ท่านเรียกใครว่าหวางเฟย(รีไรท์)

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 สถานการณ์ที่ไม่ปกติของแคว้นอ้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 45,029
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 635 ครั้ง
    26 เม.ย. 63


ตอนที่ 6

       สถานการณ์ที่ไม่ปกติของแคว้นอ้าย

 

เช้าวันนี้อากาศที่จวนเสนาบดีนั้นสดชื่นยิ่ง ครอบครัวได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันทำให้บรรยากาศในจวนดูมีความสุขมากกว่าที่ผ่านๆมา   หลังจากที่คุณชายใหญ่ที่เป็นรองแม่ทัพกลับมาจากชายแดนก็ทำให้ฮูหยินของจวนดูมีความสุขมากยิ่งขึ้น  เช้านี้ถึงกับลงครัวด้วยตัวเองเลยทีเดียว บรรดาบ่าวรับใช้ที่เป็นสตรีออกอาการคึกคักรู้สึกกระชุ่มกระชวนมากยิ่งขึ้น  พวกนางไม่อาจเอื้อมหาญกล้าปีนเตียงท่านรองแม่ทัพเพียงแค่ได้เมียงมองให้ชื่นใจก็เพียงพอแล้ว

 

        “เตรียมของทุกอย่างเสร็จหรือยังใกล้ได้เวลาแล้ว”อ้ายเหม่ยหลินเอ่ยถามแม่ครัวที่ช่วยเตรียมสำรับอาหารของเช้าวันนี้  นางลุกขึ้นมาเตรียมตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางเนื่องจากเมื่อวานบุตรชายช่วยงานที่จวนชินอ๋องจนดึกดื่นจึงพลาดไม่ได้ร่วมทานอาหารกับครอบครัว


“เรียบร้อยเจ้าค่ะฮูหยิน”


“ถ้าเช่นนั้นฝากที่เหลือด้วย”นางบอกและเดินกลับไปที่เรือนเพื่อปรนนิบัติสามี นางเดินเข้ามาเห็นผู้เป็นสามีกำลังแต่งตัวจึงได้เข้าไปช่วยทันที


“วันนี้ประชุมที่ท้องพระโรงหรือเจ้าคะ ถึงได้ใส่ชุดขุนนาง”นางเอ่ยถามผู้เป็นสามี


“ใช่  แล้วเจ้าล่ะลุกไปไหนมา”


“ข้าไปห้องครัวมาเจ้าค่ะ ลงมือทำอาหารให้เทียนเอ๋อร์หวังว่าลูกคงชอบ”


“ใช่สิเจ้าทำแต่ให้ลูกหนิ  ไม่สนใจข้า”ไป๋เจี้ยนบอกด้วยน้ำเสียงแง่งอน ใบหน้าที่ยังคงหล่อเหลาบึ้งตึงเล็กน้อย


“โถ่   ข้าก็ทำให้ทุกคนทานนั้นแหละเจ้าค่ะ”อ้ายเหม่ยหลินเอ่ยพร้อมหัวเราะเล็กน้อยกับความแง่งอนของสามี


          “ไปกันเถอะ ปานนี้ลูกๆของเราคงรอแล้ว” ไป๋เจี้ยนเอ่ยแล้วกุมมือฮูหยินตนออกไปจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องโถง

 

 

            ไป๋เฟิ่งมาถึงห้องโถงเป็นคนแรกนั่งมองอากาศที่เริ่มเย็นเมื่อถึงวันแรกต้นฤดูตงเทียน* อากาศเช่นนี้นางชื่นชอบเป็นอย่างยิ่งเหมาะแก่การกินเซาปิ่งร้อนๆอร่อยๆคิดแล้วก็อยากออกไปข้างนอก


            “อรุณสวัสดิ์เฟิ่งเอ๋อร์”ไป๋เทียนเดินเข้ามาเห็นน้องสาวตนนั่งมองบรรยากาศข้างนอกก็เอ่ยทักน้องสาวตน


            “พี่ใหญ่” ไป๋เฟิ่งหันมาตามต้นเสียงที่เอ่ยเรียกตนอย่างดีใจนางลุกขึ้นมาหาไป๋เทียนพร้อมคล้องแขนพี่ชายอย่างรวดเร็ว ตัวนางนั้นติดพี่ชายตั้งแต่เด็กการแสดงออกใกล้ชิดที่ตามธรรมเนียมห้ามชายหญิงใกล้ชิดกันแม้เป็นพี่น้องนั้นไม่เป็นปัญหาสำหรับครอบครัวนาง  ท่านพ่อมักเอ่ยเสมอว่าการใกล้ชิดกับคนในครอบครัวนั้นไม่ใช่เรื่องที่ผิดหากแต่อยู่ข้างนอกต้องรักษากิริยาเท่านั้นเอง


            “วันนี้มีนัดกับใครหรือไม่เจ้าคะ” ไป๋เฟิ่งถามด้วยความอยากรู้และมีแผนการในใจบางอย่าง


            “วันนี้มีประชุมที่ท้องพระโรง ทำไมหรือ?”


            “ไม่มีอันใดมากเจ้าค่ะ  เพียงแค่ข้าอยากให้พี่ใหญ่พาไปข้างนอก” ไป๋เฟิ่งกล่าว


“แล้วเหตุใดเจ้าไม่ออกไปคนเดียวเล่า?” ไป๋เทียนถามด้วยความสงสัย


“เฮ้อออ  ท่านพ่อไม่ให้ข้าออกไปเจ้าค่ะ หาข้าจะออกไปต้องมีผู้ติดตาม” ไป๋เฟิ่งทำหน้าบึ้งตึงเมื่อคิดถึงบิดาของนางที่กำชับนักหนาว่าหากจะออกไปด้านนอกจะต้องมีคนติดตามไปด้วย 


นางแค่อยากออกไปหาอะไรอร่อยๆทานแค่นั้นเอง อีกอย่างนางก็พอจะดูแลตัวเองได้


“เจ้านินทาพ่อหรือเฟิ่งเอ๋อร์”ไป๋เจี้ยนที่ก้าวเข้ามาห้องโถงพร้อมกับฮูหยินตนทันได้ยินที่บุตรสาวเอ่ย


“ข้าเปล่านะเจ้าคะท่านพ่อ  ก็ท่านไม่ยอมให้ข้าออกไปจริงๆหนิ” ไป๋เฟิ่งหันไปตอบบิดาที่เข้ามานั่งที่โต๊ะพร้อมมารดานาง


“พ่อก็ไม่ได้ห้ามเจ้าเสียหน่อย  เพียงแค่ให้เอาผู้ติดตามไปด้วย”ไป๋เจี้ยนยังคงยืนยันคำเดิม ความปลอดภัยของบุตรเขาไม่อาจละเลยได้

 

“ก็ข้า…”


“เอาล่ะๆค่อยพูดคุยกันทีหลัง  ทานข้าวกันก่อน ประเดี๋ยวท่านพ่อกับท่านพี่เจ้าเข้าวังสาย” อ้ายเหม่ยหลินกล่าวขัดการถกเถียงเรื่องเดิมๆของสามีและบุตรสาวของนาง


“เจ้าจะไปพร้อมพ่อเลยหรือไม่”เมื่อทานอาหารเสร็จไป๋เจี้ยนจึงเอ่ยถามบุตรชายตน


          “ไม่ขอรับ  ข้าต้องไปหาท่านแม่ทัพใหญ่ที่จวนก่อน”


“ท่านพ่อเจ้าคะ วันนี้ข้าขอออกไปข้างนอกนะเจ้าคะ” ไป๋เฟิ่งเอ่ยบอกบิดาเมื่อเห็นว่าบิดากับพี่ชายคุยกันเสร็จแล้ว


“ได้”


“ขอบคุณเจ้าค่ะ” ไป๋เฟิ่งยิ้มอย่างยินดีก่อนที่จะหุบยิ้มอย่างรวดเร็วเมื่อบิดาเอ่ยขึ้น


“แต่เจ้าต้องมีผู้ติดตาม”ไป๋เจี้ยนยื่นคำขาด สถานการณ์ตอนนี้ไม่ปกติ สายข่าวของเขาพึ่งได้ข่าวบางอย่างมาแต่ยังไม่แน่ชัดนัก  ถึงบุตรสาวเขาจะเอาตัวรอดได้อย่างไรก็ต้องป้องกันไว้ก่อน


ไป๋เฟิ่งหน้าง้ำงอเมื่อได้ยินบิดายื่นคำขาด  ไป๋เทียนที่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเอ่ยเสนอทางออกที่ดีต่อทั้งสองฝ่าย

 

“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่  เจ้ารออยู่ที่จวนให้พี่เข้าเฝ้าฝ่าบาทที่ท้องพระโรงเสร็จกลับมาแล้วจะพาเจ้าไปเอง”


“เอาอย่างนั้นก็ได้เจ้าค่ะ” ไป๋เฟิ่งคิดตามที่พี่ชายตนก่อนจะตอบ ไปกับพี่ใหญ่ก็ดีกว่ามีผู้ติดตามละนะ


“ถ้าตกลงกันได้แล้วก็รีบไปกันเถอะประเดี๋ยวจะเข้าวังสาย” อ้ายเหม่ยหลินเอ่ยเตือน

 



ท้องพระโรง  


   เสียงพูดคุยดังทั่วท้องพระโรงจากขุนนางหลายๆกลุ่มที่ยืนพูดคุยกันขณะรอฝ่าบาทเสด็จมา  เยี่ยไป๋เจี้ยนเดินเข้ามาแล้วตรงไปยังกลุ่มขุนนางที่คุ้นเคยกันดีจากการทำงานและสนิทสนมส่วนตัว


            “พวกท่านช่างมาไวเสียจริง” เยี่ยไป๋เจี้ยนเอ่ยเย้าทั้งสามคนที่ยืนคุยกันอยู่ก่อนแล้ว ก่อนโค้งตัวคาราวะทั้งสามคนที่เป็นผู้อาวุโสกว่า


“พวกข้ามาไวกันเสียที่ไหน  เจ้าต่างหากที่มาสาย”  หม่าซูเหวิน เสนาบดีกรมพิธีการเอ่ยตอบคนที่แซวพวกเขา


“ยินดีกับท่านด้วย  บุตรชายที่เป็นรองแม่ทัพ ชนะศึกครั้งนี้คงได้ความดีความชอบไม่น้อย” ตงหลิ่งเฉิน เสนาบดีรมโยธากล่าวยินดีโดยมี  หยูเลี่ยงจิ้ง เสนาบดีกรมกลาโหมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย


ไป๋เจี้ยนยิ้มอย่างภาคภูมิใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น พร้อมหันไปมองยังบุตรชายที่ยืนอยู่กับท่านแม่ทัพใหญ่หรือ ชินอ๋อง ท่ามกลางแม่ทัพทั้งสี่ทิศ  ที่มีสายตาจากขุนนางหลายคนจ้องมองไปยังบุตรชายตนและท่านแม่ทัพใหญ่


“ฝ่าบาทเสด็จจจจจจ”เสียงขันทีป่าวประกาศดังขึ้นทำให้ขุนนางทุกคนเลิกคุยกันแล้วหันมาเตรียมตัวรับเสด็จ


“ถวายบังคับฝ่าบาทขอทรงพระเจริญ หมื่นปี หมื่น หมื่นปี!!!!!!!”


เสียงกล่าวถวายพระพรดังขึ้นทั่วทั้งท้องพระโรงเมื่อบุรุษผู้เป็นหนึ่งในใต้หล้าประทับลงบัลลังก์มังกร


“ลุกขึ้น”


“ขอบพระทัยพะยะค่ะ”


“เอาล่ะมีเรื่องอะไรรายงานมา”  จ้าวหมิงหลงเอ่ยขึ้นทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา


“ฝ่าบาทมีชาวบ้านร้องเรียนกับทางการเกี่ยวกับปัญหาการปลูกพืชพรรณทางเมืองกู่ฮั่นพะยะค่ะ”ขุนนางขั้นหนึ่งรายงานปัญหาที่ยังหาทางแก้ไขปัญหาไม่ได้


“ส่งคนไปดูสถานการณ์สอบถามถึงปัญหาทั้งหมดแล้วนำกลับมาเขียนรายงานให้ข้า”


“พะยะค่ะ”


“ขันทีซ่งนำราชโองการออกมา”จ้าวหมิงหลงบอกขันทีซ่งเมื่อผ่านไปซักพักขุนนางต่างรายงานเสร็จและเห็นว่าการรายงานการประชุมหัวข้อต่างๆหมดลงและไม่มีขุนนางคนไหนเอ่ยเรื่องอื่นๆแล้ว


“พะยะค่ะฝ่าบาท”


“ฝ่าบาทมีราชโองการจัดงานเฉลิมฉลองเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจแด่ทหารทุกคนที่ได้ร่วมศึกสงครามระหว่างแคว้นจ้าวและเผ่านอกด่าน  ขอให้ทุกคนเข้าร่วมฉลองชัยชนะในอีกสามวันข้างหน้าจบราชโองการ”


“เป็นพระมหากรุณาธิคุณพะยะค่ะ!!!”


“หากไม่มีอะไรแล้วเลิกประชุมได้”จ้าวหมิงหลงกล่าวพร้อมลงจากบัลลังก์แล้วออกจากท้องพระโรงไป


“พวกกระหม่อมน้อมส่งเสด็จฝ่าบาท!”

 

 คล้อยหลังฮ่องเต้เสด็จออกไปจากท้องพระโรงแล้วเยี่ยไป๋เจี้ยนก็เอ่ยขอตัวกับขุนนางที่อยู่ใกล้แล้วเดินเข้าไปหาบุตรชายที่กำลังจะออกไปพร้อมท่านแม่ทัพใหญ่


“ถวายพระพรท่านชินอ๋องพะยะค่ะ”เยี่ยไป๋เจี้ยนถวายความเคารพจ้าวเฟยหลง


“ไม่ต้องมากพิธีท่านเสนาบดี”จ้าวเฟยหลงเอ่ยพลางมองดูเสนาบดีที่ปรึกษาของผู้เป็นพี่ชายตน

 

          “ขอบพระทัยพะยะค่ะ” ไป๋เจี้ยนกล่าวแล้วมองท่านแม่ทัพใหญ่เล็กน้อยพลางคิดว่าบุรุษผู้นี้คือบุตรรักของสวรรค์อย่างแท้จริง  ใบหน้าที่งดงามผสมกับความคมเข้มอย่างลงตัว รูปร่างสูงใหญ่ร่างกายกำยำอย่างคนเป็นทหารดูองอาจ วรยุทธสูงส่ง ฐานะหรือก็เป็นถึงเชื้อพระวงศ์ที่สำคัญของราชวงศ์ที่ฮ่องเต้และหวงไท่โฮ่วโปรดปราน ไม่แปลกที่จะทำให้คุณหนูชั้นสูงทั้งหลายหมายปองตำแหน่งชินหวางเฟยที่ยังคงเว้นว่างอยู่

 

         “หากไม่เป็นการรบกวนชินอ๋องมากเกินไปขอกระหม่อมพูดคุยกับบุตรชายสักครู่”


“ตามสบาย”


“มีอะไรหรือขอรับท่านพ่อ” ไป๋เทียนเอ่ยถามบิดาเมื่อท่านแม่ทัพอนุญาต


“หากเจ้าจะพาเฟิ่งเอ๋อร์ออกไปด้านนอกเจ้าต้องระวังด้วยอย่าให้เฟิ่งเอ๋อร์คลาดสายตาเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่” ไป๋เจี้ยนกำชับบุตรชาย


“ได้ขอรับข้าจะดูแลน้องเป็นอย่างดี”  ไป๋เทียนมองตาบิดารับรู้ถึงเหตุการณ์ที่ไม่ปกติก่อนจะรับปาก


ไป๋เจี้ยนพยักหน้าให้กับบุตรชายอย่างสบายใจ บุตรชายตนมีวรยุทธขั้นห้ากลางหากมีอะไรเกิดขึ้นทั้งสองคงเอาตัวรอดได้ถ้าตนมีข้อมูลที่ชัดเจนมากกว่านี้เขาจะเล่าให้บุตรชายฟังแน่นอนจะได้ช่วยกันหาทางป้องกัน


จ้าวเฟยหลงยืนทำเป็นไม่สนใจอะไรหากแต่ได้ยินชื่อของอีกคนที่เขาสนใจทำให้แอบเสียมารยาทฟังการสนทนาในครั้งนี้ การเฝ้าระวังความปลอดภัยนี้คาดว่าคงเกี่ยวกับข่าวที่ตนได้มา


            ในขณะที่กำลังพูดคุยกันเสร็จขันทีซ่งก็รีบเดินมาทางพวกเขาทั้งสามคนอย่างรวดเร็ว


            “แฮ่ก แฮ่ก….. ข้านึกว่าจะไม่ทันพวกท่านแล้วเสียอีก”


            “มีอะไรซ่งกงกง”จ้าวเฟยหลงมองไปยังขันทีซ่งที่ยืนหอบอย่างราบเรียบ

 

            “ฝ่าบาทมีรับสั่งให้พระองค์ ท่านรองแม่ทัพและท่านเสนาบดีเข้าเฝ้าที่ห้องทรงพระอักษร พะยะค่ะ”

 

   ทั้งสามมองหน้ากันไปมาคล้ายเชิงถามว่าเรื่องอะไรหากก็มีเพียงการส่ายหน้ากลับมาเท่านั้นก่อนที่จะเดินไปยังห้องทรงพะอักษร

 

 

จ้าวหมิงหลงที่ออกจากท้องพระโรงแล้วกลับมาที่ห้องทรงพระอักษรนั่งมองสารที่พึ่งส่งมาเมื่อครู่ คาดว่าสถานการณ์ตอนนี้น่าเป็นห่วง  เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ส่งผลต่อทั้งสองแคว้นเลยทีเดียวไม่อาจมองผ่านได้


          ฝ่าบาททั้งสาม มาแล้วพะยะค่ะ 


          ให้เข้ามา


          ถวายบังคมพะยะค่ะ ฝ่าบาท


          ลุกขึ้น


          ที่ข้าเรียกมาเพราะมีสารจากแคว้นอ้ายส่งตรงมาถึงข้าเมื่อครู่ จ้าวหมิงหลงกวาดตามองทุกคน ด้วยสีหน้าไม่ดีนัก


          เยี่ยไป๋เจี้ยนมีสีหน้าเคร่งเครียดมากขึ้น เห็นทีว่าข่าวที่ได้มาจะเป็นความจริง


          เจ้ารู้หรือไม่เฟยหลงจ้าวหมิงหลงถามน้องชายตนที่ยังไม่ได้เอ่ยอะไร  สายข่าวของจ้าวเฟยหลงว่องไวกว่าเหล่าเงาของพระองค์เสียด้วยซ้ำ


          พอจะทราบเล็กน้อยพะยะค่ะจ้าวเฟยหลงตอบเรื่องนี้เขาได้ข่าวมาสักพักแล้วตั้งแต่เมื่อยามอยู่ชายแดน


          แต่ข่าวที่ทางแคว้นอ้ายส่งมานั้นสถานการณ์ตอนนี้เลวร้ายยิ่งนัก


          ตอนนี้สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้างพะยะค่ะไป๋เจี้ยนถามด้วยความร้อนใจเพราะหากเป็นอย่างสายข่าวที่เขาได้รับมาก่อนหน้านับว่าครอบครัวเขาไม่ปลอดภัยอย่างมาก


          องค์รัชทายาทของแคว้นอ้ายหายตัวไประหว่างออกล่าสัตว์อสูรตอนนี้ยังหาตัวไม่พบหลังจากจ้าวหมิงหลงกล่าวจบในห้องเกิดการเงียบขึ้นบรรยากาศเคร่งเครียดขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าโดยเฉพาะที่แผ่ออกมาจากท่านเสนาบดีคนเก่งของแคว้น  


          หากว่ารัชทายาทแคว้นอ้ายสิ้นพระชนม์เจ้ารู้ใช่หรือไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นท่านเสนาบดีเยี่ย” จ้าวหมิงหลงสบตากับบุรุษที่เป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์


          ทางด้านไป๋เทียนก็มองหน้าบิดาอย่างรับรู้ เขาทราบถึงสถานะของตนที่มีอยู่หากแต่ไม่ได้ใส่ใจมันมากนักเพราะเขาอยู่แคว้นจ้าวมิได้คิดยุ่งเกี่ยวกับทางแคว้นอ้าย


          พะยะค่ะเยี่ยไป๋เจี้ยนเอ่ยด้วยเสียงเครียด หากองค์รัชทายาทอ้ายหยางหลงสิ้นพระชนม์กลุ่มขุนนางก็จะกดดันฮ่องเต้อ้ายซานเหอให้แต่งตั้งจวิ้นอ๋องอ้ายหลิ่งอี้บุตรของฮ่องเต้และหวังกุ้ยเฟยเป็นรัชทายาท  หากแต่บุตรชายของเขาและอ้ายเหม่ยหลินก็นับเป็นองค์ชายองค์หนึ่งตามธรรมเนียมแคว้นอ้ายที่แม้อ้ายเหม่ยหลินจะแต่งออกมาแล้วก็ตาม  ในขณะที่อ้ายหลิ่งอี้เป็นเพียงบุตรบุญธรรมที่ไม่ได้มีสายเลือดของราชวงศ์อ้าย  เนื่องจากมารดาผู้ให้กำเนิดอ้ายหลิ่งอี้เป็นเพียงสนมขั้นไฉเหรินที่แอบลักลอบมีความสัมพันธ์กับทหารองครักษ์แล้วเกิดตั้งครรภ์ แต่ฮ่องเต้อ้ายซานเหอไม่ทรงทราบว่าไม่ใช่บุตรตนพอดีกับหวังกุ้ยเฟยโดนวางยาพิษทำให้ร่างกายอ่อนแอหมอหลวงที่ยื้อชีวิตได้ให้การว่านางไม่อาจตั้งครรภ์ได้ไปตลอดชีวิต

          ฮ่องเต้อ้ายซานเหอที่เห็นนางผู้เป็นที่รักร่ำไห้กับพระองค์เรื่องที่ไม่สามารถให้กำเนิดพระโอรสหรือพระธิดาได้จึงได้ทำการเอาบุตรที่เกิดจากสนมขั้นไฉเหรินผู้นั้นมอบให้เป็นโอรสบุญธรรมของหวังกุ้ยเฟย แต่หลังจากนั้นไม่นานก็ทรงทราบเรื่องแต่ไม่อาจบอกกล่าวนางผู้เป็นที่รักได้เนื่องจากกลัวนางใจสลายเพราะ ณ ตอนนั้นบุตรที่เขามอบให้คือทางเดียวที่เยียวยาจิตใจนาง  ทำให้พระองค์แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพียงมีคนสนิทที่ทราบเรื่องหากจะมีการแต่งตั้งขึ้นจริงคงมีคัดค้านจากผู้ทราบความจริงเป็นแน่ เพื่อการนี้ทางนั้นจึงต้องกำจัดบุตรชายเขาและองค์รัชทายาทอ้ายหยางหลงที่เป็นโอรสของฮองเฮาทั้งคู่เพื่อให้หมดเสี้ยนหนาม


          จ้าวเฟยหลงที่ฟังเรื่องราวก็พอจะเดาสถานการณ์ ณ ตอนนี้ออกว่าเหตุใดท่านเสนาบดีเยี่ยถึงต้องป้องกันแน่นหนาถึงเพียงนั้น


          ทางแคว้นอ้ายขอความช่วยเหลืออย่างลับๆให้ทางเราช่วยตามหาองค์รัชทายาท จ้าวหมิงหลงคิดหนัก เนื่องจากเป็นการส่งข่าวอย่างลับๆ การช่วยเหลือจึงเป็นไปอย่างลำบากต้องลักลอบเข้าแคว้นอ้ายโดยที่ไม่ให้ฝ่ายศัตรูของทางโน้นรู้


          เราจะส่งคนเข้าไปตามหารัชทายาทแคว้นอ้ายที่ป่าอู๋เฮย  


          ป่าอู๋เฮยหรือ จ้าวเฟยหลงขมวดคิ้วถึงป่าอู๋เฮยที่อยู่ระหว่างแคว้นจ้าวและแคว้นอ้าย


          ใช่ ทำไมหรือ


          เห็นทีว่าจะเป็นเรื่องยากตอนนี้ป่าอู๋เฮยมีพยัคฆ์ทมิฬออกอาละวาด  เมื่อจ้าวเฟยหลงกล่าวจบทุกคนต่างมีสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก พยัคฆ์ทมิฬนั้นถือว่าเป็นสัตว์ที่อันตรายกว่าพยัคฆ์ปกติทั่วไปหลายเท่า


          ข้าจะส่งคนของข้าเข้าไปที่ป่านั่นเอง คนที่มีวรยุทธต่ำกว่าขั้นหกไม่อาจต่อกรกับพยัคฆ์ทมิฬได้


          จ้าวหมิงหลงพยักหน้าให้น้องชายตนอย่างไม่คัดค้านและเชื่อมั่นในกองกำลังลับที่มีคนที่วรยุทธสูงส่งมากมายของจ้าวเฟยหลง


ท่านเสนาบดีเยี่ยและรองแม่ทัพต้องระวังกันให้มากหน่อยคาดว่าพวกเขาคงต้องส่งมือสังหารมาที่แคว้นจ้าวเป็นแน่


พะยะค่ะไป๋เจี้ยนและไป๋เทียนขานรับ

 

 



อีกด้านหนึ่งของแคว้นอ้าย

 

นักฆ่ากลุ่มหนึ่งกำลังไล่ล่าบุรุษผู้หนึ่งและเหล่าผู้ติดตามอย่างไม่ลดละ  ร่างกายบุรุษผู้อยู่ใจกลางกลุ่มเหล่าผู้ติดตามเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์จากรอยของดาบมากมายที่เกิดจากการต่อสู้  ทั้งหมดถูกไล่ต้อนมายังที่หน้าผาสูงชันของป่าอู๋เฮยเหล่านักฆ่าที่เห็นฝ่ายที่ตนถูกว่าจ้างมาไล่ล่าจนมุมก็ยิ้มอย่างพอใจ


ท่านหนีไม่รอดหรอกองค์รัชทายาทยอมให้พวกข้าสังหารเสียดีๆเถอะ  หัวหน้านักฆ่าเอ่ยอย่างเยาะเย้ย  พวกมันถูกว่าจ้างมาด้วยเงินหลายหมื่นตำลึงทองแต่นั่นก็เป็นเพียงเงินครึ่งหนึ่งของการว่าจ้างหากทำงานสำเร็จและมีหลักฐานนำไปมอบให้แก่ผู้ว่าจ้างพวกมันจะได้รับเพิ่มอีกหมื่นตำลึงเลยทีเดียว


อ้ายหยางหลงที่ถูกไล่ล่าอยู่หลายวันมองหน้าเหล่านักฆ่าอย่างเหนื่อยอ่อน  ความประมาทำให้นำองครักษ์ติดตามมาเพียงน้อยนิดจึงพลาดท่าเสียทีให้เหล่านักฆ่าที่ถูกส่งมา ร่างกายเขามีบาดแผลที่เกิดจากการต่อสู้เขากัดฟันระงับความเจ็บปวดร่างกายคงใกล้ถึงขีดจำกัดแล้ว 


เอาอย่างไรดีพะยะค่ะ  หานซื่อเอ่ยถามองค์รัชทายาทสถานการณ์เบื้องหน้านับว่าหมดหมดทางแล้ว


อ้ายหยางหลงมองไปยังด้านหลังที่เป็นหน้าผาสูงชันที่ด้านล่างมีน้ำตกไหลเชี่ยวกราด หากปล่อยไว้แบบนี้คงต้องถูกสังหารเป็นแน่ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจส่งสายตาให้เหล่าองครักษ์ทันที

 

ท่านคงหนีไม่ได้แล้ว  สังหารองค์รัชทายาทซะ!!”  เสียงหัวหน้านักฆ่าดังขึ้นพร้อมกับดาบที่พุ่งตรงเข้ามาที่อ้ายหยางหลง 


          ย๊ากกกก!!!!

 

กระโดด!!!!!!!!!” อ้ายหยางหลงสั่งให้เหล่าองครักษ์กระโดดลงจากหน้าผ้าอย่างรวดเร็วทำให้ดาบของนักฆ่าที่หมายจะฟาดฟันที่ตัวเขาเฉียดโดนสีข้างเอวไปอย่างหวุดหวิด

 

         ตู้มมมมม!!!!!   ซ่า!!!!!!!

 

เหล่านักฆ่าต่างพากันวิ่งมาดูที่ตรงริมหน้าผา  มองลงไปด้านล่างไม่พบบุรุษที่พวกเขาถูกว่าจ้างมาสังหาร เห็นเพียงกระแสน้ำที่เชี่ยวกราดไหลรุนแรง


เอาอย่างไรดีท่านหัวหน้าสมาชิกที่เหลือต่างมองไปยังหัวหน้าของพวกมันเพื่อขอให้ตัดสินใจ  มันมองไปยังเศษผ้าและหยกประจำขององค์รัชทายาทแล้วที่ตกอยู่แล้วเก็บขึ้นมากำไว้แน่น

 

กลับไปรายงานว่างานสำเร็จแล้ว หัวหน้านักฆ่ามองหน้าแล้วสมาชิกที่เหลือแล้วพากันกลับ  มันถือว่างานสำเร็จลุล่วงแล้ว  บาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นตกลงไปในน้ำเชี่ยวกราดอย่างไรเสียก็คงมิรอด  หากรอดก็คงไม่แคล้วโดนสัตว์อสูรที่อาศัยอยู่ในป่าชั้นในสุดอย่างพยัคฆ์ทมิฬฆ่าตาย

 

          ตรอกซอกซอยที่หนึ่งในเมืองหลวงมีกลุ่มคนสองกลุ่ม ที่ยืนประจันหน้ากันอยู่ โดยไม่รู้ว่ามีสายตาของคนอีกกลุ่มหนึ่งเฝ้ามองอยู่เช่นกัน


ข้ามาขอรับค่าว่าจ้างที่เหลือชายที่เป็นหัวหน้ากลุ่มนักฆ่าเอ่ยขึ้น


หลักฐานล่ะเมื่ออีกฝ่ายพูดจบหัวหน้านักฆ่าก็ยื่นป้ายหยกประจำตัวรัชทายาทให้แก่คนตรงหน้า ฝ่ายที่ได้รับหยกประจำตัวรัชทายาทมายิ้มอย่างยินดีเท่านี้ก็เหลือเสี้ยนหนามอีกแค่คนเดียว 


พวกเจ้ากลับกันไปก่อนแล้วข้าจะส่งคนนำค่าจ้างที่เหลือไปให้เหล่านักฆ่าพยักหน้าก่อนจะแยกย้ายกันไป

 

          ในตำหนักแห่งหนึ่งที่ตกแต่งอย่างวิจิตรงดงามของใช้ประดับรอบตำหนักเต็มไปด้วยของหายากมีค่าควรเมืองมากมาย  กลางตำหนักมีสตรีสูงศักดิ์นางหนึ่งกำลังนั่งจิบชาอ่านตำราอย่างสบายอารมณ์  ใบหน้างดงามยิ้มแย้มอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่ได้ข่าวว่าองค์รัชทายาทหายตัวไปขณะออกล่าสัตว์อสูรที่ป่าอู๋เฮยเมื่อหลายวันก่อน


          เหนียงเหนี่ยงจวิ้นอ๋องขอเข้าเฝ้าเพคะนางกำนัลหน้าห้องเอ่ยขึ้นจากนั้นบุรุษรูปงามผู้หนึ่งจึงถือวิสาสะเดินเข้าไปภายในห้องอย่างไม่ทันที่เจ้าของตำหนักจะเอ่ยอนุญาต


          ถวายพระพรเสด็จแม่พะยะค่ะ


          หวังฮุ่ยเจินมองบุตรบุญธรรมอย่างรักใคร่มิได้ถือสาที่เขาถือวิสาสะเข้ามา ครานั้นนางต้องพิษหนักร่างกายอ่อนแอไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ สตรีที่ดีควรมีทายาทเพื่อชายอันเป็นที่รักหากแต่นางไม่สามารถให้บุตรแก่ผู้เป็นสวามีได้ในขณะที่ฮองเฮามีโอรสถวายให้แก่ฝ่าบาท จิตใจนางแหลกสลายร่ำไห้จนน้ำตาเป็นสายเลือดจนกระทั้งนางได้โอรสบุญธรรมผู้นี้มาเยียวยาจิตใจถึงเขาจะเป็นโอรสที่ไม่ได้เกิดจากนางแต่นางก็รักเขายิ่งกว่าชีวิต ตั้งแต่นางรับเขามาดูแล นางจึงสั่งห้ามให้ใครเอ่ยถึงชาติกำเนินของเขาให้เขาเติบโตขึ้นมารับรู้ว่าเขาเป็นบุตรที่กำเนิดจากกุ้ยเฟยผู้สูงศักดิ์เช่นนาง

 

          มาแล้วหรือหลิ่งอี้ลมอะไรหอบเจ้ามาหาแม่กันนะหวังฮุ่ยเจินเอ่ยถามโอรสตนอย่างอารมณ์ดี


          คนของลูกที่ส่งไปสังหารรัชทายาทกลับมาแล้วพะยะค่ะอ้ายหลิ่งอี้ยิ้มตอบมารดาแล้วยื่นสิ่งที่เหล่านักฆ่ามอบมาให้คนของเขาเพื่อยืนยันการทำงานที่ลุล่วงไปได้ด้วยดีให้มารดาดู


          รีบส่งคนไปยังแคว้นจ้าวแล้วจัดการเยี่ยไป๋เทียนเสียตราบใดที่ยังไม่กำจัดมันเราก็ไม่อาจทำอะไรโดยพลการได้นางรู้ดีถึงธรรมเนียมของแคว้นอ้ายที่บุตรชายที่เกิดจากเชื้อพระวงศ์ไม่ว่าจะเป็นสตรีที่แต่งออกไปแล้วก็มีสถานะเป็นองค์ชายของแคว้นนี้ดังนั้นจะต้องกำจัดเสี้ยนหนามทั้งหมดเพื่อไม่ให้ใครหน้าไหนมีสิทธิ์ในบัลลังก์ที่เป็นของบุตรชายนาง


          หวังฮุ่ยเจินมองหยกประจำรัชทายาทในมือโอรสตนก็ยิ้มอย่างยินดีเท่านี้แผนการก็สำเร็จลุล่วงไปแล้วหนึ่ง


          ลูกจะรีบจัดการ ขอเสด็จแม่อย่าทรงเป็นกังวลพะยะค่ะ

 

         

 

 

               

  **ฤดูตงเทียน = ฤดูหนาว

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 635 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,568 ความคิดเห็น

  1. #2502 Rutti003 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2563 / 13:22
    อ้าวๆกุ้ยเฟยช่างร้ายกาจ
    #2,502
    0
  2. #2192 MeaniE_18 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2563 / 23:48
    คือกุ้ยเฟยก็ไม่ใช่คนดีไง แสดงว่าฮ่องเต้แคว้นอ้ายก็ไม่ได้ฉลาดซักเท่าไหร่ถึงได้รักคนแบบนี้
    #2,192
    0
  3. #2139 Moo.chompoo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2563 / 01:30
    แทนที่ฮ่องเต้แคว้นอ้ายจะบอกความจริงกับกุ้ยเฟย.. ปัญหาก็ไม่น่าจะมี.. นี่เอาลูกคนอื่นมาไล่ฆ่าลูกตัวเองซะงั้น
    #2,139
    0
  4. #2138 karamel_kard (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 13:23
    เขียนดีมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจมห้สร้างผลงานดีเลื่อยๆนะคะ
    #2,138
    0
  5. #2137 Nantanat_neung (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 08:59
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #2,137
    0
  6. #2136 music25577 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 08:34
    สนุกและฟินมากคาะรอค่าาาาาา
    #2,136
    0
  7. #2135 pa kae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 05:58

    รอต่อไปคร่า

    #2,135
    0
  8. #28 Saminmime (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 09:11

    รอนะคะ
    #28
    0
  9. #27 74757475 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 09:05
    มาต่อไวๆๆๆเลยค้างๆๆๆ
    #27
    1
    • #27-1 MeowMeow_41(จากตอนที่ 6)
      24 พฤษภาคม 2562 / 14:08
      มาต่อแล้วน้าา
      #27-1
  10. #25 UL001 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 07:26
    สนุกมากๆค่ะ รออ่านอยู่นะคะ สู้ๆค่ะ
    #25
    0
  11. #24 piamya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 02:47

    สนุกมากค่ะ

    #24
    0
  12. #23 maggie999 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 22:56
    สนุกมากๆคะ รอลุ้นสุดๆ
    #23
    0
  13. #22 santanmoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:29

    สนุกมากจ้าhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/bb-01.png

    #22
    0
  14. #21 hongse2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2562 / 21:22

    สนุกมากมาต่อทุกวันนะค่ะแต่งลงจนจบนะค่ะอย่าทิ้งกันนะค่ะ
    #21
    2
    • #21-1 MeowMeow_41(จากตอนที่ 6)
      22 พฤษภาคม 2562 / 21:42
      ขอบคุณค่ะ สัญญาว่าจะแต่งจนจบนะคะ อาจจะช้าหน่อยแต่รับรองว่าจบแน่ๆค่ะ
      #21-1