LOVE SHOT! (รักพลิกล็อก!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 4,933 Views

  • 150 Comments

  • 81 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    17

    Overall
    4,933

ตอนที่ 6 : LOVE SHOT! 06 - อมยิ้มโหลนั้นคือ 'ของปลอบใจ' เด็กขี้แย (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 277
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    17 ม.ค. 62

LOVE SHOT! 06

อมยิ้มโหลนั้นคือ 'ของปลอบใจ' เด็กขี้แย


เก่งมากเลยยยย” by FIRE







“นี่คุณ! ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้นะ จะพาฉันไปไหน ปล่อยยยยยยยย” ฉันโวยวายเสียงดังลั่นพร้อมขืนตัวสุดฤทธิ์เมื่อทันทีที่เค้าหันไปออกคำสั่งลูกน้องตัวเองเสร็จก็ถือวิสาสะมาคว้าแขนฉันแล้วออกแรงลากให้เดินออกมาด้วยกันทันที

“...”

“นี่คุณตำรวจ คุณไม่มีสิทธิ์มาทำกับฉันแบบนี้นะ นี่มันรังแกประชาชนชัดๆ!” ฉันตะโกนดังลั่นแล้วสะบัดมือออกอย่างแรงจนหลุด ก่อนจะขยับถอยหลังหนีอย่างต้องการรักษาระยะ

“แล้วรอยครบห้านิ้วที่หน้าผมนี่หล่ะเรียกว่าอะไรดี” เค้าถามเสียงเย็นพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้กันอย่างหน้ากลัวก่อนจะถามต่อเสียงเข้ม “เรียกว่าทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานดีมั้ย?”

“แต่ว่ามันเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะ!” ฉันรีบปกป้องตัวเองทันควัน ถึงแม้จะปฏิเสธไม่ได้เลยว่ารอยนิ้วมือครบห้านิ้วบนแก้มของคนตรงหน้ามาจากน้ำมือของฉันเองก็เถอะ แต่ใครจะไปรู้หล่ะว่าไม่ใช่คนร้ายเห็นอีกคนมองตามแบบนั้นฉันก็คิดว่าใช่สิ “ถ้าจะโทษก็ไปโทษลูกน้องคุณดิ มามองหน้าคุณอะไรตอนนั้นหล่ะ”

“นี่คุณเคยคิดจะโทษตัวเองบ้างมั้ยเนี่ย” คนตรงหน้าสวนกลับมาทันควัน “ถ้าคุณมีสติแล้วไม่ใช้อารมณ์ตัดสินคุณก็คงฟังที่จ่าชิตพูดจนจบแล้ว และถ้ามันเป็นแบบนั้นเราคงไม่ต้องมานั่งเถียงกันเป็นชั่วโมงหรอก”

“แต่ว่าฉัน...”

“ยังจะเถียงอีกหรอ!” ผู้ชายคนนั้นตะคอกเสียงดังลั่นจนฉันสะดุ้ง

แต่ว่าทำไมต้องตะคอกใส่กันด้วยหล่ะ!

“เงียบทำไมห...”

“ฮึก!” น้ำตาหยดโตร่วงแหมะลงทันทีที่ได้ยินเสียงตะคอกนั่น ถึงแม้จะพยายามห้ามตัวเองไม่ให้ร้องไห้แล้วแต่มันก็ทำไม่ได้เลย ฉันไม่ชอบการตะคอกหรือเสียงดังมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“นี่คุณร้องไห้หรอ?” ผู้ชายตัวโตถามกลับมาสีหน้าเหลอหลา แต่ตอนนี้ฉันไม่สนอะไรทั้งนั้นแล้วเพราะว่า...

“ฮึกกกก ฮืออออออออ” ในที่สุดความอัดอั้นทั้งหมดก็ถูกปล่อยโฮออกมาทันที ไม่แน่ใจว่านี่แค่เพราะสะเทือนใจที่โดนใครที่ไหนก็ไม่รู้มาตะคอกใส่หรือว่าเป็นเพราะความเครียดสะสมที่มีมาหลายวันกันนะ ฉันถึงอ่อนแอและอารมณ์อ่อนไหวง่ายดายขนาดนี้

“เฮ้ยยยยยยย” ผู้ชายคนนั้นร้องลั่นอย่างตื่นตะลึง ดูจากสถานการณ์ที่ละล้าละหลังของเค้าแล้วคิดว่าเค้าคงไม่เคยรับมือกับผู้หญิงร้องไห้หนักขนาดนี้แน่

“ฮึกกก อึก ฮืออออ”

“ร้องไห้ทำไมเนี่ย” ผู้ชายคนนั้นทึ้งหัวตัวเองอย่างหัวเสีย ก่อนจะบ่นต่อด้วยสีหน้าอึ้งๆ “อะไรของคุณวะเนี่ย เมื่อกี้ยังด่าผมฉอดๆ อยู่เลยนะ”

“ฮือออออออ”

“คุณร้องไห้ทำไมอ่ะ เงียบดิ” ผู้ชายคนนั้นพูดด้วยสีหน้าจะร้องไห้ตามฉันอยู่รอมร่อ และพอฉันไม่หยุดร้องเค้าก็พยายามจะพูดต่อ “อย่าร้องดิคุณ คนมองหมดแล้วเนี่ย”

“อึก ฮึก หยะ ฮึก หยุดไม่ได้อ่ะ ฮือออออออ” ฉันพูดเสียงสะอึกสะอื้น คาดว่าตอนนี้น้ำหูน้ำตาของตัวเองคงไหลออกมารวมกันจนน่าเกลียดเหลือเกินแล้ว แต่จะให้ทำไงได้หล่ะ ก็ฉันหยุดร้องไม่ได้จริงๆ นี่!

“เวรกรรมอะไรของกูวะเนี่ย!!” ผู้ชายคนนั้นสบถอย่างหัวเสีย นิ่งหายใจสงบสติอารมณ์อยู่สักพักแล้วเห็นว่าฉันยังคงสะอึกสะอื้นอยู่แบบนั้นเค้าเลยถามต่อด้วยน้ำเสียงที่เย็นลง “โอเคๆ หยุดร้องเถอะผมไม่ว่าคุณแล้วไง”

“แต่คุณตะคอกใส่ฉันอ่ะ ฮึก” ฉันโวยวายทันทีทั้งน้ำตา “ทำไมต้องตะคอกกันด้วยอ่ะ แค่พูดดีๆ ไม่เป็นหรือไง”

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะตะคอก”

“ตะคอก!” ฉันยืนยันเสียงหนักแน่น “คุณตะคอกเสียงดังมากฉันเลยตกใจนี่ไง ฮืออออออ”

“แต่ตอนนี้ไม่ตะคอกแล้วไง คุณหยุดร้องเถอะนะ ให้ผมไหว้เลยก็ได้อ่ะ” ผู้ชายตรงหน้าพยายามพูดหว่านล้อมพร้อมเตรียมจะยกมือไหว้ตามที่ปากว่าเมื่อเห็นว่าฉันเริ่มเบะปากเตรียมปล่อยโฮอีกรอบ

“คะ คุณมันใจร้ายอ่ะ ฮึก คุณไม่คิดถึงจิตใจ อึก จิตใจฉันบ้างเลยอ่ะ” ฉันพยายามกลั้นเสียงสะอื้นแล้วพูดต่อ “ตอนรู้ว่าเพื่อนเกิดอุบัติเหตุฉันตกใจแทบตายอ่ะ ฮึก แล้วฉันก็รีบมาอ่ะ ฉันจะไปมีสติเต็มร้อยเหมือนคุณได้ไงหล่ะ”

“แต่คุณก็ไม่ควรตัดสินคนอื่นแบบนั้นไง”

“ก็แล้วฉันขอโทษได้มั้ยเล่า!” ฉันสวนกลับไปทันควันจนคนตรงหน้าผงะ “ฉันกำลังจะขอโทษคุณอยู่แล้วที่เข้าใจผิดอ่ะ แต่คุณก็ไม่ฟังแถมยังมาตะคอกฉันอีก ฮึกกก”

“....”

“คุณเองก็ตัดสินฉันไปแล้วเหมือนกันนั่นแหล่ะ ฮืออออออ”

“เฮ้ออออ โอเคๆ ผมยอมแพ้แล้วก็ได้” คนตรงหน้ายกมือสองข้างขึ้นเหนือศรีษะเพื่อเป็นการบอกว่ายอมแพ้ ก่อนจะพูดต่อเสียงทุ้ม “ผมแพ้แล้วไง ผมขอโทษคุณด้วยเลยเอ้า หยุดร้องไห้เถอะนะ”

“ฮึก อึก”

“เอางี้ ถ้าคุณหยุดร้องผมจะให้อมยิ้มคุณ” คนตรงหน้าพูดพลางหยิบอมยิ้มยี่ห้อดังมายื่นตรงหน้าฉันราวกับกำลังหลอกล่อเด็กน้อยยังไงยังงั้น

นี่เค้าเห็นฉันเป็นเด็กสามขวบหรือไงนะถึงมาหลอกล่อกันด้วยอมยิ้มเนี่ย!!

“ฉันไม่ใช่เด็ก” ฉันโวยวายพร้อมเช็ดน้ำตาป้อยๆ ถึงจะร้องไห้เบาลงแต่ก็ยังคงหยุดน้ำตาไม่ได้อยู่ดี

“ผู้ใหญ่ก็กินอมยิ้มได้นะ ผมยังกินเลย” คนตัวโตกว่าพูดกลับมาก่อนจะแกะอมยิ้มในมือที่ตอนแรกตั้งใจยื่นให้ฉันเข้าปากตัวเองหน้าตาเฉย แต่ว่าแบบนั้นมันใช่เรื่องหรอ...

“นั่นของฉัน” ฉันประท้วงทันควัน

“ห๊ะ?”

“คุณบอกว่าคุณจะให้อมยิ้มฉัน” ฉันบุ้ยปากไปยังอมยิ้มที่อยู่ในปากเค้า ซึ่งพอเห็นแบบนั้นคนตรงหน้าก็ส่งยิ้มแหยๆ มาให้ก่อนจะพูดต่อ “ก็ผมนึกว่าคุณไม่...”

“ฮึก ฮื...”

“โอเคๆ อย่าเพิ่งร้องนะ เดี๋ยวผมซื้อใหม่ให้เอามั้ย” คนตรงหน้าพูดเสียงร้อนรนเมื่อเห็นว่าฉันกำลังจะเบะปากปล่อยโฮอีกรอบ “เนอะซื้อใหม่นะ เดี๋ยวเหมาให้ทั้งโหลเลยก็ได้!”

“จริงนะ ฮึก” ฉันถามกลับไปเสียงสะอื้น ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าข้อเสนอของเค้ามันทำให้ฉันรู้สึกเหมือนเด็กน้อยที่พยายามจะหยุดร้องเพราะอยากได้ของปลอบใจชิ้นนั้น

“จริง แต่คุณต้องหยุดร้องก่อน”

“ฮึก...อึก ก็ได้”

“เก่งมากเลยยยย” คนตัวโตกว่าชมเปาะก่อนจะยกมือมาวางบนศรีษะของฉันแล้วออกแรงขยี้เบาๆ

“พอแล้ว!” พูดจบก็ถอยออกมาจากคนตรงหน้าเพราะต้องการรักษาระยะห่าง ก่อนจะบ่นต่ออุบอิบ “ไม่ร้องแล้ว”

“งั้นไปกัน”

“ไปไหน?”

“หาของปลอบใจให้เด็กขี้แยไง”



23.35.

ฉันกำลังนั่งมองอมยิ้มยี่ห้อดังในโหลสี่เหลี่ยมที่ปิดสนิท ลองกะดูจากสายตาคร่าวๆ โดยที่ยังไม่ได้อ่านฉลากก็คิดว่าในโหลพลาสติกอันนี้น่าจะมีอมยิ้มบรรจุอยู่ไม่ต่ำกว่าสามสิบอันด้วยสายตาขยาดไม่น้อย...

นี่ฉันหยุดร้องไห้เพียงเพราะเจ้าอมยิ้มเปี่ยมเบาหวานนี่งั้นหรอ?

ไม่รู้เพราะว่าฉันเป็นหมอเด็กที่อยู่กับเด็กมากไป หรือเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักโตกันนะถึงได้โดนใครก็ไม่รู้หลอกล่อง่ายดายแค่เพียงเพราะเค้าพูดว่าจะซื้ออมยิ้มให้กินทั้งโหลหน่ะ...

‘พันตำรวจตรีรัชต์ภาคย์ เกษมรัตนากรณ์’

ฉันพิมพ์ชื่อนามสกุลพร้อมตำแหน่งเต็มยศของเจ้าของโหลอมยิ้มลงในเว็บไซต์ค้นหาชื่อดังก่อนจะเลื่อนเม้าไปคลิกยังปุ่มค้นหา และเพียงแค่นั้นประวัติการทำงานรวมทั้งภาพข่าวที่เกี่ยวข้องกับเค้าก็ปรากฎแก่สายตาเต็มไปหมด

‘พันตำรวจตรีรัชต์ภาคย์ เกษมรัตนากรณ์ ตำรวจหนุ่มไฟแรงฝีมือดีจากหน่วยกองปราบปรามพิเศษ ด้วยประสบการณ์การทำงานและผลงานที่มากมายทำให้ไม่แปลกใจเลยว่าแม้อายุยังไม่ถึงสามสิบดีแต่กลับได้รับตำแหน่งสารวัตรหนุ่มรูปหล่อซะแล้ว สำหรับเรื่องงานว่าโดดเด่นแล้วเรื่องความรักของตำรวจหนุ่มก็น่าสนใจไม่แพ้กันเพราะถึงแม้จะรูปหล่อจนสาวน้อยสาวใหญ่ใจละลายกันเป็นแถบแต่คุณสารวัตรไฟก็ยังคงครองตัวเป็นโสดมาถึงปัจจุบัน’

“โสดถึงปัจจุบัน? เป็นเกย์หรือเปล่าเนี่ย” ฉันพึมพำด้วยสีหน้าแหยเกหลังจากที่อ่านประวัติของเค้าจบ ก็อายุอานามปาเข้าไปเกือบสามสิบแล้วยังไม่มีเมียเป็นตัวเป็นตนอีกหรอ บ่นเสร็จก็กลับไปอ่านบรรทัดสุดท้ายในข่าวต่อ

‘งานนี้ก็ต้องมารอดูกันต่อไปว่าสาวน้อยผู้โชคดีคนไหนจะได้ใจสารวัตรหนุ่มสุดหล่อคนนี้ไปครอบครอง!’

โชคดีงั้นหรอ? อยู่กับคนอารมณ์สวิงเป็นพายุ พูดจามะนาวไม่มีน้ำแบบนั้นเนี่ยนะเรียกโชคดี!

ใครได้เป็นแฟนคงโชคร้ายไปทั้งชีวิตมากกว่า!!


***********************************************************************

มิติใหม่ของการปลอบใจสาวหรอคะพี่ไฟ

เอ็นดูความให้อมยิ้มเพราะน้องร้องไห้เนี่ยยยยย น่ารักน่าเอ็นดูกันเหลือเกินนนน

ปากเหมือนจะไม่สนใจ แต่มาค้นหาประวัติเค้าแบบนี้มันยังไงๆ อยู่นะคะพี่ลูกขาาาาาา >//<

รออ่านคอมเม้นท์อยู่นะคะ 

เจอกันตอนหน้าค่าาาาาา :)


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #8 Koy_Jaja (@mornman) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 13:24
    ชูป้าย พี่ไฟค่ะ อิอิ
    #8
    0
  2. #7 viskik (@viskik) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 11:21
    เราตกลงใจแล้ว
    เราว่าเราเชียร์พี่ไฟดีกว่า 555
    #7
    0