Keep Falling In Love | Hypnosis Mic x OC

ตอนที่ 4 : 03 - Scar And Coffee

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 157
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    14 ม.ค. 62

03 - Scar And Coffee





+++++


     " ..ซามะโทกิคุง ? "

     นายแพทย์หนุ่มเอ่ยเรียกคนที่มายืนอยู่ที่ห้องทำงานของตนในเวลาแบบนี้อย่างนึกสงสัย ร้อยวันพันปีซามะโทกิจะติดต่อไม่ก็โผล่มาให้เขาเจอครั้งนึงได้.. จินงุจิ จาคุไรเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆก่อนจะเหลือบสายตาไปมองใครหรืออะไรซักอย่าง(?)ที่หลบอยู่ด้านหลังอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขา การที่จู่ๆอีกฝ่ายหอบตัวเองมาหาเขาถึงชินจุกุแปลว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญแน่ แต่กระนั้นกลับไม่มีความคิดดีๆผุดเข้ามาในหัวของจาคุไรเลยว่าซามะโทกิจะมีธุระอะไรกันแน่..

" มีธุระอะไรรึเปล่า ? " เอ่ยถามออกไปก่อนเจ้าตัวผู้มาเยือนจะพยักหน้ารับหนึ่งทีอย่างนึกหน่ายใจ ซามะโทกิหันกลับไปดึงคน.. ? ( คิดว่านะ ) ที่หลบอยู่ที่หลบอยู่ด้านหลังให้ออกมายืนอยู่ข้างๆแทน.. แต่แม้จะดึงออกมาแล้วก็ใช่ว่าเห็นหน้า ร่างที่เตี้ยกว่ายากูซ่าหนุ่มราว 20 กว่าเซนยืนอยู่ตรงนั้นด้วยท่าทีไม่เต็มใจนัก ผ้าคลุมสีหม่นนั่นคลุมปิดใบหน้าเอาไว้ทำให้มองไม่ออกว่าหน้าตาภายใต้ผ้าผืนนั้นเป็นยังไงกันแน่ แต่ที่เขารู้ก็คือบุคคลปริศนานั้นเป็นผู้หญิง.. สังเกตุได้จากรูปร่างเล็กๆกับชายกระโปรงที่ยาวกรอมเท้านั่น

" เรื่องมันซับซ้อน.. แต่ว่าฝากดูแลยัยนี่หน่อยแล้วกันจาคุไรซัง "

-- ยัยนี่ที่ว่าก็คือหญิงสาวสวมผ้าคลุมเพียงคนเดียวที่ยืนอยู่ในห้องตอนนี้นั่นเอง จาคุไรเหลือบมองเจ้าหล่อนที่ยืนเงียบไม่ยอมพูดจามาซักพักได้แล้วอย่างนึกหวั่นใจ.. การที่ซามะโทกิหิ้วมาฝากให้เขาดูแลแบบนี้ แปลว่าเด็กคนนี้น่าจะมีปัญหาไม่ใช่น้อย

" ..งั้นสรุปแบบสั้นๆให้ทีได้มั้ย ? " คำถามแบบนี้แปลว่าเขาตกลงยินยอมรับเธอไว้ภายใต้การดูแลชั่วคราว ด้วยนิสัยของคนเป็นหมอถ้าช่วยใครได้ตนก็อยากจะช่วย  แถมการดูแลผู้หญิงคนหนึ่งก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร.. อย่างน้อยก็เท่าที่จาคุไรคิดล่ะนะ

" ยัยนี่.. โดนตามทำร้ายบ่อยๆ แถมมีปัญหากับครอบครัวน่ะ.. "

     ดูท่าจะหนักกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลย แต่โดนทำแต่โดนทำร้ายแปลว่าตามตัวมีแผลงั้นสิ ? เดี๋ยวคงต้องขอเช็คดูหน่อยแล้วล่ะมั้งแบบนี้.. บรรยากาศเดดแอร์เคลื่อรตัวเข้าสู่ห้องทำงานของจาคุไรอย่างรวดเร็วเมื่อไม่มีใครเผิดปากพูดอะไรต่อ ต่างฝ่ายต่างนิ่งราวรูปปั้นหินจนซามะโทกิขอตัวออกไปก่อน ทิ้งให้แพทย์หนุ่มคนเก่งกับหญิงสาวไม่ทราบนามอยู่กับตามลำพัง จาคุไรกระแอมขึ้นทำลายความเงียบก่อนจะผายมือไปทางเก้าอี้ว่างที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของเขา

" ฉันจินงุจิ จาคุไร.. เธอล่ะ ? " เมื่อหญิเมื่อหญิงสาวสวมผ้าคลุมคนนั้นเดินมานั่งก็เอ่ยถามออกไป เจ้าหล่อนก้มหน้าลงมองต่ำเหมือนจงใจจะให้ผ้าคลุมนั้นขยับลงมาปิดหน้า " อามาเนะ เคียวกะ.. ค่ะ.. "

เคียวกะพูดตอบกลับมาเสียงแผ่วโดยที่ยังนั่งก้มหน้าเหมือนเคยไม่มีเปลี่ยนแปลง จาคุไรยกมือขึ้นอยู่ในระดับปากแล้วหรี่ตาลงมองหญิงสาวอายุน้อยกว่าตรงหน้าอย่างพินิจพิจารณา.. ท่าทางเหมือนคนไม่ค่อยเข้าสังคมนั่นทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่ามีเรื่องอะไรที่ซามะโทกิยังไม่บอกเขาอีกรึเปล่า แพทย์หนุ่มอายุสามสิบกว่าปีลดมือลงวางบนโต๊ะเหมือนเดิมแล้วพูดขึ้นมา

" ช่วยถอดผ้าคลุมออกทีสิเคียวกะคุง มันจะได้ไม่เกะกะเวลาดูแผลน่ะ " มือของเคียวกะแตะเข้ากับผ้าสีหม่นที่คลุมศีรษะอยู่แล้วก็ชะงักค้างไปเหมือนไม่มั่นใจในอะไรบางอย่าง อ่า... แน่นอนว่าท่าทางลังเลแบบนั้นไม่มีทางหลุดรอดสายตาของจาคุไรไปได้ แม้เธอจะดูหวั่นๆแต่ยังไงเขาก็ต้องให้เธอถอดมันออก จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นและหาทางรักษาให้ได้

     " ไม่เป็นอะไร.. ไม่มีอะไรที่เธอต้องกลัวนะ เคียวกะคุง.. "

     เหมือนจะเคยได้ยินมาว่าน้ำเสียงของแพทย์หนุ่มชื่อดังแห่งชินจุกุมีความสามารถแปลกๆอย่างการช่วยเยียวยาจิตใจของผู้คน ตอนแรกก็ไม่ได้ปักใจเชื่อแต่จากสถานการณ์ตอนนี้คาดว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง.. เคียวกะค่อยๆขยับมือดึงผ้าคลุมลงหลังจากที่แสดงท่าทีหนักใจอย่างเห็นได้ชักจนอีกฝ่ายพูดปลอบ สิ่งที่ปรากฎสู่สายตาเป็นอันดับแรกคือเส้นผมสีน้ำตาลเข้มปล่อยยาวดูยุ่งเหยิงเหมือนไม่ค่อยได้หวีสาง

ดวงตาสีเทาหลุบลงมองต่ำ ปากเม้มเข้าหากันอย่างนึกกังวล.. ขอบตาที่มีรอยคล้ำเล็กน้อยบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นมนุษย์ประเภทนอนดึกไม่ก็นอนน้อย แต่ที่สำคัญคือใบหน้าซีกซ้ายไล่ลงไปจนถึงลำคอที่โผล่พ้นคอเสื้อมามีรอยแผลเป็นจากการถูกไฟไหม้ ? ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมเธอถึงสวมผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาแบบนี้ เคียวกะนำผ้าคลุมที่พึ่งถอดออกมาวางไว้บนตัก ก่อนจะเลื่อนสายตามามองคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามตอนได้ยินเสียงขยับตัว

จาคุไรขยับเข้ามานั่งชิดกับโต๊ะจากที่ตอนแรกนั่งห่างออกไปเล็กน้อย เขายื่นมือมาทางเธอเหมือนจะบอกว่าขอดูแผลหน่อย หญิงสาวค่อยๆดึงแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้นจนถึงส่วนข้อศอก.. บนท่อนแขนมีรอยช้ำคล้ายถูกทุบตีเช่นเดียวกับรอยแดงจางๆที่ปรากฎให้เห็นอยู่หลายจุด บริเวณข้อศอกขึ้นไปมีผ้าพันแผลพันอยู่คาดว่าน่าจะยังมีแผลอีกเยอะ

" อ่า.. หลังจากนี้คงต้องให้ไปรออยู่ที่อื่นก่อนนะเคียวกะคุง.. "

" เลิกงานเมื่อไหร่เดี๋ยวฉันจะทำแผลให้ใหม่ "

จาคุไรค่อยๆดึงแขนเสื้อลงมาปิดแขนของคนที่อยู่ใต้การดูแลอย่างเบามือก่อนเจ้าตัวจะดึงแขนกลับไป ผ้าคลุมที่พึ่งถอดออกไปหยกๆถูกนำมาสวมปิดหน้าอีกครั้งด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่าตอนถอดซะอีก.. อืม-- ดูท่าจะไม่ชินกับการถอดผ้าคลุมต่อหน้าคนอื่นจริงๆนั่นแหละถึงได้รีบสวมขนาดนี้

" ที่ข้างๆโรงพยาบาลมีร้านกาแฟอยู่.. เข้าไปแล้วบอกเจ้าของร้านเขาก็ได้ว่าเธอมานั่งรอฉัน "

" อ่า.. ตอนมาเธอเห็นร้านกาแฟนั่นใช่มั้ย ? "

" เห็นค่ะ.. ถ้างั้นขอตัวนะคะ.. "


++++++++++


     " ที่สั่งไว้ได้แล้วค่ะ "

     เสียงของหญิงสาวดังขึ้นภายในร้านคาเฟ่ที่ถูกตกแต่งแบบย้อนยุคชวนให้นึกถึงสมัยก่อน ขนมหวานและแก้วที่วางอยู่บนถาดไม้ในมือถูกยกลงไปวางบนโต๊ะไม้อย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงจานกับแก้วกระทบโต๊ะ เมื่อจัดวางอะไรไว้ให้ลูกค้าเรียบร้อยก็โค้งตัวลงหน่อยๆก่อนสองขาเรียวภายใต้ฮากามะสีเข้มจะพาร่างของเธอเดินออกไปจากจุดนั้นทันที.. จุดมุ่งหมายของเธอในตอนนี้คือที่เคาน์เตอร์

แต่ระหว่างเดินจู่ๆก็รู้สึกเหมือนเสียงในร้านเงียบลงไปครู่นึงตอนเสียงกระดิ่งลมดังขึ้นตามด้วยเสียงของลูกค้ากับพนักงานบางส่วนที่เริ่มพูดคุยซุบซิบกัน แน่นอนว่าอิซานากิ ฮิเดโกะไม่คิกจะเจียดเวลามาสนใจแม้แต่น้อยว่าลูกค้าที่พึ่งเข้ามาเป็นใครหรือมีหน้าตาแบบไหน สำหรับคนที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำแบบเธอแล้ว.. เวลาทุกวินาทีนั้นมีค่ามากกว่าการเอาไปใส่ใจกับเรื่องไร้สาระ

" อาเน่จัง.. อันนี้ของโต๊ะชิราโทริซังครับ  " เมื่อเดินไปถึงชายหนุ่มใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเธอก็หันมาพูดด้วยก่อนจะชี้ไปทางจานขนมและแก้วกาแฟสองแก้วที่ถูกวางไว้ข้างกัน

" วันนี้ชิราโทริพาคนอื่นมาด้วย ? "  " ครับ.. เป็นผู้ชายหน้าตาคุ้นแบบแปลกๆ แต่ผมนึกไม่ออกเหมือนกันว่าใคร "

บทสนทนาสั้นๆของสองพี่น้องถูกเปิดขึ้นโดยฮิเดโกะที่รู้สึกแปลกใจ.. ฝ่ายคนน้องก็ตอบสิ่งที่พี่สาวถามไปพร้อมความคิดเห็นของตนเอง เมื่อได้คำตอบแล้วฮิเดโกะก็ส่งเสียมอืมในลำคอ นำแก้วกาแฟทั้งสองแก้วกับจานขนมมาวางไว้บนถาดแล้วก้าวเท้าออกไปทำหน้าที่ต่อทันที ..ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนมองตามแผ่นหลังของผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาวอย่างนึกอ่อนใจ

จริงๆเขาอยากเห็นพี่สาวมีแฟนนะ..

แต่พี่เขาดันเอาแต่ทำงานแถมชอบทำหน้าดุ เลยไม่ได้ลงจากคานซักทีเนี่ยสิ..

ลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะหันไปสนใจกับงานทำขนมและชงกาแฟด้านหลังเคาน์เตอร์ต่อ


     เวลาผ่านไปครู่เดียวฮิเดโกะก็เดินกลับมาที่เคาน์เตอร์อีกครั้งซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้เป็นน้องชายทำออเดอร์ของโต๊ะๆหนึ่งเสร็จพอดี เมื่อหันมาเห็นพี่สาววางถาดไม้ว่างเปล่าลงบนเคาน์เตอร์เจ้าตัวก็จัดการนำขนมและเครื่องดื่มที่พึ่งทำเสร็จไปวางไว้บนถาดนั่นซะเลย.. ฮิเดโกะเงยหน้าขึ้น เลิกคิ้วมองราวจะถามว่านี่ของโต๊ะไหน

" ของโต๊ะอาเมมุระซังครับ " หญิงสาวเจ้าของเส้นผมสีน้ำตาลอ่อนเกล้าสูงขมวดคิ้วเข้าหากันจนเป็นปม มือจับถาดนั่นยกขึ้นมาแต่ยังไม่ได้ออกเดินไปไหน.. อาเมมุระงั้นเหรอ ? แน่นอนว่าชื่อนี้คุ้นหูเธอมาก แต่ด้วยความที่เคยเจอคนมาไม่ใช่น้อยก็เลยต้องใช้เวลาครุ่นคิดกันซักหน่อยว่าอาเมมุระที่ว่านี่คือใครกัน ยืนงงอยู่พักเดียวก็ร้องอ๋อแล้วถามไปเพื่อความมั่นใจ " อาเมมุระ รามุดะ.. ? "

เมื่อได้คำตอบเป็นการพยักหน้าจากคนน้องก็เริ่มกวาดสายตามองหาเส้นผมสีชมพูที่เป็นเอกลักษณ์ของแร็พเปอร์และดีไซน์เนอร์คนดังแห่งเขตชิบุยะ ซึ่งการมองหาคนดังผู้มาพร้อมกับผมสีโดดเด่นนั่นก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร.. อนึ่งก็เพราะว่าสายตาของลูกค้าและพนักงานหญิงส่วนใหญ่ไปหยุดอยู่ที่โต๊ะของเจ้าตัวกันหมดนั่นแหละ เมื่อเจอเป้าหมายก็ไม่คิดจะหยุดรอ สองขาเรียวภายใต้ฮากามะรีบก้าวเดินเพื่อจะได้ไปทำงานของตนต่อทันที

" ของที่สั่งได้แล้วค่ะ "

คำพูดเดิมๆถูกกล่าวออกมาอีกครั้งเมื่อเดินมาถึงโต๊ะของลูกค้า น้ำเสียงและใบหน้ายังคงราบเรียบเหมือนเดิมราวกับหุ่นยนต์ที่ถูกป้อนโปรแกรมเอาไว้ให้พูดอยู่เท่านี้ อาเมมุระไม่ได้มาคนเดียว.. คนที่นั่งร่วมโต๊ะกับเขาคือชายหนุ่มผมสีน้ำเงินที่ฮิเดโกะจำได้ว่าเป็นเพื่อนร่วมทีมของอาเมมุระ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้ยังอยู่ในเวลาทำงานก็สลัดความคิดพวกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว ของหวานและเครื่องดื่มถูกจัดวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง แม้จะรู้สึกได้ว่ามีสายตาของใครบางคนจับจ้องอยู่แต่ฮิเดโกะก็ไม่ได้แคร์แต่อย่างใด

หลังจากนำของที่ลูกค้าสั่งมาเสิร์ฟเสร็จเธอก็เตรียมหันหลังเดินออกไปตามปกติ แต่ครั้งนี้กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะตอนเธอกำลังจะก้าวขาออกไปซะก่อน

" โอเน่ซัง~ ไม่รู้สึกอะไรเลยงั้นเหรอ~ ? "

     เฮ้อ...

     ได้แต่แอบถอนหายใจอยู่ในความคิดแลล้วกลอกตาขึ้นมองบน คงใบหน้าเรียบเฉยเอาไว้แล้วใช้สายตามองบุคคลที่ดูยังไงก็รู้ว่าเป็นหมาป่าห่มหนังแกะนิ่งๆ.. เอาล่ะ ฮิเดโกะเย็นไว้ มันเสียเวลาทำงานก็จริงแต่เธอไม่มีสิทธิไปวีนเหวี่ยงใส่คนที่เป็นลูกค้า ตอนนี้รู้สึกได้เลยว่าสายตาของบุคคลส่วนใหญ่ที่อยู่ในร้านกำลังมองมาทางนี้ ซึ่งขอบอกเลยว่าน่ารำคาญยิ่งกว่าอะไรดี

" อยากได้อะไรเพิ่มรึเปล่าคะ ? เดี๋ยวดิฉันจะได้ไปเรียกพนักงานคนอื่นที่ยังว่างมาให้ พอดีฉันต้องไปเสิร์ฟให้โต๊ะอื่นต่อน่ะค่ะ "

" ขอตัวนะคะ.. โฮเซกิซัง ฝากโต๊ะนี้ทีนะคะ "

พูดเองเออเองเสร็จสรรพแล้วก้โยนภาระหน้าที่ไปให้สาวรุ่นน้องในชุดยูกาตะผูกผ้ากันเปื้อนที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ฮิเดโกะไม่ได้สนใจรุ่นน้องสกุลโฮเซกิที่ทำหน้าตาเหลือหลาและทักท้วงให้เธอเดินกลับมาแต่อย่างใด.. หญิงสาววัยยี่สิบห้าปีสาวเท้าฉับๆไปทางเคาน์เตอร์พร้อมกล่าวขอโทษคนอายุน้อยกว่าที่ถูกดึงไปเกี่ยวข้องในใจ เมื่อกลับมาถึงที่เคาน์เตอร์ก็วางถาดลงแล้วหันไปพูดกับคนเป็นน้องเสียงเรียบ

" ฮิดากะ สลับงานกัน "


...


     และตลอดเวลาทำงานที่เหลือฮิเดโกะกก็สลับมาทำงานหลังเคาน์เตอร์ ส่วนฮิดากะก็ไปทำหน้าที่พนักงานเสิร์ฟแทน

     ตอนนี้ฮิเดโกะที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้วกำลังยืนรอน้องชายหัวแก้วหัวแหวนอยู่บริเวณหน้าร้านคาเฟ่ ดวงอาทิตย์คล้อยลงต่ำบ่งบอกถึงเวลาเย็นใกล้ค่ำ นิ้วโป้งของมือข้างขวากดลงบนจอทัชสกรีนโทรศัพท์ซ้ำๆเหมือนกำลังพิมพ์ข้อความคุยกับคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้.. เมื่อพิมพ์เสร็จก็กดส่งไปก่อนจะขึ้นเครื่องหมายว่าอ่านแล้วอย่างรวดเร็วก่อนจะตามมาด้วยสัญลักษณ์กำลังพิมพ์

" โอ~ เน่~ ซัง~ " เสียงที่ดังขึ้นตรงหน้าทำให้ฮิเดโกะขยับมือไปกดปุ่มปิดโทรศัพท์อย่างรวดเร็ว เมื่อเงยหน้าขึ้นพบหน้าคนที่ไม่คิดว่าน่าจะอยู่ตรงนี้ได้ในระยะที่ใกล้เกินจำเป็นก็ถอยหลังออกห่างมาสองก้าว คนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอคืออาเมมุระ รามุดะ.. บนใบหน้าของชายหนุ่มร่างเล็กยังคงมีรอยยิ้มหวานหยดที่ตกผู้หญิงหลายคนให้หลงสเน่ห์ได้ เว้นฮิเดโกะที่ประสาทด้านความรัก(?)ตายสนิทไปนานแล้ว

" ต้องการให้ดิฉันช่วยอะไรรึเปล่าคะ อาเมมุระซัง ? "  " เห~ เปล่านี่ ผมแค่อยากคุยกับฮิเดโกะโอเน่ซังเองนะ~ "

เจ้าของชื่อรู้สึกได้ว่าหางคิ้วของตัวเองกระตุกด้วยความไม่พอใจ สาวเจ้ายกมือปิดปากกระแอมกลบเกลื่อนข้อความนั้น ยัดโทรศัพท์ที่ตอนนี้สั่นครืดๆเพราะมีคนส่งข้อความมาไม่หยุดลงกระเป๋ากางเกงแล้วค่อยเปลี่ยนท่ายืนเป็นยืนกอดอก.. หรี่ตาลงมองคู่สนทนาอย่างไม่ค่อยชอบใจซะเท่าไหร่ อย่างที่คิด.. อาเมมุระเป็นพวกประเภทหน้าใสๆแต่ข้างในเลวร้าย ..แล้วเมื่อไหร่เจ้าฮิดากะมันจะออกมากัน ? พูดกันตรงๆเลยว่าตอนนี้เธอเริ่มจะหัวเสียขึ้นมานิดหน่อยแล้ว


     " ดิฉันจำได้ว่าไม่เคยบอกชื่อตัวเองให้คุณรู้นะคะ "

     " ก็ผมไม่ได้ถามโอเน่ซังนี่นะ ? ผมถามโฮเซกิโอเน่ซังต่างหาก~ " โฮเซกิ.. ยัยเด็กนี่---


     ยิ่งเห็นใบหน้ายิ้มแย้มอย่างคนอารมณ์ดีนั่นก็ยิ่งรู้สึกว่าหากตนยังคุยกับอีกฝ่ายต่อไปคงได้ประสาทเสียจริงๆเป็นแน่ถึงได้ตัดสินใจปิดปากเงียบไม่พูดตอบอะไร พลันดวงตาสีอเมทิสต์ของเธอก็ไปประสานกับดวงตาสีนน้ำทะเลจางๆของผู้เป็นน้องชายผ่านกระจกของร้านที่ใสกิ๊ง.. จิกตามองคนอายุอ่อนกว่าที่คาดว่ามัวแต่ม่อสาว(?)อยู่ในร้านให้รีบออกมาแล้วกลับมาสนใจกับคนตรงหน้าต่อตอนได้ยินเสียงของอีกฝ่ายดังขึ้นเรียกเธอ หางตาก็ลอบมองฮิดากะเรื่อยๆ ถ้าออกมาช้ากว่านี้อีกนิดกลับบ้านไปเธอจะงดข้าวเย็น !

" ฮิเดโกะโอเน่ซัง ----- "

" มาแล้วครับ อาเน่จัง ! " ฮิดากะส่งเสียงเรียกมาแต่ไกลพร้อมกับรีบวิ่งมาหาพี่สาวที่หันมาทำหน้าบอกบุญไม่รับใส่ราวกับรู้ว่าหากออกมาช้ากว่านี้จะโดนสั่งงดข้าวเย็น(?) ฮิเดโกะหันกลับไปทางรามุดะที่ตอนนี้ยืนเงียบไม่ได้พูดอะไร.. ใบหน้าเรียบนิ่งราวรูปปั้นถูกฉาบลงแทนที่หน้าตาไม่พอใจที่ส่งให้น้องชายเมื่อซักครู่ " ดิฉันคงต้องตัวก่อน.. "

หวังว่าจะไม่ได้พบกันอีก

รีบดึงเจ้าน้องชายตัวแสบที่มัวแต่ม่อสาวให้มายืนข้างตัวแล้วหันหลังให้กับดีไซน์เนอร์ชื่อดังแห่งชิบุยะ โดยก่อนจะก้าวขาออกไปประโยคสุดท้ายที่รามุดะพูดออกมาก็ยังคงติดอยู่ในหัวของเธอ.. และนั่นก็พอจะทำให้ฮิเดโกะรู้ได้ว่านับจากวันนี้เป็นต้นไปเธอไม่มีทางได้ใช้ชีวิตอย่างสงบๆแน่

" ฮึ~ โอเน่ซังน่ะหนีผมไปไม่ได้หรอกนะ "

" ผมจะโผล่มาให้โอเน่ซังเจอหน้าจนเบื่อเลยล่ะ :) "


TBC.


! Bubble - MilkTea !

     ตอนนี้มาแปลกค่ะ สองคู่ในตอนเดียว * ขำอ่อน (?) *
     เอาเป็นว่าของลีดเดอร์แต่่ละดิวิชั่นก็ปรากฎตัวมาครบแล้วนะคะ เย้ !
     จะเห็นได้ว่าบรรยากาศของคู่บนมันจะอึดอัดหน่อยๆ(?)เพราะพูดน้อยทั้งคู่ ส่วนคู่ล่างนี่..
     * ยิ้มแห้ง--- *
     แล้วก็.. จริงๆตอนนี้มีอีกคู่หนึ่งโผล่มานะคะ คู่ไหนกันน้า~ ? ไว้จะมาเฉลยให้ในตอนหลังนะคะว่าคู่นั้นมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง ;)
     เอาเป็นว่าไว้เจอกันตอนต่อไปนะคะ จะเป็นของคู่ไหนก็ให้คุกกี้ทำนายกัน~ เย้ อิ เย้ อิ เย~~

     เลิฟยูวนะคะมินนะซัง <3
B
E
R
L
I
N
Purple Bobblehead Bunny
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

13 ความคิดเห็น

  1. #7 โอริฮิเมะ (@2451995) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 22:34

    พออ่านบทพูดของคุณหมอแล้วเหมือนจะได้ยินเสียงทุ้มๆลอยมาเลยคะ ละมุนมากกก ส่วนอีกฝั่งนี่ขอไว้อาลัยให้ฮิเดโกะซังนะคะ ละมุดจังน่ะร้ายจริง55555 &#8212;&#8212; คู่ที่แอบโผล่มานี่ใช่คู่ที่สั่งกาแฟ2แก้วไหมน้อ? จะรอติดตามนะคะว่าเขามาด้วยกันได้ยังไง อิอิ &#8212;&#8212; ตอนนี้เรารออ่านทุกคู่ค่า จะคู่ไหนก็ได้อยากอ่านแล้ว555555
    #7
    1
    • #7-1 MeiLi_chanom (@MeiLi_chanom) (จากตอนที่ 4)
      15 มกราคม 2562 / 07:02
      เอาใจช่วยฮิเดโกะด้วยการติด #HopeForHideko นะคะ(?) 555555555

      ปิ๊งป่องง ถูกต้องนะคะ คู่สั่งกาแฟที่สองพี่น้องพูดถึงนั่นเอง!
      #7-1
  2. #6 Kousei-chan (@bangrajan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 20:10

    เดาว่าคู่หมอน่าจะเศร้าๆ+อบอุ่นหัวใจ คู่รามุดะคงไฟแลบแน่ค่ะ 55555555 ชอบมากเลยค่ะ อยากให้แต่งไปเรื่อยๆเลย

    #6
    1
    • #6-1 MeiLi_chanom (@MeiLi_chanom) (จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2562 / 21:02
      จากคาร์คูมหมอกับเคียวกะจังแล้วหนีไม่พ้นแนวนั้นแน่นอนค่ะ 55+
      ชิบุยะเป็นดิวิชั่นที่ครึกครื้นค่ะ คู่แรกเปิดมาก็จะวางมวย(?)กันแล้ว--

      สำหรับคนเวิ่นอย่างเรามาแต่งเรื่อยๆแน่นอนค่า ไม่ต้องห่วงน้า&#10084;&#65039;
      #6-1
  3. #5 Fahera_Fenrir (@Fahera_Fenrir) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 19:46

    ฮือ น่ารัก/////

    นึกว่าจะไม่มีคนทำเป็นแบบ ช x ญ ซะแล้วค่ะ

    ปัก---- ตอนแรกเราว่าจะทำแต่ขี้เกียจไม่เอาดีกว่าค่ะ555--

    #5
    1
    • #5-1 MeiLi_chanom (@MeiLi_chanom) (จากตอนที่ 4)
      14 มกราคม 2562 / 20:58
      หวัย เรามีชีวิตอยู่เพื่อนิยายNLค่ะ(?) ฟฟฟฟ
      นี่หาฟิคช x ญของหนุ่มๆที่ถูกใจไม่ได้เลยจัดเองเลยค่ะ แฮ่
      #5-1