[FIC KnB] ผมน่ะ ยังไงก็เป็นได้แค่เงาสินะครับ?(allKuroko)

ตอนที่ 15 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,559
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    10 พ.ค. 58

บทรีเควส 05 NijiKuro



บทรีเควส 05 – NijiKuro

 

จากคุณ : Akumu

(ส่วนคนที่รีเควสมาไม่ทันก็อ่านได้เช่นกันน๊า><)

 

Title : “นายน่ะ ฉันจะเป็นคนปกป้องเอง”

Pairing :  NijiKuro (Nijimura x Kuroko)

Rating : ???

Genre : Kawaiiii~

Warning : รุ่นพี่มักจะทำเรื่องที่คาดไม่ถึงได้เสมอ

(หมายเหตุ : จะขอเรียก นิจิมูระว่า นิจิมูระเซมไป(รุ่นพี่)นะคะ)

By : Mind-San./Mi~chan

. . . . .



            แสงแดดยามบ่ายอันอบอุ่นส่งผลให้เด็กหนุ่มร่างเล็กรู้สึกสดชื่นเป็นพิเศษ คุโรโกะ เท็ตสึยะเดินทอดน่องเชยชมบรรยากาศในช่วงวันหยุดที่หาไม่ได้ง่ายๆ หรือจะพูดให้ถูกก็คือวันนี้เขารู้สึกว่างเป็นพิเศษเนื่องจากทีมบาสเซย์รินงดซ้อมเพราะโค้ชเห็นว่าพวกเขาควรพักผ่อนร่างกายบ้าง ในเวลาแบบนี้ปกติคุโรโกะมักจะเก็บตัวอยู่ในบ้านและใช้เวลาทั้งหมดไปกับหนังสือเล่มโปรด แต่วันนี้ไม่รู้ว่านึกยังไงถึงอยากจะออกมาเดินเล่นเปลี่ยนอารมณ์

 

            ดวงตาสีฟ้าสวยเหม่อมองทางเท้าอย่างเรื่อยเปื่อยพลางดูดวานิลลาเชคจากร้านโปรดที่แวะไปซื้อมา ร่างเล็กก้าวขาไปอย่างไร้จุดหมาย จับจ้องและสังเกตผู้คนไปเรื่อยๆเพื่อหาอะไรทำแก้เบื่อ

 

            ในที่สุดเขาก็ไปหยุดอยู่ที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง มันเป็นสวนเล็กๆแต่ก็มีต้นไม้น้อยใหญ่ปลูกไว้ให้ความร่มรื่น บริเวณนี้เงียบสงบปราศจากคนโดยสิ้นเชิง คุโรโกะเดินเข้าไปนั่งบนม้านั่งตัวหนึ่งพลางหยิบหนังสือเล่มเล็กที่พกมาด้วย มือขวาที่ถือแก้ววานิลลาเชคอยู่วางแก้วลงข้างๆตัวก่อนจะทำการเปิดหน้าหนังสือเพื่ออ่านในส่วนที่ค้างไว้ เสียงลมพัดเบาๆพร้อมกับกลิ่นอายธรรมชาติที่ลอยอบอวลชวนให้รู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก ร่างเล็กสูดลมหายใจเข้าลึกๆเพื่อซึมซับอากาศบริสุทธิ์ที่หาไม่ได้ง่ายๆ

 

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนเด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนรู้สึกได้ถึงแดดที่เริ่มแรงขึ้น ดวงอาทิตย์ลอยขึ้นสูงบ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาเกือบเที่ยงแล้ว คุโรโกะปิดหนังสือลง รู้สึกว่ายังไม่หิวเท่าไหร่เพราะพึ่งดื่มของโปรดไป ดวงตาสีฟ้าสวยหันไปมองยังด้านหน้าของสวนสาธารณะก็พบตู้ขายเครื่องดื่มตั้งอยู่.. ไปหาอะไรดื่มสักหน่อยดีกว่า

 

            เขาหยอดเหรียญลงไปก่อนจะมองของที่อยู่ในตู้ นิ้วเรียวเอื้อมหมายจะกดเครื่องดื่มก่อนที่จะได้ยินเสียงนกร้องเบาๆแต่ก็เรียกความสนใจจนทำให้เขาหันไปมองได้

 

            ติ๊ด

 

            คุโรโกะรีบหันกลับมามองยังตู้กดน้ำ ก่อนที่จะเบิกตากว้างเมื่อเขาเผลอกดเครื่องดื่มไปเสียแล้ว คนตัวเล็กก้มตัวลงหยิบกระป๋องเครื่องดื่มที่หล่นลงมา ความอุ่นจากกระป๋องแผ่เข้ามาในฝ่ามือเมื่อเขาหยิบมันขึ้นมามองชัดๆ

 

            กาแฟดำ...

 

            เด็กหนุ่มร่างเล็กถอนหายใจ ทั้งๆที่ตั้งใจจะกดน้ำแร่มาดื่มแก้คอแห้งแท้ๆกลับกดพลาดได้กาแฟดำมาซะได้ เขามองกระป๋องสีดำที่ดีไซน์รูปแบบเรียบๆอย่างท้อใจ เขาเป็นคนไม่ดื่มกาแฟอยู่แล้ว ยิ่งเป็นกาแฟดำที่ขมกว่าปกตินี่ยิ่งไม่มีทางดื่มเข้าไปใหญ่ แล้วเขาจะทำยังไงกับมันดีล่ะ? ทิ้งงั้นเหรอ? ทำแบบนั้นมันก็น่าเสียดายแย่สิ

 

            มือทั้งสองข้างกอบกุมกาแฟกระป๋องไว้ รู้สึกดีนิดหน่อยเมื่อไออุ่นแผ่เข้ามายังมือที่เริ่มเย็นเฉียบของตัวเอง ดูท่าว่าจะนั่งรับลมนานเกินไปหน่อยเขาถึงได้รู้สึกหนาวเช่นนี้ คุโรโกะมองซ้ายมองขวาแต่ก็ยังไม่พบใครที่สวนแห่งนี้ จึงตัดสินใจเดินออกไปพร้อมถือกาแฟกระป๋องไปด้วย จะว่าไปสีแบบนี้มันก็คล้ายกับดวงตาของใครบางคนอยู่นะ..

 

            ร่างเล็กคิดพลางนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ได้เจอมานาน ทั้งสีตาและสีผมก็เป็นสีดำสนิทเหมือนสีของกระป๋องที่เขาถืออยู่ในมือ ร่างสูงที่มีท่าทางโหดแต่ก็มีมุมใจดีซ่อนไว้ทำให้ใบหน้าเรียบเฉยเผยรอยยิ้มน้อยๆ คิดถึงวันและเวลาเมื่อสมัยก่อนขึ้นมาทันใด

 

            “จะไปไหนเหรอพี่ชาย สนใจไปเที่ยวกับพวกผมรึเปล่า?”

 

            ฝีเท้าของร่างเล็กหยุดกึก คุโรโกะเพ่งมองใบหน้าของเด็กหนุ่มที่น่าจะอายุอ่อนกว่าเขาสักปีสองปีที่ยักคิ้วมาให้และเดินเข้ามาขวางทางเขาไว้ ทั้งชุดมัธยมต้นผิดระเบียบที่เขาไม่รู้จักชื่อก็สามารถรู้ได้ทันทีว่าคนๆนี้ต้องเป็นนักเรียนที่ไม่ได้อยู่แถวนี้แน่ๆ

 

            “ขอโทษที ผมติดธุระ” เมื่อเห็นว่าคุยกับคนแบบนี้ไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาจึงเป็นฝ่ายชิงตัดบทแล้วเดินเลี่ยงออกไปอีกทางแทน แต่เดินไปได้เพียงไม่ก้าวคนตัวเล็กก็ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อมีเด็กหนุ่มอีกสามสี่คนเดินมาขวางเขาไว้เช่นกัน

 

            “พี่ชายมาคนเดียวนี่นา มาสนุกกับพวกผมดีกว่านะ” คนผมทองบอกด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ถึงจะอายุน้อยกว่าแต่พวกเขาก็ดูสูงกว่าคุโรโกะมากพอสมควร พวกเขาเห็นเด็กหนุ่มน่ารักเดินอยู่คนเดียวจนอดใจที่จะไปทักทายไม่ได้ ก็แหม.. นานๆทีจะได้เจอคนหน้าตาน่ารักๆอย่างนี้สักทีนี่นา

 

            “กรุณาหลีกไปด้วยครับ” คุโรโกะบอกด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่ในใจแอบหวาดกลัวอยู่ไม่น้อย

 

            “เห? หยิ่งซะด้วย” เด็กหนุ่มอีกคนเดินเข้ามาคว้าแขนคนตัวเล็กพลางมองหน้าเป็นเชิงบอกว่าให้ยอมไปกับพวกเขาแต่โดยดี ดวงตาสีฟ้าฉายแววตื่นตระหนก พยายามใช้กำลังทั้งหมดที่มีแกะมือที่ยังจับแขนเขาไว้ไม่ยอมปล่อย

 

            “ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!” คุโรโกะตะโกนเสียงดังหวังจะให้คนอื่นเข้ามาได้ยินแต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อพบว่าโดยรอบนี้ไม่มีใครอยู่เลย ก้อนเนื้อในอกซ้ายเต้นรัวด้วยความกลัวเมื่อพบว่าตอนนี้ตนตกอยู่ในวงล้อมของเด็กนักเรียนถึงห้าคน ต่อให้สู้ยังไงร่างกายของเขาก็ไม่อาจเอาชนะร่างสูงทั้งหลายแหล่นี่ได้หรอก

 

            แต่ถ้าแค่คนที่จับตัวเขาอยู่ก็ไม่แน่..

 

            พลั่ก!

 

            “โอ๊ย!!!” เด็กหนุ่มที่จับตัวคุโรโกะร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดเมื่อคนตัวเล็กเหยียบเท้าของเขาอย่างเต็มแรงจนล้มลงไปนั่งกับพื้น เมื่อเห็นว่าได้โอกาสเด็กหนุ่มผมฟ้าก็รีบวิ่งออกไปทันที และมันจะดีกว่านี้มากหากคนที่เขาพึ่งเหยียบเท้าไปเมื่อครู่ไม่ยื่นมือมาจับข้อเท้าของเขาไว้จนล้มคว่ำไม่เป็นท่า

 

            “อึ่ก..” คุโรโกะร้องเบาๆเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บร้าวที่แล่นเข้ามา สงสัยข้อเท้าคงพลิก ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจเขาเกือบจะหนีเจ้าคนพวกนี้ได้อยู่แล้วเชียว

 

            “แสบนักนะ..” เด็กหนุ่มที่โดนเหยียบเท้าค่อยๆลุกขึ้นอย่างยากลำบากก่อนจะส่งสายตาไปยังเพื่อนที่มาด้วยกันให้ช่วยยกตัวของคุโรโกะขึ้นมาโดยหิ้วปีกคนละข้าง เขาเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็กที่บัดนี้ฉายแววตื่นกลัวอย่างชัดเจน มือหนาเงื้อมมือหวังจะฟาดลงไปบนใบหน้าหวานที่เป็นต้นเหตุที่เขาให้เขาต้องเจ็บตัว   คนตัวเล็กหลับตารอรับชะตากรรมที่กำลังจะเกิดขึ้น..

 

            พลั่ก!!!

           

            ตุ้บ!!!

 

            “โอ๊ย..”

 

            เสียงอะไรบางอย่างที่มาพร้อมกับเสียงร้องเจ็บปวดทำให้ดวงตาของคนตัวเล็กค่อยๆลืมขึ้น เบื้องหน้าเขาคือคนร่างสูงแสนคุ้นตาที่ยกเท้าขึ้นมาในองศาที่พอเหมาะและกระหน่ำเตะคนที่นอนคุดคู้อยู่อย่างไม่ใยดี ใช่.. เตะคนที่เกือบจะตบเขาเมื่อครู่นั่นแหละ

 

            “เฮ้ย! แกเป็นใครวะ!?” อีกสี่คนที่เหลือเมื่อเห็นว่าเพื่อนของตนถูกอัดจนเละก็ปล่อยตัวคุโรโกะแล้วไปยืนล้อมร่างสูงของคนนั้นแทน ดวงตาคมกริบจ้องมองเด็กนักเรียนในชุดผิดระเบียบอย่างท้าทายก่อนจะออกแรงถีบหนึ่งในนั้นไปเต็มแรงจนคนโดนถีบลอยกระเด็นไปไกลท่ามกลางสายตาตกตะลึงของทุกคน

 

            ใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีร่างสูงก็จัดการอัดเด็กมอต้นทุกคนจนสลบเหมือดกันเป็นแถว พลางหันมามองเด็กหนุ่มร่างเล็กที่กำลังจะถูกคนพวกนี้รักแก ทันทีที่สบตาดวงตาสีฟ้าก็เบิกกว้างพอๆกับคนที่หันมา

 

            “นิจิมูระเซมไป!!!

 

            “คุโรโกะ!!!

 

            ทั้งสองนิ่งค้างและสบตากันด้วยความตกใจ ก้อนเนื้อที่หน้าอกข้างซ้ายเต้นรัว ไม่ใช่เพราะความตื่นตระหนกแต่เป็นเพราะความดีใจของร่างเล็กที่อยากเจอคนตรงหน้ามานานแสนนาน ใบหน้าหวานเผยรอยยิ้มน้อยๆ สองมือที่แนบกันข้างลำตัวกำแน่นให้เล็บจิกลงไปในเนื้อจนเกิดรอยแดงเพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าเขาไม่ได้ฝันไป ร่างสูงที่กำลังยืนอยู่ตรงหน้าเขามีตัวตนจริงๆ!

 

            “มะ.. ไม่ได้เจอกันนานนะครับ” คุโรโกะพูดอย่างประหม่าเมื่อร่างสูงผมสีดำสนิทรับกับดวงตาคมเดินเข้ามาใกล้ มือหนาอันคุ้นเคยจับบ่าเล็กทั้งสองข้างแล้วบีบเบาๆ

 

            “นายไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” น้ำเสียงที่แสดงถึงความเป็นห่วงทำให้ร่างเล็กหน้าร้อนวาบ ริมฝีปากเม้มเข้าหากันก่อนจะพยักหน้าเบาๆทำให้คนร่างสูงถอนหายใจอย่างโล่งอก มือเรียวเลื่อนลงไปคว้าข้อมือเล็กไว้ก่อนจะออกแรงดึงให้เดินออกจากบริเวณนี้โดยเร็วก่อนที่จะมีคนมาเห็นและรู้ว่าพวกเขามีเรื่องกัน

 

            คุโรโกะแอบมองอีกฝ่ายที่เดินเงียบๆอย่างพิจารณา นิจิมูระในตอนนี้ดูสูงกว่าเดิมมาก ช่วงไหล่กว้างขึ้นกว่าแต่ก่อน จะมีก็แต่ใบหน้าหล่อเหลาและสายตาเย็นชาแต่กลับแฝงความรู้สึกอบอุ่นที่ยังไม่เคยเปลี่ยนไปเลย เด็กหนุ่มผมฟ้าแอบยิ้มพลางเขยิบเข้าไปชิดร่างสูง

 

            “นิจิมูระเซมไปกลับมานานหรือยังครับ?” ร่างเล็กเอ่ยถามเพื่อไม่ให้รอบข้างเงียบจนเกินไป เพราะตอนที่เขาเจอร่างสูงครั้งสุดท้ายก็เป็นช่วงมอต้นปีสอง หลังจากที่รู้ข่าวว่าพ่อของรุ่นพี่คนนี้ป่วยทำให้ต้องตามไปดูแลที่อเมริกานั่นก็ผ่านมานานแล้ว และพวกเขาก็แทบจะไม่ได้ติดต่อกันเลย

 

            “อืม เกือบเดือนแล้วล่ะ ตอนนี้คุณพ่อของฉันอาการดีขึ้นมาก เลยว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่เลยล่ะนะ”

 

            “งั้นเหรอครับ” รู้สึกว่าหัวใจพองโตอย่างประหลาดเมื่อได้ยินคำบอกเล่าจากร่างสูง พวกเขาเดินกันมาสักพักก่อนจะตัดสินใจนั่งพักที่ป้ายรถเมล์แถวๆนั้น

 

            “ว่าแต่นายเถอะคุโรโกะ ทำไมถึงไปทะเลาะกับเจ้าพวกนั้นได้?” นิจิมูระหันมาถามร่างบาง คิ้วเข้มขมวดมุ่นเป็นเชิงต่อว่าและเป็นห่วง นี่ถ้าเขาไม่เข้าไปช่วยก็ไม่อยากจะคิดเลยว่าคนตัวเล็กจะมีสภาพเป็นยังไง

 

            “พวกเขามาหาเรื่องผมเองนะครับ” คุโรโกะตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เขาไม่ผิดสักหน่อยในเมื่อคนพวกนั้นเป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องเอง ทั้งๆที่เขาไม่ได้ทำอะไรด้วยซ้ำ

 

            “ช่างเถอะ เฮ้อ.. กะว่าจะไปหาอะไรดื่มแต่ดันมาเจอเรื่องก่อนซะนี่” เด็กหนุ่มผมดำถอนหายใจเบาๆก่อนจะเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยหน่าย ไม่ใช่ว่าเหนื่อยที่พึ่งอัดคนกลุ่มนั้นไปหรอก เขาเคยเจอเรื่องทำนองนี้มาเยอะ แถมตอนสมัยมอต้นก็คอยไปอัดไฮซากิที่ชอบโดดซ้อมบ่อยๆอีก แต่ที่เรื่องที่ทำให้เหนื่อยใจก็คือตอนนั้นรู้สึกคอแห้งมาก จะไปซื้อน้ำก็พบว่าแถวๆนั้นมีแค่ตู้กดที่อยู่หน้าสวนสาธารณะเท่านั้นจึงตัดสินใจเดินไป แต่ก็ดันมาพบพวกอันธพาลสี่ห้าคนกำลังรังแกคนไม่มีทางสู้เลยอดที่จะเข้าไปสั่งสอนไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าตกใจกว่านั้นคือคนที่เขาพึ่งช่วยเอาไว้กลับเป็นรุ่นน้องจากชมรมบาสที่ไม่ได้เจอกันมานาน.. คุโรโกะ

 

            “เอ่อ.. ถ้าไม่รังเกียจ จะดื่มนี่ก็ได้นะครับ” คนตัวเล็กพูดพลางหยิบกาแฟดำยื่นให้อีกฝ่ายดู

 

            “หือ? นายดื่มของแบบนี้ด้วยเหรอ?” ดวงตาคมมองอย่างแปลกใจเมื่อเห็นว่าคนอย่างคุโรโกะดูแล้วไม่น่าจะชอบดื่มอะไรแบบนี้เท่าไหร่

 

            “ผมกดผิดมาน่ะครับ” เมื่อได้ฟังคำตอบนิจิมูระก็หัวเราะพรืดจนอีกฝ่ายมองค้อน แค่เขากดเครื่องดื่มออกมาผิดนี่มันน่าขำขนาดนั้นเลยเหรอ? รู้อย่างนี้ไม่ให้เสียก็ดี ในจังหวะที่จะชักมือกลับร่างสูงก็รีบคว้ากาแฟกระป๋องไปทันที ใบหน้าที่มักจะทำหน้าโหดส่งยิ้มทะเล้นไปให้คนตัวเล็ก

 

            “ขอบใจนะ ฉันชอบดื่มอะไรแบบนี้ซะด้วย”

 

            “งั้นก็ถือเป็นการตอบแทนที่คุณช่วยผมไว้ก็แล้วกันนะครับ” พูดจบก็รีบหันหน้าไปทางอื่น คุโรโกะรู้สึกได้ถึงไปหน้าที่ร้อนผ่าวของตนเมื่อเห็นรอยยิ้มนั้น ดวงตาสีฟ้าสวยแอบเหม่อมองคนข้างตัวที่กำลังเปิดฝาออกแล้วซดกาแฟดำเข้าไปอึกใหญ่ นิจิมูระเซมไปจะรู้ไหมว่าผมดีใจแค่ไหนที่ได้มาพบกับคุณ..

 

            ไม่นานกาแฟก็หมด ร่างสูงหันไปก็พบถังขยะใบใหญ่อยู่ใกล้ๆ มือหนาโยนกระป๋องเปล่าลงถังอย่างแม่นยำก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้ตัวยาวพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

 

            “นี่ก็เที่ยงแล้ว นายกินข้าวรึยัง?” นิจิมูระถามพลางมองหน้าของอดีตรุ่นน้อง เมื่ออีกฝ่ายส่ายหน้าเป็นเชิงบอกว่ายังไม่ได้กินคนตัวสูงก็คว้ามือบางมากุมไว้และดึงให้ลุกขึ้น “งั้นไปกินข้าวเที่ยงกัน”

 

            “ตะ.. แต่ว่า” คุโรโกะตกใจกับคำชวนของร่างสูง

 

            “ฉันเป็นคนช่วยนายไว้นะ เพราะงั้นนายต้องไปกินข้าวเป็นเพื่อนฉันด้วย” เขาชิงพูดโดยไม่เว้นจังหวะให้อีกฝ่ายได้ปฏิเสธ “ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวมื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง ฉันรู้จักร้านอาหารอร่อยๆร้านนึง ได้ยินว่าที่นั่นมีวานิลลาเชคแล้วก็ของหวานรสวานิลลาด้วยนะ” ไม่รู้ว่าคุโรโกะจะยังชอบเครื่องดื่มชนิดนี้อยู่หรือเปล่า แต่เขาก็ลองพูดให้อีกฝ่ายคล้อยตามดู

 

            “ถ้างั้นก็ได้ครับ” เด็กหนุ่มผมฟ้าพยักหน้า ในเมื่อนิจิมูระเป็นคนช่วยเขาไว้ทั้งทีแค่ไปกินข้าวด้วยกันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่นา ที่เขาตอบตกลงเพราะไม่ได้อยากกินวานิลลาเชคหรอกนะ แค่กลัวว่าร่างสูงจะไม่มีเพื่อนไปกินข้าวต่างหาก

 

            “งั้นก็ดี” พูดจบเจ้าของดวงตาคมก็จูงมือของร่างบางเข้าไปในเมืองทันที ย่านการค้าในบริเวณนี้คลาคล่ำไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเที่ยงจึงทำให้คนเดินออกมาหาอะไรทานกันเยอะเป็นพิเศษ

 

            นิจิมูระเดินนำร่างเล็กเข้าไปยังซอยแห่งหนึ่งที่ไม่ค่อยมีผู้คนมากนัก พลางเหลือบมองใบหน้าหวานไปด้วย มือหนากระชับมืออีกฝ่ายให้แน่นขึ้น รู้สึกดีใจอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้กุมมือของเด็กหนุ่มร่างบางเช่นนี้

 

            ใช้เวลาประมาณสิบนาทีทั้งสองก็เดินมาถึงหน้าร้านอาหารร้านหนึ่ง มันเป็นร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ ตัวร้านทำด้วยไม้มีด้วยกันสองชั้น ป้ายหน้าร้านดูหรูหราและมีความขลังไปในตัว ร่างเล็กมองร้านขนาดใหญ่แห่งนี้อย่างอึ้งๆ

 

            “เอ่อ.. ผมว่าเราไปกินที่อื่นดีไหมครับ?” คุโรโกะมองอีกฝ่ายอย่างเกรงใจ ดูท่าว่าร้านนี้อาหารคงจะแพงไม่ใช่น้อย แต่นิจิมูระกลับส่ายหน้าพลางเดินไปเปิดประตูบานเลื่อนแล้วลากคนตัวเล็กให้ตามเข้าไปอย่างง่ายดาย

 

            “ยินดีต้อนรับค่ะ อ้าวชูโซคุง ไม่เจอกันนานเลยนะจ๊ะ แล้วนั่นพาเพื่อนมาด้วยเหรอ?” หญิงสาวท่าทางใจดีที่ดูแล้วน่าจะเป็นเจ้าของร้านเอ่ยทักเมื่อเห็นร่างสูงมากับเด็กหนุ่มน่ารักอีกคน

 

            “ครับ เขาเป็นรุ่นน้องของผมเอง แล้วมีโต๊ะไหมครับ?” นิจิมูระพูดพลางกระชับมือที่กุมอยู่ให้แน่นขึ้นมุมปากแย้มรอยยิ้มเมื่อคนตัวเล็กหน้าเริ่มแดงขึ้นมา

 

            “เชิญด้านในเลยจ้ะ ตามสบายเลยนะ” เจ้าของร้านพูดพลางบอกให้พนักงานเดินนำพวกเขาเข้าไปในร้าน ภายในอบอวลไปด้วยกลิ่นอาหารตามแบบฉบับของคนญี่ปุ่นดั้งเดิม พอเดินเข้าไปก็พบห้องเล็กๆตั้งเรียงรายกันไปโดยมีประตูบานเลื่อนคั่นไว้

 

            “ที่นี่เขาจะทำห้องเล็กๆไว้สำหรับลูกค้าที่มานั่งกินอาหารกันน่ะ เป็นเอกลักษณ์ของร้านแล้วก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกเป็นส่วนตัวด้วย” คนร่างสูงอธิบายเมื่อเห็นใบหน้าสงสัยจากอีกฝ่าย พวกเขาเดินตามพนักงานมาจนถึงห้องที่อยู่ลึกที่สุด หญิงสาวนั่งลงบนชานระเบียงที่ยกระดับสูงจากพื้นเล็กน้อยพลางนั่งคุกเข่าแล้วเลื่อนประตูให้เปิดออก

 

            ภายในห้องใหญ่กว่าที่คิดไว้มาก มีโต๊ะญี่ปุ่นขนาดกลางไม่ใหญ่ไม่เล็กเกินไปอยู่กลางห้อง บนพื้นถูกปูเสื่อทาทามิอย่างเรียบร้อย รอบโต๊ะสี่เหลี่ยมมีเบาะรองนั่งปูไว้จำนวนสี่ที่ โดยรวมแล้วที่นี่ถือเป็นร้านอาหารที่หรูมากเลยทีเดียวเมื่อสามารถรองรับลูกค้าด้วยห้องเดี่ยวที่กว้างขนาดนี้

 

            “เชิญค่ะ” เธอผายมือให้ลูกค้าทั้งสองก่อนจะลุกออกมาตามมารยาทที่ถูกฝึกไว้ นิจิมูระพยักหน้าเล็กน้อยเขาเดินเข้าไปนั่งด้านในก่อนจะมองคุโรโกะเป็นเชิงให้มานั่งใกล้ๆกัน

 

            เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนนั่งมองรอบตัวอย่างประหม่า เขาไม่เคยเข้าร้านแบบนี้มาก่อน ยิ่งพอมากับนิจิมูระแล้วเขาก็ทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ อดีตรุ่นพี่ยิ้มเพื่อให้อีกฝ่ายคลายความกังวลก่อนจะยื่นเมนูแผ่นใหญ่ไปให้ ดวงตากลมโตจ้องมองรายการอาหารพร้อมรูปภาพประกอบที่เยอะแยะเต็มไปหมด เขาไม่รู้ว่าจะสั่งอะไรดี แต่โดยรวมแล้วอาหารที่นี่ก็ไม่ได้แพงมากอย่างที่เขาคิด

 

            “เอ่อ.. ผมกินอะไรก็ได้ครับ นิจิมูระเซมไปสั่งตามสบายเลย” คุโรโกะเอ่ยอย่างเกรงใจ ในเมื่อร่างสูงเป็นคนช่วยเขาไว้แต่ก็ยังอุตส่าห์พามาเลี้ยงข้าวกลางวันแบบนี้อีก เขารู้สึกขอบคุณจนไม่รู้ว่าจะขอบคุณยังไงแล้ว

 

            “สั่งไปเถอะน่า” นิจิมูระมองรุ่นน้องด้วยแววตาดุๆแต่ก็ทำให้คุโรโกะสะดุ้งขึ้นมาได้ คนตัวเล็กมองเมนูแวบหนึ่งก่อนจะหันไปหาพนักงานสาวที่กำลังยืนถือกระดาษรอจดเมนูตามที่ลูกค้าสั่ง

 

            “เอาราเมงที่นึงครับ” เธอพยักหน้าแล้วเขียนชื่อเมนูลงไป ที่เขาเลือกเมนูนี้เพราะเห็นว่ามันกินง่ายและดูจานเล็กที่สุดแล้ว อีกอย่างก็เพราะเขาเกรงใจรุ่นพี่หน้าดุที่นั่งอยู่ข้างๆเขานี่ไง

 

            เด็กหนุ่มผมสีดำสนิทเหลือบมองร่างบางเล็กน้อย แม้อยากจะบ่นว่าทำไมถึงสั่งน้อยแบบนี้แต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป ร่างสูงหันไปสั่งอาหารแล้วเก็บใบเมนูไว้ที่เดิมก่อนจะหันมาสั่งเครื่องดื่ม

 

            “ขอชุดน้ำชาชุดใหญ่หนึ่งชุด แล้วก็วานิลลาเชคอีกหนึ่งแก้วครับ” คุโรโกะหันไปมองอีกฝ่ายอย่างแปลกใจ เขาไม่คิดว่าคนอย่างนิจิมูระจะชอบดื่มอะไรแบบนี้ด้วย

 

            “รออาหารสักครู่นะคะ หากมีอะไรขาดเหลือก็กดปุ่มบนโต๊ะได้เลยค่ะ” หญิงสาวผายมือไปที่ปุ่มสี่เหลี่ยมเล็กๆบนโต๊ะที่มีไว้สำหรับกดเรียกพนักงาน เธอโค้งหัวเล็กน้อยแล้วเดินออกไปพร้อมกับปิดประตูลงเบาๆเพื่อไม่ให้รบกวนลูกค้าท่านอื่น

 

            “นิจิมูระเซมไปมาร้านนี้บ่อยเหรอครับ?” เด็กหนุ่มร่างเล็กอดถามไม่ได้เมื่อเห็นอีกฝ่ายดูสนิทสนมกับเจ้าของร้านมากพอตัว

 

            “อืม ช่วงมอต้นฉันมากินข้าวที่นี่กับครอบครัวบ่อยๆน่ะ” คุโรโกะพนักหน้ารับก่อนจะนั่งเงียบๆ เขาไม่ใช่คนคุยเก่ง ยิ่งกับรุ่นพี่ตรงหน้าแล้วเขายิ่งไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไง

 

            ไม่นานพนักงานก็ยกอาหารมาเสิร์ฟ เด็กหนุ่มผมฟ้าเบิกตากว้างอย่างตกใจเมื่อเห็นอาหารมากหน้าหลายตาที่อยู่บนโต๊ะ นิจิมูระเซมไปสั่งมามากขนาดนี้เชียวหรือ? นอกจากราเมงที่วางไว้ตรงหน้าเขาแล้ว ยังมีข้าวหน้าหมูทอดชุดใหญ่ที่วางไว้หน้าร่างสูง แต่นั่นยังไม่เท่ากับของที่แทบจะล้นออกจากโต๊ะ

 

            ทั้งปลาดิบที่สไลด์เป็นแผ่นบางๆวางอยู่ในจานใบยาว ซูชิหลากสีหลายหน้าที่มีทั้งไข่หวาน ปลามากุโร่ ไข่กุ้ง ไข่ปลาที่ถูกห่อไว้ด้วยสาหร่ายและซูชิอีกหลากหลายชนิดที่จัดไว้ในจานอย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีไก่ทอดและชุดเทมปุระชุดใหญ่อีกด้วย

 

            “กินตามสบายเลยนะ” นิจิมูระพูดหลังจากที่พนักงานเดินออกไปแล้ว เขาหยิบถ้วยน้ำชาถ้วยหนึ่งไปวางไว้ตรงหน้าร่างเล็กตามด้วยวานิลลาเชคแก้วใหญ่ที่สั่งมาให้อีกฝ่ายโดยเฉพาะ

 

            “ทะ.. ทานแล้วนะครับ” คนตัวเล็กพูดตามความเคยชินก่อนจะคีบเส้นราเมงร้อนๆเข้าปาก ดวงตาสีฟ้าสวยเบิกขึ้นเล็กน้อย อาหารที่นี่อร่อยจริงๆ คุโรโกะคิดพลางกินราเมงไปเรื่อยๆโดยมีดวงตาคมจากร่างสูงที่จับจ้องอยู่ตลอด

 

            “คุโรโกะ นี่..” นิจิมูระพูดพลางคีบไก่ทอดชิ้นเล็กไปตรงหน้าอีกฝ่ายเป็นเชิงป้อน

 

            “ผะ.. ผมทานเองได้..” คุโรโกะบอกด้วยใบหน้าแดงเรื่อง รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงอย่างไม่รู้สาเหตุ

 

            “แต่ฉันจะป้อน” ร่างสูงมองด้วยสายตาดุๆจนคนตัวเล็กยอมงับไก่ชิ้นนั้นไปแต่โดยดี คุโรโกะเหลือบมองนิจิมูระที่กำลังยิ้มพอใจอย่างเขินๆ แต่ก็อดรู้สึกดีไม่ได้ที่อีกฝ่ายดูเอาใจใส่เขาถึงขนาดนี้

 

            “นี่คุโรโกะ”

 

            “ครับ?” คนตัวเล็กขานรับหลังจากที่ดื่มวานิลลาเชคไปอึกใหญ่ ดวงตาคมมองมาทางเขาพลางเลื่อนสายตาลงไปที่มือขวาซึ่งกำลังถือแก้ววานิลลาเชคอยู่

 

            “อยากชิม” คำสั้นๆแต่ก็ทำให้คนฟังถึงกับยิ้มได้ คุโรโกะไม่เคยคิดเลยว่านิจิมูระจะมีมุมน่ารักๆแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วย

 

            “ได้สิครับ” ร่างเล็กส่งแก้วไปให้ร่างสูงที่ยื่นมือออกมารับ เขามองไอเย็นที่เกาะอยู่รอบแก้วเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆดูดของเหลวที่อยู่ข้างใน

 

            “รสชาติเป็นยังไงครับ?” คุโรโกะอดถามไม่ได้ เพราะสำหรับเขาแล้ววานิลลาเชคถือว่าเป็นเครื่องดื่มที่อร่อยที่สุด

 

            “หวาน...” เด็กหนุ่มผมดำว่าพลางวางแก้วลงบนโต๊ะ ดวงตาสีเดียวกันมองอีกฝ่ายที่นั่งอยู่ข้างๆตาไม่กระพริบ แล้วรีบดึงข้อมือบางก่อนกระชากเข้ามาหาตัวเองทันที “แต่มันจะหวานกว่าถ้าเป็นนาย..”

 

            “เดี๋ยว.. อื้อ!!!

 

            คุโรโกะทุบอกแกร่งเบาๆเมื่อจู่ๆคนตัวสูงก็ดึงตัวของเขาไว้แล้วประกบริมฝีปากลงทันที มือหนาข้างหนึ่งโอบรอบเอวเล็กไว้แน่นส่วนอีกฝ่ายก็จับคางของร่างบางและบดเบียบริมฝีปากลงไปมากกว่าเดิม ลิ้นหนาค่อยๆล่วงล้ำเข้าไปในโพรงปากเล็กที่เต็มไปด้วยกลิ่นหอมหวานจากวานิลลา แรกๆคนตัวเล็กเอาแต่ดิ้นแล้วทุบหน้าอกของอีกฝ่ายไม่หยุด

 

            นิจิมูระจึงบดจูบอย่างร้อนแรงมากยิ่งขึ้นจนสติของคนตัวเล็กไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ลิ้นเล็กเกี่ยวตามสัมผัสที่ถูกชักจูงไปอย่างเก้ๆกังๆ ใบหน้าหวานเป็นสีแดงเรื่อ มือเรียวเกาะเสื้อของร่างสูงไว้เพื่อหาที่ยึด ดวงตาสีฟ้าสวยปิดลงอย่างเคลิบเคลิ้มพร้อมกับน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอ

 

            เป็นเวลาเนิ่นนานสูงจึงยอมปล่อยริมฝีปากเล็กให้เป็นอิสระด้วยความเสียดาย คุโรโกะหอบเล็กน้อยพลางซบใบหน้ากับแผงอกกว้างอย่างเขินอายเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ ร่างเล็กที่นั่งอยู่บนตักของคนตัวสูงสั่นเล็กน้อย จะไม่ให้เขินได้ยังไงในเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็ดึงตัวเข้าไปจูบอย่างร้อนแรงจนแทบละลายคาอ้อมกอดแบบนี้

 

            “หวานจัง..” นิจิมูระกระซิบเบาๆพลางกัดใบหูที่ขึ้นสีเป็นการหยอกเย้า ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กช่างน่ารักจนอยากจะแกล้งให้เขินเข้าไปอีก

 

            “นิจิมูระเซมไปบากะ..” คุโรโกะทุกอกแกร่งเบาๆพลางซุกใบหน้าลงไปยิ่งกว่าเดิม เข้าไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาคมนั่นด้วยซ้ำ แค่นี้ก็เขินจะตายอยู่แล้ว

 

            “เอ๋? พูดแบบนี้แสดงว่าอยากโดนอีกรอบสินะ?” น้ำเสียงเข้มที่จับอารมณ์ไม่ได้เอ่ยออกมาเป็นผลให้คนฟังสะดุ้งสุดตัว คุโรโกะรีบผละออกมาจากร่างสูงก่อนส่ายใบหน้าที่แดงซ่านเป็นพัลวัน

 

            “ฉันอยากเจอนายมาตลอด ขอแค่นี้ก็ไม่ได้เหรอ?”

 

            “ครับ?” คนตัวเล็กมองอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ

 

            “ตั้งแต่ไปอยู่ที่อเมริกาฉันก็คิดถึงนายมาตลอด เพราะงั้น..ก็ขอกอดให้หายคิดถึงอีกหน่อยสิคุโรโกะ..” นิจิมูระพูดพลางอ้าแขนให้คนตัวเล็กด้วยแววตาอ้อนๆอย่างที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะได้เห็นคนตรงหน้าแสดงท่าทางอย่างนี้

 

            “งะ.. งั้นแค่แป๊ปเดียวนะครับ” เด็กหนุ่มผมฟ้าพูดเสียงเบาก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้าไปกอดร่างสูง มือหนาคว้าลำตัวบางมากอดอย่างง่ายดายพลางฝังจมูกลงบนลำขอขาวแล้วสูดลมหายใจเข้าเฮือกใหญ่ กลิ่นกายจากคนตัวเล็กช่างหอมหวานจนเขาแทบอยากกลืนกินไปทั้งตัว

 

            “อ๊ะ! นิจิมูระเซมไป!!!” คุโรโกะร้องเสียงหลงเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็ดันเขาให้นอนราบลงกับพื้นแล้วขึ้นคร่อมอยู่ด้ายบน ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่อสบตากับดวงตาคมของอีกฝ่ายที่ทอประกายอย่างนึกสนุก

 

            “เรียกว่าชูสิ”

 

            “เอ๊ะ?” คนตัวเล็กมองอย่างไม่เข้าใจก่อนจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อร่างสูงโน้มตัวลงมาประทับจูบลงบนต้นคอขาวจนเกิดรอยแดง

 

            “เรียกสิ..”

 

            “ชะ.. ชูซัง” คุโรโกะบอกด้วยใบหน้าร้อนวาบเมื่อร่างสูงที่คร่อมตนไว้เริ่มลูบไล้ร่างกายของเขาอย่างเบามือจนรู้สึกดีแปลกๆ มือหนาค่อยๆปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตแขนสั้นของอีกฝ่ายแล้วลูบหน้าอกขาวเนียนเบาๆ

 

            “อ๊ะ.. ไม่.. อย่าครับ” คุโรโกะพูดพลางปัดมืออีกฝ่ายออกแต่ก็โดนร่างสูงจับมือเล็กทั้งสองข้างไว้แทน นิจิมูระยิ้มน้อยๆก่อนจะก้มลงละเลียดชิมเนินอกสีชมพูแล้วกัดเบาๆจนคนข้างใต้บิดตัวไปมาอย่างรู้สึกเสียวซ่าน

 

            “อ๊ะ.. อ๊า..” คุโรโกะเชิดใบหน้าหวานขึ้น สองมือที่ถูกปล่อยขยุ้มเรือนผมสีดำขลับของอีกฝ่ายเป็นเชิงหามแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เมื่อร่างสูงยังคงเพลิดเพลินไปกับการหยอกล้อหน้าอกขาวเนียน มือหนาอีกข้างสะกิดตุ่มไตเม็ดเล็กเบาๆอย่างเร้าอารมณ์

 

            “ชะ.. ชูซัง อย่า อ๊ะ.. ไม่เอา” ดวงตาสีฟ้าสวยเอ่อคลอไปด้วยน้ำตาจากแรงอารมณ์ที่ถูกปลุก ก่อนที่ร่างสูงจะเงยหน้าขึ้นแล้วจูบริมฝีปากบางอีกครั้ง มือหนาลูบไล้แผ่นหลังบางที่ไร้ซึ่งอาภรณ์อย่างเบามือ

 

            “ฮะ.. ชูซัง ที่นี่มัน.. ร้านอาหารนะครับ” ร่างเล็กพูดตะกุกตะกักพลางสูดอากาศเข้าปอดเพราะถูกชิงลมหายใจเป็นเวลานาน

 

            “ฉันไม่สน”

 

            “ตะ.. แต่ว่า”

 

            “ห้องนี้เก็บเสียงได้ดีมาก อีกอย่าง.. ถ้าเราไม่เรียกก็ไม่มีคนมาหรอก” พูดจบนิจิมูระก็เอี้ยวตัวไปกดล็อกประตูบานเลื่อนด้วยรอยยิ้มของผู้มีชัยต่างกับร่างเล็กที่ใบหน้าแดงก่ำอย่างไม่รู้จะแดงยังไงแล้ว

 

            “เพราะงั้น..” นิจิมูระเอื้อมมือไปโอบรอบเอวของอีกฝ่าย ยิ้มบางๆแล้วกดริมฝีปากที่เริ่มบวมแดงอีกครั้งอย่างอ่อนโยนจนคนตัวเล็กเคลิ้มตามไปในที่สุด

 

 

 

 

            “ชะ.. ชูซัง ตะ.. ตรงนั้น อ๊ะ!

 

            “นี่เหรอ?”

 

            “มะ.. ไม่ อย่าโดนตรงนั้นนะครับ! อ๊าาาาา!!!

 

            ไม่มีใครล่วงรู้ว่าข้างในเกิดอะไรขึ้น ไม่มีใครที่ได้ยินเสียงครางหวานจากร่างเล็ก...

 

            ผนังที่นี่เก็บเสียงได้ดีเสียจริง... ร่างสูงคิดอย่างพึงพอใจ..

 

. . . .FIN. . . .
 

( "มาเงียบๆ แต่ฟาดเรียบนะครับ" เป็นสโลแกนของพี่รุ้งในยามนี้ค่ะ//หลบลูกบาส)


---Writer Talk---

 

       สวัสดีค่ะทุกคนน ก่อนอื่นต้องขอโทษจริงๆค่ะที่ทิ้งช่วงหายไปนาน(มากกกก)
พอดีว่าใกล้เปิดเทอมแล้วค่ะ แถมอาจารย์พึ่งสั่งการบ้านแต่ให้ส่งก่อนเปิดเทอมอีกด้วย.. ใจร้ายมากอ่ะT^T
       พอทำการบ้านเสร็จก็รีบมาไฟท์กับบทของนิจิมูระซังทันทีเลย เป็นยังไงกันบ้างคะพาร์ทนี้>< ถึงแม้บทพี่แกจะน้อยแต่ก็คุ้มค่า(?)ค่าตัวสุดๆ ดังประโยคด้านบนค่ะ
^
^

       ส่วนใครที่สงสัยว่าทำไมพี่แกถึงอัดคนได้ภายในสามนาที ก็ขอให้นึกถึงใบหน้าของไฮซากิที่โดนพี่รุ้งอัดมานะคะ ขนาดแบดบอยอย่างไฮคุงยังน่วมแบบนั้น ไม่ต้องบอกเลยค่ะว่าตอนมอปลายฝีมือการอัดคน?(ต่อสู้)จะน่ากลัวขนาดไหน^^;;      
       หากยังแต่งไม่ฟินเท่าไหร่ก็ขอโทษนะคะ//โค้ง บทของเซมไปค่อนข้างยากแต่เขียนไปเขียนมาก็เพลินมากเลยค่ะ(ห๊ะ!?)

       ชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเม้นกันได้นะคะะ>__<


'Mind-San./Mi~chan'
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

321 ความคิดเห็น

  1. #310 meensj (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2563 / 10:10
    งือออ ตั๊ลล๊ากกกก. 🥰
    #310
    0
  2. #295 kiseki28292314 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 17:51
    รักคู่นี้มากขอบคุณท่แต่งนะค่ะ
    #295
    0
  3. #292 憂城 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2560 / 19:29
    อ๊ากกกกกกก นิจิมุระซังคุณร้ายกาจมาก!
    #292
    0
  4. #287 nn2006 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 15:35
    ฟินนนนน~~~~~~~~~????????
    #287
    0
  5. #275 คุณถั่วบินได้ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 มกราคม 2560 / 08:34
    รุ้งดำ รักคู่นี้หาอ่านยากด้วย \(>`w`<)/ ♡♡♡♡♡♡
    #275
    0
  6. #270 eveATK (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 19:41
    ฟินนนนนน
    #270
    0
  7. #164 KusanatzY (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 17:32
    โห รุ่นพี่นิจิมูระมาแรงแซงโค้งอะ ตอนนี้ฟินมาก เคมีเข้ากันมาก รุ้งดำๆๆ
    #164
    0
  8. #137 Zethius (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2558 / 00:25
    พี่รุ้งร้ายมากค่ะ
    #137
    0
  9. #113 Akumu (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 22:25
    ขอบคุณมากเลยค่าาา -//////- อ้ายยยย มันเป็นอะไรที่...//นอนตายคากองเลือดอย่างสงบ
    #113
    0
  10. #110 L_leo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 10:59
    ออกมาไม่ถึง 2 วิ ฟาดเรียบระวังไว้นะ 55555555555
    #110
    0
  11. #109 punpun3012 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2558 / 09:28
    ร้ายนะคะรุ่นพี่ >__<
    #109
    0
  12. #108 จีจี้ซัง (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 21:59
    เห็นมาเงียบๆ..แต่ร้ายไม่เบาอ่ะพี่ท่าน 555+//กินน้องเป็นอาหารว่างซะงั้น 555+///ฟินโครต
    #108
    0
  13. #107 Rin Civiear (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 21:47
    2 คำให้กับพี่รุ้ง "ร้ายกาจ" มาเงียบๆ บทน้อยๆแต่ได้เท็ตจังไปครอง >.<
    #107
    0
  14. #106 littlefoxpim (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 20:27
    นิจิมุระคุง ไปติดเชื้อหื่นจากใครมา อาโฮ่ไช่ไหม!!!!!!!(เกี่ยวไรกับผมวะ//อาโฮ่)
    #106
    0
  15. #105 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 19:05
    พี่รุ้งนี่มาแบบเงียบๆ แต่ได้เท็ตจังแล้วนะคะ ฮิๆ -.,-

    บทนี่ได้ยิ่งกว่าอาคาชิซามะเสียอีก ฮ่าๆ
    #105
    0
  16. #104 Baicha's heart (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2558 / 18:46
    ร้ายกาจ!! นิจิเซมไปร้ายกาจค่ะ
    #104
    0
  17. #102 ikikonomori zen (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 19:41
    รออยู่ค่ะรออยู่ อัฟไวไวนะคะ อยากดูๆ >< 
    #102
    0
  18. #99 machimeko (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 13:07
    โห่วววว
    #99
    0
  19. #96 MaskedOtakuGirl (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 07:26
    รอคู่นี้><
    #96
    0
  20. #95 Masatoo (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 01:16
    เราขอคู่ มิโดริมะกับคุโรโกะค่าา
    อาคาชิกับคุโรโกะอีกค่าา <แดงดำบันไซๆ>
    ได้รึป่าวค่ะ 🙏🙏
    #95
    0
  21. #88 littlefoxpim (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 19:29
    รอสินะ//==
    #88
    0