ท่านเรียกใครว่าหวางเฟย(รีไรท์)

ตอนที่ 2 : ตอนที่ 2 โอรสสวรรค์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52,631
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 818 ครั้ง
    22 เม.ย. 63



ตอนที่ 2

โอรสสวรรค์

 

           "คุณหนูของข้าคือคุณหนูเยี่ยไป๋เฟิ่ง"


ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันนิ่งไป คุณหนูเยี่ยไป๋เฟิ่งบุตรีขององค์หญิงแคว้นอ้ายและท่านเสนาบดีเยี่ยที่ผู้คนเคยเห็นใบหน้าที่ปราศจากผ้าคลุมขนานนามว่างามราวจิ้งจอกตั้งแต่อายุสิบหนาวน่ะหรือ ผ่านมาหกปีคงมิอาจจินตนาการได้ว่านางจะงดงามมากขึ้นเพียงใด  ในขณะที่ผู้คนกำลังนิ่งคิดผู้ที่ถูกกล่าวถึงยืนนิ่งพิงใต้ต้นไม้ใหญ่แทบจะหลับไปด้วยความง่วง โดยมีสายตาคมคู่หนึ่งมองลงมาจากชั้นสองของโรงเตี๊ยมตรงข้ามร้านขนมด้วยแววตาเรียบเฉย


หลีกไป!  คุณหนูของข้าจะซื้อขนมร้านนี้  พวกเจ้าหลีกทางให้คุณหนูข้าเดี๋ยวนี้!! ” เสียงแหลมของสตรีนางหนึ่งดังขึ้นพร้อมผลักชาวบ้านที่กำลังต่อแถวซื้อขนมหน้าร้านออกไปให้พ้นทางด้านหลังของสตรีที่เอ่ยไล่คนที่ขวางปรากฏสตรีที่หน้าตางดงามหมดจดไร้ที่ติ รูปร่างบอบบาง ผิวพรรณนวลเนียน บ่งบอกถึงว่าเป็นคุณหนูชั้นสูงผู้หนึ่ง  ด้านหลังของนางมีเหล่าผู้คุ้มกันยืนอยู่ทำให้ไม่มีใครกล้าขวางทาง  ดวงตากลมโตหางตาตวัดกวาดตามองผู้คนอย่างเย่อหยิ่ง


ทุกคนต่างพากันหลีกทางให้แก่คุณหนูผู้นั้นอย่างเกรงกลัว เพราะคุณหนูผู้นี้คือคุณหนูหลี่เหมยฟางบุตรสาวของท่านแม่ทัพอุดรหนึ่งในสี่แม่ทัพสำคัญของแคว้นท่านแม่ทัพหลี่เว่ยฉาง   ด้วยความที่ถูกเลี้ยงมาอย่างตามใจของฮูหยินเอกเจียงลี่หลิน ทำให้นางมีนิสัยเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ  และเพราะได้ชื่อว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวงและมีวรยุทธถึงขั้นสี่ที่ถือว่าเป็นผู้มีพรสวรรค์ ในหนทางของการฝึกวรยุทธนั้นหากไม่สามารถบรรลุถึงขั้นสี่ได้ก็ไม่สามารถก้าวหน้าในเรื่องด้านวรยุทธได้  ทำให้นางทะนงตนชอบวางอำนาจยกตนข่มบรรดาสตรีอื่นๆและไม่มีสตรีคนไหนที่กล้าที่จะมีเรื่องกับนางยิ่งทำให้หลี่เหมยฟางไม่เคยที่จะยอมลงให้ผู้ใด


ได้อย่างไรกัน พวกข้าก็มาต่อแถวซื้อขนมเช่นเดียวกันกับคุณหนูของเจ้าแล้วเจ้าจะมาไล่คนอื่นได้อย่างไร เสี่ยวจูที่ยืนอยู่ที่เดิมไม่หลีกทางให้เอ่ยขึ้นพร้อมกับมองไปยังสาวใช้ของคุณหนูผู้นั้นอย่างไม่พอใจ  ผู้ซึ่งได้ตำแหน่งหญิงงามอันหนึ่งของเมืองหลวงที่นางได้ทราบมา แต่ที่ได้เพราะคุณหนูของนางไม่คิดที่จะลงแข่งขันเฉยๆหรอก ไม่อย่างงั้นตำแหน่งนั้นก็คงจะเป็นของคุณหนูนางอย่างแน่นอน คุณหนูของนางงดงามและเก่งที่สุด!!


“แต่คุณหนูของข้าสำคัญกว่าบ่าวไพร่เช่นพวกเจ้าหลีกไป!” สาวใช้นางนั้นกล่าวขึ้นอย่างถือดี


“ข้าก็จะซื้อขนมให้คุณหนูข้าเช่นเดียวกัน” เสี่ยวจูยังยืนยันคำเดิม


“คุณหนูของเจ้าเป็นใครกล้าดียังไงถึงได้กล้ามาขวางทางคุณหนูของข้า ข้าไม่สนหลบไป!!” นางผลักเสี่ยวจูอย่างแรง


“โอ๊ยยย!!! ” เสี่ยวจูร้องขึ้นเมื่อโดนสาวใช้นางนั้นผลักจนล้ม


“เกิดอะไรขึ้นหรือเสี่ยวจู” ไป๋เฟิ่งที่ลืมตาขึ้นมาจากความง่วงงุนเมื่อได้ยินเสียงทะเลาะกันที่เกิดขึ้น นางจึงเดินมาดูพบว่าเป็นสาวใช้ของนางที่ถูกผลักจนล้ม


ทุกคนต่างแหวกทางให้คุณหนูแห่งจวนเสนาบดีเข้ามาในที่เกิดเหตุพร้อมรอดูเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฝั่งหนึ่งคือคุณหนูของจวนแม่ทัพอุดรที่สำคัญหนึ่งในสี่ของแคว้นอีกฝั่งหนึ่งคือคุณหนูของจวนเสนาบดีที่เป็นที่ปรึกษาส่วนพระองค์ของฮ่องเต้แถมยังมีฐานะเป็นพระราชนัดดาของฮ่องเต้แคว้นอ้าย งานนี้เห็นทีว่าฝั่งคุณหนูจวนเสนาบดีจะได้เปรียบอยู่หนึ่งส่วน


“คุณหนูเจ้าคะ พวกข้าและทุกคนในที่นี่กำลังต่อแถวรอซื้อขนมอยู่เจ้าค่ะ แต่มีสาวใช้ของคุณหนูผู้นี้มาไล่พวกข้าออกไปให้พ้นทาง” เสี่ยวจูเห็นคุณหนูของตนเดินเข้ามาจึงรีบเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นกึ่งฟ้องไปในที


ไป๋เฟิ่งมองสาวใช้คนนั้นได้สายตาราบเรียบอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะมองไปยังหลี่เหมยฟางเช่นเดียวกับที่หลี่เหมยฟางมองเยี่ยไป๋เฟิ่งด้วยสายตาถือดี  


หลี่เหมยฟางไม่ทราบว่าเยี่ยไป๋เฟิ่งเป็นใคร  เพราะนางพึ่งมาจากฉางอันเมืองที่บิดานางเป็นแม่ทัพพิทักษ์ประจำทิศอุดรอยู่  นางมาเมืองหลวงเพื่อมาแข่งขันชิงความเป็นหญิงงามอันดับหนึ่งเพื่อที่จะได้เป็นหญิงที่เพียบพร้อมเหมาะสมกับชินอ๋องบุรุษที่นางปักใจรักตั้งแต่เมื่อวัยเยาว์ ตอนนี้นางก็ได้ตำแหน่งนั้นมาครอบครองจึงคิดว่าในแคว้นนี้คงไม่มีใครเหนือกว่านางอีกแล้ว


“คุณหนูท่านนี้เหตุใดจึงต้องเอาเปรียบพวกเราด้วยเล่าในเมื่อทุกคนในที่นี่ก็ต่างต้องการซื้อขนมกันทั้งนั้น” ไป๋เฟิ่งพูดคุยด้วยเหตุผลเพราะนางไม่ได้อยากมีเรื่องราวอันใดกับใครทั้งนั้น นางต้องการเพียงแค่ซื้อขนมและรีบกลับไปหาท่านแม่ของนางเท่านั้น


“นี่!!  รู้ไหมว่าคุณหนูของข้าเป็นใคร!”  สาวใช้คนเดิมยังคงแผดเสียงอย่างต่อเนื่อง นางคิดว่าไป๋เฟิ่งคงเป็นเพียงคุณหนูจากจวนขุนนางเล็กๆซักจวนเพราะเห็นมีสาวใช้ติดตามเพียงคนเดียว


“หากเจ้าไม่รู้ว่าคุณหนูของเจ้าเป็นใคร ข้าหรือจะรู้??” ไป๋เฟิ่งเอ่ยตอบอย่างราบเรียบแววตานิ่งเฉยไม่ได้มีแววของการตีรวนเพื่อหาเรื่องแต่อย่างใด แต่ผู้คนที่ได้ฟังถึงสะดุดกันไปตามๆกันกับคำพูดของนาง

 

ลี่จินสาวใช้ของหลี่เหมยฟางถึงกับยืนนิ่งอึ้งไม่คาดว่าจะได้รับคำตอบเช่นนี้


ทางด้านหลี่เหมยฟางรู้สึกเสียหน้าเป็นอย่างมาก นางกัดฟันใบหน้าแดงก่ำนางเป็นถึงบุตรตรีของแม่ทัพอุดรพี่ชายก็เป็นบัณฑิตที่ได้สอบในระดับเตี้ยนชื่อ* แถมนางยังได้ตำแหน่งสาวงามอันดับหนึ่งมาไม่นานย่อมเป็นที่รู้จัก สตรีนางนี้เป็นใครถึงบังอาจไม่รู้จักนางกัน


“คุณหนูของข้ามีนามว่าหลี่เหมยฟาง เป็นบุตรีของแม่ทัพอุดร” ลี่จินรีบเอ่ยบอกเสียงดัง เมื่อรู้สึกถึงแรงอารมณ์ของผู้เป็นนาย 


“บุตรสาวแม่ทัพอุดรอย่างนั้นหรือ” ไป๋เฟิ่งที่ได้ยินก็พึมพำกับตัวเองพลางนึกคิดว่าตนเองเคยเห็นหรือรู้จักหรือไม่ สุดท้ายก็ได้คำตอบ


"ข้าไม่รู้จัก"


"....."


“อีกอย่างถึงจะมีฐานะใหญ่โตเช่นใดก็ไม่ควรเอาเปรียบผู้อื่น”  ไป๋เฟิ่งกล่าวอย่างไม่คิดอะไรเพียงแค่อยากจะทำในสิ่งที่ถูกต้องเท่านั้นมิคาดว่าจะเป็นการตบหน้าอีกฝ่าย


              เกิดอาการเงียบขึ้นไปทั่วทั้งบริเวณทุกคนต่างนิ่งอึ้งเป็นรอบที่สอง หลี่เหมยฟางมองเยี่ยไป๋เฟิ่งที่ทำหน้านิ่งเฉยปนง่วงงุนอย่างเกรี้ยวกราดไม่เคยมีใครหักหน้านางอย่างนี้มาก่อนทำให้นางรู้สึกเสียหน้าเป็นที่สุด 


               ในขณะที่ทุกคนกำลังตกอยู่ในอาการอึ้ง ไป๋เฟิ่งจึงสั่งให้เสี่ยวจูไปซื้อขนมก่อนที่จะกินเวลานานไปมากกว่านี้แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว 


                เหตุการณ์เมื่อครู่ตกอยู่ในสายตาของบุรุษผู้หนึ่งที่ขณะนั้นนั่งมองออกไปทางหน้าต่างชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยม ก่อนหน้านี้สายตาเขามองไปเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งเห็นสตรีนางหนึ่งที่ยืนหลับตาพิงต้นไม้เยื้องหน้าร้านขนมชื่อดังของเมืองหลวง  ใบหน้ารูปนวลเนียนถูกปิดโดยผ้าคลุมสีทึบครึ่งหน้า แต่เหมือนมีมนต์สะกดให้เขาจ้องมอง จนกระทั่งนางลืมตาขึ้นมาดวงตาหงส์สีนิลสนิทเปล่งประกายเจิดจ้าแต่ปนด้วยความง่วงงุนมองไปยังที่มาของเสียงที่ทำให้นางลืมตาตื่นขึ้น เขามองสตรีนางนั้นจนกระทั้งนางและบ่าวเดินจากไปพร้อมขนมในมือ


มีสารด่วนจากวังหลวงพะยะค่ะ” องครักษ์คนหนึ่งโผล่มาจากหลังประตูที่เป็นห้องลับพร้อมส่งจดหมายให้


             บุรุษที่อยู่ตรงนั้นก่อนอ่านสารเสร็จก็ถอนหายใจอย่างเสียมิได้


บอกไปว่าข้าจะไปไม่ต้องส่งอะไรมาเด็ดขาดไม่งั้นข้าไม่ไปแน่   แล้วก็ไม่ต้องมา”เขาเอ่ยคล้ายจะสั่งมากกว่าบอกเล่า


พะยะค่ะ”องครักษ์พยักหน้าพร้อมกับกระโดดใช้วิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมจากไปทางหน้าต่างมุ่งหน้าสู่วังหลวงเพื่อรายงานการส่งสารจากบุรุษผู้เป็นดั่งเกราะกำแพงของแคว้นจ้าวให้กับผู้ครองแคว้น


               ส่วนบุรุษที่เอ่ยปากสั่งความองครักษ์ก็พลิ้วกายกลับไปยังกองทัพที่อยู่ด้านนอกเมืองเช่นเดิม


 


ณ ห้องทรงพระอักษร


            บุรุษผู้เป็นใหญ่ของแคว้นกำลังนั่งอ่านรายงานจากขุนนางทั้งหลาย พระองค์ทรงปวดหัวกับเหล่าขุนนางเฒ่าที่วันๆไม่ทำงานทำการอะไร จ้องแต่จะบังคับให้พระองค์แต่งตั้งฮองเฮา บ้างก็อ้างเรื่องบ้านเมืองขาดมารดาของแผ่นดินบ้างล่ะ บ้างก็อ้างเรื่ององค์รัชทายาทสืบบัลลังก์บ้างล่ะ คิดว่าพระองค์รู้ไม่ทันหรือว่า พวกขุนนางเฒ่าจ้องจะเสนอบุตรสาวตนขึ้นมาเป็นฮองเฮา  ฮึ!! เขาพึ่งอายุยี่สิบแปดชันษา ยังมีเวลาอีกมากในการมีทายาทสืบทอดบัลลังก์ อีกอย่างก็ใช่ว่าจะไม่มีสตรีที่พร้อมให้กำเนิดทายาทในเมื่อตำแหน่งเฟยทั้งสี่และสนมของพระองค์มีครบเกือบทุกตำแหน่ง  เวลานี้ปัญหาเรื่องศึกสงครามพึ่งจบพระองค์ยังไม่คิดเรื่องแต่งตั้งฮองเฮาอะไรนั้นหรอก  ในฐานะคนปกครองแคว้นขอแค่บ้านเมืองสงบร่มเย็นชาวบ้านอยู่ดีกินดีแค่นี้พระองค์ก็ไม่ขออะไรอีกแล้ว


ถวายบังคมพะยะค่ะฝ่าบาท”  เสียงองครักษ์เงาปรากฏขึ้นหลังพระที่นั่งทรงอักษร


รายงานมา”


ชินอ๋องทรงกล่าวว่าจะเข้าร่วมงานเฉลิมฉลองพะยะค่ะ หากแต่ไม่ให้ส่งอะไรไปเด็ดขาดไม่อย่างนั้นจะทรงไม่เข้าร่วมงานพะยะค่ะ” องครักษ์รายงานทุกอย่างไม่ตกบกพร่องซักประโยคเดียว


               “หึ่ยยย  เจ้าน้องชายคนนี้มันหัวแข็งซะจริงไม่น่ารักเอาซะเลย” จ้าวหมิงหลงอดบ่นออกมาไม่ได้  อนุชาของพระองค์นั้นหัวรั้นไม่น้อยชอบทำตัวเย็นชาจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ สาวงามน้อยใหญ่ที่พระองค์ประทานให้ก็ถูกไล่ตะเพิดกลับมาหมดทั้งๆที่ตอนเด็กน่ารักแท้ๆ


ชินอ๋องกล่าวอะไรอีกหรือไม่”


เออ.. ชินอ๋องรับสั่งว่าไม่ต้องมาพะยะค่ะ”องครักษ์กล่าวด้วยน้ำเสียงติดขัดเล็กน้อย เนื่องด้วยเกรงกลัวอารมณ์ของโอรสสวรรค์


หึ  ไม่ต้องมาอย่างงั้นหรือ” พระพักตร์งดงามยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์


ขันทีซ่งอยู่หรือไม่”จ้าวหมิงหลงตะโกนถามขันทีด้านนอกทันที


อยู่พะยะค่ะฝ่าบาท”


เตรียมตัวข้าจะไปรับน้องชายซะหน่อย”  จ้าวหมิงหลงบอกพร้อมยิ้มอย่างอารมณ์ดี


             องครักษ์และขันทีซ่งเห็นฝ่าบาททรงยิ้มสรวลก็มองหน้ากันอย่างหวั่นวิตก หวังว่าฝ่าบาทคงไม่ทรงกลั่นแกล้งแหย่อะไรชินอ๋องอะไรอีกนะ ไม่อย่างงั้นชินอ๋องอาจจะหนีกลับชายแดนภายในค่ำคืนนี้ก็เป็นได้หากไม่ทรงเรียกกลับมารับรางวัลความดีความชอบก็คงไม่กลับมาเมืองหลวง

เหตุผลที่ต้องทรงกลับมาเพราะฝ่าบาททรงส่งสารไปชายแดนหลังเสร็จศึกใจความว่า ‘หากไม่นำทัพกลับมาเองทหารทุกนายจะไม่ได้กลับจากชายแดนทั้งสิ้น’ ทำให้ชินอ๋องต้องกลับมาอย่างเสียมิได้ ไม่ใช่เพื่อตนเองแต่เพื่อเหล่าทหารที่ร่วมสู้ศึกทุกนายที่ควรจะได้รับรางวัลและได้กลับบ้านหาครอบครัวหลังจากชนะศึกในครั้งนี้



ทางด้านไป๋เฟิ่งที่ได้ขนมมาก็อารมณ์ดีเป็นอย่างยิ่ง แต่นางไม่อาจแวะร้านตำราได้เพราะล่วงเลยเวลามาจะครึ่งชั่วยามแล้ว มารดานางคงกำลังกล่าวว่านางในใจเป็นแน่ ทันทีที่ไป๋เฟิ่งก้าวเข้าสู่โรงเตี๊ยมทุกสายตาต่างมองมาที่นางราวกับมีมนต์สะกด ทุกย่างก้าวของนางเต็มไปด้วยความมั่นคง สง่างาม ใบหน้าเชิดขึ้นเล็กน้อยตามแบบฉบับชนชั้นสูงมที่มารดานางพร่ำสอน 


ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมเป็นห้องของเจ้าของโรงเตี๊ยมหรือก็คือท่านพ่อของนางนั่นเองแต่หลังจากที่ได้รับตำแหน่งเสนาบดีกิจการนี้ก็ได้ถูกยกให้ท่านแม่ของนางดูแลเนื่องจากท่านแม่ไม่อยากอยู่ในจวนเฉยๆ ท่านแม่ดูแลโรงเตี๊ยมเป็นอย่างดีรับลูกค้าทุกระดับไม่แบ่งชนชั้น สามารถเข้าพักได้ตามกำลังทรัพย์ของแต่ละคน อาหารรสเลิศและมีบริการครบครันถือว่าเป็นโรงเตี๊ยมที่ได้รับความนิยมอันดับต้นๆของเมืองหลวงเลยทีเดียว


ข้ามาแล้วเจ้าค่ะท่านแม่” ไป๋เฟิ่งส่งเสียงบอกมารดา และเดินไปนั่งลงข้างๆ


อ้ายเหม่ยหลินหันกลับมามองบุตรสาวนาง พร้อมกวาดตามองพบว่าบุตรสาวที่กล่าวว่าจะไปดูตำราแต่กลับได้ถุงขนมจากร้านชื่อดังของเมืองหลวงมา นางส่ายหน้าเล็กน้อย บุตรสาวนางกินแต่ขนมหวานจนร่างเพรียวบางเริ่มมีเนื้อเกินขึ้นมาที่แก้มแล้วบางส่วนสงสัยนางต้องตุยอย่างจริงจังกับพ่อบ้านงดขนมบุตรสาวเสียแล้ว

             ไป๋เฟิ่งหันหน้าไปบอกเสี่ยวจูให้เอาขนมส่วนหนึ่งมาใส่จาน นางจะชิมก่อนส่วนหนึ่งแล้วจะเก็บที่เหลือไว้กลับไปกินที่จวน ไม่รู้ว่านางจะได้ออกมานอกจวนอีกเมื่อไหร่ หรือนางจะขอให้พี่ใหญ่พาออกมาดีไหมนะ? ท่านแม่นางคงไม่คัดค้าน  ไป๋เฟิ่งขบคิดกับตัวเอง



เวลาผ่านไปครึ่งชั่วยาม


            ตึ่ง!    ตึ่ง!   ตึ่ง!   ตึ่ง!    ตึ่ง!


            เสียงกลองศึกพร้อมเสียงฝีเท้าของม้าศึกและทหารนับแสนดังขึ้นกระหึ่มมาจากหน้าทางหน้าประตูเมืองเป็นสัญญาณว่ากองทัพหลวงของชินอ๋องและพี่ชายนางมาถึงแล้ว เสียงแตรเป่าส่งสัญญาณให้กองทัพเคลื่อนเข้าสู่ประตูเมือง บรรดาชาวเมืองเต็มไปทั้งสองข้างทางเพื่อมาชมชัยชนะอันยิ่งใหญ่และมารอคอยต้อนรับคนในครอบครัวที่ออกไปทำสงครามเมื่อสี่ปีก่อน  



ทางด้านประตูเมืองหลวง


เมื่อประตูเมืองเปิดออกสู่สายตา หน้าขบวนปรากฏบุรุษรูปร่างสูงใหญ่ร่างกายกำยำสมกับเป็นแม่ทัพ  ใบหน้าคมเข้มผสมกับความงามอย่างลงตัว   คิ้วเฉียงตัดราวกระบี่เข้ากับดวงตาดุดันสีนิลสนิท ริมฝีปากสีสดดั่งคนสุขภาพดี ใบหน้าเรียบนิ่งไม่บ่งบอกอารมณ์ บรรยากาศรอบๆตัวแลดูเยือกเย็น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสตรีน้อยใหญ่ส่งสายตาให้บุรุษผู้นั่งอยู่บนหลังม้าศึกชั้นดีไม่ขาดสาย  ด้านหลังถัดไปคือบุรุษรูปงามไม่แพ้กัน ใบหน้าคมเข้ม คิ้วกระบี่ แต่มีดวงตาที่หวานไม่ดุดันที่ได้มาจากผู้เป็นมารดาบรรยากาศรอบตัวผ่อนคลายไม่ตึงเครียดเท่าท่านแม่ทัพใหญ่ เขาคือรองแม่ทัพเยี่ยไป๋เทียนบุตรชายของท่านเสนาบดีใหญ่นั่นเอง


               เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังไปทั่วบริเวณเมื่อขบวนเคลื่อนผ่านและแล้วก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีบุรุษผู้หนึ่งแต่งกายคล้ายคุณชายเจ้าสำราญยืนขวางหน้าขบวน ชาวบ้านที่อยู่ใกล้เคียงบริเวณนั้นต่างคิดว่าบุรุษผู้นั้นเป็นใครกันถึงได้กล้าขวางขบวนของท่านแม่ทัพใหญ่ไม่รักชีวิตแล้วหรือไร  ทันทีที่จ้าวเฟยหลงและรองแม่ทัพอย่างเยี่ยไป๋เทียนที่ขี่ม้านำหน้าขบวนเห็นว่าผู้ที่แต่งกายคล้ายคุณชายเจ้าสำราญนั้นเป็นใครก็รีบลงจากหลังม้าแล้วก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว


ถวายพระพรพะยะค่ะฝ่าบาท” เยี่ยไป๋เทียนคุกเข่ากล่าวถวายความเคารพแด่จ้าวหมิงหลงฮ่องเต้อย่างรวดเร็ว


ท่านมาทำอันใดที่นี่” จ้าวเฟยหลงมองหน้าพระเชษฐาที่รั้นออกมานอกวังหลวงไม่กลัวอันตราย


จ้าวหมิงหลงฮ่องเต้กวาดสายตามองอนุชาซึ่งไม่ได้พบหน้ากันนานหลายปีที่นอกจากไม่ทำความเคารพพระองค์ผู้ซึ่งเป็นฮ่องเต้แล้วยังถามคำถามไม่น่าฟังอีกต่างหาก เจ้าน้องชายคนนี้นี่มันน่าลงโทษซะจริงๆแต่ก็เอาเถอะพระองค์ไม่ได้ถือสาอะไร ขนาดบัลลังก์นี้พระองค์จะยกให้น้องชายผู้นี้ยังได้ด้วยซ้ำ ความจริงนั้นบัลลังก์นี้ควรเป็นของอนุชาตนเสียมากกว่าติดอยู่ที่ว่าเจ้าน้องชายหน้าตายนี้ไม่ขอยุ่งกับการเมืองใดๆทั้งสิ้น


อะไรเล่าหลงเอ๋อร์ พี่ชายคนนี้มาต้อนรับกลับบ้านทั้งทีทำไมพูดจาไม่น่าฟังอย่างนั้นเล่า” จ้าวหมิงหลงพูดอย่างหยอกเย้า


             ชาวเมืองที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็ได้ยินบทสนทนาดังกล่าวจึงทราบว่าบุรุษที่บังอาจขวางทางผู้นั้นเป็นใครต่างพากันตื่นตะลึงไม่คิดว่าโอรสสวรรค์จะเสด็จมา ชาวเมืองและเหล่าทหารน้อยใหญ่ที่อยู่ด้านหน้ารีบคุกเข่าพร้อมส่งเสียงถวายพระพร


ถวายพระพรฝ่าบาท  ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่น หมื่นปี !”


เอาล่ะข้าไม่ได้มาแบบเป็นทางการ อย่าส่งเสียงดังไปเดี๋ยวชาวเมืองจะแตกตื่นกันไปหมด ตามสบายเถอะ ข้าแค่มาต้อนรับพวกท่านที่สามารถชนะศึกสงครามปกป้องแคว้นของเราให้อยู่รอดปลอดภัยแยกย้ายกันกับบ้านเรือนพวกท่านเถิด อีกสามวันเราจะจัดงานเฉลิมฉลองและให้รางวัลแก่พวกท่านทุกๆคนและรวมถึงครอบครัวคนที่สูญเสียด้วย”


ขอบพระทัยพะยะค่ะ ฝ่าบาท!!”


ชาวเมืองและทหารที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างกล่าวขอบพระทัยซาบซึ้งถึงความมีเมตตาของฮ่องเต้ก่อนจะสั่งทหารแยกย้ายกันกับบ้านเรือนตนด้วยความสุข แต่ก็มีหลายคนที่กลับไปด้วยความเศร้าโศกเนื่องจากได้สูญเสียคนในครอบครัวไป


จ้าวเฟยหลงมองพระเชษฐาตนเองที่เป็นถึงฮ่องเต้แต่ยังคงเอาแต่พระทัยไม่ระวังตนเองพร้อมถอนหายใจ


เสด็จพี่ทรงออกมาได้อย่างไรพะยะค่ะ”จ้าวเฟยหลงถามผู้เป็นพี่อีกครั้งด้วยท่าทีที่สุภาพกว่าเดิมนิดหน่อยเมื่อนึกขึ้นด้ว่าอยูท่ามกลางสายตาของคนมากมาย


ข้าก็ออกมาพร้อมกับขันทีซ่งและฉิวฟงน่ะสิ”ทางด้านฉิวฟงและขันทีซ่งที่ถูกสายตาคาดโทษของชินอ๋องได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อหน้าซีดอยู่ด้านหลังจ้าวหมิงหลงอย่างไม่รู้จะอย่างไร ในเมื่ออีกฝ่ายเป็นโอรสสวรรค์วรยุทธรึก็สูงกว่าพวกเขา  จะมีใครกล้าขัดคำสั่งได้ พวกข้าน้อยยังมีครอบครัวที่ต้องดูแลอยู่นะพะยะค่ะฝ่าบาท!






*เตี้ยนชื่อ    การสอบระดับราชสำนักหรือราชวัง เป็นการสอบต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 818 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,568 ความคิดเห็น

  1. #2559 ZYLVES (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 มกราคม 2564 / 11:04
    มีคำผิดนิดหน่อยแต่สนุกดีค่ะ
    #2,559
    0
  2. #2114 pa kae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 เมษายน 2563 / 09:28

    พี่น้องน่ารักจังเลย


    #2,114
    0
  3. #2108 Moo.chompoo (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 09:50
    สนุกๆขนาดอ่านรอบ2แล้ว.. ไรท์อัพเร็วๆนะขอสักวันละ3ตอน
    #2,108
    0
  4. #2106 anuchsara1234 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:49

    รอรอๆๆๆ
    #2,106
    0
  5. #2104 mod15071986 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 21:57

    รอรอนะคะกว่าจะเจอกัน
    #2,104
    0
  6. #2102 ChompooBussaba (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 19:38
    รอค่าาาา
    #2,102
    0
  7. #2100 Nantanat_neung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 17:28
    รออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #2,100
    0
  8. #2099 MeawMeaw31 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 16:46
    ขอบคุณค่ะ
    #2,099
    0
  9. #230 นัตตี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 19:47

    ภาษา และ เนื้อเรื่องดีค่ะ มีคำผิดนิดหน่อยแต่ไม่เป็นไรจ้าาา

    #230
    0
  10. #146 THEJlovely (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 12:27

    ส่วนตัวไม่ค่อยชอบที่ใส่ตัวเลขระบุจำนวนในนิยายมันดูขัดตา น่าจะใส่เป็นคำแทนนะคะ บางที่ก็ไม่ควรใช้และใส่หลายจุดเกิน ส่วนมากอ่านเป็นคำลื่นไหลมากกว่า อ่านต่อไป เฮ้ออ
    #146
    0
  11. #129 soofee26 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 13:17
    ภาษาดี เนื้อเรื่องโอเคเลยค่ะ แต่มีคำผิดนึดนึงในย่อหน้าที่สองค่ะ ^^
    #129
    0
  12. #105 SweetEnough (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2562 / 13:14
    อ่านลื่นมากเลยค่าา น่าติดตามมาก
    #105
    1
    • #105-1 MeowMeow_41(จากตอนที่ 2)
      6 มิถุนายน 2562 / 15:47
      ขอบคุณค้าาา ไรท์มีกำลังใจเพิ่มแล้ววว
      #105-1
  13. #82 kaengnaja (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 12:33

    ติดตามค่ะ สนุกดี

    #82
    0
  14. #40 Cutebaejin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 16:33
    นางเอกน่ารักกกกกก
    #40
    0
  15. #3 piamya (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 14:59

    สู้ ๆค่ะ รอนะค่ะ

    #3
    2
    • #3-1 MeowMeow_41(จากตอนที่ 2)
      17 พฤษภาคม 2562 / 15:20
      ขอบคุณค่ะ ไรท์จะรีบปั่นเลยน๊าาาาาาาาาาา
      #3-1
    • #3-2 iamdust63(จากตอนที่ 2)
      17 พฤษภาคม 2562 / 16:03

      สู้ๆนะคะไรต์ อยากอ่านอีกๆๆ
      #3-2
  16. #2 Emmajung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 13:49

    รอนะค่ะ
    #2
    0