[FIC KnB] ผมน่ะ ยังไงก็เป็นได้แค่เงาสินะครับ?(allKuroko)

ตอนที่ 14 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,214
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    27 เม.ย. 58

บทรีเควส 04 – TakaKuro


บทรีเควส 04 – TakaKuro

 

จากคุณ : sky killer

(ส่วนคนที่รีเควสมาไม่ทันก็อ่านได้เช่นกันน๊า><)

 

Title : “ช่วยตอบรับความในใจของฉันได้ไหม?”

Pairing :  TakaKuro (Takao x Kuroko)

Rating : ???

Genre : Drama and Cute

Warning : เหยี่ยวนี่ก็ร้ายไม่ใช่เล่น

By : Mind-San./Mi~chan
. . . . .


 

            “เป็นอะไรของนายทาคาโอะ ช่วงนี้ดูแปลกๆนะ” มิโดริมะ ชินทาโร่ชู้ตเตอร์มือหนึ่งของชูโตคุเอ่ยถามเพื่อนของตนด้วยความรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นคนอย่างทาคาโอะที่มักจะหัวเราะและอารมณ์ดีตลอดเวลานั่งซึมอยู่จนเกือบอาทิตย์นึงแล้ว ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ผิดปกติมากสำหรับมิโดริมะ

 

            “ไม่มีอะไรหรอกชินจัง แค่ช่วงนี้ฉันรู้สึกเหนื่อยๆน่ะ” ทาคาโอะหันมาตอบเพื่อนสนิทด้วยรอยยิ้ม ที่แม้แต่มิโดริมะยังดูออกว่าเป็นรอยยิ้มที่พยายามฝืนมันออกมา แต่เขาก็ไม่ได้เซ้าซี้หรือถามอะไรมากเมื่อเห็นอีกคนไม่มีท่าทีว่าอยากจะเล่า

 

            “งั้นก็พักเยอะๆละกัน” พูดจบเด็กหนุ่มอดีตสมาชิกของทีมปาฏิหาริย์ก็ดันแว่นให้เขาที่แล้วเดินออกไปพร้อมกับลักกี้ไอเทมในมือ

 

            ฝ่ายทาคาโอะ เมื่อเขาเห็นมิโดริมะเดินออกไปแล้วก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับรอยยิ้มเศร้าๆที่ปรากฏขึ้นบนใบหน้า เด็กหนุ่มตาคมมองผ่านกระจกหน้าต่างภายในตึกเรียนอย่างไร้จุดหมาย ภายในจิตใจมีแต่ภาพของเด็กหนุ่มผมฟ้าที่ได้เจอกันไม่บ่อยนักเต็มไปหมด

 

            ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งปวดใจเมื่อเห็นคนที่เขาชอบตั้งแต่แรกเห็นอย่างคุโรโกะ เท็ตสึยะอยู่เคียงข้างกับคู่หูสุดแกร่งอย่างคากามิ ไทกะ เขายังจำได้ดีเมื่อเห็นรอยยิ้มสดใสที่คนตัวเล็กยิ้มให้กับเอสของเซย์ริน รอยยิ้มที่ไม่ได้มีให้เขา รอยยิ้มที่เขาทำได้แค่มองอยู่ห่างๆ เอาแต่คิดเข้าข้างตัวเองว่าคนตัวเล็กจะหันมามองเขา และแย้มรอยยิ้มอันน่าหลงไหลมาให้เขาบ้าง...

 

            สักนิดก็ยังดี...

 

            “อ๋า.. บ้าชะมัดเลยเรา” ร่างสูงผมซอยสั้นระต้นคอสีดำสนิทส่ายหัวตัวเองเบาๆพลางนำมือทั้งสองข้างมาตบเข้าที่แก้มเพื่อเรียกสติ เขาพยายามยิ้มแบบที่คิดว่าสดใสที่สุดก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วเดินลงจากตึกเรียน เมื่อมองท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีแล้วก็ต้องตกใจที่เขายืนเหม่อในโรงเรียนนานกว่าที่คิด สองขารีบก้าวเท้ายาวๆเพื่อให้ถึงบ้านโดยเร็วเพราะวันนี้ชมรมบาสไม่มีซ้อมจนดึกเหมือนทุกที ทาคาโอะรีบวิ่งพร้อมกับมองท้องฟ้าที่เริ่มมืดด้วยรอยยิ้มโหยหา

 

            “ตอนนี้นายทำอะไรอยู่น๊า คุโรโกะคุง”

 

 

            “เฮ้ย! คุโรโกะ!” เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆก็มีคนตะโกนเรียกชื่อเขาอยู่ข้างหู แถมยังตะโกนซะดังอีกต่างหาก ใบหน้าน่ารักขมวดคิ้วมุ่นพลางมองหน้าคู่หูของตนด้วยความไม่พอใจ

 

            “เรียกเบาๆก็ได้ครับคางามิคุง”

 

            “ฉันเรียกนายเป็นสิบรอบนายก็ไม่หัน” คนร่างสูงตอบกลับอย่างไม่ยอมแพ้จนคนตัวเล็กถึงกับเถียงไม่ออก “ถามจริงเถอะ นายมัวแต่คิดอะไรอยู่กันแน่” เด็กหนุ่มคิ้วสองแฉกอดที่จะถามไม่ได้เมื่อเห็นร่างเล็กทำใบหน้าเรียบเฉยแถมบางครั้งก็ยังดูเศร้าหมองมาเป็นอาทิตย์แล้ว

 

            “ก็ไม่มีอะไรนี่ครับ” เจ้าของเรือนร่างผอมบางจนไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นนักกีฬาบาสตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งจนคนฟังถึงกับถอนหายใจกับไอ้นิสัยดื้อรั้นที่ไม่ยอมรับอะไรง่ายๆแบบนี้

 

            “ไม่มีก็ไม่มี งั้นฉันกลับก่อนละกันนะ”

 

            “แล้วเจอกันครับ” หลังจากบอกลากันเสร็จเรียบร้อยคางามิก็เดินแยกไปอีกทางเพื่อกลับที่พักของตน ส่วนคุโรโกะก็มุ่งหน้ากลับบ้านพร้อมกับมองท้องฟ้าที่แทบจะเป็นสีดำสนิทไปด้วย เด็กหนุ่มร่างเล็กเอาแต่นึกถึงใบหน้าและดวงตาคมของคนที่อยู่โรงเรียนชูโตคุแทบจะตลอดเวลา ทั้งนิสัยและรอยยิ้มมันทำให้เขาหลงใหล พอรู้ตัวอีกทีตัวเองก็เอาแต่คิดถึงคนๆนั้นไปเสียแล้ว ริมฝีปากบางยิ้มให้กับตัวเองน้อยๆ มันเป็นรอยยิ้มที่ดูขมขื่น...

 

            คนอย่างคุณคงไม่หันมามองคนอย่างผมหรอกครับ...

 

            “หา!? ไปเข้าค่ายอีกแล้วเหรอ!?” กัปตันของทีมบาสเซย์รินเบิกตากว้างผ่านกรอบแว่นอย่างตกใจไม่ต่างกับคนอื่นๆ เบื้องหน้าของสมาชิกที่ยืนเข้าแถวคือโค้ชสาว ไอดะ ริโกะที่ยิ้มอย่างสดใสจนทำให้ทุกคนเริ่มกลัว

 

            “ใช่แล้ว ไปพักที่ภูเขาน่ะ ได้ข่าวว่าที่นั่นมีบ่อน้ำร้อนเพื่อสุขภาพด้วยนะ ฉันจองที่พักไว้ให้แล้ว อีกหนึ่งอาทิตย์ข้างหน้าก็ไปกันได้เลย!” เธอบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริงเกินเหตุจนแทบจะไม่สนใจสีหน้าของคนในทีม

 

            “แต่นี่มันกะทันหันเกินไปรึเปล่า?” ฮิวงะเอ่ยถามในขณะที่ทุกคนพยักหน้าเห็นด้วย

 

            “ไม่หรอก เข้าค่ายฝึกซ้อมคราวนี้แค่ 4 วัน 3 คืนเอง จุดประสงค์สำคัญคือการไปพักผ่อนและซ่อมแซมร่างกายให้กลับมาแข็งแรง” ริโกะบอกกับทุกคนก่อนจะหยิบตารางกำหนดการณ์มาแจก

 

            “วันนี้แยกย้ายได้ อย่าลืมเตรียมของให้ทันอาทิตย์หน้าด้วยล่ะ” เมื่อเห็นว่าค้านอะไรไม่ได้จึงได้แต่ตอบตกลงเท่านั้น แต่คิดในแง่ดีก็นับว่าเป็นการดีเหมือนกันที่จะได้ไปฝึกซ้อมและพักผ่อนไปในตัว

 

            “ขอบพระคุณมากครับ!” แล้วทุกคนก็เดินไปที่ห้องล็อกเกอร์เพื่อเปลี่ยนชุดเตรียมแยกย้ายกันกลับบ้าน ในใจต่างภาวนาว่าขออย่าให้การเข้าค่ายคราวนี้ฝึกหนักจนแทบรากเลือดเลย

 

 

            วันเข้าค่ายมาถึงเร็วกว่าที่คิด เมื่อตอนนี้สมาชิกทุกคนในทีมบาสเกตบอลเซย์รินยืนอยู่หน้าบ้านที่จะมาพักค้างแรมกันเป็นที่เรียบร้อย ที่พักที่นี่เป็นบ้านพักสองชั้นหลังใหญ่ที่ทำด้วยไม้ดูสะอาดและแข็งแรง เมื่อเข้าไปข้างในก็จะมีห้องพักแบ่งเป็นหลายๆห้อง โดยหนึ่งห้องสามารถนอนได้ประมาณสี่คน พวกคุโรโกะต่างก็ทำข้าวของไปเก็บและเตรียมตัวรับการฝึกอย่างแข็งขัน

 

            จนเวลาล่วงเลยไปถึงตอนเย็น ทีมบาสเซย์รินก็พากันไปแช่บ่อน้ำร้อนอย่างผ่อนคลายอารมณ์ พอแช่เสร็จทุกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องอาหารใหญ่ แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดก็คือมีคนที่รู้จักกันดีโผล่มาด้วย

 

            “อ้าว นั่นมันทีมเซย์รินนี่” ทาคาโอะ คาซึนาริเอ่ยทักอย่างแปลกใจและดูอารมณ์ดีไปในขณะเดียวกัน โดยที่ข้างตัวมีมิโดริมะที่ขยับแว่นและมองมายังพวกเขา คนในทีมชูโตคุแทบทุกคนก็อยู่ที่นี่ด้วย

 

            “มาเข้าค่ายฝึกเหมือนกันเหรอฮะ” เด็กหนุ่มตาคมมองทุกคนพร้อยยิ้มขำ นี่เป็นอีกครั้งแล้วที่มาเข้าค่ายแล้วเจอโรงเรียนเซย์รินโดยบังเอิญ ก่อนที่สายตาของเด็กหนุ่มผมดำจะหยุดอยู่ที่คนตัวเล็ก ผู้เป็นดั่งเงาของเซย์ริน เขานึกขอบคุณพระเจ้าหรืออะไรก็ตามที่ดลบันดาลให้ได้พบคนที่คอยรบกวนจิตใจเขาอยู่เป็นอาทิตย์ คุโรโกะเองก็แอบมองมาที่เขาเช่นกันแต่พอรู้ตัวว่าถูกมองกลับเจ้าของเรือนผมสีฟ้าอ่อนก็เบี่ยงสายตาหลบซะอย่างงั้น

 

            น่าแกล้งชะมัดเลย! ทาคาโอแอบคิดในใจ

 

            แล้วทีมเซย์รินก็เดินมานั่งที่ๆคนของที่พักเตรียมไว้ให้เพื่อรับประทานอาหาร เจ้าของฮอว์กอายของทีมชูโตคุแอบจ้องคุโรโกะหลายต่อหลายครั้ง แม้ว่าตอนที่ไม่ได้เจอหน้ากันเขาจะรู้สึกหงอยไปบ้าง แต่พอมาเห็นหน้ากันแบบนี้แล้วเขากลับรู้สึกร่าเริงสุดๆ

 

            “ทานแล้วนะครับ” คุโรโกะเอ่ยอย่างทุกทีก่อนจะใช้ตะเกียบคีบอาหารเข้าปาก แต่ยังกินได้ไม่ถึงครึ่งเขาก็รู้สึกถึงสายตาที่มองมา นัยน์ตาสีฟ้าสวยหันไปมองตามสัญชาตญาณแล้วพบว่าเจ้าของสายตาก็คือทาคาโอะที่นั่งจ้องมาทางเขาพร้อมรอยยิ้ม เด็กหนุ่มตัวเล็กรีบหันหน้าไปทางอื่นรู้สึกถึงแก้มที่เริ่มเห่อร้อนพร้อมเสียงหัวใจที่เต้นรัวไม่หยุด

 

            “ขอบคุณสำหรับอาหารครับ!” สมาชิกจากทีมชูโตคุและเซย์รินกล่าวพร้อมกันก่อนจะเดินออกจากห้องอาหารแล้วแยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวก่อนเข้านอนเพื่อรอรับการฝึกในวันรุ่งขึ้น คุโรโกะเองก็เช่นกันเขาเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วล้างหน้าตัวเองเบาๆ นัยน์ตาสีฟ้าสวยมองตรงไปยังกระจกที่กำลังสะท้อนภาพของตัวเขาเอง แต่ทันใดนั้นก็มีคนเดินเข้ามาในห้องน้ำแล้วสบตากับเขาในกระจก

 

            “ไง~ คุโรโกะคุง” น้ำเสียงร่าเริงดังออกมาพร้อมรอยยิ้ม

 

            “สวัสดีครับทาคาโอะคุง” ร่างบางตอบกลับอย่างมีมารยาทจนคนฟังนึกขำ เด็กหนุ่มผมดำเดินไปยืนข้างๆอีกคนแล้วเปิดน้ำล้างมือ

 

            “ไม่เจอกันนานเลยเนอะ” ทาคาโอะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาเมื่อรู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนที่ค่อนข้างเงียบ ใช่... นิสัยคล้ายกับคู่หูเขานั่นแหละ

 

            “นั่นสินะครับ” คุโรโกะตอบกลับไปโดยที่ไม่สบตา ทั้งๆที่เขาล้างหน้าเสร็จไปนานแล้วแต่กลับยังไม่ออกไปและเอาแต่ล้างมืออยู่นั่นแหละ ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะเขาอยากจะอยู่กับคนข้างตัวนานขึ้นอีกหน่อยก็ได้

            “อา.. งั้นฉันไปก่อนนะ แล้วเจอกันคุโรโกะคุง” ทาคาโอะปิดก๊อกน้ำก่อนจะเดินออกไปแล้วโบกมือให้ร่างบางเล็กน้อย ใจจริงเขาก็อยากจะอยู่ต่อแต่พอเห็นใบหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่ได้คิดอะไรของคุโรโกะแล้วในใจมันก็เจ็บปวดเลยชิงเดินออกมาก่อน โดยที่ไม่ได้รู้เลยว่าร่างบางเองก็มีสีหน้าเศร้าสร้อยเช่นกัน...

 

 

            “เฮ้อ...” คุโรโกะ เท็ตสึยะถอนหายใจเบาๆพลางกระชับเสื้อคลุมเพราะอากาศหนาวเย็น ตอนนี้เขาอยู่ในสวนของที่พักเพราะนอนไม่หลับเลยคิดว่าจะออกมาเดินเล่นเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศเสียหน่อย ใบหน้าหวานเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ปกคลุมไปด้วยดวงดาว ดวงตาสีฟ้าสวยเบิกกว้างพร้อมรอยยิ้มน้อยๆให้กับภาพงดงามตรงหน้า

 

            “อ๊ะ!” คุโรโกะสะดุ้งสุดตัวเมื่อตัวเองเดินถอยไปชนเข้ากับอะไรซักอย่าง ใบหน้าหวานรีบหันกลับไปมองก็เห็นทาคาโอะในชุดสบายๆกำลังยืนยิ้มให้เขาอยู่ ที่ชนกันเมื่อครู่ก็คงเป็นแผงอกของร่างสูงนั่นเอง คนตัวเล็กคิดแล้วใบหน้าก็เห่อร้อนทันที

 

            “นอนไม่หลับเหมือนกันเหรอ?” ร่างสูงพูดพลางสักเกตใบหน้าที่ขึ้นสีเรื่อแล้วแอบคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะถึงแม้ความมืดจะปกคลุมแต่แสงจากดวงจันทร์ก็สว่างพอที่จะเห็นใบหน้าน่ารักได้ชัดเจน

 

            “คะ.. ครับ” คนตัวเล็กพยักหน้า พยายามที่จะเลี่ยงการสบตากับคนร่างสูงที่ทำให้เขาใจสั่นทุกที ทาคาโอะเห็นแบบนั้นเลยเอื้อมมือมาจับมือของอีกฝ่าย

 

            “ทะ.. ทำอะไรน่ะครับ อ๊ะ!” ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่ออยู่ๆคนร่างสูงก็จับมือเขาแถมยังโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากแทบชิดกัน แค่คิดใบหน้าหวานก็แดงเรื่อแล้ว

 

            “คุโรโกะคุง..” ทาคาโอะเรียกชื่ออีกฝ่ายโดยยังไม่หันหน้าไปไหน

 

            “คะ.. ครับ?”

 

            “ฉันชอบนายนะ!

 

            “อะ.. เอ๊ะ!?” คุโรโกะมองอย่างตกใจเมื่ออีกฝ่ายพูดขึ้นมาโดยไม่ทันได้ตั้งตัว

 

            “ฉันชอบนาย ชอบมาตลอด ในใจฉันก็เอาแต่คิดถึงนาย...” เด็กนุ่มร่างสูงก้มหน้าลงต่ำก่อนที่จะหันมามองคนตัวเล็กพร้อมรอยยิ้ม “แล้วนายล่ะ ชอบฉันรึเปล่า?”

 

            ความเงียบเข้าครอบงำคนทั้งสอง ร่างเล็กกรอกตาไปมา หัวสมองอื้อไปหมดจนตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ว่าควรจะพูดออกไปยังไง แต่ทันใดนั้นเองทาคาโอะก็เป็นฝ่ายผละใบหน้าออก มือหนาปล่อยให้มือเล็กเป็นอิสระแล้วเผยรอยยิ้มเศร้าๆ

 

            “อืม.. นั่นสินะ ช่างเถอะ ลืมเรื่องเมื่อกี้ไปเถอะนะ” พูดจบร่างสูงก็หมุนตัวออกไปจนคนตัวเล็กนิ่งค้าง เดี๋ยวสิ.. มาพูดแบบนั้นแล้วก็บอกว่าให้ลืมเนี่ยนะ? ใครจะไปทำได้กัน แล้วทำไมคุณ.. ถึงไม่ฟังคำพูดของผมบ้าง? ไวเท่าความคิดสองขาเล็กก้าวไปจนถึงตัวของร่างสูง มือบางกำเสื้อของทาคาโอะแน่นแล้วซบใบหน้าลงบนแผ่นหลังของอีกฝ่าย

 

            “ผมชอบทาคาโอะคุงนะครับ ฮึก.. ทำไมไม่ฟังผมบ้างล่ะ” ร่างเล็กสะอื้นน้อยๆแต่นั่นยังไม่ทำให้คนร่างสูงตกใจเท่าคำพูดที่ออกมาจากปาก เด็กหนุ่มแห่งชูโตคุอดยิ้มไม่ได้ เขาหันมาหาอีกฝ่าย มือหนาจับไหล่ของร่างบางไว้ทำให้ดวงตาทั้งสองคู่สบตากัน ก่อนที่ร่างสูงจะเช็ดน้ำตาให้คนตัวเล็กเบาๆด้วยรอยยิ้มแห่งความยินดี

 

            “ขอบคุณนะ” พูดจบทาคาโอะก็คว้าตัวคุโรโกะมากอดแน่น คนตัวเล็กเองก็ไม่ได้ขัดขืนเขายิ้มบางๆแล้วกอดตอบ เนิ่นนานกว่าทั้งสองคนจะผละออกจากกัน นัยน์ตาคมมองร่างเล็กอย่างนึกสนุก

 

            “คุโรโกะ ฉัน.. ขอจูบนายนะ”

 

            “เอ๊ะ อื้อ..” โดยไม่รอคำอนุญาตจากคนตัวเล็กริมฝีปากหนาก็ทาบทับลงมาทันที มือหนาสอดเข้าไปบริเวณหลังคอแล้วดันให้อีกฝ่ายแนบบชิดเข้ามามากขึ้น ยิ่งลิ้นเล็กจูบตอบด้วยท่าทีเก้ๆกังๆเขาก็ยิ่งทนไม่ไหว เด็กหนุ่มแห่งชูโตคุจึงจัดการไล่ต้อนลิ้นเล็กอย่างร้อนแรงจนอีกคนแทบทรุงลงไปหากเขาไม่จับตัวไว้

 

            “อะ.. อา...” คนตัวสูงถอนริมฝีปากออกก่อนจะเช็ดน้ำสีใสที่ติดอยู่ตรงมุมปากของร่างบางแล้วนำมาเลียเป็นการทำให้คุโรโกะเขินมากยิ่งขึ้น ซึ่งตอนนี้คนตัวเล็กก็หน้าแดงแจ๋อย่างหยุดไม่อยู่แล้ว

 

            “ทะ.. ทาคาอะคุงบ้า! ทำอะไรครับเนี่ย” ใบหน้าหวานขมวดคิ้วมุ่นทั้งๆที่หน้ายังขึ้นสีเรื่อ ต่างจากอีกคนที่ยิ้มอย่างชอบใจ เขากอดคนตัวเล็กแล้วก้มลงกระซิบข้างหู

 

            “อยากทำมานานแล้ว พอทำทั้งทีก็ขอเอาให้คุ้มหน่อยสิ”

 

            “บะ.. บ้า” คุโรโกะตัวสั่นเล็กน้อย รู้สึกเขินจนไม่รู้จะพูดว่ายังไงดี ส่วนทาคาโอะเมื่อได้แกล้งคนตัวเล็กจนพอใจแล้วก็จูงมือแล้วพากันกลับเข้าไปในที่พัก ก่อนที่ทั้งสองจะแยกกันกลับห้องร่างสูงก็ชิงหอมแก้มนุ่มของอีกฝ่ายแรงๆอย่างหมั่นเขี้ยว

 

            “ฝันดีนะคุโรโกะ”

 

            “ฝะ.. ฝันดีครับ” เด็กหนุ่มร่างเล็กตีแขนของอีกคนเบาๆก่อนจะรีบวิ่งกลับห้องตนเอง เขารู้ดีว่าหากอยู่นานอีกนิดคงไม่วายโดนแกล้งอีกครั้งแน่

            คุโรโกะก็เดินเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูให้เบาที่สุด เพื่อนร่วมห้องทุกคนต่างก็หลับกันหมดแล้ว เด็กหนุ่มร่างเล็กเดินไปยังฟูกของตนเองก่อนจะนำผ้าห่มมาคลุมตัว ในหัวนึกถึงใบหน้าของคนที่พึ่งจะแยกกันเมื่อครู่ ก่อนที่ดวงตาจะปิดลงพร้อมกับรอยยิ้มที่เผยขึ้นมา

 

 

            วันเวลาที่อยู่ในค่ายฝึกผ่านไปอย่างรวดเร็วจนตอนนี้ก็เข้าสู่วันที่สามแล้ว พวกเขาเหลือเวลาแค่ในวันนี้กับวันพรุ่งนี้ที่จะได้ทำการฝึกกัน แต่แล้วทีมเซย์รินก็ต้องแปลกใจอย่างมากเมื่ออยู่ดีๆโค้ชอย่างริโกะก็มาบอกว่าจบการฝึกเพียงเท่านี้ ทั้งๆที่ตอนนี้พึ่งจะเที่ยงเท่านั้นเอง

 

            “เฮ้ ริโกะ เธอกินอะไรผิดปกติมารึเปล่า?” ฮิวงะ กัปตันของชมรมบาสเป็นฝ่ายถามขึ้นเมื่อทุกคนมายืนเข้าแถวกัน ส่วนริโกะก็แค่ส่งยิ้มมาให้พวกเขาเท่านั้น

 

            “เปล่านี่ แค่วันนี้และพรุ่งนี้จะจัดกิจกรรมสนุกๆฉันก็เลยให้ทุกคนเลิกซ้อมเท่านั้นเอง” ริโกะพูดอย่างเป็นปริศนาก่อนที่เธอจะบอกให้ทุกคนไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วไปรวมตัวที่ห้องอาหาร ซึ่งเมื่อก้าวมาข้างในก็เห็นคนจากทีมชูโตคุนั่งอยู่ก่อนแล้ว ทุกคนกินอาหารกันอย่างเงียบๆ โดยจะมีเสียงพูดคุยบ้างเป็นระยะ

 

            เมื่อทานอาหารกันเสร็จเรียบร้อยริโกะก็เดินไปอยู่ตรงกลางห้องและปรบมือเสียงดังเพื่อให้ทุกคนหันไปฟังในสิ่งที่เธอจะพูดต่อจากนี้

 

            “เอาล่ะทุกคน! ไหนๆเราก็มาเข้าค่ายกันทั้งสองโรงเรียนทั้งที ฉันเลยคิดจะจัดกิจกรรมเล็กๆน้อยๆเป็นการเปลี่ยนบรรยากาศหลังจากที่ฝึกหนักกันมาหลายวัน” ริโกะบอกด้วยน้ำเสียงร่าเริงก่อนจะหันไปมองโค้ชของทีมชูโตคุ “เรื่องเรื่องนี้โค้ชจากทีมชูโตคุก็อนุญาตแล้ว”

 

            “แล้วกิจกรรมที่ว่ามันคืออะไรล่ะ?” ใครบางคนเอ่ยถามโค้ชสาว

 

            “กิจกรรมที่ว่าก็คือ... การผูกมิตรระหว่างสองโรงเรียนไงล่ะ!” พูดจบริโกะก็ชูสองนิ้วให้ทุกคนที่ทำหน้าเหวออย่างไม่เข้าใจ

 

            “หา!?” ริโกะหันไปมองหน้าทุกคนแล้วอธิบายต่อ

 

            “ฉันจะทำฉลากให้แต่ละทีมจับ ใครที่มีหมายเลขตรงกันจะถือว่าเป็นคู่หูกัน และต้องช่วยเหลือกันตลอดการเข้าค่ายนี้ พูดง่ายๆก็คือการจับบัดดี้นั่นแหละ”

 

            “น่าสนุกดีนี่นา” หลายคนพยักหน้าอย่างผิดคาด เธอนึกว่าจะมีคนคัดค้านเสียอีก

 

            “ฉันทำฉลากมาให้แล้ว ขอให้ทั้งสองทีมแยกมาจับหมายเลขกันด้วยนะ” พูดจบริโกะก็หยิบกล่องขึ้นมาสองใบ โดยกล่องหนึ่งนำไปให้โค้ชของทีมชูโตคุเพื่อให้ฝ่ายนั้นจับและอีกกล่องหนึ่งก็เป็นคนถือไว้เอง ก่อนที่จะให้สมาชิกในแต่ละทีมจะเดินเรียงแถวไปจับฉลากกัน

 

            “น่าสนุกเนอะว่ามั๊ย” ทาคาโอะพูดกับคู่หูที่เชื่อในโชคชะตาพร้อมรอยยิ้มอย่างที่เคย

 

            “ไร้สาระน่า” มิโดริมะขยับแว่น ถึงปากจะบอกว่าอย่างนั้นแต่เขาก็แอบสนใจกิจกรรมอย่างนี้อยู่ไม่น้อย การกระทำนั้นทำให้ตนผมดำขำเบาๆ

 

            เมื่อทุกคนจับฉลากกันเสร็จเรียบร้อยก็พากันไปนั่งในห้องโถงห้องใหญ่โดยให้ทั้งสองทีมนั่งหันหน้าเข้าหากันและมีริโกะยืนอยู่ตรงกลาง

 

            “งั้นก็จะให้คนที่ได้เบอร์ 1 จากทั้งสองทีมเดินออกมาเลยนะ จากนั้นก็ไล่เลขไปเรื่อยๆ” พูดจบเด็กหนุ่มจากทั้งสองทีมก็เดินออกมาพร้อมกัน พวกเขาพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ก่อนจะเดินไปนั่งอีกฝั่งหนึ่งเพื่อรอให้ทุกคนมีคู่จนครบ

 

            “ได้เบอร์ 10!” คางามิเดินออกมาพร้อมกับชูกระดาษที่เขียนไว้

 

            “ฉันได้เบอร์ 10” มิโดริมะเองก็เดินออกมาเช่นกัน ก่อนที่พวกเขาจะจ้องตากันด้วยความตกใจ ผิดกับทาคาโอะที่กำลังกลั้นหัวเราะ

 

            “ฮะๆ โชคดีนะชินจัง” เขามองร่างสูงที่เอาแต่ทะเลาะกันไม่หยุดเมื่อได้รู้ว่าใครคือบัดดี้ของตน จนคนทั้งห้องได้แต่ภาวนาว่าขอให้สองคนนั้นไปกันรอดด้วยเถอะ

 

            “ผมได้เบอร์ 11 ครับ” คุโรโกะเดินออกมา

 

            “อ๊ะ! ฉันก็ได้เบอร์ 11!” ร่างสูงของทาคาโอะเดินออกมา รู้สึกดีใจจนกลั้นยิ้มไม่ได้ อะไรจะเหมาะเจาะขนาดนั้น เป็นแบบนี้เขาก็ได้อยู่ใกล้ร่างบางตลอดเวลาเลยสิ โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆเลย!

 

            “ทะ.. ทาคาโอะคุง” ใบหน้าหวานเริ่มแดงเมื่อคิดถึงเรื่องในคืนนั้น ก่อนที่จะพูดอะไรไปมากกว่านี้ร่างเล็กก็โดนทาคาโอะลากไปที่มุมหนึ่งของห้อง ก่อนที่พวกเขาจะนั่งลงข้างๆกันพลางมองคนที่เหลือจับฉลากจนครบ

 

            “ไม่น่าเชื่อเลยแฮะว่าฉันจะได้คู่กับนาย” ร่างสูงพูดขึ้น

 

            “นั่นน่ะสิครับ”

 

            “ฉันดีใจสุดๆเลย!

 

            “ผะ.. ผมก็เหมือนกัน” ทาคาโอะเบิกตาโพลงเมื่อได้ยินสิ่งที่ร่างเล็กบอก เขาหันไปมองคนที่นั่งข้างๆก็พบว่าคุโรโกะเอาแต่ก้มหน้าจนผมปรกตา แต่ก็ยังไม่สามารถซ่อนสีหน้าที่เริ่มแดงได้

 

            “นายนี่น่ารักชะมัดเลย”

 

            “ผมเปล่าซะหน่อย” ในขณะที่ร่างบางจะหันมาเถียงเสียงของริโกะก็เรียกความสนใจจากทุกคนไป

 

            “ในเมื่อทุกคนมีคู่กันแล้ว ก็ขอให้ดูแลกันให้ดี เพราะมีเวลาแค่คืนนี้กับพรุ่งนี้เท่านั้นนะ ขอให้ทุกคนสร้างความทรงจำที่ดีต่อกันล่ะ อ้อ! แล้วก็ทุกคนต้องไปไหนมาไหนและทำอะไรพร้อมกับคู่หูตัวเองเท่านั้นนะ ถ้าเข้าใจแล้วก็แยกย้ายได้”

 

            “ครับ!

 

 

            “คุโรโกะคุง ไปนอนด้วยกันเถอะ”

 

            “เอ๋? ทำไมล่ะครับ?” คนตัวเล็กเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ

 

            “ก็เราเป็นคู่หูกันนี่นา อีกอย่างคนอื่นเขาก็นอนด้วยกันหมดนั่นแหละ นะๆ ไปนอนกับฉันนะ” ทาคาโอะมองอีกฝ่ายด้วยใบหน้าอ้อนๆจนร่างเล็กใจอ่อน

 

            “ก็ได้ครับ..”

 

            “ทาคาโอะคุง คุณนอนใกล้ผมมากไปแล้ว” คุโรโกะบอกเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเบียดเข้าแถมยังกอดเขาไว้แน่นอีก ซึ่งคนที่ถูกกล่าวถึงก็ยังยิ้มแบบไม่รู้สึกรู้สา

 

            “หือ? ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่นา นอนแบบนี้อบอุ่นดีนะ”

 

            “แต่ผมอึดอัด” คุโรโกะพูดไปอย่างนั้นเอง เพราะหัวใจของร่างเล็กพากันเต้นแรงจนกลัวว่าอีกคนจะจับได้ ใบหน้าน่ารักเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงเมื่อคนที่นอนอยู่ข้างๆกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้น

 

            “ทาคาโอะคุง..” ร่างเล็กพยายามดันอกอีกฝ่ายออกแต่ก็ต้องตกใจเมื่ออยู่ๆอีกฝ่ายก็โน้มใบหน้าเข้ามาหอมแก้มเขา แถมยังหอมอยู่หลายครั้งโดยไม่มีที่ท่าว่าจะหยุดอีกด้วย

 

            ฟอด.. ฟอด..

 

            “พะ.. พอได้แล้วครับทาคาโอะคุง!” ร่างเล็กพยายามหันหน้าหนีแต่ก็ยังโดนอีกฝ่ายหอมได้อยู่ดี ใบหน้าที่แดงแลวกลับยิ่งแดงขึ้นไปอีกเมื่อร่างสูงเอาแต่แกล้งเขาไม่หยุด

 

            “หยุดก็ได้.. แต่ขอจูบก่อนนะ”

 

            “อ๊ะ เดี๋..” ยังไม่ทันได้ร้องห้ามริมฝีปกบางก็ถูกช่วงชิงไปเสียแล้ว ทาคาโอะจูบเบาๆโดยไม่ได้ล่วงล้ำเข้าไปในพรงปากหวานก่อนจะผละออกมาแล้วกอดคนตัวเล็กแน่นขึ้น

 

            “ฉันเคยฝันว่าอยากนอนกอดนายมานานแล้ว เท็ตจัง”

 

            “ยะ.. อย่าเรียกผมแบบนั้นสิครับ” คุโรโกะยิ่งเขินหนักเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินอีกฝ่ายเรียกชื่อจริงอย่างสนิทสนม ก่อนที่ใบหน้าน่ารักจะซุกลงบนแผงอกกว้างเพื่อปิดบังความอาย

 

            “ฉันอยากเรียกนี่นา ฝันดีนะเท็ตจัง”

 

            ดูท่าว่าต่อจากวันนี้คงจะมีแต่เรื่องสนุกๆเข้ามาแน่นอน!

 

. . . .FIN. . . .

---Writer Talk---

       สวัสดีค่ะทุกคนนน
จบไปแล้วกับพาร์ทของทาคาโอะคุง เป็นยังไงกันบ้างคะ? ถูกใจกันรึเปล่า
ถ้าเขียนงงยังไงก็ขอโทษนะคะ//โค้ง บอกเลยว่าพาร์ททาคาจังแอบเขียนยาก(คือ.. ไรท์ไม่รู้ว่าจะเรียกแทนตัวน้องเหยี่ยวว่าไงดี^^;;)
    ที่จริงว่าจะให้ทาคาโอะแกล้งน้องมากกว่านี้ค่ะ แต่.. เราสงสาร(รักน้องครก.มากเลยไม่กล้าทำร้าย>< // โดนคนอ่านรุมกระทืบ)

       ถ้าชอบกันก็จะดีใจมากเลยค่ะ ยังไงก็คอมเม้นกันได้เลยนะคะ
แล้วเจอกันพาร์ทหน้า บ๊าบ บายค่ะ^_^

 

'Mind-San./Mi~chan'


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

321 ความคิดเห็น

  1. #316 หัดแต่งมือใหม่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 20:23
    ริโกะผู้วางแผน°^°
    #316
    0
  2. #286 nn2006 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 15:26
    คู่นี้น่ารักกกกกกก~?
    #286
    0
  3. #268 eveATK (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 21:45
    #268
    0
  4. #87 L_leo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 07:46
    เขินเว้ยยยย
    #87
    0
  5. #86 Akumu (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 01:40
    -//////- อุตะตะ! น่ารักกกก~~~
    #86
    0
  6. #85 จีจี้ซัง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 21:46
    อ๊ากกกกกกกก~~~น่ารักโครต
    #85
    0
  7. #84 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 19:36
    แอร๊ยยย ! นอกจากพวกรุ่นปาฏิหาริย์กับบากะกามิแล้ว
    ก็มีทาคาโอะคุงเนี่ยแหละที่ชอบเวลาอยู่กับเท็ตจัง
    แบบว่าชอบคู่นี้ตั้งแต่ภาคแรกที่เผชิญหน้า (?) กันแล้ว เหยี่ยวดำ >///<
    แล้วก็ชอบทาคาโอะคุงด้วย นิสัยน่ารักมากอ่ะ ก็เลยชอบไปด้วยเวลาอยู่กับเท็ตจัง อิอิ
    แต่แอบสงสารคู่มิโดรินกับบากะกามิ ขอให้ไปด้วยกันรอดนะคะ 55555
    #84
    0
  8. #83 KarmaNagisa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 เมษายน 2558 / 19:08
    น่ารักกกกกก จะรอตอนต่อไปนะคะ
    #83
    0
  9. #80 sky black3 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 23 เมษายน 2558 / 01:05
    อ้ายยยยย >_< รอคู่นี้
    #80
    0
  10. #75 L_leo (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 เมษายน 2558 / 01:26
    รอค่ะ!!
    #75
    0
  11. #74 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 18:16
    เหยี่ยวดำ คู่นี้ที่รอคอยยยย ><'
    #74
    0