทางบนพื้นถนนมักจะเต็มไปด้วยเศษใบไม้สีส้มปนน้ำตาล ยิ่งในตอนเย็นยามที่แสงอาทิตย์กำลังลับขอบฟ้า ภาพที่ธรรมชาติสร้างสรรค์ขึ้นมาจะสวยงามราวกับเป็นภาพวาดของจิตรกรฝีมือดี

 

            แต่ไม่ใช่กับวันนี้

 

            เมฆฝนสีเทาครึ้มลอยมาปกคลุมทั่วเมืองโตเกียว พยากรณ์อากาศช่วงเช้าที่ทำนายว่าวันนี้จะมีอากาศดีตลอดทั้งวันดูไร้ประโยชน์เมื่อเห็นสภาพของท้องฟ้าในยามเย็น แสงอาทิตย์ถูกกลุ่มเมฆหนาบดบังจนมิอาจส่องสว่างมาจนถึงพื้นเบื้องล่าง เสียงลมพัดเสียดสีกับกิ่งไม้เหมือนเป็นสัญญาณเตือนว่าพายุลูกใหญ่กำลังจะมาในอีกไม่ช้า

 

            ภายในโรงยิมของโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคยังคงเต็มไปด้วยเหล่าสมาชิกของทีมบาสเกตบอลที่ฝึกซ้อมกันมาตั้งแต่ตอนเลิกเรียน เสียงตะโกนของเพื่อนร่วมทีมที่เอ่ยปลุกขวัญกำลังใจดังก้องไปทั่ว สมาชิกทุกคนต่างให้ความสำคัญในการฝึกซ้อมโดยไม่สนใจสภาพอากาศภายนอกเลย

 

            ทีมบาสสายหนึ่งก็เช่นกัน

 

            เด็กหนุ่มทั้งห้าคนที่ได้รับฉายา รุ่นแห่งปาฏิหาริย์ต่างก็ฝึกซ้อมกันอย่างหนัก บางทีอาจจะหนักกว่าเพื่อนร่วมทีมสายอื่นๆซะด้วยซ้ำ การแข่งขันเริ่มใกล้เข้ามามากขึ้นทุกที เพราะงั้นตอนนี้ก็ควรจะตั้งใจฝึกซ้อมเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจมากที่สุด... นั่นคือการคว้าตำแหน่งชนะเลิศมาให้ได้

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะนั่งหอบหายใจหนักอยู่บนม้านั่งข้างสนามเพราะผลพวงจากการฝึกซ้อมมาเป็นระยะเวลานาน ดวงตาสีฟ้าอ่อนปรายตามองผู้เล่นในสนามที่กำลังแบ่งทีมแข่งขันกับอย่างดุเดือดพลางยกผ้าขนหนูขึ้นมาซับเหงื่อบนใบหน้า คะแนนของทั้งสองทีมนั้นดูสูสีจนแทบจะดูไม่ออกเลยว่าฝ่ายไหนจะเป็นผู้ชนะ อีกทั้งเวลาที่กำลังลดลงเรื่อยๆจนจบควอเตอร์ที่สาม อีกสิบนาทีคงได้รู้ผลกันแล้ว

 

            “เหนื่อยหน่อยนะเท็ตสึยะ” น้ำเสียงนุ่มทุ้มเรียกให้เจ้าของใบหน้าหวานหันไปมอง อาคาชิ เซย์จูโร่ในชุดยูนิฟอร์มเบอร์สี่อันเป็นเครื่องหมายของกัปตันกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนปนเอ็นดูมาให้ ในมือถือขวดน้ำและส่งมาให้คุโรโกะ

 

            “ขอบคุณครับ” ร่างเล็กกล่าวขอบคุณก่อนจะรับขวดน้ำมาดื่มดับกระหาย จังหวะการหายใจเริ่มกลับมาเป็นปกติเนื่องจากได้พักฟื้นร่างกายมาสักพักหนึ่ง คุโรโกะหันมองอีกคนที่นั่งลงข้างๆกัน ใบหน้าหล่อเหลามีเหงื่อไหลออกมาไม่ต่างจากตัวเองมากนัก อาคาชิยกมือขึ้นมาปาดเหงื่อบนใบหน้าออกพลางมองผลคะแนนรวมทางฝั่งของตัวเองและคู่แข่งทั้งสามควอเตอร์ชนิดตาไม่กระพริบ หัวสมองประมวลผลแบบแผนและวิธีการเล่นที่ควรจะใช้ในควอเตอร์ที่สี่ ต้องหาวิธีรับมือที่ดีที่สุดเพื่อให้ชัยชนะมาเป็นของเรา

 

            ร่างสูงหยุดความคิดชั่วขณะเมื่อรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาที่แตะลงบนใบหน้า เด็กหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนบรรจงเช็ดเหงื่อบนหน้าของเขาด้วยความเอาใจใส่ก่อนจะส่งขวดน้ำกลับคืนมา คนตัวเล็กส่งยิ้มบางๆมาให้ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แสดงความเป็นห่วงอย่างชัดเจน

 

            “ดื่มน้ำก่อนสิครับ จากนั้นค่อยวางแผนต่อก็ได้” ร่างบางพูดอย่างรู้ใจจนคนฟังได้แต่ยิ้มมุมปาก มือเรียวคว้าขวดน้ำมาดื่มโดยไม่ลืมกล่าวคำขอบคุณ

 

            “อ่า... ขอบใจนะ”

 

            จะแพ้ได้อย่างไร ในเมื่อทีมของเขามี เงาคนสำคัญที่คอยช่วยเหลือคนในทีมอยู่ตลอดแบบนี้

 

            ชัยชนะน่ะ... มันเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดมาตั้งนานแล้วล่ะ

 

 

            ถึงแม้การแข่งขันระหว่างคนในทีมบาสสายหนึ่งด้วยกันจบลงแต่ฝนฟ้าก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก จนเด็กหนุ่มผมฟ้าถอนเผลอหายใจออกมายาวๆ ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองผ่านสายฝนเม็ดหนาที่ตกลงมากระทบพื้นดินด้วยความเหม่อลอย หลังจากจบการฝึกซ้อมเขาก็รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อเตรียมกลับบ้าน ก่อนจะมาพบกับความจริงเรื่องสภาพอากาศที่เป็นอยู่ในตอนนี้

 

            แล้วเขาจะกลับบ้านยังไงดีล่ะ?

 

            คิดแล้วก็อดที่จะถอนหายใจออกมาอีกครั้งไม่ได้ ข่าวพยากรณ์ที่ฟังตอนเช้าประกาศเอาไว้ว่าวันนี้โตเกียวจะมีฟ้าปลอดโปร่งตลอดวัน ด้วยความที่ฟังพยาการณ์อากาศแทบทุกวันและส่วนมากสภาพอากาศก็จะเป็นไปตามที่รายงานไว้ เขาเลยเชื่อสนิทใจและลืมนำร่มติดตัวมาด้วย

 

            ซึ่งมันเป็นอะไรที่เลวร้ายสุดๆ

 

            “เฮ้อ...” ร่างเล็กยืนพิงกับประตูทางเข้าของตัวตึกพลางมองเม็ดฝนที่เริ่มซาลงบ้างแต่ก็ยังตกหนักเกินกว่าที่เขาจะวิ่งฝ่าไปได้อยู่ดี ถ้าพกร่มมาด้วยก็ดีสิ คุโรโกะอดคิดไม่ได้ ไม่น่าไว้ใจคำพยากรณ์มากเกินไปเลย ลืมคิดไปได้ยังไงกันว่ามันเป็นเพียงการคาดการณ์เท่านั้น

 

            “กลับด้วยกันไหม?”

 

            เฮือก!

 

            ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆก็มีมือของใครบางคนมาแตะที่ไหล่พร้อมกับพูดในที่ระยะใกล้กันมากจนน่าตกใจ

 

            “อาคาชิคุง!” คุโรโกะขมวดคิ้วมุ่นพลางมองร่างสูงที่ยิ้มขำเล็กน้อยกับปฏิกิริยาของเขา “อย่ามาแบบไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้สิครับ” ใบหน้าหล่อเหลายังคงยิ้มมุมปากอย่างไม่รู้สึกผิดแม้แต่น้อย อาคาชิขยับตัวเข้ามาใกล้ร่างเล็กจนอีกฝ่ายเผลอก้าวถอยหลังจนชนเข้ากับกำแพง ลำแขนหนาข้างหนึ่งถูกยกขึ้นมาปิดทางหนีของอีกฝ่ายเอาไว้ ดวงตาต่างสีจ้องลึกลงไปในดวงตาสีฟ้าอ่อน ใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันแค่ไม่กี่เซนติเมตรเริ่มขึ้นสีแดงเรื่ออย่างควบคุมไม่ได้

 

            “กลับด้วยกันไหม?” คำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบถูกเอ่ยออกมาอีกครั้งพร้อมกับใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มเข้าไปใกล้คนตัวเล็กมากขึ้นเรื่อยๆ คุโรโกะรีบหลบสายตาพลางพยักหน้าเบาๆ รู้ตัวดีว่าหากเผลอจ้องตากับคนตรงหน้านานอีกสักนิด เขาคงได้ตกหลุมพรางที่อีกฝ่ายวางไว้อย่างแน่นอน

 

            อาคาชิยกยิ้มบางๆอย่างพอใจ ปล่อยแขนข้างหนึ่งที่ยันกำแพงเอาไว้ออกพลางขยับตัวออกมาเล็กน้อยเพื่อให้คนตัวเล็กได้มีพื้นที่หายใจบ้าง แม้ว่าใจจริงแล้วอยากจะแกล้งคนตรงหน้าต่ออีกหน่อยก็ตามที ใบหน้าหวานที่ยังคงขึ้นสีแดงเรื่อนั้นน่ารักจนแทบจะอดใจไม่ไหว มือหนารีบกุมมือของอีกคนเอาไว้ราวกับกลัวว่าคนผมฟ้าจะสลายหายไปเสียก่อน

 

            “จับมือผมแน่นขนาดนี้แล้วจะกลับบ้านยังไงล่ะครับอาคาชิคุง?”

 

            “โทษทีนะ” ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่สีหน้าของร่างสูงกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มจนคนมองชักจะเริ่มหมั่นไส้ ดวงตาสีฟ้ามองค้อนคนผมแดง เห็นอีกฝ่ายหัวเราะในลำคอเบาๆแล้วยอมปล่อยมือของเขาออก ร่างสูงหยิบร่มที่เสียบไว้ในตะกร้าเก็บร่มสำหรับนักเรียนก่อนจะกางมันออก คนตัวเล็กเดินเข้าไปขนาบข้างกับร่างสูงแล้วเดินออกนอกโรงเรียนไปด้วยกัน

 

            ร่มคันใหญ่สีดำสนิทถูกสายฝนตกกระทบจนเกิดเสียง ภายใต้เงาของร่มคือเด็กหนุ่มสองคนที่เดินเคียงคู่กัน ความเงียบเข้าครอบงำเมื่อไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไร มีเพียงเสียงของสายฝนเท่านั้นที่ดังก้องไปทั่วบริเวณ คุโรโกะคิดนั่นคิดนี่ไปเรื่อยก่อนจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเสียงทุ้มของใครบางคนดังขึ้น

 

            “ขยับเข้ามาใกล้อีกนิดสิเท็ตสึยะ เดี๋ยวก็เปียกฝนหรอก” ไม่พูดเปล่า ร่างสูงจัดการโอบไหล่ของคนตัวเล็กแล้วออกแรงดึงเบาๆให้ทั้งคู่ได้อยู่ใกล้กันมากยิ่งขึ้น ใบหน้าหวานที่เคยเรียบเฉยกลับแดงก่ำแต่ก็ไม่กล้าต่อต้านเพราะกลัวว่าอีกคนจะเปียก อัตราการเต้นของหัวใจดังจนกลบเสียงสายฝนไปหมดแล้วในตอนนี้ ใกล้กันจนได้กลิ่นเหงื่ออันคุ้นเคยของร่างสูง สัมผัสที่โอบรอบไหล่บางก็อบอุ่นจนรู้สึกดี

 

            “หนาวรึเปล่า?” อดที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงไม่ได้

 

            “มะ.. ไม่ครับ”

 

            เป็นครั้งแรกที่อาคาชิ เซย์จูโร่รู้สึกชอบฝนเป็นพิเศษ ใบหน้าหล่อเหลาก้มมองคนในอ้อมแขนที่กำลังหน้าแดงแต่ก็ไม่ได้พูดต่อล้อต่อเถียงเหมือนทุกที ไหล่บอบบางน่าปกป้องสั่นเล็กน้อยด้วยความเขิน ยิ่งทำให้คนที่มองอยากจะแกล้งขึ้นมาเสียดื้อๆ ไม่ได้สิ... เดี๋ยวเท็ตสึยะเปียกฝนขึ้นมาคงแย่แน่

 

            คิดแล้วก็เผลอถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเสียดาย งั้นวันนี้จะยอมปล่อยไปก่อนก็แล้วกันนะ

 

            แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่ฟ้าฝนก็ยังเข้าข้างกัปตันแห่งรุ่นปาฏิหาริย์ สายฝนที่เทลงมาไม่หยุดตั้งแต่ช่วงเย็นเริ่มซาลงจนหยุดตกในที่สุดเมื่อทั้งสองเดินมาถึงหน้าบ้านของคนตัวเล็ก กลิ่นชื้นตามธรรมชาติมาพร้อมกับอากาศที่เย็นสบาย เมฆหมอกเลือนหายและถูกแทนที่ด้วยแสงสีส้มที่กำลังจางลงตามเวลาที่ล่วงเลยไป

 

            เด็กหนุ่มเรือนผมสีแดงสดมองเข้าไปในดวงตาสีฟ้าอ่อนราวกับต้องมนต์ สีฟ้าราวกับผืนนภาสดใสตราตรึงลงกลางใจที่กำลังเต้นรัวอยู่ในอก ดวงตาต่างสีไล่สายตาลงมา ทั้งจมูกโด่งได้รูป แก้มขาวเนียนที่อยากจะทำให้ขึ้นสีแดง ริมฝีปากอิ่มสีชมพูน่าสัมผัส... อาคาชิกลืนน้ำลายลงคอเมื่อเห็นว่าริมฝีปากบางนั่นเผยออ้าเล็กน้อยราวกับเชิญชวนให้เขาเข้าไปลิ้มลองรสชาติ

 

            ความคิดทั้งหมดหยุดลงเพียงแค่นั้นเมื่อเขาตัดสินใจก้มหน้าลงจนอยู่ในระดับสายตาเดียวกันกับคนตัวเล็ก ทั้งคู่จ้องตากันสักพักก่อนที่ร่างสูงจะเป็นฝ่ายประทับริมฝีปากลงไป คุโรโกะเบิกตากว้างอย่างคาดไม่ถึงว่ากัปตันของตนจะกล้าทำอะไรแบบนี้ มือเรียวเล็กพยายามผลักแผงอกหนาของคนที่กำลังครอบครองริมฝีปากของตนอยู่

 

            “อื้อ...” ร่างบางครางเสียงแผ่วในลำคอเมื่อคนตัวสูงเลื่อนมือข้างหนึ่งลงมาโอบรอบเอวบางแล้วดึงให้มาแนบชิดกับตนเองมากยิ่งขึ้น มืออีกข้างดึงคันร่มลงมาบดบังไม่ให้ภายนอกเห็นถึงการกระทำของพวกเขา ลิ้นร้อนค่อยๆล่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากหวานช้าๆอย่างไม่รีบร้อน จงใจกวาดต้อนสัมผัสไปทุกซอกทุกมุมเพื่อหยอกล้อคนตัวเล็กที่หน้าแดงก่ำจนเหมือนลูกมะเขือเทศ

 

            “อืม...” ในที่สุดคุโรโกะก็ต้องยอมให้อีกฝ่ายกระทำตามใจชอบ แขนเล็กทั้งสองข้างโอบไว้รอบคอของคนตัวสูงเป็นการพยุงตัวและจูบตอบด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ ใบหน้าหวานหลับตาพริ้มพลางรับสัมผัสอ่อนโยนด้วยความเต็มใจ อาคาชิแอบลอบยิ้มในใจอย่างนึกสนุก ดวงตาคมพราวไปด้วยความเจ้าเล่ห์แต่คนตัวเล็กก็ไม่ทันได้เห็น มือหนาที่เคยโอบรอบเอวบางค่อยๆเลื่อนขึ้นมาจนถึงท้ายทอยอย่างแผ่วเบาเพื่อไม่ให้อีกคนรู้ตัว

 

            “อื้อ!... อื้ม!!!” เด็กหนุ่มผมฟ้ารีบลืมตาขึ้นในทันทีเมื่ออยู่ๆมือหนาของคนตัวสูงก็ดันท้ายทอยของเขาจนทำให้ริมฝีปากแนบสนิทกันมากยิ่งขึ้น รสจูบอันอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นร้อนแรงจนแทบปรับสภาพตามไม่ทันเป็นผลให้ร่างเล็กแข้งขาอ่อนขึ้นมาในทันที อาคาชิทิ้งร่มในมือแล้วเปลี่ยนมาโอบเอวบางไว้เป็นการพยุง เขาจูบอีกฝ่ายอยู่นานพอสมควรจึงจะยอมปล่อยให้ริมฝีปากเล็กเป็นอิสระ คุโรโกะหอบหายใจรัว อ้าปากเพื่อสูดอากาศหายใจโดยหารู้ไม่ว่าท่าทางนั้นมันดูยั่วยวนมากแค่ไหน

 

            อาคาชิยกยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าหวานแดงซ่าน คุโรโกะทุบหน้าอกของอีกคนเบาๆเป็นการต่อว่าเพราะว่าตัวเองในตอนนี้ไม่มีแรงแม้แต่จะพูดออกมาแล้ว ร่างสูงโน้มลงไปกัดริมฝีปากบางที่เริ่มแดงช้ำเบาๆเป็นการหยอกก่อนจะโน้มลงมากระซิบข้างใบหูของคนตัวเล็ก

 

            “ฉันรักเท็ตสึยะมากเลยนะ แล้วเท็ตสึยะล่ะรักฉันไหม?” เป็นคำถามที่ทำให้ใบหน้าของคนฟังยิ่งแดงขึ้นมากเป็นทวีคูณ คุโรโกะคิดว่าตัวเองในตอนนี้ดูเหมือนระเบิดเวลาที่พร้อมจะระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ ริมฝีปากบางเม้มแน่น หลบสายตาที่จ้องมองมาอย่างต้องการคำตอบ

 

        “ถ้ายังเงียบอยู่แบบนี้ จะจูบจนกว่าจะยอมพูดนะ” เป็นอีกครั้งที่ร่างเล็กเผลอสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าหวานรีบหันมามองหน้าของกัปตันผู้ถือไพ่เหนือกว่า ดวงตาคมหรี่ลงเป็นเชิงว่าจะทำจริงอย่างที่พูด มือหนาทั้งสองข้างโอบรอบเอวเล็กไว้แน่นเป็นการล็อกตัวไม่ให้อีกฝ่ายขยับ ใบหน้าคมค่อยๆโน้มลงมาเป็นการกดดันก่อนที่ริมฝีปากหนาจะยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มผมฟ้ายกมือขึ้นมายันแผ่นอกของเขาไม่ให้ระยะห่างใกล้กันไปมากกว่านี้ ริมฝีปากบางที่เคยเม้มแน่นค่อยๆอ้าออกพร้อมกับเสียงหวานใสที่เอื้อนเอ่ยคำตอบออกมา

 

           “ผะ... ผมก็ รัก.. อาคาชิคุงครับ”

 

           ร่างสูงยิ้มอย่างพึงพอใจกับคำตอบที่ได้รับ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงไปประทับริมฝีปากของอีกฝ่ายเป็นการให้รางวัลโดยไม่สนใจการทักท้วงของ จุมพิตแสนหวานมอบให้กันเนิ่นนานจนแสงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าไป

 

            อา... วันที่ฝนตกนี่ดีจริงๆแลยแฮะ

 

~FIN~

For 4/11 AkaKuro Day

 

 

 



---Writer Talk---

     สวัสดีค่ะทุกคน ก่อนอื่นเลยก็ต้อง...

สุขสันต์วันแดงนะคะ สำหรับฟิคตอนนี้ก็ไม่มีอะไรมาก

แค่อยากเขียนเนื่องในโอกาสดีๆแบบนี้เท่านั้นแหละค่ะ



     อัพส่วนที่เหลือให้แล้วนะคะ

เป็นยังไงกับบ้างเอ่ยกับพาร์ทของตอนพิเศษตอนนี้>_<

แต่งไปปัดมด(?)ไปกับเลยทีเดียว นายน้อยเจ้าเล่ห์แบบนี้น้องคุโรโกะก็น่าสงสารแย่เลย

ยิ่งเกิดมาน่าแกล้งอยู่แล้วด้วย//โดนอิกไนส์พาสอัดหน้า

     อ่านแล้วเป็นยังไงก็คอมเม้นบอกกันได้นะคะ

หากมีคำผิดก็ขอโทษด้วย ไรท์มึนจริงๆค่ะTT

     เปิดเทอมแล้วเวลาที่จะทำอะไรก็แทบไม่มีเลย(เศร้า...)

เปิดยังไม่ถึงอาทิตย์แต่การบ้านกลับให้มาจนท่วมหัว

     

         แต่ก็ยังไม่หายไปไหนหรอกนะคะ จะพยายามเข้ามาอัพเมื่อมีเวลาว่าง

     แล้วพบกันใหม่โอกาสหน้า บ๊ายบายค่ะ


     รักคนอ่านทุกคนนะคะ


     ปล. สามารถเข้าไปพูดคุย+ทวงฟิค(?)ได้ที่ ->>> https://www.facebook.com/Michan.writer/


     ปล.2 ฝันดี หนุ่มบาสรอบเตียงนะคะ><

     'Mind-San./Mi~chan'

[4/11/15]

[update 5/11/15]

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

321 ความคิดเห็น

  1. #230 Amane (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 22:34
    อยากให้ฝนตกตลอดไป-////-
    #230
    0
  2. #215 เซริว (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 16 มกราคม 2559 / 14:18
    ฟินค่ะ แก้มแตกแล้วนะ
    #215
    0
  3. #198 Stang Kuku (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2558 / 18:59
    หนุกค่ะ ชอบๆ ><
    #198
    0
  4. #197 angoonnarakaa (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2558 / 12:19
    อ๊ายยย ฟินมากๆๆ
    #197
    0
  5. #196 Bee (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 21:25
    อยากอ่านฟ้าดำอ่าเเต่งให้น่อยจิ//ร้องไห้
    #196
    0
  6. #195 Darkness-Acasia (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 18:33
    ข+เ_อ+น=เขิน >\\\\\<
    #195
    0
  7. #193 Bunny Baniko (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 15:06
    เขิลล มากกก >\\<
    #193
    0
  8. #191 Poom Raweewan (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 / 00:17
    ฟินนนนนน นายน้อยนิ.......เขิลค่า~~~~~~
    #191
    0
  9. #190 Zethius (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 12:19
    มาต่อนะคะ ^_^
    #190
    0
  10. #189 Bunny Baniko (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2558 / 06:17
    เขิลอ่ะ เขิลเลย ต่อเร็วๆนะ ค้างมากกกก
    #189
    0