[FIC KnB] ผมน่ะ ยังไงก็เป็นได้แค่เงาสินะครับ?(allKuroko)

ตอนที่ 1 : บทหนึ่ง - คิเสะ เรียวตะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,465
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 166 ครั้ง
    8 มี.ค. 58

บทหนึ่ง - คิเสะ เรียวตะ


            “อย่างงั้นแหละคิเสะ ทำแต้มนี้ให้ได้!

 

            ..ปี๊ดดดดด..

 

         เสียงเฮลั่นสนามเมื่อลูกบาสถูกชู้ตลงห่วงอย่างแม่นยำพร้อมกับสัญญาณหมดเวลา เสียงปรบมือทางฝั่งโรงเรียนมัธยมต้นเทย์โคดังสนั่น ถึงแม้ว่านี่จะเป็นแค่การแข่งฝึกซ้อมระหว่างโรงเรียนด้วยกันเท่านั้นเพราะคติของทีมนี้คือ...

 

             ต้องเป็นที่หนึ่งเสมอ ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใครก็ตาม

 

            “ยอดเลยนะคิเสะ! พึ่งขึ้นเป็นตัวจริงไม่นานแท้ๆ ทำผลงานได้ขนาดนี้แล้วหรือเนี่ย” เพื่อนร่วมทีมคนหนึ่งวิ่งเข้ามากอดคอเด็กหนุ่มร่างสูง คิเสะ เรียวตะยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เพราะบาสเป็นสิ่งที่เขาชอบจึงได้ทุ่มเทกับมันขนาดนี้ และคนในทีมก็คงคิดแบบเดียวกัน

 

            “ไม่หรอกฮะ ผมยังสู้คนอื่นไม่ได้หรอก” ใบหน้าหล่อเหลาสมกับนายแบบชื่อดังหรี่ลงเล็กน้อยก่อนจะมองไปยังตัวจริงของทีมที่ลงแข่งด้วยกัน

 

            ...ยังเทียบชั้นไม่ได้สักนิด...

 

            “คิเสะ! เก็บของแล้วไปกันได้แล้ว” มิโดริมะ ชินทาโร่ชู้ตเตอร์มือหนึ่งของทีมตะโกนเข้ามาพร้อมกับดันแว่นของตนให้เข้าที่ เป็นเหตุให้นายแบบหนุ่มรีบปลีกตัวออกมา

 

            “ได้ฮะ!

 

 

            “ไงคุโรโกจจิ เหนื่อยหน่อยนะวันนี้” น้ำเสียงร่าเริงอย่างที่เคยใช้ประจำเข้าไปกอดคอเพื่อนร่วมทีมอย่างสนิทสนม ระบายยิ้มกว้างให้กับคนที่คิดว่าตัวเองสนิทที่สุด

 

            “คิเสะคุงก็ด้วย วันนี้เหนื่อยหน่อยนะครับ” น้ำเสียงราบเรียบไร้อารมณ์ตอบกลับมาก่อนที่นัยน์ตาสีฟ้าสวยจะหม่นลงเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ในใจ คิเสะที่มองท่าทีแบบนั้นออกจึงพยายามหาเรื่องชวนคุยเพื่อไม่ให้บรรยากาศเงียบจนเกินไป

 

            “นี่ๆ วันนี้ชั้นเล่นเป็นไงบ้างล่ะคุโรโกจจิ” น้ำเสียงที่ใช้เหมือนเด็กตัวเล็กๆที่กำลังอ้อนผู้ปกครองทำเอาคนที่ได้ฟังแอบยิ้มให้กับนิสัยเช่นนี้

 

            ...ร่าเริงแบบนี้เสมอเลยนะครับคิเสะคุง ถ้าผมเป็นแบบคุณได้ก็คงจะดี...

 

            “คิเสะคุงเล่นได้ยอดเยี่ยมมากเลยล่ะครับ” น้ำเสียงจริงจังปราศจากความเสแสร้งสร้างความยินดีให้กับคนฟังยิ่งนัก เด็กหนุ่มร่างสูงกอดคอคนตัวเล็กแน่นมากกว่าเดิมจนโดนอีกคนบ่นว่าหายใจไม่ออก ตนจึงยอมปล่อยไปแต่โดยดี

 

            เพื่อนร่วมทีมทุกคนมุ่งหน้ากลับโรงเรียนด้วยความรู้สึกยินดีกับชัยชนะที่ได้รับ แม้ว่ามันจะไม่ใช่ครั้งแรกแต่สำหรับชมรมบาสเทย์โคก็ไม่มีคำว่าแพ้

 

            ถึงทุกคนจะดูยินดีแต่จะมีใครรู้บ้างว่ามีคนคนหนึ่งที่ไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น คนเพียงคนเดียวที่รู้สึกขมขื่นไปทั้งหัวใจ แต่ก็ไม่สามารถแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็นได้ ทำได้แต่ปั้นหน้าเฉยชาไร้อารมณ์ และเสแสร้งว่าตัวเองเข้มแข็งเท่านั้น...

 

            คุโรโกะ เท็ตสึยะเอื้อมมือมาจับหน้าอกข้างซ้าย รู้สึกถึงหัวใจที่กำลังเต้นอย่างแผ่วเบาและไร้เรี่ยวแรง ทั้งๆที่พยายามขนาดนี้ ทั้งๆที่พยายามมาตลอด แล้วทำไม? ทำไมเขาถึงสู้คนอื่นๆในทีมไม่ได้? ทำไมเขาถึงไม่เก่งเหมือนคนอื่นๆ ทำไม?.. ทำไม?.. ทำไม?...

 

            ซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่คำถามนี้ดังก้องอยู่หัว แต่ก็ดูท่าว่าจะไม่สามารถหาคำตอบได้เลย ในตอนนั้นเองที่คนตัวเล็กรู้สึกว่าขอบตาของตนเริ่มร้อนผ่าวอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งลำคอและริมฝีปากแห้งผากจนแทบจะไม่มีแรงเปล่งเสียงออกมา เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองอยู่แบบนี้ต่อไปไม่ไหวแล้วร่างบางก็รีบก้าวเท้าไปหาใครคนนึง

 

            “ขอโทษนะครับมิโดริมะคุง ผมรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอตัวกลับก่อนนะครับ” ใบหน้าขาวซีดลงยิ่งกว่าเก่าแต่ก็ยังโค้งตัวให้อีกคนเหมือนเป็นการขอโทษ เมื่อมิโดริมะเห็นดังนั้นจึงขยับแว่นตัวเองเล็กน้อย พิจารณาร่างตรงหน้าด้วยสายตาเป็นห่วง แต่ก็ไม่ได้แสดงอะไรออกมามากนัก

 

            “ไม่เป็นไร การพักผ่อนเป็นสิ่งจำเป็นต่อร่างกายอยู่แล้ว นายกลับบ้านเถอะ เดี๋ยวฉันจะบอกอาคาชิให้เอง ดูแลตัวเองด้วยล่ะ” ฝ่ายชู้ตเตอร์มือหนึ่งถอนหายใจเบาๆ แม้การกระทำจะดูเย็นชาแต่เขาก็ยังเป็นห่วงคนในทีมอยู่เสมอ

 

            “ขอบคุณมากครับ ผมขอตัว...” คนตัวเล็กก้มหัวลงอีกครั้งก่อนจะหมุนตัวแล้วเดินออกไปจากกลุ่ม ไหล่บางที่เห็นช่างดูบอบบางเสียจนน่ากลัวว่าจะแตกสลายไปได้ง่ายๆ

 

            “คิเสะ นายไปส่งคุโรโกะหน่อยสิ” มิโดริมะบอกกับนายแบบหนุ่มซึ่งอีกคนก็ตกปากรับคำอย่างไม่อิดออดก่อนจะก้าวตามหลังคนตัวเล็กไปด้วยรอยยิ้มอันสดใส โดยมีสายตาคมมองผ่านกรอบแว่นตามหลังทั้งคู่ด้วยความเป็นห่วง

 

            ...ฝากด้วยล่ะ...

 

 

            “รอด้วยสิคุโรโกจจิ~” น้ำเสียงสดใสที่ดังตามหลังมาทำให้คนตัวเล็กหันไปมองด้วยความฉงนเมื่อเห็นคนที่ควรจะเดินไปกับกลุ่มสมาชิกของชมรมบาสวิ่งตามหลังเขามาเช่นนี้

 

            “คิเสะคุง? คุณมาทำอะไรน่ะครับ” ดวงหน้าหวานมองอย่างสงสัย เวลานี้เขาควรจะเดินกลับบ้านคนเดียวพร้อมกับคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยแต่กลับมีคนเดินมาร่วมทางด้วยซะได้ และเป็นคนที่เขาไม่อยากจะเผยความอ่อนแอให้เห็นเลยจริงๆ

 

            “ก็คุโรโกจจิดูท่าทางไม่สบายนี่นา ชั้นเลยอยากจะมาส่งน่ะ” ใบหน้าเหลายิ้มพลางตอบคำถาม เมื่อหายเหนื่อยแล้วเขาจึงยืดตัวขึ้นเต็มความสูงก่อนจะยิ้มกว้างมากกว่าเดิม

 

            “ขอบคุณที่เป็นห่วง แต่ผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ คิเสะคุงกลับไปฉลองกับทุกคนเถอะ” ตามธรรมเนียมทุกครั้งที่มีแข่งกับทีมต่างโรงเรียน พอแข่งเสร็จพวกเขาก็จะจัดงานฉลองเล็กๆกันภายในโรงยิมแล้วค่อยซ้อมต่อ ซึ่งการฉลองนั้นถูกจัดขึ้นทุกครั้งที่มีแข่ง หรือก็คือชมรมบาสเทย์โคไม่เคยพ่ายแพ้กลับมาเลยสักครั้งเดียว

 

            “ก็ฉันอยากมาส่งคุโรโกจจินี่นา พวกเรากลับบ้านด้วยกันเถอะนะ” ไม่พูดเปล่าร่างสูดจัดแจงดันหลังให้คนตัวเล็กเดินไปข้างหน้าโดยไม่สนเสียงโวยวายที่ตามมา คุโรโกะจึงทำได้แค่เดินต่อไปเรื่อยๆโดยมีเพื่อนร่วมทางเพิ่มมาด้วยอีกหนึ่งคน

 

            “ว่าแต่ทุกคนนี่ยอดเลยเนอะ มีสไตล์การเล่นที่โดดเด่นกันทุกคนเลย” ระหว่างทางกลับบ้านมีเสียงของนายแบบหนุ่มที่หาเรื่องชวนคุยดังขึ้นมาเป็นระยะ โดยจะมีเสียงตอบรับจากคนตัวเล็กบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งพอมองดูดีๆแล้วเหมือนกับว่าคิเสะกำลังพูดอยู่คนเดียวมากซะกว่า

 

            “คุโรโกจจิฟังอยู่หรือเปล่า” เมื่อเห็นว่าคนข้างตัวเงียบไปและเอาแต่ก้มหน้ามองพื้นแทบตลอดเวลาทำให้ร่างสูงนึกสงสัย แต่เจ้าตัวก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว

 

            “ครับ ผมฟังอยู่”

 

            “งั้นคุโรโกจจิคิดว่าชั้นเล่นเป็นยังไงล่ะ จะสู้ทุกคนได้หรือเปล่า?” ใบหน้าหล่อเหลาถามอย่างขอความเห็นโดยไม่ได้สังเกตว่าสีหน้าของคนข้างตัวเริ่มเปลี่ยนไป

 

            “ครับ ผมว่าคิเสะคุงสู้ได้อยู่แล้วครับ” ใช่... อีกหน่อยก็คงเก่งกว่าเขา เก่งจนไม่อาจจะตามไปยืนอยู่ข้างๆได้อีก เมื่อคิดได้ดังนั้นริมฝีปากบางจึงเผยยิ้มน้อยๆที่มุมปากให้กับความน่าสมเพชของตัวเอง

 

            คิเสะคุงน่ะ.. ไม่สิ ทุกคนน่ะต่างก็นำหน้าผมไปหมด ผมสู้ไม่ได้เลยล่ะครับ ทั้งพละกำลัง ทั้งความสามารถ พรสวรรค์อะไรนั่นก็ไม่มี ถ้าเขาไม่มีความสามารถในการจ่ายบอลก็คงไม่ได้เล่นเป็นตัวจริงแล้ว ผมก็แค่คนอ่อนแอ เป็นแค่เงาที่คอยตามหลังทุกคนเท่านั้น...

 

            “จริงนะ ชั้นน่ะอยากแข่งกับอาโอมิเนจจิมากเลยล่ะ แต่ก็รู้ว่าตัวเองยังมีฝีมือไม่พอ และต้องพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้” น้ำเสียงยังคงดังกังวานผิดกับอีกคนที่ก้มหน้า มือทั้งสองข้างกำแน่นจนห้อเลือด

 

            “พอ...”

 

            “อยากแข่งกับทุกคนอีกจัง อยากเล่นให้เก่งมากกว่านี้...”

 

            “พอ...”

 

            “คุโรโกจจิว่าอะไรนะ?”

 

            “ผมบอกให้พอไงครับ!” น้ำเสียงตวาดอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนทำเอาคิเสะตกใจ เบื้องหน้าคือคนที่เขารู้จักและเจอหน้าอยู่ทุกวัน นัยน์ตาสีฟ้าสวยงามที่เคยเรียบเฉยบัดนี้กำลังมีน้ำเอ่อคลอและไหลลงมายังพวกแก้มทั้งสองข้าง

 

            “หยุดพูดแบบนั้นสักที คิเสะคุงเก่งครับ ผมรู้... เก่งมาก เก่งจนผมเทียบไม่ติด ทุกคนเองก็เหมือนกัน แต่ผมก็พยายามเหมือนทุกคน รักบาสเหมือนทุกคน แล้วทำไม... ทำไม ผมถึงถูกทิ้งไว้ข้างหลังคนเดียวล่ะครับ? หึ! เพราะผมมันไร้ความสามารถไง ไม่มีอะไรดีนอกจากเรื่องจ่ายบอล ยังไงผมก็เป็นแค่เงาที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไม่เคยมีตัวตนในสายตา ไม่เคยมีเลย.. อ๊ะ!

 

            ถ้อยคำที่เปล่งออกมาเงียบลงเมื่อคนตัวสูงดึงร่างเล็กเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด ใบหน้าหวานถูกกดลงกับแผ่นอกกว้าง กลิ่นหอมอ่อนๆที่อยู่ด้วยแล้วให้ความรู้สึกสบายใจทำให้น้ำตาไหลออกมายิ่งกว่าเดิม คุโรโกะสะอื้นจนตัวสั่น น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าถูกแทนที่ด้วยความเสียใจที่สั่งสมมาเป็นเวลานาน

 

            “ร้องให้พอนะคุโรโกจจิ ร้องให้พอแล้วเข้มแข็งไว้นะ กลับมาเป็นคุโรโกจจิคนเดิมที่ไม่ว่าอุปสรรคมากมายแค่ไหนก็ไม่เคยย่อท้อ ชั้นน่ะ... ชอบคุโรโกจจิที่เป็นแบบนั้นนะ”

 

            ถ้อยคำปลอบใจพร้อมสัมผัสเบาๆบนลุ่มผมสีฟ้าอ่อนส่งผลให้คนตัวเล็กได้ร้องไห้ออกมาอย่างเต็มที่ โดยมีอีกคนคอยปลอบใจอยู่ไม่ห่าง คิเสะ เรียวตะมองคนในอ้อมแขนที่กำลังกลั้นสะอื้นพร้อมลูบหัวเบาๆ เขาไม่เคยเห็นคุโรโกจจิในด้านแบบนี้ ไม่เคยแม้แต่จะคิเว่าคุโรโกจจิรู้สึกแบบนี้ ทำไมเขาถึงไม่เข้าใจคนตัวเล็กนี่กันนะ ทั้งไหล่เล็กที่กำลังสั่นเทาชวนให้ปกป้อง ทั้งหยาดน้ำตาอุ่นร้อนที่ไหลลงมาบดบังดวงตาคู่สวย ทั้งเสียงสะอื้นอันแผ่วเบาที่ฝืนทนเพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าอ่อนแอ ทั้งหมดที่ได้เห็นทำให้เขาได้รับรู้อะไรบางอย่าง

 

            เขาต้องปกป้องคนตัวเล็กคนนี้ไว้ให้ได้

 

            คิเสะกระชับอ้อมแขนให้แน่นขึ้นก่อนจะก้มตัวลงไปกระซิบคำบางคำอย่างแผ่วเบา

            .

            .

            .

            “ชั้นชอบคุโรโกจจิมากเลยนะ และชั้นจะไม่ทำให้นายต้องร้องไห้อีกครั้งอย่างแน่นอน”


. . . .FIN. . . .
 

--Writer Talk--
เป็นยังไงกันบ้างคะสำหรับตอนนี้ เศร้า+หวานนิดๆ 

น้องคุโรโกจจิของเราน่ารักซะขนาดนี้แล้วใครเล่าจะไม่หลงรัก

ถ้าชอบก็เม้นกันด้วยนะคะ ตอนต่อไปจะมาในเร็วๆนี้แน่นอน
รักใครเชียร์ใครก็บอกกันได้นะคะ บางทีไรเตอร์อาจจะเขียน 'แบบพิเศษ' ให้เนอะ>///<

 

'Mind-San./Mi~chan'

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 166 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

321 ความคิดเห็น

  1. #312 KM~♡ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 19:27
    น้อง ใจอิแม่มันเจ็บบบบบ
    #312
    0
  2. #306 AriyaJittungtong (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 11:51

    อ้ากกกก นั้ลร้ากกก
    #306
    0
  3. #257 eveATK (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 20:44
    ติดตามตอนแรกคิเสะก็ได้แต้มไปแล้ว

    #257
    1
    • #257-1 nn2006(จากตอนที่ 1)
      5 พฤษภาคม 2560 / 10:53
      ช่ายยยยยยยยขอ นโมแปป

      คิเสะ:ขอบคุณนะฮะมิโดริมัจจิที่ทำให้ผมได้อยู่2ต่อ2กับคุโรโกจจิน่ะ ^-^

      มิโดริมะ:อืม

      อาโฮ----อาโอมิเนะ:อะไรกันทำไมเจ้าคิเสะนำไป1คะแนะแล้วฟะ - * -

      มุคคุง:อาราร่า~นั้นสิๆทำไมคิเสะจินนำล่า~~~

      คิเสะ:เอ๋~ทำไมละผมนำแล้วไม่ดีเหรอฮะ ' ' ?

      ทุกคน:ไม่!

      คิเสะ:เอ๋!!!

      อาคาชิ:เรียวตะ~?




      ห้าม!เข้าใกลเท็ตสึยะเกิน1เมตร!!!เข้าใจนะ

      คิเสะ: o [ ] o !!!มายยยยยยยยยย//ได้แต่คิดเท่านั้นละถ้าพูดออกไปเราตายแน่TT

      คุโรจัง:โถอาคาชิคุงครับอย่าแกล้งคิเสะคุงเค้าสิครับ

      อาคาชิ:แค่นี้ยังน้อยไปด้วยสำ! -*-

      คุโรจัง:เฮ้อ~งั้นตามสบายครับไปละน้าบ๊ายบาย~ ' ^ ' /




      ////ปล.เรานโมเอง555+
      #257-1
  4. #177 l3oss_it (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2558 / 13:14
    อยากให้เป็นมิโดมิมะมาโอ๋มากกว่าแต่ เวลาแบบนี้คี่จังนั้นเหละดีแล้ว
    #177
    0
  5. #155 Cncomics (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2558 / 14:07
    น่ารักมากมาย คีจังกับครกคุง
    #155
    0
  6. #131 Zethius (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 23:07
    มิโดจินนี่หนุ่มซึน ต้องทำใจ

    คิเสะดูแลน้องดีๆนะ
    #131
    0
  7. #98 miss vampire (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2558 / 12:50
    ในความคิดเราน่ะ ไม่เคยคิดเลยซักนิดว่ามิโดริมะจะมีมุมแบบนี้ เพราะในเรื่องมิโดริทะก็ไม่ค่อยถูกกับคุโระด้วย แต่ก็สนุกมากกค่ะ^/ ^ขอบคุณค่ะ
    #98
    0
  8. #90 Baicha's heart (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 เมษายน 2558 / 22:02
    สนุกมากเลยค่ะ ชอบการบรรยาย^^ คิเสะดูแลคุโรโกะดีๆนะ^^
    #90
    0
  9. #52 ikikonomori zen (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 เมษายน 2558 / 00:05
    ตอนนี้ยังร้องไห้ ไม่หยุดเลย ทั้งเศร้าและซึ้ง ถึงแม้ไม้ต้องมีภาพ นักนิยายก็รู้ว่า นี่คือ นิยายที่ แท้จริงค่ะ ขอบคุณมากๆเลยค่ะไรตเตอร์ ทำผลงานดีๆออกมาอีกนะคะ จะติดตามตลอดเลยค่ะ
    #52
    0
  10. #46 pearl lotus (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 เมษายน 2558 / 12:49
    ฮรื่ออออ ㅠ ㅠ ความเศร้าของเท็ตสึชั้นจะรับไว้เอง //บาสมาจากไหน
    ดูแลน้องดีๆนะคีจัง
    #46
    0
  11. #5 looky39 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2558 / 21:43
    สนุกมากค่ะ



    เปิดมาด้วยคู้เหลืองดำหรอคะ><



    คิเสะคุงต้องดูแลเท็ตสึคุงดีๆ นะรู้มั่ย เพราะมีอีกหลายคนที่จ้องจะงาบอยู่...เอ๊ะ55555



    แต่ยังไงก็ชูป้ายออลดำนะคะ
    #5
    0
  12. #3 koko (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 มีนาคม 2558 / 20:20
    ขอแบบ all kuroko ทีเดียวทั้งตอนได้ไหมค่ะ

    เพราะอ่านของไรต์แล้วน่ารักมากเลย เลยอยากรู้ว่าถ้าเป็น

    all เลยจะเป็นไงค่ะ

    สู้ๆนะค่ะ
    #3
    0
  13. #2 ` (vanillashake) -? (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2558 / 23:41
    เหลืองดำ ! ชอบคู่นี้อ่ะ แต่ที่ชอบที่สุดคงไม่พ้นแดงดำค่ะ >///<
    สงสารเท็ตจังอ่ะ ถึงจะเป็นเงาแต่ก็มีค่าในสายตาทุกคนนะ T^T
    #2
    0