FANFIC HARRY POTTER [AU,OC] : "BLUED DIARY บันทึกรักฉบับเรเวนคลอ"

ตอนที่ 5 : CHAPTER 4 เจ้าเด็กจอมเกเร

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 70
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    3 มิ.ย. 63

ผมและเพื่อนใหม่ผู้ใจดีเดินมายังสนามควิดดิชหน้าปราสาทเพื่อเข้าเรียนการบินที่ถึงแม้จะสายก็ตาม ระหว่างที่เราสองคนเดินดุ่ม ๆ ออกมาจนเป็นที่สนใจของคนทั้งชั้นรวมทั้งมาดามฮูชผู้สอนด้วย เราก็เลยถูกมาดามต่อว่าซะยกใหญ่โทษฐานที่เข้าเรียนสาย มาดามฮูชให้เรารีบไปหยิบไม้กวาดแล้วเข้าแถวต่อกับคนในชั้นเรียน

แดดกลางแจ้งและท้องฟ้าที่สว่างสดใสขัดกับอารมณ์และความรู้สึกของผมที่หม่นหมองอยู่ตอนนี้ พอของขวัญล้ำค่าหายไป พลังงานก็เหมือนจะลดเลือนหายไปตาม ความกังวลใจของผมแสดงออกทางสีหน้าอย่างโจ่งแจ้งจนคนที่มาสายด้วยข้าง ๆ ผมสังเกตเห็น

เพื่อนที่แสนดี เขาก็ดีเสมอต้นเสมอปลาย เมื่อเขาเห็นแววตาและได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของผม มือข้างหนึ่งของเขาก็ยื่นมาจับมือของผมไว้พร้อมกับส่งรอยยิ้มและแววตาที่ให้กำลังใจมาหา ผมล่ะไม่รู้จะต้องใช้หนี้บุญคุณคนคนนี้นานขนาดไหนถึงจะตอบแทนให้สมกับที่เขาทำให้ผมได้ขนาดนี้ เพื่อนคนนี้เขาดีกับผมจนไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ

ชั่วโมงการเรียนบินผ่านไปสักพัก แต่ยังไม่หมดเวลาเต็มที มาดามฮูชจึงปล่อยให้เราฝึกบินกับไม้กวาดได้ตามใจชอบ เพราะตัวมาดามฮูชเองจะต้องเข้าประชุมเรื่องการจัดงานวันคริสมาสต์ของฮอกวอตส์ที่กำลังจะมาถึงในเร็ว ๆ นี้ เมื่อมาดามฮูชเดินออกไป เหล่านักเรียนในชั้นก็ไม่รอช้าที่จะเพลิดเพลินไปกับการโลดแล่นบนอากาศด้วยไม้กวาดอย่างใจหวัง ใบหน้าทุกคนดูเต็มไปด้วยความสุขและสนุก ตัดมาที่ผม ก็ยังคงซึมไม่หาย มันไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรเลยจริง ๆ

“ยังไม่เลิกเครียดอีกเหรอ?” คนที่บอกจะอยู่เป็นเพื่อนผม ก็อยู่ตรงนั้นไม่ไปไหนสักที และยังคอยถามไถ่ผมแบบนี้ตลอด

“อือ...ทีโอไปบินเล่นเถอะ ไม่ต้องห่วงเราหรอก”

“ก็อเล็กซ่ายังเครียดอยู่ เราก็ต้องอยู่กับอเล็กซ่าสิ บอกแล้วไงว่าเดี๋ยวจะอยู่เป็นเพื่อนเอง” อีกฝ่ายพูดพลางลูบหัวผมเบา ๆ รู้สึกอุ่นใจจังเวลามีคนคอยอยู่ข้าง ๆ

“ขอบคุณนะทีโอ...”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เราเต็มใจ” น้ำเสียงเขาดูเต็มใจอย่างที่ว่าจริง ๆ ผมก็แอบสงสัยอยู่เหมือนกันว่าอยู่กับผมมันสนุกตรงไหน ทำไมเขาถึงได้ร่าเริงตลอดเวลานักนะ

“อะ! เครียดไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมาหรอก เราจะช่วยอเล็กซ่าฝึกบินเอง” ทีโอลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือมาหาผม ผมจึงรับมือเขาและลุกขึ้นคว้าไม้กวาดเตรียมตั้งท่า

เริ่มแรกเขาสอนผมถึงเทคนิคในการควบคุมไม้กวาดให้มั่นคงขณะเตรียมออกตัว เป็นเทคนิคใหม่ที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเป็นเวลา 4 ปีเต็ม ผมค่อย ๆ เรียนรู้จากเขาทีละนิด คงเพราะทีโอเป็นนักกีฬาควิดดิชสินะ ก็เลยเชี่ยวชาญเรื่องไม้กวาดดี ถึงว่าเรื่องใช้แรงเนี่ยไม่เป็นสองรองใครเลยจริง ๆ

เราสองคนฝึกกันอยู่บนพื้นสักพัก จู่ ๆ เสียงยียวนกวนประสาทที่ผมไม่ค่อยอยากจะได้ยินนักก็เรียกฉายาที่ผมนั้นเกลียดเข้าไส้

“ไง เจ้าสี่ตา กำลังเดตกันอยู่หรือไง?”

หมอนี่อีกแล้วเหรอ ชอบมาในเวลาแบบนี้ประจำเลยสิพับผ่า

“นี่ เซรัส ตอนนี้เขากำลังเครียดอยู่นะ อย่าเพิ่งกวนเขาสิ”

“โว้ว นี่หนุ่มฮอตของเราหันมาปกป้องเจ้าสติเฟื่องนี่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?”

“นี่! ระวังคำพูดหน่อยสิ!”

“เครียดอะไรกันห้ะเจ้าสี่ตา! แค่ของหายต้องจิตตกขนาดนั้นเลยเหรอ?!”

เพียงแค่ผมได้ยินหมอนั่นตะโกนมาหา ผมถึงกับเบิกตากว้างแล้วตระหนักได้ มีแค่ผมกับทีโอที่รู้ว่าของของผมหายไป ไม่ผิดแล้วล่ะ ไอ้เวรนี่เองที่เอาของของผมไป ไม่ทนอีกแล้ว ผมเหลือทนกับเขาจริง ๆ ผมไม่คิดอะไรทั้งนั้น เดินตรงไปหาหมอนั่นอย่างไม่ลังเล แล้วตะโกนใส่หน้ามันด้วยเสียงทั้งหมดที่มี

“เอาคืนมานะ!! นั่นน่ะ ของสำคัญของฉันนะ!!”

“พูดอะไร หมายถึงลูกบอลตลก ๆ นี่น่ะเหรอ?” ว่าแล้ว หัวขโมยก็หยิบลูกสโนว์โกลบที่ผมตามหามาทั้งช่วงพักออกมาต่อหน้าต่อตา จนในที่สุดก็เจอ แต่ผมกลับไม่ดีใจเลยสักนิดที่มันไปอยู่กับมือเด็กเกเรนั่น เวลาของของผมอยู่ในกำมือของหมอนี่ทีไร มันไม่เคยจบสวยทุกที แต่สำหรับลูกสโนว์โกลบลูกนี้ ผมจะปล่อยมันไปไม่ได้เด็ดขาด ผมพยายามจะแย่งมันคืนมา แต่หัวขโมยก็ดันวิ่งหนีไปคว้าไม้กวาดไปเสียแล้ว

“คราวหลังก็จำไว้ ว่าอย่าทิ้งกระเป๋าตอนไปเก็บหม้อปรุงยานะเจ้าสี่ตา!” หมอนั่นทะยานขึ้นไม้กวาดจนสูงลิ่วแล้วตะโกนลงมา ยิ่งทำให้ผมโมโหมันมากกว่าเดิม

ผมคว้าไม้กวาดบนพื้นแล้วเตรียมไปจับหัวขโมยนั่น แต่ทีโอก็ดันมาหยุดผมไว้เสียก่อน

“อย่านะอเล็กซ่า!”

“ทีโอ! เขาเอาของของเราไปนะ จะให้อยู่เฉย ๆ ได้ไง!”

“เดี๋ยวเราไปเอามาให้” ว่าแล้วเขาก็ทะยานขึ้นฟ้าไปกับไม้กวาดโดยเร็ว ตอนนี้ ความหวังของผมฝากไว้ที่เพื่อนผู้ใจดีคนนั้น ผมเงยมองพวกเขาสองคนจากข้างล่างแล้วพอได้ยินอยู่บ้างว่าคุยอะไรกัน

“คืนเขาไปเซรัส นายไม่รู้ว่ามันมีค่าสำหรับเขามากแค่ไหน” คำคำนี้ของทีโอทำให้ผมแทบหลั่งน้ำตา เขาคือคนที่เข้าใจผมที่สุด ผมให้กำลังใจเขาอยู่ห่าง ๆ และคอยดูต่อไป

“มันสมควรแล้วทีโอ กับที่มันทำกับฉันไว้ตอนนั้น”

“ไม่เข้าใจหรือไงว่าเป็นอุบัติเหตุ! เอาคืนเขาไปสักที!”

“เหรอ? อยากได้ก็ตามมาสิ”

พูดเสร็จ ตัวปัญหานั่นก็บินเลี้ยวหนีไปไกล ทีโอก็บินไปตาม ทั้งคู่เคลื่อนไหวกันเร็วมาก ๆ ทักษะการบินของเซรัสนั้นดูแล้วพอ ๆ กับทีโอเลยก็ว่าได้ พวกเขาเร็วมาก ๆ จนผมมองตามไม่ทัน สักพักทั้งคู่ก็บินเฉียงมาใกล้ ๆ บริเวณที่ผมอยู่อีกครั้งจนทำให้ผมได้ยินทั้งคู่คุยกันอีกที

“เป็นซีกเกอร์แล้วเร็วได้แค่นี้เหรอทีโอ ผิดหวังแทนบ้านฮัฟเฟิลพัฟจริง ๆ”

“หุบปากซะเซรัส!”

คงไม่ใช่แค่ผมแล้วล่ะที่โมโหเจ้าหมอนั่น พูดสบประมาทกันขนาดนี้ ทีโอถึงกับบิวแล่นตรงไปที่อีกฝ่ายด้วยความเร็วชนิดที่คนตรงหน้าแทบไม่ได้ตั้งตัว หมอนั่นดูตกใจสุดขีด บินเฉียงตัวหนีอีกฝ่ายอย่างรีบร้อน ทั้ง ๆ ที่ในมือก็ถือของของผมไว้อยู่

แต่โชค...ไม่เคยเข้าข้างผมเลย

เพราะเซรัสบินด้วยความเร็วที่สุดเกิดไม้กวาดของเขาจะบินได้ ทำให้ลมโกรกแล่นผ่านตัวเขาอย่างรุนแรง และแล้วสโนว์โกลบที่พวกเขากำลังแย่งกัน ก็พลัดตกพื้นตนแตกหักไม่เหลือชิ้นดีต่อหน้าต่อตาผม

ผมเบิกตากว้างและอ้าปากค้างเพราะช็อคกับภาพตรงหน้า เสียงเศษแก้วและชิ้นส่วนข้างในที่กระทบกับพื้น มันสะเทือนใจผมที่สุดของที่สุด ผมวิ่งไปดูจุดที่มันตกลงมาแตกอย่างไม่รอช้า สภาพที่พังทลายเป็นชิ้น ๆ ทำเอาผมทรุดลงกับพื้น มือป้องปาก กัดฟันตัวเองแน่นจนหน้าสั่น ลมหายใจเริ่มติด ๆ ขัด ๆ ผมนั่งทรุดอยู่ตรงนั้นอยู่นานจนได้ยินเสียงทั้งคู่ร่อนลงจอดบนสนามแล้วเดินเข้ามาใกล้ ๆ ผม

ความรู้สึกผมที่อัดแน่นมาตั้งแต่เมื่อช่วงพัก มันสั่งให้ผมเพิกเฉยความคิดและการไตร่ตรอง รวมทั้งความน่ากลัวของตัวการนั่นที่ผมเคยขยาด ผมหันไปหาตัวต้นเหตุแล้ววิ่งโถมเข้าใส่อย่างเร็ว มือกำแน่นแล้วทุ่มหมัดหนัก ๆ ไปที่หน้าเหวอ ๆ ของเขาอย่างเต็มแรง หมัดนั้นของผมได้ใส่ความรู้สึกแย่ ๆ ของวันนี้ซะเต็มเหนี่ยว จนคนโดนลงไปนอนกองบนพื้น

“พอใจแล้วใช่ไหม?! แกพอใจแล้วใช่ไหม!?” ผมตะคอกใส่เขาด้วยเสียงทั้งหมด ยัง มันยังไม่พอกับที่เขาทำกับผม ผมเดินไปกระชากเสื้อเขาขึ้นมา ระบายใส่ทั้งทั้งน้ำใส ๆ ซึมตามขอบตา

“รู้ไหมว่ามันมีค่ากับฉันมากแค่ไหน แต่แกทำมันเหมือนกับมันเป็นแค่ขยะเน่า ๆ คิดบ้าอะไรของแกอยู่!” เสียงตะคอกผมพ่นใส่หน้าคนที่ผมดึงเสื้อเขาไว้ ลงความรู้สึกทุกอย่างใส่คนตรงหน้าอย่างไม่กั๊ก

พอผมได้สติ ผมและเขาก็นิ่งไปสักพัก แล้วจึงปล่อยเขาลง ในเวลาแบบนี้ ผมไม่มีหน้าจะอยู่ให้ใครเห็นทั้งนั้น ผมตัดสินใจวิ่งหนีออกนอกสนามไปอยู่ในป่าต้องห้ามเพียงลำพัง

ผมวิ่งหนีออกมาจนถึงริมฝั่งของทะเลสาบ นั่งก้มหน้าทบทวนความรู้สึกตัวเองใต้ต้นไม้และกอดเข่าร้องไห้ตรงนั้นอยู่คนเดียว เสียงสะอื้นของผมได้ยินชัดในบริเวณนั้น เรื่องที่ผมเจอมาทั้งวัน มันมากไปเกินกว่าผมจะรับไหว ในที่สุดก็เก็บมันไว้ไม่อยู่ แล้วปล่อยมันออกมาผ่านน้ำตาและเสียงครวญคราง

ผมจมอยู่กับความรู้สึกตัวเองสักพัก ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าบางคนเหยียบย่ำเศษใบไม้ตามพื้นจนเสียงดังชัดเจน ผมเงยหน้าขึ้นและปาดน้ำตาที่อาบแก้ม มองหาเจ้าของเสียงฝีเท้าที่มาจากด้านหลัง

เอาอีกแล้วสินะ คงทำให้เป็นห่วงอีกแล้วล่ะสิ เพื่อนแสนดีคนเดิมเดินมาหาผม ครั้งที่เท่าไหร่แล้วไม่รู้ที่เขาช่วยเหลือผมขนาดนี้ ภาพที่ผมเห็นแล้วถึงกับโล่งใจคือ ทีโอที่เอาผ้าคลุมตัวเองห่อเศษสโนว์โกลบมาให้ผม

“โอเคไหม อเล็กซ่า?” คำถามเดิมที่ถามผมซ้ำแล้วซ้ำอีก แปลกที่ผมไม่เคยเบื่อมันเลย และจะตอบเขาไปแบบเดิมตลอด

“อือ...เราไม่เป็นไร”

“ทีโอเก็บมันมาทำไมเหรอ?”

“เราว่าเราจะเอามาซ่อมให้น่ะ”

“อย่าเลย สภาพแบบนี้ซ่อมยังไงก็ไม่ไหวหรอก”

“ลองดูก่อนสิ อาจจะได้ก็ได้นะ”

“ไว้กลับไปค่อยซ่อมก็ได้”

“เอาตรงนี้แหละ เราจะลองดู” พูดเสร็จ ทีโอก็หยิบไม้กายสิทธิ์ประจำตัวของเขามาจากกระเป๋ากางเกงและเริ่มเสกคาถาคาถาหนึ่งขึ้นมาใส่เศษสโนว์โกลบ

เรพาโร! (Reparo)

สิ้นเสียงร่ายคาถา ชิ้นส่วนแตกหักของสโนว์โกลบก็ลอยตัวขึ้นและรวมตัวจนกลับมาเป็นชิ้นงามเหมือนเดิม ผมล่ะทึ่งในความสามารถของเวทย์มนต์จริง ๆ

“นี่ไง เป็นเหมือนเดิมแล้ว”

“อื้อ! ขอบคุณนะ!” ผมขอบคุณทั้งทั้งรอยยิ้มที่ฉีกจนแก้มแทบปริ ดีใจมาก ๆ ที่มันได้กลับมาสู่อ้อมอกของผมอีกครั้ง

“ทีนี้ก็หายเครียดแล้วเนอะ”

ผมยิ้มตอบและพยักหน้าให้อีกฝ่ายอย่างดีใจ

“อืม! ดีแล้ว เวลาอเล็กซ่ายิ้มน่ะ น่ารักกว่าตอนขรึม ๆ อีก”

“...”

อะไรกัน พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง ทำไมอยู่ ๆ ผมก็ถูกชมว่าน่ารักใส่ เอาตรงไหนมาน่ารักนะ คำพูดคนคนนี้กำลังทำให้ผมสับสน แต่จะว่าไป คำพูดที่มีผลต่อใจของเพื่อนคนนี้ ก็ทำให้ผมแทบหุบยิ้มไม่ได้ หน้าเริ่มแดงก่ำและเลือดฝาดแก้ม ก็คงต้องยอมรับว่าแอบดีใจอยู่นิด ๆ ที่เราเป็นคนที่น่ารักในสายตาใครบางคน

“งั้น...กลับไปเรียนกันดีไหม?” คนตรงหน้าผมชักชวนแล้วยื่นมือมาหาผม

อย่างที่บอกไป เวลาที่เขาจับมือผม มันอบอุ่นและน่ารักมาก ๆ ผมไม่รอช้าที่จะรับมือเขามาและเดินตามไป เหมือนกับว่าทุกครั้งที่เราจับมือกัน เขาจะพาผมไปยังที่ที่ทำให้ผมสบายใจและรู้สึกสงบได้ทุกครั้ง บางทีผมก็คิดว่า

ถ้าได้จับมือกับคนคนนี้ตลอดเวลาก็ดีเหมือนกันนะ...

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

9 ความคิดเห็น