ดาวเคียงเดือน

ตอนที่ 3 : ตอนที่ 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    6 ก.ย. 62

          "เสวี่ยเอ๋อร์ ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ เสวี่ยเอ๋อร์มาแล้วเจ้าค่ะ"เสียงเรียกของฉิงอี๋(ความสุขในวันฟ้าใส)พี่สาวต่างมารดาทำให้คนที่รอบคอยหันมามองนางด้วยความห่วงหา แม่หญิงรองเดินเข้ามาหานางคนแรกก่อนจะจับนางหมุนซ้ายที ขวาที ก่อนจะเลิกแขนเสื้อเพื่อหาบาดแผลที่อาจซ้อนอยู่


          "เสวี่ยเอ๋อร์ ลูกหายไปไหนมาแม่เป็นห่วงเจ้าแค่ไหนรู้หรือไม่"แม่หญิงรองลูบหัวนางเบาๆ เมื่อเห็นแล้วว่านางไม่ได้มีบาดแผลตรงไหน


          "ลูกขออภัยที่ทำให้ท่านแม่หญิงรองต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ"นางแกว่งแขนแม่หญิงรองเบาๆ เหมือนทุกครั้งที่เวลานางทำผิดแล้วมักจะโดนแม่ด่านางก็จะแกว่งแขนอ้อนให้แม่หายโกรธนาง แต่นางจะรู้หรือไม่ว่าทุกคนกำลังคิดเหมือนกันว่า....เสวี่ยเอ๋อร์ของพวกเขาเปลี่ยนไป แต่หากเปลี่ยนกลับมาเป็นเสวี่ยเอ๋อร์คนเดิมหรือไม่ก็ต้องคอยดูต่อไป


          "เสวี่ยเอ๋อร์ เจ้าต้องรู้จักระวังตัวให้มากกว่านี้สิ หากเกินอันใดขึ้นมาจะทำอย่างไร"พี่ฉิงอี๋(ความสุขในวันฟ้าใส)พี่สาวต่างมารดาเอ่ยอย่างเป็นห่วงไม่ต่างจากคนอื่นๆ ในครอบครัว


          "น้องขออภัยเจ้าค่ะ พี่ฉิง"นางเข้าไปกอดก่อนจะทำเสียงอู้อี้ ให้ฉิงอี๋หมั่นใส้จนต้องขยี่หัวเบาๆ


          "เสวี่ยเอ๋อร์ พี่ขอสั่งห้ามไม่ให้เจ้าออกไปไหนคนเดียวอีกต่อไปแล้ว"พี่เฟิงเค่อ(ลมแห่งชัยชนะ)พี่ชายต่างมารดากล่าวด้วยน้ำเคียงแกมบังคับทำให้นางต้องยู้ปากก่อนจะเอ่ยรับคำอย่างจริงจัง


          "ขอรับคุณชายเค่อ"นางยืนตรงรับคำสั่งหน้านิ่ง ทำให้ทุกคนต่างอมยิ้มเพราะท่าทางของนาง เสวี่ยเอ๋อรคนเดิมกลับมาแล้วจริงๆ


          "พี่เตี่ยเตี๋ยไปไหนมาขอรับ หนิงหนิงกลัวพี่เตี่ยเตี๋ยจะเป็นอันใดไปนะขอรับ"เสียงเฟิงหนิง(ลมแห่งสันติ)นองชายต่างมารดาดังขึ้นก่อนจะมีร่างเล็กๆ วิ่งเข้ามากอดขานางแน่นทำท่าเหมือนจะร้องไห้จนนางต้องอุ้มเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด


          "พี่เตี่ยเตี๋ยขออภัยขอรับนายน้อย ต่อไปพี่เตี่ยเตี๋ยจะไม่ไปไหนแล้วขอรับ"นางหอมแก้มหนิงหนิงด้วยความหมั่นใส้ เด็กอะไรน่ารักน่าชังเสียจริง


          "เอาเถิดๆ ในเมื่อเสวี่ยเอ๋อร์ไม่ได้เป็นอันใดพวกเราก็กลับเข้างานกันเถิดเดี๋ยวจะมีคนเข้าใจผิดคิดว่าตระกูลกู่กลับแคว้นแล้ว"ท่านพ่อเดินเข้ามาหาก่อนจะลูบหัวนางเบาๆ แล้วอุ้มหนิงหนิงไป แม้จะไม่ได้เอ่ยอันใดออกมาแต่สายตาที่เป็นห่วงเป็นใยนางก็ทำให้รู้แล้วว่าท่านพ่อรักนางมากแค่ไหน



          'เจ้ารู้หรือไม่ ข้าได้ยินมาว่าตระกูลกู่ไม่ได้ตระเตรียมการแสดงมาด้วยแหละ ช่างหน้าไม่อายยิ่งนัก'

          'จริงหรือ เทศการนี้สำคัญต่อแคว้นเลี่ยงยิ่งนักเช่นนี้แล้วจะไม่ทำให้แคว้นต้องเสียหน้าหรอกหรือ'

          'นั่นสิ ข้าได้ยินมาด้วยว่าแม่นางกู่ เสวี่ยเตี๋ยเป็นหญิงอัปลักษณ์ร่างกายอ่อนแอ จึงหมกตัวอยู่แต่ในจวนไม่ยอมออกไปไหน'

          'ใครจะกล้าออกไปกันล่ะ ใยจะต้องทำให้ตัวเองขายหน้าด้วยเล่า'

               เสียงนินทารอบข้างดังจนนางได้ยินชัดท่อยชัดคำ นินทาผู้ใดก็หัดพูดให้เบาๆ หน่อยก็ได้กลัวว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ยินหรือไร 


          "การแสดงอันใดหรือเจ้าคะพี่ฉิง"นางหันมาถามฉิงอี๋ด้วยความสงสัย


          "เทศกาลนี้จะมีการบูชาและการแสดงของแต่ละแคว้นเพื่อเป็นการรำลึกและสรรเสริญบรรพบุรุษที่ได้ล่วงลับไปแล้วอย่างไรเล่า เจ้าเองก็รู้ไม่ใช่หรือ หรือว่าน้องรักของพี่ลืมไปแล้ว"ฉิงอี๋ตอบและถามนาง ก่อนจะหรี่ตาเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้จริงจังอะไรมาก


          "แฮะ ข้าคงอยู่ในจวนมากเกินไปจึงได้ลืมเรื่องราวบางเรื่องไปเจ้าค่ะ"นางยิ้มแหยะ ฉิงอี๋ยื่นมือมาลูบหัวนางเบาๆ อย่างเอ็นดู


          "เสวี่ยเอ๋อร์….."นางไม่รู้จะพูดอย่างไรให้เสวี่ยเอ๋อร์รู้สึกดีขึ้นเลย หากมีทางที่ทำให้เสวี่ยเอ๋อร์มีความสุขได้นางก็จะทำอย่างเต็มที่


          "แล้วเหตุใดตระกูลเราถึงไม่มีการแสดงหรือเจ้าคะ"ใบหน้ายิ้มแย้มทำให้ฉิงอี๋คลายกังวลว่าเสวี่ยเอ๋อร์อาจจะยังไม่หายโศกเศร้า


          "ปีนี้ตระกูลของเราไม่ได้จัดหรอกเสวี่ยเอ๋อร์ เพราะพี่เค่อต้องติดตามท่านพ่อไปดูแลชายแดนจึงไม่มีเวลาในการจัดแสดง พี่ก็ต้องตวรจดูบัญชีการเงินของแคว้น หนิงหนิงก็อายุยังน้อย เจ้าเองก็…."เมื่อเอ่ยถึงนางเสียงของฉิงอี๋ก็เงียบลง เป็นอันเข้าใจว่าเสวี่ยเตี๋ยคนเก่านี้ตรอมใจเรื่องของท่านแม่จนไม่เป็นอันทำอะไรจริงๆ


          "ข้ามีการแสดงเจ้าค่ะ"นางยังนึกไม่ออกหรอกว่าจะแสดงอะไรแต่เพื่อไม่ให้ตระกูลขายหน้านางเนี้ยแหละที่จะต้องเป็นความหวังของครอบครัว


          "เจ้าจะแสดงอะไรรึเสวี่ยเอ๋อร์"เฟิงเค่อที่เดินตามหลังตลอดการสนทนาของสองสาวก็เอ่ยถามเสวี่ยเตี๋ยด้วยความสนใจ


          "เอ่อ...น้องยังนึกไม่ออกเจ้าค่ะ แต่เพื่อไม่ให้ครอบครัวของเราต้องขายหน้า เสวี่ยเอ๋อร์จะเป็นความหวังของครอบครัวเองเจ้าค่ะ"นางยกมือชูกำปั้นอย่างมั่นใจ จริงอยู่ที่จะมีบางคนปล่อยโคมในเรื่องที่ตระกูลกู่ไม่มีการแสดงแต่ก็ไม่ได้ทำให้ถึงขั้นกับขายหน้าอย่างที่เสวี่ยเอ๋อร์กว่ามาเสียหน่อย แต่ช่างเถิดในเมื่อเสวี่ยเอ๋อร์ของพวกเขาตั้งใจแน่วแน่แล้วพวกเขาก็จะเป็นผู้สนันสนุนเอง


          "แม่นางกู่ เสวี่ยเตี๋ย"เสียงจากทางด้านหลังทำให้สามพี่น้องหันไปมองพร้อมกัน เสวี่ยเตี๋ยหรี่ตาลงเพ่งมองคนที่เรียกนางก่อนจะทำหน้าอ๋อ ปนกับความดีใจเมื่อพบว่าใครเป็นคนเรียกนาง


          "คุณชาย สวัสดีเจ้าค่ะ คุณชายนำขลุ่ยหยกมาคืนให้ข้าใช่หรือไม่"นางพูดยิ้มๆ ก่อนจะแบมือรอขลุ่ยหยกอย่างใจจดจ่อ


          "อืม"คุณชายรับคำก่อนจะมอบขลุ่ยหยกให้แก่นาง สองพี่น้องเค่อฉิงมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความงุนงง ไม่รู้ว่าเสวี่ยเอ๋อร์ของพวกเขาไปรู้จักมักจี่กับแฝดคุณชายได้อย่างไร


          "ข้าไม่มีอันใดจะมอบให้คุณชายเป็นของตอบแทนนอกจากคำขอบคุณเจ้าค่ะ ขอบพระคุณคุณชายเป็นอย่างสูงเ ไม่คิดว่าพี่น้องฝาแฝดของคุณชายจะเก็บเอาไว้ให้ ต้องขอขอบพระคุณคุณชายทั้งสองเจ้าค่ะ"นางก้มลงยกใหญ่ดีใจที่ได้ปิ่นหยกของท่านแม่คืน ก่อนจะส่งยิ้มขอบคุณให้คุณชายตรงหน้า

               ด้วยท่าทางที่ไม่เคยเห็นของคนตรงหน้าทำให้คุณชายนิ่งทื่อกว่าเดิม สายตาที่ไม่คิดว่าจะได้รับอีกแล้วหลังจากที่ท่านแม่ของเขาได้จากไปในวันนั้น เฟิงเค่อและฉิงอี๋มองหน้ากันก่อนจะคิดในใจด้วยความสงสัยว่าเหตุใดขลุ่ยหยกที่เสวี่ยเอ๋อร์รักนักรักหนาใยถึงไปอยู่ในมือของคุณชายฝาแฝดนั้นได้


          "ไม่เป็นอันใด"คุณชายตอบรับเสียงเบา


          "พี่เค่อพี่ฉิงข้านึกออกแล้วว่าจะแสดงอะไรเจ้าค่ะ"นางก้าวยาวๆ เข้าไปหาพี่ทั้งสองเมื่อมองดูขลุ่ยของตัวเอง


          "แสดงอะไรรึเสวี่ยเอ๋อร์"เฟิงเค่อเอ่ยถามระคนอยากรู้ เสวี่ยเตี๋ยยิ้มตาหยี่ก่อนจะชูขลุ่ยหยกขึ้นฟ้า พูดอย่างคนมั่นใจเต็มเปี่ยม


          "เสวี่ยเอ๋อร์จะเป่าขลุ่ยหยกเจ้าค่ะ"ในภพภูมิเก่านางเก่งกาจหลายด้านเครื่องดนตรีก็อยู่ในนั้นด้วย


          "เช่นนั้น ข้าขอร่วมการแสดงกับแม่นางกู่ได้หรือไม่ถือว่าเป็นคำขอบคุณจากแม่นาง"เสียงจากคนด้านหลังทำให้นางต้องหันไปมองก่อนจะตอบรับด้วยความดีใจ


          "ได้เจ้าค่ะ แล้วคุณชายจะเล่นเครื่องดนตรีใดหรือเจ้าคะ"หลายหัวยังดีกว่าหัวเดียว หากผิดพลาดตรงไหนก็ยังช่วยกันแก้ไขได้


          "ข้า....."


          "คุณชายขอรับ ท่านประมุขหวังถามหาคุณชายขอรับ"เสียงของขันทีดังขัดจังหวะ คุณชายหันไปรับคำก่อนจะหันมาบอกนางอีกครา


          "หากถึงการแสดงของแม่นางแล้ว ข้าจะไปร่วมด้วย"


          "เจ้าค่ะ"นางรับคำก่อนที่ร่างของคุณชายจะหายไปอีกทางของงาน



          "เสวี่ยเอ่อร์....เจ้าต้องบอกพวกพี่มาให้หมดว่าเหตุใดเจ้าถึงไปรู้จักกับคุณชายหวังได้"ฉิงอี๋หรี่ตามองนาง


          "คุณชายผู้นั้นเป็นลูกของประมุขหวังหรือเจ้าคะ"นางทำหน้างง เพราะไม่คิดว่าคุณชายผู้เย็นชาคนนั้นจะป็นถึงลูกของประมุขหวัง


          "หมายความว่าอันใดเสวี่ยเอ๋อร์...เจ้าจำคุณชายแฝดตระกูลหวังไม่ได้หรือ เจ้ารีบบอกพวกพี่มาให้หมดว่าเจ้าไปพบเจอกับคุณชายหวังได้เช่นไร"เฟิงเค่อตกใจเมื่อไม่คิดว่าเสวี่ยเอ๋อร์จะจำสองพี่น้องฝาแฝดนั้นไม่ได้


          "ข้า....."




               นางเล่าเรื่องราวตั้งแต่ที่นางนอนหลับใต้ต้นไม้ใหญ่และตื่นขึ้นมาเจอกับคุณชายก่อนที่นางจะวิ่งหนีเข้ามายังตลาดและพบเจอกับเว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจี แต่นางไม่ได้บอกว่านางโดนตบจากคุณชายเจ้า และนางทำขลุ่ยหยกหายจนเจอเข้ากับคุณชายอีกครั้งแต่พอนางเข้าไปทักกลับกลายเป็นว่าคุณชายที่นางเจอเป็นพี่น้องฝาแฝด พอถึงตรงนี้เฟิงเค่อและฉิงอี๋ถึงกับตกใจที่เสวี่ยเอ๋อร์รู้ว่าตัวเองไม่ได้เจอคนคนเดียวกัน



          "เสวี่ยเอ๋อร์เจ้าแยกออกได้อย่างไรกันช่วยบอกพวกพี่ได้หรือไม่"ฉิงอี๋เอ่ยถามด้วยความอยากรู้เพราะตั้งแต่รู้จักคุณชายแฝดนี้มาไม่เคยแยกออกเลยสักครา


          "เอ่อ...น้องเองก็ไม่รู้จะบอกพี่เค่อกับพี่ฉิงอย่างไรเจ้าคะ คงเป็นความรู้สึกเจ้าค่ะ หรือง่ายที่สุดคงจะเป็นสายตาเจ้าค่ะ เพราะคุณชายทั้งสองมีสายตาที่แตกต่างกันเล็กน้อยเจ้าค่ะ"นางไม่รู้จริงๆ ว่าจะอธิบายอย่างไรให้ท่านพี่เข้าใจเพราะนางใช้สัญชาตญาณของตัวเองเป็นหลัก เฟิงเค่อและฉิงอี๋มองหน้ากันอย่างเสียดายที่แทนที่ตัวเองจะได้วิธีกลับเป็นคำถามในหัวที่เพิ่มขึ้นมาเสียนั้น


          "ช่างเถิดๆ เราเข้างานกันได้แล้วเจ้าเองก็ไปบอกขันทีของประมุขหวังด้วยแล้วกันว่าเจ้ามีการแสดง"เฟิงเค่อบอกปัดก่อนจะเดินนำทั้งสองเข้างานไป  แต่ไม่คิดว่าเมื่อนางก้าวเท้าเข้างานสายตาทุกคู่ที่อยู่รายล้อมก็หันมามองอย่างพร้อมเพรียง ช่างอยากเสือก แค่กๆ อยากรู้อยากเห็นเสียจริงนะพวกท่าน


           'แม่นางผู้นั้นใช่กู่ เสวี่ยเตี๋ยใช่หรือไม่'

          'ช่างงดงามยิ่งนัก'

          'ข่าวลือที่ว่านางอัปลักษณ์และร่างกายอ่อนแอ่คงเป็นเพียงข่าวลือสินะ'

          'ข้าต้องการให้นางมาเป็นเมียข้ายิ่งนัก'

               เสียงรอบข้างดังขึ้น หึ เป็นอย่างไรล่ะเห็นตัวจริงของนางแล้วเหมือนกับข่าวลือพวกนั้นหรือไม่ ฟังได้ไม่นานนางก็หันมาสนใจกับตำแหน่งที่นั่งของตัวเองก่อนจะพบว่า ตระกูลใหญ่ทั้งห้าแคว้นนั่งแถวหน้าสุดตามด้วยตระกูลกลางและตระกูลเล็กตามลำดับ 


          "พี่ฉิงเจ้าคะ น้องขอไปหาขันทีก่อนนะเจ้าคะ"นางเอ่ยขอก่อนจะลุกเดินออกไปอย่างเงียบๆ



          "อะ.....แม่นางๆ ข้าขอถามอันใดแม่นางสักหน่อยเถิดเจ้าค่ะ"นางพูดอย่างสุภาพ ทำให้สาวใช้ถึงกับรีบก้มลงพื้นอย่างตกใจเพราะไม่เคยมีใครพูดสุภาพกับนางเช่นนี้มาก่อน


          "เจ้าค่ะคุณหนู"


          "ข้าตามหาขันทีเพื่อขอให้เขาเพิ่มรายการ การแสดงของข้าเจ้าค่ะ แม่นางบอกข้าได้หรือไม่ว่าขันทีตระกูลหวังอยู่ที่ใด"นางรู้ดีว่าคนตรงหน้าเป็นสาวใช้แต่การที่เราสุภาพก็ใช่ว่าจะทำให้เราดูต่ำลงเสียหน่อย กลับทำให้เราดูสูงส่งและน่ายกย่องขึ้นอีกเป็นเท่าตัว


          "ข....ขันทีจีหลงอยู่ทางด้านนั้นเจ้าค่ะ คุณหนูเดินตามทางเดินนั้นไปจนสุดทางก็จะพบเข้ากับขันทีจีหลงเจ้าค่ะ"สาวใช้พูดตะกุกตะกัก ยังคงตกใจไม่หายกับท่าทีสุภาพของคุณหนูที่อยู่ตรงหน้าไม่หาย


          "ขอบคุณแม่นางเจ้าค่ะ"นางขอบคุณสาวใช้ก่อนจะเดินไปตามทางเดินที่นางได้บอกไว้ แต่ไม่รู้เลยว่าสาวใช้คนนั้นกำลังมองนางด้วยความยกย่อง หากได้คุณหนูผู้นี้มาเป็นองค์หญิงใหญ่ของตระกูลหวังคงจะดีเป็นแน่แท้


          ท้องฟ้าเริ่มมืดลง ตลอดเส้นทางที่นางเดินมาช่างเงียบสงัดแต่ทว่าไม่ได้น่ากลัวอย่างที่นางคิดกังวลเพราะดอกหมู่ตาน(ดอกโบตั๋น)ดอกเล็กเบ่งบานอย่างสวยงามภายในต้นของมัน


          "ดอกไม้จะสวยได้...ต้องอยู่กับต้นจริงๆ"นางพึมพัมมองดอกไม้ก่อนจะเดินต่อไปเรื่อยๆ จนเกือบจะถึงทางแยกไหนนางบอกว่าสุดทางจะเจอแล้วเหตุใดถึงมีทางแยกได้




          "แน่ใจนะ"เสียงจากทางด้านหน้าทำให้เท้าที่กำลังก้าวอยู่หยุดชะงัก นางหลบมุมในที่มืดก่อนจะตั้งใจฟังบทสนทนาที่แทบจะไม่ได้ยินนี้


          "แน่ใจขอรับ แต่เรายังไม่แน่ใจกับเส้นทางที่จะไปที่นั้นขอรับ"เส้นทาง? ที่นั้น? อะไรยังไง?


          "เดี๋ยวก่อน.…มีคนมา"


               เฮือก!!!เสียงคุณชายหวัง นางตาโตไม่คิดว่าตัวเองจะดันแอบฟังตระกูลหวังคุยกันแบบนี้หลบก่อนดีกว่า นางมองหาที่หลบแต่ก็แทบจะไม่มีเลยนอกจากเสาที่นางแอบอยู่ตอนนี้


          "นั้นใคร ออกมาเดี๋ยวนี้ไม่งั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน"เสียงคุณชายหวังดังมาพร้อมกับพลังปรานทำให้นางถึงกับแทบยืนไม่ได้ ไอ่คุณชายบ้าจะฆ่ากันเลยเชียวรึ


          "กู่ เสวี่ยเตี๋ยต้องขออภัย พร้อมรับการลงโทษเจ้าค่ะ"นางเดินออกมาช้าๆ ด้วยแรงที่ยังเหลืออยู่ก่อนจะยกมือก้มหัวเป็นเชิงขออภัยอย่างที่สุด แต่หางตานางกลับมองเห็นชุดของอีกคนที่ยืนข้างๆ คุณชายหวังอย่างชัดเจน.....ประมุขหวัง ฮึกตายๆ ตายแน่นางเสวี่ยเตี๋ยเอ้ย!!! นางรีบก้มหัวลงต่ำกว่าเดิม คุณชายหวังเองเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่มาแอบฟังก็หยุดปล่อยพลังปรานลงแล้วเดินเข้าไปหานางด้วยความเป็นห่วง?....ประมุขหวังได้แต่มองเหตุการณ์ตรงหน้างงๆ หลานชายของเขาเนี่ยนะเป็นห่วงผู้อื่นเป็นกับเขาด้วย แม่นางผู้นี้มีดีอันใดกันนะถึงทำให้หลานชายของเขาแสดงความเป็นห่วงแบบนี้ออกมาได้


          "อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลยคุณหนูกู่ หากแต่คุณหนูไม่ได้ยินอันใดข้าเองก็ไม่อาจลงโทษอันใดคุณหนูได้"ประมุขหวังไม่ได้มองหน้านางแต่หันมองดูต้นไม้ตรงหน้าอย่างไม่ใส่ใจนัก


          "ขอบพระคุณท่านประมุขเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ ต้องขออภัยท่านอีกครั้งเจ้าค่ะ"นางรีบพูดก่อนจะหันหลังกลับด้วยความเร็วแต่แทนที่จะได้ก้าวเท้า เสียงหนึ่งก็ดังขัดเสียก่อน


          "เดี๋ยวก่อนแม่นางกู่ ข้าขอถามแม่นางกู่สักเรื่องได้หรือไม่"นางหมุนตัวกลับก่อนจะยิ้มแหยะให้กับคนตรงหน้า


          "เจ้าคะ คุณชายหวัง"นางยังคงใจดีสู่เสือทั้งๆ ที่ไม่รู้ว่าตัวเองจะโดนตัดหัวตอนไหน


          "เหตุใดแม่นางกู่ถึงได้มาแถวนี้ ไม่อยู่ในงานเล่า"คุณชายหวังถามนางด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง? ประมุขหวังได้แต่ทำหน้างงอีกครั้งกับน้ำเสียงที่หลานของเขาใช้นั้น แม้ผู้อื่นอาจจะแยกไม่ออกแต่เพียงการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเขาที่เป็นทั้งประมุขและควบตำแหน่งอานั้นย่อมรู้ดีกว่าใคร


          "ข้ามาหาขันทีจีหลงเพื่อขอให้เขาเพิ่มรายการการแสดงของข้าเจ้าค่ะ"นางรีบอธิบายอย่างเร็ว


          "เช่นนั้นหรอกรึ แล้วแม่นางกู่รู้ได้อย่างไรว่าขันทีจีหลงอยู่ที่นี่"เอาแล้วไงไหนบอกว่าจะไม่ทำโทษข้าไง นางนึกกลัวในใจเหมือนตัวเองโดนสอบสวนก็ไม่ปลาน


          "ข้าถามจากสาวใช้เจ้าค่ะ"นางตอบตามตรงก่อนจะมองหน้าคุณชายหวัง รอบข้างเงียบลงกระทันหันไม่มีผู้ใดเอ่ยคำไหนออกมาทั้งสิ้น


          "ต้องขออภัยแม่นางกู่ด้วยที่ข้าสงสัยแม่นางมากเกินไป เช่นนั้นตามขันทีจีหลงไปเถิด"คุณชายหวังผายมือไปหาคนที่ยืนข้างๆ นางแทบไม่เชื่อสายตาของตัวเองเพราะตั้งแต่ที่นางยืนอยู่ตรงนี้นางไม่แม้แต่จะเห็นเงาของขันทีผู้นี้เลยและในคราแรกที่ได้ยินเสียงก็เป็นเสียงของขันทีผู้นี้แต่ไหนนางถึงไม่เห็นเล่า


          "ไม่หลอกเจ้าค่ะ หากมีผู้อื่นมาแอบฟังข้า ข้าเองก็ต้องสงสัยด้วยเช่นกัน หากไม่เป็นการรบกวน....ขอให้ท่านอย่าลืมนะเจ้าคะ"นางมองคุณชายก่อนจะส่งกระแสจิตไปว่าอย่าลืมคำพูดที่ตัวเองบอกว่าจะร่วมแสดงกับนางนะ ถึงแม้ตัวเองจะยังไม่เข้าใจพลังปรานอะไรนั้นก็ตาม


          "อืม"คุณชายหวังรับคำเบาๆ


          "เชิญทางนี้ขอรับคุณหนูกู่"ขันทีผายมือให้นางเดินตามอย่างช้าๆ 









          "ลืมอันใดรึ หวัง เหิงเย่ว"ประมุขหันมามองหลานตัวเองก่อนจะหรี่ตามองเป็นแกมบังคับให้คายความลับออกมา


          "หากไม่มีอันใดแล้วข้าขอไปเตรียมตัวก่อนขอรับ"คุณชายหวังก้มคำนับบก่อนจะเดินไปยังทางของเสวี่ยเตี๋ยที่เพิ่งจากไปได้ไม่นาน


          "นี่....เฮ้อไอ่หลานคนนี้"ประมุขหวังได้แต่ถอนหายใจกับเหตุการณ์ที่ไม่เคยเจอนี้












.......................................................................................จบตอนแล้วววว............................................................................................................

จบไปแล้วกับอีกตอน หากมีตรงไหนที่ผิดหรือไม่เข้าใจสามารถแสดงความคิดเห็นกันมได้นะเจ้าคะ ข้าน้อยจะปรับปรุงให้ดีขึ้นเจ้าค่ะ

1 ความคิดเห็น