ดาวเคียงเดือน

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 'กู่ เสวี่ยเตี๋ย' เจ้าคือใคร////แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    28 ส.ค. 62

 แก้ไข:::ในตอนนี้ได้แก้ไขชื่อของนางเอกจาก จื่อ ต้ารี่ แคว้นเยี่ยน เป็น กู่ เสวี่ยเตี๋ย แคว้นเทียนคง และยังมีประวัติของแม่นางเสวี่ยเตี๋ยเพิ่มเข้ามาด้วยเลิ็กน้อยอยากให้ลองกลับมาอ่านกันดูเจ้าค่ะ หากไม่เข้าใจก็ถามได้ ข้าน้อยจะพยายามปรับปรุงต่อไปเจ้าค่ะ





         'กู่ เสวี่ยเตี๋ย เสวี่ยเอ๋อร์ตื่นเถิด'เสียงในหัวดังขึ้นทำให้ร่างกายต้องพลิกไปอีกด้านก่อนจะ......

โอ๊ย!!!! เจ็บ ปวด กระดูกฉัน!!! 
เหมือนว่าตัวเองจะตกจากเตียงอีกแล้ว ฮือออ แต่ทำไมมันเจ็บหลังแปลกๆ เหมือนตกมาจากเหวลึกยังไงอย่างงั้น


          "โอ๊ย!!!!"ด้วยความเคยชินที่ตกเตียงอยู่บ่อยๆ มือข้างนึงก็นวดก้นตัวเองเบาๆ อีกข้างก็ควานหาเตียงเหมือนเคยแต่ทำไมเจอแต่อากาศวะ 

เฮื้อก!!!! ใครกัน หลังจากลืมตาก็ต้องตกใจกับคนตรงหน้า บุรุษรูปหล่อตาคมจมูกโด่งปากสวยน่าจู.....ไกลไปละ ทำไมมาอยู่ตรงหน้าฉันได้ล่ะ จำได้ว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงไม่ใช่เร๊อะ!!! หรือตูไปเมาที่ร้านไหนมาแล้วมานอนที่สนามหญ้าหน้าบ้านคนอื่นกัน


          "แม่นางบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือ?"เสียงจากด้านซ้ายทำให้ฉันต้องหันไปมองก็พบกับ บุรุษรูปหล่ออีกคนช่างเป็นสิ่งดีงามของรักเร่เสียจริง แต่เดี๋ยวก่อน....ทำไมต้องเรียกฉันว่าแม่นางแล้วชุดจีนโบราณที่เขาใส่....ไม่ใช่แค่เขาแต่ฉันด้วย!!!  ฉันมองดูรอบๆ ก็พบเพียงทุ่งหญ้ากว้างๆ มีเพียงต้นไม้ใหญ่ที่คอยให้ร่มเงาอยู่หนังของฉันเพียงหนึ่งต้น


          "ข....ข้าไม่ได้เป็นอะไร งั้นข้าขอตัวก่อน"หวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีกนะ คงต้องวิ่งไปเรื่อยๆ จนเจอแสงสว่างล่ะมั้งถึงจะตื่น เห้อออ แล้วฉันจะต้องวิ่งไปทางไหนล่ะทีนี้ ไม่อยากจะคิดว่ามันคือเรื่องจริงเลย แต่พอยิ่งวิ่งกลับเริ่มรู้สึกเหนื่อยขึ้นมา ไม่นะๆๆ


               หลังจากวิ่งมาได้ไม่ไกลก็เจอเข้ากับตลาดสด ผู้คนมากมายจับจ่ายซื้อของกันอย่างครึกครื้นทำให้นึกถึงวันเก่าๆ ที่อยู่บ้านสวนกับคุณยายเสียจริง แต่มองไปทางไหนก็เจอแต่คนใส่ชุดจีนโบราณ หันมองตัวเองก็ได้แต่ทำหน้างง หรือนางจะทะลุมิติมาเหมือนในหนัง



          ตุบ!!!
          "โอ๊ย!!!"


          "ข้าขออภัยเจ้าค่ะ"ไม่รู้จะต้องพูดยังไงก็พูดมั่วๆ ไปก่อนแล้วกัน


          "ข้าต่างหากที่ต้องขออภัยแม่นาง"หืออออ หลังจากได้ยินเสียงที่คุ้นหูของคนที่ชนด้วยก็ต้องเงยหน้ามองตรงๆ ชุดสีดำกับขลุ่ยในมือ เว่ยอู๋เซี่ยน!!!! นี้ฉันเข้ามาอยู่ในเรื่องปรมาจารย์ลัทธิมารหรอ....ฉันลองหันไปมองคนข้างๆ ก็ต้องตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อ หลานวั่งจี!!! ยืนอยู่ ในมือก็ถือเชือกที่คล้องกับแอปเปิ้ลน้อยเงียบๆ เฮือกไม่จริงมั้ง แล้วทำไมคนในตลาดถึงใส่ชุดไม่เหมือนกับในซีรี่ย์ที่ฉันดูเลย นอกจากสองคนนี้ มันจะแปลกเกินไปแล้วนะ


          "แม่นาง....เป็นอันใดไป"เว่ยอู๋เซี่ยน ขยับหน้าเข้ามาใกล้ๆ เมื่อเห็นว่าฉันเงียบไปนานไม่ยอมตอบเขา


          "เอ่อ....ท่านรู้หรือไม่ว่าที่นี่คือที่ใด"ฉันลองถามดูด้วยความอยากรู้


          "ที่นี่คือ 'ตลาดฮ่าวหวัน' แม่นางไม่ใช่ที่คนที่นี้หรอกหรือ"....ก็ใช่น่ะสิฉันเป็นคนไทยค่ะ เว่ยอู่เซี่ยน


          "ข้า..ไม่ใช่คนที่นี่เจ้าค่ะ ข...ข้ามาท่องต่างเมืองกับครอบครัวแต่ข้ากลับเดินเพลินไปหน่อยเลยหลงกับครอบครัวเจ้าค่ะ"แถไปสิจังหวะนี้ยังไงชุดก็ไม่เหมือนชาวบ้านคนอื่นอยู่แล้ว


          "เช่นนั้นให้พวกข้าช่วยแม่นางหาดีหรือไม่"เว่ยอู๋เซี่ยนพูดหน้ายิ้มๆ ช่วยหรอ...ช่วยฉันให้ออกไปจากฝันนี้ดีกว่านะ ฮืออออ ชักรู้สึกแปลกๆ แล้วสิมันยังไงกันนะ


          "ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข...ข้าว่าข้าจะกลับไปทางเดิมดู อาจจะพบกับท่านพ่อกับท่านแม่รอข้าอยู่ที่เดิมก็ได้ เช่นนั้นข้าขอตัวลา"


          "เดี๋ยวก่อนแม่นาง"จะวิ่งแล้วเชียว ทำไมต้องทักด้วยเล่า


          "เจ้าคะ"ฉันก้มรับเบาๆ ก่อนจะมองหน้าทำเป็นเหมือนมีคำถามประมาณว่าอะไร แต่ในใจฉันตอนนี้คือตูจะได้ไปตอนไหน


          "แม่นางมีนามว่าอันใดหรือ" ตายโฮ้ง!!!! ตูจะบอกว่าไงดีวะ อ่าาาา เหมือนจะจำชื่อได้สักชื่อนะ...ใช่แล้ว

          "ต้องขอประทานอภัยเจ้าค่ะ นามข้าคือเสวี่ยเตีย กู่เสวี่ยเตี๋ยเจ้าค่ะ"เมื่อนึกชื่อที่จำได้ก่อนตื่นก็เอ่ยแบบไม่คิดหน้าคิดหลังพูดออกไป


          "อ้อ ข้าชื่อเว่ยอู๋เซี่ยนส่วนผู้นี้ชื่อหลานวั่งจีเป็นสหายข้าเอง พวกข้าเองก็มาจากจ่างแดนหากแม่นางกู่ไม่รังเกียจเรามาทานอาหารร่วมกันคราดีหรือไม่มื่อนี้ข้าเลี้ยงแม่นางเอง"สหายหรือสามีจ๊าาาาา แล้วที่บอกว่าจะเป็นคนเลี้ยงอะเงินหลานวั่งจีทั้งนั้น ไม่ใช่สิเงินผัวก็คือเงินเมีย ส่วนเงินเมียก็คือเงินเมีย ใช่ๆ ฮ่าฮ่าฮ๋า


          "ไม่ดีกว่าเจ้าค่ะ ข้าขอไปตามหาท่านพ่อกับท่านแม่ก่อนดีกว่าเจ้าค่ะ หากมีโอกาสได้พบเจอกันอีกค่อยให้ท่านเลี้ยงด็หรือไม่เจ้าคะ"


          "อืม เช่นนั้นก็ตามใจแม่นางเถิด งั้นพวกข้าไม่รบกวนแม่นางแล้ว"ทั้งคู่ประสานมือก่อนจะก้มตามฉบับซีรี่ย์ที่ดูมา ช่างเป็นคู้ที่เข้ากันดีเสียจริงๆ

          "เจ้าค่ะ"ฉันก้มตัวเล็กน้อยตามแบบฉบับที่เห็นมาจากแม่นางคนนึงที่ก้มให้กับใครสักคนก่อนจะหันกลับไปแล้ววิ่งสี่คูนร้อยเมตรเหมือนขามา ไม่รู้ว่าโชคดีหรือไม่ที่ตัวเองดันเคยเป็นตัวแทนโรงเรียนแข่งกรีฑาเลยวิ่งกลับมายังที่ที่ตัวเองเคยนอนอยู่เมื่อกี้ได้เร็วอย่างฟาดเก้า ต้นไม้ใหญ่ที่ยังคงให้ร่มเงาอย่างสง่างามกลางทุ่งมองยังไงก็ยังให้ความรู้กสึกโดยเดี่ยวแต่กลับแฝงไปด้วยความยิ่งใหญ่ไม่ต่างกัน


          "แล้วจะเอายังไงต่อล่ะประกายดาว!!"เหนื่อย...ไม่อยากให้เป็นเรื่องจริงเลยยย นอนตรงนี้แล้วกันแล้วมาดูกันว่าตื่นขึ้นมาแล้วเธอจะยังอยู่ที่เดิมไหม













........................................................................



          'แม่นางกู่ เสวี่ยเตี๋ยตื่นเถิดแม่นาง' เสียงที่เหมือนกับคราแรกดังขึ้นจากไหนไม่ทราบทำให้ฉันที่กำลังนอนหลับอยู่ต้องลืมตาอีกรอบหลังจากพักให้หายเหนื่อยแต่แทนที่จะได้เห็นทุ่งหญ้ากลับเป็นพื้นที่สีขาวสุดลูกหูลูกตา


          "ใครน่ะ?"ฉันลองตะโกนออกไปเมื่อไม่เห็นเจ้าของเสียงนั้นพร้อมกับหันมองรอบๆ อีกครา


          'แม่นางไม่ต้องมองหาข้าหรอก นี้เป็นเพียงแค่เสียงที่ข้าส่งมาหาแม่นางเท่านั้น'


          "คุณเป็นใครแล้วต้องการอะไรจากฉัน หรือว่าฉันตายไปแล้ว ฉันตายได้ยังไงแล้วที่นี่ที่ไหน ฉันมาอยู่ที่นี่ทำไม ฉัน...."


          'แม่นางโปรดหยุดก่อนเถิด ข้าตอบคำถามของแม่นางไม่ทัน ข้าขอแนะนำตัวของข้าก่อนข้าชื่อโม่จี่กวาน เป็นเทพผู้ดูแลมิติระหว่างสองภพภูมิ'

          "มิติระหว่างสองภพภูมิ หมายความว่าอย่างไรกันคะ"ฉันเริ่มทำหน้างง
          หรือว่าฉันจะทะลุมิติมาอยู่ยุคจีนโบราณเหมือนในนิยาย งั้นแสดงว่าฉันก็ตายไปแล้ว แล้วฉันตายยังไงหรือยังมีชีวิตอยู่เพื่อทำภารกิจบางอย่างเพื่อกลับไปที่ที่จากมา


          'เป็นไปตามดั่งที่แม่นางคิดแล้ว แต่แม่นางได้ตายจากภพภูมินั้นมายังภพภูมินี้เพื่อให้เป็นไปตามฟ้าสวรรค์ลิขิตเอาไว้อย่างไรเล่า'


          "แล้วฉันตายได้ยังไงคะ ฉันจำได้ว่าหลังจากถึงบ้านฉันก็นอนหลับเลยไม่ได้โดนรถชนหรือเกิดอุบัติเหตุอะไรนะคะ"หรือว่าจะมีหว่า ยิ่งเป็นคนหลับลึกด้วยหรือว่าโจรขึ้นบ้าน!! แต่ไม่น่าใช่นะ ฉันก็ไม่ได้มีโรคประจำตัวคิดไปก็ทำได้แค่งงรอฟังคำอธิบายจากเสียงนั้นอย่างจดจ่อ


          'เป็นเพราะอายุขัยของแม่นางได้หมดลงแล้วในภพภูมินั้นต่างหากล่ะ ในรอบพันปีจะมีผู้หนึ่งหลับไหลไปยังอีกภพภูมิโดยไม่ต้องทรมารเพียงแค่นอนลงก็มายังอีกภพภูมิได้'



          "หมายความว่ายังไงคะ"ฉันได้แต่ทำหน้างงแล้วงงอีก


          'มีตำนานที่เล่าขานกันมาของหุบเขาเหมันต์ ว่าในรอบพันปีจะมีมารร้ายโผล่พ้นจากขุมนรกขึ้นมายังพื้นแผนดินทำให้มวลมนุษย์เดือดร้อนกันท่วนหน้า จนในที่สุดเทพเซียนผู้หนึ่งก็ได้เข้าไปต่อสู้กับมารร้ายจนตัวตาย ฟ้าสวรรค์เห็นเช่นนั้นจึงยกย้องให้เทพเซียนเป็นผู้ดูแลฟ้าสวรค์ แต่เทพเซียนกลับปฏิเสธและขอให้ตัวเองได้เกิดใหม่เป็นมนุษย์อีกครั้งเพราะกลัวว่ามารร้ายตนนั้นจะกลับมาทำร้ายมนุษย์ไม่จบไม่สิ้น ฟ้าสวรรค์ยื่นข้อเสนอใหม่ให้โดยมอบดอกไม้เหมันต์ให้กับเทพเซียนผู้นั้นในการปกป้องมวลมนุษย์แลกกับการที่เทพเซียนจะคอยดูแลฟ้าสวรรค์ เทพเซียนตกลงแต่ยื่นอีกข้อเสนอขึ้นมาว่าจะต้องมีผู้พิทักษ์และผู้ช่วยในการปกป้องดอกเหมันต์นี้เพื่อไม่ให้มารร้ายทำลายดอกไม้เหมันต์ได้ ฟ้าสวรรค์ยินยอมจึงทำให้ในรอบพันปีจะมีผู้พิทักษ์และผู้ช่วยถือกำเนิดขึ้น'


          "หมายความว่า....ข้าคือผู้พิทักษ์?"ตูจะเป็นผู้พิทักษ์ไม่เอาไหนน่ะสิวันๆ เอาแต่อ่านนิยายกับหวีดอปป้า


          'แม่นางไม่ได้เป็นผู้พิทักษ์หรอก แต่เป็นมากกว่านั้น'


          "แล้วฉันมาทำอะไรล่ะคะ"


          'แม่นางต้องเป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือผู้พิทักษ์ในการปกป้องดอกเหมันต์'หาาาาาาา ฉันได้แต่อ้าปากพงาบๆ ไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ผู้ช่วย...ช่วยเป็นภาระน่ะสิ ถึงจะมีความสามารถแต่ก็ไม่ได้เรื่องสักอย่างอย่างฉันเนี้ยนะ


          "ฉันเกรงว่าแทนที่ฉันจะเป็นผู้ช่วยจะกลายเป็นว่าช่วยหาเรื่องเสียมากกว่านะคะ"ฉันยิ้มแห้งๆ มองไปรอบๆ เผื่อว่าเขาจะมองเห็นสีหน้าของฉันในตอนนี้


          'แม่นางอย่าได้กังวลไป ข้าจะคอยเป็นผู้สอนแม่นางเองเพียงแค่ขอให้แม่นางทำหน้าที่ของแม่นางอย่างดีก็เพียงพอแล้ว'


          "เห้อออ เจ้าค่ะๆ แล้วผู้ใดคือผู้พิทักษ์หรือเจ้าคะ"หลังจากรับคำฉันก็ต้องลองพูดภาษาพวกนี้ให้คล่องเสียก่อน


          'แม่นางอย่าได้กังวลไป เมื่อถึงเวลานั้นแม่นางจะรู้เองว่าใครคือผู้พิทักษ์ดอกเหมันต์'


          "คงไม่ใช่ว่าท่านเองก็ไม่รู้หรอกนะเจ้าคะ"ฉันลองถามอย่างใจจดจ่อ ถ้ารู้ท่านคงบอกข้านานแล้วสิ


          'เป็นดั่งที่แม่นางได้กล่าวเอาไว้เพราะข้าเป็นเพียงเทพผู้ดูแลมิติสองภพภูมิทำได้เพียงบอกหน้าที่ของแม่นางและสั่งสอนแม่นางเท่านั้น นอกเหนือนั้นข้าเองก็ไม่อาจรู้ได้'


          "เห้อออ แล้วตอนนี้ข้าต้องทำยังไงต่อไปหรือเจ้าคะ"


          'แม่นางจงรับปิ่นหยกนี้ไว้เสีย ภายในนี้เป็นพลังเวทหากแม่นางฝึกฝนฝีมือก็สามารถใช้มันได้อย่างแน่นอนและหากแม่นางฝึกฝนวรยุทธด้วยแม่นางก็จะสามารถนำมันมาเป็นอาวุทที่แม่นางต้องการได้'ปิ่นหยกลอยมากลางอากาศฉันรีบคว้านมันเอาไว้ก่อนจะเพ่งมองมันด้วยความสนใจอย่างมาก ไม่คิดว่าจะได้เห็นปิ่นหยกผีเสื้อสีฟ้าที่สวยขนาดนี้มาก่อน งดงามแต่ยังคงความอ่อนช้อยของลายปีกอย่างสง่างาม


          "ขอบพระคุณท่านเทพเจ้าค่ะ"ฉันก้มลงขอบคุณอย่างสุดซึ้ง


          'เรียกข้าว่าอาจารย์โม่ เถิดอีกไม่นานเราก็จะได้เจอกันแล้วแม่นางกู่'


          "เจ้าค่ะอาจารย์โม่ แต่ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากจะขอคำตอบจากอาจารย์เจ้าค่ะ"


          'ว่ามาเถิด'


          "เหตุใดข้าถึงเจอเว่ยอู๋เซี่ยนกับหลานวั่งจีจากซีรี่ย์ทข้าเคยดูเล่าเจ้าคะ"


          'หากเป็นเรื่องนี้เจ้าจงวางใจเถิดทั้งสองคนจะเป็นอาจารย์ของเจ้าในอนาคตและอาจจะมีอีกหลายๆ คนจากซีรี่ย์ที่เจ้าว่าอีกมากมาย'ยังไงฉันก็ไม่เข้าใจอยู่ดีทำไมกันล่ะ


          "ทำไมเล่าเจ้าคะในเมื่อสองคนนั้นไม่ได้มีตัวตนจริงๆ ในภพภูมิของข้า"


          'เพราะภพภูมิแห่งนี้สามารถสร้างสิ่งที่ไม่มีจริงในภพภูมินั้นได้ยังไงล่ะ แต่มีเพียงพลังอันแกร่งกล้าและดีเยี่ยมเท่านั้นถึงจะถูกสร้างในภพภูมินี้ได้เจ้าอย่าได้กังวลไป'ฉันถอนหายใจโล่งอกหลังจากได้ยินว่าดีเยี่ยมด้วยไม่งั้นคงมีเหล็กทมิฬโผล่มายังภพภูมินี้แน่นอน


          "ขอบพระทัยสำหรับคำชี้แนะเจ้าคะ"


          'หากแม่นางไม่มีสิ่งใดจะถามอีกข้าจะพาแม่นางกลับไปพร้อมกับเรื่องราวของร่างที่แม่นางอาศัยอยู่ให้'


          "ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ"


          'ดี  งั้แม่นางโปรดหลับตาเสียเถิด'

               หลังสิ้นคำสั่งนางก็ปิดเปลือกตาลงอย่างช้าๆ ก่อนภาพเหตุการณ์และเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตของร่างนี้จะค่อยๆ เข้ามาในหัว นางมีนามว่า กู่ เสวี่ยเตี๋ย บุตรคนที่สามของประมุข 'กู่ เหยียนจวิ้น' ประมุขกู่มีหญิงใหญ่คือแม่ของนางและแม่หญิงรอง แม่หญิงรองได้มีบุตรถึงสามคน บุตรชายคนโตเฟิงเค่อ บุตรสาวคนโตฉิงอี๋ และน้องชายเฟิงหนิง หากเป็นจวนตระกูลอื่นนางอาจจะไม่รอดจากน้ำมือของแม่หญิงรองเป็นแน่แท้ แต่ด้วยความรักที่มั่นคงของท่านพ่อที่มีต่อคนในจวนอย่างเท่าเทียมนั้นจึงทำให้คนในจวนรักใคร่กลมเกลียวกัน แม่หญิงรองเองก็ปกป้องและถนุถนอมนางไม่ต่างจากลูกแท้ๆ ของนางแม้แต่น้อย
               แต่ภาพเหตุการณ์ตรงหน้าที่ท่านแม่รับดาบแทนนางในวันที่มีโจรเข้ามาบุกถึงเรือนนั้นก็ยังคงติดตานางไม่เคยจางหายไปไหน มีเพียงหยกสีขาวที่ท่านแม่เหลือไว้เป็นของต่างหน้าให้แก่นางเท่านั้น เสียงร้องไห้คร่ำครวญของนางดังขึ้นในค่ำคืนที่ดวงดาวเต็มท้องฟ้า ความรู้สึกจุกที่อกของประกายดาวทำให้เธอเข้าใจความรู้สึกของนางเป็นอย่างดี เพราะเธอเองก็ต้องสูญเสียคนที่เธอรักไปพร้อมๆ กันถึงสองคน และไม่มีหนทางไหนเลยที่จะได้พบเจอกันอีกครั้ง
               ภาพเหตุการณ์ตัดไปในคืนที่เงียบสงัดไม่มีแม้แต่เสียงจิ้งหลีดแม้แต่ตัวเดียวเสียงของอาจารย์โม่ก็ดังขึ้นในหัวนาง บอกให้นางเดินทางมากับครอบครัวเพื่อที่นางจะได้พบเจอกับท่านแม่อีกครั้ง นางจึงยินยอมและออกจากจวนเพื่อมาหาท่านแม่ของนาง ตลอดเส้นทางนางเหมอลอยมองออกไปยังหน้าต่างอย่างคนไร้วิญญาณ
               แต่ก่อนจะถึงสถานที่จัดงานก็เกินอบัติเหตุเสียก่อนเพราะล้อที่ใช้ดันหลุดออกมาอย่างน่าใจหายดีที่นางไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่แทนที่นางจะขึ้นรถม้าคันอื่นเพื่อไปให้ถึงพร้อมกันนางกลับขออยู่พักเสียหน่อยแล้วจะตามไปทีหลังหากรถม้าซ้อมเสร็จ คราแรกท่านพ่อก็ปฏิเสธหัวชนฝ่าแต่สุดท้ายก็ต้องยอมนางเมื่อนางบอกว่านางไม่ได้อยากเข้าร่วมงานแต่แรกก็ให้นางไปหลังงานใกล้เสร็จเถิด นางไม่อาจฝืนยิ้มให้ผู้อื่นได้จริงๆ 
               หลังจากขบวนรถม้าได้เคลื่อนนออกปนางก็เดินเรียบออกไปยังทุ้งหญ้าเขียวขจีไม่นานก็พบเจอต้นไม้ใหญ่นางนอนลงด้วยความเงียบงันก่อนจะบรรเลงเพลงอันเศร้าโศกอย่างจับใจไม่มีผู้ใดเข้าใจนางได้ ความเศร้าโศกที่ตนเองเป็นต้นเหตุที่ทำให้ท่านแม่ต้องจากไป ไม่มีผู้ใดโทษนางแต่นางก็ไม่อาจจะให้อภัยตัวเองได้เช่นกัน หลังจากเสียงเพลงจบลงนางก็นอนลงใต้ต้นไม้อย่างช่าๆ ก่อนทั้งหมดจะมืดลง






....................................................................................

          "แม่นาง"เสียงคุ้นหูทำให้นางต้องลืมตาขึ้นมามองก่อนจะพบกับบุรุษคนเดิมที่เจอในคราแรก เจอกันอีกแล้วหรอ!!!! ท่านเป็นใครกันแน่เนี้ย


          "แม่นางตื่นแล้วขอรับคุณชาย"เจ้าตัวหันไปบอกอีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ คุณชาย...บุรุษรูปหล่อผู้นี้น่ะหรือคุณชายโอ้!! ช่างเป็นบุญข้ายิ่งนักที่ได้เจอบุรุษรูปหล่อถึงสองครา แต่ตอนแรกที่วิ่งหนีไม่ใช้เพราะท่านหรอกนะพ่อรูปหล่อแต่แค่ข้าตกใจไปหน่อย


          "พวกท่านคือ...."นางเว้นระยะเสียงเชิงถามว่าคุณชื่ออะไร


          "ขอประทานอภัยแม่นาง ข้าชื่อกงเหยาเป็นมือขวาของคุณชายขอรับ แล้วแม่นางเล่า"


          "ข้าชื่อกู่ เสวี่ยเตี๋ยเจ้าค่ะ พอดีข้าพลัดหลงกับครอบครัวที่มาท่องเทศกาลของแคว้นเเลี่ยงเจ้าค่ะ"


          "กู่ เสวี่ยเตี๋ย แม่นางเป็นบุตรของประมุขกู่แคว้นเทียนคงหรือขอรับ เช่นนั้นข้าต้องขอประทานอภัยที่ล่วงเกินขอรับ คุณหนู"คนตรงหน้าก้มหัวอย่างกล้าๆ กลัวเหมือนทำอะไรผิดไป


          "ไม่หรอกท่าน อย่าได้ทำอย่างนั้นเลยข้าไม่ถือสาอะไร"นางไม่รู้จะทำยังไงกับคนตรงหน้าเพราะเท่าที่นางดูแล้วแม้คนตรงหน้าจะหล่อเอาการแต่ก็อายุมากแล้วเช่นกัน


          "หากคุณหนูไม่รังเกียจจะมาขึ้นขบวนกับพวกเราหรือไม่ขอรับ"เดี๋ยวนะเป็นมือขวาไม่ใช่หรอทำไมเชิญคนแปลกหน้าไม่ถามเจ้านายก่อนล่ะ


          "ขอบคุณท่านมากหากแต่ข้าขอรับไว้เพียงไมตรีก็พอเจ้าค่ะ เพียงแค่เดินไปอีกไม่ไกลก็คงถึงแล้วเจ้าค่ะ"นางก้มหัวขอบคุณก่อนจะก้าวเดินออกไปช้าๆ


          "คุณหนูแน่ใจหรือขอรับ"คนพูดทำหน้าเสียเกรงว่าคุณหนูกู่จะโดนโจรลักพาตัวก่อนถึงเทศกาลเสียมากกว่า


          "ท่านไม่ต้องเป็นห่วงหากข้ารู้สึกว่าภัยเริ่มใกล้ตัวข้าก็จะวิ่งสี่...วิ่งสุดกำลังหนีให้ทันเจ้าค่ะ"นางก้มหัวให้อีกครั้งก่นอจะเริ่มเดินเร็วออกไป จนคนที่จะถามก็ไม่ทันจะเอ่ยปากถามร่างคุณหนูก็หายลับไปเสียแล้ว



          "คุณชายรู้สึกเช่นไรหรือขอรับ"กงเหยาหันมาถามคุณชายของตน


          "หึ"เพียงเท่านี้ก็เป็นอันเข้าใจแล้วสำหรับมือขวาอย่างกงเหยา























...........................................................................................จบตอนแรกแล้วววววว..........................................................................................................


อาจจะไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ จะพยายามแก้ไขปรับปรุงเรื่อยๆ เจ้าค่ะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 nuknikkmitl (@nuknikkmitl) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2562 / 22:42
    น่าสนใจดีนะค่ะ. สนุกดี
    #1
    0