ท่านเรียกใครว่าหวางเฟย(รีไรท์)

ตอนที่ 30 : ตอนที่ 30 หุ่นเชิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,317
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 554 ครั้ง
    27 พ.ค. 63


ตอนที่ 30

หุ่นเชิด

 

หลังจากที่ได้มาอยู่ที่สำนักเพ่ยฉีได้ซักพักไป๋เฟิ่งก็ปรับตัวคุ้นชินเข้ากับสถานที่กฎเกณฑ์และผู้คนบางส่วนได้บ้างแล้ว เพราะนอกจากพวกนางที่เป็นศิษย์ใหม่ก็ยังมีศิษย์พี่จำนวนหนึ่งอยู่ที่นี่ด้วย เนื่องจากทางสำนักมิได้ออกกฎห้ามไม่ให้คนที่ฝึกเสร็จแล้วอยู่ต่อจึงยังคงมีศิษย์รุ่นเดิมที่มีพรสวรรค์อยู่ช่วยงานผู้อาวุโสหรือได้รับการถ่ายทอดเคล็ดลับวิชาเป็นการส่วนตัวบ้างประปราย


หนึ่งเดือนก่อนหลังจากที่พวกนางฝึกวิชาขั้นพื้นฐานครบแล้วทางอาจารย์ของสำนักจึงได้ให้ทุกคนเลือกหนทางในการฝึกของตน โดยส่วนมากจะเลือกหนทางของการเป็นผู้ปรุงโอสถและหนทางของการเป็นผู้รักษาหรือผู้ใช้อาคมอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเลือกที่จะฝึกสองอย่างควบคู่กันไป มีเพียงสามในสิบส่วนที่เลือกหนทางการเป็นผู้ฝึกยุทธเพียงอย่างเดียวซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีไป๋เฟิ่งกับอู๋ซูเซียน ส่วนเสวี่ยเผยซินและลั่วหยางลู่นั้นเลือกที่จะฝึกการเป็นผู้รักษาและผู้ปรุงโอสถ


การอยู่ที่นี่นอกจากการถูกมองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรจากคนบางกลุ่มแล้วก็ไม่ได้ถือว่าแย่อะไรมากมาย นางถือว่าคนพวกนั้นมิได้มารู้เรื่องราวจริงๆของนางไม่จำเป็นที่นางต้องไปใส่ใจมันมากต่างจากสหายนางที่แทบจะปรี่เข้าไปหาคนที่มองนางและซุบซิบแบบตั้งใจให้นางได้ยินทุกครั้งที่พบเจอกัน


เรื่องการฝึกกับท่านอาจารย์ของนางตอนนี้ก็ถือว่าเป็นไปด้วยดีไม่มีปัญหาอันใดติดขัด ตอนนี้นางสามารถดูซับพลังได้ในทุกๆธาตุแล้ว อาจารย์ของนางที่รู้ว่านางสามารถดูดซับพลังในทุกธาตุได้ภายในสองสัปดาห์นิ่งงันไปหลายวันด้วยเหตุใดก็ไม่ทราบ แต่หลังจากนั้นก็สั่งให้นางฝึกการดูดซับอย่างหนัก โยนตำราสารพัดที่ตนมีให้กับนางแล้วก็หายตัวไปจนตอนนี้ก็ยังไม่กลับมานางจึงได้เพียงฝึกวรยุทธของทางสำนักและฝึกจากตำราที่ได้มาด้วยตนเองไปพลางๆ


“ไป๋เฟิ่ง ข้ามาแล้ว” เสียงเรียกของอู๋ซูเซียนดังขึ้นพร้อมกับร่างบอบบางที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งไม่ได้นึกถึงมารยาทของสตรีที่ต้องทำตัวสงบเสงี่ยมเรียบร้อย เห็นแบบนี้แล้วอดนึกถึงอู๋ฮูหยินไม่ได้หากได้มาเห็นบุตรสาวที่เป็นเช่นนี้ไม่แคล้วสหายนางคงโดนคัดกฎมารยาทและธรรมเนียมสตรีหลายจบ


นางและซูเซียนเป็นสตรีสองในห้าคนของผู้ที่ฝึกวรยุทธ อีกสามคนที่เหลือคือองค์หญิงแห่งแคว้นเย่วเย่วหลี่เซียนและสหายอีกสองคน


“รีบไปเถิดสายแล้ว” ไป๋เฟิ่งเอ่ยบอกสหายตนที่ตอนนี้ทั้งสองล่วงเลยเวลานัดของท่านอาจารย์เฟินมาเกือบครึ่งก้านธูปแล้ว


“ข้าขอโทษ ข้ามัวแต่ตอบจดหมายบิดาจึงทำให้ล่าช้า” อู๋ซูเซียนกล่าวพร้อมทำหน้ารู้สึกผิดน้อยๆนางมัวแต่ตอบจดหมายบิดาจนลืมเวลาที่ท่านอาจารย์นัดในวันนี้


เมื่อมาถึงลานกว้างที่ใช้เป็นที่ฝึกวรยุทธสายตาของทุกคนรวมทั้งอาจารย์ทั้งสองก็มองมายังพวกนางทันที


“ศิษย์ขออภัยที่มาช้าเจ้าค่ะ”


“ศิษย์ขออภัยที่มาสายเจ้าค่ะ”


          ทั้งสองกล่าวพร้อมโค้งตัวประสานมือขออภัยผู้เป็นอาจารย์ทั้งสอง


“ไม่เป็นไร ข้าพึ่งกล่าวไปยังไม่มาก” เฟินต๋าเฉิงมาสตรีทั้งสองและกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ ต่างจากคนที่พวกนางมีเรื่องราวด้วยครั้งที่แล้วที่มองพวกนางด้วยสายตาไม่ชอบใจเช่นทุกครั้งที่เจอ


“เอาล่ะมาฟังกันต่อ”


“อย่างที่ข้าได้กล่าวไปตอนต้น พวกเจ้าต่างเรียนรู้หลักการดูดซับพลังปราณเพื่อกักเก็บเอาไว้ใช้ในการต่อสู้และเรียนรู้ท่วงท่าการต่อสู้ขั้นพื้นฐานแล้ว วันนี้ข้าจะให้พวกเจ้าแสดงผลลัพธ์ที่ได้ฝึกมาให้ข้าดู”


ทันทีที่เฟินต๋าเฉิงอธิบายจบก็มีเสียงพูดคุยของเหล่าศิษย์ก็ดังขึ้นมีทั้งกลุ่มอยากรู้ว่าท่านอาจารย์เฟินจะให้พวกตนทำอะไรและกลุ่มคนที่ยังไม่พร้อมที่จะได้รับการทดสอบเนื่องจากคิดว่าตนเองยังฝึกได้ไม่ดีพอ


“ท่านอาจารย์จะให้พวกเราต่อสู้กันเองหรือขอรับ” เสียงศิษย์คนหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางเสียงพูดคุยทำให้ทั้งหมดเงียบเพื่อรอฟังคำตอบ


“ไม่ใช่ พวกเจ้าจะได้ทดสอบร่วมกับสิ่งนี้”


เฟินต๋าเฉิงสะบัดมือหนึ่งครั้งจึงปรากฏสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายมนุษย์ตลอดตัวมีสีดำสนิท มันอยู่นิ่งเหมือนไม่มีชีวิตและไม่มีแม้แต่เสียงชีพจร ทุกคนมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างสนใจเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน


“หุ่นเชิด?” เสียงพึมพำเบาๆคล้ายไม่แน่ใจของไป๋เฟิ่งเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ


“ไม่นึกว่าจะมีผู้รู้จักมันด้วย” เฟินต๋าเฉิงลากสายตามามองศิษย์ที่ดูลึกลับของตนอย่างประเมินนางผ่านทางสายตา


“ใช่ สิ่งนี้คือหุ่นเชิดตัวของมันสร้างจากอาคมและสิ่งของหลายอย่างเข้าด้วยกัน ประโยชน์ของมันมากมายทว่าสร้างมิได้ง่ายหุ่นเชิดแต่ละตนแตกต่างกันไปตามแต่ผู้ที่สร้างเป็นสิ่งที่ไร้ความรู้สึก ไร้ชีวิต รับคำสั่งเพียงผู้ที่สร้างมันเท่านั้นและไม่ใช่ว่าใครจะสร้างก็สร้างได้แต่ต้องเป็นผู้ฝึกอาคมชั้นสูงเท่านั้น”


          เฟินต๋าเฉิงสามารถโอ้อวดได้ว่าคนที่สร้างหุ่นเชิดได้ในยุทธภพตอนนี้มีเพียงสามคนเท่านั้นซึ่งก็คือตนและคนอีกผู้หนึ่งคืออดีตแม่ทัพใหญ่แห่งแคว้นจ้าว ส่วนอีกคนที่สามารถสร้างได้และเป็นหุ่นเชิดที่แข็งแกร่งที่สุดก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นผู้ที่อยู่บนจุดสูงสูงของยุทธภพท่านจ้าวยุทธภพอี้มู่ซุนนั่นเอง


“วันนี้พวกเจ้าต้องร่วมมือกันต่อสู้เพื่อเอาชนะหุ่นเชิดตัวนี้ให้ได้ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”


“ศิษย์ขอถามท่านอาจารย์” เป็นองค์ชายรองแห่งแคว้นเย่วเอ่ยขึ้น


“เชิญถามมา”


“หุ่นเชิดตัวนี้ไม่ทราบว่าความแข็งแกร่งอยู่ในระดับใดหรือ”เย่วหลี่เหวินเอ่ยถามเพื่อความมั่นใจ หากหุ่นเชิดตัวนี้แข็งแกร่งมากต่อให้พวกตนทั้งหมดร่วมมือกันต่อสู้ก็ใช่ว่าจะชนะ


“ไม่ต้องกังวลหุ่นเชิดตัวนี้ข้าสร้างให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับพวกเจ้า หากพวกเจ้าร่วมมือกันก็สามารถเอาชนะมันได้แน่นอน” เฟินต๋าเฉิงยิ้มเจ้าเล่ห์ให้บุรุษที่ถามตน


“ศิษย์เข้าใจแล้ว”ทุกคนที่เห็นรอยยิ้มของผู้เป็นอาจารย์ก็รู้สึกร้อนๆหนาวๆไปตามกัน


“เอาล่ะเริ่ม!” ยังไม่ทันให้พวกตนเตรียมใจหรือตั้งตัว ทันทีที่อาจารย์เฟินเอ่ยหุ่นเชิดที่อยู่นิ่งๆก็เริ่มขยับตัวแล้วพุ่งเข้าคนที่อยู่ใกล้ที่สุดทันที ทำให้เหล่าคนเริ่มแตกฮือออกเป็นวงกว้างเพื่อหลีกหนีหุ่นเชิดตัวนั้น


“ตั้งสติ! เริ่มรับมือเดี๋ยวนี้มันจะหยุดก็ต่อเมื่อพวกเจ้าทุกคนล้มลงหมด!” เฟินต๋าเฉิงตะโกนสั่งให้ทุกคนรับมือกับหุ่นเชิด


วันนี้ตนเพียงอยากฝึกให้ศิษย์ได้ลองต่อสู้จริงแต่หากให้จับคู่ฝึกกันเองอาจทำให้เกิดการบาดเจ็บหนักเนื่องจากยังไม่คล่องในเรื่องการควบคุมพลังและทักษะการต่อสู้ แต่หากใช้หุ่นเชิดก็จะช่วยลดความเสี่ยงด้านความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด


ผ่านไปหนึ่งเค่อเฟินต๋าเฉิงมองศิษย์หลายๆคนที่พยายามพุ่งเข้าโจมตีหุ่นเชิดในกระบวนท่าที่ตนเองถนัด แต่ยังโดนหุ่นเชิดโต้กลับจนล้มลงไปนอนกับพื้นและลุกไม่ขึ้นก็หลายราย

 

          ในขณะเดียวกันบุคคลที่ตนเห็นว่าดูโดดเด่นอย่างเช่นเชื้อพระวงศ์ชายจากทั้งสองแคว้นก็ร่วมมือกันและออกกระบวนท่าโจมตีและตอบโต้หุ่นเชิดได้ดีพอสมควร สามารถหลบการโจมตีจากหุ่นเชิดได้หลายกระบวนท่า


“บ้าเอ้ย ทำอะไรมันไม่ได้เลย” หลางชิงฝูสบถออกมาอย่างหัวเสีย ทั้งๆที่ตนเองกับเย่วหลี่เหวินจู่โจมไปสุดแรงงัดทุกกระบวนท่าเพื่อโจมตีมันแต่ก็ไม่ทำให้มันระคายผิวซักนิด ไหนอาจารย์เฟินบอกว่าระดับพอๆกันกับพวกตนไงเล่า


“หลีกไปข้าจัดการเอง!!”เย่วหลี่เซียนเอ่ยเสียงดังพร้อมพุ่งเข้าหาพร้อมปล่อยลูกไฟจำนวนมากใส่ตัวหุ่นเชิดเมื่อเห็นว่าไม่มีคนลงมือ จำนวนลูกไฟที่ถูกปล่อยออกไปก่อให้เกิดกลุ่มเพลิงขนาดใหญ่ลุกไหม้ทั่วร่างของหุ่นเชิด


“สำเร็จ”ร่างบางที่กระโดดลงพื้นได้อย่างสวยงามเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มอย่างลำพองใจเมื่อเห็นไฟของตนลุกท่วมร่างของหุ่นเชิดที่ยืนนิ่ง แต่ยิ้มได้เพียงครู่เดียวเมื่อร่างของหุ่นเชิดสร้างม่านน้ำขึ้นมาดับไฟที่ตัวมันเอง เมื่อเพลิงที่ลุกท่วมตัวมันมอดดับมันก็หันกลับมาพุ่งโจมตีกลับคนที่โจมตีมันอย่างรวดเร็ว


พลั่ก


กรี๊ดดดดดดดด


ตุบ


ร่างของเย่วหลี่เซียนที่ถูกหุ่นเชิดโจมตีโดยไม่ทันตั้งตัวไถลนอนนิ่งสลบไปกับพื้นจนมีท่านอาจารย์ที่เป็นผู้รักษาที่อยู่กับท่านอาจารย์เฟินเข้ามาดูอาการอย่างรวดเร็ว


เหตุการณ์ทั้งหมดถูกหยุดไว้ชั่วคราวเมื่อมีผู้บาดเจ็บจนถึงขั้นสลบ หุ่นเชิดเองก็หยุดเคลื่อนไหวโดยคำสั่งของเฟินต๋าเฉิง


“เอาล่ะไม่ได้เป็นอันใดมากให้คนพาไปที่เรือนรักษาเสีย” เมื่อเย่วหลี่เหวินที่รีบมาดูน้องสาวได้ยินดังนั้นจึงคลายความกังวลบ้าง ปล่อยให้สหายคนสนิทน้องสาวตนอย่างสตรีจากเผ่าเลอมั่วเป็นผู้ตามไปดู


“ส่วนคนที่เหลือที่ยังยืนอยู่ได้สู้ต่อ” เฟินต๋าเฉิงกวาดตามองไปยังคนที่ยังสามารถยืนอยู่ได้ที่เหลือเพียงสี่คนแล้วออกคำสั่ง ส่วนคนอื่นๆที่โดนโจมตีจนลุกไม่ขึ้นแต่ไม่ได้ถึงกับสลบก็รอดูการต่อสู้ของคนที่เหลือต่อพวกเขาเองก็อยากรู้ว่ากลุ่มคนที่เก่งที่สุดในหมู่ศิษย์ด้วยกันจะสามารถเอาชนะหุ่นเชิดตัวนี้ได้หรือไม่ เพราะที่ผ่านมากลุ่มคนที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุดคือคนพวกนี้นั่นเอง


“เริ่ม!” เมื่อเฟินต๋าเฉิงออกคำสั่งหุ่นเชิดก็เริ่มขยับอีกครั้ง


“พวกท่านสู้กันไปก่อนขอเวลาข้าสักครู่” ไป๋เฟิ่งหันหน้าไปกระโดดหลบการโจมตีของหุ่นเชิดใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปสังเกตการณ์ที่ต้นไม้บริเวณนั้น


คิ้วโก่งดั่งกิ่งหลิวขมวดคิ้วเข้าหากันใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมออกอาการสงสัย นี่มันแปลกเกินไปแล้ว นางพอจะได้อ่านตำราการสร้างหุ่นเชิดโดยบังเอิญที่ท่านอาจารย์นางโยนให้อ่านเล่นแก้เบื่อ การสร้างหุ่นเชิดนั้นความแข็งแกร่งของมันจะขึ้นอยู่กับผู้ที่สร้างมันขึ้นมา ผู้สร้างมันแข็งแกร่งเท่าไหร่หุ่นเชิดที่ถูกสร้างออกมาก็จะมีความแข็งแกร่งทัดเทียมกับเจ้าของ แต่สามารถสั่งหรือลงอาคมปรับเปลี่ยนอะไรต่างๆได้หากผู้สร้างเก่งกาจมากพอ หากหุ่นเชิดตัวนั้นถูกสร้างขึ้นมาให้มีระดับเดียวกันกับศิษย์ที่ร่วมกันต่อสู้ก็ควรจะแข็งแกร่งน้อยกว่านี้เนื่องจากศิษย์ทั่วไปพึ่งอยู่ในระดับผู้ฝึกวรยุทธขั้นสี่ต้นถึงขั้นสี่กลางเท่านั้น แต่สัมผัสบางอย่างทำให้รับรู้ได้ว่าหุ่นเชิดตัวนี้มีระดับที่สูงกว่านั้นและดูเหมือนว่ามันจะมีระดับที่เท่ากับนาง แถมความสามารถของหุ่นเชิดนี้ถือว่าเป็นหุ่นเชิดที่ไม่ธรรมดาเลย หรือว่า?!! ไป๋เฟิ่งที่นึกถึงคำพูดบางอย่างของอาจารย์เฟินขึ้นมาได้รีบกระโดดลงมาจากต้นไม้ทันทีพร้อมประจันหน้ากับหุ่นเชิด


ไป๋เฟิ่งสร้างแส้น้ำขึ้นมาเตรียมพร้อมตั้งหลักรับการโจมตีจากหุ่นเชิดเพื่อจะทดสอบบางอย่างเมื่อมันรับรู้ว่านางอยู่ในระยะที่ใกล้จึงพุ่งเข้าใส่ทันที


นางใช้วิชาตัวเบากระโดดหลบการโจมตีแล้วใช้แส้น้ำในมืออัดพลังปราณเพิ่มเข้าไปอีกหนึ่งส่วนแล้วฟาดเข้าใส่ลำตัวของมันทันที


เปรี้ยงงงงงงงงงงง


ตุบ


ร่างของหุ่นเชิดเซเล็กน้อยก่อนจะกลับมายืนตรงดังเดิม


          ใช่จริงๆด้วยหุ่นเชิดนี้มีระดับเดียวกับนาง ถ้าเป็นเช่นนั้นการหยุดมันมีทางเดียวซึ่งก็คือทำลายหุ่นเชิดตัวนี้เสีย ไม่รู้ว่าที่นางอ่านจากตำรามาจะเป็นจริงมากน้อยเพียงใดแต่อาจารย์นางคงไม่เอาตำราเด็กเล่นมาให้นางอ่านหรอกกระมัง


“องค์ชายหลี่เหวิน องค์ชายชิงฝู พวกท่านยังไหวอยู่ไหม” เสียงหวานเอ่ยถามทั้งสองที่ยืนหยั่งเชิงหุ่นเชิดอยู่


“พวกข้ายังพอไหวอยู่คุณหนูเยี่ยมีแผนดีๆหรือไม่” เป็นหลางชิงฝูที่เอ่ยตอบสีหน้าเคร่งเครียดกับสถานการณ์การทดสอบตรงหน้า


พวกเขาสองคนยืนดูการโจมตีของสตรีตรงหน้าเมื่อครู่ ทั้งกระบวนท่าโจมตีและตั้งรับดูเหมือนจะเฉียบคมยิ่งกว่าพวกตนเสียอีกจึงชวนสงสัยไม่น้อยว่าฝีมือในการต่อสู้ของนางเป็นอย่างไร ในเมื่อการโจมตีเมื่อครู่ของนางนั้นสามารถทำให้หุ่นเชิดถึงขั้นเซได้ที่ผ่านมายามฝึกซ้อมพวกตนไม่เคยเห็นสตรีผู้นี้ใช้พลังปราณหรือรวมพลังปราณในการต่อสู้เสียด้วยซ้ำมีเพียงออกแรงกายในการฝึกซ้อมกระบวนท่าเท่านั้น

 

“พวกท่านพอจะสร้างสิ่งที่สามารถหยุดการเคลื่อนไหวของมันชั่วครู่ได้หรือไม่”


“ข้าพอที่จะใช้อาคมได้อยู่บ้าง” หลี่เหวินเอ่ยถามเพราะไม่แน่ใจว่าสามารถใช้มันได้เต็มร้อยหรือไม่เพราะตนเองก็ได้ร่ำเรียนมาไม่มากนักจากผู้ที่พอมีวิชาที่แคว้น


“ข้าสามารถสร้างปราการดินยึดเท้ามันได้” อู๋ซูเซียนที่ยืนฟังเอ่ยเสนอขึ้นมาบ้าง


“งั้นข้าจะช่วยท่านโจมตีมันเองคุณหนูเยี่ย”


“ตกลง”


เมื่อพูดคุยตกลงกันเสร็จไป๋เฟิ่งจึงร้องให้สัญญาณการโจมตี


“หนึ่ง สอง สาม ไป!!”


เย่วหลี่เหวินสร้างเส้นใยที่ดูคล้ายเชือกขึ้นจากอาคมแล้วพุ่งเข้าไปมัดรอบตัวหุ่นเชิดทำให้มันเริ่มขยับแขนลำบากขณะเดียวกันอู๋ซูเซียนก็เริ่มสร้างดินขึ้นมายืดขาทั้งสองของมันเอาไว้ แต่หยุดได้เพียงครู่เดียวเท่านั้นมันก็เริ่มหาทางขยับอีกครั้ง


          หุ่นเชิดที่โดนสกัดกั้นการเคลื่อนไหวขยับหาทางที่จะหลุดจากสิ่งที่ยึดมันไว้ทำให้ทั้งสองคนเริ่มจะต้านแรงของมันไม่ไหว


พลั่กกกกกกก


เพียงแค่มันออกแรงเพียงครั้งเดียวมันก็หลุดออกจากพันธนาการที่ตรึงมันเอาไว้แล้วหันมาโจมตีทั้งสองจนกระเด็นไปคนละทาง


ไป๋เฟิ่งเห็นท่าไม่ดีดังนั้นจึงเอ่ยบอกหลางชิงฝู


“องค์ชายสามดึงความสนใจมันเอาไว้ให้ข้าทีรอสัญญาณจากข้าแล้วลงมือ” เมื่อกล่าวเสร็จไป๋เฟิ่งจึงเข้าไปกระซิบให้สัญญาณใกล้ๆบุรุษตรงหน้า


“ได้” หลางชิงฝูพยักหน้าแล้วพุ่งเข้าใส่ตัวหุ่นเชิดเพื่อหลอกล่อให้มันสนใจตนตามคำสั่งของเยี่ยไป๋เฟิ่ง คุณหนูเยี่ยฝากความหวังไว้กับเจ้าแล้ว!


ย๊ากกกก!!!!


ไป๋เฟิ่งที่อาศัยจังหวะที่ทุกคนมัวแต่สนใจการต่อสู้ขององค์ชายสามของแคว้นหลางหลบมาแอบรวบรวมพลังปราณจากทั้งสี่ธาตุเค้นออกมาเป็นกลุ่มพลังสีดำมืดแล้วซ่อนมือเอาไว้ข้างหลังก่อนจะพุ่งเข้าไปหาตัวหุ่นเชิด ไม่รู้ว่าจะสำเร็จหรือไม่แต่นางจะขอลองเดิมพันดู!!


เมื่อเห็นร่างบางของเยี่ยไป๋เฟิ่งพุ่งเข้ามาหลางชิงฝูจึงเบี่ยงตัวหลบให้อีกคนเข้ามาแล้วเมื่อนางให้สัญญาณจึงลงมือโจมตีที่จุดนั้นทันที


ตู้ม ตู้ม ตู้มมมมมมมมมมม


พลั่ก


คลืนนนนนนนนนนนน


ตุบ


เสียงระเบิดของพลังของทั้งสองคนดังปะทะกับตัวหุ่นเชิดสนั่นเกิดเป็นกลุ่มควันจากแรงปะทะกระจายไปทั่วบริเวณลานฝึกจนมองไม่เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้า ไม่นานกลุ่มควันตรงหน้าก็ค่อยๆจางไปทำให้เห็นภาพของตัวหุ่นเชิดที่ถูกโจมตีจนร่นถอยไปด้านหลังไถลกับพื้นดินเป็นทางลากยาวที่หยุดนิ่งอยู่กับพื้น


          “พวกเขาเอาชนะได้!!” เสียงศิษย์ชายคนหนึ่งตะโกนขึ้นเมื่อเห็นภาพตรงหน้าก่อนเสียงโห่ร้องด้วยความดีใจและเอ่ยชมคนที่สามารถเอาชนะได้จะดังขึ้นตามมา


“เอาล่ะๆ วันนี้ถือว่าพวกเจ้าหลายทำได้ดี แต่มีหลายคนที่ทักษะยังไม่ได้ดีขึ้นกว่าตอนที่เข้ามาแรกๆ จงจำไว้หากยังไม่มีการพัฒนาตนเองให้ดีขึ้นก็จงเก็บของกลับบ้านไปเสียสำนักเพ่ยฉีไม่ต้อนรับ รอบนี้เป็นเพียงรอบแรกเท่านั้นจะมีการทอดสอบอีกครั้งต่อไป หากผู้ที่ยังไม่สามารถทำให้ดีขึ้นได้เห็นทีข้าจะต้องพิจารณาส่งพวกเจ้ากลับไปและข้าขอสั่งสอนพวกเจ้าไว้อีกอย่างการต่อสู้เป็นกลุ่มต้องอาศัยความสามัคคีเป็นหลักหากหุนหันฝืนตนแต่เพียงผู้เดียวย่อมมีโอกาสพ่ายแพ้มากกว่า” เฟินต๋าเฉิงที่เดินไปดูสภาพหุ่นเชิดก่อนจะเก็บมันเข้าแหวนมิติของตนเอ่ยกับเหล่าศิษย์ที่ส่งเสียงร้องและพูดคุยกันด้วยความดีใจเสียงเข้ม กวาดตามองไปยังทุกคนอย่างกดดันและเอ่ยสั่งสอนในสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ซึ่งทุกคนก็เข้าใจดีว่าท่านอาจารย์เอ่ยสั่งสอนในกรณีอย่างองค์หญิงเย่วหลี่เซียน

ทุกคนขานรับแล้วแยกย้ายการกลับไปพักผ่อนและหาหยูกยามาทาบาดแผลที่ได้รับจากการต่อสู้ของวันนี้เหลือเพียงสี่คนที่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน


“พวกเจ้าทั้งสี่คนถือว่ามีทักษะการต่อสู้สามารถตั้งรับและโจมตีกลับได้ดีหากแต่ยังมีข้อบกพร่องอยู่มากจงหมั่นฝึกฝนให้มากพวกเจ้ายังสามารถพัฒนาต่อไปได้อีกไกล”


“ขอรับศิษย์จะจำไว้ / เจ้าค่ะศิษย์จะจำไว้” ทั้งสี่โค้งตัวให้เฟินต๋าเฉิงน้อมรับคำสอน


“พวกเจ้ากลับไปพักเถิด”


“ศิษย์ขอตัวขอรับ / ศิษย์ขอตัวเจ้าค่ะ”


“เยี่ยไป๋เฟิ่งเจ้าอยู่ก่อน” ไป๋เฟิ่งที่กำลังจะเดินกลับออกไปกับสหายชะงักเมื่อได้ยินเสียงอาจารย์เฟินเอ่ยรั้งไว้


“ซูเซียนเจ้ากลับไปก่อนนะแล้วพบกันที่เรือนพักข้า” ไป๋เฟิ่งมองหน้าสหายที่แววตามีความลังเลแต่นางพยักหน้าให้อีกฝ่ายเชิงว่าไม่เป็นไร


“แล้วเจอกัน”


          “ท่านอาจารย์มีอันใดหรือเจ้าคะ” เสียงหวานเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบไม่มีความกังวลใดๆ แม้ในใจจะแอบหวั่นกับสายตาชายวัยกลางคนตรงหน้า


“เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าการทำลายหุ่นเชิดนั้นต้องทำลายที่ใด” ใบหน้าที่เคยมีความเจ้าเล่ห์และความอารีต่อศิษย์ก่อนหน้าหายไปเมื่ออยู่กันตามลำพังกับสตรีตรงหน้าเหลือแต่เพียงความเคร่งครึมยากจะคาดเดาความคิดฃจ้องใบหน้าที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมอย่างต้องการคำตอบ


ก่อนที่จะทำการเก็บหุ่นเชิดตนได้สังเกตว่าตรงจุดที่เป็นศูนย์วางอาคมของการสร้างหุ่นนั้นโดนทำลายเสียหายเกือบทั้งหมดจึงทำให้ตัวหุ่นเชิดหยุดการเคลื่อนไหวซึ่งมันไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน คนอื่นอาจจะให้ความสนใจตอนที่เย่วหลี่เหวิน หลางชิงฝูและอู๋ซูเซียนต่อสู้กับหุ่นเชิดแต่ตนนั้นแอบจับตามองสตรีผู้นี้ที่เป็นผู้สั่งการบรรดาคนที่เหลือด้วยความนิ่งไม่ตื่นตระหนกคล้ายว่ารู้วิธีจัดการกับมัน และทันได้เห็นพลังปราณที่ตนไม่เคยพบมาก่อนกลุ่มพลังปราณสีดำเพียงขนาดเท่าลูกบอลขนาดเล็กแต่พลังอานุภาคกลับสร้างความเสียหายต่อหุ่นเชิดตนไปถึงเจ็ดส่วน


“เพียงได้บังเอิญอ่านเจอในตำราเจ้าค่ะ” ไป๋เฟิ่งเอ่ยออกไปด้วยสีหน้านิ่งๆยากแก่การล่วงรู้ว่าสิ่งที่กล่าวออกมาเป็นจริงหรือไม่ หากแต่ในครั้งนี้มันใช้ไม่ได้กับเฟินต๋าเฉิงที่รับรู้ว่าตำราการสร้างและวิธีการทำลายหุ่นเชิดนั้นมิใช่ของที่สามารถหาอ่านได้ทั่วไป


ดวงตาที่เริ่มมีสีซีดฝ้าฟางจางๆ มองสตรีตรงหน้านิ่งลึกคล้ายจะค้นหาความจริงทั้งหมดจากร่างบาง แต่ก็ไม่สามารถทำให้เยี่ยไป๋เฟิ่งสะท้านหรือตื่นกลัวกับสายตานั้นได้เลยและนั่นยิ่งทำให้เฟินต๋าเฉิงสนใจในตัวของศิษย์ผู้นี้มากยิ่งขึ้น เรื่องราวของศิษย์ผู้นี้เต็มไปด้วยปริศนามากมายและยังไม่ได้รับการไขกระจ่างสักเรื่อง ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่สามารถตรวจสอบระดับพลังของนางได้เนื่องจากหุ่นเชิดที่ตนสร้างนั้นลงอาคมขั้นวรยุทธที่ระดับขั้นสี่ปลายเพื่ออยากทดสอบขีดจำกัดเหล่าศิษย์รุ่นใหม่ว่าจะทำได้ดีขนาดไหน ตนที่ตรวจสอบระดับพลังของเหล่าศิษย์ทุกคนก่อนหน้านั้นยังไม่มีใครที่ถึงขั้นนี้ เหลือเพียงศิษย์ผู้เป็นปริศนาผู้นี้เพราะว่าที่ตัวนางลงอาคมอำพรางระดับพลังซึ่งไม่ใช่ตัวนางที่ทำเป็นแน่ เขาอยากทราบว่าเป็นผู้ใดที่สามารถลงอาคมที่แข็งแกร่งในระดับนี้ที่ตัวของนางได้


“นั้นหรือ”


“เจ้าค่ะ” ไป๋เฟิ่งผู้ไม่ได้รับรู้ว่าอาจารย์ตนได้ฝากอาคมอะไรไว้บนตัวนางตอบอย่างไม่ติดขัด


“เอาเถิดเจ้ากลับไปได้”


“ศิษย์ขอตัวเจ้าค่ะ” ไป๋เฟิ่งโค้งให้เฟินต๋าเฉิงอีกครั้งแล้วเดินหันหลังออกมาเมื่อได้รับอนุญาต


เฟินต๋าเฉิงมองร่างบางของสตรีที่เต็มไปด้วยความน่าสงสัยจนลับตา ยืนคิดบางอย่างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะตัดสินใจเดินตรงไปยังสถานที่หนึ่งในสำนักด้วยต้องการหาคำตอบในสิ่งที่ตนเห็นครั้นจะหาคำตอบจากคนที่นำนางเข้าสำนักมาก็ไม่อยู่ให้ถามเสีย ช่วงนี้ดูเหมือนจะมีเรื่องราวอะไรบางอย่างที่เจ้าสำนักทั้งสามกำลังทำอยู่


ทันทีที่ไป๋เฟิ่งกลับมาถึงเรือนพักและทำธุระส่วนตัวทานมื้อเย็นร่วมกันกับอู๋ซูเซียนเสร็จเรียบร้อย คุณหนูจวนแม่ทัพบูรพาก็ขอตัวกลับไปพักผ่อนและนางก็กลับเข้าห้องตั้งแต่ยามซวี (戌:xū) ร่างบางหยิบตำราที่สลักชื่อตนจากลิ้นชักตู้มาถือไว้ นั่งนิ่งไปซักพักเพราะนึกถึงเรื่องวันนี้ ความจริงนางเองก็พึ่งรวมพลังปราณจากธาตุหลักทั้งสี่ได้ไม่นานด้วยความบังเอิญทั้งๆที่ไม่ได้อ่านจากตำราเล่มใดเพียงตอนที่โคจรพลังปราณทั้งสี่ในร่างกายตนได้พยายามชักนำพลังทั้งสี่สายให้มารวมกันที่จุดตันเถียนแล้วค่อยๆปล่อยมันออกมาปรากฏว่านางสามารถทำได้โดยใช้เวลาไม่นานนัก ในตอนที่ต่อสู้กับหุ่นเชิดตนไม่แน่ใจว่าเพียงพลังปราณจากเฉพาะธาตุหลักเพียงธาตุเดียวนั้นจะสามารถเอาชนะจึงได้ใช้การรวมพลังปราณทั้งสี่เข้าด้วยกัน


ร่างบางสลัดความคิดต่างๆออกจากหัวแล้วหันกลับมาสนใจตำราในมือ หลังจากที่พยายามรวมพลังปราณด้วยตนเองสำเร็จนางจึงนึกขึ้นได้ว่าคงได้เวลาเปิดตำราเสียที ฝ่ามือขาวรวมพลังปราณเข้าด้วยกันแล้วค่อยๆถ่ายเทพลังเข้าสู่ตำราตัวตำราส่องแสงวาบครั้งหนึ่งก่อนจะเปิดออก นิ้วเรียวทั้งห้าบรรจงเปิดอ่านตำราทีละหน้าไปเรื่อยๆ


ผ่านไปเกือบชั่วยามจนจะดึกดื่นร่างบางจึงได้ฤกษ์ปิดตำราลง นางเปิดอ่านคร่าวๆตำราเล่มนี้รวบรวมกลยุทธเคล็ดลับต่างๆของทุกศาสตร์ทุกแขนงรวมไว้ในเล่มเดียวถือว่าเป็นตำราที่ทรงคุณค่าอย่างมหาศาล เท่าที่นางได้อ่านเมื่อครู่ในตำรามีทั้งเรื่องเคล็ดลับวิชาการต่อสู้ การฝึกพลังปราณ การปรุงโอสถ การรักษา แม้กระทั้งเรื่องพิษ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเคล็ดลับขั้นสูงทั้งสิ้น หากผู้ใดได้ครอบครองและฝึกฝนจนสำเร็จขั้นสูงสุดทุกศาสตร์ในตำรานี้จะกล่าวว่ากลายเป็นตัวอันตรายเลยก็ว่าได้ เริ่มมีความสงสัยแล้วว่าอาจารย์นางได้ร่ำเรียนครบทุกศาสตร์เลยหรือไม่นะ? ร่างบางคิดเล่นๆก่อนจะดับไฟในตะเกียงแล้วเข้านอน

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 554 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,568 ความคิดเห็น

  1. #2296 Moo.chompoo (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2563 / 02:04

    น้องเก่ง
    #2,296
    0
  2. #2295 pa kae (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2563 / 07:00

    นางเริ่มเก่งขึ้น รอตอนต่อไปค่ะ

    #2,295
    0
  3. #2294 0617756653 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 16:52
    กลับมาต่อด้วยจ้าๆๆๆๆๆๆ
    #2,294
    0
  4. #2293 suphattraa62 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 14:45
    รักนิยายเรื่องนี้ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ 😆
    #2,293
    0
  5. #2292 Foam_Zana (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2563 / 12:46

    รอนะคะ
    #2,292
    0
  6. #1137 kisinori356 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 22:11

    รอจ้าๆๆๆๆๆ

    #1,137
    0
  7. #1136 wwwiisaaa (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:51
    ท่านจ้าวยุทธภพ อย่าคลาดสายตาจากน้องไป๋เฟิ่งนะ ได้กลิ่นแปลกตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าสำนักเลย
    #1,136
    0
  8. #1135 chamee (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:46
    ขอสอบผ่านไวๆนะคะไรท์จะได้มาต่อเร็วๆ อิอิ
    #1,135
    0
  9. #1134 Nantanat_neung (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:38
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #1,134
    0
  10. #1133 Anny \'nl (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 7 กันยายน 2562 / 21:33
    โง้ยยย ชอบมากๆๆๆ วนกลับไปอ่านตั้งแต่ต้นสองสามรอบแย้ว มาต่อไวๆนะคะ​ไรท์ เป็นกำลังใจให้นะคะ จุ้บๆ
    #1,133
    0