LOVE SHOT! (รักพลิกล็อก!)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,968 Views

  • 81 Comments

  • 61 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    1,299

    Overall
    1,968

ตอนที่ 3 : LOVE SHOT! 03 - ผู้หญิงน่าสนใจและการเจอกันครั้งที่สองของ ‘เรา’ (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 200
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    21 ม.ค. 62

LOVE SHOT! 03

ผู้หญิงน่าสนใจและการเจอกันครั้งที่สองของ ‘เรา’



“เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ยคะ?” by LOOKJUN.

​​






FIRE’s talk.

“เป็นหมอหรอ?” ผมขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อได้รับรายงานจากจ่าชิต หมายความว่าผู้หญิงเจ้าของใบหน้าสวยหวานที่เจอกันเมื่อวานเป็นหมองั้นหรอ

“ครับ แพทย์หญิงศศิธร ตรีวัฒนา กุมารแพทย์คนสวยประจำโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังย่านสุขุมวิทครับ”

“กุมารแพทย์นี่คือไรวะ? เหมือนเลี้ยงกุมารป่ะ?” เสียงของจ่ายอดถามขึ้นติดตลก แล้วก็ได้รับการตอบรับมุกสุดฝืดนั่นจากเพื่อนสนิทของตัวเองด้วยการตบหัวเสียงดังลั่นไปที

“กุมารแพทย์คือหมอเด็กเว้ย หมอที่รักษาเด็กเป็นๆ อ่ะ ถ้าอยากเลี้ยงกุมารมึงไปวัดนู่นนนน”

“แล้วมีเรื่องอื่นน่าสงสัยอีกมั้ย?”

“เท่าที่ดูก็ปกติธรรมดานะครับ บ้านเกิดอยู่เชียงใหม่ ที่บ้านทำธุรกิจไร่ชาแห่งใหญ่ระดับจังหวัดมีแม่เป็นคนดูกิจการคนเดียว”

“แล้วพ่อหล่ะ?”

“คาดว่าน่าจะเสียแล้วครับ”

“คาดว่า?” ผมกระตุกคิ้วถามกลับไปทันควัน เพราะไม่ชอบการคาดคะเนแต่ชอบความจริงที่พิสูจน์ได้มากกว่าเลยรีบร้องท้วง “สรุปว่าตายหรือไม่ตาย”

“ไม่มีข้อมูลในส่วนนี้เลยครับ ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะไม่ได้จดทะเบียนสมรสกันเลยไม่มีหลักฐานทางกฎหมายอะไรเหลืออยู่ พอลองถามคนแถวนั้นก็พูดแต่ว่าไม่เคยรู้จักหรือเห็นหน้าสามีของแม่นายเจ้าของไร่ชาเลยสักคน”

แปลก...

คือคำแรกที่ผุดขึ้นมาในหัวของผม ทำไมแค่ความสัมพันธ์ของพ่อแม่ก็ดูลึกลับซับซ้อนแล้วหล่ะ

“แล้วเกี่ยวข้องอะไรกับจักรพบ” ผมถามตรงประเด็นทันควัน เพราะถ้ารู้ว่าความสัมพันธ์อยู่ในระดับไหน จะได้รู้ว่าควรจัดคุณหมอเด็กคนนี้ไว้ในหมวดหมู่ไหนดี

“เป็นคนในอุปการะของคุณจักรครับ”

“อุปการะ?”

“ครับ” จ่าชิตยืนยันเสียงหนักแน่น “ความสัมพันธ์เดียวที่ดูเหมือนจะเกี่ยวข้องกันคือคุณจักรเป็นคนอุปการะค่าใช้จ่ายเรื่องการเรียนของคุณหมอครับ ส่วนเรื่องอื่นก็ไม่มีเลย”

“แต่เมื่อกี้มึงบอกว่าแม่เป็นเจ้าของไร่ชาไม่ใช่หรอวะ ถ้ารวยขนาดนั้นต้องให้คนอื่นส่งเสียเลี้ยงดูลูกตัวเองด้วยหรอ?” จ่ายอดหันไปถามเพื่อนตัวเองด้วยข้อสงสัยเดียวกับผมทันที มันก็ดูแปลกจริงๆ นั่นแหล่ะ

“อันนี้ก็ไม่รู้ว่ะ แต่ที่น่าสนใจคือคุณหมอดูจะไม่ถูกกับคุณหญิงสุรางค์และลูกสาวคุณจักรเลย เคยมีเรื่องกันตามงานสังคมด้วยนะ”

“หรือว่า...” เสียงของจ่ายอดที่ดังขึ้นดึงความสนใจของผมเล็กน้อย และยิ่งน่าสนใจไปใหญ่เมื่อจู่ๆ มันก็หยุดพูดไปซะดื้อๆ

“หรือว่าอะไร?”

“เด็กเสี่ยไงเฮีย” จ่ายอดตอบกลับมาทันควัน และคิดว่ามันคงเห็นว่าผมขมวดคิ้วยุ่งอย่างแปลกใจลูกน้องเลยรีบพูดต่อ “คิดดูดิว่ามันจะมีเรื่องอะไรให้เมียกับลูกคุณจักรต้องมามีเรื่องกับคุณหมอด้วยถ้าไม่ใช่เรื่องพวกนี้”

“มึงดูละครกับเมียมากไปหรือเปล่า” ผมสวนกลับไปทันควันอย่างรำคาญใจ ทั้งหน้าที่การงานและการศึกษาแถมรวมไปถึงพื้นฐานครอบครัวก็ดูมีฐานะดีจะตายไป ไม่เห็นมีความจำเป็นอะไรต้องทำแบบนั้นเลยสักนิ

“นั่นดิ ทั้งสวยทั้งเก่งแถมบ้านรวยขนาดนั้นจะเป็นเด็กเสี่ยไปเพื่อ?” จ่าชิตถามกลับไปเช่นกัน

“น้อยไปสิ สมัยนี้มีให้เห็นออกเยอะแยะไปพวกที่คุณหนูบ้านรวยแต่ชอบประชดชีวิตด้วยการทำตัวมีปัญหาหรือเรียกร้องความสนใจจากคนอื่นหน่ะ อีกอย่างคุณหมอก็สวยหยาดเยิ้มขนาดนั้น แถมคุณจักรนี่ก็เจ้าชู้ประตูดินจนเค้ารู้กันไปทั่ว เพราะงั้นมันก็ดูเป็นข้อสันนิษฐานที่เป็นไปได้ไม่ใช่หรอ”

ก็ถือเป็นข้อสันนิษฐานที่น่าสนใจ... ส่วนจะเป็นไปได้มั้ยก็ต้องรอดูกันต่อละนะ

“แล้วลูกชายคนโตของจักรพบหล่ะ เกี่ยวอะไรด้วย”

“เคยคบกันช่วงนึงครับ” จ่าชิตตอบกลับมาทันที

“คบกัน?”

“ใช่เฮีย ความจริงแล้ว...”

“อะไร?” ท่าทีอึกอักของลูกน้องทำให้ผมต้องขมวดคิ้วยุ่งเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ “จะพูดก็พูด”

“คือคุณหมอกับลูกชายคนโตของจักรพบเคยคบกันอยู่ช่วงนึง แต่หลังจากนั้นก็เลิกกันไป แล้ว...”

“แล้วอะไรวะ มึงก็พูดสักทีสิจะอมไว้เพื่อ?” จ่ายอดที่ทนความอึกอักของเพื่อนร่วมงานไม่ไหวเลยรีบเร่งอีกแรง

“แล้วหลังจากนั้นคุณจักรก็เข้ามาอุปการะคุณหมอครับ”

“นั่นไง!” จ่ายอดดีดนิ้วดังเป๊าะอย่างถูกใจ ก่อนจะรีบหันมาหาผมแล้วพูดต่อทันที “เห็นป่ะเฮีย เลิกกับลูกปุ๊บ พ่อก็ส่งเสียต่อแบบนี้มันชัดซะยิ่งกว่าชัดเลยนะ”

“...”

“แต่ว่าน่ากลัวว่ะรวบทั้งพ่อทั้งลูกเลยหรอวะเนี่ย” เสียงจ่ายอดดังพึมพำด้วยสีหน้าขยาดๆ ส่วนผมก็ทำเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อยอย่างเข้าใจเท่านั้น

ดูเหมือนว่าผู้หญิงคนนี้จะไม่ธรรมดาแบบที่คิดจริงๆ

ชักจะน่าสนใจซะแล้วสิ!

FIRE Ends.







เสียงเพลงดังกระหึ่มภายในผับหรูชื่อดังใจกลางเมืองทำให้ความรู้สึกหงุดหงิดของฉันผ่อนคลายลงได้บ้าง ตั้งแต่งานวันเกิดคุณจักรฉันก็มีเรื่องให้หงุดหงิดในไม่เว้นแต่ละวันเลยจริงๆ

“มาเที่ยวค่ะชะนี ช่วยทำหน้าเปิดรับผู้หน่อยค่ะ” เสียงจีจี้หรือจีรพันธ์เพื่อนสนิทสุดหล่อก้ามปูพ่วงด้วยตำแหน่งดารานายแบบหน้าใหม่ของวงการบันเทิงพูดขึ้นข้างหู ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตอนนี้ทำหน้าตาแบบไหนเพื่อนถึงต้องทักกันขนาดนี้

“เครื่องดื่มครับคุณผู้หญิง” เสียงพนักงานที่เดินมาพร้อมยกเครื่องดื่มค็อกเทลสีฟ้าส่งมาให้ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วยุ่งด้วยความแปลกใจ

“ไม่ได้สั่งนะคะ”

“คุณผู้ชายโต๊ะนั้นสั่งให้ครับ” บอกเสร็จก็ส่งสายตาไปทางผู้ชายที่นั่งอยู่ที่โต๊ะโซนวีไอพีด้วย ซึ่งพอผู้ชายคนนั้นเห็นฉันมองไปก็ยกแก้วเครื่องดื่มในมือขึ้นเป็นการทักทาย

“ขอบคุณค่ะ” ฉันยิ้มรับก่อนจะยกเครื่องดื่มแก้วนั้นมาวางบนโต๊ะเฉยๆ โดยไม่พูดอะไร

“ไม่ยกชนหน่อยหรอ เค้าจ้องจนจะเขมือบแกได้อยู่แล้วนะ” จีจี้หันมารายงาน ส่วนฉันก็ทำเป็นไม่สนใจและยกแก้วเครื่องดื่มของตัวเองขึ้นจิบต่อ

“ไปห้องน้ำนะ ถ้าจะหนีไปกับผู้ก็ไลน์บอกฉันด้วย” พูดรัวๆ และไม่ลืมที่จะกำชับเรื่องสำคัญกับเพื่อนจบก็รีบเดินออกไปเลย เพราะดูจากปริมาณคนแล้ววันนี้คนคงเยอะมาก ดังนั้นไม่ต้องเดาเลยว่าตอนนี้ห้องน้ำผู้หญิงคนจะต่อแถวยาวขนาดไหนเลยรีบบอกเพื่อนไว้ก่อนเสร็จแล้วจึงค่อยลุกมาเข้าห้องน้ำ

ความโชคดีคือวันนี้แถวต่อคิวเข้าห้องน้ำไม่ยาวแบบที่คิดไว้ รอเพียงไม่นานฉันก็สามารถจัดการธุระส่วนตัวของตัวเองจนเสร็จเรียบร้อย พอสำรวจตัวเองพร้อมบรรจงเติมลิปสติกสีแดงสดบนริมฝีปากเสร็จแล้วจึงค่อยเดินออกมา แต่ก็ต้องกรอกตาวนเมื่อเจอใครมาดักหน้าไว้

“สวัสดีครับ”

“ค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ฉันแกล้งถามกลับไปทั้งที่รู้ว่าคนตรงหน้าต้องการอะไร

“ผมเป็นคนสั่งเครื่องดื่มให้คุณเมื่อกี้ ถ้าผมอยากรู้จัก...”

“แต่ฉันไม่อยากรู้จักค่ะ” ตอบตัดบทเสร็จก็เตรียมตัวจะเดินกลับไปหาจีจี้ถ้าไม่ติดกับว่าผู้ชายคนนี้จะแสดงกริยากร่างด้วยการตามมาคว้าแขนฉันไว้ซะก่อน

หมับ!

“อย่าเล่นตัวสิครับ คุณรับเครื่องดื่มผมก็รู้อยู่แล้วว่ามันหมายความว่ายังไง”

ฉันกรอกตาวนอย่างรำคาญเมื่อเค้าพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็ที่รับเพราะรู้ว่าเค้าบังคับกดดันน้องพนักงานหรือเปล่าหล่ะ ฉันก็แค่ไม่อยากให้น้องคนนั้นเดือดร้อนก็เลยรับมาให้มันจบๆ ไปเฉยๆ

“คุณมีความหมายแอบแฝงด้วยหรอคะ ฉันนึกว่าคุณจะบริสุทธิ์ใจอยากเลี้ยงเครื่องดื่มฉันซะอีก” ฉันลอยหน้าลอยตาตอบกลับไป และพอเห็นว่าคนตรงหน้าไม่โต้ตอบก็เลยพูดย้ำไปอีกครั้ง “น่าเสียดายนะคะ คิดว่าใจจะกว้างก็นี้...แต่ก็ไม่!”

พูดจบก็ส่ายศรีษะเล็กน้อยอย่างรำคาญก่อนแกะแขนออกจากฝ่ามือแล้วเดินเข้าไปด้านในแต่ผู้ชายคนนั้นก็ตามมาซะก่อน

หมับ!

“นี่คุณ!”

“ปากดีแบบนี้ยิ่งน่าสนใจเลยนะครับ” ผู้ชายคนนั้นแสยะยิ้มตอบกลับมา ก่อนจะพูดพร้อมกับมองฉันด้วยสายตาหยาบโลนอย่างไม่ปิดบัง “อยากรู้จังว่าอย่างอื่นจะดีด้วยหรือเปล่า”

“อย่ารู้เลยค่ะ เดี๋ยวจะตกใจ” ฉันพูดพร้อมโปรยยิ้มหวานให้ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้แล้วเหยียบเท้าคนตรงหน้าเต็มแรง

ปึก!

“โอ๊ยยยย” ผู้ชายคนนั้นร้องโอดโอยพร้อมปล่อยมือที่จับฉันอยู่ทันที ทิ้งสายตามองผู้ชายที่กำลังยืนกุมเท้าตัวเองอยู่ด้วยสีหน้าเจ็บปวดอย่างสมเพชครู่นึ่ง ก่อนจะเดินกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง

แต่พอกลับมาที่โต๊ะแล้วเจอแต่ความว่างเปล่าก็ต้องถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ อีหรอบนี้แสดงว่าจีจี้ได้เหยื่อแล้วชัวร์ และพอยกโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาดูก็เห็นข้อความจากเพื่อนสนิทตัวเองชัดเต็มสองตา

‘ชะนีจ๋า เค้าได้ผู้แล้วอ่ะ บายนะยะ’

พอคนตัวตั้งตัวตีที่อยากจะมาปาร์ตี้ไม่อยู่แล้วก็ไม่มีความจำเป็นอะไรที่ฉันต้องอยู่ต่อเลยเรียกเก็บเงินแล้วคว้ากระเป๋าของตัวเองเดินออกมาเลย เพราะรู้ว่าตัวเองต้องขับรถฉันเลยยั้งตัวเองไว้ไม่ได้ดื่มอย่างหนักหน่วงเหมือนที่ใจอยากจะทำ ดังนั้นการขับรถกลับคอนโดฯ ด้วยตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนัก

หมับ!

“อ๊ะ!” เสียงร้องอย่างตกใจพร้อมแรงกระชากแขนของฉันจากทางด้านหลังโดยไม่ทันตั้งตัวทำให้ร่างของฉันปลิวลอยไปปะทะเข้ากับร่างกายของใครสักคนที่น่าจะเป็นเจ้าของมือนี้

“จะไปไหนหล่ะครับคนสวย” เพราะรู้สึกคุ้นหูกับเสียงนั้นเลยเงยหน้าขึ้นไปมองแล้วก็ต้องตกใจเพราะคนที่จับแขนฉันอยู่ก็คือผู้ชายที่ฉันเพิ่งเหยียบเท้ามันหน้าห้องน้ำยังไงหล่ะ!!

“คุณ!”

“บอกแล้วไงครับว่าอยากรู้จัก” ผู้ชายคนนั้นพูดเสียงเย็นก่อนจะง้างหมัดขึ้นแล้วต่อยเข้าที่ท้องฉันอย่างแรง

ตุบ!

“อึก” ฉันร้องด้วยความจุกจนตัวงอจนทรุดลงไปที่พื้น ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นหรือร้องตะโกนขอความช่วยเหลือทั้งนั้น “ช่วยด้วย”

“ได้สิครับ เดี๋ยวผม...”

พลั่ก!

ผู้ชายคนนั้นพูดได้แค่นั้นก่อนจะโดนใครสักคนถีบจนกระเด็นออกไป ก่อนที่คนถีบจะปรายสายตาไปมองเล็กน้อยแล้วส่งสัญญาณไปให้ลูกน้องของตัวเองที่ยืนอยู่ด้านหลังพาผู้ชายคนนั้นออกไป

“ลุกไหวมั้ยครับ” เสียงทุ้มที่ฟังดูแล้วรู้สึกว่าคุ้นหูมากเหลือเกินทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมอง แต่นอกจากใบหน้าที่หล่อราวกับเทพบุตรฉันก็ไม่รู้สึกคุ้นหน้าของเค้าเลย “คุณครับ”

“ว...ไหวค่ะ” ฉันพูดพร้อมพยายามจะพยุงตัวลุกขึ้นแต่แค่เพียงเริ่มยกตัวร่างของฉันก็แทบทรุด “โอ๊ยยย”

หมับ!

“ขอผมช่วยนะครับ” ถึงจะพูดเหมือนขออนุญาตแต่เอาเข้าจริงเค้าก็ตวัดแขนมาประคองตัวฉันไว้โดยที่ฉันยังไม่ตอบอะไร แถมยังทำในสิ่งที่ฉันต้องตาโตเมื่อเค้าช้อนร่างของฉันขึ้นแนบอกแล้วพาเดินออกไป

“ปะ ปล่อยก่อนค่ะ ฉันไห...”

“ผมแค่จะพาไปนั่งพักครับ ไม่ได้จะพาไปทำเรื่องไม่ดี” ผู้ชายคนนั้นพูดราวกับอ่านความคิดของฉันออกว่ากำลังจะพูดอะไร และพอเห็นว่าเค้าทำท่าจะเดินกลับเข้าไปในผับอีกครั้งฉันก็รีบร้องลั่น

“ไปไหนคะ ทำไมถึง...”

“ผมเป็นหุ้นส่วนที่นี่เองครับ แค่จะพาคุณไปห้องพักรับรอง” บอกแค่นั้นแล้วก็เดินเข้าไปทางด้านหลังที่คาดว่าคงจะเป็นเส้นทางสำหรับพนักงานหรือไม่ก็เจ้าของอย่างเค้าเท่านั้น

พอรู้ว่าป่วยการที่จะคัดค้านอะไรอีกฉันก็เลยจำใจต้องเงียบและทำให้ตัวให้เล็กที่สุดเพื่อที่จะได้ไม่เป็นภาระของคนที่อุ้มอยู่

“ไม่ต้องเกร็งขนาดนั้นก็ได้ครับ คุณไม่หนักหรอก” น้ำเสียงทุ้มแสนคุ้นหูพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกลั้วขำ แต่เพราะพยายามเค้นในสมองอย่างหนักว่าเคยได้ยินที่ไหนก็เลยไม่ได้ใส่ใจที่เค้าพูดมากนัก

เคยได้ยินที่ไหนนะ?

“นั่งพักก่อนนะครับ ที่นี่เป็นห้องส่วนตัวของผมเอง สบายใจได้”

สบายใจได้งั้นหรอ?

จะให้ฉันที่สภาพไม่สมประกอบดีที่ตอนนี้อยู่กับผู้ชายที่ไหนก็ไม่รู้ในห้องส่วนตัวของเค้าสบายใจได้งั้นหรอ? ใครสบายใจได้อย่างที่พูดก็บ้าแล้ว!

“ขอบคุณนะคะ” เมื่ออาการดีขึ้นฉันเลยนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ขอบคุณคนตรงหน้าเลย “ถ้าไม่ได้คุณฉันคงแย่”

“ทีหลังแค่กระทืบเท้าไม่พอหรอกนะครับ คุณควรเตะให้ล้มเค้าจะได้ไม่กล้ามายุ่งกับคุณอีก”

“คุณเห็น...” ฉันถามกลับไปหน้าตาเหลอหลา นี่หมายความว่าเค้าเห็นทุกอย่างตั้งแต่ตอนแรกเลยงั้นหรอ

“เห็นครับ” ผู้ชายคนเดิมตอบกลับมาด้วยรอยยิ้ม “แต่ขอโทษที่ไปช่วยช้านะครับ ผมหันไปสั่งงานลูกน้อง พอหันกลับมาคุณก็หายไปแล้ว”

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!

ถ้าจะบอกว่าอยู่ๆ หัวใจฉันก็เต้นแรงแค่เพียงเพราะความหมายที่ซ่อนอยู่ในประโยคนั้นจะผิดมั้ยนะ การที่รู้ว่ามีใครสักคนคอยมองเราอยู่แบบนั้นฉันควรรู้สึกกลัวหรือรู้สึกเขินดีหล่ะ

หล่อจัง...

ใบหน้าขาวใสแถมดวงตาเรียวเล็กเจือไปด้วยแววใจดีและสุภาพอ่อนโยนแบบนี้มันดูอบอุ่นซะจนทำให้ฉันแทบจะคลั่ง ไหนจะรอยยิ้มมุมปากสีชมพูดติดคล้ำนั่นอีกหล่ะ ถ้ายิ้มกว้างขึ้นมาคงได้หัวใจวายกันมั่งแหล่ะ!

“เราเคยเจอกันมาก่อนมั้ยคะ?” หลุดถามออกไปจบก็แทบจะยกมือขึ้นตบปากตัวเอง ถามแบบนี้ถ้าไม่เคยเจอกันจริงนี่เรียกอ่อยตัวเบ้อเร่อเลยนะศศิธร!

“เคยครับ” แต่คำตอบที่ได้รับกลับมาทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วอย่างงุนงง และคิดว่าคนตรงหน้าคงพออ่านสายตาและสีหน้าของฉันออกเลยเลือกที่จะตอบขยายความให้เองเสร็จสรรพ “เสาร์ที่แล้วไงครับ เราเจอกันที่วัด”

เค้านั่นเอง!

ผู้ชายใส่แว่นกันแดดสีดำที่ปิดไปครึ่งหน้าก็พอเดาออกว่าหล่อ แต่ไม่คิดเลยว่าเปิดหมดหน้าแล้วจะหล่อเบอร์นี้!!

“เทมส์ครับ”

“คะ?”

“เราเจอกันสองครั้งแล้ว น่าจะทำความรู้จักกันได้ใช่มั้ยครับ”

“ลูกจันทร์ค่ะ” ฉันตอบพร้อมรอยยิ้มหวาน “ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณเทมส์”

“เช่นกันครับ”





*************************************************************

คนนึงก็มีความแอบมอง ส่วนอีกคนก็มีความใจเต้นแรง แอร้ยยยย >//<

พี่เทมส์ก็ดี๊ดีนะคุคุณขาาาาา อบอุ่นละมุนละไมมว๊ากกกกก

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ

เจอกันตอนหน้าค่าาาาาา :)



*************************************************************

​พาพี่ไฟมาหาครึ่งแรกก่อนนนนนนนน

เดี๋ยวครึ่งหลังจะพาพี่เทมส์มาหานะคะ ^^

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่น๊าาาาาาาาาา

เลือกทีมกันไปบ้างหรือยังเอ่ยยยย

เดี๋ยวมาต่อค่าาาาาาา :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #5 viskik (@viskik) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 16:15
    คือยังไม่รู้จะเชียร์ใครดีค่ะ
    ออกมาน้อยเกิน เดี๋ยวรอให้ครบก่อนค่อยตัดสินใจนะ
    #5
    0
  2. #4 boling117 (@boling117) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 13:23
    ใครคือพระเอกค่ะจะได้เชียร์ถูกคน
    #4
    1
    • #4-1 MelloNY_PK (@MelloNY_PK) (จากตอนที่ 3)
      14 มกราคม 2562 / 14:12
      รอลุ้นไปด้วยกันน๊าาาาาา &#10084;&#65039;
      #4-1