[FIC KnB] ผมน่ะ ยังไงก็เป็นได้แค่เงาสินะครับ?(allKuroko)

ตอนที่ 21 : Special story – Game start! (KasaKuro)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,744
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    31 ต.ค. 58

Special story – Game start! (KasaKuro)

Title : Game start!

Pairing : Kasamatsu x Kuroko

Rating : ???

By : Mind-San./Mi~chan

. . . . .

 


            “นอนไม่หลับอีกแล้วเหรอครับ คางามิคุง?” คุโรโกะ เท็ตสึยะเด็กหนุ่มตัวเล็กแห่งสมาชิกชมรมบาสเกตบอลเซย์รินเอ่ยถามคู่หูของตนที่เอาแต่เดินหาวมาตลอดทาง

 

            “หนวกหูน่า” ร่างสูงคิ้วสองแฉกตอบกลับอย่างไม่ค่อยสบอารมณ์นักแต่ก็ไม่สามารถเถียงอะไรได้ สิ่งที่คนผมฟ้าพูดออกมานั้นถูกต้องทุกอย่าง เมื่อคืนเขานอนไม่หลับจนถึงเช้าเพราะมัวแต่คิดถึงคำพูดของโค้ชสาวอย่างไอดะ ริโกะที่พูดทิ้งท้ายไว้ตอนเลิกชมรม

 

            พรุ่งนี้เราจะไปเล่นอะไรเล็กๆน้อยๆที่โรงเรียนไคโจนะพร้อมกับรอยยิ้มที่ทุกคนลงความเห็นว่ามันดูไม่น่าไว้วางใจเป็นที่สุด

 

            คางามิเปิดปากหาวอีกรอบ ตอนนี้ทุกคนในทีมเซย์รินมาถึงหน้าโรงเรียนไคโจแล้วแต่โค้ชก็ยังไม่ยอมบอกอะไรสักที ริโกะเดินฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีแต่กลับทำให้คนที่ได้ฟังถึงกับหนาวสันหลังวาบ อีกทั้งคนที่มาในวันนี้ยังเป็นสมาชิกผู้เล่นตัวจริงเพียงห้าคนเท่านั้น คนที่เป็นตัวสำรองไม่ได้มาด้วย การคาดการณ์ว่าวันนี้จะมีนัดแข่งซ้อมกับโรงเรียนไคโจจึงถูกตัดทิ้งออกไปโดยปริยาย

 

            งั้นวันนี้จะมาทำไมล่ะ?

 

            เพียงไม่นานริโกะที่รู้ทางของโรงเรียนไคโจอย่างดีแล้วก็เดินนำทุกคนมาถึงหน้าโรงยิม เด็กสาวในชุดนักเรียนถูกระเบียบเปิดประตูเข้าไปอย่างไม่รอช้าพร้อมกับเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงสดใส

 

            “โรงเรียนเซย์รินขอรบกวนด้วยค่า”

 

            “โอ้ กำลังรออยู่พอดี” ชายหนุ่มวัยกลางคนผู้เป็นโค้ชประจำชมรมบาสเกตบอลไคโจหันมาตามเสียงทักทายก่อนจะเดินมาหาทั้งหกคน โรงยิมในวันนี้ดูโล่งอย่างประหลาด และเมื่อลองมองดูดีๆก็จะพบว่าทั้งโรงยิมมีสมาชิกอยู่แค่ห้าคนเท่านั้น ซึ่งทุกคนล้วนเป็นตัวจริงในการลงแข่งขันทั้งสิ้น

 

            “นี่มันอะไรกันน่ะริโกะ?” สมาชิกอีกสี่คนของเซย์รินแทบจะก้มกราบคิโยชิที่เอ่ยคำถามขึ้นโดยไม่กลัวโค้ชสาวสุดโหดเลยแม้แต่น้อย หรือจะเรียกว่าซื่อบื้อจนไม่ทันคิดดีล่ะ..

 

            “เอาล่ะทุกคนมาเข้าแถวได้!” ริโกะไม่ตอบคำถามแต่เรียกให้ทุกคนมาเข้าแถวแทน ทั้งสองทีมหันหน้าเข้าหากันเหมือนกับในการแข่งขันระดับประเทศและรอฟังในสิ่งที่โค้ชสาวจะพูดต่อ

 

            “วันนี้เราจะให้ทุกคนเล่นซ่อนหากันนะ”

 

            “หา!?

 

            ผู้เล่นฝั่งเซย์รินร้องเสียงดังอย่างไม่เชื่อหู ภาพการฝึกซ้อมก่อนแข่งกับโรงเรียนโทโอย้อนกลับมาราวกับการกรอเทปวีดีโอ สิ่งที่พ่อของริโกะให้ฝึกซ้อมคือเล่นวิ่งไล่จับกันบนเขา และสิ่งที่คนเป็นลูกกำลังพูดก็คือการเล่นซ่อนหา พ่อลูกคู่นี้แปลกจริงๆ...

 

            “ฟังไม่ผิดหรอก เราจะให้ทุกคนเล่นซ่อนหากันเพื่อฝึกใช้สมองในการหาทางหนีและการแก้ปัญหาไปในตัว แต่ถ้าแค่เล่นซ่อนหามันคงจะธรรมดาไป เราจะเล่นกันเป็นคู่ โดยให้คนจากทั้งสองจับทีมคู่กัน”

 

            “หา!?

 

            คราวนี้ไม่ได้มีเพียงเสียงร้องอุทานของเซย์รินเท่านั้น สมาชิกแห่งทีมไคโจก็เผลอร้องออกมาด้วยความตกใจเช่นเดียวกัน โค้ชสาววัยมัธยมปลายยิ้มหน้าระรื่นก่อนจะนำกระดาษแผ่นเล็กห้าใบออกมา

 

            “ที่ให้ทำแบบนี้ก็เพื่อให้คนจากทั้งสองทีมกระชับความสัมพันธ์กันไง และอีกอย่างทางไคโจก็น่าจะรู้จักทางหนีทีไล่ในโรงเรียนเป็นอย่างดี จับคู่อย่างนี้แหละถูกต้องแล้ว” พูดจบก็ทำการสลับกระดาษใบเล็กช้าๆแล้วเดินไปทางผู้เล่นของฝั่งไคโจที่ยืนเข้าแถวอยู่ ริโกะคว่ำกระดาษลงเพื่อไม่ให้เห็นชื่อแล้วยื่นให้กับคาซามัตสึซึ่งเป็นกัปตันทีมเป็นคนแรก

 

            “ให้ไคโจเป็นคนจับก็แล้วกัน อย่าเพิ่งเปิดดูล่ะ” คาซามัตสึพยักหน้ารับก่อนจะหยิบกระดาษมาหนึ่งใบ สายตาดุๆอันเป็นเอกลักษณ์จ้องมองของในมือด้วยความสงสัย ใครจะมาเป็นคู่ของเขากันนะ?

 

            โค้ชสาวให้ทุกคนหยิบกระดาษจนครบทั้งห้าใบก่อนจะเดินออกมาจากแถวปล่อยให้นักกีฬาทั้งสิบคนยืนประจันหน้ากัน เด็กสาวยิ้มกว้างอย่างสนุกสนานก่อนจะปรบมือเบาๆ

 

            “เอาล่ะ เปิดดูชื่อได้!

 

            และผลของการจับคู่ก็คือ...

 

            คาซามัตสึ – คุโรโกะ

 

            คิเสะ – คางามิ

 

            โมริยามะ – อิสึกิ

 

            ฮายาคาวะ – ฮิวงะ

 

            โคโบริ – คิโยชิ

 

            “รุ่นพี่ขี้โกงอ่า ผมก็อยากคู่กับคุโรโกจจินะฮะ” คิเสะโผเข้าหาคาซามัตสึทันทีที่รู้ผล นายแบบหนุ่มร้องโวยวายราวกับสุนัขตัวโตที่เจ้าของไม่ยอมให้ความสนใจ “แลกกับผมนะฮะรุ่นพี่”

 

            “ไม่เอาเฟ้ย! นายน่ะคู่กับคางามินั่นแหละดีแล้ว” รุ่นพี่ปีสามเอ่ยตัดบทอย่างไร้เยื่อใยพลางมองคิเสะที่เดินคอตกเป็นหมาหงอยด้วยความขบขัน “จับได้ใครก็ต้องคู่กับคนนั้นสิ”

 

            “รุ่นพี่ใจร้าย!” คิเสะพูดพลางเดินไปหาคางามิ ทั้งสองจ้องหน้ากันจนแทบจะเห็นประกายไฟแลบออกมาจากดวงตา นายแบบหนุ่มเบ้ปากพลางพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำให้คางามิของขึ้น

 

            “คางามิจจิอย่ามาถ่วงแข้งถ่วงขาฉันละกัน”

 

            “หา? หมายความว่าไงฟะ นายนั่นแหละอย่ามาขวางทางฉันล่ะ”

 

            “พูดถึงใครมาทราบฮะ!

 

            “นายนั่นแหละ!

 

            เสียงทะเลาะกันของเอซทั้งสองคนส่งผลให้กัปตันทีมบาสไคโจกุมขมับ ก่อนจะมองเพื่อนร่วมทีมอีกสองคนที่มีสภาพไม่ต่างกันนัก

 

            “จะเก็บรีบาวน์ให้ได้ทุกลูกเลยครับ รุ่นพี่วางใจผมได้เลย!!!” ฮายาคาวะพูดรัวเร็วจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง สองมือตบแก้มตัวเองเป็นการปลุกกำลังใจเรียกความรำคาญให้กับฮิวงะเป็นอย่างดี

 

            “พูดไม่รู้เรื่องเว้ย!

 

            “วันนี้ฉันจะเล่นซ่อนแอบเพื่อสาวๆคนไหนดีนะ” โมริยามะพูดพลางเสยผมของตัวเอง

 

            “ซ่อนแอบ ก็ต้องแอบให้มิด อ๊ะ! มุขนี้ใช่เลย” อิสึกิพึมพำออกมาแล้วคว้าสมุดจดมุขประจำตัวขึ้นมาเขียน แม้ว่ามันจะดูไม่เหมือนมุขสักนิดเดียวก็ตาม

 

            ยังดีที่คนอื่นๆดูเข้ากันได้ดี คิโยชิกับโคโบริก็คุยกันอย่างสนิทสนม เมื่อคิดว่าคนในทีมของตนน่าจะไม่เป็นอะไรแล้วนัยน์ตาคมที่แฝงไปด้วยความตึงเครียดแทบจะตลอดเวลาก็หันกลับมามองคู่ของตัวเอง เด็กหนุ่มตัวเล็กเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนจ้องมองเขาด้วยใบหน้านิ่งเรียบ บอกกันตามตรง เขาไม่คิดเลยว่าจะได้คู่กับเด็กคนนี้ เกินความคาดหมายจริงๆ

 

            “ฝากตัวด้วยนะครับ รุ่นพี่คาซามัตสึ” คุโรโกะพูดพร้อมกับโค้งหัวลง

 

            “อะ.. เอ้อ เช่นกัน” กัปตันปีสามยกมือขึ้นมาเกาหัวตัวเองด้วยความประหม่า ร่างบางตรงหน้าช่างมารยาทดีต่างกับใครบางคนในทีมของเขาลิบลับ อีกทั้งใบหน้าหวานที่มองมาอย่างจริงใจนั่นอีก นะ... น่ารักแฮะ

 

            หลังจากได้คุยกับคู่ของตัวเองสักพักริโกะก็เดินมาพร้อมกับนาฬิกาจับเวลา เด็กสาวยิ้มกว้างให้กับทุกคนก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหวานๆแต่ข้อความเหล่านั้นกลับไม่ได้ดูหวานตามน้ำเสียงเลย

 

            “จะให้คนของทีมไคโจจับไม้เพื่อเป็นยักษ์(คนหา)ก่อนนะ ใครได้ไม่สั้นคู่นั้นก็ต้องเป็นยักษ์ไปก่อนแล้วหลังจากนั้นก็ไปตามหาคู่อื่นๆ หากโดนจับได้เพียงคนเดียวคู่ของตัวเองก็สามารถมาช่วยได้ เปลี่ยนคนเป็นยักษ์ไปเรื่อยๆ ใครถูกจับได้มากที่สุดจะโดนฝึกพิเศษเพิ่มเป็นสามเท่านะจ๊ะ”

 

            โดยเฉพาะคำพูดสุดท้ายที่ทำให้คนฟังถึงกับหน้าซีดและคิดเป็นเสียงเดียวกันว่า... ให้ตายยังไงก็แพ้ไม่ได้เด็ดขาด!!!

 

            และคู่ที่ได้เป็นยักษ์ก่อนก็คือคู่ของฮิวงะและฮายาคาวะ

 

            “ให้เวลาในการไปหาที่ซ่อนห้านาที โดยกฎก็คือจะซ่อนที่ไหนในโรงเรียนก็ได้แต่ห้ามเข้าไปซ่อนในอาคารเรียนเด็ดขาด เริ่มได้!

 

            สิ้นเสียงของริโกะแต่ละคู่ก็วิ่งกระจายไปคนละทาง คาซามัตสึวิ่งนำหน้าคุโรโกะเพราะเป็นคนในพื้นที่และรู้จักทุกอย่างภายในโรงเรียนเป็นอย่างดี ไม่นานนักทั้งสองก็มานั่งแอบอยู่ที่ด้านหลังของอาคารเรียนหลังหนึ่งที่มีพุ่มไม้ขึ้นสูงและสามารถใช้เป็นที่กำบังตัวได้ กัปตันหนุ่มมองหน้าของคนที่เป็นคู่หูในการเล่นเกมส์ คุโรโกะหอบหายใจหนัก ใบหน้าขึ้นสีแดงเรื่อจากความเหนื่อยและอากาศที่ร้อนอบอ้าว

 

            “ดื่มนี่หน่อยไหม?” ร่างสูงผมซอยสั้นสีดำสนิทยื่นขวดน้ำให้ร่างเล็ก เขาชอบพกเอาไว้ในเวลาที่ออกมาวิ่งข้างนอกจนติดเป็นนิสัย

 

            “ขอบคุณครับ” คุโรโกะพูดเสียงเบาแล้วรับขวดน้ำมาดื่มดับกระหายก่อนจะส่งคืนให้กับรุ่นพี่ที่อายุมากกว่ากันสองปี “รุ่นพี่ก็ดื่มด้วยกันสิครับ”

 

            “ขอบใจ” คาซามัตสึคว้าขวดน้ำแล้วยกดื่มในทันที ก่อนที่แขนที่จับขวดน้ำอยู่จะหยุดชะงัก เมื่อกี้คุโรโกะดื่มไปแล้ว ก็หมายความว่า... บ้าน่า! ผู้ชายด้วยกันไม่คิดอะไรอยู่แล้ว!

 

            “รุ่นพี่ครับ...”

 

            “...”

 

            “รุ่นพี่คาซามัตสึครับ!

 

            “หา? มีอะไร” กัปตันหนุ่มสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันหน้ามามองรุ่นน้องต่างโรงเรียนที่กำลังมองหน้าเขาอยู่เช่นกัน

 

            “ผมว่าตรงนี้มองเห็นง่าย เราไปซ่อนที่อื่นดีมั๊ยครับ?” คนตัวเล็กออกความเห็น จริงอย่างที่คุโรโกะว่า บริเวณด้านหลังอาคารเรียนหลังนี้เป็นพื้นที่โล่งกว้าง มีแค่พุ่มไม้สูงที่ใช้กำบังได้เท่านั้น ถ้าคนหามาตรวจสอบอย่างละเอียดก็คงจะถูกเจอตัวได้ง่ายๆ

 

            “งั้นก็ไปที่อื่นกันเถอะ นาย... วิ่งไหวใช่มั๊ย?”

 

            “ไหวครับ” คุโรโกะชันตัวลุกขึ้นยืนตามร่างสูงก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าสวยจะเบิกกว้างเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็คว้าข้อมือเขาไปกุมไว้แน่น

 

            “ฉันรู้จักที่ดีๆที่นึง รับรองว่าต่อให้เป็นเจ้าพวกนั้นก็หาไม่เจอแน่นอน ไปกันเถอะ” พูดจบคาซามัตสึก็เริ่มออกวิ่งโดยไม่ลืมที่จะกุมมือเล็กเอาไว้ จังหวะที่ร่างสูงใช้ในการวิ่งนั้นเป็นแค่การวิ่งเหยาะๆไม่เร็วมากนักเพื่อที่จะให้คนตัวเล็กที่วิ่งตามมาได้อย่างสบายๆ คุโรโกะมองมือหนาที่กุมมือของตัวเองไว้แล้วเผยยิ้มบางๆ กระชับมือนั้นแน่นขึ้นเมื่อรู้สึกถึงไออุ่นของอีกฝ่ายที่ส่งผ่านมา ดวงตาช้อนขึ้นไปมองแผ่นหลังกว้างที่วิ่งนำอยู่ รู้สึก... อบอุ่นจังเลยแฮะ

 

            “ที่นี่แหละ”

 

            “ที่นี่มัน...”

 

            ดวงตาสีฟ้าเช่นเดียวกับสีของท้องนภาเบิกกว้างอย่างตกตะลึงเมื่อมองเห็นภาพตรงหน้า มันเป็นสวนเล็กๆที่อยู่ทางด้านหลังของโรงเรียน แสงจากดวงอาทิตย์สะท้อนกับบ่อน้ำเล็กๆจนเกิดเป็นเงาตกกระทบสวยงาม ข้างๆกันนั้นมีศาลาเก่าๆที่ดูเหมือนว่าจะไม่มีคนใช้งานมานานแล้วอยู่ด้วย

 

            คาซามัตสึพาร่างเล็กให้มานั่งที่ศาลาก่อนจะปล่อยมือนิ่มออกด้วยความเสียดายเล็กน้อย ดวงตาคมมองรุ่นน้องต่างโรงเรียนที่กำลังมองรอบด้านอย่างสนใจ โดยที่ไม่ได้รู้ตัวเลยว่าที่มุมปากของตนยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเสียแล้ว

 

            “ชอบที่นี่มั๊ย?” กัปตันหนุ่มถามขึ้นกลางความเงียบเพื่อชวนคุย

 

            “ชอบมากเลยครับ ที่นี่สวยแล้วก็เงียบสงบมากเลย”

 

            “อ่า... ที่นี่มันอยู่ไกลจากตัวตึกก็เลยไม่ค่อยมีคนมาน่ะ”

 

            “แล้วรุ่นพี่รู้จักที่นี่ได้ยังไงเหรอครับ?” ร่างบางอดที่จะถามไม่ได้

 

            “ฉันบังเอิญผ่านมาตอนที่ซ้อมวิ่งรอบโรงเรียน เห็นว่ามันเงียบดีก็เลยมานั่งเล่นบ่อยๆ” คุโรโกะพยักหน้ารับ ถ้าเป็นเขาก็คงจะทำแบบเดียวกับที่รุ่นพี่ทำเหมือนกัน คนผมฟ้าพิงหลังกับศาลาไม้พลางสูดอากาศสดชื่นเข้าปอด ลมเย็นๆพัดมาเป็นระยะชวนให้รู้สึกสบายตัว เพียงไม่นานเปลือกตาของร่างบางก็เริ่มปิดลงพร้อมกับหันที่ค่อยๆเอนไปพิงไหล่ของร่างสูง

 

            ปึก...

 

            คาซามัตสึหันมาเมื่อรู้สึกว่าอยู่ๆก็มีอะไรบางอย่างมาแตะที่ไหล่ มองไปก็เห็นรุ่นน้องตัวเล็กที่หลับสนิทไปแล้วเอียงคอมาซบกับไหล่หนาของตน กัปตันบาสของไคโจเผยรอยยิ้มอ่อนโยนออกมา เป็นรอยยิ้มที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อน ร่างสูงค่อยๆยืดขาออกแล้วขยับตัวเล็กน้อย จับศีรษะของรุ่นน้องให้ลงมาหนุนบนตักหนา ใบหน้าหล่อเหลามองคนผมฟ้าด้วยความเอ็นดูก่อนจะเอื้อมมือไปลูบเส้นผมนุ่มเบาๆ อยากจะให้เวลาผ่านไปช้าๆจังเลยแฮะ... เขาคิดเช่นนั้น

 

 

            “อืม...” น้ำเสียงหวานใสครางใบลำคอเบาๆ รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองนอนหนุนอยู่บนอะไรนิ่มๆ เอ๋? อะไรนิ่มๆงั้นเหรอ?

 

            พรวด!

 

            คนตัวเล็กสะดุ้งเฮือกแล้วลุกขึ้นนั่งด้วยสภาพที่ตื่นเต็มตา ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงเรื่อเมื่อพบว่าตนเองเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ แถมยังไปนอนหนุนตักรุ่นพี่คาซามัตสึอีกต่างหาก คุโรโกะ เท็ตสึยะอายจนไม่รู้จะอายยังไงแล้ว

 

            “ตื่นแล้วเหรอ?” น้ำเสียงที่อีกฝ่ายใช้นั้นนุ่มจนร่างเล็กต้องเงยหน้ามอง ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความดุกำลังมองมาที่เขาด้วยความอ่อนโยนปนเอ็นดู

 

            “ขะ... ขอโทษนะครับ” พูดอย่างรู้สึกผิดพลางเบือนหน้าหนีอย่างไม่กล้าสบตา

 

            “เรื่องอะไร?”

 

            “เรื่องที่เผลอหลับ แล้วก็... ไปหนุนตักรุ่นพี่น่ะครับ”

 

            “แค่นี้เอง ไม่เห็นเป็นไรเลย” คาซามัตสึเอื้อมมือไปขยี้เรือนผมสีฟ้าอ่อนเบาๆส่งผลให้อีกฝ่ายยอมหันหน้ามามองเขา “อย่าคิดมากสิ”

 

            “แล้วผม... หลับไปนานแค่ไหนครับ?” คงไม่ใช่ว่าเผลอหลับไปเป็นชั่วโมงหรอกนะ

 

            “สามสิบนาทีเอง” ร่างเล็กแอบถอนหายใจเบาๆเมื่อได้รู้ว่าตนไม่ได้เผลอหลับไปนานอย่างที่คิด ก่อนจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้

 

            “เรายังไม่ถูกเจอตัวสินะครับ?” มาซ่อนนานแล้วแต่ยังไม่เห็นว่าจะมีวี่แววของใครมาตามหาเลย

 

            “บอกแล้วไงว่าต่อให้เป็นพวกนั้นก็หาไม่เจอ” กัปตันหนุ่มเอ่ยอีกครั้งด้วยความมั่นใจเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากคุโรโกะได้เป็นอย่างดี

 

            “น่าจะจริงอย่างที่ว่านะครับ อ๊ะ!” คนตัวเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆคาซามัตสึก็คว้าตัวเขาเข้าไปกอดแน่น ร่างบางตกใจมากขึ้นไปอีกเมื่อรู้สึกถึงริมฝีปากหนาที่ค่อยๆโน้มลงมาประทับบนแก้มขาวเนียนเบาๆ ใบหน้าหวานค่อยๆขึ้นสีแดงเรื่อ หันมองอีกฝ่ายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ใบหน้าคมเข้มเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับพูดประโยคที่ทำให้คนฟังหน้าแดงยิ่งกว่าเก่า

 

            “ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่หนุนตักฉันก็แล้วกันนะคุโรโกะ”

 

            รุ่นพี่คาซามัตสึบ้าที่สุดเลย...

 


~FIN~


---Writer Talk---


     สวัสดีค่าาา ไม่ได้เข้ามาซะนานเลย

วันนี้มาพร้อมกับบทพิเศษพร้อมกับคู่แรร์อย่าง คาซะคุโระค่าาา//ปิดหน้าด้วยความเขิน(?)

อยู่ๆก็อยากแต่งคู่นี้ขึ้นมาค่ะ เป็นคู่ที่แรร์มาก(มากถึงมากที่สุด) คนแต่งแทบนับคนได้

ฟิคเรื่องนี้ไม่มีอะไรมาก ก็แค่ไรเตอร์เกิดหลงรักคาซามัตสึเซมไปนั่นเอง//โดนกรรไกรปักหัว

     เอาจริงๆเราว่าคาซามัตสึเป็นตัวละครที่สุดยอดมากเลยนะคะ แอบปลื้มรุ่นพี่มาเงียบๆตั้งแต่ตอนแข่งกับโทโอในอินเตอร์ไฮ

พอย้อนกลับมาดูแมตช์ของเซย์รินกับไคโจในวินเทอร์คัพ ความรู้สึกที่มีต่อรุ่นพี่ก็ยิ่งพุ่งพรวด

ฟิคนี้ก็เลยกำเนิดขึ้นมาได้ค่ะ//ฮาาา


     บ่นมาเยอะแล้ว ยังไงก็ขอให้สนุกกับฟิคนี้นะคะ

หากมีอะไรผิดพลาดก็คอมเม้นมาได้ สารภาพว่าไม่ชินกับคาแรคเตอร์ของคาซามัตสึเอาเสียเลย

ถ้าหลุดอิมเมจไปยังไงก็ขอโทษด้วยนะคะ//โค้ง


     ปล. ไรเตอร์เปิดเพจแล้วน๊า เผื่อใครยังไม่รู้ 

ตามลิ้งนี้เลยค่าา >>> https://www.facebook.com/Michan.writer/

สามารถเข้าไปพูดคุย+ทวงฟิค(?) กันได้ค่ะ//ถึงแม้ว่ามันจะไม่ค่อยได้อัพเดทตอะไรก็เถอะ T__T


     แล้วเจอกันโอกาสหน้า บ๊ายบายค่ะ


'Mind-San./Mi~chan'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

321 ความคิดเห็น

  1. #289 nn2006 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 18:17
    อยากจิ้นคู่นี้นานแล้ววววววววววววขอบคุณค่ะไรท์^-^
    #289
    0
  2. #188 anasia (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 19:06
    ซะ ซะ...เซมปายยยยยยยยย//กรีดร้อง//(_ _)กราบขอบพระคุณไรท์เตอร์งามๆเลยค่ะ นึกว่าจะมีแค่ตัวเองซะอีกที่ชอบเซมไปกับคุโรริน เพราะปกติเซมไปจะไปคู่กับคีจัง แต่คือเราเป็นสาวกออลดำไง ชอบใครก็จับคู่กับคุโรรินมันซะเลย แหะๆ แล้วเราก็ชอบเซมไปมั่กๆ//กัดหมอน

    ขอบคุณที่แต่งมาให้เซียได้ชื่นใจนะคะไรท์เตอร์^o^
    #188
    0
  3. #176 l3oss_it (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 12:48
    รุ่นพี่คาซามันซึนนนนนนนนนนนนนน
    อา....ช่างเป็นคู่แรร์ที่หาน้อยคนที่จะแต่งจริงๆนั้นเหละ เราเองก็อยากแต่งนะแต่สกิลการแต่งมันย่ำแย่เกินไป แล้วชอบดองเป็นงานอดิเรกด้วยล่ะXP
    ชอบมากเลยนะ ขอบคุณที่แต่งมาให้อ่านนะ
    #176
    0