Baby WIFE (เจ้าสาวตัวร้าย) [E-Book]

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,305 Views

  • 7 Comments

  • 40 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    17

    Overall
    2,305

ตอนที่ 10 : BabyWIFE 09 - พี่เต vs น้องขวัญ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 270
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    3 มิ.ย. 61

"ดีล!" by TE.




หลังจากทานข้าวเสร็จเรียบร้อย เราสองคนก็ขับรถกลับมาที่คอนโดของคุณเตชินทร์ทันที แต่ละก้าวที่เดินเข้าไปด้านในทำให้ใจฉันเต้นรัวแปลกๆ ส่วนในสมองก็พยายามคิดหาแผนการอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรให้รอดพ้นจากเค้าดี

ถึงจะมั่นใจว่าตัวเองไม่น่าจะใช่สเปคของสามีหมาดๆ แต่การที่ต้องมาอยู่กับผู้ชายสองต่อสองครั้งแรก ก็อดที่จะหวั่นใจไม่ได้อยู่ดีละนะ


ติ๊ด! 

เสียงแสกนคีย์การ์ดดังขึ้นทำให้ฉันรู้ว่าตอนนี้เรามาอยู่ที่หน้าห้องเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่คุณเตชินทร์จะเปิดประตูแล้วเดินนำเข้าไปด้านในห้อง

“นั่งลง” คุณเตชินทร์พูดเสียงเรียบทันทีที่เราสองคนเดินเข้ามาในห้อง

“...” ฉันไม่ได้ตอบอะไรไป แต่ก็เดินไปนั่งลงตรงโซฟาฝั่งตรงข้ามเค้าเงียบๆ ส่วนเค้าก็เดินหนีหายเข้าไปในครัว ก่อนจะเดินกลับมาพร้อมกับเบียร์สองกระป๋องในมือ

หลังจากนั้นความเงียบก็เข้าปกคลุมไปทั้งห้อง คุณเตชินทร์นั่งดื่มเบียร์เงียบๆ โดยที่ไม่ยอมพูดอะไร นั่นทำให้ฉันเกร็งไปใหญ่เพราะไม่รู้ว่าควรวางตัวแบบไหนดี

“อยู่ปีไหนแล้ว” หลังจากเงียบไปนาน จู่ๆ คุณเตชินทร์ก็เปิดบทสนทนาขึ้น

“คะ?.. เอ่อ ขึ้นปีสองค่ะ”

คุณเตชินทร์พยักหน้าเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนจะถามต่อ “เปิดเรียนเมื่อไหร่”

“อาทิตย์หน้าค่ะ” ฉันตอบกลับไปตามตรง ก่อนจะถามกลับไปอย่างไม่เข้าใจ “คุณเตถามทำไมหรอคะ”

“ถามไม่ได้?” คุณเตชินทร์เลิกคิ้วถามเรียบๆ

“ถามได้ค่ะ แต่ฉันแค่ไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงถาม” ฉันตอบไปตามตรง

“อยากถามมั้ยหล่ะ?” คุณเตชินทร์ไม่ตอบแต่เปลี่ยนเป็นถามกลับมาแทน

“อยากค่ะ” ฉันตอบกลับไปด้วยความรวดเร็ว แต่พอได้สบตาเข้ากับดวงตาดุๆ คู่นั้น ฉันก็หงอยลงไปเลย ก่อนจะพูดใหม่เสียงอ่อยๆ “ไม่อยากก็ได้ค่ะ”

“ถามมาสิ” จู่ๆ คุณเตชินทร์ที่เงียบไปนานก็พูดขึ้น

“ถามได้ทุกอย่างมั้ยคะ” ฉันเกริ่นไปแล้วจ้องหน้าเค้าอย่างลุ้นๆ

“อือ” คุณเตชินทร์ตอบรับเบาๆ ในลำคอ ก่อนจะยกเบียร์ในมือขึ้นจิบต่อ

“คุณเตทำงานอะไรคะ” ฉันถามออกไปเรียบๆ ไม่ใช่ว่าไม่รู้หรอกนะ แต่คำถามแรกจะให้โพร่งไปหมดเลยก็ได้โดนด่าหน้าหงายหล่ะสิ

“นักธุรกิจ” คุณเตชินทร์ตอบกลับมาเรียบๆ

“แล้วมี...” ฉันกำลังจะถามว่ามีธุรกิจอะไรบ้าง แต่คุณเตชินทร์ก็พูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“หลายอย่าง”

อ่า.. แบบนี้คือบอกกลายๆ ว่าเยอะจนขี้เกียจสาธยายสินะ

“คุณเตชอบดื่มหรอคะ” ฉันถามออกไปเพราะตอนที่มาครั้งก่อนก็เห็นว่าในตู้เย็นมีแต่เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์เต็มตู้

“อือ” ตอบกลับสั้นเช่นเคยตามสไตล์

“ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่หรอคะ”

“หือ” คุณเตชินทร์เลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

“ทำไมเราถึงไม่อยู่บ้านคุณ” ฉันขยายความอีกนิดเพราะดูเหมือนเค้าจะไม่เข้าใจ

“คนเยอะวุ่นวาย” คุณเตชินทร์ตอบเรียบๆ

นั่นทำให้ฉันรู้จักเค้าอีกข้อนึง คือคุณเตชินทร์เป็นคนรักสันโดษพอตัว

“ข้อสุดท้ายแล้ว” ฉันพูดเกริ่นนำออกไป

“...”

“ฉันอยากรู้ว่าทำไมเราต้องแต่งงานกันหรอคะ” สุดท้ายฉันก็กลั้นใจถามออกไป ถามจบก็หลับตาปี๋อย่างรอคำตอบ

คุณเตชินทร์เงียบไปสักพัก มันนานพอที่จะทำให้ฉันถอดใจแล้วหล่ะ แต่จู่ๆ เค้าก็พูดขึ้น

“เรื่องบางเรื่องไม่รู้จะดีกว่านะ”

“...”

“รู้แค่ว่าเธอกับฉันมีหน้าที่ต้องทำแบบนี้” คุณเตชินทร์พูดพร้อมกับมองหน้าฉันอย่างจริงจัง สายตาที่เค้ามองมาตอนนี้มันไม่เหมือนกับวันแรกที่เราเจอกัน ในดวงตาสีนิลคู่นั้น แว๊บนึงที่ฉันแอบเห็นว่ามันเจือไปด้วยอะไรบางอย่างที่ฉันเองก็ไม่กล้าคิดไปเองว่ามันคืออะไร

“แสดงว่าเราแค่แต่งงานกันในนามใช่มั้ยคะ” ฉันถามออกไปตามตรง ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วว่าคำตอบหน่ะมันเป็นแบบอื่นไปไม่ได้เลย

“อืม”

แต่แปลกที่ถึงจะคาดเดาไว้แล้ว แต่พอได้ฟังอีกทีมันก็อดที่จะรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้อ่ะนะ


พอจบคำถามนั้นทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง...

“ฉันขอเอาของไปเก็บก่อนนะคะ” ฉันพูดแบบนั้นแล้วรีบคว้ากระเป๋าของตัวเองและตรงเข้าไปทางห้องรับแขกทันที

“ไปไหน” คุณเตชินทร์ขมวดคิ้วถามนิ่งๆ

“ก็..ห้องรับแขกไงคะ” ฉันตอบกลับไปงงๆ เดินมาหยุดอยู่หน้าห้องขนาดนี้ยังจะถามอีก

“ไม่ได้” คุณเตชินทร์ส่ายหน้าน้อยๆ พร้อมเดินเข้ามาใกล้ “ไม่ได้ยินที่คุณแม่บอกหรอ” คุณเตชินทร์พูดขึ้นเรียบๆ ก่อนจะเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน แล้วโน้มหน้าเข้ามาใกล้ๆ

‘เรื่องที่คุณแม่บอกหรอ..’ หรือว่า... ฉันตาโตด้วยความตกใจทันที นี่เค้าคงไม่ได้หมายถึงเรื่อง...

“พี่เต”

“คะ?” ฉันเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจ

“เรียกฉันว่า ‘พี่เต’ แล้วก็แทนตัวเองว่า ‘ขวัญ’ ด้วย” คุณเตชินทร์พูดขึ้นเรียบๆ

แต่ฉันนี่สิอึ้งกิมกี่ไปแล้ว... พี่เต งั้นหรอ..

“เข้าใจ?” คุณเตชินทร์ถามย้ำเมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบอะไรกลับไป

“ถ้าฉันเรียกคุณว่า ‘พี่เต’ แล้วแทนตัวเองว่า ‘ขวัญ’ คุณก็ต้องแทนตัวเองว่า ‘พี่’ แล้วก็เรียกฉันว่า ‘ขวัญ’ เหมือนกัน” ฉันพูดต่อรองออกไปทันที ไม่ต้องถามหรอกนะว่าฉันไปเอาความกล้ามาจากไหน เพราะถ้าพูดกันตามตรงก็คือพลั้งปากไปมากกว่า ฉันจะโดนเค้าบีบคอโทษฐานลามปามมั้ยเนี่ย!!!

ระหว่างที่กำลังทำใจเตรียมตัวตายอย่างสงบ คุณเตชินทร์ก็พูดขึ้นเรียบๆ “ดีล!”

มะ หมายความว่าตกลงงี้หรอ.. อะไรของเค้าวะ บทจะใจดีก็ง่ายๆ แบบนี้เนี่ยนะ

“ทำไมง่ายจัง” ฉันเผลอพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่คาดว่ามันคงดังพอให้คนตรงหน้าได้ยินด้วยหล่ะมั้ง

“ไม่ดีหรือไง หึ” คุณเตชินทร์ หรือ พี่เต พูดขึ้นพร้อมกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ ก่อนจะผละตัวออกแล้วพูดต่อ “ห้องนั้นแอร์เสีย ขวัญต้องไปนอนห้องใหญ่กับพี่”

“เอ่อ...” พูดไม่ออก! ฉันกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างยากลำบาก ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าควรจะอึ้งเรื่องไหนก่อนดี ระหว่างเรื่องแอร์เสีย เรื่องที่เราต้องนอนห้องเดียวกัน หรือเรื่องที่เค้าเรียกฉันว่า ‘ขวัญ’ แล้วแทนตัวเองว่า ‘พี่’ กันแน่

ตึกตัก ตึกตัก ตึกตัก!

แล้วจำเป็นที่ใจจะต้องเต้นแรงกับเรื่องแค่นี้มั้ยเนี่ย บ้าบอเกินไปแล้วนะเพียงขวัญ!

“เข้าใจที่พูดหรือเปล่า” คุณเตชินทร์หันมาเลิกคิ้วถามนิ่งๆ

“ฉัน เอ่อ..ขะ ขวัญนอนโซฟาก็ได้นะคะ คุณ..เอ้ยย! ไม่ใช่สิ! พะ พี่เตจะได้ไม่อึดอัด” ฉันตะกุกตะกักตอบไปทันที

ฮือออ ลิ้นพันกันไปหมดแล้ว T_T

“อย่าดื้อ” พี่เตพูดเสียงดุๆ

“คะ?” ฉันร้องเสียงหลงอย่างงงๆ แต่พี่เตก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับมา และในจังหวะที่พี่เตกำลังจะเดินหายเข้าไปในห้อง ฉันก็เรียกชื่อเค้าเสียงดังขึ้นมาซะก่อน “พี่เตคะ”

พี่เตชะงักขาที่กำลังจะก้าวเข้าไปในห้อง ก่อนจะหันมาเลิกคิ้วเป็นเชิงถามนิ่งๆ

ฉันสูดหายใจเข้าปอดเล็กน้อย ก่อนจะกลั้นใจพูดออกไป 

“เราต้องทำข้อตกลงกันค่ะ”

ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้..ก็เผชิญหน้ากันไปให้สุดเลยแล้วกัน!!!


*****************************************************************************

ฮะน่อววววววววว มีความอัพเกรดเรียกพี่เรียกน้องกันเบาๆ 55555555

ตอนหน้ามารอดูกันค่ะ ว่าเด็กน้อยเพียงขวัญของเราจะเอาข้อตกลงอะไรมาตกลงกับพี่เตบ้าง ^^

รออ่านคอมเม้นท์จากรีดเดอร์ที่น่ารักอยู่นะคะ :)

MelloNY.

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

0 ความคิดเห็น