ม า ก ก ว่ า ค ว า ม รู้ สึ ก (Y) -จบ-

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,807 Views

  • 221 Comments

  • 730 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    155

    Overall
    10,807

ตอนที่ 4 : มากกว่าความรู้สึก ตอนที่ 3 แมวตัวนั้นชื่อ 'ไอ้อุ่น'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1267
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 82 ครั้ง
    15 เม.ย. 61

Chapter 3

ไอ้อุ่น

 

20.53 น.          

            ก๊อกๆๆๆๆ

            เสียงเคาะประตูเวลานี้ ทำเอาผมสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะละสายตาจากหนังบนหน้าจอโน้ตบุ๊กตัวเอง เนื่องจากห้องผมไม่มีทีวี แต่ก็โชคดีที่อพาร์ทเม้นท์มีไวไฟฟรีอยู่ เลยพอแก้เบื่อไปได้บ้าง ก่อนที่ตัวเองจะถอดหูฟังออกแล้วลุกเดินไปเปิดประตูห้องให้ผู้มาเยือนใหม่ และก็เป็นไปตามคาดเมื่อคนที่มาไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นเจ้าเก่าเจ้าเดิมคนที่บอกมีเรื่องจะเคลียร์กับผมยังไงล่ะ

            ว่าแต่แม่งจะเคลียร์อะไรวะ...

            “ขอเข้าไปหน่อยดิ”

            “อือ...” ผมตอบแค่นั้นก่อนจะหลบทางให้ไอ้ฝุ่นเดินเข้ามา ซึ่งมันหรี่ตาเล็กน้อยกับความมืดในห้องของผม และเมื่อผมปิดประตูห้อง ก็มีเพียงแสงสลัวที่มาจากหน้าจอโน้ตบุ๊กเท่านั้นที่เป็นแสงสว่างทำให้เห็นทางเดิน และเมื่อเห็นว่าไอ้ฝุ่นมันหยุดเดินผมจึงต้องเปิดไฟเพื่อให้ห้องสว่างขึ้น “โทษที กูดูหนังอยู่”

            “อืม” มันตอบแค่นั้นก่อนจะเดินไปนั่งบนเตียงผมทันที ซึ่งผมก็ไม่ได้ว่าอะไร เพราะผมเองก็ไปรบกวนมันไว้เยอะ สายตามันจ้องที่หน้าจอโน้ตบุ๊กของผมพลางถามขึ้น “ดูหนังผี ?”

            “เออ เลยปิดไฟไง”

            “มึงนี่โรคจิต” ในที่สุดใบหน้าที่เรียบเฉยนั่นก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ ผมจึงเดินไปนั่งบนเตียงเหมือนกับมัน ก่อนที่เจ้าตัวจะถามขึ้นอีกครั้ง “วันนี้มึงกลับยังไง ?”

            “แท็กซี่”

            “โดนไปกี่บาท”

            “ก็...ราคาปกติ”

            “...”

            “สี่ร้อย” ในที่สุดผมก็ยอมตอบไปตามความจริง หลังจากโดนสายตาจับผิดนั่นส่งมา ซึ่งไอ้ฝุ่นมันถอนหายใจ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่แฝงไปด้วยความไม่พอใจเล็กน้อย

            “มึงรู้มั้ยว่าตรงนั้นมันมีปัญหาเรื่องแท็กซี่บ่อยนะ ทั้งโกงค่าบริการ ทั้งทำร้ายผู้โดยสาร หนักสุดโดนอุ้มฆ่า กูถึงให้มึงโทรหากูไง ทำไมมึงมันรั้นแบบนี้วะ”

            “จริงดิ ?”

            “เออ”

            “งั้นถือว่ากูก็โชคดีแล้วแหละที่เจอแค่โกงค่าโดยสาร...”

            “หึ...” ไอ้ฝุ่นมันเค่นเสียงพลางมองผมด้วยสายตาไม่สบอารมณ์นัก กับคำพูดไม่รู้ร้อนรู้หนาวของผม “โดนโกงนี่ถือว่าโชคดี ?”

            “ก็ดีกว่าโดนทำร้ายหรือโดนอุ้มฆ่าแล้วกัน”

            “จะดีสุดถ้ามึงเลือกที่จะโทรหากูไอ้เอิร์ธ มึงมันตามคนไม่ค่อยทัน ถึงได้โดนหลอกแล้วหลอกอีก”

            “มึงรู้ได้ไงว่ากูตามคนไม่ค่อยทัน แล้วกูก็ไม่ได้โดนหลอก !” ผมเริ่มขึ้นเสียงบ้าง ใบหน้าก็แสดงออกว่าไม่พอใจอย่างชัดเจนกับคำตำหนิของคนตรงหน้า ซึ่งไอ้ฝุ่นก็ไม่ต่างกัน ใบหน้าของมันแสดงออกว่าหงุดหงิดอย่างชัดเจน ก่อนที่คำพูดของมันจะแสกเข้ากลางหน้าผมเต็มๆ ทำเอาตัวเองถึงกับสะอึกหุบปากเงียบ

            “ถ้ามึงเก่งจริง ทำไมถึงโดนไอ้พวกนั้นหลอกให้มาสารภาพรักกับกูได้ล่ะ ?”

            “...!”

            “มึงหัดฟังกูบ้างเถอะ ถ้ามึงเป็นอะไรไป กูจะทำยังไงวะ” ไอ้ฝุ่นมันเริ่มอ่อนเสียงลง และแสดงออกว่าเป็นห่วงมากกว่า แต่ผมไม่ได้สนใจกับคำพูดมันนัก เพราะยังจุกกับคำก่อนหน้านี้ “ไอ้เอิร์ธ...”

            “กูขอโทษ”

            “...”

            “กูไม่อยากรบกวนมึง ทำไมมึงไม่คิดบ้างวะ ถ้ากูไม่เจอมึง กูก็ต้องเจออะไรแบบนี้อยู่ดี และถึงตอนนี้ก็ใช่ว่ามึงจะตามคอยดูแลกูได้ตลอดซักหน่อย”

            “...”

            “แล้วตอนนั้นกูก็เด็ก เลยโง่มากกว่าปกติ ขอโทษด้วยแล้วกัน”

            “มึงนี่มัน...”

            “กูจริงจังนะไอ้ฝุ่น กูขอโทษ กูไม่ได้ตั้งใจ”

            “ถ้ากูบอกว่ากูไม่ให้อภัยล่ะ ?”

            คำพูดของไอ้ฝุ่นทำเอาความรู้สึกผิดกับเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ขึ้นมาจุกอยู่ที่อก เพราะตั้งแต่ตอนนั้นผมก็ไม่ได้ขอโทษมันจริงจัง ได้แต่ปล่อยเลยตามเลย จนมันย้ายมากรุงเทพฯ ไม่แปลกที่เจ้าตัวจะโกรธผมแบบนี้ “มึงจะเลิกคบกูเหมือนเมื่อก่อนก็ได้ เดี๋ยวกูจะย้ายอพาร์ทเม้นท์ด้วย เพื่อความสบายใจของมึง”

            “กูไม่เคยเลิกคบมึง” ไอ้ฝุ่นมันพูดพลางมองหน้าผมจริงจัง “กูแค่โกรธ ที่มึงทำแบบนั้น”

            “อืม กูเข้าใจ กูเองก็รู้สึกไม่ดี ที่ทำให้มึงเป็นตัวตลกแบบนั้น”

            “กูไม่ได้โกรธที่มึงทำให้กูเป็นตัวตลก แต่กูโกรธที่มึงล้อเล่นกับความรู้สึกของกู”

            “...”

            “มึงเข้าใจมั้ยไอ้เอิร์ธ ว่ามึงเล่นกับความของรู้สึกกู”

            “อะ...เออ กูเข้าใจ...”

            “และตอนนี้มึงก็เล่นกับความรู้สึกเป็นห่วงของกู แต่มึงกลับมองข้ามมัน” สีหน้าของไอ้ฝุ่นมันจริงจังขึ้นเป็นเท่าตัว ทำให้ผมที่นั่งรับฟังอยู่ต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ และไม่กล้าที่จะตอบอะไรออกไปอีก จนในที่สุดคนตรงหน้าก็ถอนหายใจออกมาแล้วทำตัวปกติพลางแสร้งหันไปทางโน้ตบุ๊กที่เปิดค้างไว้อยู่ “ดูเรื่องอะไรวะ ?”

            “...”

            “ดูด้วยดิ”

            พูดจบเจ้าตัวก็เลิกผ้าห่มผมขึ้นและแทรกตัวเข้าไปนอนโดยไม่ให้ผมได้ตอบรับอะไร มันกดเล่นหนังที่ค้างไว้ ก่อนจะทำท่าตั้งใจดู ผมเองที่ปรับอารมณ์ไม่ทันกับคนที่เพิ่งเข้ามาบ่นๆ แล้วก็กลับเป็นปกติแบบกะทันหันเลยทำได้แต่ปล่อยเลยตามเลยและนั่งดูไปพร้อมๆ กับมันเท่านั้น “น่ากลัวว่ะ ไม่ต้องปิดไฟนะ”

            เออ ว่าแต่ผมลืมปิดไฟได้ไงวะ...

            “ไม่ปิดก็ไม่สนุกดิวะ”

ผมพูดยิ้มๆ ก่อนจะเลือกลุกขึ้นจากเตียงไปที่สวิตซ์ไฟ ซึ่งไอ้ฝุ่นที่เอ่ยปากขอร้องผมเมื่อซักครู่ก็ได้แต่ขมวดคิ้วมองตามจนผมอดขำกับท่าทางของมันไม่ได้ จนกระทั่งไฟปิดลงจนผมเห็นได้แค่ใบหน้าของมันรางๆ เท่านั้น ก่อนที่ตัวเองจะเดินกลับมาที่เตียงแล้วเข้าไปนั่งข้างๆ คนที่นอนคว่ำอยู่ ซึ่งพวกเราก็ต่างดูหนังกันไปเงียบๆ จนผมรู้ตัวอีกทีก็ตอนนี้เนื้อสัมผัสอุ่นๆ ของคนข้างๆ ที่ขยับเข้ามาใกล้จนชนเข้ากับร่างกายของผม ตัวเองเลยต้องขยับออก แต่ผ่านไปไม่นานร่างไอ้ฝุ่นมันก็ขยับเข้ามาใกล้อีก

ลืมไปซะสนิทว่าไอ้ฝุ่นมันกลัวผี

ซึ่งผมก็กลัวเหมือนกัน แต่แค่ไม่ใช่กับหนังบนจอ

“จบ...” เวลาเกือบชั่วโมงกว่าๆ ที่ไอ้ฝุ่นมันมานั่งดูหนังที่ผมดูค้างไว้ ซึ่งพวกเรานั่งกันเงียบๆ จนกระทั่งหนังจบ จะมีเพียงคนข้างๆ เท่านั้นที่ทั้งบ่น สบถ อุทานคำหยาบออกมาต่างๆ นาๆ เมื่อถึงฉากที่ชวนตกใจ ผมที่เอื้อมมือไปปิดโน้ตบุ๊กก็เริ่มแปลกใจเมื่ออยู่ๆ คนที่ร่วมดูหนังด้วยกันมามันนิ่งเงียบไปซะอย่างนั้น “ไอ้ฝุ่น”

“...”

ห่า...คงไม่ได้ช็อคตายใช่มั้ย

“ไอ้ฝุ่น” ผมเขย่าร่างที่แน่นิ่งของมันเบาๆ ซึ่งก็ไร้เสียงตอบรับเหมือนเดิม ก่อนที่ตัวเองจะเอาโทรศัพท์มาเปิดแสงอันน้อยนิดเพื่อส่องสภาพของคนตรงหน้า และดวงตาที่หลับสนิทนั้นทำให้ผมรู้ได้ทันทีว่ามันหลับไปแล้ว “ไอ้ฝุ่น ตื่น”

“...”

“ฝุ่น”

            อะไรวะ มึงเพิ่งอุทานไปก่อนหนังจบไม่กี่นาทีเองนะเว้ย !

            ผมที่เขย่าร่างมันเบาๆ เพราะยังมีความเกรงใจเรื่องกวนคนหลับอยู่ เลยได้แต่ถอนหายใจยอมแพ้ออกมา เมื่อดูเหมือนตัวเองจะไม่สามารถปลุกมันออกจากห้วงนิทราได้เลย ก่อนที่ตัวเองจะเลือกเก็บโน้ตบุ๊กมาวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงแล้วปล่อยให้อีกคนนอนนิ่งอยู่แบบนั้น ความคิดที่จะขยับตัวมันให้ขึ้นมานอนดีๆ ก็ต้องจบไปเพราะกลัวอีกฝ่ายตื่น ผมเลยเลือกที่จะนอนกลับหัวเป็นเพื่อนมันพลางมองใบหน้าคนตรงหน้าผ่านความมืดอย่างพินิจ

            “นี่มึงหลับจริงๆ ใช่มั้ย...”

            “...”

            “งั้น...ฝันดี”

            เมื่อไร้เสียงตอบรับจากอีกฝ่ายผมเลยได้แต่ถอนหายใจออกมาอีกครั้ง และพูดขึ้นเบาๆ จนแทบจะไม่ได้ยิน ก่อนที่ตัวเองจะเลือกหลับตาลงตามคนข้างๆ บ้าง ใช้เวลาไม่นานความง่วงกับเวลาที่ดึกสุดๆ ก็ทำให้สติผมดับวูบไปอย่างง่ายดาย

            ซึ่งมีเพียงเสียงเบาๆ ที่กระซิบกลับมาเท่านั้น...

            ...

            “ฝันดี...”

 

 

            ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง !

            วันที่ไอ้อุ่นมาอยู่ในอ้อมกอดของผมอีกครั้ง

            “ไอ้อุ่น กูโคตรคิดถึงมึงเลย ~

            ผมที่เดินทำตัวอารมณ์ดีเกินหน้าเกินตาแล้วอุ้มกระเป๋าผ้าสีดำใบใหญ่ไว้ในอ้อมอกแน่นๆ จนสิ่งมีชีวิตที่อยู่ข้างในดิ้นและร้องเสียงดัง ตัวเองเลยต้องเก็บอาการไว้และกอดเพียงเบาๆ เท่านั้น ก่อนจะหอบกระเป๋าแฟชั่นใบยักษ์เพื่อความเนียนเดินเข้าไปในหออย่างไร้พิรุธที่สุด แต่ดูเหมือนการกระทำของผมเมื่อซักครู่จะเริ่มตามสนองผมแล้ว เมื่อตอนนี้ไอ้อุ่นมันส่งเสียงร้องเสียงดังอย่างแตกตื่น

            ใจเย็นๆ นะลูกพ่อ อยู่ในอพาร์ทเม้นท์แล้ว

            ผมได้แต่เดินนิ่งๆ พยายามแสร้งไม่ได้ยินเสียงที่ร้องแง้วๆ ออกมาจากกระเป๋าจนคนรอบข้างต่างพากันหันมามอง ตัวเองเลยรีบจ้ำอ้าวเดินเข้าลิฟท์ไปทันที โชคดีที่ไม่ต้องรอลิฟท์นานผมก็สามารถเข้าไปข้างในได้เรียบร้อยจนต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เพราะอีกแค่ไม่กี่อึดใจก็สามารถจะพาไอ้อุ่นเข้าฐานทัพได้แล้ว

            ติ๊ง ~

            “เฮ้อ...เหี้- !” ผมอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อประตูลิฟท์เปิดออกก็จ๊ะเอ๋กับป้าเจ้าของที่นี่ทันที คนตรงหน้าเองก็ตกใจไม่ต่างกันเมื่อผมดันอันเชิญสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำมาเข้าอพาร์ทเม้นท์แกซะงั้น แต่ใครจะรู้ว่าในกระเป๋าของผมมันจะมี ‘สัตว์’ บางชนิดอยู่จริงๆ “ขะ...ขอโทษครับ”

            ผมได้แต่ก้มหัวขอโทษผู้หญิงวัยกลางคนหน้าตาโหดๆ ตรงหน้า ก่อนจะรีบก้าวออกจากตรงนั้นทันที

            เมี๊ยว ~

            กึก !

            โถ่...ไอ้อุ่น...

            ผมค่อยๆ หันกลับไปมองอีกทางซึ่งเป็นไปตามคาด ตอนนี้ป้าหน้าโหดแกไม่ได้เดินเข้าลิฟท์แต่อย่างใด แต่กลับมองตามร่างของผมมาพลางขมวดคิ้ว ตัวเองเลยได้แต่ยิ้มแหยๆ และแสร้งพูดเสียงเบา “ใครส่งแชทมาว้า...”

            อายสัสๆ !!

            ผมยิ้มให้คนที่ยืนอยู่ใกลๆ อีกครั้ง ก่อนจะรีบเดินไปที่ห้องตัวเอง และก็โชคร้ายไปอีกตรงที่ว่าห้องของผมดันอยู่เยื้องๆ กับลิฟท์เลยไม่สามารถเดินหนีให้พ้นสายตาของป้าแกได้ และการควักเอากุญแจห้องจากกางเกงยีนส์รัดๆ ด้วยสภาพที่มีแมวตัวยักษ์ดิ้นไปมาอยู่ในอ้อมกอดนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยซักนิด

            เมี๊ยว ~!

            “โอ๋ที่รัก รอก่อนน้า เดี๋ยวเค้าจะรีบเข้าห้องไปตอบแชทเดี๋ยวนี้ล่ะ ~”

            ฮื่ออออ !!

            “เดี๋ยว”

            เฮือก !

            ผมสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงดุๆ ถูกส่งมาจากด้านหลัง ความเกร็งกลัวที่เกิดขึ้นทำให้ผมไม่ได้ยินอะไรรอบข้างเลยแม้แต่น้อย มีเพียงเสียงเดินเสียงดังที่เริ่มขยับเข้ามาใกล้และหลอกหลอนผมเท่านั้น

            ตึก..ตึก...ตึก...

            ที่เหลือก็เสียงหัวใจกูล้วนๆ

            ไอ้อุ่นลูกพ่อเอ๊ย...!

            แกร๊ก...

            ...

            “อ้าวตัวเอง กลับมาแล้วเหรอ”

            “...”

            หือ...

            “เค้ารอตั้งนาน ตัวเองหายไปตั้งสามสี่ชั่วโมง”

            นี่มันเสียงไอ้ฝุ่นนี่หว่า...

            ผมที่ตอนแรกกำลังตกใจก็ได้แต่หันไปทางห้องข้างๆ ที่ตอนนี้ร่างขาวเนียนของคนบางคนที่มีเพียงแค่กางเกงบ็อกเซอร์ตัวจ้อยตัวเดียวห่อหุ้มช่วงล่างไว้ ร่างกายที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อสวยก็ปรากฎต่อหน้าผมชัดๆ ก่อนที่เสียงที่ทำให้ผมตกใจตอนแรกจะดังขึ้นเพื่อเรียกสติผมกลับมา พลางหันไปทางเดิมก็เห็นว่าป้าเจ้าของอพาร์ทเม้นท์แกกำลังเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

            “นี่เธอน่ะ...”

            เหี้ยแล้วมั้ยล่ะ...

            “หอบอะไรมาเยอะแยะเนี่ย เค้าโคตรคิดถึงเลยรู้ป้ะ บอกแล้วไม่ต้องซื้อมาหรอกกับข้าวเยอะแยะ แค่อยู่กับตัวเองแล้วกินมาม่าเค้าก็อร่อยแล้ว”

            “ห๊ะ...”

            “เนอะ” ไอ้ฝุ่นมันยิ้มกว้างๆ ก่อนจะเดินออกมาจากห้องของมันแล้วมาบังร่างของผมไว้ ไม่รู้ว่ามันกำลังเล่นอะไร แต่ท่าทางแบบนี้ก็ช่วยผมได้เยอะ

            ก็สีหน้าของป้าแกตอนนี้กำลังอึ้งสุดๆ

            “ก็เค้าอยากทำของอร่อยๆ ให้ตัวเองกินนี่...” และในที่สุดผมก็ตอบรับมุขของมันไป ซึ่งทำเอาคนตรงหน้าถึงกับหลุดขำออกมา แต่โชคดีที่มันหันหลังอยู่ ป้าที่อยู่ด้านหลังเลยไม่เห็นท่าทางหลุดขำของมัน มีเพียงผมที่แอบส่งสายตาค้อนๆ ไปให้เท่านั้น

            “น่ารักจริงๆ ที่รักของเค้า” ไอ้ฝุ่นมันยิ้มกว้างอีกครั้ง พลางยกมือขึ้นมายีหัวของผมเบาๆ ซึ่งตอนนี้ป้าด้านหลังกลายเป็นไม่มีตัวตนไปแล้ว คงจะยังอึ้งไม่หายที่อยู่ๆ ก็มีผู้ชายตัวโตสองคนมายืนทำสวีทหวานตรงหน้า และในที่สุดป้าแกก็ยอมเดินจากไปแต่โดยดี ซึ่งเดินลงบันไดซะด้วย

            คงจะขนลุกสินะ

            ฮ่าๆ

            ...

            “เฮ้อ...” ผมถอนหายใจออกมา ทำให้ไอ้ฝุ่นมันหันกลับไปมองด้านหลังก็เห็นว่าไม่มีใครอยู่แล้ว ก่อนที่มันจะหันกลับมาแล้วก้มมองกระเป๋าใบใหญ่ในมือของผม ตัวเองเลยได้แต่สบตามันนิ่งๆ เท่านั้น และก็มีอีกเสียงที่ตอบรับออกมาราวกับรู้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้า มันเองก็คิดถึงไม่ต่างกัน

            เมี๊ยว ~

            “มานี่มา...”

            “ห๊ะ...เดี๋ยวๆ”

            ยังไม่ทันที่ผมจะประท้วงอะไร ก็โดนไอ้ฝุ่นลากคอเข้ามาในห้องของมันจนได้ ก่อนที่เจ้าตัวจะหันมาแย่งกระเป๋าในมือของผมไปและเดินเอาไปวางบนเตียง ไม่นานแมวตัวใหญ่สีส้มลายก็โผล่พ้นออกมาจากกระเป๋า นั่นทำให้ฝุ่นตาลุกวาว

            “ไอ้อุ่น !”

            ไอ้ฝุ่นทำท่าดีใจสุดๆ ก่อนจะกระโจนขึ้นเตียงไปหาสิ่งมีชีวิตสีส้มตัวอ้วนกลม ซึ่งไอ้อุ่นเองก็ไม่ได้มีท่าทีแตกตื่นทั้งๆ ที่มันตื่นคนได้ง่าย แถมยังเข้าไปคลอเคลียอีกคนด้วย ซึ่งเหตุผลเดียวคือมันยังคงจำเจ้าของอีกคนของมันได้นั่นเอง

            “เหมือนพ่อลูกไม่ได้เจอกันนานเลยเนอะ”

            “พ่อแม่ลูก”

            “ไม่ใช่ละ” ผมได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะเดินเข้าไปหามันบ้าง และเมื่อผมเข้าไปนั่งบนเตียงไอ้อุ่นมันก็ละความสนใจจากไอ้ฝุ่นและเดินเข้ามาคลอเคลียผมทันที ทำให้ตัวเองอดมองมันอย่างผู้ชนะไม่ได้ “คิดถึงพ่อล่ะสิ”

            “จริงๆ แล้วมันคิดถึงกู”

            “ฮึ...” ผมยิ้มกว้างให้กับคนที่ตอนนี้มองมาแบบเคืองๆ ก่อนจะอุ้มไอ้ตัวอ้วนใส่กระเป๋าสีดำเหมือนเดิม “กลับห้องเรากันเนอะ”

            “เดี๋ยว”

            “ว่า ?”

            “วันนี้ไอ้อุ่นจะอยู่กับกู”

            “ห๊ะ”

            “ส่งลูกกูมา”

            “นี่ลูกกู”

            “ลูกกูเหมือนกัน เร็วๆ เลยไอ้เอิร์ธ” ไอ้ฝุ่นมันขมวดคิ้วพลางเอื้อมมือมาขอกระเป๋าหนักๆ ในมือของผม ซึ่งสีหน้ามันก็แสดงความไม่พอใจราวกับเด็กถูกขัดใจเมื่อผมไม่ยอมส่งให้ “ขอ”

            “ไม่ให้”

            “...”

            “กูไป...ก่อนนะ...” ผมพูดเบาๆ ก่อนจะหันหลังเพื่อออกจากห้อง แต่ก้าวได้เพียงไม่กี่ก้าวก็โดนเจ้าของห้องที่ลงมาจากเตียงตอนไหนไม่รู้เข้ามาขวางไว้ “ไอ้ฝุ่นนน !”

            “ไม่ให้ไป”

            “อะไรของมึงเนี่ย”

            “ส่งตัวไอ้อุ่นมา”

            “ไม่ให้เว้ย ลูกกู !”

            “ลูกกูเหมือนกัน”

            “แต่มันรักกูมากกว่า !”

            “ไม่จริง”

            ผมกับไอ้ฝุ่นยืนมองหน้ากันอย่างไม่ยอมแพ้หลังจากถกเถียงกันเรื่องลูกชายที่อยู่ในอ้อมกอดของผม

            นั่นล่ะครับท่านผู้ชม...

            แล้วสงครามแย่งลูกระหว่างผมกับไอ้ฝุ่นก็เกิดขึ้นจนได้

            เฮ้อ...

 

ฝุ่น

น่ารักจริงๆ ที่รักของเค้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 82 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #180 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 05:00
    5555566
    #180
    0
  2. #145 Diarysweet (@0986654729) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2561 / 11:36
    แหมมมมมม
    #145
    0
  3. #56 Shipnielong (@Shipnielong) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 20:39
    วอแวเก่งงง
    #56
    0
  4. #9 jittrawa (@jittrawa) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 10:33
    ไม่ต้องแยกห้องก็สิ้นเรื่อง
    #9
    0
  5. #8 YOUI__LOL555 (@YOUI__LOL555) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 21:15
    อยู่ด้วยกันเลยค่ะ ง่ายดี~~~~~~
    #8
    0