ท่านเรียกใครว่าหวางเฟย(รีไรท์)

ตอนที่ 1 : ตอนที่ 1 คุณหนูจวนเสนาบดี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 71,611
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 825 ครั้ง
    26 เม.ย. 63


ตอนที่ 1

คุณหนูจวนเสนาบดี


อ่าน Talk หน่อยนะคะ




          แคว้นจ้าว ปกครองโดยราชวงศ์จ้าวมาหลายสมัยตั้งแต่ปฐมราชวงศ์จ้าวเจี้ยนหลงฮ่องเต้  ผู้รวบรวมแคว้นจ้าวให้เป็นปึกแผ่น แคว้นนี้พร้อมพรั่งไปด้วยทุกสิ่งไม่ว่าจะเป็น พืชพรรณ เหมืองแร่ แหล่งน้ำทุกแห่งล้วนอุดมสมบูรณ์ทำให้แคว้นจ้าวเป็นที่ที่หลายแคว้นอยากเชื่อมสัมพันธไมตรีด้วย 

ปัจจุบันแคว้นจ้าวปกครองโดยจ้าวหมิงหลงฮ่องเต้  ซึ่งเป็นฮ่องเต้ที่ผู้คนขนานนามว่าเป็นฮ่องเต้หน้าหยก  เนื่องจากพระองค์มีใบหน้างามเทียบเคียงอิสตรีที่ได้มาจากพระมารดาที่เป็นถึงอดีตหญิงงามล่มแคว้นที่ปัจจุบันคือหวงไท่โฮ่ว  ผิดกับผู้เป็นพระอนุชา ชินอ๋อง จ้าวเฟยหลง  ผู้ดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่ของแคว้น ที่มีใบหน้าคมเข้มของบิดาผสมกับความงามเป็นเอกของมารดาที่เป็นถึงหวงกุ้ยเฟยในรัชกาลก่อน ทำให้คุณหนูชั้นสูงทั่วแคว้นหรือแม้แต่องค์หญิงต่างแคว้นหมายปอง แต่เนื่องด้วยนิสัยดุดัน เคร่งขรึม เย็นชา คลุกอยู่แต่กับกองทัพ จึงไม่มีสตรีนางใดกล้าเข้าใกล้จนมีข่าวลือว่าพระองค์รังเกียจสตรี


ณ จวนเสนาบดี


“คุณหนูเจ้าคะ ได้เวลาตื่นแล้วเจ้าค่ะ ยามเฉิน  (辰:chén) แล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันไปรับท่านรองแม่ทัพนะเจ้าคะ คุณหนู” เสี่ยวจูสาวใช้ตัวน้อยรีบเร่งปลุกคุณหนูของตัวเองตามคำสั่งนายหญิงของจวน


“ขออีกครึ่งเค่อได้หรือไม่เสี่ยวจู”  ไป๋เฟิ่งหรือเยี่ยไป๋เฟิ่ง คุณหนูแห่งจวนเสนาบดีบอกสาวใช้ตัวน้อยอย่างเกียจคร้าน ลืมตามาครู่เดียวแล้วทำท่าจะหลับต่อ


“ไม่ได้เจ้าค่ะ ฮูหยินสั่งมาว่าคุณหนูต้องไปที่โรงเตี๊ยมหน้าประตูเมืองหลวงยามซื่อ (巳: sì) ” เสี่ยวจูรีบเอ่ยก่อนคุณหนูของนางจะหลับไปอีกรอบ


“อืมมมม  ข้าจะลุกแล้ว เจ้าไปเตรียมตัวเถอะ” ดวงตาหงส์ที่เป็นประกายเจิดจ้าแต่แฝงด้วยความง่วงงุนลืมขึ้นอย่างเกียจคร้าน แล้วค่อยๆลุกจากที่นอนไปยังอ่างอาบน้ำหลังฉากกั้นที่ถูกเตรียมโดยบ่าวรับใช้ 


กลิ่นหอมของดอกเหมยที่เจ้าตัวชื่นชอบลอยขึ้นมาจากผิวน้ำที่มีความอุ่นในระดับที่พอดีทำให้ไป๋เฟิ่งรู้สึกสดชื่นขึ้นมาบ้าง


ร่างระหงสวมชุดเรียบง่ายสีสันค่อยข้างราบเรียบเมื่อเปรียบเทียบกับบรรดาคุณหนูทั่วไปแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสันสดใส แต่สำหรับนางนั้นคิดว่าเสื้อผ้าที่บรรดาคุณหนูจวนอื่นใส่จัดจ้านเกินจะทนใส่ได้  


“คุณหนูให้บ่าวช่วยประทินโฉมให้นะเจ้าคะ”  เสี่ยวจูเอ่ยเมื่อไป๋เฟิ่งแต่งกายเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางอยากให้คุณหนูของนางประทินโฉมบ้าง เพราะคุณหนูของนางวันๆนอกจากเรียนศาสตร์ทั้งสี่แล้ว ก็มีแค่การนั่งอ่านตำราการศึก ตำราฝึกวรยุทธ ตำราบัณฑิตในห้องหนังสือของนายท่าน ซึ่งไม่มีคุณหนูจวนใดเขาทำกัน คุณหนูของนางไม่สนใจบำรุงความงามของตนเอง แต่ถึงอย่างไรคุณหนูของนางก็งามมากอยู่ แต่นางอยากให้คุณหนูของนางงดงามไม่มีที่ติใดๆ


“ไม่ล่ะ แค่ทำผมให้ข้าก็พอ” ไป๋เฟิ่งบอกปัดอย่างรวดเร็ว เนื่องจากนางไม่ชอบกลิ่นเครื่องแป้งใดๆทั้งสิ้น 


เสี่ยวจูแทบจะร่ำไห้เมื่อไม่มีโอกาสที่จะทำอย่างที่หวัง นางมองไป๋เฟิ่งอย่างตัดพ้อ เพราะนางพยายามจะประทินโฉมให้คุณหนูของนางทุกครั้งเมื่อมีเหตุให้ออกไปข้างนอกจวนแต่คุณหนูของนางก็ไม่ให้ความร่วมมือสักครั้ง


เมื่อไป๋เฟิ่งเห็นสายตาของสาวใช้ตัวน้อยก็ถอนหายใจพร้อมเอ่ยปากให้สาวใช้ตัวน้อยทำตามใจซักครั้งโดยไม่ได้ไม่พอใจอันใด


“เอาเถอะๆ แค่นิดเดียวเท่านั้นนะ ข้าไม่ชอบกลิ่นแป้ง”


             “ได้เจ้าค่ะ คุณหนูเชื่อมือเสี่ยวจูได้เลย” เสี่ยวจูเอ่ยอย่างยินดีในที่สุดคุณหนูของนางก็ยอมให้นางประทินโฉมให้เสียที ถึงจะแค่นิดเดียวก็เถอะแค่นี้เหล่าคุณชายที่ได้ยินถึงความล่ำลือในความงามก็หมายตาคุณหนูของนางกันทั่วแคว้นแล้ว ถึงจะไม่ค่อยมีใครพบเจอคุณหนูมากนักก็ตาม  นางบรรจงวาดคิ้วอย่างเบามือพร้อมทั้งพินิจมองใบหน้าของคุณหนูของนางอย่างชื่นชม  ใบหน้ารูปไข่ขาวนวลดั่งดวงจันทร์ยามราตรี คิ้วโก่งเหมือนกิ่งหลิว ดวงตาหงส์ตวัดโค้งขึ้น นัยน์ตาสีนิลสนิทเป็นประกายเจิดจ้าเหมือนดวงดารา จมูกเรียวยาวปลายเชิดขึ้น ริมฝีปากเล็กสีสดเหมือนผลอิงเถา รูปร่างสูงโปร่งระหงเอวคอดกิ่ว ผิวพรรณขาวราวหิมะ ผมสีดำสนิทเช่นเดียวกันนัยน์ตา  งามแม้ยามที่ไม่ประทินโฉม ชายใดได้สบตาคู่งามต่างกล่าวว่าราวกับได้ตกไปในบ่วงลึกที่ยากแก่การถอนตัว นั่นจึงทำให้ผู้คนที่เคยพบพานกล่าวขานว่าคุณหนูแห่งจวนเสนาบดีงามดั่งจิ้งจอกล่อลวงผู้คนตั้งแต่อายุสิบหนาว ยามติดตามฮูหยินไปงานสังสรรค์ต่างๆก็ถูกจับจ้องจนรู้สึกอึดอัดเป็นเหตุทำให้คุณหนูของนางไม่ค่อยออกจากนอกจวน


“เสร็จหรือยังเสี่ยวจู”  ไป๋เฟิ่งเอ่ยถามพร้อมลืมตาขึ้นเมื่อรู้สึกว่าสาวใช้ของนางหยุดนิ่งไป


“สะ..เสร็จแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวจูสะดุ้งเมื่อคุณหนูของนางเรียก เฮ้อ นางเผลอไผลไปกับใบหน้างดงามของคุณหนูอีกแล้ว


“งั้นไปกันเถิด ท่านแม่คงรอนานแล้ว ”  ไป๋เฟิ่งบอกพร้อมหยิบผ้าคลุมหน้าขึ้นมาใส่แล้วเดินนำสาวใช้ออกไปจากเรือนของตนเพื่อไปหามารดาที่รออยู่  เหตุที่ว่ามีเพียงท่านแม่ที่รอนางนั้นเพราะว่าท่านพ่อของนางติดราชการในวังยังไม่กลับมา จึงเหลือแค่นางและท่านแม่ที่ไปรอรับพี่ชายที่เป็นถึงรองแม่ทัพของแคว้นที่กลับมาจากชายแดนพร้อมชัยชนะสงครามระหว่างแคว้นจ้าวและเผ่านอกด่าน


               ร่างบางเดินผ่านด้านหน้าเรือนของตนที่ประดับไปด้วยดอกไม้นานาพรรณที่เจ้าของเรือนเป็นคนปลูกเองจนถูกผู้เป็นมารดากล่าวตักเตือนไปหลายรอบ แต่ที่เป็นเอกลักษณ์และที่เจ้าของเรือนชอบมากที่สุดเห็นจะเป็นต้นเหมยต้นใหญ่ที่ท่านพ่อของนางลงทุนปลูกเพื่อเอาใจท่านแม่เมื่อวันครบเดือนของท่านพี่ไป๋เทียนพี่ชายคนเดียวของนาง เมื่อนางเกิดมาพอรู้ความนางก็ขอให้ท่านพ่อสร้างเรือนของนางใกล้กับต้นเหมยต้นนี้


มารดาของไป๋เฟิ่งเป็นอดีตองค์หญิงแคว้นอ้ายที่ได้รับมอบหมายให้มาอภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีระหว่างสองแคว้น โดยครานั้นมารดาของนางแอบหนีเหล่าองครักษ์ที่เสด็จตานางมอบให้ดูแลมารดาไปเที่ยวที่ตลาดในเมืองหลวงกับนางกำนัลรับใช้เพียงสองคนก่อนวันเข้าเฝ้าจ้าวเหวินหลงฮ่องเต้ (ฮ่องเต้รัชกาลก่อน) มารดานางถูกโจรล้วงถุงเงิน ในขณะที่ซื้อของทำให้ไม่มีเงินจ่ายจนเกือบจะโดนเจ้าของร้านเรียกคนของทางการมาจัดการ   ท่านพ่อของนางตอนนั้นมีตำแหน่งเป็นขุนนางขั้นสองไปจัดการตรวตรากิจการโรงเตี๊ยมของตระกูลเยี่ยเห็นเหตุการณ์ดังกล่าวจึงเข้าไปชวนเหลืออย่างสุภาพโดยไม่ทราบว่าเป็นมารดานางเป็นถึงองค์หญิง จึงทำให้มารดาของนางประทับใจและรักปักใจตั้งแต่แรกพบ จวบจนถึงวันที่เข้าเฝ้าจ้าวเหวินหลงฮ่องเต้มารดานางทูลเรื่องที่เกิดขึ้นต่อฮ่องเต้และร้องขอเลือกบิดานางเป็นคู่สมรส  ฮ่องเต้จ้าวเหวินหลงเห็นว่าทั้งสองมีวาสนาต่อกันก็ไม่อยากขัดแต่ติดตรงที่จะให้ผู้เป็นถึงองค์หญิงขั้นหนึ่งของต่างแคว้นสมรสกับขุนนางธรรมดาสามัญนั้นย่อมไม่เหมาะสม จึงได้สงสารไปทางฮ่องเต้แคว้นอ้ายให้ได้รับทราบถึงความปรารถนาขององค์หญิงอ้ายเหม่ยหลิน ก่อนที่จะส่งสารไปอ้ายเหม่ยหลินได้มอบจดหมายของตนอีกหนึ่งฉบับแนบไปด้วย


เมื่อทางแคว้นอ้ายได้อ่านจดหมายของฮ่องเต้แคว้นจ้าวในคราแรกก็ออกจะไม่เชื่อสิ่งที่ได้อ่านอีกทั้งยังรู้สึกกริ้วไม่น้อยที่อีกฝ่ายจะให้ธิดาตนสมรสกับขุนนางเล็กๆของแคว้นจนได้อ่านจดหมายที่แนบมาอีกฉบับที่เขียนด้วยลายมือที่คุ้นเคย สิ่งที่ได้รับรู้คือธิดาตนเป็นผู้ร้องขอเรื่องนี้ด้วยตนเองตามที่ฮ่องเต้แคว้นจ้าวได้ระบุไว้ในจดหมายฉบับแรก แม้จะหายกริ้วไปบ้างแต่ก็ยังไม่อาจตัดสินใจได้สุดท้ายจึงได้ส่งคนไปสืบความเรื่องขุนนางที่ธิดาตนเกิดรักปักใจถึงขั้นยอมทิ้งบรรดาศักดิ์องค์หญิงไปเป็นเพียงฮูหยินของคนผู้หนึ่ง สืบสาวเรื่องราวจนเป็นที่พอใจก็รู้สึกพึงพอใจในตระกูลของคนที่กำลังจะได้มาเป็นราชบุตรเขยไม่น้อยจึงได้ตอบตกลงในการสมรสครั้งนั้น แต่นั่นก็เป็นการตัดสินใจที่ไม่ผิดนักเพราะบิดานางรักเพียงมารดาไม่มีหญิงอื่นใดอย่างบุรุษผู้อื่น


“อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะท่านแม่” ไป๋เฟิ่งทักทายมารดาที่นั่งรอนางที่ห้องโถงใหญ่ของจวน


“อรุณสวัสดิ์เฟิ่งเอ๋อร์  ใยเจ้าถึงช้านัก” อ้ายเหม่ยหลินเอ่ย พร้อมมองบุตรีของนางที่งามล้ำนางไปหลายส่วนด้วยแววตารักใคร่ นางรู้ว่าบุตรสาวตนเองนั้นไม่อยากออกนอกจวนไปไหนนักเนื่องจากข่าวลือที่ล่ำลือถึงความงามของนางที่กระจายไปทั่วเมืองหลวงหลังจากตอนที่นางาบุตรสาวไปร่วมงานชมดอกไม้ของฮูหยินจวนขุนนางท่านหนึ่งจนมีฮูหยินขุนนางหลายท่านเอ่ยทาบทามบุตรสาวนางให้บุตรชายตนเอง พอผู้เป็นสามีของนางทราบก็ออกอาการหวงบุตรสาวอย่างหนัก สั่งปิดประตูจวนไม่ต้อนรับแม่สื่อจากจวนใดทั้งสิ้น  ไม่เคยคิดจะให้บุตรสาวออกนอกจวนแต่อย่างใด ตามใจบุตรสาวด้วยการให้ฝึกวรยุทธแลกกับการไม่ออกไปนอกจวนหรือหากจะไปก็ต้องมีเหตุจำเป็นจริงๆเท่านั้น  จนบัดนี้บุตรสาวนางอายุสิบหกเลยวัยปักปิ่นมาปีกว่าแล้ว ยังไม่มีแม่สื่อจากที่ใดมาสู่ขอบุตรสาวนางซักที


“ขออภัยท่านแม่ด้วยเจ้าค่ะ  เฟิ่งเอ๋อร์อ่านตำราดึกไปหน่อย ลืมไปว่าวันนี้พี่ใหญ่กลับมาจากชายแดน แต่ถึงจะรีบไปพี่ใหญ่ก็ยังมาไม่หรอกเจ้าค่ะ” นางพูดพร้อมหาวเล็กน้อย จนมารดานางเห็นกิริยาไม่งามของนางยื่นมือมาตีแขนเรียวบาง


 เพี๊ยะ!!


“โอ๊ย!  ท่านแม่ข้าเจ็บนะเจ้าคะ” ไป๋เฟิ่งสะดุ้งจากแรงฝ่ามือของมารดาร้องออกมา


“ก็ตีให้เจ้าเจ็บ เป็นถึงคุณหนูจวนเสนาบดี ทำกิริยาแบบนี้ใช้ได้ที่ไหนกัน” เหม่ยหลินเอ็ดบุตรสาวเบาๆ บุตรสาวนางเวลาออกไปข้างนอกก็กิริยาเรียบร้อย สงบเยือกเย็น สมกับเป็นคุณหนูจวนเสนาบดีอยู่หรอก แต่พอกลับมาจวนก็กลายเป็นซะแบบนี้จะไม่ให้นางกังวลได้อย่างไร  แต่งออกไปกลัวจะโดนทางบ้านสามีว่าเอาได้ ตัวตนที่แท้จริงของบุตรสาวนางเป็นอย่างไรนางย่อมรู้ดี


“ไปกันเถิดเจ้าค่ะ ขบวนกองทัพพี่ใหญ่คงใกล้ถึงประตูเมืองแล้ว”  ไป๋เฟิ่งรีบกล่าวก่อนที่มารดานางจะเริ่มอบรมนางยาวไปมากกว่านี้


ทั้งสองคนพากันนั่งรถม้าของจวนเสนาบดีมาถึงโรงเตี๊ยมตระกูลเยี่ยที่ใกล้กับประตูเมืองมากที่สุดเพื่อรอกองทัพหลวงที่กำลังเดินทางมาถึง


เมื่อทั้งสองลงจากรถม้าก็ตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งหลายในบริเวณนั้นเนื่องจากตัวเยี่ยไป๋เฟิ่งนั้นน้อยนักที่จะออกจากจวน หากไม่มีเรื่องจำเป็นนางมิใคร่อยากออกจากจวนซักเท่าใด และถ้าออกไปร่วมงานต่างๆด้านนอกจวนก็มักจะสวมผ้าคลุมหน้าไว้เสมอ ถึงจะเห็นแค่ครึ่งบนแต่ก็ทำให้ผู้คนเหลียวมองได้อย่างไม่อาจละสายตา ใครๆต่างก็อยากเห็นใบหน้าที่ปราศจากผ้าคลุมของเยี่ยไป๋เฟิ่งสักครั้ง ใบหน้าของผู้คนที่ขนานนามให้ว่างามราวกับจิ้งจอก


“เชิญฮูหยินกับคุณหนูชั้นบนเลยขอรับ ข้าน้อยเตรียมห้องประจำของตระกูลให้เรียบร้อย นายท่านได้สั่งเอาไว้ขอรับ”  หลงจู้ประจำโรงเตี๊ยมรีบเข้ามาเชิญนางกับมารดาเข้าไปอย่างรวดเร็ว


“ท่านแม่เจ้าคะ ข้าขอตัวไปดูตำราสักครู่นะเจ้าคะ” ไป๋เฟิ่งเอ่ยกับมารดา ไหนๆนางก็ได้ออกจากจวนทั้งทีก็อยากไปเดินดูของใหม่ๆบ้าง นางอยากลองชิมขนมชนิดใหม่ที่ร้านชื่อดังของเมืองหลวงที่ได้ยินมาจากเสี่ยวจู


“ถ้าอย่างนั้นอย่าไปนานล่ะ อีกเดี๋ยวพี่ใหญ่เจ้าก็มาแล้ว ห้ามช้าเด็ดขาดนะรู้ไหมเดี๋ยวไม่ทันขบวนของพี่ชายเจ้า ” อ้ายเหม่ยหลินบอกบุตรสาวด้วยน้ำเสียงจริงจังเพราะไม่อยากพลาดชมขบวนกองทัพหลวงที่มีบุตรชายตนอยู่ในนั้น


“เจ้าค่ะ  ลูกทราบแล้ว” ไป๋เฟิ่งตอบรับคำมารดา


เมื่อรับคำมารดาเสร็จไป๋เฟิ่งก็แยกตัวไปกับสาวใช้คนสนิททันทีระหว่างทางที่เดินผ่านก็ได้ชาวเมืองพูดคุยกันถึงเรื่องบางอย่างเข้า


นี่ๆ ข้างามพอรึยัง พอที่ชินอ๋องทอดพระเนตรมาแล้วสนใจหรือไม่ เสียงสตรีสาวแรกรุ่นที่ดูเหมือนว่าจะเป็นคุณหนูของทางจวนใดซักจวนเอ่ยขึ้นกับสหายที่ยืนอยู่ด้วยกัน


งามอย่างไรก็แค่นั้นแหละชินอ๋องทรงไม่โปรดสตรี แถมเย็นชา ดุดัน หน้ากลัวปานนั้น สาวงามทั้งหลายที่จ้าวหมิงหลงฮ่องเต้ประทานให้ต่างถูกจับโยนออกมาจากจวนอ๋องของพระองค์เจ้าไม่เคยได้ข่าวเลยหรือไร  สตรีที่ยืนอยู่ด้วยกันเอ่ยขึ้น


แล้วอย่างไรเล่า หากเพียงพระองค์ยอมชายตามองเพียงนิดก็อาจมีสิทธิ์ได้เข้าไปอยู่ในตำหนังอ๋องแม้ว่าได้เป็นเพียงอิ้งซื่อ* ก็ถือว่าชาตินี้ข้าตายตาหลับแล้ว สตรีคนเดิมเอ่ยอย่างเพ้อฝัน


ไป๋เฟิ่งได้ยินผ่านหูพลางนึกคิดในใจว่าชินอ๋องอย่างนั้นหรือ เท่าที่นางทราบ ชินอ๋อง หรือ จ้าวเฟยหลง ทรงเป็นแม่ทัพใหญ่ของแคว้นจ้าวและเป็นเจ้านายของพี่ชายของนาง พระองค์ทรงพระปรีชาในหลายด้าน และเป็นผู้มีวรยุทธสูงส่งถึงขั้นแปด จ้าวหมิงหลงฮ่องเต้ผู้เป็นพระเชษฐาและหวงไท่โฮ่วทรงไว้วางพระทัยเป็นอย่างมาก  หวงไท่โฮ่วทรงรักและโปรดปรานพระโอรสเลี้ยงองค์นี้ยิ่ง เนื่องจากจางกุ้ยเฟยผู้เป็นมารดาของจ้าวเฟยหลงคือสตรีที่พระนางทรงเลือกเข้ามาด้วยตัวเอง ทรงช่วยกันดูแลพระสวามีเป็นอย่างดี จนกระทั่งจ้าวเหวินหลงฮ่องเต้และจางกุ้ยเฟยสิ้นพระชนม์ด้วยโรคไข้ป่าหลังกลับมาจากพิธีล่าสัตว์เมื่อหลายปีก่อน  หลังจากพระเชษฐาขึ้นครองราชย์จ้าวเฟยหลงจึงขอพระราชทานอนุญาตไปอยู่กับท่านตาซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งแม่ทัพใหญ่อยู่ที่ชายแดน  หวงไท่โฮ่วที่ทราบเรื่องทรงออกปากคัดค้านมิยินยอมให้พระโอรสเลี้ยงที่ทรงรักดั่งลูกไป  แต่จ้าวเฟยหลงยืนยันหนักแน่นจนทรงยินยอมแต่มีข้อแม้ว่าจะต้องกลับมาทุกๆปี  ชินอ๋องจ้าวเฟยหลงฝึกวรยุทธอย่างหนัก  ไต่เต้าตั้งแต่นายกองเล็กๆจนได้ขึ้นมาเป็นแม่ทัพใหญ่โดยใช้เวลาไม่นาน


 “คุณหนูคิดอะไรอยู่หรือเจ้าคะ   รีบไปกันเถิดเจ้าค่ะ  เดี๋ยวกลับไปหาฮูหยินช้านะเจ้าคะ”  เสี่ยวจูเอ่ยกับคุณหนูของตนเมื่อเห็นคุณหนูยืนเหม่อลอยไปครู่หนึ่งราวกับกำลังขบคิดบางอย่าง


“เสี่ยวจู  ชินอ๋องทรงเป็นคนเช่นไรหรือ” ไป๋เฟิ่งเอ่ยพร้อมก้าวเดินต่อไปอย่างไม่เร่งรีบ


“ชินอ๋องนั้นรูปงามจนเหล่าสตรีที่เคยพบพระพักตร์ถึงกับเอาไปเพ้อฝันแต่ถึงก็ทรงเป็นคนดุดัน เจ้าระเบียบ เด็ดขาด และเย็นชามากเจ้าค่ะ” เสี่ยวจูเล่าด้วยน้ำเสียงหวาดกลัวเล็กน้อย นางได้ยินถึงกิตติศัพท์ชินอ๋องพระองค์นี้อีกอย่างหนึ่งว่าทรงโหดเหี้ยมเป็นอย่างมาก


“เจ้าเคยเห็นอย่างนั้นหรือ”


               “แหะๆ ไม่เคยเจ้าค่ะ บ่าวก็ได้ยินมาจากชาวบ้านที่พากันไปค้าขายแถวชายแดนเล่าลือมาอีกที” เสี่ยวจูพูดยิ้มเจื่อนเล็กน้อยเมื่อนึกถึงคำพูดของคนแถวชายแดนที่ล่ำลือถึงความโหดเหี้ยมในการจัดการกับศัตรูที่มาแฝงตัวหาข่าวในกองทัพของพระองค์


 ไป๋เฟิ่งไม่กล่าวอะไรอีกเนื่องจากเดินมาถึงร้านขนมชื่อดังของเมืองหลวง ดวงตาหงส์กวาดมองไปรอบร้านเห็นคนมาซื้อมากมาย  นางจะได้ลองชิมขนมชื่อดังแบบใหม่บ้างไหมนะ ทุกครั้งนางให้บ่าวรับใช้มาซื้อให้ก็ได้กลับไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพราะขนมที่ร้านนี้จะไม่ทำเพิ่มเด็ดขาด ทำสดใหม่ทุกวัน ไม่ว่าอย่างไรวันนี้นางต้องได้ลิ้มรสขนมร้านนี้มากที่สุดให้ได้ เพราะเหมือนจะได้ยินมารดานางพูดว่าจะคุยกับพ่อบ้านของจวนให้ลดจำนวนขนมของนางลง


 “คุณหนูรอตรงนี้นะเจ้าคะเดี๋ยวบ่าวจะไปต่อแถวซื้อให้” เสี่ยวจูบอกคุณหนูของตนเองให้รอใต้ต้นไม้หน้าร้านและรีบไปต่อแถวทันที


ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นที่จ้องมองทั้งสองนายบ่าวตั้งแต่เดินเข้ามาบริเวณหน้าร้านต่างก็อยากรู้ว่าเป็นคุณหนูจวนใด เพียงแค่มองทั้งที่มีผ้าคลุมหน้าเห็นแค่ดวงตาหงส์ที่เป็นประกายเจิดจ้าปนง่วงงุนเล็กน้อยก็ว่างามสะกดผู้คนแล้วชวนให้อยากเห็นใบหน้าอีกครึ่งหนึ่งยิ่งนัก


             “แม่นาง คุณหนูของเจ้าเป็นคุณหนูจวนใดหรือข้าเองไม่เคยเห็นมาก่อน” เมื่อมีคนหนึ่งถามหลายๆคนก็อยากรู้มากยิ่งขึ้น


“นั้นสิๆ ข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย” ชาวบ้านที่มาซื้อขนมเริ่มต่างพากันถาม





     

          *ยามเฉิน  (辰:chén) คือ 07.00 - 08.59 น.

          *ยามซื่อ (巳:sì) คือ 09.00 - 10.59 น.

          *อิ้งซื่อ (媵侍) ตำแหน่งพระชายารองในอ๋อง ขั้น 6 ชั้นเอก


           Talk

          สำหรับใครที่ยังไม่ทราบนะคะ ก็คือไรท์รีไรท์ใหม่งับ เด็กดีเเจ้งเตือนบ่อยไม่ต้องตกใจ เนื่องจากหายไปนานมากอ่านใหม่ตั้งแต่เริ่มแรกเลยก็ได้นะคะไรท์ปรับปรุงเพิ่มเติมไปพอสมควร

          อีกเรื่องหนึ่งคือ คนที่ไม่พอใจที่ไรท์อัพช้าหายไปนาน ถึงขั้นอินบล๊อกเข้ามาด่ากันเลยทีเดียวว่านอกจากนิยายจะไม่ได้ดีเลิศอะไรแล้วยังทำตัวเรียกร้องความสนใจโดยการหายไปนานๆ พอกลับมาก็รีไรท์แล้วรีไรท์อีกอยู่นั่นแหละ คนเขียนก็อยากจะบอกว่า คนเขียนมีการมีงานต้องทำนะคะไม่ได้ว่างขนาดนั้น มีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ

           ไม่ได้จะออกมาตัดพ้ออะไร ว่าจะไม่พูดอะไรแล้วด้วยซ้ำตั้งใจว่าจะแต่งไปเรื่อยๆจนจบ เอนจอยด์กับงานอดิเรกชิ้นนี้ หากไม่พอใจ ถ้ารอไม่ไหวก็ขอให้กดออกไปเถอะค่ะ ไม่ว่ากันแต่อย่ามาบั่นทอนกำลังใจคนที่กำลังสู้อยู่ ขอแค่นี้เอง เรายอมรับว่างานเขียนของเราไม่ได้หวือหวาหรือเลิศเลอมากมาย แต่มันเป็นสิ่งที่เราชอบและตั้งใจมาก

     ***ย้ำอีกครั้งเรื่องนี้ไม่รู้จะจบตอนไหนเพราะคนเขียนไม่ได้มีเวลาแน่นอน ถ้าใครรอไม่ไหวก็สามารถไปตามเรื่องอื่นๆได้นะคะ

     ขอบคุณทุกคนค่ะ

    





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 825 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,568 ความคิดเห็น

  1. #2534 I don't get it (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2563 / 11:04

    ถึงว่า เข้ามาอ่านแล้วคุ้น ๆ รีไรท์นี่เอง



    เราว่าเราเสพนิยายออนไลน์เยอะนะ ไม่เคยข้อความด่าผู้แต่งว่าอัพช้าซักที ถึงว่าจะอ่าน 100 เรื่อง อัพไม่จบไปเกิน 50 เรื่องก็ตามที


    และหลัง ๆ นี่เราเป็นคนซื้อนิยายยากมาก เพราะมีเกิน 3000 เล่มแล้ว บ้านจะถล่ม เก็บฝุ่นอีกต่างหาก จนเรากลายเป็นภูมิแพ้ไปแล้ว


    ดังนั้นเราจะให้กำลังใจผู้แต่งด้วยการคอมเมนท์ดี ๆ (แบบเรา) ช่วยแก้คำผิด (ถ้าสนิทขึ้นอีกนิด) และพาไปกินข้าวในกรณีที่สนิทกันขึ้นไปอีก (ซึ่งใช้เงินเยอะกว่าค่านิยาย 3 เล่ม)


    ค่อย ๆ เขียนค่อย ๆ อัพไปค่ะ คนอ่านอึด ตามไปเรื่อย ๆ

    #2,534
    0
  2. #2530 PhudthaPiyamat (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 09:37
    เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #2,530
    0
  3. #2526 nanggatc (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 / 14:27
    ชอบค่าา สนุก 💕
    #2,526
    0
  4. #2518 The Sky 9096 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2563 / 15:49
    ตลกอะ ไม่สนุก แต่อินบล็อกไปด่าที่หายไปนาน
    #2,518
    0
  5. #2499 Rutti003 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 21:31
    เพิ่งเจ้ามาอ่าน สำนวนการเขียนดีค่ะชอบๆ
    #2,499
    0
  6. #2498 pongladapapoom (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2563 / 12:17

    พึ่งมาเจอค่ะ ถึงกับชอบเลย นางเอกดูแก่น เก่ง จะค่อย ๆ แบบละเลียด แต่ต้องตามให้ทัน 555+ อย่าพึ่งปิดตอนนะคะ จากรีดผู้(ชื่นชอบ) มาใหม่ จ้า
    ปอลิง ปากคน ยาวกว่าปากกา แต่ที่แย่ คือใจคน ค่ะ
    #2,498
    0
  7. #2495 snow9 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2563 / 18:13

    ชอบนิยายไรท์นะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #2,495
    0
  8. #2491 Bounty207 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 30 กันยายน 2563 / 06:35
    คำว่า หน้ากลัว เราไม่แน่ใจว่าไรท์ตั้งใจเขียนแบบนี้หรือเปล่า แต่ว่า ปกติคำนี้เขียนว่า น่ากลัว นะคะ
    #2,491
    0
  9. #2485 Deewaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 10:22
    อ่านแล้วสนุกมากค่ะเป็นกำลังใจให้นะคะไรท์
    #2,485
    0
  10. #2452 Daograndger (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 13:58
    เพิ่งเข้ามาอ่านแหละแต่ไรท์แต่งสนุกนะคะอย่าท้อกับคำวิจารณ์แย่ๆเลยรับแต่คำชมดีๆก็พอแล้วเนอะ
    #2,452
    0
  11. #2375 alphaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 08:47
    เราก็ว่าเหมือนเราเคยอ่านแต่ไม่แน่ใจว่าถึงตอนไหน เดี๋ยวมาตามนะคะ สู้ๆนะไรท์
    #2,375
    0
  12. #2359 puay3 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 11:55
    สนุกค่ะ เป็นกำลังใจให้นะคะ. รออ่านได้ค่ะ ขอบคุณที่ลงให้อ่านค่ะ
    #2,359
    0
  13. #2287 เพราะทั่นก็คือทั่น (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2563 / 14:32
    ส่วนตัวเคารพไรท์นะ เพราะเราก็ไม่ได้ว่างตลอดเหมือนกัน แต่ก็ยังรออ่าน ถึงจะลืมแล้ต้องอ่านใหม่หมดก็เถอะ 5555 ยังไงก็สู้ๆนะคะ
    #2,287
    0
  14. #2286 Reader 009 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2563 / 19:27
    เอ้อ..นักเขียน เขียนให้อ่าน ชอบก็ติดตาม ไม่ชอบก็ผ่านไปป้ายหน้าค่ะ ตามได้แต่ขอเป็นตามแบบสุภาพ ติเพื่อก่อ ให้นักเขียนได้พัฒนา สังคมจะน่าอยู่ นักเขียนมีกำลังใจ นักอ่านได้อ่านผลงานดีกัน แบบนี้ไม่ดีกว่า หรือค่ะ วิน วินกันทุกคน..สู้ๆค่ะเป็นกำลังใจให้ค่ะ มีเวลาก็มาเขียนลงต่อนะคะ รออ่านค่ะ
    #2,286
    0
  15. #2266 sasamama (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2563 / 18:54
    สนุกค่ะ ใครไม่รอเรารอได้ มาอัฟจะช้าจะเร็วเราก้อรอ ขอแค่ให้มา เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคั
    #2,266
    0
  16. #2256 Aug465 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2563 / 18:17
    โอ๊ย ถึงขั้นอินบอคไปต่อว่านี่ก็เกินไป

    เป็นกำลังใจให้นะคะ รออ่านอยู่จ้า
    #2,256
    0
  17. #2237 DaoAphisara (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 12:10
    สู้ๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ ชอบนิยายไรท์มากๆค่ะ
    #2,237
    0
  18. #2174 Yah_Radcha (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2563 / 20:44
    สนุกครับ 🙂
    #2,174
    0
  19. #2127 Hideko_fifth (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 เมษายน 2563 / 00:16
    เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ อย่าไปสนใจคำพูดบั่นทอนจิตใจพวกนั้นเลยค่ะ
    #2,127
    0
  20. #2113 Tama_jang (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 23:53
    สู้ๆนะ ยังมีเราที่รออยู่ เป็นกำลังใจให้จ้า
    #2,113
    0
  21. #2105 anuchsara1234 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 23:22

    รออ่านต่อไปค่ะ ชอบค่ะ
    #2,105
    0
  22. #2098 Winwin_makoto (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 15:18

    สู้ๆ นะไรท์ เป็นกำลังใจให้
    #2,098
    0
  23. #2097 Aqualeaf (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 07:02
    สู้ไปน้าาา

    ยังมีคนรออ่านอยู่จร้าา
    #2,097
    0
  24. #2096 JonTangkook (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 19:03
    สู้ๆนะคะ เราชอบนิสัยนางเอกมากเลยคะ
    #2,096
    0
  25. #2095 Ketkanok7429 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 17:58
    เป็นกำลังใจให้ค่ะไรท์ ✌✌
    #2,095
    0
  26. #2046 GartHuji (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 15:50
    คนนึงลึกลับ คนนึงน่าลุ่มหลง
    #2,046
    0
  27. #2041 oo-_-jum (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2563 / 19:50

    สนุกจ้า

    #2,041
    0
  28. #2028 Arisaa (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 มีนาคม 2563 / 10:04
    แค่เริ่มกาอน่าลุ้นแล้วอ่ะ
    #2,028
    0
  29. #1842 naboot (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2562 / 07:53
    น่าติดตามมากค่ะ
    #1,842
    0
  30. #1697 นักอ่านสมัครเล่น (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 22:26

    แค่โปรยนำก็น่าสนใจแล้ว... จะตามอ่านไปเรื่อย ๆ นะคะ

    #1,697
    0
  31. #1633 Dkww22 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 09:30
    เขียนสวย เรียบเรียงได้ดีแถมบรรยายดีสวยมากค่ะ • ᴗ • <3
    #1,633
    0
  32. #1362 chaompph (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 21:34
    ต้องสวยมากแน่ๆๆ
    #1,362
    0
  33. #1132 PremyudaSri (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 4 กันยายน 2562 / 06:16
    ดวงจันทร์นามราตรี ภาพแรกที่โผล่มาคือ นางเอกหน้าปุๆ รอยดำๆอ่ะ555
    #1,132
    0
  34. #1110 kimurakung (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 20:15
    คงสวยมาก ขนาดนำไปเปรียบกับนาง​จิ้งจอก​
    #1,110
    0
  35. #1109 Wave1234sss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2562 / 17:14

    สวยมากนางเอก
    #1,109
    0