Baby WIFE (เจ้าสาวตัวร้าย) [E-Book]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,302 Views

  • 7 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    14

    Overall
    2,302

ตอนที่ 9 : BabyWIFE 08 - คืนเข้าหอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 307
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61


“เพิ่งรู้ว่า ‘เมีย’ เป็นคนอื่น”​ by TE.



หลังจากส่งตัวเจ้าบ่าวเจ้าสาวเข้าหอเรียบร้อย ตอนนี้ทุกคนก็กลับกันไปหมดแล้ว เลยทำให้ตอนนี้ทั้งห้องเหลือแค่เพียงฉันกับคุณเตชินทร์สองคน เอายังไงต่อดีหล่ะเพียงขวัญ..

“เอ่อ..คือ” ฉันยืนอ้ำอึ้งโดยที่ไม่กล้าขยับไปไหน เพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรทำตัวยังไง ตอนนี้ก็เลยเกร็งไปหมด ส่วนคุณเจ้าบาวหมาดๆ ของฉันหน่ะหรอ ต่างกันลิบลับเลยหล่ะ! เพราะนอกจากจะดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรแล้ว คุณเตชินทร์ยังเดินไปนั่งดูทีวีบนโซฟาหน้าตาเฉย

พอเค้าทำแบบนั้นฉันก็ทนไม่ไหวเลยตัดสินใจพูดออกไป “คุณเตชินทร์นอนในห้องก็ได้นะคะ เดี๋ยวฉัน..”

“ไปอาบน้ำ” คุณเตชินทร์พูดสวนขึ้นมานิ่งๆ โดยที่ตายังคงดูรายการผลฟุตบอลทางหน้าจอโทรทัศน์อยู่

“คือฉัน..” ฉันกำลังจะพูดซ้ำอีกครั้ง เพราะคิดว่าเค้าไม่เข้าใจ แต่ก็ต้องกลืนประโยคที่เหลือลงคอ เมื่อคุณเตชินทร์ละสายตาจากหน้าจอโทรทัศน์แล้วหันมามองหน้าฉันดุๆ ด้วยสายตาที่อ่านได้ว่า ‘อย่าทำตัวมีปัญหา’

ก็ได้! ไม่ทำตัวมีปัญหาก็ได้!


พอคิดได้แบบนั้นฉันเลยตัดสินใจเดินเข้าไปทางห้องนอน ก่อนจะเริ่มลอกคราบตัวเอง โดยเริ่มจากการแกะเครื่องประดับทั้งหลายแหล่อออก ตามด้วยค่อยๆ แกะสารพัดกิ๊ฟดำบนผมฉัน ซึ่งแค่นี้ก็ใช้เวลาร่วมๆ สิบนาทีแหน่ะถึงจะเสร็จ นี่ขนมาติดให้ทั้งโรงงานเลยหรือไงนะ!

หลังจากบ่นค่อนขอดในใจเล็กน้อยก็หันมาจัดการกับชุดเจ้าสาวแสนสวยอันฟูฟ่องที่ใส่อยู่ต่อ แต่ก็ยากเอาการเหมือนกันเพราะซิปของชุดดันอยู่ด้านหลัง! ฉันพยายามเอื้อมมือไปมาเพื่อจะคว้าซิปด้านหลังให้ได้แต่ก็ดูเหมือนจะยากเต็มที

ใครกันนะช่างออกแบบให้ชุดเจ้าสาวแสนสวยให้มีซิปอยู่ข้างหลังแบบนี้หน่ะ!

คิดว่าทุกคนที่ใส่เค้าจะมีสามีแสนดีค่อยปลดซิปให้หรือไง!!

แอบบ่นในใจได้เท่านั้นก็กลับมาพยายามปลุกปล้ำกับซิปด้านหลังอยู่สักพักใหญ่ แต่ก็ต้องถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน เพราะซิปเพิ่งจะขยับไปได้แค่นิดนึงเท่านั้นเอง

เอายังไงดีหล่ะเพียงขวัญ.. รูดเองก็ไม่ได้ จะแบกหน้าออกไปพึ่งสามีหมาดๆ ก็กลัวจะโดนด่าน่าแหกกลับมาซะก่อน    

ระหว่างที่ฉันกำลังครุ่นคิดหาทางแก้ไขปัญหาอยู่นั้น ประตูห้องนอนที่ฉันมั่นใจว่าล็อกดีแล้วก็ถูกเปิดออก พร้อมด้วยร่างสูงใหญ่ของคุณสามีหมาดๆ ของฉันที่เดินเข้ามา

พลั่ก!

“ว๊ายยยย” ฉันร้องเสียงหลงพร้อมรีบตะครุบชุดที่ไว้ ก่อนจะรีบหันกลับไปมองคนที่เข้ามาแบบไม่เคาะประตูด้วยความตกใจ ถึงตอนนี้เสื้อผ้าจะยังครบอยู่ แต่ซิปด้านหลังมันก็ถูกรูดลงจนดูไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่แล้ว        “คะ คุณเข้ามาได้ยังไงคะ” ฉันถามออกไปอย่างไม่ไว้ใจ นี่คงไม่ได้นึกครึ้มเข้ามาทำมิดีมิร้ายกับฉันใช่มั้ย!

คุณเตชินทร์ขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะตอบกลับมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบ “ประตูไม่ได้ล็อก”

“แล้วทำไมคุณไม่เคาะประตูก่อนหล่ะคะ” ฉันถามออกไปอย่างหงุดหงิด คนเราจะเข้าห้องคนอื่นก็ควรที่จะเคาะก่อนมั้ยหล่ะ นั่นมันมารยาทขั้นพื้นฐานเลยนะ!

“จำเป็น?” คุณเตชินทร์เลิกคิ้วถามเรียบๆ

“จำเป็นค่ะ” ฉันตอบกลับไปเสียงดังฟังชัด “คนเราจะเข้าห้องคนอื่นก็ควรที่จะเคาะประตูก่อนมั้ยคะ”

“คนอื่น?” คุณเตชินทร์ทวนคำเบาๆ ก่อนประโยคต่อมาของเค้าทำเอาฉันแทบยากกัดลิ้นตายลงตรงนั้น “เพิ่งรู้ว่า ‘เมีย’ เป็นคนอื่น”

คำว่า ‘เมีย’ จากปากเค้าทำให้ฉันชะงักค้างกลางอากาศไป รู้สึกหน้าร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

“คะ ใครเมียคุณ”

“...” คุณเตชินทร์ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา ทำแค่ยืนมองฉันนิ่งๆ ด้วยสายตาเบื่อหน่าย ดูจากสายตาฉันว่าถ้าเค้าสามารถเตะฉันออกจากห้องได้ เค้าคงทำไปนานแล้วหล่ะ

เมื่อเห็นว่าป่วยการจะเถียงกับคนประหยัดคำพูดแบบคุณเตชินทร์ ฉันเลยตัดสินใจพูดออกไปตรงๆ ทันที “ฉันจะอาบน้ำ คุณออกไปก่อนได้มั้ยคะ”

“...” คุณเตชินทร์ไม่ตอบแต่กลับเดินเข้ามาใกล้ฉันเรื่อยๆ

“คะ คุณจะทำอะไรคะ” ฉันถามออกไปอย่างหวาดระแวงพร้อมกับหันสายหันขวามองหาอาวุธไปด้วย “ฉันถามว่าคุณจะ...ว๊ายยยย” คำพูดช่วงท้ายประโยคของฉันหายไป เมื่อจู่ๆ คุณเตชินทร์ก็เดินเข้ามาประชิดตัวแล้วจับฉันพลิกหันหลัง

“นี่คุณ...”

“วุ่นวาย” คุณเตชินทร์พูดแทรกเรียบๆ ก่อนที่ร่างกายฉันจะแข็งทื่อเมื่อสัมผัสได้ถึงฝ่ามืออุ่นร้อนของคุณเตชินทร์สัมผัสเข้าที่หลังของฉัน นิ้วเรียวยาวค่อยๆ ไล่ไปตามแผ่นหลังผ่านชุดแต่งงานตัวสวย ก่อนจะไปหยุดที่บริเวณซิปด้านหลังที่ถูกปลดออกไปแล้วเล็กน้อย

นานเป็นนาทีกว่าที่ฉันจะค้นหาเสียงของตัวเองเจอ ก่อนจะที่จะเรียกคุณเตชินทร์เสียงสั่น “คะ คุณ...”

“นิ่งๆ” เสียงเข้มที่เปล่งออกมาจากคนตัวโตที่ยืนซ้อนหลังฉันอยู่ตอนนี้ ทำให้ฉันต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออึกใหญ่ หัวใจดวงน้อยๆ เต้นระส่ำขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ เมื่อสัมผัสได้ว่าซิปกำลังค่อยๆ เคลื่อนลงอย่างช้าๆ

ไม่รู้ว่าซิปชุดนี้มันฝืดเฝื่อนจนรูดยาก หรือเพราะคุณเตชินทร์ต้องการพิสูจน์ความแข็งแรงของใจฉันเล่นกันแน่ เพราะฉันรู้สึกว่าแต่ละวินาทีมันช่างผ่านไปนานเหลือเกิน

และสติของฉันก็กลับมาเมื่อแผ่นหลังเปลือยเปล่าปะทะเข้ากับความเย็นของแอร์ปรับอากาศในห้อง ฉันเลยใช้เรี่ยวแรงที่เหลือพลิกตัวกลับมาพร้อมกับตะครุบชุดที่ถูกปลดซิปไปแล้วจนสุด ก่อนจะหันกลับไปพูดกับคุณเตชินทร์รัวๆ “ขะ ขอบคุณค่ะ ดะ เดี๋ยวขวัญจัดการต่อเอง คุณเตชินทร์ออกไปก่อนได้มั้ยคะ”

ไม่ใช่คำสั่ง แต่เป็นคำอ้อนวอน เพราะถ้าอยู่กับเค้าต่ออีกนิด ฉันต้องหัวใจวายตายแน่ๆ

“...” คุณเตชินทร์ขมวดคิ้วจ้องหน้าฉันสักพัก ก่อนจะยอมกลับหลังหันเดินออกจากห้องนอนไป

เมื่อเป็นแบบนั้นเลยรีบวิ่งตามไปปิดประตูแล้วกดล็อกด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะหันหลังพิงประตูแล้วยกมือขึ้นมากุมที่อกข้างซ้ายที่ตอนนี้หัวใจยังคงเต้นเร็วแรงอย่างบ้าระห่ำอยู่

“ฟู่ววววว เกือบไปแล้วมั้ยหล่ะเพียงขวัญ”


หลังจากจัดการตัวเองเสร็จเรียบร้อย ฉันก็เดินออกมาจากห้องนอนแล้วก็ต้องสะดุ้ง เมื่อเห็นว่ามีใครบางคนนั่งหน้าบึ้งอยู่บนโซฟา คุณเตชินทร์มองชุดที่ฉันใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มีอะไรคะ” ฉันเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ 

“ติ๊งต๊อง” คุณเตชินทร์พูดแค่นั้นก่อนจะเดินหนีหายเข้าไปในห้องน้ำเลย

ว่าไงนะ! ติ๊งต๊อง งั้นหรอ? แค่ใส่ชุดนอนลายปิกาจูแขนยาวขายาวฟูฟ่องมันดูติ๊งต๊องตรงไหน

“น่ารักจะตาย คนไม่มีรสนิยม ชิ!”

 

หลังจากคุณเตชินทร์เข้าไปอาบน้ำ ฉันก็มานั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกเพื่อรอให้คุณเตชินทร์อาบน้ำเสร็จ จริงๆ ต้องเรียกว่าสัปหงกรอมากกว่า ฉันง่วงจะตายแล้วนะ ฮือออ T_T

และในระหว่างที่ฉันกำลังจะหลับอีกรอบ เสียงเปิดประตูฝั่งห้องนอนก็ทำให้ฉันสะดุ้งตื่นลุกขึ้นยืนอัตโนมัติ

“อะไร” คุณเตชินทร์เลิกคิ้วเป็นเชิงถามเมื่อเห็นท่าทีลนลานของฉัน

“ปะ ป่าวค่ะ” ฉันส่ายหน้าน้อยๆ ตอบกลับไป “คุณเตชินทร์จะออกไปข้างนอกหรอคะ” ฉันถามอย่างสงสัยเมื่อตอนนี้เค้าอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตกางเกงยีนส์

ลุคสบายๆ แบบนี้ ก็ดูเท่ห์ดีเหมือนกันนะ!

“อืม” คุณเตชินทร์ตอบกลับมาเรียบๆ

“ไปนานมั้ยคะ” ฉันถามออกไปด้วยสายตาเป็นประกาย เพราะถ้าเค้าไม่อยู่ ฉันก็จะได้นอนหลับอย่างสบายใจโดยไม่ต้องระแวงสักที

“เก็บอาการหน่อยมั้ยหล่ะ” คุณเตชินทร์พูดสวนกลับมา เล่นเอาฉันสงบปากสงบคำแทบไม่ทัน

“...”

“พรุ่งนี้เช้าจะมารับ เตรียมตัวด้วย” คุณเตชินทร์พูดแค่นั้นแล้วก็เดินออกไป

ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินออกไปนอกห้องอย่างเหนื่อยใจ นี่ฉันกับเค้าจะต้องใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจริงๆ หรอเนี่ย

“เฮ้ออออออ จะรอดไปได้สักกี่น้ำนะเพียงขวัญ”

         

ฉันตื่นเช้าขึ้นมาด้วยความสดชื่น เพราะเมื่อคืนหลังจากคุณเตชินทร์ออกไปแล้ว ด้วยความเพลียเลยทำให้ฉันหลับสนิทเป็นตายลากยาวมาจนถึงเช้าแบบนี้ หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้วก็ย้ายตัวเองมานั่งเล่นที่โซฟาเพื่อรอคนที่บอกว่าจะมารับตอนเช้า

ก๊อกๆๆ

เมื่อมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ฉันจึงรีบตรงไปเปิดประตูทันที แต่ก้ต้องขมวดคิ้วอย่างแปลกใจเพราะคนที่ยืนอยู่หน้าประตูตอนนี้ไม่ใช่คุณเตชินทร์ “อ้าวคุณวิชัย สวัสดีค่ะ”

“สวัสดีครับคุณขวัญ” คุณวิชัยทักทายกลับพร้อมร้อยยิ้ม “แปลกใจหรอครับที่เป็นผม”

“ปะ ป่าวนี่คะ” ฉันตอบไปพร้อมกับรีบปรับสีหน้าตัวเองให้เป็นปกติ

“คุณเตชินทร์ให้ผมมารับคุณขวัญครับ” คุณวิชัยพูดขึ้นเรียบๆ

“ค่ะ” ฉันตอบแล้วยิ้มเจื่อนๆ กลับไป

เป็นอะไรไปเพียงขวัญ เธอจะมานอยทำไมหล่ะ เค้าไม่มาก็ดีแล้วนิ

         

“ที่นี่บ้านใครคะ” ฉันถามอย่างไม่มั่นใจเมื่อตอนนี้รถมาจอดอยู่หน้าบ้านหลังหนึ่ง

จริงๆ เรียกว่า ‘บ้าน’ ก็คงจะไม่ถูกนัก ด้วยขนาดพื้นที่และความใหญ่โตโอ่อ่าขนาดนี้ ควรใช้คำว่า ‘คฤหาสน์’ ถึงดูจะถูกต้องและเหมาะสมกว่า

“บ้านคุณเตชินทร์ครับ ไปเถอะครับ ทุกคนน่าจะรออยู่ด้านในแล้ว” คุณวิชัยพูดแบบนั้นก่อนจะลงจากรถไปเปิดประตูให้ฉัน พอลงจากรถเรียบร้อย เราสองคนถึงค่อยเดินตามหลังคุณวิชัยเข้าไปด้านใน

“มาแล้วหรอลูก” ทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในบ้าน เสียงร้องทักทายของคุณหญิงนันทนาก็ดังขึ้น พร้อมกับที่คุณหญิงเดินตรงเข้ามาสวมกอดฉันอย่างรักใคร่

ฉันกอดตอบกลับไป ก่อนจะรีบผละตัวออกเพื่อยกมือไหว้ทักทายท่าน “สวัสดีค่ะ”

“จ้าลูก นี่พี่เค้าก็เพิ่งมาถึงเมื่อกี้เองนะ” คุณหญิงนันทนาพูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนจะพยักเพยิดไปทางบันได “นู่นไง ลงมาแล้ว”

พอมองตามสายตาไปก็เห็นเป็นสามีหมาดๆ ของฉันที่กำลังเดินลงมาในชุดสบายๆ เราสบตากันนิดหน่อย ก่อนจะเป็นคุณเตชินทร์ที่เบือนหน้ามองไปทางอื่นแทน

เหอะ! ทำเป็นเมินฉันหรอ อยากมองตายหล่ะ!!

“ไปกินข้าวกันดีกว่าลูก” คุณหญิงนันทนาพูดอย่างใจดี ก่อนจะเดินจูงมือฉันไปที่ห้องอาหาร

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้ทักทายท่านโตมรทันทีที่ท่านเดินมาถึง

“ไหว้พระเถอะลูก” ท่านโตมรรับไหว้อย่างใจดี ก่อนจะพูดขึ้นยิ้มๆ “กินข้าวกันเถอะ”

หลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็นั่งทานเข้าเงียบๆ จะมีพูดคุยกันบ้างนิดหน่อย แต่คนตัวโตข้างๆ ฉันก็ถามคำตอบคำตามสไตล์

“แล้วนี่คิดไว้หรือยังว่าจะไปฮันนีมูนที่ไหน” จู่ๆ ท่านโตมรก็ถามขึ้น

“นั่นสิ หนูขวัญอยากไปที่ไหนเป็นพิเศษมั้ยลูก” คุณหญิงนันทนาหันมาถามฉัน

“ขวัญยังไม่ได้คิดเลยค่ะคุณหญิง” ฉันตอบกลับไปตามตรง

“คุณหญิงอะไรกัน หนูขวัญต้องเรียกแม่สิลูกถึงจะถูก” คุณหญิงนันทนาพูดขึ้นยิ้มๆ

“ค่ะคุณแม่” ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มที่แสนซึ้งใจ

ความเอ็นดูของผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่มอบให้ทำให้ฉันรู้สึกทั้งซึ้งใจทั้งอบอุ่นใจ เพราะถึงแม้ท่านทั้งสองจะรู้ดี ว่าฉันกับคุณเตชินทร์แต่งงานกันเพราะอะไร แต่ท่านก็ยินดีและดูแลฉันเหมือนกับเป็นลูกสะใภ้จริงๆ

“น่ารัก” คุณหญิงนันทนาพูดยิ้มๆ ก่อนจะถามย้ำอีกครั้ง “แล้วสรุปว่าคิดไว้หรือยังลูก”

“ยังค่ะ ขวัญกับคุณเต...”

“พี่เตค่ะ” คุณหญิงนันทนารีบแก้คำให้ “แต่งงานกันแล้วจะมาเรียกคุณให้ห่างเหินทำไม ต้องเรียกพี่เตเข้าใจมั้ยคะ”    

ฉันเหลือบมองคนตัวโตที่นั่งเก้าอี้ข้างๆ กันเล็กน้อย และเมื่อเห็นว่าเค้ายังนิ่งอยู่ ไม่ได้มีท่าทีขัดขืนอะไร เลยตอบกลับไป “ค่ะ”

แม้ในใจจะอยากตะโกนบอกคุณหญิงแม่เหลือเกิน ว่าลูกชายคุณแม่หญิงนั่นแหล่ะค่ะ ที่ทำตัวห่างเหินราวกับอยู่คนละโลกกับฉันหน่ะ

“สรุปว่าคิดได้หรือยังไงว่าจะไปไหน” เป็นท่านโตมรที่วกกลับเข้ามาที่เรื่องเดิมอีกครั้ง

“ผมกับน้องยังไม่ได้คิดเลยครับ ขวัญใกล้จะเปิดเรียนแล้ว ผมอยากให้น้องโฟกัสเรื่องเรียนมากกว่า” คุณเตชินทร์ตอบกลับเรียบๆ และนั่นก็นับเป็นประโยคที่ยาวที่สุดภายในสองวันนี้เลยหล่ะ

แต่เมื่อกี้เค้าเรียกฉันว่าอะไรนะ ‘น้อง’ งั้นหรอ...

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!

คำว่า ‘น้อง’ จากคุณเตชินทร์ทำให้ฉันรู้สึกเขินแปลกๆ ถึงจะรู้ว่าที่เค้าพูดแบบนั้นเพราะกลัวโดนแม่ตัวเองดุก็เถอะ

“แล้วคืนนี้จะนอนที่นี่หรือเปล่า” ท่านโตมรถามอีกครั้ง

“ไม่ครับ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จผมกับขวัญจะกลับคอนโดเลย” คุณเตชินทร์ตอบเรียบๆ แต่คำตอบของเค้าทำให้ฉันขมวดคิ้วอย่างหนัก

ฉันกำลังจะอ้าปากถามว่าเราไม่ได้อยู่บ้านหลังนี้กันหรอ แต่ประโยคต่อมาของคุณหญิงนันทนาก็ทำให้ฉันเสียวสันหลังวาบ

“ไปอยู่คอนโดกันสองคน เตต้องดูแลน้องดีๆ ห้ามรังแกน้องรู้มั้ย แล้วก็มีหลานให้แม่อุ้มไวๆ นะ” คุณหญิงนันทนาหันไปพูดกับคุณเตชินทร์ยิ้มๆ

ไอ้ดูแลดีๆ ห้ามรังแกยังพอเข้าใจ แต่มีหลานให้อุ้มไวๆ เนี่ยนะ..

ทำไมคุณหญิงแม่ต้องพูดอะไรชวนขนลุกแบบนี้ด้วยคะ!

“ครับ” ส่วนคนตัวโตข้างฉันก็แค่ตอบรับกลับไปเรียบๆ

ว่าแต่ไอ้คำว่า ‘ครับ’ ของเค้าเนี่ย ตอบรับคำสั่งไหนของคุณหญิงนันทนากันนะ?

งานหยาบแล้วมั้ยหล่ะ เพียงขวัญ!!! 


************************************************************************************************

ผ่านคืนเข้าหอไปได้ ก็ไม่ได้หมายความว่าคืนอื่นจะรอดจริงมั้ยคะ 555555

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ ฟีดแบคได้เต็มที่เลยน๊าาา ^^

เจอกันตอนหน้าค่าา :)

MelloNY

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

0 ความคิดเห็น