ท่านเรียกใครว่าหวางเฟย(รีไรท์)

ตอนที่ 22 : ตอนที่ 22 บุคคลที่แสนพิเศษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 30,642
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 516 ครั้ง
    7 พ.ค. 63


ตอนที่ 22

บุคคลที่แสนพิเศษ

 

 

ภายในห้องห้องหนึ่งที่มีความมืดปกคลุมเนื่องจากภายในห้องติดผ้าม่านบังแสงรอบด้านกลางห้องมีชายชราผู้หนึ่งที่มีกลิ่นอายไม่ธรรมดาแผ่ปราณกระจายกดกัดนั่งอยู่บนเก้าอี้สีดำแกะสลักรูปอสรพิษตัวใหญ่ที่เสมือนของจริงจนน่าขนลุกในมือถือบางอย่างที่ส่องแสงแวววาวและดูมีพลังเอาไว้พลางลูบไล้ไปมา


คนของเราพบเส้นทางที่จะเข้าไปด้านในแล้วขอรับแต่มีเหล่าคนในสำนักพบเห็นเข้าเสียก่อนจึงได้พากันถอยออกมา ชายผู้หนึ่งเอ่ยรายงานต่อคนที่นั่งอยู่เบื้องหน้า


พวกมันคงรู้ตัวแล้ว เอาไว้ก่อนรอให้ทุกอย่างพร้อมกว่านี้ข้าจะเป็นผู้ไปจัดการเอง เสียงทุ้มแหบบอกปล่อยอย่างไม่ใส่ใจตราบใดที่คนผู้นั้นไม่โผล่มาคนเหล่านั้นก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของตน และถ้าหากตนได้ครอบครองสิ่งนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเกรงกลัวผู้ใด


ฟ่อ ฟ่อ

 

เสียงพ่นลมหายใจของสิ่งมีชีวิตหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบและความมืดสนิทในห้องพร้อมกับเสียงเลื้อยลากยาวผ่านทำให้ผู้ที่ยืนอยู่เกิดอาการสั่นเทาด้วยความกลัวพยายามบังคับลมหายใจตนเองไม่ให้เสียงดังเกินไป


มาแล้วหรือเสี่ยวเฮย ชายที่นั่งอยู่เอ่ยกับสิ่งที่เลื้อยขึ้นมาพันรอบตัว ขณะเดียวกันก็เก็บสิ่งให้ไกลจากตนเอง แสงน้อยนิดที่ส่องลอดผ้าม่านเผยให้เห็นอสรพิษตัวเขื่องสีดำเลื่อมเมื่อแสงตกกระทบลงบนเกร็ดของมันสีของเกร็ดก็สะท้อนแสงกลายเป็นสีต่างๆดูงดงามแต่ก็ดูน่ากลัวในเวลาเดียวกัน ดวงตาของมันมีสีแดงฉานเหมือนสีเลือดมือเหี่ยวย่นลูบหัวมันด้วยความรักใคร่คล้ายว่ามันเป็นสุนัขที่แสนน่ารักตัวหนึ่งต่างจากคนอื่นหากได้เห็นคงกลัวจนสติเตลิดไปไกลหรือกลายเป็นเหยื่อของมัน

 


ขณะเดียวกันที่สำนักเพ่ยฉีทั้งสามคนมาถึงสถานที่แห่งหนึ่งเมื่อเปิดประตูเข้าไปเผยให้เห็นข้างในมีลักษณะเป็นห้องโถงกว้างเป็นรูปวงกลมข้างในค่อนข้างมืดสนิทเนื่องจากรอบๆไม่มีหน้าต่างมีเพียงแสงสว่างที่ลอดมาจากหลังคาที่ถูกทำด้วยบางอย่างที่มีลักษณะโปร่งใสที่พอจะให้แสงตกกระทบเพียงแค่จุดกลางห้อง เมื่อเดินเข้ามาถึงไป๋เฟิ่งเกิดความสงสัยขึ้นมาในห้องนี้มิมีสิ่งใดอยู่เลยแล้วเข้ามาทำไมกัน


เพ่ยฉีอันหันมาสบตากับอี้มู่ซุนเมื่อเห็นผู้อาวุโสพยักหน้าชายผู้เป็นเจ้าสำนักจึงได้ทำการร่ายคาถาคลายอาคมบังตาที่ลงไว้

 

พรึบ!

 

เมื่อเพ่ยฉีอันสะบัดมือหนึ่งครั้งก็ปรากฏลูกแก้วใสไม่มีสีขึ้นมากลางห้องตัวลูกแก้วลอยตัวอยู่กลางอากาศน่าอัศจรรย์อีกทั้งมีพลังบางอย่างคล้ายหมอกปกคลุมล่องลอยอยู่สัมผัสได้ถึงความไม่ธรรมดาของมัน


เมื่อเพ่ยฉีอันจัดการเสร็จก็ถอยออกมาเพื่อให้อี้มู่ซุนได้ดำเนินการต่อตัวเขาเองก็ไม่ทราบว่าท่านจ้าวยุทธภพต้องการลูกแก้วตรวจพลังปราณไปทำไมได้แต่ทำตามคำสั่งตามจดหมายเท่านั้น


ยื่นมือของเจ้าวางไว้บนลูกแล้วทำสมาธิส่งพลังปราณเข้าไปยังลูกแก้ว อี้มู่ซุนเอ่ยบอกลูกศิษย์ตน


ไป๋เฟิ่งก้าวเข้ามาใกล้ลูกแก้วด้วยจิตใจที่ว่างเปล่าทั้งๆที่ก่อนหน้านี้นางมีความกังวลต่างๆมากมายแต่ตอนนี้กลับมลายหายไปจนหมดสิ้น


มือเรียวบางวางทาบทับไปบนลูกแก้วใสแล้วหลับตาถ่ายพลังปราณของตนลงไป  ใช้เวลาครู่หนึ่งนักลูกแก้วที่ดูดซับพลังปราณเริ่มมีปฏิกิริยาลูกแก้วจากที่เคยใสกลายเป็นสีน้ำตาลอ่อนที่แสดงถึงผู้มีพลังธาตุหลักเป็นธาตุดินจากนั้นก็เข้มขึ้นเรื่อยๆจนหยุดนิ่ง  อี้มู่ซุนที่กำลังจะเอ่ยปากกล่าวบอกแก่ไป๋เฟิ่งให้หยุดการถ่ายพลังปราณเกิดอาการชะงัก เมื่อสีของลูกแก้วเริ่มแปรเปลี่ยนไปเป็นสีอื่น จากสีน้ำตาล เปลี่ยนเป็นสีฟ้า จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นสีเขียว และสีแดง!  การแปรเปลี่ยนหมุนวนสลับกันไปมาอย่างบ้าคลั่งทั้งสี่ธาตุหลักปรากฏบนลูกแก้วส่องสว่างเข้มข้นราวกับพวกมันต่างก็อยากแสดงออกให้เห็นว่าพวกมันเป็นธาตุที่แข็งแกร่งขนาดไหน ทุกธาตุหลักต่างอยู่ในขั้นลำดับสูงสุด


ทั้งอี้มู่ซุนและเพ่ยฉีอันต่างตกตะลึงตัวแข็งทื่อ แต่นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่น่าตกตะลึงอย่างที่สุดเพราะจู่ๆธาตุทั้งสี่ที่ส่องสว่างเรืองรองกลับรวมกลุ่มกันก่อให้เกิดธาตุสีดำอันเข้มข้นจนกระแสพลังธาตุไหลเอ่อล้นไหลเวียนไปทั่วบริเวณลูกแก้วลามมาถึงตัวของไป๋เฟิ่ง

 

วูบ

 

ไป๋เฟิ่งสะดุ้งเฮือกกับพลังบางอย่างที่พุ่งเข้าสู่ร่างตนค่อยๆถอนมือออกจากลูกแก้วแล้วลืมตาขึ้นมามองไปยังทางอาจารย์ตนและเจ้าสำนักที่ยืนนิ่งค้างสีหน้าตกตะลึงสลับซีดเผือดไม่ทราบสาเหตุ


อาจารย์มันหมายความว่าเช่นไร? ร่างบางถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบพร้อมงุนงงกับปฏิกิริยาของทั้งสองคน

 

หนะ...นี่....มะ..มัน เพ่ยฉีอันที่ได้สติก่อนเอ่ยออกมาอย่างตะกุกตะกักกับสิ่งที่ตนเห็น ตนศึกษาอ่านตำราการฝึกยุทธผ่านมานับครึ่งชีวิตวรยุทธถึงขั้นแปดย่อมรู้ดีว่าธาตุหลักของคนเรานั้นมีอะไรบ้างแต่การที่จะหาคนที่ถือครองธาตุนี้นั้นไม่เพียงว่าหายากแต่ไม่ปรากฏผู้ถือครองธาตุนี้มาเนิ่นนาน


นังหนูเจ้าลองสัมผัสดูพลังปราณในตัวเจ้าเร็วเข้า!” อี้มู่ซุนที่หายตกตะลึงรีบกล่าวกับศิษย์ตนด้วยความร้อนรน ตนไม่แน่ใจว่าสิ่งที่เห็นนั้นเป็นอย่างที่ตนคิดหรือไม่ผ่านมานับห้าร้อยปีตามบันทึกในตำราธาตุหลักที่ไม่เคยปรากฏว่ามีคนถือครองธาตุที่แสนพิเศษนี้!

 

ไป๋เฟิ่งหลับตาลงแล้วเพ่งสมาธิลองค้นหาพลังธาตุหลักในร่างกายตน ที่จุดตันเถียนนางรับรู้พลังด้วยกันถึงสี่อย่างความร้อนรุ่ม สายลมที่เย็นสบาย ความอบอุ่นและหนักแน่นและความเย็นฉ่ำ จากนั้นความรู้สึกทั้งสี่ที่ได้รับรู้ก็ผสานรวมกันเกิดเป็นความรู้สึกดำมืดอย่างไม่น่าเข้าใกล้ทำให้ใบหน้างามขมวดคิ้วด้วยความสงสัยไป๋เฟิ่งลืมตาขึ้นมาแล้วส่งสายไปยังผู้อาวุโสทั้งสอง


ท่านอาจารย์เหตุใดถึง?”


เหตุใดอย่างไรเจ้ารีบเอ่ยมา อี้มู่ซุนรีบถามด้วยความอยากรู้


เหตุใดข้าถึงสัมผัสได้ถึงพลังทั้งสี่ธาตุแล้วก็...


แล้วก็อันใดอีก!” อี้มู่ซุนยิ่งทวีความอยากรู้มากยิ่งขึ้นเมื่อศิษย์ตนกล่าวไม่จบเสียที


กลุ่มพลังสีดำมืด  ไป๋เฟิ่งกล่าวไปตามความรู้สึกที่ได้สัมผัสสรุปแล้วตนมีธาตุหลักคือธาตุใดกันแน่? ตำราธาตุหลักทั่วไปที่บิดานางมอบให้ศึกษาบอกเพียงว่าธาตุหลักนั้นได้แก่ ดิน น้ำ ลม และไฟและธาตุพิเศษทั้งสองคือธาตุสายฟ้าและธาตุน้ำแข็งแล้วพลังสีดำนี่มันคือสิ่งใด?


ดี! ดี! ดียิ่งนัก! ฮ่าๆๆ  อี้มู่ซุนที่ได้ฟังคำตอบของลูกศิษย์ตนก็ระเบิดหัวเราะด้วยความยินดีอีกครั้งในรอบหลายปีได้ศิษย์ที่เป็นตัวตนที่แสนพิเศษเช่นนี้นับว่าสวรรค์เห็นความพยายามของตนที่อดทนเฝ้ารอมานาน


          เพ่ยฉีอันที่ได้ร่วมเห็นเหตุการณ์นอกจากตื่นตะลึงแล้วก็ยังเกิดความอยากเป็นผู้สั่งสอนสตรีน้อยผู้นี้ให้เก่งกาจแต่ก็คงทำได้เพียงคิดเพราะอีกฝ่ายมีท่านจ้าวยุทธภพอย่างอี้มู่ซุนเป็นอาจารย์อยู่แล้วนางย่อมก้าวหน้าและเก่งกาจในอนาคตแน่นอน


ทางด้านไป๋เฟิ่งที่ยังไม่ได้ทันรู้เรื่องอะไรก็ได้แต่มึนงงอยู่อย่างนั้นแต่ดูท่าทางที่อาจารย์ของนางแสดงออกคงไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร

 

 

ท่านจ้าวยุทธภพข้ามีเรื่องสำคัญบางอย่างที่ต้องปรึกษากับท่านขอรับ เพ่ยฉีอันเอ่ยขึ้นเมื่อทั้งสองศิษย์และอาจารย์พูดคุยกันเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดได้ย้ายพากันมายังหอเจ้าสำนักของตนที่ทั้งสองได้มาถึงในตอนแรก


ไป๋เฟิ่งเจ้าไปพักก่อนแล้วเราค่อยพูดคุยกันเรื่องการฝึกอีกที อี้มู่ซุนที่รับรู้ว่าอีกฝ่ายมีเรื่องสำคัญมากบางอย่างที่ต้องคุยกันเป็นความลับจึงได้เอ่ยให้ศิษย์ตนออกไปก่อน


เชิญคุณหนูเยี่ยพักผ่อนตามสบายข้าจะให้คนนำทางไปยังที่พัก  เพ่ยฉีอันที่ได้พูดคุยกันมาซักพักกับอี้มู่ซุนก็ได้ทราบว่าสตรีน้อยผู้นี้เป็นถึงบุตรีของเสนาบดีคนสำคัญของแคว้นจ้าวและอดีตองค์หญิงอ้ายเหม่ยหลินพระขนิษฐาเพียงหนึ่งเดียวของฮ่องเต้อ้ายซานเหอแห่งแคว้นอ้ายนับว่าสตรีผู้นี้มีความสำคัญไม่น้อยทีเดียว


          ขอบพระคุณท่านเจ้าสำนักเจ้าค่ะ ไป๋เฟิ่งกล่าวขอบคุณและเดินตามผู้นำทางที่คาดว่าน่าจะเป็นคนผู้รับใช้ของท่านเจ้าสำนักเพ่ยฉีอันไปอย่างรู้ความ

 

     .

     .

            มีเรื่องอันใด อี้มู่ซุนเริ่มถามเมื่อเห็นว่าศิษย์ตนออกไปแล้ว ดูท่าเรื่องที่เพ่ยฉีอันพูดคงจะเป็นเรื่องสำคัญมากจริงๆ ดูจากสีหน้าที่เคร่งเครียดแล้ว


          นับจากที่ท่านลี้หายไปจากยุทธภพได้ไม่กี่ปีมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ก่อตั้งสมาคมขึ้นชื่อว่าสมาคมหลอมโลหิต สมาชิกของสมาคมมีเหล่าผู้ฝึกยุทธระดับสูงหลายคนที่รวมตัวกันหลังจบงานศึกชิงจ้าวยุทธภพครั้งนั้น คนกลุ่มนี้เริ่มออกล่าสัตว์อสูรมาครอบครองมากมาย แล้วในช่วงนี้มีกลุ่มคนแปลกหน้าลักลอบเข้ามาที่สำนักคุ้นหน้าคุ้นตาคล้ายว่าจะเป็นของสมาคมหลอมโลหิต ข้าไม่แน่ใจว่ากลุ่มสมาคมอาจรู้เกี่ยวกับสิ่งที่เรากักขังไว้ในถ้ำหรือไม่ เพ่ยฉีอันเอ่ยปากเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้คนตรงหน้าฟังพร้อมกล่าวในสิ่งที่ตนเป็นกังวล


          ล่าสัตว์อสูรหรือ? นับว่าแปลกนักพวกมันต่างแข็งแกร่งมิใช่จะครอบครองมันได้โดยง่ายหากมิได้ทำพันธะสัญญายิ่งแล้วใหญ่ กลุ่มคนเหล่านั้นล่าสิ่งใดได้บ้าง อี้มู่ซุนเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ น้อยนักที่จะมีสัตว์อสูรที่ยินยอมรับใช้โดยมิใช่การทำพันธะสัญญา ยิ่งมีจำนวนมากๆยิ่งเป็นไปไม่ได้ ขนาดตนที่มีวรยุทธขั้นสูงสุดยังสามารถครอบครอบสัตว์อสูรได้เพียงสี่ตัว เป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญาหนึ่งและสัตว์อสูรรับใช้สาม


          มีตั้งแต่สัตว์อสูรระดับล่างเช่นผีเสื้อจันทราไปจนถึงระดับสูงอย่างอาชาทมิฬ ชื่อของสัตว์อสูรระดับสูงที่ถูกเอ่ยออกมาทำให้อี้มู่ซุนฉงนในใจ อาชาทมิฬถือเป็นสัตว์อสูรเป็นสัตว์อสูรที่มีสติปัญญา มีนิสัยหยิ่งยโส พละกำลังมหาศาล ปราดเปรียวและว่องไวไม่น่าที่จะสามารถล่าจนได้มันมาเป็นสัตว์อสูรรับใช้ได้

 

          เรื่องนี้มันแปลกเกินไปส่งคนไปหาข่าวจากหอหลงเสวี่ยแล้วหรือยัง อี้มู่ซุนเอ่ยถึงหอขายข่าวอันดับหนึ่งในยุทธภพไม่ว่าจะเป็นข่าวอันใดทางหอหลงเสวี่ยย่อมหามาให้ได้หากมีเงินมากพอผู้กุมอำนาจเบื้องหลังของหอปัจจุบันยังไม่มีใครทราบว่าเป็นของผู้ใด


            ข้าได้ส่งคนไปแล้วขอรับคาดว่าอีกไม่นานคงได้ข่าว


          อืม


          ไม่ทราบว่าท่านจะพักอยู่ที่นี่ก่อนหรือไม่  เพ่ยฉีอันเอ่ยถามในใจคิดอยากจะให้ท่านจ้าวยุทธภพอยู่ที่นี่ด้วยเพราะมีลางสังหรณ์ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นกับสำนัก

 

            ข้าจะรอฟังข่าวจากเจ้าเรื่องนี้ เกรงว่ากลุ่มสมาคมหลอมโลหิตคงต้องการทำอะไรสักอย่าง เขาคงหายไปจากยุทธภพนานเกินไปถึงได้มีคนคิดทำอะไรโดยไม่เห็นหัวอีกอย่างจะไปหาสถานที่เหมาะสมกับการฝึกของนังหนูเท่าที่นี่ก็คงเสียเวลา


          ให้ศิษย์ข้าร่วมฝึกกับศิษย์ในสำนักเจ้าคงได้กระมัง  ไหนๆก็ได้มาอยู่ที่นี่แล้วก็ให้นังหนูร่วมฝึกเรื่องทั่วไปกับที่นี่เสียส่วนการฝึกพลังปราณและวิชาจากตำราเขาจะเป็นผู้ฝึกให้เอง


          จะฝึกสอนสิ่งใดก็ให้ทำตามกฎของสำนักส่วนจะได้มากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่กับนางข้าไม่ตำหนิเจ้าอย่างแน่นอน


            ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอนขอรับ ข้าจะเป็นคนจัดการเรื่องทุกอย่างให้เอง เพ่ยฉีอันกล่าวอย่างยินดีได้รับโอกาสและความไว้วางใจเช่นนี้เขาย่อมไม่พลาด

 

 

          ถึงแล้วขอรับหากต้องการสิ่งใดโปรดบอกแก่คนรับใช้ที่อยู่ในเรือนข้าขอตัวก่อนยังไม่ทันที่ไป๋เฟิ่งจะกล่าวขอบคุณคนตรงหน้าที่เดินมาด้วยกันก็เดินหายไปอย่างรวดเร็วปล่อยให้นางยืนทำตาปริบๆอย่างคนที่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับที่ที่ตนไม่คุ้นชินไหนก็ถือโอกาสเดินสำรวจรอบบริเวณเรือนพักรอท่านอาจารย์เลยละกัน

 

เรือนหลังนี้อยู่ด้านหลังถัดจากหอเจ้าสำนักที่นางไปมาเมื่อครู่ไม่ไกลนัก ส่วนตัวเรือนถูกล้อมด้วยกำแพงที่ไม่สูงมากยังสามารถมองเห็นศีรษะของคนที่ผ่านไปมาได้และนอกกำแพงนั้นถูกรายล้อมไปด้วยป่าบริเวณหน้าเรือนตกแต่งด้วยพรรณไม้หลากหลายชนิด เดินมาถึงทางด้านหลังเรือนทำให้พบว่ามีลำธารเล็กๆที่มีสะพานข้ามไปอีกฟากเหมาะแก่การยืนชมธรรมชาติที่สวยงามอย่างยิ่ง ไป๋เฟิ่งที่เพลิดเพลินยืนชมธรรมชาติโดยไม่รู้ว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองนางด้วยความสนใจ

 

            ข้าจะให้เจ้าฝึกที่นี่ร่วมกับศิษย์ในสำนักเจ้ามีปัญหาอันใดหรือไม่ อี้มู่ซุนเอ่ยถามศิษย์ตนเมื่อกลับมาจากพูดคุยกับเพ่ยฉีอันเรียบร้อยแล้ว


          ไม่มีเจ้าค่ะ  ได้ร่วมฝึกกับสำนักอันดับหนึ่งจะมีปัญหาได้อย่างไร


          เราจะอยู่ที่นี่หรือเจ้าคะ


          อืม ข้ามีเรื่องต้องจัดการที่นี่เจ้าร่วมฝึกเรื่องทั่วไปกับศิษย์ของสำนักส่วนการฝึกตำราและพลังปราณนั้นข้าจะเป็นผู้สอนเจ้าเอง


            เจ้าค่ะ เห็นทีว่าต้องเขียนจดหมายบอกทุกคนเสียแล้วคาดว่านางคงได้อยู่ที่นี่อีกนาน ดูท่าทางสำนักเหมือนจะมีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้นจนไม่สามารถจัดการเองได้อาจารย์ของนางถึงได้จะอยู่จัดการเองเช่นนี้ซึ่งนางก็ไม่ทราบว่าอาจารย์นางเกี่ยวข้องอันใดกับสำนัก

 

          เอาล่ะเจ้าเองก็ไปพักเถิดวันรุ่งขึ้นเจ้าจงเตรียมตัวไปกับเพ่ยฉีอัน


          เจ้าค่ะ


เสียงพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานที่มีศิษย์คนหนึ่งดันไปเห็นเหตุการณ์เข้าดังไปทั่วห้องเรียนในขณะที่กำลังรอท่านอาจารย์เข้าชั้นเรียน


          “คนผู้นั้นต้องวรยุทธสูงส่งเป็นแน่ถึงได้กล้าท้าทายขนาดนั้น” ศิษย์ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเมื่อได้ฟังผู้คนที่จับกลุ่มกันเล่าเรื่องราว


          “แน่ละเห็นว่าแค่ผู้อาวุโสคนนั้นสะบัดมือเพียงครั้งเดียวผู้คนที่คุ้มกันรอบหอท่านเจ้าสำนักถึงกับหยุดนิ่งเคลื่อนไหวไม่ได้เชียวนะ แถมท่านเจ้าสำนักเพ่ยฉีอันยังไม่กล้ากล่าวตำหนิอันใดด้วยซ้ำ” คนพูดเอ่ยเล่าราวกับตนเองอยู่ในเหตุการณ์


          ใช่ๆแถมท่านเจ้าสำนักยังต้องกล่าวขออภัยแทนเพราะท่านอาจารย์อวิ๋นไปล่วงเกินคนผู้นั้นอีกด้วย มิหนำซ้ำท่านอาจารย์อวิ๋นยังโดนใช้วิชาอันใดก็ไม่อาจทราบทำให้ไม่สามารถพูดได้ตั้งครึ่งค่อนวัน


          พูดจาอันใดระวังปากบ้าง ฃพวกเจ้ามีสิทธิ์เอ่ยถึงท่านอาจารย์เช่นนั้นหรือ?!!” เสียงหวานแหลมที่เดินเข้ามาในห้องเรียนทันได้ยินเรื่องที่คนในห้องพูดกันเอ่ยตวาดเสียงดังจนทำให้คนที่จับกลุ่มคุยกันอยู่แตกฮือกระจัดกระจายกันออกไป


          เซียนเอ๋อร์เจ้าอย่าเสียงดังไปเดี๋ยวท่านอาจารย์ก็มาแล้วไปนั่งที่เถิด เสียงนุ่มทุ้มเอ่ยบอกสตรีที่ตวาดศิษย์คนอื่นเสียงดังให้รีบไปนั่งที่ก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้น


          เพคะ ใบหน้างดงามแต่ทว่าบูดบึ้งเอ่ยกับพี่ชายตนแล้วเดินสะบัดหน้าไปนั่งที่ด้วยอารมณ์ไม่คงที่ ผู้เป็นพี่ชายได้แต่มองแล้วส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันกลับไปด้านหลังเมื่อมีคนเอ่ยเรียก


          หลี่เหวิน

 

          เจ้ามาแล้วหรือชิงฝูหลี่เหวินหรือองค์ชายรองเย่วหลี่เหวินแห่งแคว้นเย่วเอ่ยกับผู้มาใหม่


          ถวายพระพรเพคะองค์ชายหลี่เหวิน  เสียงใสทว่าน้ำเสียงนิ่งราบเรียบไม่บ่งบอกอารมณ์ของคนที่อยู่ข้างกายบุรุษมาใหม่เอ่ยทำความเคารพผู้สูงศักดิ์กว่าตามธรรมเนียมปฏิบัติ องค์ชายรองแห่งแคว้นเย่วแย้มยิ้มให้ผู้ติดตามที่มาร่ำเรียนด้วยกันของสหายรอยยิ้มอบอุ่นทำให้คนที่ได้มองต้องเบือนหน้าหนีเพื่อเก็บอาการบางอย่างก่อนจะหันมาเอ่ยกับผู้เป็นนาย


          องค์ชายหม่อมฉันขอตัวไปนั่งก่อนนะเพคะ กล่าวจบก็หมุนกายออกไปจากวงสนทนาทั้งที่ผู้เป็นนายยังไม่เอ่ยอนุญาตแต่หลางชิงฝูก็หาได้เอ่ยตำหนิอันใด


          เมื่อครู่เกิดอันใดขึ้นข้าได้ยินเสียงองค์หญิงหลี่เซียนดังออกไปถึงข้างนอกใช่เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานหรือไม่ ข้าได้ยินผู้คนในสำนักพูดคุยกันตั้งแต่ยามเหม่า (卯:mǎo)” หลางชิงฝูเอ่ยถาม


          คนถูกถามพยักหน้า


          ไม่ธรรมดาๆถึงขนาดทำให้ตาเฒ่าจอมลำเอียงอย่างอวิ๋นเมิ่งเหยาที่มีวรยุทธเกือบทัดเทียมท่านเจ้าสำนักทั้งสามทำอันใดไม่ได้ ข้าล่ะอยากรู้จักยิ่งนัก หึ หึ หลางชิงฝูเอ่ยด้วยน้ำเสียงทะเล้นในขณะที่อีกคนได้เพียงยืนนิ่งๆมองสหายที่มีนิสัยเจ้าสำราญสมฉายาองค์ชายสามเจ้าสำราญแห่งแคว้นหลางที่ได้มาสนิทสนมกันเพราะเนื่องจากพวกเขาได้ผ่านการทดสอบด้วยกันจากท่านเจ้าสำนักเมื่อหนึ่งเดือนที่ผ่านมาของการทดสอบการเข้าเป็นศิษย์รอบล่าสุด ในบรรดาคนทั้งหมดของผู้ผ่านการทดสอบมีเพียงพวกเขาสามคนที่เป็นเชื้อพระวงศ์อีกทั้งยังเคยได้รู้จักกันมาแล้วบ้างจึงได้รวมกลุ่มกันแต่ถึงแม้ทั้งสามจะเป็นเชื้อพระวงศ์ก็ไม่ได้รับอภิสิทธิ์เหนือจากบรรดาศิษย์คนอื่นๆ


สำนักเพ่ยฉีขึ้นชื่อเรื่องการปฏิบัติต่อศิษย์ทุกคนอย่างเท่าเทียม ทุกคนต่างต้องฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการหรือเป็นบุคคลที่เหล่าอาจารย์และผู้อาวุโสต่างๆในสำนักมองเห็นพรสวรรค์และความสามารถก็อาจได้รับการรับเลือกให้เป็นศิษย์ส่วนตัวถ่ายทอดวิชาให้โดยเฉพาะ

 

          เสียงพูดคุยจอแจที่เคยดังเช่นนกกระจิบเงียบกริบเมื่อเห็นว่าท่านอาจารย์ที่นัดพวกตนในวันนี้เปิดประตูเดินเข้ามาในห้องแล้วนั่งประจำที่หน้าห้อง


          เอาล่ะ วันนี้ข้ามีเรื่องจะมาแจ้งให้ทราบถึงการฝึกฝนสิ่งต่างๆที่สำนักจะสั่งสอนพวกเจ้า จบประโยคเสียงก็ดังเซ็งแซ่ไปทั่วห้อง

 

ตึง


           เฟินต๋าเฉิงกระแทกไม้ในมือลงโต๊ะเสียงดังทำให้ความวุ่นวายสงบลงก่อนจะเอ่ยต่อ

 

ผ่านมาหนึ่งเดือนพวกเจ้าคงปรับตัวและเรียนรู้กฎระเบียบของสำนักจากอาจารย์อวิ๋นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในหนึ่งปีนี้พวกเจ้าจะได้เรียนสิ่งใดบ้างในวันรุ่งขึ้นจะมีผู้อาวุโสมาแจ้งให้พวกเจ้าทราบ


แล้วข้ามีอีกเรื่องหนึ่งที่ข้าจะแจ้งให้ทราบเอาล่ะเข้ามาได้  ประโยคแรกบอกแก่ผู้คนในห้องส่วนประโยคหลังเอ่ยบอกกับอีกคนที่ยืนอยู่รออยู่หน้าห้องเพื่ออนุญาตให้เข้ามาได้

 

เสียงประตูดังขึ้นอีกครั้งก่อนจะมีร่างของสตรีนางหนึ่งก้าวเข้ามาในห้องท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของผู้คนในห้อง

 

 





**โดนแก้งานด่วยขอโทษที่ไม่ได้ลงวันละ3ตอนตามที่ว่าไว้นะคะ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 516 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,569 ความคิดเห็น

  1. #2225 Mallika34 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 22:15

    ค้างงง🥺
    #2,225
    0
  2. #2224 B_Leam (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 17:12
    ไรท์~~~ what do you do?!?! ค้างค่ะ ค้างค่ะ รีดค้างนะ เมื่อไหร่ไรท์จะเข้ามาอัพ~~
    #2,224
    0
  3. #2223 dararatbuathong (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 00:33

    ค้างงงงอย่างแรงอ่ะ

    รออยู่นะไรท์
    #2,223
    0
  4. #2222 pa kae (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 22:03

    ค้างๆๆๆ ตัวละครมาเพิ่มอีกเยอะเลยย

    #2,222
    0
  5. #2221 piamya (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:32

    รอตอนต่อไปนะค่ะไรท์

    #2,221
    0
  6. #2220 Nantanat_neung (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2563 / 21:17
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #2,220
    0
  7. #557 momozi (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 18:55
    รอตอนต่อไปค่ะ
    #557
    0
  8. #556 0830755441 (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 18:53
    ค้างงงงงง
    #556
    0
  9. #555 ZignAture (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 18:52
    ไหน้ำส้มใครบางคนกำลังจะร้าววว
    #555
    0
  10. #554 FilmFeem (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 18:50
    น้องจะเปิดหน้าเเล้ววว อยากรู้เสียจริง
    #554
    0
  11. #553 CHERRINE.NY (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 18:50
    มาอัพต่อเร็วๆนะคะ มันค้างมากเลยฮืออออ
    #553
    0
  12. #552 nnnapich (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2562 / 18:47
    ค้างง่าาา แง้ววว
    #552
    0