[FIC KnB] ผมน่ะ ยังไงก็เป็นได้แค่เงาสินะครับ?(allKuroko)

ตอนที่ 13 :

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,633
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 62 ครั้ง
    20 เม.ย. 58

บทรีเควส 03 – HimuKuro


 

บทรีเควส 03 – HimuKuro

 

จากคุณ : marina

(ส่วนคนที่รีเควสมาไม่ทันก็อ่านได้เช่นกันน๊า><)

 

Title : “นายนี่น่ารักจังนะ”

Pairing :  HimuKuro (Himuro x Kuroko)

Rating : ???

Genre : Lovely Sweet

Warning : การประมาทผู้ชายหน้าสวยไม่ใช่เรื่องดี (?)

By : Mind-San./Mi~chan

 . . . . .
 

 

            รถบัสปรับอากาศคันใหญ่กำลังแล่นไปด้วยความเร็วคงที่ ทัศนียภาพที่เห็นได้จากทางหน้าต่างเคลื่อนผ่านไหวไปเรื่อยๆท่ามกลางสายตาของผู้ที่จับจ้องอยู่ด้วยความเบื่อหน่าย

 

            “เฮ้อ...” คุโรโกะ เท็ตสึยะถอนหายใจออกมาเบาๆ มือเรียวเล็กจับหนังสือที่วางไว้บริเวณหน้าตักของตัวเอง เด็กหนุ่มนั่งมองวิวด้านนอกจากทางหน้าต่างด้วยความรู้สึกว่างเกินบรรยาย หนังสือที่เขาหยิบมาอ่านเพื่อฆ่าเวลาก็ถูกอ่านจนจบไปเป็นที่เรียบร้อย

 

            “เบื่อเหรอคุโรโกะคุง?” น้ำเสียงทุ้มนุ่มสบายหูเอ่ยขึ้นมาเบาๆแต่ก็ทำให้เจ้าของชื่อตกใจไม่น้อย คนตัวเล็กหันไปสบตากับคนที่นั่งข้างๆ ภาพที่เห็นคือเด็กหนุ่มเรือนผมสีดำสนิทยาวลงมาปิดตาข้างซ้าย ดวงตาข้างขวาสีรัตติกาลดูน่าค้นหา รวมทั้งไฝใต้ขอบตาล่างก็ช่วยขับให้เด็กหนุ่มคนนี้ดูมีเสน่ห์มากขึ้นไปอีก

 

            “ก็ทำนองนั้นน่ะครับฮิมุโระซัง” เสียงหวานใสเอ่ยบอก คุโระโกะมองข้างทางที่เต็มไปด้วยรถราด้วยอาการเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาสีฟ้าสวยทอดมองภาพนอกตัวรถอย่างไม่มีอะไรทำ

 

            “อะ.. ฮิมุโระซัง?” คนตัวเล็กเบิกตากว้างเมื่อยู่ๆอีกคนก็จับหัวของเขาให้เอนมาพิงไหล่ ฮิมุโระมองร่างเล็กด้วยรอยยิ้มบางๆ มืออีกข้างลูบเลือนผมสีฟ้าอ่อนเบาๆจนร่างเล็กเริ่มเคลิ้ม บางทีอาจจะเป็นเพราะการเดินทางไกลบนรถทัวร์ก็ได้เลยทำให้เขามีอาการง่วงนอน

 

            “นอนพักสักหน่อยก็ได้นะ กว่าจะถึงที่พักคงเหนื่อยแย่” น้ำเสียงนุ่มนวลพูดเหมือนเป็นการกล่อมคนตัวเล็กกลายๆ อีกทั้งสัมผัสที่ส่งผ่านมามันทำให้ตัวเขารู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก

 

            “ครับ...” ดวงตาสีฟ้าสวยค่อยๆปิดลงพร้อมกับลมหายใจที่สม่ำเสมอ ฮิมุโระมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มก่อนจะเข้าสู่ห้วงนิทราเช่นกัน คุโรโกะขยับลืมตาขึ้นอีกครั้งก่อนจะขยับตัวให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุดแล้วหลับตาลง ถ้าจะถามว่าทำไมตอนนี้เขาถึงมาอยู่บนรถบัสปรับอากาศกับฮิมุโระแบบนี้น่ะเหรอ? คงจะต้องย้อนกลับไปเมื่อสองวันก่อน...

 

 

            2 วันก่อนหน้านี้

 

            “ออนเซน... งั้นเหรอครับ?” ใบหน้าน่ารักเอียงคออย่างสงสัยเมื่อคู่หูอย่างคางามิ ไทกะเอ่ยปากชวนเขาไปบ่อน้ำร้อนอย่างไม่มีที่มาที่ไป นี่เขาหูฝาดหรือว่าคนตรงหน้ากำลังเบลออยู่กันแน่นะ

 

            “คือว่าทัตสึยะให้ฉันมาชวนนายน่ะ” เมื่อได้ฟังคำอธิบายคุโรโกะก็ยิ่งงงเข้าไปใหญ่

 

            “ฮิมุโระซังเหรอครับ?” คนตัวเล็กนึกถึงใบหน้าของเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างจะเหมาะกับคำว่า ผู้ชายหน้าสวยขึ้นมาทันที เท่าที่จำได้เขากับฮิมุโระก็ไม่ได้สนิทอะไรกันถึงขนาดที่จะชวนกันไปเที่ยวหรอกนะ อีกอย่างคุโรโกะก็รู้สึกว่าตัวเองแพ้ทางคนนิสัยแบบนี้ยังไงก็ไม่รู้

 

            “อือ เจ้านั่นได้ตั๋วฟรีมา 4 ใบน่ะ แล้วทีนี้รุ่นพี่ที่ชมรมก็ไปกันไม่ได้ เลยอยากให้ฉันกับนายไปเป็นเพื่อนหน่อย ถ้านายไปด้วยก็ครบสี่คนพอดี มีทัตสึยะ มุราซากิบาระ ฉันแล้วก็นาย ว่าไง จะไปไหมล่ะ?” เด็กหนุ่มคิ้วสองแฉกถามกลับด้วยใบหน้าคาดหวัง นานๆทีจะมีโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนโดยไม่มีโค้ชสุดโหดคุมอยู่ด้วยสักที โอกาสแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆหรอกนะ!

 

            “คือว่า...” ความจริงคุโรโกะก็ไม่ได้อยากไปนักหรอก ว่ากันตามตรงแล้วเขามีนิสัยที่ชอบอยู่ติดกับบ้านมากกว่า ในช่วงวันหยุดเลยไม่ค่อยได้ไปเที่ยวที่ไกลๆสักเท่าไหร่ ทีแรกเขาก็คิดที่จะปฏิเสธ แต่พอเห็นสายตาคาดหวังจากเด็กหนุ่มผมสีแดงเข้มแล้วก็อดที่จะใจอ่อนไม่ได้ ร่างบางถอนหายใจออกมาครั้งหนึ่งก่อนตอบ

 

            “ก็ได้ครับ ผมจะไป”

 

            แต่จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดอยู่ตลอด... ที่เขาตัดสินใจแบบนี้มันถูกแล้วใช่ไหม!?

 

 

            “..โกะคุง.. คุโรโกะคุง” เสียงเรียกที่มาพร้อมกับแรงเขย่าบนไหล่ทั้งสองข้างทำให้เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนค่อยๆลืมตาขึ้น แวบแรกที่เห็นทำให้เขาสะดุ้งน้อยๆเมื่อคนที่เอ่ยเรียกเขาเมื่อครู่อยู่ใกล้จนจมูกแทบชิดกัน ดวงตาสีดำสนิทที่ฉายแววอ่อนโยนอยู่เสมอจ้องมองมาที่เขาไม่วางตาจนคุโรโกะหน้าร้อนผ่าว ใบหน้าขาวใสขึ้นสีแดงจางๆก่อนจะผลักร่างสูงออกแล้วเบนสายตาไปทางอื่น

 

            “ถึงที่พักแล้วนะ เราลงรถกันเถอะ”

 

            “คะ.. ครับ ขอบคุณที่ปลุกนะครับฮิมุโระซัง” เด็กหนุ่มร่างเล็กกล่าวเบาๆพร้อมกับจัดทรงผมที่เริ่มยุ่งให้เข้าที่ มือบางหยิบกระเป๋ามาสะพายไหล่ก่อนจะรอให้คนตัวสูงเดินออกไปจากที่นั่งก่อนตัวเองจึงออกตาม ฮิมุโระพยักหน้ารับคำขอบคุณพร้อมรอยยิ้ม มือหนาเอื้อมมือมาลูบเส้นผมนุ่มอย่างเบามือก่อนจะไล้ลงมาที่แก้มของคนตัวเล็กแล้วเอานิ้วชี้มาทาบที่ริมฝีปากบาง

 

            “ใบหน้านายตอนหลับน่ารักมากเลยนะ” ฮิมุโระทิ้งคำพูดนั้นไว้ก่อนจะเดินลงจากรถก่อน ปล่อยให้คนฟังหน้าแดงไปจนถึงใบหู

 

            หมายความว่ายังไงกันครับ!?

 

            คนตัวเล็กสะบัดศีรษะตัวเองเพื่อเรียกสติแล้วรีบลงมาจากรถ พบว่าเพื่อนอีกสามคนกำลังยืนรอเขาอยู่ ทั้งคางามิที่ทะเลาะกับมุราซากิบาระแต่ดูท่าว่าหนุ่มผมม่วงจะไม่สนใจและเอาแต่กินขนมด้วยใบหน้าง่วงๆ ช่างเป็นภาพที่ชวนขำยิ่งนัก ก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าสวยจะหันไปสบตากับดวงสีรัตติกาล ฮิมุโระมองเขาด้วยรอยยิ้มที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ดวงตาข้างขวาจะหรี่ลงอย่างนึกขันเมื่อใบหน้าของร่างบางเปลี่ยนเป็นสีชมพูจางๆเสียแล้ว

 

            “นายเป็นไรรึเปล่าคุโรโกะ ดูหน้าแดงๆนะ” คางามิถามเมื่อเห็นคู่หูของตนเดินเข้ามารวมกลุ่ม จริงอย่างที่เขาว่าเมื่อใบหน้าของคุโรโกะขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัด

 

            “จริงๆด้วย คุโรจินไม่สบายรึเปล่า~” น้ำเสียงยานคางของมุราซากิบาระพูดอย่างสนับสนุนกับความคิดของคางามิทั้งๆที่เคี้ยวขนมอยู่เต็มปาก

 

            “ปะ.. เปล่าครับ แค่อากาศร้อนนิดหน่อยเท่านั้นเอง” คนตัวเล็กพูดปดทั้งๆที่ในใจอยากจะเถียงว่า เพราะคนที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆพวกคุณนั่นไงที่ทำให้ผมเป็นแบบนี้น่ะ! แต่ก็ได้แค่คิดเท่านั้น เด็กหนุ่มผมฟ้าถอนหายใจเป็นรอบที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ของวัน

 

            “งั้นเรารีบไปกันเถอะ เดินแค่แป๊ปเดียวก็ถึงที่พักแล้ว ไหวใช่มั๊ยคุโรโกะคุง?” ฮิมุโระบอกทุกคนก่อนจะหันมาทางคุโรโกะพร้อมรอยยิ้ม ภายใต้หน้ากากอันอ่อนโยนคือใบหน้าของผู้ใหญ่เจ้าเล่ห์ที่ไม่มีใครล่วงรู้แผนการ “ถ้านายไม่ไหวให้ฉันช่วยพยุงก็ได้นะ”

 

            “ผมไหวครับ” เด็กหนุ่มร่างเล็กตอบแทบจะทันที ดวงตาสีฟ้าเริ่มฉายแววหงุดหงิดเพราะคำพูดของฮิมุโระที่ทำให้คิดไปว่าเขาดูอ่อนแอที่สุด ถึงจะเทียบกับอีกสามคนจะเป็นความจริงก็เถอะนะ เพราะร่างกายของคางามิโดยรวมก็ดูแข็งแรง ยิ่งกับมุราซากิบาระคงไม่ต้องพูดถึง เรื่องส่วนสูงคนๆนี้กินขาดอยู่แล้ว จะมีก็แต่ฮิมุโระที่ถึงแม้จะสูงแต่ก็ดูผอมบางอยู่นิดหน่อย แต่ที่ทำให้คุโรโกะหงุดหงิดที่สุดก็คือ ทำไมเขาต้องเป็นคนที่เตี้ยที่สุดในกลุ่มด้วยล่ะ ไม่เข้าใจเลยจริงๆ

 

            “อ่า.. งั้นเราไปกันเถอะ” ฮิมุโระเดินนำทั้งสามคนไปยังที่พักที่อยู่ไม่ไกล โดยมีมุราซากิบาระเดินอยู่ข้างๆ ส่วนด้านหลังก็มีคางามิกับคุโรโกะเดินตามมาด้วยกัน พวกเขาใช้เวลาไม่ถึงห้านาทีก็มาถึงเรียวกัง(ที่พักแบบญี่ปุ่น)ขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ในแถบสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง

 

            มองจากภายนอกตัวเรียวกังแห่งนี้มีทั้งหมดสองชั้น รอบๆที่พักมีต้นไม่น้อยใหญ่ปลูกไว้เพื่อให้ความร่มรื่น ด้านหน้าทางเข้าถูกปูด้วยหญ้าสีเขียวชอุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี พร้อมกับทางเดินที่ปูด้วยหินลากยาวมาตั้งแต่รั้วของโรงแรมจนถึงประตูทางเข้า

 

            “นี่นายได้บัตรฟรีมาที่นี่จริงๆเหรอทัตสึยะ?” คางามิถามคนที่เป็นเหมือนพี่ชายของตัวเองเพื่อความแน่ใจ ใบหน้าคมเข้มมองไปยังสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ด้วยแววตาไม่อยากเชื่อ เขารู้แค่ว่าฮิมุโระจะพามาบ่อน้ำพุร้อน แต่ก็ไม่ได้คิดว่าที่พักมันจะหรูขนาดนี้

 

            “ญาติของฉันเป็นคนให้มาน่ะ พอดีว่าเขารู้จักกับเจ้าของเรียวกังที่นี่ แถมช่วงนี้ก็ยังไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวคนเลยน้อยกว่าปกติ เขาเลยให้พวกเรามาพักฟรีได้น่ะ” ฮิมุโระตอบคำถามด้วยท่าทีสบายๆ เขาเคยมาพักที่นี่หลายครั้งแล้ว โดยรวมบรรยากาศที่นี่ถือว่าเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อนเป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

            “เห~ ยอดเลยนะมุโระจิน” มุราซากิบาระพูดด้วยน้ำเสียงยานคาง ที่พักจะเป็นยังไงก็ช่าง ขอให้มีอาหารอร่อยๆก็พอแล้วล่ะน่า~

 

            “ฮะๆ งั้นเราเข้าที่พักกันเถอะ ฉันบอกผู้จัดการโรงแรมไว้แล้วว่าจะเข้าพักวันนี้” พูดจบหนุ่มหน้าสวยก็เดินเข้าไปในตัวโรงแรม หางตาแอบเหลือบมามองเด็กหนุ่มผมฟ้าเป็นระยะด้วยรอยยิ้มที่ไม่มีใครเข้าใจความหมาย เมื่อเดินมาถึงหน้าประตูร่างสูงก็เลื่อนประตูบานเลื่อนออก

 

            “ยินดีต้อนรับเจ้าค่ะ” พนักงานสาวคนหนึ่งโค้งหัวลงเป็นการทักทายลูกค้า เธออยู่ในชุดยูกาตะสีเขียวอ่อนดูสดใสสบายตาที่เป็นเครื่องแบบของทางโรงแรม ก่อนจะมีหญิงวัยกลางคนที่สวมชุดแบบเดียวกันเดินเข้ามาหา เข็มกลัดรูปใบไม้สีเงินที่กลัดไว้ที่อกเสื้อแสดงถึงความเป็นใหญ่มากกว่าคนอื่นๆ

 

            “ไม่เจอกันนานเลยนะทัตสึยะจัง” ใบหน้าใจดีและดูอ่อนกว่าวัยโอบกอดฮิมุโระเอาไว้หลวมๆ ดวงตาเผยแววเอ็นดูหันมายิ้มให้เด็กหนุ่มทุกคน

 

            “เพื่อนๆของทัตสึยะจังสินะ น้าชื่อนานะจ้ะ เชิญพักผ่อนกันตามสบายเลยนะ น้าให้คนจัดห้องไว้ให้แล้ว หากขาดเหลืออะไรก็บอกพนักงานได้ โซระจังช่วยพาแขกไปที่ห้องให้ทีนะ” นานะหันไปบอกหญิงสาวที่ยืนรับแขกอยู่ก่อนหน้านี้

 

            “เจ้าค่ะ เชิญทางนี้ค่ะ” โซระโค้งหัวให้นานะก่อนจะผายมือให้แขกทั้งสี่คนแล้วเดินนำทางไปยังห้องพัก เธอชวนแขกคุยเล็กน้อยเพื่อเป็นการสร้างบรรยากาศไม่ให้เงียบเกินไป

 

            “เราจัดเตรียมห้องใหญ่ไว้ให้ ทุกคนนอนรวมกันได้ใช่มั๊ยคะ?” เธอถามเพื่อความแน่ใจอีกที เพราะเดิมทีก็ได้ยินมาว่าญาติของเจ้าของเรียวกังอย่างคุณนานะจะมากันสี่คนและยังเป็นเพื่อนกันด้วย เลยจัดห้องใหญ่ให้ทุกคนนอนรวมกัน

 

            “สบายมากครับ” ฮิมุโระเป็นคนตอบเพราะอีกสามคนที่เหลือมัวแต่มองดูรอบข้างอย่างตื่นตา ข้างในที่พักถูกตกแต่งด้วยของสไตล์ญี่ปุ่นโบราณและผสมผสานเข้ากับยุคคลาสสิคแบบลงตัว อย่างทางด้านหน้าห้องโถงที่เพิ่งเดินผ่ามาก็มีทั้งโต๊ะรับแขกแบบญี่ปุ่นและโต๊ะดื่มชาแบบอังกฤษอยู่ด้วยกัน                โคมไฟแชนเดอเลียแบบวินเทจห้อยระย้าลงมาใจกลางห้องดูสวยงามและมีความขลังในตัว

 

            ตามทางเดินที่พวกเขาเดินผ่านประกอบไปด้วยภาพวาดใส่กรอบสวยงาม รูปปั้นนักรบที่เห็นกันได้ในที่พักทั่วไปก็ถูกตั้งประดับอยู่ด้วย ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าฮิมุโระจะรู้จักกับเจ้าของโรงแรมแห่งนี้

 

            “ถึงห้องพักแล้วค่ะ” หญิงสาวกล่าวเมื่อมาถึงหน้าห้องๆหนึ่ง เธอเลื่อนบานพับประตูให้เปิดออกเผยให้เห็นภายในห้องที่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย โซระโค้งหัวลงอีกครั้ง “หากมีอะไรขาดเหลือ ก็เรียกได้เลยค่ะ” เธอพูดแล้วขอตัวออกไป พวกที่เหลืออีกสี่คนจึงทยอยเดินเข้าห้อง

 

            เมื่อเข้ามาแล้วจะเห็นห้องรับแขกขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กมากเป็นอันดับแรก โต๊ะตัวเล็กแบบญี่ปุ่นขนากนั่งกันได้ประมาณ 4 คนตั้งอยู่กลางห้องพร้อมเบาะรองนั่ง หน้าต่างบานใหญ่ที่พอเปิดผ้าม่านออกก็จะสามารถเห็นสวนในโรงแรมได้อย่างชัดเจน ด้านซ้ายถัดจากห้องรับแขกคือห้องนอนขนาดใหญ่ มีฟูกสีขาวสะอาดถูกพับเก็บไว้ด้านหนึ่งของห้องอย่างเรียบร้อย ส่วนในตู้เสื้อผ้าก็มีชุดยูกาตะที่ทางโรงแรมจัดเตรียมไว้

 

            เด็กหนุ่มทั้งสี่คนนำกระเป๋าไปวางไว้ในห้องนอนแล้วก็ออกมานั่งเล่นที่ห้องรับแขก ฮิมุโระเดินไปเปิดผ้าม่าน แสงแดดยามบ่ายช่วยทำให้ทั้งห้องดูสว่างขึ้นในพริบตา มือเรียวกดปุ่มปลดล็อกหน้าต่างบานใหญ่พร้อมออกแรงเลื่อนเปิดเบาๆ

 

            กลิ่นบริสุทธิ์ของธรรมชาติลอยมาทักทายเป็นอันดับแรก แรงลมเอื่อยๆพัดเข้ามาในห้องทำให้ไม่ร้อนจนเกินไป ก่อนที่ฮิมุโระจะนั่งลงบนเบาะรองนั่งเพื่อนั่งพัก

 

            “น้ำครับ ฮิมุโระซัง” เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนยื่นแก้วน้ำเย็นๆให้อีกฝ่าย

 

            “ขอบคุณนะ” ร่างสูงกล่าวด้วยรอยยิ้มแล้วรับน้ำมาจิบดับกระหาย ก่อนที่คางามิจะเป็นคนเปิดบทสนทนาแล้วตั้งคำถามที่เขาคาใจมานานกับคนสนิทที่รู้จักกันตั้งแต่สมัยเด็ก

 

            “ฉันว่าจะถามนานแล้วนะทัตสึยะ ทำไมตอนขึ้นรถบัสนายถึงให้ฉันไปนั่งข้างมุราซากิบาระแทนที่จะไปนั่งข้างคุโรโกะ?” เด็กหนุ่มคิ้วสองแฉกถามด้วยใบหน้าสงสัย ปกติฮิมุโระควรนั่งกับมุราซากิบาระสิถึงจะถูก ในเมื่อทั้งคู่อยู่โรงเรียนเดียวกันนี่นา

 

            “ก็แค่อยากให้พวกนายสองคนสนิทกันไว้นี่” ใบหน้าสวยที่มีผมปรกลงมาจนปิดตาข้างหนึ่งยกยิ้มอย่างอารมณ์ดีให้กับน้องชายที่ทำสีหน้าไม่ค่อยอยากเชื่อในคำพูดของเขา แหงล่ะ.. จุดประสงค์ที่แท้จริงก็คือเขาอยากนั่งกับคุโรโกะต่างหาก

 

            “แต่ดูท่าคำพูดกับการกระทำของนายมันขัดๆชอบกลนะ” คางามิหรี่ตามองคนหน้าสวยที่แต่ยิ้มอยู่อย่างนั้น เฮ้อ.. ช่างมันละกัน

 

            “น่าๆ เราไปแช่บ่อน้ำร้อนกันดีกว่า อีกตั้งชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาอาหารเย็นนะ มีเวลาแช่น้ำได้สบายๆเลย” ฮิมุโระพูดแล้วทั้งหมดก็พากันเดินไปที่บ่อน้ำร้อน

 

            บ่อน้ำร้อนของที่นี่มีทั้งหมดสามโซน คือฝั่งบ่อชาย ฝั่งบ่อหญิงอยู่ทางซ้ายและทางขวาตามลำดับ ส่วนตรงกลางคือบ่อน้ำร้อนกลางแจ้งขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบไปด้วยไม้กั้นสูง พวกเขาตกลงเข้าบ่อรวมกันเพราะตอนนี้ไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย

 

            “รู้สึกยังไงบ้างคุโรโกะคุง? สบายขึ้นมั๊ย?” ฮิมุโระถามร่างเล็กที่นั่งพิงขอบสระอยู่ใกล้ๆกัน ส่วนคางามิกับมุราซากิบาระก็นั่งแช่อยู่อีกฝั่งหนึ่ง คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆ

 

            “ครับ ขอบคุณฮิมุโระซังด้วยนะครับที่อุตส่าห์ชวนผมมาเที่ยว” คุโรโกะเอนศีรษะลงที่ขอบสระแล้วยืดตัวเล็กน้อยจนใบหน้ามากกว่าขึ้นจมอยู่ในน้ำร้อน การกระทำนั้นมันช่างน่ารักในสายตาของฮิมุโระเสียจริง

 

            “ไม่เป็นไร ไม่ต้องขอบคุณหรอก” เด็กหนุ่มหน้าสวยยิ้มอย่างที่ทำประจำ ใบหน้าคมเริ่มขึ้นสีแดงนิดๆเมื่อมองเห็นสีผิวขาวอมชมพูเพราะควานร้อนของร่างบางได้อย่างชัดเจน ทนไว้.. ทัตสึยะ.. อดทนไว้...

 

            “ฮิมุโระซังเป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” คุโรโกะเอียงคอถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายหน้าแดง โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าการกระทำนั้นของตนมันดูแล้วน่ารักมากแค่ไหน “หรือว่าเวียนหัว?”

 

            “ปะ.. เปล่า เราขึ้นกันเถอะคุโรโกะคุง แช่น้ำนานมากไม่ดีนะ เดี๋ยวฉันไปถูหลังให้”

 

            “เอ๊ะ?” สิ้นคำเขาก็คว้าข้อมือบางแล้วดึงให้ขึ้นจากบ่อโดยที่อีกคนไม่ทันได้ทักท้วง

 

            ฮิมุโระพาอีกฝ่ายมานั่งอยู่ที่ด้านหนึ่งของบ่อ คนตัวเล็กนั่งลงบนเก้าอี้ที่มีไว้สำหรับล้างร่างกาย คุโรโกะในสภาพที่พันแค่ผ้าผืนบางไว้ที่เอวนั้นทำให้คนมองรู้สึกเขินอย่างบอกไม่ถูก เด็กหนุ่มผมฟ้าตักน้ำขึ้นมาราดบนตัวเพื่อลดความร้อน

 

            “อ๊ะ!” นัยน์ตาสีฟ้าสวยเบิกกว้างพร้อมกับสะดุ้งสุดตัวเพราะรู้สึกถึงอะไรเย็นๆมาแตะที่แผ่นหลัง ร่างบางรีบหันไปมองก็พบว่าฮิมุโระกำลังถือแปรงขัดหลังอยู่

 

            “ขอโทษนะ ทำให้ตกใจรึเปล่า” ร่างสูงเอ่ยถามเมื่อเห็นท่าทีของอีกคน

 

            “ปะ.. เปล่าครับ ฮิมุโระซังไม่ต้องช่วยผมหรอกครับ ผมอาบเองได้” คนผมฟ้าละล่ำละลักบอกด้วยใบหน้าร้อนผ่าวก่อนจะสะดุ้งอีกครั้งเมื่อร่างสูงขัดหลังให้เขาเบาๆ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยให้คนอื่นทำแบบนี้เลยนะ!

 

            “อยู่นิ่งๆสิ” น้ำเสียงนุ่มแต่ราบเรียบสะกดให้คนตัวเล็กยอมนั่งอยู่เฉยๆแต่โดยดี ในทางกลับกันฮิมุโระกลับเป็นฝ่ายที่แทบควบคุมตัวเองไม่อยู่ มือเรียวของเขาค่อยๆใช้แปรงขัดหลังให้อีกฝ่ายอย่างแผ่วเบา แผ่นหลังขาวเนียนที่ไม่ได้เห็นกันง่ายๆอยู่ท่ามกลางสายตาสีดำสนิท ยิ่งเห็นใบหูที่เริ่มแดงของร่างเล็กเขาก็ยิ่งทนไม่ไหว ร่างสูงรีบตักน้ำแล้วราดลงบนแผ่นหลังขาวเนียนเบาๆเป็นอันเสร็จเรียบร้อย

 

            “เราออกไปหาอะไรดื่มกันก่อนมั๊ยคุโรโกะคุง ฉันคอแห้งน่ะ” ฮิมุโระรีบบอกก่อนที่ตัวเองจะเผลอทำอะไรคนตัวเล็กไปมากกว่านี้ อีกฝ่ายมองกลับด้วยสีหน้างุนงงก่อนจะพยักหน้ารับ

 

            “ก็ได้ครับ”

 

            “ไทกะ อัตสึชิ พวกฉันขออกไปก่อนนะ!” ฮิมุโระตะโกนบอกอีกสองคนที่ไปอยู่ที่ไหนแล้วก็ไม่รู้ก่อนจะเดินออกมาจากโซนบ่อน้ำร้อน เมื่อเปลี่ยนไปใส่ชุดยูกาตะเรียบร้อยแล้วจึงออกมาเพื่อหาน้ำดื่ม

 

            ฮิมุโระควานหาเศษเหรียญในกระเป๋าสักพักก่อนจะเดินไปที่ตู้กดน้ำ เขากดน้ำเกลือแร่ออกมาสองขวดแล้วส่งขวดนึงไปให้ร่างบาง

 

            “ขอบคุณครับ” คุโรโกะก้มหัวเล็กน้อยแล้วรับน้ำมาดื่ม รู้สึกสบายขึ้นเมื่อได้ดื่มน้ำเย็นๆหลังจากที่แช่น้ำร้อนมานาน พวกเขาต่างก็ยืนดื่มน้ำกันเงียบๆโดยไร้บทสนทนาใดๆ ความจริงแล้วฮิมุโระจะเป็นฝ่ายที่ชวนคุโรโกะคุยเป็นส่วนใหญ่

 

            “เรากลับห้องพักกันก่อนดีกว่านะ รอพวกนั้นกลับมาแล้วค่อยไปห้องอาหารพร้อมกัน”

 

            “ครับ ไปนั่งพักสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน” คุโรโกะตอบตกลงอย่างว่าง่าย มือเล็กโยนขวดน้ำดื่มลงถังแล้วเดินกลับห้องพร้อมกันกับฮิมุโระ

 

            เด็กหนุ่มผมสีฟ้าอ่อนอาสาว่าจะปูฟูกให้ทุกคนพอทานอาหารเสร็จแล้วจะได้มานอนเล่นกัน ฮิมุโระเห็นอย่างนั้นเลยบอกว่าตนจะช่วยด้วย พวกเขาใช้เวลาไม่นานก็ปูฟูกทั้งสี่ที่จนเสร็จเรียบร้อย

 

            “เฮ้อ..” คุโรโกะนอนแผ่ทันทีที่ปูที่นอนเสร็จ ดวงตาสวยหลับตาลงเพื่อคลายความเมื่อยล้าที่สะสมจากการเดินทางมาทั้งวัน ก่อนจะลืมตาขึ้นเมื่อมีเงาบางอย่างมาทาบทับจนไม่เห็นแสงไฟบนเพดานห้อง

 

            “ฮะ.. ฮิมุโระซัง?” ใบหน้าน่ารักมองอีกคนที่โน้มใบหน้าลงมาใกล้กับตน

 

            “อ๊ะ.. จะทำอะไร.. อื้อ!” ยังไม่ทันจะได้พูดอะไรริมฝีปากบางก็โดนร่างสูงจู่โจมใส่ทันที ลิ้นหนาค่อยๆเคลื่อนเข้าไปในโพรงปากเล็ก ชักจูงด้วยสัมผัสวาบหวามและส่งมอบสัมผัสอันหอมหวานจนเปลือกตาของร่างบางปิดลงด้วยความเคลิบเคลิ้ม ฮิมุโระเชยคางของร่างเล็กขึ้น บดจูบอันร้อนแรงจนอีกฝ่ายแทบจะละลายกับรสจูบนั้นแทบจะทันที

 

            มือบางทั้งสองข้างกำเสื้อยูกาตะของร่างสูงแน่นจนมันยับยู่ยี่ หางตาเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตาตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูง เป็นเวลานานกว่าฮิมุโระจะยอมปล่อยริมฝีปากเล็กให้เป็นอิสระ เขากัดริมฝีปากด้านล่างของคนตัวเล็กเบาๆเป็นการส่งท้ายแล้วผละออกมา

 

            “ฮะ... อะ..” คุโรโกะหอบหายใจเบาๆ ตามเนื้อตัวสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงอย่างเห็นได้ชัดจนฮิมุโระชอบใจ ร่างสูงกดริมฝีปากลงบนหน้าผากมนอย่างรักใคร่เพื่อให้อีกฝ่ายเขินขึ้นไปอีก

 

            “ทะ.. ทำอะไรของคุณน่ะครับฮิมุโระซัง” ร่างเล็กที่ถูกอีกฝ่ายกอดไว้อย่างหลวมๆถามละล่ำละลัก สองมือตั้งท่าจะผลักอีกฝ่ายออกแต่เรี่ยวแรงกลับหายไปไหนหมดก็มิอาจทราบได้ ทำไมถึง... จูบเก่งชะมัดเลย.. คุโรโกะแอบคิดในใจพร้อมใบหน้าที่ร้อนฉ่าด้วยความเขินอาย

 

            “ก็นายอยากทำตัวน่ารักเองนี่”

 

            “ผมไม่ได้...” ร่างเล็กตั้งท่าจะเถียงแต่ก็โดนอีกฝ่ายนำนิ้วชี้มาทาบที่ริมฝีปากของตน ดวงตาข้างขวาฉายแววเจ้าเล่ห์พร้อมกับเอ่ยบางอย่างที่ทำให้คนฟังหน้าแดงยิ่งกว่าเดิม

 

            “หวานมากเลย...”

 

            คนเจ้าเล่ห์! คุโรโกะแอบว่าเด็กหนุ่มหน้าสวยในใจ เขาคิดผิดเองที่ไว้ใจคนๆนี้ ผิดเองที่ไว้ใจใบหน้ายิ้มแย้มแต่กลับแฝงความเจ้าเล่ห์เอาไว้จนดูแทบไม่ออก

 

            “นี่คุโรโกะคุง” ฮิมุโระเรียกชื่ออีกฝ่ายพลางโอบกอดคนตัวเล็กจากทางด้านหลัง คางเรียวได้รูปวางลงบนไหล่มนทำให้ใบหน้าของทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ

 

            “อะ.. อะไรครับ?” คุโรโกะสะดุ้งเล็กน้อย ใจอยากจะลุกหนีแต่ก็ทำไม่ได้เลยต้องนั่งให้ร่างสูงกอดอยู่อย่างนั้น

 

            “เรียกฉันว่า ทัตสึยะ หน่อยสิ” คำขอจากอีกฝ่ายทำให้คนฟังเบิกตากว้าง รู้สึกได้ถึงหัวใจที่กำลังเต้นเร็ว

 

            “ผะ.. ผมไม่..”

 

            “ถ้าไม่เรียก.. จะจูบอีกรอบนะ” เจอไม้นี้เข้าไปเสียงหวานจึงเอ่ยชื่ออีกคนตามคำขออย่างแผ่วเบา

 

            “ทะ.. ทัตสึยะซัง” คุโรโกะพูดด้วยใบหน้าร้อนวาบ จนอีกคนอดยิ้มไม่ได้ ฮิมุโระหอมแก้มเนียนสวยเบาๆ กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นแล้วกระซิบที่ข้างหู

 

            “รักนะ.. เท็ตสึยะ”

 

. . . .FIN. . . .
 

---Writer Talk---

       สวัสดีตอนดึกค่ะทุกๆคน ก่อนอื่นเลยต้อง... ขอโทษค่ะที่มาอัพช้า//โค้งงามๆ พอดีว่าไม่ค่อยมีเวลา+แต่งเรื่องสั้นคู่แดงดำอยู่(โดนคนอ่านรุม) 
       สุดท้ายก็มาลงฟิคน้ำแข็งดำได้แล้วว>< เป็นไงกันบ้างคะตอนนี้? ฟินกันไหมเอ่ย? ไรเตอร์อยากบอกว่าคู่นี้แต่งยาก(มากก)ค่ะ คือพี่น้ำแข็งเป็นบุคคลที่เราอ่านรอยยิ้มไม่ออกจริงๆ
       แถม... แถม.. พี่ฮิมุได้ถูหลังให้น้องด้วย!!! ไรท์อิจฉา>__< ทำไมพี่ฮิมุทำแบบนี้คะ!? (คุโรโกะ : คุณเป็นคนแต่งไม่ใช่เหรอครับ/ไรท์ : ก็จริงค่ะ^^;; )
       อ่านแล้วรู้สึกยังไงก็เม้นบอกกันได้เช่นเคยค่ะ ถ้ามีตรงไหนไม่ดีก็บอกได้นะคะ เรานำปรับในเรื่องต่อๆไป
       สำหรับวันนี้ขอลาไปก่อน แล้วเจอกันพาร์ทหน้านะคะ^^//

 

'Mind-San./Mi~chan'


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 62 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

321 ความคิดเห็น

  1. #302 สาววายนิระนาม (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 16:15
    หมอนขาดแล้ว
    #302
    0
  2. #285 nn2006 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2560 / 15:17
    ฟิน~~~~~~~~~~~?
    #285
    0
  3. #267 eveATK (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 21:40
    หนุ่มหน้าหวานนี้ร้ายจริงๆ
    #267
    0
  4. #226 Amane (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 22:11
    กรี้ดดดดดดดด ฟินนนนนนนนน ชอบบบบบบบ
    #226
    0
  5. #73 จีจี้ซัง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 08:10
    หวานม๊ากมากค่า~~~~><~~~~ ส่วนอีก 2 คนคือตัวประกอบที่ไม่มีบทนั้นเอง~`~~
    #73
    0
  6. #72 MaskedOtakuGirl (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 07:21
    อ่าาาาา//ฟินไปดาวอังคารรเลยบย สนุกมากค่ะ คู่นี้แรร์เอาเรื่อง //ชูป้ายแต่งอีก
    #72
    0
  7. #71 L_leo (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2558 / 00:04
    อ๋อยยยยยยยย เขิลอ่ะ หุบยิ้มไม่ได้เลย
    #71
    0
  8. #70 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 19 เมษายน 2558 / 22:42
    เอิ่ม...บางทีก็ไม่ควรประมาทคนหน้าสวยค่ะ 5555
    #70
    0
  9. #66 Ainaemoroe (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 เมษายน 2558 / 02:37
    คู่นี้หายากมากกกกกกกกกกกกก
    รอค่าาาาาา ><
    #66
    0