ดาวเคียงเดือน

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 25
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    29 ส.ค. 62

:::::ตอนที่แล้วได้เปลี่นรเนื้อหาไปพอสมควรอยากให้ทุกคนที่ได้อ่านกลับไปอ่านตอนก่อนนะเจ้าคะ:::::


              นางคิดทบทวนอยู่ในใจไม่คิดว่าการเกิดใหม่ครั้งนี้จะมาพร้อมกับภาระหน้าที่ที่หนักอึ่งแม้จะเป็นเพียงผู้ช่วยแต่หากไม่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็อาจจะทำให้ไม่สามารถปกป้องดอกเหมันต์ได้ แล้วนางจะทำเช่นไรเมื่อไม่อาจรู้ได้เลยว่าใครคือผู้พิทักษ์เหมันต์กันแน่


              แต่หลังจากเดินมาถึงตลาดนางก็ปัดเรื่องราวนี้ออกจากหัวก่อนจะหันมาสนใจบรรยากาศของเทศกาล แม้นางจะไม่รู้ว่าเทศกาลนี้จัดขึ้นเพื่ออะไรแต่นางก็ชอบที่มันทำให้นางนึกถึงภพภูมิเก่าของนาง แม้จะไม่ครึกครื่นเท่าที่นี่แต่ที่นั้นยังมีคุณยายกับคุณแม่คอยดูแลนางอยู่ข้างๆ ไม่ห่างกาย จนในที่สุดนางก็ต้องสูญเสียคนที่นางรักที่สุดที่เหลืออยู่สองคนไปอย่างไม่หวนคืน แม้ภายนอกจะดูร่าเริงเช่นเดิมแต่จะมีใครรู้ว่าภายในใจของนางนั้นแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี.....


               


          "อ้าวแม่นางกู่ เจอกันอีกแล้ว"เสียงของเว่ยอู๋เซี่ยนดังขึ้นข้างหลัง ยืนยิ้มให้นางก่อนจะเดินเข้ามาหาพร้อมกับหลานวั่งจีที่เดินตามกันมาติดๆ มีบ้างไหมน้อที่ทั้งสองคนจะอยู่หางกันสักเมตรนึงเนี้ย นางคิดในใจพร้อมมองทั้งคู่ที่เดินมาหา เรื่องราวในหัวพลันสลายหายไป


          "เจ้าค่ะ แล้วแอปเปิ้ลน้อยไปไหนแล้วเจ้าคะ"นางหันมองดูก็ไม่พบกับลาตัวน้อยที่เจอในคราแรกเลย คงเอาไปผูกไว้สักที่ล่ะมั้ง


          "ข้าเอาไปผูกไว้ตรงหน้าตลาดแล้ว แล้วแม่นางรู้ได้ยังไงว่าลาของข้ามีชื่อว่าแอปเปิ้ลน้อย"เอาแล้วสิ ทำได้แค่ตกใจที่ตัวเองดันไปพูดชื่อลาน้อยตัวนั้นเสียนั่น เว่ยอู๋เซี่ยนทำหน้าสงสัยไม่คิดว่าแม่นางจะรู้จักชือของเจ้าลาโง่ของเขาหรือหลานจ้านเป็นคนบอกแม่นาง.......


          "เอ่อ.…ม....เมื่อคราแรกที่พบกันข้าเห็นคุณชายหลานยื่นแอปเปิ้ลให้มันกินเจ้าค่ะ ข้าเลยเรียกมันเช่นนั้น"พูดยิ้มๆ เหมือนคนที่เห็นอะไรก็เรียกไปแบบนั้นแต่จริงๆ แล้วคือกลัวตายเสียมากกว่า


          "อ่อ เช่นนั้นเอง จริงสิ แม่นางบอกว่าหากพบเจอกันอีกคราก็ให้ข้าเป็นคนเลี้ยงอาหารแม่นางสักมื่อเช่นนั้นเราไปหาโรงเตี๊ยมกันเถิด"เว่ยอู๋เซี่ยนยิ้มร่าดีใจ เพราะไม่คิดว่าจะได้เจอแม่นางจื่ออีกครั้งจึงอยากจะเลี้ยงข้าวแม่นางสักมื่อแม้จะไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองถึงต้องทำแบบนี้


          "ข้าไม่.…."

         (โครก~~) เสียงท้องร้องดังพอให้ได้ยิน แทนที่จะได้ปฏิเสธกลับต้องรับคำเพราะท้องเจ้าปัญหาที่ร้องได้ผิดเวลาเสียจริง


          "ฮ่าฮ่าฮ่า ดูท่าแม่นางจะหิวมากแล้ว งั้นเราไปกันเถิด"เสียงหัวเราะดังลั่น ส่วนหลานวั่งจีก็ยืนยิ้มข้างๆ นางอยากจะแหมให้ถึงภพภูมิเก่าของนางเสียจริง มองจากภพภูมิเก่าก็ยังเห็นเลยว่าหลานวั่งจีหลงเว่ยอู๋เซี่ยนขนาดไหน เฮ้อ ช่างเป็นภาพที่ดียิ่งนัก




          "เราไปโรงเตี๊ยมนั้นกันดีกว่าแม่นาง ข้าได้ยินมาว่าที่นั้นอาหารอร่อยสุราชั้นดีเลยทีเดียว"นางทำได้แค่ก้มหัวรับไม่คิดว่าเว่ยอู๋เซี่ยนที่ถูกสร้างขึ้นในภพภูมินี้จะมีนิสัยเหมือนกับซีรี่ย์ที่นางเคยดูเสียจริง แม้นางจะไม่ทันอ่านนิยายเรื่องนี้แต่นางก็ได้ดูซีรี่ย์มาก่อนแล้วจึงจำได้อย่างแม้นยำว่าเว่ยอู๋เซี่ยนเป็นผู้ที่หลงไหลในเหล้าขนาดไหน


          "คุณชายทั้งสองและคุณหนูโรงเตี๊ยมเรายินดีต้อนรับเจ้าค่ะ"หลังจากเดินมาถึงหน้าโรงเตี๊ยมหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกับนางก็เดินออกมาต้อนรับอย่างสุภาพ ภายในร้านประดับด้วยโคมไฟสีขาวอย่างสวยงามพนักงานต้อนรับอย่างหญิงสาวคคนนี้ก็แต่งตัวด้วยชุดสีขาวอย่างสวยงาม


          "ข้าขออาหารสักสองสามอย่างกับสุราชั้นดีของร้านนี้เถิดและขอชาชั้นเลิศให้กับแม่นางด้วย"เว่ยอู๋เซี่ยนว่าก่อนที่ทุกคนจะหันมาคุยกัน


          "จริงสิ แม่นางกู่หากไม่เป็นการรบกวน แม่นางช่วยบอกข้าได้หรือไม่ว่าแม่นางกู่มาจากที่ใด"เว่ยอู๋เซี่ยนหันมาถาม มาจากภพภูมินู้นเจ้าค่ะ บอกแบบนี้ได้ตายกันพอดี


          "ไม่เลยเจ้าค่ะ ข้ามาจากแคว้นเทียนคงเพียงข้ามภูเขาสามลูกก็มาถึงที่นี่แล้วเจ้าค่ะ แล้วคุณชายเว่ยกับคุณชายหลานล่ะเจ้าคะมาจากที่ใด"นางตอบพร้อมกับถามเว่ยอู๋เซี่ยนด้วย ถึงจะรู้ว่ามาจากไหนก็เถอะ


          "พวกข้ามาจากอีกฟากนึงของยุทรภพ"เว่ยอู๋เซี่ยนตอบตรงๆ ไม่นานสำรับและสุราก็วางลงบนโต๊ะทุกอย่างดูน่ากินไปหมดเพราะนางชอบการกินเป็นชีวิตจิตใจ


          "เช่นนั้นเอง แล้วเหตุใดคุณชายทั้งสองถึงได้มาไกลถึงเพียงนี้ล่ะเจ้าคะ"นางเอ่ยถามเมื่อลองคำนวนดูว่าอีกฟากนึงที่ว่างคงไกลมากน่าดู ถึงแม้ในใจนางจะรู้อยู่แล้วว่าเหตุใดทั้งสองถึงมาอยู่ที่นี่ได้


          "เพื่อช่วยเหลือคนดี กำจัดคนชั่วให้สิ้นซากยังไงล่ะขอรับ"เว่ยอู๋เซี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นและมั่นคง นางไม่เแปลกใจเลยว่าทำไมหลานวั่งจีถึงได้หลงไหลเว่ยอู๋เซี่ยนได้ถึงเพียงนี้


          "โอ้ ช่างเป็นเรื่องที่ดีงามยิ่งนัก ขอให้ข้าได้ดื่มชาจอกนี้เพื่อยกย่องคุณชายเว่ยกับคุณชายหลานด้วยเถิด"นางหยิบน้ำชาขึ้นมาก่อนจะยกเบาๆ เป็นเชิงยกย่อง เว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจีก็ยกจอกเหล้าขึ้นมาเป็นเชิงขอบคุณ


นางหันไปมองหญิงสาวที่เดินเข้าพร้อมกับสำรับคราก่อนที่จะเอ่ยถามในสิ่งที่อยากรู้

          "แม่นาง ข้าขอรบกวนแม่นางสักเดี๋ยวแม่นางพอจะบอกข้าได้หรือไม่ว่าเทศกาลนี้มีไว้เพื่ออันใดหรือ"


          "คุณหนู เทศกาลนี้มีไว้เพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ได้คอยต่อสู้ปกป้องคนในแคว้นเลี่ยงนี้ให้คงอยู่เจ้าค่ะ"หญิงสาวอธิบายง่ายๆ แต่ภายในน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเลื่อมใส่แก่บรรพบุรุษของแคว้นเป็นอย่างมาก


          "เช่นนั้นเอง ช่างน่ายกย่องนักที่มีบรรพบุรุษของแคว้นเลี่ยงได้ต่อสู้เพื่อคนในแคว้นเช่นนี้"นางอดไม่ได้ที่จะยกย่องให้กับคนที่ทำดีเพื่อชาติไม่หวังสิ่งใดแม้ตัวตายก็จะรับใช้ชาติบ้านเมืองจนลมหายใจสุดท้าย




          เพี๊ยะ!!!


          "กราบข้าสิ!!"


          "ว้าย!!"   เสียงดังเอะอะโวยวายจากหน้าโรงเตี๊ยมทำให้คนในโรงเตี๊ยมต้องหันไปมอง เว่ยอู๋เซี่ยนลุกขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยคนที่อยากช่วย แต่ก็ช้ากว่านางที่ตอนนี้เดินไปถึงที่เกิดเหตุเรียบร้อยแล้ว


          "คุณชายเกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ"นางหันไปถามคุณชายที่กำลังทำหน้าโกรธจัดใส่แม่นางคนหนึ่งที่นอนหมอบอยู่กับพื้นด้วยอาการสั่นเทา แม้คุณชายตรงหน้าจะแต่งตัวด้วยชุดที่สง่างามและมีฐานะแต่การกระทำและอารมณ์ของคุณชายช่างไม่ต่างจากอัธพาลแม้แต่น้อย


          "แม่นางอย่าเข้ามายุ่งจะดีกว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของแม่นาง"คุณชายหันมาบอกกับนางก่อนจะก้มลงไปจิกหัวของแม่นางผู้นั้นให้เงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะพูดอย่างผู้ยิ่งใหญ่ให้สมกับฐานะ


          "เจ้าอย่าได้ถือตัวเชิดหน้าใส่ข้าผู้นี่!! เป็นแค่สตรีชั้นต่ำ ข้าอุตส่าลดตัวลงไปคุยด้วยแต่เจ้ากลับกล้าดีเมินข้างั้นรึ!!"หลังจบคำคุณชายก็ง้างมือขึ้นมาก่อนจะ.....

               เพี๊ยะ!!

               เสียงตบหน้าดังลั่นเพียงเพราะแม่นางผู้นี้ไม่ได้สนใจที่จะคุยกับคุณชาย 


          "คุณชายโปรดใจเย็นก่อนเถิด มีเรื่องอันใดก็ค่อยๆ คุยกันให้รู้เรื่องจะดีกว่า"นางเริ่มรู้สึกสงสารแม่นางผู้นี้ที่โดนกระทำอย่างไม่ใยดี แไม่มีการตอบโต้จากแม่นางผู้นี้เช่นนั้นคุณชายผู้นี้คงมียศฐาบรรดาศักดิ์สูงส่งเป็นแน่


          "แม่นางข้าบอกแล้วใช่หรือไม่ ว่าอย่าได้เข้ามายุ่ง เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับแม่นาง"คุณชายหันมาด่านางอีกคนก่อนจะบีบคอแม่นางคนนั้น แววตาโกรธเคืองและหยามเกียรติเป็นที่สุด เป็นผู้ชายที่นางจะไม่มีวันเอามาทำพันธุ์เป็นแน่


          "แน่นอนเจ้าค่ะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับข้า แต่มันเกี่ยวกับการกระทำของคุณชายต่างหาก"


          "แม่นางหมายความว่าอันใด"คุณชายลุกพรวดขึ้นมามองหน้านางด้วยละคนโกรธแค้นกันมาแต่ชาติปางก่อน


          "ท่านเป็นถึงคุณชายหากกระทำแบบนั้นไปจะไม่ดีต่อตระกูลได้นะเจ้าคะ"นางพูดยิ้มๆ ยังคงใจเย็นและทะนงตนอยู่แบบนั้น ใจจริงก็ไม่ได้อยากจะเข้ามายุ่งให้ตัวเองเดือดร้อน แต่ด้วยความเป็นคนดีตั้งแต่ภพภูมิเก่านางจึงไม่สนใจไม่ได้เลย


          "เจ้าบังอาจมาสั่งสอนข้ารึ!! เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือใคร!!"คุณชายเริ่มโกรธหนักกว่าเดิมเมื่อนางพูดเหมือนสั่งสอนในการกระทำของเขา ไม่เคยมีใครกล้าว่าเขาเยี่ยงนี้มาก่อนแม้แต่บิดาและมารดาของเขายังไม่เคยกล้าว่าเขาเช่นนี้เลย แล้วแม่นางผู้นี้เป็นใครกันเหตุใดถึงกล้ามาสั่งสอนเขา


          "แม้แต่ตัวท่านเองยังไม่รู้ แล้วข้าจะรู้ได้ยังไงล่ะเจ้าคะ"นางก้มหน้านอบน้อมแต่ยังคงกิริยาที่สง่างาม คนรอบข้างที่คราแรกไม่ได้สนใจก็กลับมามองนางด้วยความแปลกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีใครกล้าต่อปากต่อคำกับคุณชายเยี่ยงนี้ แล้วยังยอกย้อนจนคุณชายนิ่งอึ้งไปก่อนจะตะหวาดลั่น


          "บังอาจ!! เจ้ากล้ายอกย้อนข้ารึ เช่นนั้นเจ้าจงจำเอาไว้ให้ดีว่าข้าคือคุณชายเจ้า จีเซิง คุณชายใหญ่แห่งตระกูลเจ้า ผู้ที่ยิ่งใหญ่และเก่งกาจสามารถ"โอ้อวด โอ้อวดสิ้นดีคุณชายผู้นี้นางเบือนหน้าไปทางอื่นก่อนจะยิ้มหยันให้กับคุณชายไหนที่นางดูแล้วคงไม่เอาไหนเสียมากกว่า


               ผู้คนที่มามุงดูต่างรู้ดีว่าคุณชายไหนเป็นคนอย่างไร ทั้งข่มเหง ยโส โอ้อวด เหตุเพราะมีบิดาที่เป็นถึงอดีตแม่ทัพใหญ่ที่คอยช่วยบรรพบุรุษทำศึกสงคราม แม้จะแปลกไปหน่อยที่บรรพบุรุษของตระกูลอื่นต่างล่วงลับไปเพราะสงครามกันหมดไม่เว้นแม้แต่ประมุขคนก่อนที่ล่วงลับไปเพราะปกป้องปวงชนมีเพียงอดีตแม่ทัพใหญ่ไหนที่รอดชีวิตได้แต่ก็ต้องเสียขาทั้งสองไป


          "เช่นนั้นแล้วตระกูลหวังเล่าเจ้าคะ ข้าได้ยินมาว่าตระกูลหวังเป็นผู้จัดเทศกาลนี้ขึ้น หากตระกูลเจ้ายิ่งใหญ่ค้ำฟ้าจริงดั่งเช่นที่คุณชายเจ้ากล่าวมานั้น ใยให้ตระกูลหวังเป็นผู้จัดงานเล่าเจ้าคะ หรือท่านเป็นผู้สั่งการหรอกหรือ"นางเน่นคำว่าค้ำฟ้าให้หนักกว่าคำอื่นเพื่อย้ำเตือนว่าคุณชายไม่ได้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ออกจะโอ้อวดเสียมากกว่าเป็นไหนๆ 


          ผู้คนรอบข้างต่างคิดกันเป็นเสียงเดียวกันว่าแม่นางผู้นี้ช่างมีความกล้ายิ่งนัก ทั้งต่อปากต่อคำกับคุณชายเจ้าไม่พอยังกล้าเอ่ยถึงตระกูลหวังตระกูลที่เป็นประมุขของแคว้นเลี่ยงแห่งนี้ เพราะไม่มีผู้ใดกล้าเอ่ยถึงหรือเปรียบเทียบตระกูลหวังกับตระกูลอื่นเพราะรู้ดีอยู่แล้วว่าตระกูลหวังเป็นผู้ที่ทำให้ตระกูลเล็กๆ ทั้งหลายเกิดความสามัคคีกันและยังเป็นแบบอย่างให้กับอีกห้าแคว้นด้วย

          

          "เจ้า!!"


               เพี๊ยะ!!

               ด้วยความโกรธฝ่ามือใหญ่ของคนตรงหน้าก็เข้ามาประทับยังพวงแก้มนวนจนนางหน้าหันไปอีกทาง แต่ก่อนที่คุณชายจะได้พูดอะไร นางก็ยื่นแก้มอีกข้างให้ก่อนจะพูดออกมาว่า


          "หากว่าคุณชายยังไม่หายโกรธก็ตบข้าอีกข้างก็ได้นะเจ้าคะ"แม้จะโดนตบไปแล้วข้างนึงแต่นางยังคงความสง่าและยิ่งใหญ่ไว้ได้ เหมือนกับคำสอนที่ได้เรียนในวัยเด็กว่าหากมีผู้ได้ตบหน้าท่านให้ท่านยื่นอีกข้างให้เขาตบเสีย


          "ช่างกล้ายิ่งนัก ได้!! งั้นข้าสนองให้เจ้าเอง"แต่ก่อนที่จะได้ตบนางก็มีมือนึงมากันเอาไว้เสียก่อน


          "หยุดก่อนเถิดคุณชาย เหตุใดคุณชายถึงต้องทำเยี่ยงนี้เราค่อยๆ พูดค่อยๆ จาก็ได้เหตุใดต้องลงไม้ลงมือให้ต้องเจ็บตัวด้วยเล่า"เว่ยอู๋เซี่ยนที่ยืนดูมานาน ไม่คิดว่าแม่นางจื่อจะโดนตบจนหน้าหันเช่นนั้นแต่ก็ยังยื่นแก้มอีกข้างให้คุณชายผู้นั้นตบอีกรอบได้


          "ไม่ใช่เรื่องของเจ้า!!"คุณชายหันหน้าไปมองเว่ยอู๋เซี่ยน เว่ยอู๋เซี่ยนกำลังจะพูดโต้แต่นางกับห้ามเอาไว้


          "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะคุณชายเว่ย หากการที่คุณชายไหนตบข้าแล้วจะทำให้ใจเย็นลงก็ให้คุณชายไหนทำเถิดเจ้าค่ะ เราจะได้คุยกันด้วยดี"นางยังคงทำเหมือนไม่ได้เจ็บอันใดกับการที่ตัวเองโดนตบเช่นนั้น คุณชายไหนมองด้วยความโกรธที่เพิ่มขึ้นเพราะความกล้าของนางคนนี้ ช่างไม่เจียมตัวยิ่งนัก


          "ได้!!"


               เพี๊ยะ!!

               เสียงตบดังกึกก้องเพราะทุกคนนิ่งอึ้งกับสิ่งที่เห็นไม่คิดว่าแม่นางผู้นี้จะกล้าบ้าบิ่น ให้คุณชายเจ้าตบหน้าได้ขนาดนี้แถมยังยืนนิ่งเหมือนไม่เจ็บแม้แต่น้อยนั้นอีก


          "หากคุณชายใจเย็นลงแล้วงั้นข้าขอพูดอะไรหน่อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ"นางก้มหน้าลงเป็นเชิงขออนุญาติ อย่าให้อยู่ในภพภูมิเก่าของนางนะไม่งั้นจะโดนจระเข้ฟาดหาง นางคิดในใจก่อนจะยิ้มให้กับคนตรงหน้า


          "หึ"คุณชายไหนเก็บมือหันไปมองทางอื่นแต่ยังคงยืนรอให้นางพูดอยู่อย่างนั้น


          "เช่นนั้นข้าขอพูดนะเจ้าคะ ข้าอยากจะถามคุณชายนักว่าผู้ที่ไร้การอบรมสั่งสอนนั้นมีการกระทำเป็นอย่างไรหรือเจ้าคะ ใช่คนที่ชอบทำร้ายผู้อื่น เย่อหยิ่ง ไม่ถ่อมตน ชอบเอาตัวเองเป็นใหญ่จริงหรือไม่เจ้าคะ"นางพูดยิ้มๆ เหมือนขอความเห็น

    

          "เจ้า!! นางสตรีชั้นต่ำ ต่ำไม่ต่างจากสตรีนางนี้เลย!!"ไม่มีคำไหนหลุดออกมาจากคุณชายนอกจากคำว่าชั้นต่ำเลย ช่างเป็นคนที่ด่าใครไม่เป็นจริงๆ ก่อนที่คุณชายจะได้ง้างมือตบนางอีกรอบนางก็เอ่ยออกมาอย่างเจ็บแสบ

   

          "หากข้าและสตรีนางนี้เป็นคนชั้นต่ำ เช่นนั้นมารดาของท่านเล่าเป็นคนชั้นไหน ใยถึงคลอดลูกออกมาได้ชั้นต่ำกว่าพวกข้านัก"นางเน้นคำว่าชั้นต่ำให้รอบข้างได้ยินและเข้าใจ เว่ยอู๋เซี่ยนเองภายในใจก็ไม่คิดว่าแม่นางผู้นี้จะปากร้ายได้ถึงเพียงนี้ คุณชายเจ้านิ่งอึ้งทันทีไม่เคยมีใครกล้าต่อว่าเขาเช่นนี้มาก่อน แม่นางผู้นี้เป็นใครกันถึงบังอาจมากล่าวหาถึงมารดาของเขา!!!


          "เจ้า!!!"คุณชายง้างมือหมายจะตบนางอีกรอบ แต่มีหรือนางจะยอมให้ตบเป็นครั้งที่สาม นางรีบคว้ามือของคุณชายเจ้าก่อนจะบิดและหักแขนของคุณชายอย่างแรง แม้คำสอนตอนเด็กจะห้ามไม่ให้ทำร้ายผู้อื่นแต่ก็ไม่ได้มีข้อห้ามให้เราป้องกันตัวจากสิ่งไม่ดีหนิ หึ!!


          "โอ๊ย!!! ปล่อยข้านะ!!!"คุณชายร้องอวดโอยละคนใกล้จะตาย สำอ่อยเสียจริงแค่โดนบิดแขนเองไม่เจ็บเท่าโดนผู้ชายหน้าตัวเมียอย่างท่านตบหรอก นางคิดในใจก่อนจะยิ้มสแยะให้กับคุณชายไหน


          "ได้เจ้าค่ะ แต่ข้าขออย่างนึงสิเจ้าคะ"


               พั๊วะ!!

               หลังจบประโยคนางก็ง้างมือต่อยเข้าหน้าของคุณชายเจ้าจนร่างผู้ชายตัวใหญ่ล้มลงไปกองแน่นิ่งอยู่กับพื้น เสียงรอบข้างเงียบลงก่อนจะเริ่มดังขึ้นอีกครั้งในไม่กี่อึดใจ นางเล่าเรียนวิชาป้องกันตัวมาหลายรูปแบบในภพภูมิเก่าทั้งคาระเต้ ยูโด เทควันโด แม่ไม้มวยไทย หรือแม้แต่กำลังภายในนางก็ผ่านมาหมดแล้ว แต้นางชอบแม่ไม้มวยไทยเป็นที่สุด


          "ลากคุณชายของพวกเจ้าไปซะ ก่อนที่ข้าจะเป็นคนลากเอง"คนรับใช้ต่างกรูเข้ามาหอบร่างของคุณชายออกไปด้วยความเร็วแสง นางหันมามองเว่ยอู๋เซี่ยนกับหลายวั่งจีที่มองนางเงียบๆ 


          "โอ๊ย!! เจ็บ"นางบ่นอุบเมื่อรู้สึกว่ามือตัวเองเริ่มเจ็บบ้างแล้ว ไม่คิดว่าร่างนี้จะอ่อนแอไปหน่อยแต่ก็ไม่ได้อ่อนแอมากจนรับแรงตบไม่ได้ เพราะขนาดนางโดนตบถึงสองคราร่างนี้ยังคงยืนได้เช่นเดิม


          "โดนตบแม่นางกู่ยังไม่ร้องเลยเหตุใดแค่ยันหน้าคุณชายเจ้าแค่นั้นใยแม่นางถึงร้องเจ็บเล่า"เว่ยอู๋เซี่ยนพูดยิ้มๆ หลังจากตั้งสติได้แล้วก็หันมาคุยกับนาง


          "ข้าโดนตบจนหน้าข้าชาแล้วล่ะคุณชายเว่ย แต่มือของข้าเนี้ยสิ แดงแล้วอะ"คำหลังนางพูดให้เบาลง เว่ยอู๋เซี่ยนเข้ามาคว้ามือของนางก่อนจะพลิกดูไปมาเหมือนคนเป็นห่วง


          "แดงแล้ว แม่นางทายาก่อนเถิด"เว่ยอู๋เซี่ยนทำท่าจะหยิบยาออกมาทาให้นางจึงรีบดึงมือตัวเองกลับเพราะสายตาที่จ้องมองมาของหลานวั่งจี ใยท่านต้องมองข้าเช่นนั้น ข้าไม่เอาเว่ยอู๋เซี่ยนของท่านไปหรอก ใครจะไปกล้า!!


          "ขอบคุณคุณชายเว่ย แต่ข้าไม่เป็นอะไรมากโปรดวางใจเถิดเจ้าค่ะ แม่นางเป็นอะไรมากหรือไม่"ในคำหลังนางหันมาพูดกับคนที่กองอยู่บนพื้นก่อนจะแตะเบาๆ ให้นางรู้สึกตัว


          "ขอบพระคุณคุณหนูเป็นอย่างสูงที่ช่วยข้าน้อยจากคนแบบนั้นเจ้าค่ะ"นางเงยหน้ามามองอย่างซาบซึ้ง ขอบคุณนางอย่างหาที่สุดไม่ได้ นางต้องโดนทำร้ายโดยที่ตัวเองตอบโต้ไม่ได้เพราะคนที่นางดันไปมีเรื่องด้วยดันเป็นคุณชายเจ้าผู้นั้น เดิมทีนางไม่ได้อยากมีเรื่องด้วยแต่ด้วยที่นางสายตาไม่ค่อยจะดีจึงมองไม่เห็นว่าใครเป็นใคร จนคุณชายเจ้าร้องให้นางหยุดแต่มีหรือที่นางจะหยุดให้กับผู้ที่นางมองไใ่เห็นหน้าเช่นนั้น จึงเป็นเหตุให้นางต้องโดนตบอย่างไรเล่า


          "ไม่หรอก หากเจ้าไม่เป็นอะไรมากก็ดีแล้ว"นางพูดอย่างอดห่วงไม่ได้ แก้มของแม่นางตรงหน้าแดงระเรื้อมุมปากยังมีเลือดซึมออกมาด้วย


          "เช่นนั้นขอให้ข้าน้อยได้ตอบแทนบุญคุณคุณหนูด้วยเถิดเจ้าค่ะ"นางก้มหน้าอย่างกล้าๆ กลัวๆ เพราะนางเองก็ไม่สามารถที่จะมอบเงินทองอะไรให้แก่คุณหนูผู้นี้ได้เพราะฐานะอันต่ำต้อยของนาง


          "แม่นางอย่าได้ถือเลย หากเรามีโอกาสได้พบเจอกันอีกแม่นางค่อยตอบแทนข้าก็ได้"นางพูดแบบนั้นไปเพราะนางรู้ว่าแม่นางคนนี้ไม่สามารถมอบสิ่งของหรือสิ่งใดให้นางได้เป็นแน่และนางเองก็ไม่ได้ต้องการอะไรอยู่แล้วกับการกระทำนี้


          "แต่......."


          "คูณหนู คุณหนูมาอยู่ตรงนี้เอง คุณหนูหายไปไหนมาเจ้าคะพวกข้าน้อยตามหาคุณหนูกันให้วุ่นเลยเจ้าค่ะ"เสียงหญิงสาวดังมาด้วยความเหนื่อยหอบก่อนจะนั้งคุกเข่าลงและอธิบายยาวเหยียดให้นางฟัง นางจำได้หญิงสาวผู้นี้ชื่อ'จีซือ' สาวใช้คนสนิทและยังมีสาวใช้อีกสองคนตามหลังมาติดๆ ด้วยความเหนื่อยหอบ


          "ข้าคงต้องขออภัยเจ้าแล้วจีซือที่ทำให้พวกเจ้าต้องเดือดร้อนงั้นเรากลับกันเถิด ข้าต้องขออภัยคุณชายเว่ยกับคุณชายหลานด้วยเจ้าค่ะที่ไม่สามารถอยู่ต่อได้"นางเอามือประสานกันตรงตักก่อนจะย่อกายลงเป็นเชิงขออภัย


          "ไม่เป็นไรหรอกแม่นางกู่ พวกข้าเองก็จะไปแล้วเช่นกัน หากมีวาสนาต้องกันหวังว่าเราจะได้พบเจอกันอีก"เว่ยอู๋เซี่ยนและหลานวั่งจียกมือประสานก่อนจะกล่าวจากลากันอีกนิดและแยกย้ายกันไป ช่างเป็นภาพที่สวยงามยิ่งนักหนึ่งบุรุษผู้สูงศักดิ์กับอีกหนึ่งบุรุษผู้เกงกาจ ไม่คิดเลยว่าทั้งคู่จะยอมก้าวออกมาจากกฏระเบียบทั้งปวงเพื่อปกป้องคนดีกำจัดคนชั่ว  จีซือคิดในใจไม่คิดว่าคุณหนูของบ่าวจะรู้จักผู้อื่นที่อยู่นอกจวนด้วยหรือ ไม่เคยเห็นเลยแต่นางก็ไม่คิดที่จะเอ่ยถามอันใดออกไป

          "คุณหนูเจ้าคะ แล้วขลุ่ยหยกของคุณหนูหายไปไหนแล้วเจ้าคะ"จีซือเอ่ยถามเมื่อไม่เห็นขลุ่ยที่คุณหนูชอบถือไปไหนมาไหนด้วยตลอดเวลา แล้วปิ่นหยกบนหัวของคุณหนูมาจากไหน


          "ก็อยู่......."นางตาโตควานหาขลุ่ยตัวเองเมื่อคิดว่าตัวเองแนบเอาไว้กับตัว แต่หาอย่างไรก็ไม่เจอหรือนางจะทำตกไว้ที่ใต้ต้นไม้ใหญ่นั้น


          "จีซือ......ข้าทำขลุ่ยหาย"นางยิ้มหน้าเจือนบอกสาวรับใชคนสนิท จีซือเองก็ตกใจไม่ต่างกันเพราะไม่คิดว่าคุณหนูจะทำของสำคัญที่ได้จากท่านหญิงใหญ่หายได้เช่นนี้


          "คุณหนูจำได้หรือไม่เจ้าคะว่าไปที่ใดมาบ้าง"จีซือถามเจ้านายตัวเองด้วยความเป็นห่วง


          "ข้า.......อะ..คุณชายๆ คุณชายท่านนั้นเดี๋ยวก่อนเจ้าค่ะ"นางหันหน้าหนีก่อนจะพบเข้ากับคุณชายที่นางเจอถึงสองครั้ง นางตะโกนลั่นให้คุณชายหยุดแต่ดูท่าแล้วเหมือนคุณชายจะไม่ได้ยินเสียงนางเลย


          "คุณชาย!!!!!"นางตะโกนอีกครั้งพร้อมกับคว้าแขนของคุณชายแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ทำไมคุณชายถึงเดินเร็วเช่นนี้


          "ข้าต้องขออภัยที่รบกวนคุณชาย แต่ข้าขอถามคุณชายหน่อยได้หรือไม่ว่าเมื่อก่อนหน้านี้ที่เราเจอกัน คุณชายเห็นขลุ่ยหยกของข้าหรือม......"หลังจากตั้งสติได้นางก็ร่ายยาวก่อนจะสดุดเสียงตัวเองเมื่อเพ่งมองคนตรงหน้าดีๆ ก็พบว่าไม่ใช่คนที่นางเคยพบ ถึงแม้คนทั่วไปอาจจะแยกไม่ออกเพราะใบหน้าของคุณชายผู้นี้จะเหมือนกันกับคุณชายที่นางเจอก่อนหน้าราวกับคนคนเดียวกันทั้งใบหน้าและส่วนสูงที่ถอดแบบมาเหมือนกันเป๊ะ แต่นางรู้สึกได้ว่านี่ไม่ใช่คุณชายผู้นั้น ด้วยสายตาที่อ่านยากของคนตรงหน้าแตกต่างจากสายตาที่ได้รับจากสายตาของคุณชายคนนั้นที่เต็มไปด้วยความอยากรู้และขี้เล่น


          "ข้าต้องขออภัยข้าคงจำผิดคน แต่หากไม่เป็นการล่วงเกินข้าขอถามคุณชายจะได้หรือไม่เจ้าคะ คือ....คุณชายมีพี่น้องฝาแฝดหรือไม่เจ้าคะ"นางยิ้มเจือนๆ ถึงแม้จะเอนเอียงไปตามที่นางว่าแต่นางก็ไม่อาจกล้าที่จะพูดเองเออเองเช่นนั้นได้


               บุรุษตรงหน้านึกทึ่งในใจกับแม่นางตรงหน้า ตั้งแต่ยังวัยเยาว์ไม่เคยมีผู้ใดแยกเขากับผู้นั้นได้แม้แต่ท่านพ่อก็ยังจำสลับได้มีหรือที่คนที่เจอกันครั้งแรกจะไม่คิดว่าเป็นคนคนเดียวกัน แม่นางช่างน่าสนใจยิ่งนัก


          "มี"เพียงคำตอบรับคำเดียวก็ทำให้นางผงกหัวเข้าใจ เป็นไปตามที่นางคาด คุณชายที่อยู่ตรงหน้าไม่ใช่คนคนเดียวกันกับที่นางเจอที่ใต้ต้นไม้ใหญ่


          "เช่นนั้นข้าขอร้องคุณชายสักเล็กน้อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ"นางก้มลงเป็นเชิงขออนุญาต


          "อืม"


          "ข้าขอร้องคุณชายช่วยถามพี่น้องฝาแฝดของท่านหน่อยจะได้หรือไม่เจ้าคะ ว่าพบเห็นขลุ่ยหยกตกแถวใต้ต้นไม้ใหญ่ที่พบเจอกันกับข้าแม่นางกู่ เสวี่ยเตี๋ยผู้นี้ได้หรือไม่ หากพบเห็นขลุ่ยก็ขอให้นำมาให้ข้าในงานเทศกาลที่จวนหวังหน่อยเถิดเจ้าค่ะ"นางพูดเอ่ยก่อนจะก้มหัวอีกรอบให้ดูนอบน้อมที่สุด


          "ได้"


          "ขอบพระคุณคุณชายเป็นอย่างสูงเจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าขอตัวก่อนเจ้าค่ะ"นางเอ่ยกล่าวขอบคุณก่อนก้มหัวให้แล้วรีบเรียกจีซือให้เดินตามไป










          "เป็นสตรีที่น่าค้นหายิ่งนัก เจ้าไม่สนใจนางเลยรึ"เสียงจากข้างหลังทำให้ชายหนุ่มที่กำลังขบคิดต้องหันมามอง ก่อนจะนิ่งเงียบมองไปยังเส้นทางที่นางเดินไป สนใจ.....อย่างนั้นรึ


          "หึ"


          "ถ้าหากเจ้าไม่สนใจ....งั้นข้าขอ"


          "......"

          แต่แทนที่จะได้รับคำตอบอย่างเช่นทุกครั้งกลับเป็นความเงียบงันและสายตาที่หันมามองก่อนจะเดินจากไป ทำให้คนถามเช่นเขารู้ทันทีว่า 'น้องชายฝาแฝด' ของเขา ได้เจอฮูหยินของตัวเองแล้ว.......





..........................................................................................................................................................

จบตอนสองแล้วววว หากมีคำผิดตรงไหนก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วย ยังไม่ได้แก้คำผิดเลยยยย ใครไม่เข้าใจอะไรตรงไหนก็..........ถามได้เจ้าค่ะ ลังเลมากว่าจะลงดีมั้ยเพราะยังไม่ได้ตรวจคำผิดเลย ตอนแที่ผ่านมาตรวจแล้วยังเจอคำผิดเยอะ คำเชื่อมก็ไม่ค่อยดีด้วย แต่อยากได้คำแนะนำของทุกคนจริงๆ นะเจ้าคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น