ม า ก ก ว่ า ค ว า ม รู้ สึ ก (Y) -จบ-

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 10,814 Views

  • 221 Comments

  • 731 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    162

    Overall
    10,814

ตอนที่ 24 : มากกว่าความรู้สึก ตอนที่ 23

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 823
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 59 ครั้ง
    2 มิ.ย. 61

ตอนที่ 23

 

[ฝุ่น]

               วันนี้เป็นอีกวันที่ผมไม่ได้รับไอ้เอิร์ธมาทำงาน และเหตุผลก็คือเหตุผลเดิม ๆ จนผมไม่รู้ว่าควรจะให้มันซื้อจักรยานตามที่ตั้งใจไว้ดีมั้ย

               ไม่เอาดีกว่า เป็นห่วงมันว่ะ...

               ผมที่ได้แต่คิดก็ถอนหายใจออกมา ใจอยากจะทักไปหาอีกฝ่ายแต่ก็คิดว่ามันคงจะเข้างานไปแล้ว และอีกไม่กี่ชั่วโมงมันก็จะเลิกงาน และวันนี้ก็เป็นวันที่แปลกเมื่อดูเหมือนเกรซจะไม่ติดต่อผมมาเลย จนไม่รู้ว่าเย็นนี้เธอมีธุระอะไรหรือเปล่า

               ว่าแล้วก็โทรหาหน่อยดีกว่า

               ผมล้วงโทรศัพท์ออกมาโทรหาแฟนตัวเอง ซึ่งไม่นานอีกฝ่ายก็รับสายพลางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี

               {มีอะไรหรือเปล่าคะแฟน}

               คิดถึง

               {โหย เกรซก็คิดถึงเหมือนกัน แต่วันนี้ฝุ่นไม่ต้องมารับเกรซนะ เกรซมาทำงานที่ห้องเพื่อนอ่ะ}

               เพื่อนผู้หญิงหรือผู้ชาย

               {ผู้หญิงสิ ถ้าเป็นผู้ชายเกรซไม่มาหรอก รู้ว่าฝุ่นขี้หึง}

               ดีมาก

               ผมหัวเราะเบา ๆ เมื่อนึกถึงสีหน้าของแฟนตัวเองออกในประโยคที่เธอพูดแบบนั้น ช่วงนี้เราทะเลาะกันน้อยลง เพราะผมพยายามไม่เอาไอ้เอิร์ธมาเข้าร่วมบทสนทนาระหว่างผมกับเกรซ จากตอนแรก ๆ ที่เธอคอยถามและคอยจับผิด ตอนนี้ก็เริ่มไม่มีแล้วจนผมรู้สึกว่ามันดีมาก

               อย่างน้อยผมก็ยังอยู่กับไอ้เอิร์ธได้อยู่...

               ผมรู้ว่าผมเป็นคนไม่ดีที่ไม่เลือกสักอย่าง และตอนนี้ความรู้สึกที่มีกับไอ้เอิร์ธมันก็เกินเลยไปแล้ว ซึ่งมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เจ็ดปีก่อน แต่สำหรับเกรซผมก็ยอมรับว่าเธอเป็นมากกว่ารักไปแล้ว เธอเป็นเหมือนทุก ๆ อย่างในชีวิตของผม ตอนทุกข์ตอนสุขก็มีเธอ ผมเลยยังตัดสินใจเลือกไอ้เอิร์ธไม่ได้ และก็คงจะไม่มีวันเลือกได้ถ้าเกรซยังอยู่ตรงนี้

               แต่ผมก็ปล่อยไอ้เอิร์ธไปไม่ได้เช่นกัน

               เฮ้อ...

               {ฝุ่น แค่นี้ก่อนน้า เพื่อนเกรซมาแล้ว เดี๋ยวมันบ่นว่าเกรซไม่ช่วยงานเอาแต่คุยกับแฟน}

               โอเคครับ ตั้งใจทำงานนะ รักนะครับ

               {รักเหมือนกันค่ะ}

               ผมที่กดวางสายเกรซไปก็ได้แต่รู้สึกดีใจขึ้นมาเมื่อรู้ว่าวันนี้ไม่ต้องไปรับเธอ เพราะปกติจะต้องรีบขับรถไปกลับเพื่อที่จะมาให้ทันรับไอ้เอิร์ธ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อมีแรงจิ้มเบา ๆ ที่เอว พอผมหันกลับไปมองก็พบว่าเป็นแนนที่กำลังยิ้มกว้างอยู่

               แนน...

               เฮียฝุ่นมายืนทำอะไรตรงนี้ครับ

               มาคงมาครับ แล้วนี่มาทำอะไร ไม่ได้ไปทำงานกับเพื่อนเหรอ

               เอ๋...

               มีอะไรหรือเปล่าผมถามเมื่ออีกฝ่ายทำหน้างง ๆ ส่งมาให้ ก่อนที่เธอจะยิ้มกว้างออกมาแล้วโชว์ถุงก็อปแก๊ปที่ด้านในมีอะไรสักอย่างมาให้ ฮะ...

               ปลาทู เอิร์ธฝากซื้อ

               ...

               แต่ติดต่อเอิร์ธไม่ได้เลย ฝากฝุ่นไปแล้วกัน

               ...

               ถ้าไม่รับฝาก เดี๋ยวเราเอาไปให้เอิร์ธที่ห้อง...

               เอามา ๆ เดี๋ยวเราเอาไปให้เองผมรีบคว้าถุงนั่นมาทำให้คนที่ตอนแรกพูดจ้อไม่หยุดต้องจ้องมองมาพลางส่งสายตาจับผิดมาให้ อะไร

               เปล๊า~

               เหรอออผมขานรับยาว ๆ ก่อนจะดีดเหม่งคนที่ยังทำหน้าทะเล้นไม่เลิก ก่อนจะลองชวนคนตรงหน้าไปหาไอ้เอิร์ธที่ร้านกาแฟ ไปร้านกาแฟด้วยกันเปล่า

               ...

               ไปหาไอ้เอิร์ธ...

               ฮั่นแน่ มีไปเฝ้า

               อะไร เดี๋ยวโดน ๆผมที่ตอนนี้โดนคนที่มองมาอย่างล้อเลียนพูดล้อไม่เลิก เลยได้แต่ชูมะเหงกขู่ไป ซึ่งเธอก็ดูเหมือนจะไม่เกรงกลัวผมสักนิด จนสุดท้ายตัวเองก็ต้องพูดขึ้นเพื่อหนีคนตรงหน้า ถ้าไม่ไปงั้นเราไปละ อยากกินชาเขียว

               อ๋อออ อยากกินชาเขียววววผมไม่ได้ตอบ ได้แต่เดินจ้ำอ้าวออกมาจากตรงนั้นทันที ซึ่งคนที่อยู่ด้านหลังก็ยังคงตะโกนตามมาไม่เลิก งั้นฝากบอกเอิร์ธด้วยนะว่าแนนคิดถึงงง~

               ...

               แล้วก็บอกว่าให้ตอบไลน์แนนด้วยยยย~”

               ...

               ฮัลโหลลล ได้ยินมั้ยเฮียฝุ่น...!”

               ได้ยิน...

               แต่เรื่องอะไรจะบอกเล่า!

 

               ผมที่ขับรถมาถึงร้านกาแฟด้วยเวลาอันรวดเร็วโดยตั้งเป้าหมายว่าจะมานั่งแช่อยู่ที่นี่จนกว่าอีกฝ่ายจะเลิกงาน แล้วตอนกลางคืนก็เข้าไปนอนกับมันเหมือนเดิม แต่พอเข้ามาในร้านก็ต้องแปลกใจเมื่อไอ้เอิร์ธมันไม่ได้อยู่หน้าเคาน์เตอร์ ผมที่เดินเข้าไปในขณะที่ไม่มีลูกค้าพอดีจึงมองพี่ผู้หญิงที่คอยสอนงานมันอยู่ตรงหน้า ปากอยากจะอ้าถามแต่ก็ทำได้แค่พูดว่า...

               ชาเขียวแก้วนึงครับ...

               ผมพูดออกไปทำให้เธอที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ กับการเรียงถ้วยต้องสะดุ้งแล้วเงยหน้าขึ้นมามองผมพลางก้มหัวขอโทษยกใหญ่ที่ไม่ได้สนใจลูกค้า ผมจึงยิ้มแล้วส่ายหัวเบา ๆ ก่อนจะพยายามมองสอดส่องใครบางคนที่คิดว่าจะอยู่ด้านหลังร้านหรือเปล่า

               หรือมันไปเบรควะ...

               วันนี้เอิร์ธไม่มาจ้า...

               ครับ...?

               พอดีเมื่อเช้าโทรมาบอกว่าลื่นล้มในห้องน้ำ เลยขอลาหนึ่งวัน พี่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพรุ่งนี้จะมาไหวมั้ยพี่สาวตรงหน้าพูดจนผมที่รับฟังตกใจไม่น้อย ก่อนที่เธอจะถามย้ำ เอาหวานน้อยเนอะ

               ครับ...

               ผมขานกลับ ใจอยากจะโทรหาไอ้เอิร์ธซะเดี๋ยวนี้ แต่ก็คิดว่ารีบกลับห้องไปหามันเลยน่าจะดีกว่า เมื่อชาเขียวที่ผมสั่งไปเสร็จตัวเองก็เตรียมที่จะออกจากร้านก็ต้องชะงักเมื่อพี่ผู้หญิงตรงหน้าท้วงผมไว้ซะก่อน

               คุณอยู่ห้องใกล้ ๆ เอิร์ธใช่มั้ยคะ?”

               ครับ

               งั้นพี่ฝากผ้ากันเปื้อนไปให้เอิร์ธด้วยได้มั้ย ถ้าพรุ่งนี้เจ้าตัวมาทำงานจะต้องใส่ จะได้เอาไปซัก

               ได้ครับ

               ยังไงช่วยไปนั่งรอสักสิบนาทีก่อนเนอะ เดี๋ยวพี่ขอรับออเดอร์ลูกค้าคนถัดไปก่อนเธอยิ้มมาให้พลางมองไปด้านหลังที่ตอนนี้ไม่รู้ว่ามีคนมาเข้าคิวตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมเลยได้แต่พยักหน้าแล้วเลือกจะเดินไปหาโต๊ะว่างนั่งระหว่างรอเวลาสิบนาที เมื่อเจอมุมที่ต้องการผมก็ไม่รอช้าที่จะเดินเข้าไปทันที แต่ดูเหมือนใครบางคนที่นั่งโต๊ะถัดจากที่ผมเล็งไว้จะคุ้นตาซะจนต้องหยุดมอง

               เกรซ...

               ผมพูดออกมาเสียงเบา แต่ดูเหมือนคนที่ตอนนี้กำลังคุยกับใครบางคนอย่างออกรสจะไม่ได้ยินผมซะอย่างนั้น ซึ่งตัวเองที่รู้ตัวว่าโดนโกหกเลยได้แต่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาอีกฝ่ายทั้ง ๆ ที่ร่างกายก็ยืนอยู่ไม่ห่าง และปฏิกิริยาของคนตรงหน้าที่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูแล้วเก็บลงกระเป๋าไปจะทำให้อารมณ์ของผมฉุนขึ้นไม่น้อย

               นี่มันอะไรกันวะ!

               ผมที่ตอนนี้หัวเสียขึ้นมาก็เดินไปทางโต๊ะตรงหน้าที่มีร่างผู้หญิงกับผู้ชายนั่งอยู่ ก่อนจะกระแทกแก้วชาเขียวลงไปแรง ๆ จนฝาที่ถูกปิดไว้กระเด็นออก บวกกับน้ำที่หกกระจายไปทั่ว ทำให้ทั้งสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ต้องดีดตัวลุกขึ้นหลบของเหลวสีเขียวกัน

               เกรซ!

               ฝะ...ฝุ่น...

               โกหกกันทำไม

               ...

               ฝุ่นถามว่าโกหกกันทำไม!

               ผมพูดเสียงดังจนดูเหมือนคราวนี้ทางเราจะกลายเป็นจุดเด่นของร้านไปแล้ว ก่อนที่คนตรงหน้าที่แสดงท่าทีกล้า ๆ กลัว ๆ จะค่อย ๆ ขยับเข้ามาจับแขนของผมไว้

               กะ...เกรซแค่มานั่งคุยกับเพื่อน...

               แล้วทำไมไม่บอกกันตรง ๆ

               กลัวฝุ่นไม่ให้มา...

               บริสุทธิ์ใจก็พูดกันตรง ๆ ดิวะ!คราวนี้ผมเริ่มขึ้นเสียงอีกครั้งเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ ก่อนจะหันไปมองไอ้ผู้ชายคนที่เกรซบอกว่าเป็นเพื่อนที่ตอนนี้กำลังยืนมองมาที่ผู้หญิงตรงหน้าอึ้ง ๆ จนกลายเป็นผมที่เริ่มกลัวและอยากจะเป็นบ้าซะตรงนี้

               ฝะ...ฝุ่น เกรซขอโทษ...ฮึก...

               ไม่ต้องมาบีบน้ำตา เชิญคุยกับเพื่อนเกรซต่อไปเถอะ

               ผมพูดก่อนจะจับมือของเธอออกแล้วรีบเดินออกจากร้านกาแฟ แต่ดูเหมือนพี่สาวที่เดินมาพร้อมผ้ากันเปื้อนเร็วกว่าปกติจะมาอยู่ตรงหน้าผมพอดี ผมเลยรับผ้ากันเปื้อนที่เธอตั้งใจฝากไปให้ไอ้เอิร์ธแล้วก้มหัวเป็นเชิงลา ก่อนจะรีบเดินออกจากร้านจริง ๆ

               แม่ง...

               เหี้ยเอ๊ย!!

 

#เอิร์ธ

               ฝากไอ้ฝุ่นมาเหรอ

               {ช่ายยยย ~}

               ขอโทษนะที่ไม่ได้ไปตามนัด พอดีเกิดอุบัติเหตุนิดหน่อยอ่ะ ผมพูดพลางทายาคลายกล้ามเนื้อให้ตัวเองโดยที่ใช้หูและหัวไหล่หนีบโทรศัพท์ไว้

               {ไม่เป็นไร แต่คราวหน้าก็ระวัง ๆ หน่อยแล้วกัน}

               อืม ขอบใจนะ

               ผมพูดเพียงแค่นั้นก่อนจะกดวางสายแนนไปแล้วมาสนใจกับข้อเท้าตัวเองที่ปวดหนึบจากเหตุการณ์ลื่นล้มในห้องน้ำตอนเช้าจนทำให้มันพลิก และไม่อยากจะยอมรับว่าวันนี้ผมยังไม่ได้ทำอะไรเลยแม้แต่อาบน้ำหรือหาอะไรกิน ได้แต่กินยาพาราที่มีตามความเชื่อว่ามันจะหายปวดเท่านั้น

               เฮ้อ...

               จ๊อก...

               เสียงท้องร้องที่ดังขึ้นจนมันปวดหนึบ ๆ ทำให้ตัวเองต้องถอนหายใจออกมา ก่อนที่ประตูห้องจะโดนเคาะโดยใครบางคนซึ่งผมก็ไม่ต้องเดาให้มากความ เพราะมั่นใจว่าคนที่อยู่หน้าประตูนั้นเป็นไอ้ฝุ่นแน่นอน ก่อนที่ตัวเองจะก้าวลงจากเตียงด้วยสภาพไม่ดีนัก แล้วค่อย ๆ เดินกะเผลกไปที่ประตูห้อง พอเปิดออกก็ต้องผงะถอยหลังเมื่อร่างตรงหน้ามันพุ่งเข้ามาแล้วสวมกอดผมไว้ และน้ำหนักจากตัวของไอ้ฝุ่นนั้นทำให้ผมที่ขาเจ็บอยู่ไม่สามารถรับร่างกายมันไว้ได้จึงเสียหลักล้มลงไปนอนกับพื้นเสียงดัง โดยมีไอ้คนตัวโตล้มลงมาทับซ้ำอีกที

               อะ...ไอ้บ้านี่...

               ไอ้ฝุ่น!

               อยู่นิ่ง ๆ แป๊บ...

               อะไรของมึงวะ!

               เฮ้ออออ

               แล้วเสียงถอนหายใจยาว ๆ ที่ดังขึ้นก็ทำให้คิ้วของผมคลายออก โดยที่คนตรงหน้ายังคงกอดร่างของผมไว้อยู่ สุดท้ายตัวเองก็ต้องยกมือขึ้นลูบหลังมันเบา ๆ เท่านั้น

               เป็นอะไร

               ...

               ถ้าไม่เป็นอะไรก็ลุก กูหนัก เจ็บขาด้วยผมพูดออกไปโดยที่มือยังคงลูบหลังของมันอยู่ ก่อนที่คนตรงหน้ามันจะยอมถอยตัวออกไปลุกนั่งแล้วช่วยดึงร่างของผมให้ลุกตาม ก่อนจะหันไปปิดประตูห้องที่ถูกเปิดค้างไว้

               เป็นไงบ้าง

               หิวข้าว

               อ่า...

               ไหนปลาทูไอ้อุ่น

               นี่ไอ้ฝุ่นมันชูถุงปลาทูทอดขึ้นมาทำให้ผมพยักหน้าน้อย ๆ ก่อนจะเลือกพูดสั่งมัน

               มึงคลุกข้าวให้ไอ้อุ่นหน่อย

               ฮะ

               กูขาเจ็บ

               ขาเจ็บไม่ได้เป็นง่อยมั้ย

               ...

               เออ ๆ เดี๋ยวคลุกให้ในที่สุดไอ้ฝุ่นมันก็ตอบออกมาพลางขำเบา ๆ เมื่อเห็นว่าผมทำหน้าบึ้งส่งไป ก่อนที่มันจะยีหัวผมเบา ๆ แล้วลุกขึ้นไปหาถ้วยพร้อมกับข้าวสวยมา มึงกินด้วยมั้ย จะได้คลุกเผื่อ

               กิน

               โอ้โห สงสัยหิวจัด

               เออดิผมตอบออกไปตามความจริง เมื่อตอนนี้จะอะไรก็กินได้ทั้งนั้น ก่อนจะค่อย ๆ พยุงตัวเองลุกขึ้น และไม่ทันไรไอ้ฝุ่นมันก็ผละตัวออกมาจากของตรงหน้าแล้วเข้ามาช่วยพยุงผมขึ้นเตียง

               ทำไมถึงล้มได้วะ

               ไม่รู้ผมตอบออกไป เพราะเมื่อเช้าตื่นมาก้าวเข้าห้องน้ำไม่กี่ก้าวก็ลื่นล้มแล้ว ก่อนที่ไอ้ฝุ่นมันจะขมวดคิ้วแล้วเดินไปดูทางห้องน้ำแล้วเดินเข้าไปด้านใน

               พื้นก็ไม่ได้ลื่น กูว่ามึงน่าจะเมาขี้ตา

               เออ สงสัย

               ผมพูดพลางนวดข้อเท้าตัวเอง ไอ้ฝุ่นมันเลยหัวเราะออกมา ก่อนจะเดินไปคลุกข้าวปลาทูต่อ เมื่อไอ้ฝุ่นมันทำภารกิจตรงหน้าและแบ่งข้าวเป็นสองส่วนโดยส่วนหนึ่งให้ไอ้อุ่นแล้ว มันก็เดินถือถ้วยข้าวมายื่นให้ผม

               อร่อยมาก บอกเลย            

               ผมเบะปากให้มันหนึ่งที ก่อนจะคว้าจานข้าวนั่นมาแล้วตักใส่ปากด้วยความหิว และก็ยอมรับว่าข้าวคลุกปลาทูจานนี้มันอร่อยจริง ๆ

               เค็มขี้มือหรือเปล่าเนี่ย

               เหงกมั้ย กูใส่น้ำปลา

               อ๋อ...ผมยิ้มออกมาก่อนจะตักข้าวเข้าปากต่อ ในขณะที่ไอ้ฝุ่นมันก็ก้าวขึ้นมาบนเตียงแล้วพลางดึงขาผมออกไปแล้วบีบเบา ๆ เจ็บ

               นี่ทายาแล้ว?”

               อื้อ

               พรุ่งนี้ไปทำงานไม่ไหวหรอกมั้ง เออพี่เขาฝากผ้ากันเปื้อนมาให้ด้วย

               ขอบใจ แต่เรื่องไปทำงานเดี๋ยวดูก่อน

               พักผ่อน

               ไอ้ฝุ่นมันว่าพลางมองหน้าผม ผมเลยได้แต่หลบตาแล้วตักข้าวกินต่อ ก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของคนตรงหน้าจะดังขึ้นทำให้มันเลิกสนใจขาของผมแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสาย แต่ดูเหมือนมันจะไม่ได้พูดอะไร ได้แต่ฟังเสียงจากฝั่งตรงข้ามเท่านั้น ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปนอกระเบียง

               แล้วจะโกหกทำไม

               เสียงที่ดังเข้ามาทำให้ผมต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง ก็เห็นว่าสีหน้าของไอ้ฝุ่นตอนนี้มันเคร่งเครียดจนอดเป็นห่วงไม่ได้ แต่ก็ทำได้แค่นั่งกินข้าวเงียบ ๆ เท่านั้น

               ทะเลาะกับเกรซงั้นเหรอ...

               ไม่นานไอ้ฝุ่นมันก็เดินกลับเข้ามาแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนเตียงเหมือนเดิมด้วยสีหน้าที่หงุดหงิดเต็มขั้น ผมเลยเลือกที่จะเป็นฝ่ายพูดกับมันก่อน

               กินข้าวมาหรือยัง

               ยัง

               กินเปล่าผมยื่นถ้วยที่ยังเหลือข้าวให้มัน ซึ่งไอ้ฝุ่นมันก็มองมาก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเงยหน้าขึ้นมาพูดกับผมอีกครั้ง

               ป้อนดิ

               เป็นง่อย?”

               เออ จะเป็นง่อยวันนึง

ไอ้คนตรงหน้ามันพูดทำให้ผมหัวเราะออกมา ก่อนจะตักข้าวป้อนมันจริง ๆ หลังจากนั้นก็เริ่มเข้าสู่สถานการณ์คนหิวสองคนที่แย่งข้าวคลุกปลาทูกันกิน   

               สงสัยต้องขอบคุณไอ้อุ่นเลยสินะ

               เฮ้อ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 59 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #200 rattanalak44 (@rattanalak44) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2561 / 23:39
    เกรซหาคนไหม่ได้ก็ดีนะ
    #200
    0
  2. #172 khunkhai (@khunkhai) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2561 / 13:18
    มันควรอ่านแล้วแฮปปี้ แต่5-6 ตอนที่อ่านมา อ่านแล้วเครียดแทน คือนิยายชื่อ มากกว่าความรู้สึก แต่ตัวละครในเรื่องควรมีสิ่งที่เรียกว่า จิตสำนึกป่ะว้าาา เห็นก่าฝุ่นมาหลายเม้น แต่เอิร์ธก็ไม่ต่างกัน จะอยู่ทำไมตรงนั้น ทั้งที่ๆมาหลังเกรซ มันอาจถูกที่แต่ผิดเวลาป่ะ ถ้าเรามีแฟนแต่แฟนเรานอกใจ ใครก็เจ็บบบบบ
    #172
    0
  3. #166 loognamfzt403 (@loognamfzt403) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 21:19
    เริ่มไม่อยากอ่านล่ะ อะไรอ่ะ
    #166
    0
  4. #150 jj00 (@jj00) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2561 / 18:22
    ไม่โอเคค่ะ ไม่ชอบฝุ่นแบบจริงจังค่ะ เอิร์ธควรหยุดค่ะ อ่านแล้วเครียดไม่ชอบฝุ่นแบบสุดๆจนหมดความอดทนค่ะ
    #150
    0
  5. #134 cyjcjy (@tataporn_fy) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 14:08
    ฝุ่นแม่งโคตรพาล ตามจริงฝุ่นไม่ควรมีใครเดินเคียงข้างในชีวิต
    #134
    0
  6. #131 IPA1 (@IPA1) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 07:32
    ไม่โอเค
    #131
    0
  7. #130 บลา บลา (@new2559) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 07:29
    ไม่โอเค
    #130
    0
  8. #126 Jeniiwa (@jew_jaa) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2561 / 19:52
    ฝุ่นอาจจะเลิกกับเกรซเพราะเกรซมีคนใหม่เเล้วมาคบกับเอิร์ธงี้หรอ เหมือนเอิร์ธกลายเป็นเเค่ทางเลือกนึง ไม่โอเคกับฝุ่นอ่า เอาเเฟนเก่าเอิร์ธกลับมาได้ไหม เอาให้ฝุ่นคลั่งตายไปเลย!
    #126
    2
    • #126-1 mituwa (@miew_tuan) (จากตอนที่ 24)
      2 มิถุนายน 2561 / 20:32
      เห็นด้วยค่ะ เหมือนพยายามจะทำให้ฝุ่นเลิกกับเกรซเพราะความผิดเกรซ ไม่โอเคอ่าาเหมือนคนที่ผิดที่สุดกำลังจะลอยนวลเลย
      #126-1
    • #126-2 0930653088 (@0930653088) (จากตอนที่ 24)
      2 มิถุนายน 2561 / 21:12
      บวกด้วยได้ไหมอ่า มันไม่แฟร์กับเอิร์ธเลย
      #126-2