LOVE SHOT! (รักพลิกล็อก!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,925 Views

  • 79 Comments

  • 61 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,256

    Overall
    1,925

ตอนที่ 8 : LOVE SHOT! 08 - คนไม่มีหัวใจ!!! (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 170
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    23 ม.ค. 62

LOVE SHOT! 08

คนไม่มีหัวใจ!!!



“หยุดร้องก่อนแล้วจะปล่อย” by FIRE.




“แกก็เลยตกลงว่าจะไปเดตกับเค้า”

“อือฮึ” ฉันพยักหน้ารัวๆ ด้วยความเขินอายเมื่อเล่าให้น้ำหวานฟังจบ ตอนนี้แค่พูดชื่อหรือคิดถึงหน้าคุณเทมส์ก็ทำให้ฉันเขินจนแทบละลายอยู่แล้ว

“แล้วไอ้เซ้นส์ที่บอกวันนั้นก็คือไม่มีความหมายแล้วหรอ”

“ก็มี” ฉันยอมรับไปตามตรงเพราะเรื่องนี้ก็เป็นอีกเรื่องที่กวนใจฉันอยู่ไม่น้อย แต่ก็ไม่รู้ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าตัวเองควรมองข้ามมันไป “แต่ฉันแค่...แค่รู้สึกว่าตัวเองชอบเค้า”

“หา?? นี่แก...”

“ฉันว่าฉันชอบคุณเทมส์ว่ะแก”

ฉันสารภาพกับเพื่อนตามตรง ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าทำไมเรื่องราวมันถึงดูเร่งรีบไปหมดจนแม้แต่ฉันเองยังไม่ยอมรับเลย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกครั้งที่เข้าใกล้คุณเทมส์มันยิ่งทำให้ฉันแน่ใจว่ารักแรกพบมีอยู่จริง

และเหตุการณ์เมื่อคืนก็เป็นข้อยืนยันได้ชัดเจนเลยว่าเรื่องระหว่างเรามันไม่ธรรมดา เพราะเมื่อคืนนี้หลังจากที่คุณเทมส์ถามประโยคนั้นกลับมา เราสองคนก็คุยกันต่อยาวถึงตีสอง ทั้งที่ปกติคุณเทมส์ก็ไม่ได้ดูคุยเก่งอะไรขนาดนั้นแต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราถึงสรรหาเรื่องราวมากมายมาคุยกันได้นานขนาดนั้น และที่สำคัญสิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือยิ่งได้คุยกันแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกว่าคุณเทมส์เป็นคนน่ารักและน่าสนใจมากเหลือเกิน

และความรู้สึกนั้นมันก็มากพอที่จะทำให้ฉันบอกกับตัวเองว่าควรมองข้ามเซ้นส์ของตัวเองและอยู่กับปัจจุบันบ้าง!

“ถ้าแกมั่นใจฉันก็ดีใจด้วย” น้ำหวานตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มบางๆ “แต่ฉันอยากให้แกใจเย็นๆ แล้วก็รอดูท่าทีเค้าก่อน ถึงจะบอกว่าให้วางเซ้นส์แล้วใช้สมอง แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าเซ้นส์แกก็เคยทายถูกมาหลายครั้งนะ”

“นั่นสิเนอะ”

“ฉันหวังดีกับแกนะลูกจันทร์ และฉันก็เป็นห่วงแกมากด้วย แกเข้าใจฉันใช่มั้ย”

“เข้าใจและฉันก็เห็นด้วยกับแก” ฉันพูดไปตามตรง ก่อนจะย้ำให้เพื่อนมั่นใจอีกครั้งด้วยเสียงหนักแน่น “ฉันจะตั้งสติแล้วก็จะใช้สติในการตัดสินใจ วางใจฉันได้”

ถึงแม้ใจฉันจะร้องบอกว่าคุณเทมส์ใช่แค่ไหน แต่ฉันก็จะพยายามทำทุกอย่างให้ช้าที่สุดเพื่อให้มั่นใจที่สุดว่าใครคนนั้นที่จะมาเป็นเนื้อคู่ของฉันนั้นคือคุณเทมส์จริงๆ !             






ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว...

เพราะวันนี้ทั้งวันคนไข้เยอะกว่าปกติฉันก็เลยยุ่งจนหัวหมุนไปหมด แถมพรุ่งนี้มีผ่าตัดแต่เช้าฉันก็เลยอยู่ศึกษาเคสเพลินจนลืมเวลาไปเลย นี่กว่าจะรู้ตัวแล้วพาตัวเองขับรถออกมาจากโรงพยาบาลได้ก็สี่ทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว และเนื่องจากว่าเวลานี้ดึกเกินไปแล้วที่จะกลับไปทำอะไรกินเองที่คอนโดฯ มนุษย์หิวโซอย่างฉันก็เลยเลือกจะมาฝากท้องที่ตลาดโต้รุ่งใกล้ๆ โรงพยาบาลแทน

ติ๊ด!

จอดรถเสร็จเรียบร้อยก็กระชับกระเป๋าสตางค์ใบยาวในมือก่อนจะเดินเข้าไปตลาดด้านใน ที่นี่ยังคงเหมือนเดิมคือมีของกินคาวหวานเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด เรียกได้ว่าแค่เห็นอาหารละลานตาแบบนี้ก็ทำเอาคนหิวโซอย่างฉันแทบจะสติแตกแล้ว

หลังจากขาดสติไปกับการซื้อของกินและขนมนมเนยจนตอนนี้สองมือเต็มไปด้วยของถุงนู่นนั่นนี่จนเต็มมือไปหมดเสร็จ ฉันก็เดินกลับมาที่รถ เพราะเมื่อกี้แอบเห็นว่ามีเกี๊ยวกุ้งร้านนึงหน้าตาน่ากินมาก เลยกะว่าจะเอาของในมือไปเก็บก่อนแล้วค่อยไปแวะซื้อ แต่ยังไม่ทันจะเดินถึงรถก็มีเสียงโหวกเหวกโวยวายดังขึ้นมาจากด้านหลังซะก่อน

“ขโมยๆๆ จับขโมยที ขโมยๆๆ” เพราะตลาดที่นี่ในเวลานี้ค่อนก็เยอะอยู่มากเหมือนกัน เลยต้องใช้เวลาสักพักในการจับใจความว่าเสียงเมื่อกี้หมายถึงอะไรแต่ว่า...

“เฮ้ยยย หยุดนะเว้ยยย!”

เสียงเข้มที่ตะโกนดังลั่นเพื่อหยุดอะไรสักอย่างก็ดึงความสนใจของฉันไปอีกครั้งจนต้องหันไปมองตามว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วภาพตรงหน้าก็ทำให้ฉันต้องยืนอึ้งเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายคนนึงกำลังวิ่งหนีอยู่โดยมีผู้ชายตัวโตอีกสองคนกำลังวิ่งไล่ตาม เสียงร้องวี๊ดว๊ายพร้อมข้าวของที่กระจายเกลื่อนทำให้เหตุการณ์ตรงหน้าชลมุนมากกว่าเดิม ฉันที่เพิ่งได้สติว่าตัวเองควรจะหาที่หลบอย่างปลอดภัยเลยพาตัวเองเข้าไปยืนเป็นไทยมุงใกล้กับคนแถวนั้นเพื่อรอดูสถานการณ์ชวนตื่นเต้นตรงหน้า

“กูบอกให้หยุด!” เสียงคำรามยังคงดังลั่นต่อเนื่องเป็นระยะๆ แต่นอกจากจะไม่ทำให้คนที่วิ่งนำหน้าหยุดแล้วยังทำให้ผู้ชายคนที่วิ่งนำอยู่พยายามเร่งความเร็วมากขึ้นไปอีก และเพราะภาพตรงหน้ามันใกล้มากขึ้นก็เลยทำให้ฉันเห็นว่าที่ไม่มีใครกล้าเข้าไปช่วยก็เพราะในมือของผู้ชายคนนั้น (ที่เดาว่าน่าจะเป็นโจร) มีวัตถุสีดำเมี่ยมอยู่ในมือหน่ะสิ!

บรื้นนนนนนนนน!

เสียงรถมอเตอร์ไซต์ที่เร่งเครื่องเสียงดังอยู่บริเวณด้านหน้าตลาดทำให้ผู้ชายคนที่วิ่งอยู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเร่งความเร็วในการวิ่งให้มากขึ้นแล้วกระโดดขึ้นมอเตอร์ไซต์คันนั้นและออกรถไปอย่างรวดเร็ว

“โธ่เว้ยยยยยย!” หนึ่งในผู้ชายตัวโตสบถอย่างหัวเสียงดังลั่นตลาดเมื่อผู้ชายสองคนที่วิ่งตามมานั้นพลาดเป้าหมายอย่างแรงก่อนที่ผู้ชายคนเดิมในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์สวมทับด้วยเจ็กเก็ตยีนส์สีดำจะหันไปสั่งผู้ชายอีกคนเสียงเข้ม “ไปเอารถมา”

เสียงซุบซิบถึงเหตุการณ์ชวนระทึกใจเมื่อสักครู่ยังคงดังอย่างไปทั่วอย่างจับใจความอะไรไม่ได้ ส่วนฉันที่เห็นว่าเหตุการณ์ทุกอย่างสงบลงแล้วเลยเลือกที่จะเดินออกมาจากไทยมุงแล้วรีบกลับไปที่รถทันทีเพราะไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเรื่องวุ่นวายพวกนี้อีกแต่ว่า...

หมับ!

“อ๊ะ!” ฉันร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อแขนของตัวเองถูกกระชากจากทางด้านหลัง และพอหันไปมองก็ต้องตาค้างหนักกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าคนที่คว้าแขนกันไว้คือผู้ชายชุดยีนส์คนเมื่อกี้ซึ่งเค้าก็คือคุณรัชภาคย์!!

“คุณ...”

“ยืมรถหน่อย” พูดจบคำนั้นเสร็จคุณรัชภาคย์ก็ไม่รอให้ฉันตั้งสติหรืออนุญาตอะไรแต่กลับเอื้อมมือมาคว้ากุญแจรถในมือก่อนจะปลดล็อกและถือวิสาสะเข้าไปนั่งในรถของฉันทันทีแต่ว่า...

“เดี๋ยว! นี่คุณ...” ฉันกำลังจะโวยวายอยู่แล้วว่าเค้าไม่มีสิทธิ์ที่จะมายุ่มย่ามกับรถฉันแบบนี้แต่ว่ายังไม่ทันได้พูดอะไรคุณรัชภาคย์ก็สตาร์ทรถเตรียมพร้อมออกตัวเรียบร้อยแล้ว ไวกว่าความคิดก็ปฏิกิริยาร่างกายของฉันที่เดินไปอ้อมอีกฝั่งแล้วขึ้นไปนั่งบนรถของตัวเองทันที

“ลงไป...”

“แต่นี่มันรถฉันนะ คุณนั่นแหล่ะลงไปเลย” ฉันโวยวายกลับไปทันที มีอย่างที่ไหนถือวิสาสะมาขึ้นรถคนอื่นแล้วยังมาทำแบบนี้อีก “นี่คุณ...”

“งั้นก็ตามใจ”

ฉันกำลังตั้งสติประมวลผลคำตอบนั้นจากคุณรัชภาคย์อยู่ แต่ยังไม่ทันทำสำเร็จคนตรงหน้าก็เหยียบคันเร่งอย่างแรงจนรถกระชากก่อนจะขับออกไปอย่างรวดเร็ว

“นี่คุณ...”

“เงียบ” คนที่ถือวิสาสะมาขับรถของฉันพูดเสียงเฉียบขาดก่อนที่เค้าจะละมือออกจากพวงมาลัยข้างนึงแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดแล้วยกขึ้นแนบหู “กข 389 แถวตลาดโต้รุ่ง น่าจะยังไปได้ไม่ไกล”

เสียงของคุณรัชภาคย์ที่คุยอยู่กับใครสักคนทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วยุ่งด้วยความแปลกใจ ก่อนจะตาโตยิ่งกว่าไข่ห่านเมื่อประติดประต่อเรื่องราวทั้งหมดได้ นี่อย่าบอกนะว่า...

“คุณกำลังตามจับผู้ชายคนเมื่อกี้หรอคะ” ฉันหันไปถามเสียงดังลั่นทันที และยิ่งเห็นว่าคนตรงหน้ายังเงียบอยู่ก็เลยรีบถามย้ำอีกครั้งอย่างร้อนรน “นี่คุณรัชภาคย์ฉันถามว่า...”

“คุณเห็นผมนั่งเล่นขายของอยู่หรือไง” คนตรงหน้าตอบกลับมาหน้าตายโดยที่ไม่แม้แต่จะปรายตามามองกันสักนิดเลยด้วยซ้ำ “แล้วก็ช่วยนั่งนิ่งๆ เงียบๆ ด้วย ผมเสียสมาธิขับรถ”

คำว่ากล่าวเสียงกึ่งหงุดหงิดของคนที่ถือวิสาสะมาขับรถของฉันทำให้ฉันถึงกับนั่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก สมองกำลังทำงานและประมวลผลคำพูดเมื่อสักครู่อย่างหนักเลยว่าสรุปแล้วว่าใครกันแน่ที่เป็นคนผิดกันนะ...

“เดี๋ยวนะ นี่คุณว่าฉันหรอ?” ฉันถามกลับไปหน้าตาเหลอหลา นี่หมายความว่าประโยคเมื่อสักครู่คือเค้าตั้งใจว่าฉันวุ่นวายทั้งที่เค้าเป็นคนมาขอยืมรถฉันไปจับผู้ร้ายเนี่ยนะ “นี่คุณ...”

“ก็แล้วแต่จะคิด” ประโยคตอบกลับมาอย่างไม่สะทกสะท้านของคุณตำรวจปากร้ายทำให้อารมณ์ของฉันพุ่งปรี๊ดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

หนอยยยย! หมอนี่คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าพูดใส่กันแบบนี้!!

“ฉันว่าคุณเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่าคะคุณรัชภาคย์ อย่าลืมนะคะว่าฉันเป็นเจ้าของรถคันนี้และคุณเป็นคนถือวิสาสะเข้ามาแย่งกุญแจรถในมือฉันแล้วขึ้นมาขับรถของฉันโดยที่ฉันยังไม่อนุญาตอีก แล้วนี่คุณยังกล้ามาว่าแล้วก็ออกคำสั่งกับฉันอีกหรอ!” ฉันหายใจหอบถี่ทันทีที่พูดประโยคยืดยาวเมื่อสักครู่จบ ก่อนจะสะบัดหน้ามองไปอีกทางอย่างหงุดหงิดที่ต้องมาอยู่บนรถกับคนแบบนี้

คนบ้าที่ไหนกันขึ้นมารถคนอื่นเค้าแล้วยังมาพูดจาใส่กันแบบนี้อีก นิสัยเสียที่สุดในโลก!

“เจอยัง?”

“เจออะไ...” ฉันที่กำลังจะหันไปถามว่าเจออะไรก็ต้องหุบปากลงฉับพลันเมื่อเห็นว่าคนที่คุณรัชภาคย์กำลังคุยด้วยไม่ใช่ฉันแต่เป็นใครสักคนที่อยู่ในสายโทรศัพท์ต่างหากหล่ะ

“นี่...” ฉันกำลังจะอ้าปากถามต่อว่าเมื่อไหร่จะจอดรถและลงไปสักทีแต่ยังไม่ทันได้พูดก็ต้องเปลี่ยนเป็นร้องกรี๊ดขึ้นมาแทนเมื่อจู่ๆ คนตรงหน้าก็เบรครถด้วยความรวดเร็ว “กรี๊ดดดดดดดดดดดดด”

เอี๊ยดดดดดดดดดดดดด!

“นี่คุณ...ว๊ายยยยยยยย” ยังไม่ทันได้โวยวายหาความกับคนที่เบรครถกระทันหันจนทำฉันเกือบหน้าทิ่ม ร่างทั้งร่างก็ถูกกระชากอีกครั้งเมื่อคุณรัชภาคย์เลี้ยวรถด้วยความรวดเร็วก่อนจะเหยียบคันเร่งอย่างแรงจนทำเอาตัวฉันเด้งไปกระแทกกับประตูจนรู้สึกเจ็บที่หัวไหล่ “โอ๊ยยย”

“คาดเข็มขัดด้วย” หันมาปรายตาบอกกันแค่นั้นก็หันหน้ากลับไปตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อตามเดิม ส่วนฉันที่ตั้งใจจะเถียงแต่เพราะยังรู้สึกเจ็บไหล่อยู่เลยเลือกที่จะหันไปคาดเข็มขัดนิรภัยก่อนเป็นอย่างแรกเพื่อความปลอดภัย

“นี่คุณ...”

บรื้นนนนนนนนนนน!

เสียงมอเตอร์ไซต์ที่เร่งเครื่องอย่างแรงจนทำให้เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นทำให้ประโยคที่ฉันตั้งใจจะโวยวายนั้นหายไปจนหมด และก็ต้องตัวแข็งทื่อขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อเห็นว่ารถมอเตอร์ไซต์ที่อยู่ด้านหน้ากันไม่ไกลก็คือรถของพวกคนร้ายเมื่อสักครู่

“อยู่นั่นไงคุณ” ฉันชี้นิ้วไปที่รถคันข้างหน้าด้วยความตื่นเต้น “คุณขับเร็วอีกหน่อยดิ เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก”

“หึ!” เสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นมาจากคนที่นั่งอยู่ข้างกันเล็กน้อยก่อนที่คุณรัชภาคย์จะเร่งความเร็วมากขึ้นจนทำให้ฉันที่นั่งอยู่ข้างกันต้องจิกเล็บลงกับเบาะเพื่อบรรเทาอาการหวาดกลัว

ก็บอกแค่ให้เร็วอีกหน่อย ไม่ได้บอกให้เหยียบมิดขนาดนี้!

“ระ เร็วไปมั้งคุณ” ฉันพูดเสียงสั่นเพราะตอนนี้ความเร็วมันเพิ่มขึ้นซะจนฉันเองยังไม่กล้าเหลือบสายตาไปมองหน้าปัดเลยว่าความเร็วที่คุณรัชภาคย์ใช้ตอนนี้มันเป็นเท่าไหร่

“คุณ...กรี๊ดดดดดดดดดดดด” ฉันร้องกรี๊ดออกมาเสียงดังลั่นอีกครั้งเมื่อคุณรัชภาคย์ขับรถเบี่ยงหลบได้ทันในจังหวะที่มอเตอร์ไซต์คันนั้นพยายามจะขับปาดหน้าไม่ให้เค้าขับขึ้นแซงได้ “คะ คุณ...”

“หาที่จับไว้” หันมาบอกกันแค่นั้นก็หันกลับไปขับรถหน้าเครียดตามเดิม ส่วนฉันที่กำลังนั่งเกร็งและปวดหัวจนไมเกรนแทบขึ้นกับสกิลการขับรถนรกแตกของคุณรัชภาคย์ก็เลือกที่จะหาที่เกาะตามคำแนะนำของเค้าทันที

ตอนนี้รถของเรากับรถของคนร้ายกำลังขับไล่ล่ากันไปมาราวกับอยู่ในหนังแอคชั่นชื่อดัง แต่ประเด็นตอนนี้คือทั้งหมดนี่มันคือเรื่องจริงนี่สิ!

รถก็ของจริง! คนร้ายก็ของจริง! แถมฉันยังต้องมาเสี่ยงชีวิตจริงไม่มีสแตนอินอีก!!!!

“คะ คุณ...”

“พร้อมนะ”

“พะ พร้อมอะไร” ฉันถามกลับไปเสียงสั่น แต่คนใจร้อนอย่างคุณรัชภาคย์ก็ไม่ได้หันมาตอบหรือให้ฉันเตรียมความพร้อมตามที่ปากว่าด้วยซ้ำแต่เค้ากลับเร่งความเร็วมากขึ้นกว่าเดิมจนสามารถแซงหน้ารถมอเตอร์ไซต์ของคู่กรณีได้ ฉันที่กำลังแปลกใจว่าทำไมเค้าถึงต้องแซงและทิ้งระยะห่างไกลขนาดนี้ก็ได้คำตอบในวินาทีต่อมาเมื่อคุณรัชภาคย์หักเลี้ยวรถดริฟท์อย่างแรงเป็นการปาดหน้ารถมอเตอร์ไซต์คันนั้น และเพราะเหตุการณ์ตรงหน้ามันเกิดขึ้นเร็วมากมันก็เลย...

โครมมมมม!

ปังงงงงงงง!

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด!”







FIRE’s Talk.

“คุณๆๆ” ผมหันไปเรียกผู้หญิงตัวเล็กที่นั่งตัวสั่นอยู่บนเบาะข้างคนขับด้วยอาการเป็นห่วง ถึงแม้ตอนนี้จะผ่านเหตุการณ์ไล่จับคนร้ายกลางเมืองแสนระทึกใจมาได้สักพักแล้วแต่ดูเหมือนว่าคุณหมอคนสวยที่ถูกดึงเข้ามาอยู่ในเหตุการณ์สุดระทึกนี้จะยังคงช็อกอยู่ไม่น้อย

“เฮ้...คุณได้ยินผมมั้ย”

“...”

“คุณหมอ!”

“กรี๊ดดดดดดดดดดด!” เสียงกรี๊ดแสบแก้วหูดังขึ้นจากคุณหมอคนสวยทำให้ผมต้องเบนหน้าหนีอย่างอัตโนมัติ

นี่คนหรือนกหวีดวะเนี่ย เอะอะกรี๊ดได้กรี๊ดดีจริงเว้ยยยย!

“คุณเป็นไงบ้างอ่ะ เจ็บตรง...” ผมถามยังไม่ทันจบประโยคดีคนตัวเล็กที่เพิ่งได้สติก็หุนหันพลันแล่นลงจากรถทันที ตอนแรกผมก็สงสัยว่าเธอทำแบบนั้นทำไมแต่ไม่กี่วินาทีต่อมาก็...

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดด!" 

"รถฉันนนนนนนนนน!” คุณหมอที่ดูเหมือนจะทั้งตกใจและสติแตกยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นสภาพรถตัวเองชัดถนัดตา ซึ่งก็ไม่แปลกอะไรหรอกเพราะตอนนี้เจ้ารถบีเอ็มดับบลิวซีรีย์สี่สุดสวยของคุณหมอหน่ะ เรียกได้ว่าสภาพเข้าขั้นยับเยินไม่เบาเหมือนกัน

“เอ่อ...คือ....”

“นี่คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ย คุณทำแบบนี้กับนมสดของฉันได้ยังไงอ่ะ คุณรู้มั้ยว่าฉันรักมันมากแค่ไหนแล้วคุณดูสภาพมันดิ คุณมันใจร้ายที่สุดในโลกเลยยยยยยยย! ฮือออออออออ” คุณหมอคนสวยพ่นคำบ่นออกมาเสียงรัวก่อนจะปิดท้ายด้วยการปล่อยโฮเสียงดังลั่นที่ทำเอาผมและตำรวจที่ยืนอยู่ตรงนั้นต้องมองหน้ากันเลิกลั่กเลยทีเดียว

“คุณใจเย็นๆ ก่อนดิ มันก็ไม่ได้พังป่ะ มันยังขับ...”

“ยังจะพูดอีกหรอ!” คุณหมอตวาดแว๊ดกลับมาทันทีทั้งน้ำตา “ฮึก! ฉันรักและทะนุถนอมมันเหมือนลูกในไส้ เลี้ยงดูขัดถูอย่างดีฝุ่นก็แทบไม่ได้เกาะ ฮึก แล้วคุณอ่ะ อึก คุณมาทำแบบนี้กับนมสดของฉันได้ยังไงอ่ะ ฮือออออออออ”

“นมสด?”

“นมสดลูกแม่ ฮืออออออออ”

“เอ่อ...” ผมยืนมองคนตัวเล็กที่รำพึงรำพันร้องไห้ปานจะขาดใจอยู่กับ ‘นมสด’ ของเธอด้วยสีหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยิ่งตอนที่คนตัวเล็กขยับเข้าไปใกล้แล้วแตะไปมาตรงบริเวณรอยบุบของตัวรถที่เป็นผลมาจากการที่รถมอเตอร์ไซต์ของคนร้ายกระแทกเข้าเมื่อกี้ราวกับกลัวว่ามันจะแตกสลายลงตรงนั้นก็ยิ่งทำเอาผมทำอะไรไม่ถูกเข้าไปใหญ่ ในหัวคิดไม่ตกเลยจริงๆ ว่าจะแก้ไขสถานการณ์ตรงหน้านี้อย่างไรดี

“รถมันเสียก็แค่ซ่อมป่ะคุณ อย่าคิดมากดิ เดี๋ยวผมซ่อม...”

“ไม่ต้องมาพูดเลยนะไอ้คนไม่มีหัวใจ!!!”

เอากับเค้าสิ! นี่ผมแค่ขับรถหรือคุณนมสดของเธอไปชนเองนะต้องถึงขั้นมาว่ากันว่าไม่มีหัวใจเลยหรือไงกัน!!

“แต่คุณ...”

“โธ่ นมสดที่น่าสงสารของแม่ ฮึก อึก ฮืออออออ”

“...” ผมยืนเกาหัวแกรกมองคนร้องไห้อยู่แบบนั้นราวกับจะขาดใจอย่างทำอะไรไม่ถูก ถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งที่สองที่ผมโดนคนตรงหน้าปล่อยโฮใส่กันแบบนี้ แต่บอกตามตรงเลยว่าผมก็ยังไม่ชินกับการร้องไห้ของผู้หญิงอยู่ดี เพราะถ้าว่ากันตามตรงแล้วนอกจากหลานสาวตัวน้อยของผมก็ไม่เคยรับมือกับผู้หญิงคนไหนที่ร้องไห้หนักแบบนี้เหมือนกัน

หลานสาวงั้นหรอ?

“กินขนมป่ะคุณ” พูดพร้อมกับยื่นหมากฝรั่งที่ติดอยู่ในกระเป๋ากางเกงไปตรงหน้าคนตัวเล็กที่กำลังร้องไห้โฮอยู่ ก็ครั้งที่แล้วอมยิ้มยังใช้ได้ผลเลยนิ เพราะงั้นครั้งนี้ก็คง...

“ไม่กิน! ฮึก” คุณหมอคนสวยปัดหมากฝรั่งในมือผมทิ้งอย่างไม่ใยดี ก่อนที่คนตัวเล็กจะยืนร้องไห้ปาดน้ำตาป้อยๆ ไปมาราวกับจะขาดใจตายอยู่แบบนั้น “คุณมันใจร้าย อึก ใจดำ ใจไม้ไส้ระก...”

หมับ!

ผมคว้าผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังร้องไห้มากอดไว้เพื่อหยุดประโยครำพึงรำพันพวกนั้นทันที เพราะปกติเวลาหลานสาวตัวน้อยร้องไห้งอแงอย่างหนัก นอกจากจะหลอกล่อหลานด้วยขนมแสนอร่อยแล้วก็มีแต่การกอดปลอบนี่แหล่ะที่มักจะได้ผล เพราะงั้นก็ควรจะลองดูไม่ใช่หรอ

ก็ในเมื่อแผนแรกอย่างขนมไม่รอด ก็ใช้แผนสองมันซะเลย!

“โอ๋ๆๆ ไม่ร้องนะ” ผมพูดพลางลูบหลังลูบไหล่คนในอ้อมกอดเป็นการใหญ่ ไม่รู้ว่าตอนนี้คุณหมอขี้แยหยุดร้องไห้ไปหรือยังเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ ก็คือคนร่างเล็กในอ้อมกอดของผมนั้นเกร็งและแข็งทื่อขึ้นมาจนสัมผัสได้

“ปะ ปล่อย ฮึก ปล่อยนะ....” คนตัวเล็กที่เหมือนจะเพิ่งได้สติพูดเสียงสะอึกสะอื้นพร้อมกับขืนตัวพยายามจะออกจากอ้อมกอดของผมให้ได้แต่ว่า...

“หยุดร้องก่อนแล้วจะปล่อย” ยื่นข้อเสนอวัดใจเสร็จก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย “ถ้าเลิกขี้แยเมื่อไหร่ผมจะปล่อยทันทีเลยตกลงมั้ย”

“ฉันไม่ได้ ฮึก ไม่ได้ขี้แยนะ” คนตัวเล็กผละตัวออกมาเงยหน้าแย้งกันเสียงแข็งทันที ทั้งที่ตอนพูดยังต้องกลืนก้อนสะอื้นแบบนั้นแต่ก็ยังปฏิเสธอีกหรอว่าตัวเองไม่ได้ขี้แย “ฉันไม่ใช่”

“ไม่ใช่อะไร?” ก้มลงไปถามคนตัวเล็กในอ้อมกอดเล็กน้อย ก่อนจะเลื่อนมือข้างนึงมาเช็ดน้ำตาที่แก้มใสให้กันอย่างเบามือ “ว่าไง? ไม่ใช่อะไรหื้มมมม...”

“พอแล้วววว!” คนตัวเล็กพูดแทรกขึ้นมาเสียงดังลั่นพร้อมกับขืนตัวออกจากอ้อมกอดของผมได้สำเร็จแล้วถอยหลังห่างกันเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะ ก่อนจะยกมือปาดน้ำตาตัวเองป้อยๆ แล้วละล่ำละลักพูดต่อ “ไม่ร้องแล้วด้วย อึก!”

หึ! น่าเอ็นดู...

ถ้าจะบอกว่าท่าทีของคนตรงหน้าที่กำลังพยายามกลั้นเสียงสะอื้นพร้อมทั้งปาดน้ำตาตัวเองไปมาตอนนี้มันดูน่าเอ็นดูไม่น้อยจะผิดไม่นะ และยิ่งไปกว่านั้นถ้าบอกว่าคนตรงหน้าก็ดูเป็นผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่ดูยังไงก็ไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใครเลยจะผิดมากหรือเปล่า แม้จะไม่อยากยอมรับแต่ก็ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าเสี้ยวนึงของความคิดเกิดคำถามในใจว่า....คนแบบนี้หน่ะหรอที่ไปเกี่ยวข้องกับสองพ่อลูกแสนร้ายกาจคู่นั้น?

ผู้หญิงขี้แยตรงหน้าผมตอนนี้หน่ะหรอ?

ไม่น่าใช่....เพราะงั้นผมต้องรู้ให้ได้ว่าลูกจันทร์เกี่ยวอะไรกับคนพวกนั้น!


FIRE Ends.        



*************************************************************

Talk3

พี่ไฟคนแมนๆ ครัช ก็จะปลอบสาวน่ารักน่าหยิกแบบนี้แหล่ะค่ะ

พี่เค้าแค่ใช้วิธีปลอบน้องเหมือนปลอบหลานเองเนอะ

น้องร้องไห้ก็กอดปลอบงี้ โอ๋งี้ ไม่คิดอะไรเนอะ

เจอกันทีไรทำน้องร้องไห้ตลอดเลย น่าตีจริงๆ ผู้ชายคนนี้ 55555555555

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ

เจอกันตอนหน้าค่า ????



*********************************************

​Talk2:

คำถามคือจบตอนนี้พี่ลูกของเราจะยังเหลือเสียงอีกมั้ย กรี๊ดรัวๆ กันไปเลยยย 55555555

ความพี่ไฟก็คือพาน้องไปจับโจรก็ได้หรอ พี่เอ้ยยยยย น่าหยิกจริงเชียว

สองคนนี้ก็คือเจอกันทีไรมีแต่เรื่องตลอดๆๆ 

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ

เดี๋ยวมาต่อค่าาาาาาาาาาา ^^




*********************************************

แหมมมมมม ออกตัวแรงว่าชอบพี่เทมส์แล้วน๊าาาาาา

เดี๋ยวเจอพี่ไฟซะก่อนแล้วอย่ามาเปลี่ยนใจทีหลังนะคะ 555555555555555

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ :)

เดี๋ยวมาต่อค่าาาา

MelloNY.





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #15 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 07:56

    สนุกมาก วงวารนมสด 555
    #15
    0
  2. #14 viskik (@viskik) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 21:37
    พีไฟนางระห่ำเกิ้นนน
    สงสารน้องนมสด 555
    #14
    0
  3. #13 nill_ar (@nill_a) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:07

    นางเอกfast. ระทึก555ลุ้นไปกะลูก

    #13
    0
  4. #12 viskik (@viskik) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 08:55
    โอยๆๆๆ เราว่าอยู่กับพี่ไฟนี่แหล่ะ มันส์สุดเลยพี่ลูก 555
    #12
    0