Baby WIFE (เจ้าสาวตัวร้าย) [E-Book]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,319 Views

  • 7 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    3

    Overall
    2,319

ตอนที่ 2 : BabyWIFE 01 - จุดเริ่มต้นของการแต่งงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 395
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    30 พ.ค. 61


แต่งงานเพราะความรักงั้นหรอ.. เธอเด็กน้อยเกินไปแล้ว..เพียงขวัญ by Techin.





“แต่งงาน!!! คุณพ่อหมายความว่ายังไงคะ” ฉันตะโกนร้องเสียงดังลั่นทันทีที่ฟังคุณพ่อพูดจบ

“แกต้องแต่งงานกับคุณเตชินทร์” คุณพ่อตอบกลับเสียงเข้ม

แต่มีหรือฉันจะยอมทำตามหน่ะ!

“ขวัญไม่แต่ง ขวัญยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ ขวัญจะแต่งงานได้ยังไง” ฉันเถียงกลับทันควัน

“นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง ยังไงแกก็ต้องแต่ง” คุณพ่อพูดเสียงเด็ดขาด

“ทำไมคะ ขวัญอยากรู้ว่าทำไมขวัญต้องแต่งงานด้วย” ฉันถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ

“แกไม่ต้องรู้หรอก รู้แค่ว่าแกต้องแต่งก็พอ”

“ขวัญไม่แต่ง! คุณพ่อไม่มีสิทธิ์มาบังคับขวัญ!”

“แต่ฉันเป็นพ่อ ฉันสั่งแกก็ต้องทำ!!” คุณพ่อตะโกนลั่นอย่างโกรธจัด “อย่าทำตัวมีปัญหานะเพียงขวัญ พรุ่งนี้ครอบครัวคุณเตชินทร์จะมาที่นี่ อย่าทำให้ฉันขายหน้าเด็ดขาด” คุณพ่อพูดเสียงเด็ดขาด ก่อนจะรีบเดินออกไป


เช้าวันรุ่งขึ้น..

ตอนนี้เจ็ดโมงกว่าแล้ว แต่ฉันยังไม่ได้นอนตั้งแต่เมื่อคืน หลังจากคุณพ่อยื่นคำขาดแบบนั้น ฉันก็ได้แต่คิดมาตลอดทั้งคืนว่าจะทำอย่างไรดี จะหนีไปแล้วไปตายเอาดาบหน้าดีมั้ยนะ!

ก๊อกๆๆ

เสียงเคาะประตูหน้าห้องนอนของฉันดังขึ้นสองสามครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงแหลมเล็กของพี่จอยหลานสาวคนเดียวของป้านมที่เป็นคนดูแลฉันมาตั้งแต่เล็กๆ

“คุณหนูคะ คุณท่านให้มาตามค่ะ”

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่พอได้ยินแบบนั้น ก่อนจะตะโกนตอบกลับไปเสียงดังลั่น “ขวัญไม่ไปค่ะ ไปบอกคุณพ่อนะคะว่ายังไงขวัญก็ไม่แต่ง!”

“คุณหนูคะ แต่คุณท่านบอกว่า..ถ้าคุณหนูไม่ยอม คุณท่านจะขายบ้านที่อยุธยาค่ะ”

“อะไรนะคะ!” ฉันร้องเสียงหลงอย่างตกใจ นี่ถึงขั้นต้องบังคับกันด้วยวิธีนี้เลยหรอ!!



ฉันเดินลงมาด้านล่างด้วยความขุ่นมัว สัญชาติญาณของฉันบอกว่าเรื่องเมื่อสักครู่ไม่ใช่แค่พูดขู่แน่นอน ถ้าฉันผลีผลามทำอะไรขึ้นมา ฉันเองที่จะเป็นคนพลาดพลั้งและต้องเสียใจ ฉันเดินมาเรื่อยๆ จนถึงห้องรับแขก แต่ยังไม่ก้าวพ้นประตูห้อง เสียงร้องทักอย่างใจดีของคุณพ่อก็ดังขึ้น

“นั่นไงครับลูกสาวของผม ลูกขวัญมานั่งนี่สิลูก”

“ลูกขวัญมานั่งข้างน้ามาลูก” แล้วก็ตามมาด้วยเสียงแหลมเล็กของคุณน้ากานดาภรรยาใหม่ของพ่อ หรือก็คือแม่เลี้ยงคนปัจจุบันของฉันนั่นเอง

ฉันมองทั้งคุณพ่อแล้วก็น้าดาอย่างไม่อยากเชื่อสายตา การกระทำของเค้าทั้งคู่ทำให้ฉันหายใจไม่ทั่วท้องแปลกๆ นานแค่ไหนแล้วนะที่คุณพ่อไม่เคยพูดกับฉันดีๆ แบบนี้

แล้วเมื่อกี้เรียกฉันว่าอะไรนะ ‘ลูกขวัญ’ งั้นหรอ?

เหอะ! ขนลุกชะมัด!!

“มานั่งใกล้ๆ พ่อสิลูก” คุณพ่อพูดย้ำอีกครั้งเมื่อเห็นฉันยืนนิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะส่งสายตามามองฉันแบบแปลความหมายได้ว่า 'อย่าทำอะไรโง่ๆ ให้ฉันขายหน้าเด็ดขาด'

“...” ฉันชั่งใจอยู่นิดหน่อย ก่อนจะยอมเดินไปทรุดตัวนั่งลงบนโซฟาข้างๆ คุณพ่อ

“ไหว้ท่านโตมร คุณหญิงนันทนาแล้วก็คุณเตชินทร์สิลูก” คุณพ่อหันมาพูดกับฉันด้วยรอยยิ้ม

“สวัสดีค่ะ” ฉันเอ่ยพร้อมกับยกสองมือขึ้นประนมกลางหน้าอกแล้วก้มศรีษะเล็กน้อยอย่างทักทายโดยไม่ต้องรอให้คุณพ่อพูดซ้ำอีกครั้ง

“สวัสดีลูก” คุณหญิงนันทนาตอบกลับพร้อมส่งยิ้มมาให้อย่างใจดี ท่านโตมรก็แค่พยักหน้าน้อยๆ เป็นเชิงรับไหว้ ส่วนคุณเตชินทร์นั้นนั่งนิ่ง ทำแค่ปรายหางตามามองฉันเล็กน้อยแค่นั้น

คนอะไรหยิ่งชะมัด!

“มากันครบแล้วเราเริ่มคุยธุระกันเลยมั้ยครับ” คุณพ่อพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะรีบถามตรงเข้าประเด็นทันที “เราจัดงานแต่งกันอาทิตย์หน้าเลยดีมั้ยครับ”

“อาทิตย์หน้า!” ฉันทวนคำได้แค่นั้น ก่อนจะต้องกลืนคำที่เหลือลงคอเมื่อสัมผัสได้ว่ามีแรงจิกเล็บที่แขน พอหันไปมองก็เจอกับน้าดาที่มองมาด้วยสายตากดดันว่าไม่ควรพูดอะไร ฉันสะบัดแขนออกเล็กน้อย ก่อนจะหันไปยิ้มเจื่อนๆ ให้กับทุกคนในห้องที่มองฉันเป็นตาเดียว “ขอโทษค่ะ”

“หนูขวัญมีปัญหาอะไรหรือเปล่าลูก” คุณหญิงนันทนาถามกลับมาอย่างใจดี

“หนูไม่...”

“ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ ยัยขวัญคงจะตื่นเต้นหน่ะค่ะ แกคงกลัวว่าจะเตรียมงานกันไม่ทัน” น้าดารีบพูดแทรกขึ้นพร้อมกับยื่นมือมาลูบศรีษะฉันเบาๆ อย่างเอ็นดู

“อ้อ..” คุณหญิงนันทนาพยักหน้ารับน้อยๆ ก่อนจะรีบพูดต่อด้วยรอยยิ้ม “หนูขวัญไม่ต้องห่วงนะลูกยังไงก็เตรียมงานทันแน่นอน”

“ส่วนเรื่องสินสอดก็ตามที่ตกลงกันไว้แล้วกันนะ” ท่านโตมรพูดขึ้นเรียบๆ

“เอ่อ...อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลยนะครับ ผมก็มีลูกสาวคนเดียว เลี้ยงดูแกมาตั้งแต่เด็ก ลูกขวัญเปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจของผม ผมเลี้ยงดูแกมาอย่างดี แถมผมยัง...”

“คุณกรวิทย์พูดมาตรงๆ เลยก็ได้ครับ” ท่านโตมรพูดแทรกขึ้นเมื่อเห็นว่าคุณพ่อพยายามจะพูดอ้อมโลกอยู่

พอเป็นแบบนั้นคุณพ่อก็ปรับสีหน้านิดหน่อย แล้วพูดต่อ “ผมต้องการค่าสินสอดเพิ่มอีกห้าล้าน”

“ห้าล้าน? ไม่มากไปหรอครับ” เป็นเสียงของคุณเตชินทร์ที่นั่งเงียบมาตลอดถามขึ้น

“คุณพูดแบบนี้หมายความว่ายังไง” คุณพ่อถามอย่างมีอารมณ์ทันที

“ผมคิดว่า..”

“ตกลงครับ” คุณโตมรพูดแทรกขึ้นก่อนที่คุณเตชินทร์จะพูดจบ

“ขอบคุณที่เข้าใจนะครับ” คุณพ่อตอบกลับไปอย่างยิ้มกว้างทันที

ฉันมองภาพตรงหน้าอย่างไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ ทำไมตกลงราคากันเหมือนกับฉันเป็นสินค้าที่หาซื้อได้ตามท้องตลาดแบบนี้นะ! ความไม่พอใจทำให้ฉันตัดสินใจพูดออกไปเสียงดัง

“คุณเตชินทร์คะ ฉันขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ยคะ” พอฉันพูดแบบนั้น ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ เสียงสนทนามากมายที่ดังอยู่เมื่อสักครู่เงียบลงทันที พร้อมกับทุกสายตาที่หันมามองทางฉันอย่างไม่เข้าใจ รวมถึงเจ้าของชื่อที่ฉันพูดถึงเมื่อสักครู่ด้วยที่กำลังหรี่สายตามองฉันอย่างประเมินท่าที

พอเป็นนั้นฉันก็เลยทำอะไรไม่ถูกไปซะดื้อๆ

“เอ่อ.. คือ....” ฉันกำลังจะพูดอีกครั้ง แต่คุณเตชินทร์ก็พูดแทรกขึ้นมาก่อน

“ได้ครับ” เสียงแหบทุ้มตอบกลับมาแค่นั้น ก่อนร่างสูงจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไป..



Techin’s Talk.

ผมเดินนำร่างบอบบางออกมาจากห้องรับแขก ก่อนจะหยุดเดินแล้วปรายตาไปมองนิ่งๆ เป็นเชิงว่าให้เธอเป็นคนนำไป

“เชิญทางนี้ค่ะ” ร่างเล็กพูดขึ้นก่อนจะเดินนำออกไปด้านนอกบ้าน

ผมเดินตามเธอมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เรามาหยุดกันที่ศาลาในสวนบ้านของเธอ ผมนั่งลงในศาลานิ่งๆ เพื่อรอว่าคนตัวเล็กจะพูดอะไร แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังเงียบ เอาแต่ก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่บนตัก ไม่ยอมพูดอะไรสักที

“มีอะไรก็พูดสิ” เมื่อความอดทนหมดลง ผมจึงเลือกที่จะพูดออกไป

คนตรงหน้าสะดุ้งโหยงเล็กน้อยด้วยความตกใจ ก่อนจะอ้ำอึ้งพูดออกมา “คือ..คือฉัน..ฉะ ฉัน..”

“....”

หลังจากอ้ำอึ้งอยู่นาน คนตรงหน้าก็สูดหายใจเข้าลึกๆ เล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาเสียงดังลั่น “ฉันอยากคุยเรื่องแต่งงานค่ะ!”

“อ่อ..” ผมตอบรับไปในลำคอแค่นั้น แล้วเงียบต่อเพื่อรอฟังว่าเธอจะพูดอะไร

“เอ่อ..ฉันขอพูดตรงๆ นะคะ” เธอเกริ่นนำเล็กน้อยพร้อมกับลอบมองท่าทีของผมเป็นระยะ

“...”

“ฉันไม่อยากแต่งงานกับคุณ!” เธอพูดออกมาเสียงดังพร้อมกับจ้องหน้าผมตรงๆ แต่สบตากันได้แค่แป๊บเดียว คนตรงหน้าก็หลบสายตากลับไปก้มหน้างุดตามเดิม

เหอะ! เด็กน้อยชะมัด!!

“...” ผมเงียบไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ทำแค่เพียงจ้องมองเด็กน้อยตรงหน้านิ่งๆ อย่างประเมินท่าที

ซึ่งพอเห็นผมเงียบแบบนั้น คนตรงหน้าก็มีท่าทีหลุกหลิกเล็กน้อย ก่อนจะพูดออกมาอุบอิบ “จะไม่พูดอะไรหน่อยหรอคะ”

“เหตุผล”

“คะ?” คนตรงหน้าถามขึ้นมาหน้าตาเหลอหลา

ผมถอนหายใจเล็กน้อยกับความเด็กน้อยของคนตรงหน้า ก่อนจะพูดใหม่ให้เธอเข้าใจง่ายอีกนิด “ทำไมถึงไม่อยากแต่ง”

“อ่อ” คนตรงหน้าพยักหน้าเข้าใจทันที ก่อนจะรีบอธิบายต่อ “ฉันยังเรียนไม่จบค่ะ อันที่จริงฉันเพิ่งขึ้นปีสองด้วย ฉันไม่คิดว่านี่จะเป็นเวลาที่เหมาะสมที่ฉันจะแต่งงาน”

“....”

“ฉันไม่รู้ว่าคุณพ่อไปตกลงอะไรไว้กับพวกคุณ แต่ฉันไม่รู้เรื่องด้วย ทำไมฉันต้องแต่งงานด้วยคะ?” คนตรงหน้าถามอย่างไม่เข้าใจ         

“...” แต่ผมก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ซึ่งพอเป็นแบบนั้น คนตรงหน้าก็รีบละล่ำละลักอธิบายต่อทันที

“อะ อีกอย่างนะคะ การแต่งงานมันควรเกิดขึ้นจากความรัก แต่เราสองคนไม่ได้รักกันสักหน่อย เอาจริงๆ คือเราสองคนไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ เราแต่งงานกันไม่ได้หรอกค่ะ” เธอพูดพร้อมกับสบตาผมอย่างจริงจัง

“หมดแล้ว?” ผมเลิกคิ้วนิ่งๆ เป็นเชิงถาม

“คะ?” คนตรงหน้าทำหน้างงเล็กน้อย ก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้และพยักหน้าตอบกลับมาอุบอิบ “ค่ะ”

“งั้นผมขอตัว” ผมพูดตัดบทแล้วทำท่าจะลุกขึ้น แต่เสียงเล็กๆ ก็ขัดขึ้นมาซะก่อน

“แต่ว่า...”

“เรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความพอใจ อยากไม่อยากหรือรักไม่รักหรอกนะ มันมีอะไรมากกว่านั้นที่เธอไม่รู้” ผมพูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปเลย

แต่งงานเพราะความรักงั้นหรอ.. เธอเด็กน้อยเกินไปแล้ว..เพียงขวัญ

Techin Ends.


***************************************************************************************

เอาตอนแรกมาเสริ์ฟค่าาาาา 

ฝากพี่เตกับน้องขวัญไว้ในอ้อมอกอ้อมใจของรีดเดอร์ที่น่ารักทุกคนด้วยนะคะ ^^

MelloNY.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

0 ความคิดเห็น