ม า ก ก ว่ า ค ว า ม รู้ สึ ก (Y) -จบ-

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,828 Views

  • 221 Comments

  • 733 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    176

    Overall
    10,828

ตอนที่ 9 : มากกว่าความรู้สึก ตอนที่ 8

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1052
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    12 พ.ค. 61

ตอนที่ 8

               “กูขอโทษ...”

               “...”

               “เดี๋ยวกูซื้อชุดให้ใหม่”

               “...”

               “กูขอโทษจริงๆ นะเว้ย”

               “...”

               “กูรู้สึกผิดแล้ว...” ผมพูดเสียงเบาพลางก้มหน้าลงเมื่อไอ้ฝุ่นมันจ้องเขม็งมาทางผม โดยที่สภาพพวกเราทั้งคู่ตอนนี้ไม่ต่างจากลูกหมาตกน้ำ เป็นเพราะสาเหตุมาจากไอ้เครื่องเล่นที่ชื่อว่า ‘ซูเปอร์สแปลช’ และผมก็กำลังใช้กระดาษทิชชูที่ซื้อมาซับน้ำบนใบหน้าและร่างกายคนตรงหน้า

               แม้ผมจะไม่ได้เงยหน้ามองมัน แต่ก็สามารถรับรู้ได้ถึงสายตาคมกริบที่จ้องลงมา

               “พอแล้ว”

               “จริงๆ อากาศมันก็ร้อน โดนน้ำแบบนี้มันก็เย็นสบายเหมือนกันนะเว้ย !” เมื่อผมคิดข้อดีของการเปียกน้ำได้ก็รีบเงยหน้าขึ้นมองมัน ซึ่งไอ้ฝุ่นมันยังคงจ้องมองผมไม่เลิก “มึงว่ามั้ย...?

               “ยังไม่สำนึก” ไอ้ฝุ่นมันขมวดคิ้วก่อนจะยกมือขึ้นผลักหัวผมเบาๆ “มึงนี่มันปล่อยให้คาดสายตาไม่ได้”

               “เออ กูผิดเองล่ะ”

               “...”

               “จริงๆ มึงน่าจะปล่อยให้กูเปียกคนเดียว จะเข้ามาทำไมวะ” คราวนี้เป็นผมที่เริ่มขมวดคิ้วตามเมื่อนึกถึงเรื่องที่เกิดขึ้น จริงๆ ไอ้ฝุ่นมันไม่จำเป็นต้องเข้ามาหาผมด้วยซ้ำ สู้ปล่อยให้ผมยืนเปียกแล้วมาหัวเราะเยาะทีหลังยังรู้สึกดีกว่านี้อีก “ขอโทษแล้วกัน”

               “ช่างมันเถอะ” คราวนี้คนตรงหน้ายอมพูดออกมาจนได้ ซึ่งสภาพของมันกับผมตอนนี้คือเปียกตั้งแต่หัวจรดเท้า “ไอ้เอิร์ธ”

               “ห๊ะ”

               “โทรศัพท์มึง” พูดจบคนตรงหน้าก็ยกโทรศัพท์ที่ยังคงอยู่ในมือของมันขึ้นมา ซึ่งโทรศัพท์ราคาถูกของผมตอนนี้กลับมีหยดน้ำที่ไหลออกมาไม่ต่างจากร่างกายตัวเอง

               “เหี้ย !”

               “ไม่น่าจะรอดว่ะ”

               “แม่ง !” ผมคว้าโทรศัพท์คุ้นตามาจากมือคนตรงหน้า ก่อนจะพยายามกดปุ่มเปิดเครื่องแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลเมื่อตอนนี้มันดับสนิท “ห่า ยิ่งไม่มีเงินอยู่”

               “ขอโทษที กูเองก็เข้าไปแบบลืมตัว”

               “เออๆ ช่างมันเถอะ” ผมพูดทั้งๆ ที่พลิกโทรศัพท์ไปมา แต่กลับโดนไอ้ฝุ่นแย่งออกไปจากมือแล้วยัดเข้ากระเป๋าตัวเอง “เฮ้ย !”

               “เอิร์ธ”

               “อะไรของมึงวะ เอาโทรศัพท์มาก่อน !”

               “ฟังกู”

               “อะไร ?” ผมที่มองตามโทรศัพท์ที่มันเก็บไปก็รู้สึกอยากจะร้องให้ขึ้นมา ไอ้ฝุ่นที่ตอนแรกจ้องหน้าผมก็ปรับสายตาลงไปที่หน้าอก จนผมมองตาม “อะไรวะ”

               “หัวนมโผล่”

               ...

               ผมมองไปที่หน้าอกตัวเองและก็เป็นอย่างที่มันพูดจริงๆ เมื่อสภาพผ้าสีขาวที่เปียกน้ำทำให้มันแนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนร่างกายเป็นรูปเป็นร่าง

               แต่แล้วยังไง ผมเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง

               “ช่างมัน เรื่องปกติ”

               “ไม่ปกติ ไปหาซื้อเสื้อผ้าเปลี่ยนกัน”

               “แต่...!”

               “อย่าดื้อดิ เปลี่ยนแล้วจะได้เล่นต่อไง” ไอ้ฝุ่นมันพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังจนผมที่ตอนแรกห่วงโทรศัพท์ก็ต้องยอมแพ้ ก่อนจะพยักหน้า “ดีมาก”

               มือที่เคยอุ่นยกขึ้นมาจับหัวผมเบาๆ ผมที่โดนกระทำเลยเงยหน้าขึ้นมองมัน อยากจะขัดเพราะตัวเองไม่ใช่เด็ก แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อการทำแบบนี้มันทำให้รู้สึกดีซะอย่างนั้น

               “ชอบว่ะ...”

               ...

               ...

               ...

               ...!

               “ชอบ...”

               “กูหมายถึงชอบ...!” ผมที่กำลังจะแก้ตัวก็ต้องหุบปากพลางมองไปรอบๆ ก็เห็นร้านเสื้อผ้าร้านหนึ่งอยู่ไม่ไกล ทำให้ผมยกมือขึ้นชี้ทันที “ชอบเสื้อผ้าร้านนั้น !”

               “ห๊ะ” ไอ้ฝุ่นมันทำท่างงงๆ ก่อนจะหันไปมองตามแล้วหันกลับมามองทางผมใหม่ “ชอบร้านนั้น ?”

               “อะ...เออ”

               “หน้าแดง”

               “แดดมันร้อน”

               “หึ” คนตรงหน้าเค้นเสียงออกมา ก่อนที่ผมจะเป็นฝ่ายหลบตามัน พร้อมกับร่างของไอ้ฝุ่นที่ออกตัวเดินนำไปด้านหน้าทำให้ผมรีบเดินตาม “งั้นไปดูกัน”

               “อืม”

               ผมกับไอ้ฝุ่นเดินมาได้สักพักก่อนที่ร้านเสื้อผ้าที่มองจากระยะไกลแทบไม่เห็นจะปรากฏต่อสายตาผมและมัน และนั่นก็ทำให้เป็นผมที่อ้าปากค้าง

               “เลือกร้านดีนี่” เสียงไอ้ฝุ่นมันขบขันนิดๆ ก่อนจะดึงแขนผมให้เดินไปดู ‘เสื้อคู่’ ที่ตั้งเด่นอยู่ในร้าน

               ใช่ครับ ที่นี่มันมีแต่เสื้อคู่ อย่างชื่อร้านมันเป๊ะ

               Couple story

               “ไปดูร้านอื่น...”

               “ว๊ายยย ตายแล้ว คู่รักกรุบกรอบคู่นี้มันคืออะไร ~  ผมที่ยังพูดไม่จบประโยคก็ถูกขัดด้วยโทนเสียงแหลมที่ใกล้เข้ามา ก่อนที่พวกเราทั้งคู่จะหันไปก็เห็นรู้ชายร่างสันทัดคนหนึ่งที่แต่งตัวแต่งหน้าไม่ได้ต่างจากผู้หญิง “โอ๊ย อิเจ๊หัวใจจะวาย มาเลือกเสื้อคู่รักกันเหรอจ๊ะ”

               “คือ...”

               “พี่ครับ ไอ้นี่ทำไมถึงเป็นเสื้อคู่ ?”

               ผมที่กำลังจะปฏิเสธก็โดนเสียงของไอ้ฝุ่นขึ้นมาพร้อมกับชี้ไปที่เสื้อสีขาวลายเรียบดูไม่สะดุดตาสักนิด แถมสกีนบนเสื้อยังพาให้ผมงงตามจนต้องขมวดคิ้ว

               ตัวนึงมีคำว่า ‘มะม่วงเปรี้ยว’

               ส่วนอีกตัวคือ ‘กะปิหวาน’

               อ่า...เปรี้ยวปาก แต่ทำไมมันแปลกๆ

               “สนใจตัวนี้เหรอจ๊ะพ่อหนุ่มหน้าตาดีจนเจ้อยากได้เป็นผัว” เสียงแหลมแหบพูดขึ้นมาพร้อมกับยกมือขึ้นลูบเสื้อเปียกๆ ของไอ้ฝุ่นที่แนบเนื้อจนเห็นสัดส่วนร่างกาย ก่อนที่เขาจะหันมามองทางผมแล้วทำหน้าเสียดาย “แต่ลืมไปว่ามีเจ้าของแล้ว เฮ้อ...”

               เดี๋ยวๆๆ

               “ไม่ใช่...”

               “ผมแค่ว่าเสื้อมันแปลกดีน่ะครับ” ไอ้ฝุ่นมันมองเสื้อตรงหน้าอย่างสนใจจนผมหันกลับไปมองไอ้มะม่วงกับกะปิอีกครั้ง ซึ่งมันก็ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรให้ดึงดูดเลย

               ดูอย่างตัวอื่นๆ สิ มีแต่น่ารักๆ

               ‘คู่กัน’ ‘คู่กัด’

               ‘แฟนเขา’ ‘แฟนเธอ’

               แล้วไอ้มะม่วงกับกะปินี่คืออะไร

               ถ้าจะให้คล้ายๆ กันก็คงจะเป็น ปาท่องโก๋ กับ นมข้นหวาน

               แล้วทำไมมะม่วงเปรี้ยวไม่คู่กับน้ำปลาหวานวะ...

               มันเข้ากันกว่าไม่ใช่หรือไง

               “จริงๆ มันมีความหมายลึกซึ้งนะ...” เสียงที่ตอนนี้ปรับโทนเป็นหนุ่มหล่อทำให้ผมหันขวับไปมอง ซึ่งเจ๊แกก็มองเสื้อตัวนั้นด้วยท่าทางภูมิใจ “นี่พ่อหนุ่ม ถ้าสมมุติว่านี่คือจานมะม่วง แล้วนี่คือจานกะปิ เวลาพ่อหนุ่มจะกินมะม่วงพ่อหนุ่มจะทำยังไง ?”

               “ก็คงกินเฉยๆ เพราะผมไม่ชอบกะปิ”

               “หื่มมม” คำตอบของไอ้ฝุ่นทำให้เจ๊แกหันมามอง ก่อนจะเดินมาหาผมแล้วจับไหล่ผมไว้ “แล้วถ้ากะปิที่ว่าคือน้องคนนี้ล่ะจ๊ะ”

               “ห๊ะ”

               “...”

               “ว่าไงจ๊ะลูก”

               “ผมก็คงจะ...” ไอ้ฝุ่นมันพูดพลางขมวดคิ้วแล้วมองหน้าผมอย่างพินิจ ซึ่งผมเองก็มองมันกลับไปก่อนที่คนตรงหน้ามันจะยิ้มออกมา แล้วพูดคำที่มันจะทำกับ ‘กะปิ’ “จิ้ม...”

               เดี๋ยวนะ ทำไมมันดูเข้าเรื่องลามกชอบกล...

               ป๊าบ !

               “นั่นล่ะ !” เสียตีมือจากคนข้างๆ ทำให้ผมสะดุ้งพร้อมกับมองไปที่เจ๊เจ้าของร้านที่เดินกลับไปหาไอ้ฝุ่นแล้วดึงแก้มมันเล่น “ฉลาดม๊ากกกกก ผัวใครเนี่ย ~”

               “...”

               “อุ๊ย ลืมไปว่าผัวเขา” อิเจ๊แกหันมามองทางผมพร้อมกับปิดปากหัวเราะ ผมที่กำลังจะอ้าปากขัดขึ้นก็โดนไอ้ฝุ่นพูดขัดอีกครั้ง

               “งั้นผมเอาคู่นี่แหละครับ”

               “เฮ้ย ไอ้ฝุ่น !”

               “ได้จ้า เดี๋ยวเจ๊จัดให้นะ” เสียงหวานแหลมดูพอใจไม่น้อยเมื่อขายของได้ เมื่อเจ๊แกเดินไปผมเลยเดินไปคุยกับไอ้คนที่หลงซื้อเสื้อแปลกๆ นี่ทันที

               “กูไม่เอานะเว้ย มึงซื้อเสื้อคู่มาก็เอาไปใส่กับเกรซนู้น !” ผมพูดออกมาเสียงดัง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามันอาจจะซื้อไปใส่คู่กับเกรซจริงๆ ก็ได้

               เดี๋ยว กูจะหน้าแตกเหรอวะ !

               ...

               “ซื้อกับมึงก็ใส่คู่กับมึงดิวะ” ไอ้ฝุ่นมันพูดขึ้นโดยไม่มองหน้าผมก่อนจะเดินไปดูกางเกงที่ตั้งโชว์อยู่ใกล้ๆ และมันก็หยิบกางเกงสามส่วนสีฟ้ากับน้ำตาลแบบเหมือนกันเป๊ะออกมาสองตัว “มึงใส่ไซต์นี้ใช่มั้ย”

               “...”

               “ไม่ตอบแสดงว่าใช่นะ” มันว่าก่อนจะยื่นกางเกงสองตัวให้พนักงานอีกคนในร้านโดยไม่รอให้ผมได้พูดขัดอะไรอีก

               “ได้แล้วจ้า หนุ่มน้อยทั้งสอง” เจ๊เจ้าของร้านหยิบเสื้อทั้งสองตัวมาให้ก่อนจะมองพวกเราแบบอมยิ้ม “เปลี่ยนกันที่นี่เลยมั้ยจ๊ะ”

               “ครับ”

               “เฮ้ยไอ้ฝุ่น เอาจริงดิ”

               “เออ”

               “น่ารักกันจริงๆ ทั้งสองคน เจ๊ชอบ”

               “มันแปลกๆ นะเว้ย”

               “ไม่เห็นแปลกเลย ออกจะน่ารัก เสื้อก็สวย คนใส่ก็หล่อ เข้ากั๊นเข้ากัน”

               เสียงชงจากเจ้าของร้านยิ่งทำให้ไอ้ฝุ่นที่รับเสื้อมาเปลี่ยนใจยากเข้าไปใหญ่ ก่อนที่มันจะยื่นเสื้อที่มีคำว่า ‘กะปิ’ มาให้ผม จนสุดท้ายผมก็หันไปมองทางเจ้าของร้านอีกครั้ง

               “พี่ครับ”

               “ว่าไงจ๊ะ”

               “ปาท่องโก๋ยังคู่กับนมข้นหวาน ทำไมมะม่วงถึงไม่คู่กับน้ำปลาหวานล่ะครับ มันเข้ากันกว่ากะปิไม่ใช่หรือไง” ผมที่ตอนนี้พยายามพูดถึงสิ่งที่ไม่เข้ากันบนเสื้อแสนเชยสองตัวนี้เพื่อที่จะให้ไอ้ฝุ่นเปลี่ยนใจ แต่เจ้าของร้านตรงหน้ากลับยิ้มกว้างกลับมา

               “คำถามดี เดี๋ยวเจ๊ลดราคาให้” เจ๊แกว่าพลางกดเครื่องคิดเลขใหม่อีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองหน้าผม “ทำไมถึงคิดว่ามะม่วงกับกะปิไม่เข้ากันล่ะจ๊ะ”

               “ผมไม่ได้คิดว่ามันไม่เข้ากัน บางคนอาจจะชอบแต่สำหรับผมผมคิดว่าน้ำปลาหวานมันเข้ากับมะม่วงเปรี้ยวมากกว่าหรือเปล่า”

               “ผมก็ชอบน้ำปลาหวานนะ” คราวนี้ไอ้ฝุ่นมันเสริมทัพ ทำให้เจ๊ตรงหน้าพยักหน้าอย่างเข้าใจ ซึ่งแกยังคงทำท่าทีสบายๆ กับคำถามของพวกผมก่อนจะพูดออกมา

               “แล้วพวกหนู...ไม่สิ เจ๊คิดว่าหลายๆ คนต้องคิดคล้ายๆ กันว่าว่าปาท่องโก๋ต้องคู่กับนมข้นหวาน ส่วนมะม่วงเปรี้ยวก็ต้องคู่กับน้ำปลาหวาน เพราะมันถูกจัดให้เป็นคู่ที่ลงตัวใช่มั้ย”

               “ครับ/ครับ”

               “แล้วผู้ชายต้องคู่กับอะไรล่ะ”

               “...”

               “แล้วสิ่งที่พวกหนูเป็นตอนนี้มีใครบ้างที่มองว่าเข้ากัน” คำพูดที่จริงจังของคนตรงหน้าทำให้ผมกับไอ้ฝุ่นมองหน้ากันทันที ซึ่งคนตรงหน้าก็ยกมือขึ้นลูบไหล่ผมเบาๆ แล้วพูดต่อ “ลองเปิดใจ บางทีสิ่งที่มันไม่ใช่อาจจะเป็นอะไรที่เข้ากับเราที่สุดก็ได้”

               “...”

               “แล้วอย่ามองแค่ว่าของสิ่งนี้ต้องคู่กับสิ่งนี้เท่านั้น ของบนโลกนี้มันถูกสร้างมาให้แมทกับอะไรหลายๆ อย่างนะจ๊ะ บางทีมันอาจจะเป็นอะไรที่เราคาดไม่ถึงก็ได้”

               “...”

               “เชื่อเจ๊นะลูกชาย ไปๆ เข้าไปเปลี่ยนเสื้อกันได้แล้ว”

               คนที่ปล่อยคำพูดจริงจังในตอนแรกตอนนี้กลับปรับโทนเสียงให้แหลมเหมือนเดิมแล้วดันผมกับไอ้ฝุ่นไปทางห้องลองเสื้อ ก่อนที่ร่างของพวกผมจะเข้ามาอยู่ในห้องแคบๆ ทั้งสองคน พวกเรามองหน้ากันเล็กน้อยอย่างไม่มีใครละสายตา ผมประหม่า แต่ไม่สามารถหลบสายตาอีกฝ่ายได้จริงๆ ราวกับคิดว่าถ้าคาดสายตาไป ‘สิ่งสำคัญ’ ที่อีกฝ่ายกำลังสื่อออกมามันจะจางหายไป

               ความรู้สึกนี้มันจะไม่มีอีกแล้วแน่ๆ

               ไอ้ฝุ่น...

               มึงจะเปลี่ยนใจมาชอบกะปิได้จริงๆ เหรอวะ

               ทั้งๆ ที่มึงก็มีน้ำปลาหวานอยู่แล้วเนี่ยนะ...

               เฮ้อ...

 

 

               “หิวหรือยัง ?”

               “หิวแล้ว” ผมตอบกลับขณะที่กำลังเอาหมวกกันน็อคใส่หัว ซึ่งตอนนี้พวกเรากำลังจะกลับห้องกันเพราะมันเย็นมากๆ แล้ว โดยที่ผมกับไอ้ฝุ่นอยู่ในชุดเสื้อคู่จนตลอดระยะเวลาที่เดินเล่นเครื่องเล่นทำให้มีคนมองบ้าง ขอถ่ายรูปบ้าง จนกลายเป็นจุดเด่นไปแล้ว แต่คนข้างๆ กลับสามารถทำตัวได้อย่างปกติตลอดวัน “เออ เดี๋ยวกูว่าจะไปซื้อโทรศัพท์ใหม่ด้วย”

               “...”

               “แม่ด่าแน่เลยว่ะ งานยังหาไม่ได้ หาเรื่องเสียงเงินอีกละ”

               “...”

               “มองอะไร...” ผมที่ตอนแรกยืนบ่นไม่หยุดก็เงยหน้าขึ้นมาเมื่อเห็นว่าไอ้ฝุ่นมันเอาแต่เงียบแล้วมองหน้าผมเท่านั้น “ไอ้ฝุ่น”

               “เย็นนี้กูจะไปทำงานห้องเพื่อน คงไม่ได้กลับห้อง”

               “อ๋อ...”

               “ไปกับกูหน่อยดิ”

               “ห๊ะ...ไปทำไมวะ”

               “ไปช่วยกูทำงานไง ยังไงมึงก็ว่างนี่” ไอ้ฝุ่นมันพูดแบบเรื่องปกติก่อนจะเอื้อมมือมาปรับสายหมวกให้ผมหลังจากที่ตัวเองพยายามปรับมันเองอยู่นาน “เดี๋ยวให้ค่าจ้าง”

               “ถ้ากูบอกว่าไม่ไป...”

               “ถ้าน้ำห้องมึงไม่ไหล กูจะไม่ให้มาใช้ห้องกูแล้ว”

               “ใจร้ายว่ะ” ผมพูดพลางขมวดคิ้วให้กับคำขู่ของมัน ซึ่งถ้าถามจากใจจริงๆ ว่าผมอยากไปมั้ย ผมบอกได้เลย

               ไม่ เพราะกูขี้เกียจ !

               “ตกลงไปนะ เดี๋ยวพาแวะซื้อโทรศัพท์”

               “เดี๋ยวดิ ตัดสินใจก่อน”

               “พาแวะกินข้าวด้วย”

               “แต่...”

               “นะ...” คราวนี้ไอ้ฝุ่นมันปรับน้ำเสียงเป็นอ้อนๆ จนผมปรับตัวไม่ทันกับน้ำเสียงแบบนั้น จากที่เคยฟังมันพูดกับแฟนเท่านั้น ตอนนี้กลับต้องเป็นคนรับฟังซะเอง และมันก็ทำให้ผมไม่สามารถปฏิเสธได้อีก “นะครับ...”

               “...”

               “เอิร์ธไปกับฝุ่นนะ”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #185 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 10:40
    ฝุ่นอ้อนอะไรเบอร์นั้น5555
    #185
    0
  2. #169 exoxoxo1122 (@exoxoxo1122) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 17:52
    ฝุ่นอ่อยป่ะวะ หรือทำแบบนี่กับทุกคน หรือจะจับปลาสองมือ ???
    #169
    0
  3. #30 jittrawa (@jittrawa) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 22:47
    เอ่อ น้องๆ คนนึงกำลังนอกใจแฟน อีกคนกำลังจะเป็นชู้ นะจ้ะ ไปจัดการให้เรียบร้อย
    #30
    0
  4. #29 anusara81039 (@anusara81039) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 20:55
    เลิกกับเกรซสักทีเถอะ
    #29
    0
  5. #28 momosonoerung (@momosonoerung) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 20:12
    ปิดหน้าแล้วกริ้สดังๆ เขินมากก
    #28
    0
  6. #27 kj_kjj (@kanlayakjj) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 19:49
    อ้ากกกกกเขินนฮื่อออ
    #27
    0