ท่านเรียกใครว่าหวางเฟย(รีไรท์)

ตอนที่ 14 : ตอนที่ 14 งานเลี้ยง (จบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 38,332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 623 ครั้ง
    3 พ.ค. 63


ตอนที่ 14

งานเลี้ยง (จบ)


ไป๋เฟิ่งเมื่อได้ยินคำตรัสจากอู๋หวงไท่โฮ่วจึงคิดว่าคงไม่อาจปฏิเสธได้คงได้เพียงทำตามรับสั่งใช่ว่านางจะไม่เห็นแววตาที่เต็มไปด้วยโทสะยามมองพระสนมผู้นั้นที่ขัดพระนาง ไป๋เฟิ่งยังมิอยากโดนลากไปประหารหรอกนะ คืนนี้ยังอยากกลับไปนอนที่จวน

 

“เพคะ” ไป๋เฟิ่งรับคำแล้วเอื้อมมือขึ้นมาเพื่อที่จะปลดผ้าคลุมออก  ทันทีที่นิ้วเรียวปลดผ้าคลุมหน้าสีขาวที่แนบไปกับใบหน้านวลลงทำให้เผยให้เห็นเครื่องหน้าอันสมบูรณ์แบบ  ใบหน้ารูปไข่ขาวนวลดั่งดวงจันทร์ยามราตรี คิ้วโก่งเหมือนกิ่งหลิว ดวงตาหงส์เรียวยาวตวัดโค้งขึ้น นัยน์ตาสีนิลสนิทเป็นประกายเจิดจ้าเหมือนดวงดาราถูกล้อมด้วยขนตาแพรหนาเรียงตัวอย่างงดงามเป็นระเบียบ จมูกเรียวยาวปลายเชิดขึ้น ริมฝีปากเล็กสีสดเหมือนผลอิงเถา*  บวกกับแก้มสีชมพูระเรื่อที่ป่องน้อยๆชวนหยิก  ลำคอยาวระหงที่มีผมสีดำสนิทคลอเคลีย

 

บรรดาบุรุษที่ได้เห็นใบหน้าที่ปราศจากผ้าคลุมเหมือนถูกช่วงชิงลมหายใจไปกับความงามนั่น บางคนถึงกับทำจอกเหล้าในมือหล่นลงพื้น อย่างเสียกิริยาพวกเขาต่างคิดในใจไปในทิศทางเดียวกันโดยไม่ต้องล่าวออกมาว่าขนาดคุณหนูหลี่ที่เป็นหญิงงามอันดับหนึ่งยังมิอาจเทียบเท่า  ต่างจากบรรดาสตรีที่ได้เห็นนอกจากตกตะลึงก็ริษยาในความงามที่เหล่าเทพบนสรวงสวรรค์บรรจงสร้าง  หากสตรีตรงหน้ากล่าวว่าเป็นนางจิ้งจอกแปลงกายมาก็พร้อมเชื่อสนิทใจ เป็นความงามที่มิได้ดูอ่อนหวานดั่งเทพธิดาแต่หากเป็นความงามที่ล่อลวงผู้คน สตรีผู้นี้เป็นภัยแก่ผู้คนอย่างยิ่ง!!

 

อู๋หวงไท่โฮ่วเองเมื่อเห็นใบหน้านวลขาวราวหิมะก็อดยอมรับไม่ได้ว่าเมื่อนางอายุเท่าสตรีตรงหน้าที่มีสมญานามว่าเป็นสตรีล่มเมืองยังงามจนสะกดผู้คนได้มิเท่านี้  นับว่าโอรสตนสายตาเฉียบแหลมยิ่งนักเพชรเม็ดงามนี้ถูกหลบซ่อนจากสายตาผู้คนมานานเท่าใดกัน? ดูท่าบิดานางหวงน่าดู


          “ไป๋เฟิ่ง หงส์ขาวอย่างนั้นหรือ  ช่างเหมาะนักหงส์ต้องเคียงคู่กับมังกรเจ้าว่าหรือไม่?” ไป๋เฟิ่งได้แต่นิ่งไร้คำจะกล่าว จะให้นางเอ่ยตอบว่า ‘เพคะ’ อย่างนั้นหรือ นางยังไม่อยากตกลงไปในสวนดอกไม้พิษของวังหลังหรอกนะ


          “คุณหนูเยี่ยมีคู่หมายหรือยัง?”เมื่อได้ยินคำถามไป๋เฟิ่งจึงรีบส่งสายตาขอความช่วยเหลือไปยังบิดาที่ก็ทำสีหน้าปั้นยากอย่างคิดหาวิธีที่จะหลุดจากสถานการณ์ในครั้งนี้ 


          “ว่าอย่างไรคุณหนูเยี่ย”


          “ทูลหวงไท่โฮ่วหม่อมฉันยังมิมีคู่หมายเพคะ” อู๋เหลียนฮวาเมื่อได้ยินดังนั้นก็ยินดี นางกล่าวว่าหงส์ต้องคู่กับมังกรแต่มิได้บอกเสียหน่อยว่าว่าเป็นมังกร‘คนไหน’นี่  นางถือว่าถามเผื่อคนแถวๆนี้อยากทราบ


          จ้าวเฟยหลงรู้สึกมีความยินดีในอกอย่างบอกไม่ถูกที่ได้ยินว่านางยังมิมีคู่หมาย หากแต่ยังคงรู้สึกขุ่นเคืองคิดว่าอู๋หวงไท่โฮ่วคงจะทาบทามนางให้แก่ฝ่าบาท


          “ถ้าเช่นนั้นหากอ้ายเจียอยากให้เจ้าแต่งกับโอรสอ้ายเจียเล่า?”อู๋หวงไท่โฮ่วเอ่ยถามราวกับจะลองใจ


          “ขอบพระทัยที่ทรงเมตตาหม่อมฉันเพคะ  แต่หม่อมฉันคงไม่อาจแต่งกับใครได้เนื่องจากหม่อมฉันอยู่ในช่วงไว้ทุกข์ให้แก่ท่านปู่ที่หม่อมฉันรักและเคารพ” ไป๋เฟิ่งนิ่งไปก่อนที่คิดได้จึงเอาเรื่องท่านปู่ของนางมาเป็นข้ออ้างในการบอกปฏิเสธ ‘ท่านปู่ช่วยข้าด้วยเถิด’


          “หม่อมฉันเชื่อว่าด้วยพระบารมีของฝ่าบาทย่อมมีคนเหมาะสมกว่าหม่อมฉันเพคะ” นางกล่าวสมทบอีกทีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายวกเข้ามาหานางอีก


          อู๋เหลียนฮวามองสตรีตรงหน้าที่เอ่ยปฏิเสธด้วยเหตุผลที่ดูออกจะฟังไม่ค่อยขึ้นนัก หากแต่เป็นที่พึงพอใจของสตรีที่ยังคงกุมอำนาจในวังหลัง  พระนางเพียงแค่คิดจะลองใจหากสตรีตรงหน้าตอบเป็นไปในทางตกลงก็แสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีความทะเยอทะยานไม่เหมาะสมที่จะแต่งเข้าราชวงศ์จ้าวให้แก่ผู้ใดทั้งนั้น นับตั้งแต่ก่อตั้งราชวงศ์มาก็เคยมีเหตุการณ์เข่นฆ่าเพื่อชิงบัลลังก์มานักต่อนัก ส่วนใหญ่เกิดจากบรรดาพระโอรสด้วยกันเองที่มีมารดากระหายในอำนาจและเหล่าครอบครัวของเชื้อพระวงศ์ที่แต่งเข้าราชวงศ์มาเกิดความทะเยอทะยานหมายอยากครอบครองบัลลังก์มังกร ดังนั้นพระนางจึงมิปรารถนาที่จะเห็นในรัชสมัยของพระโอรสตน


          “เอาเถอะหากเจ้าไว้ทุกข์ข้าก็จะไม่บังคับ” อู๋เหลียนฮวาพยักหน้าเข้าใจก่อนจะโบกมืออนุญาตให้ไปเฟิ่งกลับไปนั่งที่ได้


          “ขอบพระทัยหวงไท่โฮ่วเพคะ” 

 

          จ้าวหมิงหลงมองคนที่พระองค์เอ่ยปากขอเป็นน้องสาวที่โดนลากมาเป็นจุดกลั่นแกล้งอนุชาตนโดยไม่รู้ตัวด้วยสายตาสนุกสนานที่เห็นการเอาตัวรอดฉบับมึนๆของนาง งานนี้ทั้งได้แกล้งเจ้าน้องชายปากแข็งและเอาคืนน้องสาวที่ชอบเอ่ยขัดใจพระองค์ครั้งก่อน ถือว่าคุ้มค่า!

 

          จ้าวเฟยหลงรู้สึกโล่งอกแปลกๆ พร้อมขบขันกับการเอาตัวรอดฉบับหน้ามึนของนาง พระองค์ก็พอจะทราบถึงการจากไปของนายท่านผู้เฒ่าของตระกูลเยี่ยจากรองแม่ทัพตนที่ทางบ้านส่งจดหมายมาถึงในระหว่างการทำสงครามเมื่อปีก่อน จึงได้กล่าวแสดงความเสียใจด้วยเล็กน้อย มิคาดว่านางจะเอาเรื่องนี้มาเป็นข้ออ้างในการจับคู่ของพระมารดาเลี้ยงของตน

 

          ไม่เพียงแต่จ้าวเฟยหลงที่รู้สึกยินดีหากแต่เหล่าสนมและบรรดาหญิงสาวคนอื่นๆก็พลอยลอบยินดีกับการที่คุณหนูเยี่ยปฏิเสธอู๋หวงไท่โฮ่วไป  บางคนคิดว่าคุณหนูเยี่ยช่างโง่งมที่ปฏิเสธตำแหน่งใต้หนึ่งเหนือหมื่นที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ แต่ก็มีคนกลุ่มหนึ่งที่คิดว่าสิ่งที่คุณหนูเยี่ยทำไปนั้นเหมาะสมแล้ว หากสตรีจากตระกูลเยี่ยนามไป๋เฟิ่งขึ้นดำรงตำแหน่งฮองเฮาราชสำนักคงเกิดคลื่นใต้น้ำอย่างแน่นอน

 

          หลังจากนั้นไม่นานเหล่าฝ่าบาท หวงไท่โฮ่วและบรรดาสนมก็เสด็จกลับไปเหลือเพียงผู้คนในงานและเชื้อพระวงศ์เพียงหนึ่งเดียวคือชินอ๋องจ้าวเฟยหลงที่ยังคงนั่งจิบสุราครุ่นคิดอะไรบางอย่าง  ที่นั่งข้างๆที่เคยเป็นของราชครูเฉินที่กลับไปแล้วถูกแทนที่ด้วยท่านแม่ทัพอู๋ป๋าไห่ที่ลุกมาหาชินอ๋อง


          “ถวายพระพรชินอ๋องพะยะค่ะ” 


          “ตามสบาย ท่านแม่ทัพอู๋มานี่คงมีเรื่องอยากสนทนากับข้า”


          “มิผิดพะยะค่ะ”อู๋ป๋าไห่ลอบยื่นกระดาษในมือให้จ้าวเฟยหลงอย่างแนบเนียนก่อนจะทำทีเป็นชวนพูดคุยเรื่องอื่นไปเรื่อย ต่างฝ่ายต่างสบตาเข้าใจซึ่งกันและกัน ท่านแม่ทัพบูรพาถือว่าเป็นท่านลุงเขยของจ้าวเฟยหลง เนื่องจากท่านป้าพี่สาวของเสด็จแม่เขาเป็นฮูหยินท่านแม่ทัพจึงทำให้ทั้งสองคนค่อนข้างคุ้นเคยกันอยู่มาก


          “ท่านแม่ทัพพะยะค่ะ / คาราวะท่านแม่ทัพอู๋” ไป๋เทียนก้าวเข้ามาหาทั้งสองที่นั่งคุยกัน


          “ว่าอย่างไร”


          “กระหม่อมมาทูลลากลับพร้อมกับครอบครัวพะยะค่ะ”  ไป๋เทียนที่ทางบิดาเอ่ยปากชวนกลับทั้งที่งานยังไม่เลิก ส่วนสาเหตุก็คือบิดากล่าวว่ามีบรรดาบุรุษหน้าเหม็นทั้งหลายเข้าไปวุ่นวายกับบุตรสาวที่รัก เขาจึงรีบมาทูลลาชินอ๋องก่อนที่จะกลับ


          “อืม” จ้าวเฟยหลงรับคำในลำคอ เปรยหางตาไปมองฝั่งสตรีที่เริ่มมีบุรุษหลายคนเข้าไปทำความรู้จักกับสตรีที่ตกเป็นหัวข้อมสนทนาอย่างไม่ขาดสาย แต่ติดตรงที่ญาติผู้น้องตนเป็นผู้นั่งขัดขวางอยู่ก่อนที่สายตาจะสังเกตเห็นสตรีผู้หนึ่งที่กำลังเดินตรงมา

 

          “ถวายพระพรชินอ๋องเพคะ"  หลี่เหมยฟางย่อกายถวายพระพรบุรุษตรงหน้าอย่างอ่อนช้อยมีจริตจะก้าน ท่ามกลางสายตาคนบุรุษอีกทั้งสองคน


          “พระองค์ทรงจำหม่อมฉันได้หรือไม่เพคะ” หลี่เหมยฟางถามต่อเมื่อบุรุษตรงหน้ามิได้เอ่ยอันใดอย่างหาบทสนทนามาชวนคุย


          “เจ้าเป็นใคร?”


“หม่อมฉันหลี่เหมยฟางบุตรสาวแม่ทัพอุดรเพคะ” หลี่เหมยฟางที่คาดหวังว่าเขาจะจำนางได้หน้าเสียแล้วรีบเอ่ยต่อ


“พระองค์เคยพบหม่อมฉันเมื่อครั้งที่หม่อมฉันและท่านแม่มาเข้าเฝ้าเจียงซูเฟย” 


“แล้วมีอันใด” น้ำเสียงกล่าวออกมายังคงเฉยชาไม่ต่างจากใบหน้าจนทำให้หลี่เหมยฟางเริ่มทำหน้ามิถูกแต่ก็ยังปั้นหน้ายิ้มสู้


“หม่อมฉันเพียงอยากจะเข้ามาแสดงความยินดีเพียงเท่านั้นเพคะ หม่อมฉันซาบซึ้งใจที่พระองค์ทรงสละตนเพื่อทุกคนในแคว้นจึงขอเป็นตัวแทนทุกคนมาแสดงความยินดีกับพระองค์เพคะ” เสียงหวานหยดเอ่ยยืดยาวไม่เป็นผลต่อร่างสูงแม้แต่น้อย จนบุรุษอีกสองคนนึกสงสารในความเฉยชาของอีกฝ่ายที่ปฏิบัติต่อสตรีตรงหน้า ก็อย่างว่าล่ะนะชินอ๋องก็ทรงเป็นเช่นนี้


 “เจ้าจะกลับแล้วใช่หรือไม่” ไป๋เทียนทำหน้าเหลอหลาเมื่อชินอ๋องทรงหันมาตรัสกับเขา 


“พะยะค่ะ”


“ถ้าเช่นนั้นก็ไปเถิด” จ้าวเฟยหลงกล่าวแล้วลุกขึ้นหันไปบอกลาท่านแม่ทัพอู๋แล้วเดินนำออกไปทิ้งสตรีงดงามตรงหน้าอย่างไม่ไยดี


“แล้วพบกันขอรับท่านแม่ทัพอู๋ คุณหนูหลี่” ไป๋เทียนเอ่ยลาบุรุษที่อาวุโสกว่าตนทั้งด้านตำแหน่งและอายุ และสตรีงดงามที่ยืนนิ่งค้างสีหน้าเริ่มบิดเบี้ยวไม่น่ามอง

 

กว่าหลี่เหมยฟางจะรู้สึกตัวบุรุษทั้งสามคนก็ไม่อยู่แล้ว ร่างงามแทบจะกรีดร้องออกมาหากที่นี่มิใช่กลางงานเลี้ยงที่มีผู้คนมากมายใบหน้างามมีสีหน้าบิดเบี้ยวและกัดฟันแน่นด้วยความอับอาย ถึงแม้ผู้คนในงานจะไม่ได้จ้องมองมาทางนี้ทั้งหมดหากแต่ก็มีกลุ่มคนที่จ้องมองชินอ๋องด้วยอิจฉาและสตรีที่ชมชอบชินอ๋องอยู่ไม่น้อยที่มองมา  การเฉยชาที่ชินอ๋องแสดงออกทำให้หลี่เหมยฟางที่ทะนงตนว่าชินอ๋องจะต้องสนใจถึงกับเสียศูนย์ไปเลยทีเดียว

 

“เจ้าไปรอข้าที่หน้าประตูวังหลวง” จ้าวเฟยหลงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นรองแม่ทัพคนสนิทเดินตามมาติดๆ


“กระหม่อมต้องไปตามน้องสาวก่อนพะยะค่ะ”เมื่อกี้เขาเห็นแวบๆว่านางลุกออกไปทางสวนใกล้สถานที่จัดงานเลี้ยงพร้อมคุณหนูผู้หนึ่ง


“ข้าจัดการเอง”กล่าวจบร่างสูงก็เดินจากไปทิ้งให้เขามึนงงอยู่คนเดียวว่าเหตุใดชินอ๋องจึงต้องไปตามน้องสาวเขาด้วยตนเอง

 

 “คุณหนูเยี่ยชื่นชอบสิ่งใดบ้างหรือ  หากไม่รังเกียจและเป็นไปได้ข้าอยากจะทราบเผื่อวันหน้าได้พบกันข้าจะนำมามอบให้” บุตรชายขุนนางขั้นสองผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นพร้อมมองไป๋เฟิ่งด้วยแววตาเจ้าชู้อย่างเปิดเผย 

 

ไป๋เฟิ่งที่กลับมาคลุมใบหน้าเช่นเดิมก็อดหน่ายใจกับบรรดาบุรุษที่พยายามจะพูดคุยกับนางซะเหลือเกินแม้ว่านางจะนิ่งเงียบจน บุรุษผู้อื่นที่เข้ามาก่อนหน้านี้ต่างล่าถอยเมื่อเห็นว่าไป๋เฟิ่งมิใคร่จะสนทนาด้วยซึ่งนางเองก็ยินดีที่เป็นเช่นนั้น  ต่างจากบุรุษล่าสุดที่แนะนำตัวเองนามว่า เยี่ยนเป่าจง ที่ดูจะมีความพยายามที่จะสนทนากับนางเสียเหลือเกินจนกระทั่งนางเดินออกมาจากที่นั่งมายังสวนใกล้ที่จัดงานเลี้ยงยังตามมามิห่าง


“ไป๋เฟิ่งเป็นบุตรสาวท่านเสนาบดีใหญ่ คุณชายคิดว่ามีสิ่งใดที่นางอยากได้แล้วมิได้กันหรือเจ้าคะ” อู๋ซูเซียนที่คอยกันบรรดาบุรุษต่างๆที่เข้ามาไม่ขาดสายเอ่ยด้วยน้ำเสียงสงสัยพร้อมใบหน้าที่ใสซื่อแบบที่สตรีทุกนางชอบทำเมื่ออยู่ต่อหน้าบุรุษกับคนที่นางคิดว่าหน้าหนาที่สุดในกลุ่มบุรุษที่เข้ามาพยายามพูดคุยกับสหายนาง ไม่ว่านางจะเอ่ยจิกกัดแบบใดล้วนใช้ไม่ได้ผลกับบุรุษตรงหน้า


“ข้าย่อมรู้ดีขอรับคุณหนูอู๋ หากแต่บุรุษที่ดีย่อมมีของฝากสตรีงดงามยามที่พบหน้ามิใช่หรือ?”  


บุรุษผู้นี้ช่างหน้าหนายิ่งนัก!!!  อู๋ซูเซียนคิดในใจต่างจากไป๋เฟิ่งที่มิได้สนใจในคำพูดของเยี่ยนเป่าจงแม้แต่น้อย นึกขอบคุณอู๋ซูเซียนอยู่ในใจที่คอยช่วยรับมือบรรดาบุรุษที่เข้ามามากมายหัวสมองน้อยๆของนางคิดถึงเตียงนอนอุ่นๆที่จวนจะแย่


“หะ.......” ไม่ทันที่อู๋ซูเซียนจะได้โต้ตอบกลับเยี่ยนเป่าจงก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังเยี่ยนเป่าจงเสียก่อน


“คุณหนูเยี่ย รองแม่ทัพไป๋เทียนฝากมาบอกว่าครอบครัวจะกลับกันแล้ว”  ร่างกายสูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาทันได้ยินประโยคข้างต้นยิ่งทำให้หงุดหงิดใจ ร่างสูงกำยำกลิ่นอายน่าหวาดหวั่นกดข่มร่างที่โปร่งบางอย่างคุณชายเยี่ยนดูเล็กลงขนัดตา  ไป๋เฟิ่งที่ตกอยู่ในความคิดตนเองสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงทุ้มเย็นตรงหน้าดวงตาหงส์เจือแววง่วงงุนหนักกว่าปกติมองไปยังบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าอย่างมึนงง


“ถวายพระพรชินอ๋องพะยะค่ะ / เพคะ”


“อู๋ซูเซียนท่านแม่ทัพอู๋รออยู่”จ้าวเฟยหลงกล่าวกับญาติผู้น้องตนอย่างอู๋ซูเซียนราบเรียบ


“เพคะ แต่.......” อู๋ซูเซียนมองไปยังไป๋เฟิ่งและคุณชายเยี่ยนอย่างไม่ไว้วางใจแต่เมื่อได้รับสายตาจากญาติผู้พี่ของตนจึงได้แต่เอ่ยรับคำแต่โดยดี


“ทราบแล้วเพคะ”


“ไป๋เฟิ่งข้าไปก่อนนะท่านพ่อคงรอข้าอยู่แล้วพบกันใหม่” อู๋ซูเซียนที่รับคำญาติผู้พี่ที่มีศักดิ์สูงกว่าตนที่ไม่ค่อยสนิทสนมกันสักเท่าไหร่แล้วหันมากล่าวกับสหายที่พยักหน้ารับรู้แล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว


“เจ้ามีอันใดกับคุณหนูเยี่ยอีกหรือไม่”จ้าวเฟยหลงมองคนตรงหน้าที่คาดว่าเป็นบุตรชายของขุนนางซักคนด้วยสายตาดุดัน กลิ่นอายเย็นยะเยือกแผ่ออกมารอบๆทำให้เยี่ยนเป่าจงหน้าซีดเล็กน้อยแต่ยังคงพยายามฝืนตนเองมิให้แสดงอาการขลาดกลัวบุรุษตรงหน้าพร้อมตอบด้วยเสียงสั่นๆ


“มะ....ไม่มีพะยะค่ะ” 


“เชิญคุณหนูเยี่ยตามข้ามา”ว่าแล้วร่างสูงก็เดินสะบัดชายอาภรณ์เดินนำไป๋เฟิ่งที่ยังคงนิ่งแต่แววตาเต็มไปด้วยความสงสัยออกจากสวนไป

 

ไป๋เฟิ่งเดินตามร่างสูงที่เดินนำด้วยฝีเท้าไม่ช้าไม่เร็วคล้ายว่าจะรอนางด้วยความเงียบ ในหัวยังคงคิดว่าเหตุใดท่านพี่นางถึงกล้าใช้นายตนผู้เป็นถึงชินอ๋องที่ผู้คนยำเกรงมาตามน้องสาวที่เป็นเพียงบุตรสาวเสนาบดีเล็กๆ(?)กัน  มิกลัวหัวหลุดจากบ่าหรือไร แล้วเหตุใดพระองค์จึงมา?  ไป๋เฟิ่งที่คิดเรื่อยเปื่อยมิทันได้มองว่าบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าหยุดเดินจึงทำให้นางชนกับแผ่นหลังกว้างอย่างจัง

ปึก!

หวืด!

ฟึบ!

ไป๋เฟิ่งที่ร่างกายที่สติไม่อยู่กับตัวคิดเรื่อยเปื่อยไม่ทันจะตั้งหลักทรงตัวเมื่อชนโดนแผ่นหลังกว้างเข้าอย่างจังจึงทำให้เซถลาไปด้านข้างคาดว่าจะล้มลงแต่มีมือหนาคว้าข้อมือเรียวบางของนางไว้ดึงร่างนางกลับคืนมา ด้วยแรงที่ดึงมากไปนิดจึงทำให้ร่างบางถลามาปะทะเข้ากับอกกว้างแทนที่จะยืนอยู่ที่เดิม ร่างบางชะงักไปก่อนที่สติจะกลับมารีบผละออกจากอกกว้างอย่างรวดเร็ว


“ขออภัยชินอ๋องเพคะ”นางรีบโค้งกายขออภัยบุรุษตรงหน้าด้วยเกรงพระอาญา


          “มิเป็นไร”  จ้าวเฟยหลงมองไป๋เฟิ่งที่รีบผละออกไปอย่างเสียดาย กลิ่นกายที่หอมอบอวนไปด้วยดอกเหมยของสตรีตรงหน้าทำให้พระองค์เผลอสูดลมหายใจเข้าไปเต็มปอด


“ทรงหยุดเดินมีอันใดหรือเพคะ?”ดวงตาหงส์จ้องมองบุรุษตรงหน้าด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ถึงเหตุผลของการหยุดเดิน


“เจ้าจะรับของจากคุณชายผู้นั้นหรือไม่?”


“เพคะ?” ร่างบางไม่เข้าใจในสิ่งที่บุรุษตรงหน้าเอ่ย


“บุรุษที่พูดคุยกับเจ้าเมื่อครู่” 


ไป๋เฟิ่งคิดตามคำพูดของบุรุษตรงหน้าอย่างทวนคำถาม อ๋อ ชินอ๋องทรงหมายถึงคุณชายเยี่ยนน่ะหรือ ชินอ๋องทรงได้ยินที่คุณชายเยี่ยนพูด?


“หม่อมฉันคงมิได้พบคุณชายเยี่ยนอีกหากได้พบก็ไม่มีเหตุผลใดที่จะต้องรับ” นางพูดอย่างที่ตนคิดเหตุอันใดนางจะต้องรับของจากคนแปลกหน้าด้วยเล่า


จ้าวเฟยหลงพยักหน้าด้วยใบหน้าเรียบเฉยหากแต่พอใจที่ได้ยินเช่นนั้น หากนางจะรับของจากผู้ใดคนผู้นั้นก็คงต้องเป็นพระองค์เท่านั้น(?)


“ทำไมหรือเพคะ”


“มิมีอันใดไปกันเถิด”  กล่าวจบก็หมุนตัวกลับแล้วเดินนำไป๋เฟิ่งไปอีกครั้งจนกระทั่งเดินพ้นออกมาจากสวนเจอท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายของนางยืนรออยู่หน้าประตูวังหลวง


ด้านเยี่ยไป๋เจี้ยนกับอ้ายเหม่ยหลินที่ก่อนหน้านี้เอ่ยถามบุตรชายที่ตนให้ไปตามบุตรสาวแต่กลับมาตัวเปล่า จึงได้ความว่าชินอ๋องทรงไปตามไป๋เฟิ่งด้วยตนเอง ซึ่งทำให้ไป๋เจี้ยนและอ้ายเหม่ยหลินมองหน้ากันด้วยสายตาสงสัยหากแต่ก็ยังมิเอ่ยอันใดจนกระทั่งเห็นหนึ่งร่างสูงและหนึ่งร่างบางเยื้องย่างเดินมาพร้อมกัน  ภาพตรงหน้าทำให้สามเผลอคิดไปว่าทั้งคู่ดูเหมาะสมกันก่อนที่สองในสามจะรีบสลัดความคิดนั้นออกไปด้วยความหวงบุตรสาวและน้องสาว


“ถวายพระพรท่านชินอ๋องพะยะค่ะ /เพคะ”  เยี่ยไป๋เจี้ยนและอ้ายเหม่ยหลินย่อกายเคารพบุรุษตรงหน้า


“อืม” จ้าวเฟยหลงมองเหลือบสายตามองร่างบางที่เดินไปอยู่ด้านหลังบิดามารดาแวบหนึ่งก่อนจะเดินขึ้นรถม้าจวนอ๋องแล้วเคลื่อนออกไป   เมื่อรถม้าชินอ๋องเคลื่อนออกไป รถม้าของจวนเสนาบดีจึงเคลื่อนมาเทียบท่าประตูก่อนที่ทั้งหมดจะขึ้นรถเพื่อกลับจวน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 623 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,568 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 23:23
    นิดๆหน่อยๆ ก็เอา555555
    #2,332
    0
  2. #2212 kimurakung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 13:46
    ท่านอ๋องขี้หวงใช่เล่น ขนาดยังไม่รู้ใจตัวเองดีนัก
    #2,212
    0
  3. #2173 piamya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 19:47

    ท่านอ๋องมีความหวง

    #2,173
    0
  4. #2172 Paweechayaorn Ammi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 17:42
    อย่าปากแขงนานนักเลย เดียวอดหลอด
    #2,172
    0
  5. #2171 Foam_Zana (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 17:20
    งุ้ยย มีความหวง
    #2,171
    0
  6. #137 Nantanat_neung (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 18:04
    รอออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #137
    0
  7. #136 nmara (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 17:47
    สนุกมาก สู้ๆๆค่ะไรท
    #136
    0
  8. #135 polijyuonhjf (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 17:28
    รอออ ไรท์สู้ๆนร้า
    #135
    0
  9. #134 soofee26 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 17:28
    แอบสงสารองครักษ์คนอื่น ๆ ง่ะ องค์ชายบาดเจ็บก็มีคนมาดูแล ส่วนที่เหลือก็ดูแลตัวเองนะ 5555555 // ท่านอ๋องรุกเร็วมาก นี่นึกว่าจะเก๊กมากกว่านี้อีกสักหน่อย 5555 // เป็นกำลังใจให้ไรต์นะคะ เค้าติดตามอยู่น้า ว่าแต่พี่ใหญ่ของเราจะมีคู่กับเค้าบ้างมั้ยคะ??
    #134
    0
  10. #133 manimontra (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 มิถุนายน 2562 / 17:10
    ลุ้นตามทุกตอนเลยค่ะไรท์
    #133
    0