[OS/SF] ALLxLeeChan

ตอนที่ 18 : [TALES] ตอน นิทานพ่อมดน้อย #Seokmin x Chan

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    22 ม.ค. 60

ผมนักศึกษา ภาควิชาเคมีคณะวิทยาศาสตร์ที่มหาลัยแห่งหนึ่ง นามว่าซอกมินคนหล่อ 
ถึงจะทำตัวไร้สติไปบ้างแต่ก็ท็อปตลอดที่ผ่านมา และมีเพื่อนสนิทที่ชื่อว่าซึงกวาน หรือ
บูบู้ผู้น่ารัก นั่นเอง ยังไงก็เถอะผมเก่งกว่าซึงกวานแน่นอน

เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะครับ ตอนนี้ผมกำลังประสบปัญหาอย่างหนึ่งที่บ้านของผมเอง
จะโทรไปปรึกษาซึงกวานผู้น่ารักก็ไม่กล้า ตั้งแต่ผมตื่นนอนมาในวันหยุดอันสงบสุข
กลับมีคนมานอนข้างผมอยู่บนเตียง แถมยังบอกอีกว่าจะขออยู่ด้วย ! ซอกมินคนนี้
ก็ไม่ได้รังเกียจอะไรเขาหรอกครับ หน้าตาออกจะน่ารักเสียด้วยซ้ำ แต่ติดตรงที่เขาสติ
ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ พวกเราพยายามคุยกันมาตั้งแต่เช้าจนตอนนี้ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว


"ผมเป็นพ่อมดจริง ๆ นะ " นั่นคือสิ่งที่เขาพูดกับผมมา 30 รอบเห็นจะได้

ใช่ครับ เขาบอกว่าเขาเป็นพ่อมด อาศัยอยู่บนฟากฟ้าที่สุดแสนจะไกลจากเมืองมนุษย์
อยากจะบอกเขาจริง ๆ ว่า ใครจะไปเชื่อ ยิ่งผมเป็นพวกคลั่งไคล้วิทยาศาสตร์แล้วเป็น
สิ่งที่ยากจะเชื่อเลยล่ะครับ พ่อมดมันมีแค่ในนิทานเท่านั้นแหละครับ


"ถ้างั้นก็โชว์เวทมนตร์ของนายให้ฉันดูสิ" ผม "ถ้าได้แล้วเดี๋ยวฉันจะให้นายอยู่ด้วยเลย"

ซึ่งผมก็ตอบแบบนี้มา 30 รอบแล้วเช่นกัน แต่ดูอีกคนคงต้องนำไปส่งโรงพยาบาลศรีธัญญา
ซะแล้วล่ะครับ อีกคนทำหน้ามุ่ยก่อนจะทำท่าแปลก ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย ก็ของมันแน่
อยู่แล้วนั่นน่ะเป็นเรื่องหลอกเด็กชัด ๆ

"ตอนนี้พลังของผมโดนยึดไป ผมต้องพักอาศัยตัวเพื่อฟื้นพลัง คุณจะให้ผมอยู่ได้ไหม"

"ฉันควรเรียกตำรวจหรือโทรไปที่โรงพยาบาลดี" ผมเดินขึ้นบันไดที่จะไปหยิบโทรศัพท์มือถือ

ผมลืมบอกอะไรไปหรือเปล่า นั่นคือผมเป็นโรคซุ่มซ่ามที่สุดในโลก เกิดอาการสะดุดบันได
กะทันหันทำให้ตกลงมาไม่เป็นท่า แต่ดูว่าท่าทางนี้จะร้ายแรงที่สุดตั้งแต่ซุ่มซ่ามมา ผมคิดว่า
กระดูกผมคงหักเสียแล้ว

"โอ้ยยยยย" ผมร้องด้วยความเจ็บ ผมพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่ก็ไม่สามารถทำได้

ตัวปัญหาเดินเข้ามาก้ม ๆ เงย ๆ ก่อนจะตรงเข้ามาจับส่วนที่ผมเจ็บ นั่นทำให้ผมเจ็บยิ่งขึ้น
ไปอีก 

"ทำอะไรเนี่ย ! เอาล่ะ นายขึ้นไปเอามือถือให้ฉันที เดี๋ยวนี้ !" ผมออกคำสั่งกับอีกคนที่ท่าทาง
เงอะงะให้ไปหยิบมือถือมา เมื่อผมได้รับมันแล้วก็รีบกดโทรหาโรงพยาบาลทันที ผิดพลาดไป
นิดหน่อยที่ คนที่ต้องไปโรงพยาบาลคือผมเองต่างหาก

ผมถูกหามส่งโรงพยาบาลใหญ่และต้องพ่วงคนแปลกหน้าที่สติไม่สมประกอบมาด้วย
เมื่อหมอดูอาการของผมและเอ็กซเรย์ ปรากฏว่ากระดูกข้อเท้าของผมร้าวและแตกบางส่วน
ทำให้ผมหน้าซีดเผือก แน่นอนว่าค่ารักษาก็ไม่ใช่ถูก ๆ ผมบอกคุณหมอว่าจะทำการรักษา
แต่กลับโดนคนสติไม่ดีร้องห้าม

"ไม่ต้องรักษาหรอกครับ เดี๋ยวผมพาคนไข้กลับมานะครับ" 

เด็กหนุ่มประหลาดเข็นรถออกจากห้องตรวจทันที นั่นทำให้ผมอารมณ์เสียมาก ไม่รู้เป็นใคร
มาจากไหนแล้วต้องมาตัดสินใจแทนผมแบบนี้ ผมที่กำลังจะอ้าปากด่า อีกฝ่ายก็ก้มดูข้อเท้า
ของผมก่อนที่จะหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋าและทามันลงไป ก่อนจะพูดภาษาอะไร
สักอย่างที่ผมไม่เข้าใจ

"ไปให้คุณหมอเอ็กซเรย์ใหม่มั้ย" อีกฝ่ายเข็นรถกลับไปให้คุณหมอตรวจใหม่

ผลปรากฏว่ากระดูกที่เคยร้าวและแตกที่ข้อเท้ากลับไม่เหลือร่องลอยร้าวเลยสักที่ เหมือนไม่มี
อะไรเกิดขึ้น หมอทำหน้าตกใจสักพักก่อนจะให้ผมไปชำระค่าตรวจและเอ็กซเรย์ก่อนกลับบ้าน

ระหว่างทางที่เดินกลับผมเคลือบแคลงใจเป็นอย่างมาก

"นาย..ทำมันงั้นเหรอ" ผมถามออกไป ที่จริงมันเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อจริง ๆ 

"อื้ม ผงวิเศษให้ยายปรุงให้น่ะ" 

"ว..เวทมนตร์งั้นเหรอ" ผมถามอีกฝ่ายก็พยักหน้ายิ้ม ๆ คิดเหรอว่าผมจะเชื่อ 

"ผมชื่อพ่อมดชาน คุณคือซอกมินสินะ" 

"เฮ้อ ก็ได้เห็นแก่ที่รักษาข้อเท้าฉันไว้จะให้อยู่ด้วยก็ได้ แต่เรื่องที่จะเชื่อว่าเป็นพ่อมดจริง ๆ นั่น
ฉันไม่เชื่อหรอกนะ" ผม

เจ้าตัวส่ายหัวก่อนจะพูดว่าไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร จะว่าไปหมอนี่ไม่รู้จักอะไรสักอย่าง ตอนที่ผม
บอกว่าให้ไปหยิบโทรศัพท์มา ก็หยิบอะไรไม่รู้มาเรื่อย ๆ กว่าจะใช่ที่เป็นโทรศัพท์จริง ๆ ก็ปาเข้าไป
หลายนาทีแล้ว หมอนี่อยู่หลังเขางั้นเหรอ ? ไม่มีโทรศัพท์ใช้หรือเปล่า


เมื่อมาอยู่บ้านผมด้วยแล้วต้องทำตัวให้เป็นประโยชน์ ผมจึงใช้งาน ชานให้ทำงานบ้านทั้งหมด
ผลออกมาคือ ข้างของกระจัดกระจาย เละเทะไม่เป็นท่า และทำให้บ้านของผมรกยิ่งกว่าเดิม
และที่สำคัญผมต้องเก็บมันเอง ดูท่าแล้วหมอนี่คงจะทำอะไรไม่เป็นเลยสักอย่าง

"ที่บ้านผมไม้กวาดมันทำความสะอาดให้เองนี่นา ไม่เคยทำด้วยตัวเองหรอก" นี่คือสิ่งที่ผมได้รับ


เย็นนี้มีสตูเนื้อของโปรดของผม นอกจากหัวผมจะรัดับกะทิแล้ว ความสามารถในการทำอาหาร
ก็เป็นเลิศเช่นกัน ผมจึงโชว์ให้ชานดูภายในครัว และทานมันพร้อมกัน

"อร่อยจัง" ชานเคี้ยวมันช้า ๆ แล้วค่อยกลืนลงไปเพื่อให้ปากรับรสชาติของสตูเนื้ออย่างเต็มที่

"เลอะหมดแล้ว" ผมหยิบทิชชู่มาเช็ดมุมปากอีกคน ชานไม่ต่างอะไรไปจากเด็กประถมเลยสักนิด
ดูไปดูมาก็น่ารักจริง ๆ ด้วย ผมส่ายหัวให้เล็กน้อยนี่ผมไม่ได้มีความคิดจะกินเด็กหรอกนะ

"ซอกมิน น้ำ" ชานมองด้วยสายตาออกอ้อน จากผมที่ไม่ชอบทำตามใครสั่งกลับลุกขึ้นไปหยิบ
มาอย่างว่าง่าย 

ผมแพ้สายตาและท่าทางแบบนี้ ผมควรโทรไปหาตำรวจดีมั้ยครับ ผมว่าคืนนี้ได้โดนข้อหา
พรากผู้เยาว์แน่เลย อดทนไว้ซอกมิน เด็กนี่ยิ่งสติไม่ค่อยดีอยู่ 

หลังจากที่พวกเราจัดการข้าวในจานจนหมดและทำความสะอาดมันด้วยการล้างจนเสร็จ
พวกก็กลับมาเก็บบ้านต่อจากที่ค้างไว้จนเหงื่อท่วม ผมจึงทำการขึ้นไปอาบน้ำชั้นบน

"ชาน นายควรไปอาบน้ำได้แล้ว" ผมเช็ดหัวที่เปียกจากการสระผม

"ไม่อาวว ชานไม่ชอบอาบน้ำ" เด็กหนุ่มขดตัวกับโซฟานุ่ม

แมว ? หรือเปล่านะท่าทางแบบนั้นลูกแมวชัด ๆ ! แต่ถึงจะทำตัวน่ารักยังไงซอกมินคนฉลาด
คนนี้ก็ไม่มีทางอ่อนข้อให้หรอกนะ ผมพยายามอุ้มคนตัวเล็กกว่าถอดผ้าและจับลงอ่าง
นี่ผมกำลังอาบน้ำให้แมวหรือเปล่า เจ้าตัวทำท่าจะหนีออกจากอ่างอย่างเดียวเลย ต้องให้
ผมเฝ้าตลอด ชานแช่อ่างอยู่นานเขาไม่ยอมที่จะอาบน้ำสักที ผมเลยต้องอาบน้ำให้เขา
ถูสบู่และสระผมให้อย่างดี แอบได้แผลมาจากการตขัดขืนนิดหน่อย สงสัยคงไม่ชอบอาบน้ำ
จริง ๆ สินะ

"ปกติ นายอาบน้ำทุกวันหรือเปล่า" ผมลองถามขณะสระผมให้อีกฝ่าย

"อาทิตย์ละครั้งมั้ง" ชาน

"!? ทำแบบนั้นไม่ได้นะ ต้องอาบน้ำทุกวัน!" ผมทึ่งกับอีกฝ่ายเรื่องการรักษาความสะอาด
แต่ถึงอย่างไรชานก็มีผิวที่สุขภาพดี เอ่อ...จะเรียกว่าเนียนนุ่มน่าสัมผัสดีมั้ยนะ แต่มันก็
นุ่มจริง ๆ นั่นแหละครับ เฮ้ย ! หยุดเลยนะซอกมิน คิดอะไรอยู่!


ผมไม่คิดมาก่อนเลยว่าการอาบน้ำจะเหนื่อยขนาดนี้ ! หลังจากที่ผมจัดการหาเสื้อผ้าให้
อีกคนใส่ เพราะว่าชุดที่เจ้าตัวมีอยู่ใส่นอนไม่ได้ ผมเลยให้เขาใส่เสื้อของผมแทน
ผมทำการสวมแว่นตาและอ่านหนังสือเล่มหนาเตอะ และคุยแชทกับบูบู้ผู้น่ารักนิดหน่อย
และแอบเหลือบมองก้อนขนที่กลิ้งอยู่บนเตียงไปมา ทำให้ผมไม่มีสมาธิอ่านหนังสือได้
อย่างเต็มที่ ถ้าคะแนนครั้งนี้ออกมาไม่ดีผมจะโทษชาน

ผมล้มเลิกกับการอ่านหนังสือในคืนนี้ก่อนจะ นอน โชคดีที่เตียงของผมเป็นเตียงคู่
ขนาดไซส์คิง ทำให้ชานสามารถนอนกับผมได้อย่างสบายไม่อัดกันบนเตียง

"ชานเอานี่..." ผมยื่นเข็มกลัดรูปลูกอมสีชมพูที่อยู่บนหัวเตียงให้อีกฝ่าย

"สวยจัง ให้ผมเหรอ" ชานรับมาและยิ้มสดใสให้ผม

"อ..อืม พอดีน้องที่บ้านทำให้อ่ะเลยไม่รู้จะเอาไปใช้กับอะไร เพราะงั้นเก็บรักษาดี ๆ ล่ะ"

"อื้ม !"



"ซอกมิน" เสียงของชานเรียกชื่อผม

"หืม" ผมตอบกลับขณะที่หลับตาอยู่

"ฟังนิทานมั้ย " 

"ฟังก็ได้"

"กาลครั้งหนึ่งมีพ่อมดน้อยตนหนึ่งเข้าไปปราบพ่อมดร้ายแดนไกล และหมดทางสู้พ่อมดน้อย
คนนั้นถูกพ่อมดร้ายช่วงชิงพลังไปทั้งหมด พ่อมดน้อยไร้พลังก็เหมือนเป็นมนุษย์ไปแล้ว เขา
ทั้งท้อและหมดกำลังใจ พ่อมดร้ายได้ใจและหวังที่จะทำลายเมืองเวทมนตร์ให้พังทลาย แต่
พ่อมดน้อยกลับลุกขึ้นสู้อีกครั้ง เข้าไปต่อกรกับนาง แต่แล้วพ่อมดน้อยถูกพ่อมดใจร้ายผลัก
ตกลงมายังที่โลกมนุษย์ พ่อมดน้อยจึงไม่มีที่ไปและต้องหาที่พักอาศัยจนเจอชายคนหนึ่ง
ที่เหมือนมีพลังเวทมนตร์"

ชานเล่าอย่างตั้งใจ และผมเองก็ตั้งใจฟังจนผมรู้ว่าเขาต้องกำลังพูดถึงเรื่องตัวเองอย่างแน่นอน
และผู้ชายคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นั่นคือผมเองที่บอกว่ามีพลังเวทมนตร์น่าจะเห็นตอนที่ผม
กำลังทำการทดลองห้องเคมีส่วนตัวผมอย่างแน่นอน และเพราะผมตั้งใจฟังมากจนรู้สึกตัวอีกที
ชานก็ขยับเข้ามาใกล้ผมกอดผมแน่นและเอาหน้าซุกลงไปที่แผ่นหลังของผม

"ซอกมินว่า พ่อมดตนนั้นจะทำยังไงดีนะ หลับแล้วเหรอ ราตรีสวัสดิ์นะ" ผมรู้สึกได้ถึงความเปียก
ชื้นที่หลัง ถ้าผมคิดไม่ผิดนั่นคือ น้ำตาของชาน แน่นอน


..

"แน่ใจนะว่าจะมาด้วยน่ะ" ผมถามคนตัวเล็กที่เดินเกาะแขนผมอย่างหนาหนึบมาประมาณ
3 รอบได้ ที่จริงถึงเขาจะไม่มามหาวิทยาลัยกับผม ผมก็ต้องลากมาอยู่ดีเพราะไม่อยาก
ให้อยู่คนเดียว แอบเป็นห่วงเจ้าตัวน้อยนี่แหะ แต่ยังไงการที่ผมเอาคนนอกมาโรงเรียนด้วย
นั่นก็เป็นอีกเรื่อง

โชคดีที่ทางมหาลัยไม่ซีเรียสเรื่องพวกนี้เท่าไหร่ ทันทีที่ถึงมหาลัยทุกคนก็ต่างจับจ้องร่างเล็ก
กันหมด คงจะคิดในใจว่า 'เฮ้ย ไอ้ซอกมันเลี้ยงต้อยเหรอวะ?' อะไรอย่างนี้ก็เป็นได้ครับ
ไม่เว้นแม้แต่ไอ้บูบู้เพื่อนรัก แตกต่างตรงที่มันถามตรง  ๆ ต่อหน้าผมเลย

"ลูกพี่ลูกน้อง" ผมตอบมันปัด ๆ ไป แต่เพื่อนก็คือเพื่อน เพื่อนที่ชอบพูด อ่ะแหน่ะ ๆ แล้วยิ้ม
ให้นี่มันน่าถีบทุกคนเลยรึเปล่าครับ

ระหว่างเรียนก็ไม่มีอะไรเลยครับ อ่ะล้อเล่งงงง คือที่จริงแล้วมันโคตรแสนจะวุ่นวายมาก ๆเลย
เพื่อน ๆ ในคลาสพากันสนใจเจ้าตัวน้อย และเล่นกับชานจนไม่มีคนอยากเรียนเลยสักคน
ไม่เว้นแม้แต่อาจารย์ที่สอน แกเข้าขั้นสายเปย์ลงทุนไปซื้อขนมจากหน้ามหาลัยมาให้ชาน
โดยเฉพาะ ผมรู้ว่าชานน่ารัก แต่ไม่คิดว่าจะมีคนเอ็นดูเขาขนาดนี้ ! อย่างไรก็ตามตอนนี้
ผมเป็น'ผู้ปกครอง'ชาน ห้ามใครยุ่งทั้งนั้น

"เย็นนี้จะกินอะไรดี" ผมเดินนำหน้าชานไปหลายก้าว

"งืมมม...ไม่กินแล้ว" นั่นสินะครับ ไม่อยากกินก็คงไม่แปลกเพราะตอนนี้เจ้าตัวกินขนมที่อาจารย์
ให้จนเต็มท้องไปแล้ว แต่ยังไงก็ไม่ได้ครับ ขนมก็คือขนม ข้าวก็คือข้าว

"ต้องกินนะ วันนี้เอาเป็นข้าวผัดดีมั้ย.." ผมยังคงเดินต่อไปเรื่อย ๆ โดยหารู้ไม่ว่าผมกำลังจะตาย
โดยไม่รู้ตัว 
เสียงชานที่เรียกชื่อผมดังขึ้นให้บอกระวังหัว ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นไปมองยังด้านบน ปรากฏเป็น
เหล็กจากสิ่งก่อสร้างข้างมหาลัยที่กำลังจะโดนหัวของผม

ผมก้าวขาไม่ออก ได้แต่กุมหัวตัวเองเท่านั้น "ตายแน่ !"

.
.
.

ผมลืมตาทีละข้างก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองไม่ได้โดนเหล็กทับหรือเสียบลงมาที่ตัวผมแต่อย่างใด
ผมมองดูรอบ ๆ และเหนือหัว เหล็กที่กำลังร่วงหล่นจากด้านบนลงสู่พื้นกลับหยุดนิ่งกลางอากาศ
ผมจึงรีบวิ่งออกมาก่อนที่เหล็กจะหล่นทับ

ชานที่จ้องเขม็งและชี้ไม้ชี้มือไปที่ท่อนเหล็กเจ้าปัญหา ก่อนจะตัวอ่อนหยวบล้มลงไปพร้อมกับ
ท่อนเหล็กตกลงมายังที่ผมเคยยืนอยู่ก่อนหน้านั้น

'ชานเป็นพ่อมด' นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิดได้อย่างเดียวในตอนนี้ มันเป็นเรื่องที่จะเชื่อยากนิดหน่อย
แต่เมื่อมันเกิดขึ้นกับตัวผมถึง 2 ครั้ง ผมไม่สามารถคิดเป็นอย่างอื่นได้จริง ๆ

ผมรีบวิ่งไปดูคนตัวเล็กก่อนจะแบกกลับบ้าน 


"ซอกมิน" เจ้าตัวเล็กปรือตาร้องเรียกชื่อผม

"ว่าไง"

"ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย"

"ห่วงตัวเองก่อนเถอะ พ่อมดตัวน้อย"

"อุตส่าห์เก็บพลังไว้ แต่ไม่คิดเลยว่าพลังจะหมดเร็วขนาดนี้"

แอบรู้สึกผิดแหะ ชานพยายามฟื้นพลังแต่ผมกลับทำให้แย่ลงกว่าเดิมอีก 

"ทำไมทำหน้าผิดหวังจัง ไม่ต้องคิดมากหรอก ชานยอมเสียพลังเพื่อช่วยซอกมินนะ"

...

ผมรวบตัวกอดอีกคนที่ยิ้มให้ผมและเอ่ยคำนี้ออกไป
"ขอบคุณนะ"



ซ่า... เสียงฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมเริ่มจำอะไรได้บางอย่าง

"ตายล่ะหวา ! ผ้า ลืมเก็บผ้า"ผมที่กำลังจะลุกไปเก็บผ้าที่ตากฝนแต่ก็โดนเจ้าตัวน้อย
ขัดขวางแล้วบอกว่า จะไปเก็บให้เอง อยากช่วยอะไรที่พอช่วยได้ ซึ่งผมก็ตอบตกลง
แค่เก็บผ้าคงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง ?



_ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _ _

พ่อมดตัวเล็กเดินออกไปเก็บผ้าที่เปียกฝนอย่างเร่งรีบ โดยสวมใส่เสื้อกันฝนสีเหลืองอ๋อย
ลายกระต่ายฟันสองซี่

"อ่ะ... ห้ามไปนะ" ชานวิ่งตามเพื่อที่จะพยายามคว้าเสื้อที่ปลิวไปหน้าบ้าน
ก่อนจะสังเกตสิ่งมีชีวิตตัวเล็กกำลังร้องอ๊บ ๆ และกระโดดไปมา

'ตัวอายัยง่ะ' 

อยากรู้อยากเห็นเป็นนิสัยของชานตัวน้อย เขาทำการเดินตามกบที่กำลังกระโดดออก
จากรั้วบ้าน

'รอด้วย !'

ชานเปิดรั้วและรีบตามไปอย่างโดยเร็ว

อ๊บ ๆ... 'จับไปให้ซอกมินดูดีมั้ยน้า' คิดได้อย่างนั้นชานจึงรีบพยายามคว้ากบตัวเขียว
แต่ก็ไม่สำเร็จ แน่นอนว่ามันไม่ให้จับได้อย่างง่าย ๆ แน่นอน

"มานี่ !" พ่อมดตัวน้อยพุ่งหลาวลงกับพื้นลงทุนที่จะจับกบตัวน้อยที่แสนจะน่ารัก
และครั้งนี้สำเร็จ มันอยู่ในมือของชานเรียบร้อยแล้ว


"ติดกับ !" กบที่อยู่ในมือของชานระเบิดควันสีชมพูออกมาก่อนจะกลายร่าง

"?! พ่อมดใจร้าย ! มิงกยู"

"ผลักตกลงมายังไม่ตายอยู่อีกเหรอ" พ่อมดใจร้ายนามมินกยูเผยยิ้มอย่างชั่วร้าย

"เอาพลังของผมคืนมา !" ชาน


"ให้คืนมันจะง่ายไปหน่อยมั้ง !?" มินกยูหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง


"แล้วจะต้องทำยังไง ?"

"แกต้องตายก่อน"

"ทำไมต้องแค้นผมขนาดนั้นด้วย"

"บุกมาที่ฉันไม่พอ ยังเอาตุ๊กตาหมีตัวโปรดที่อยู่ในห้องนอนของฉันไปเผาเล่นอีก ! ให้อภัยไม่ได้"

"ถึงผมจะหมดพลังแล้วแต่ผมก็จะสู้ !"

"หุบปาก ! "

มินกยูร่ายเวทคาถาสะกดจิตอีกฝ่าย 

"โอ้ย ! ปวดหัว" ชานทรุดลงไปกองกับพื้นอย่างทรมาน

"ฮ่า ๆ ! เอาล่ะทีนี้มากับฉันได้แล้ว"


"ไม่เอา ! ซอกมินช่วยชานด้วย !!" 





.

ผมเอะใจเพราะชานไม่ยอมกลับมาสักที ดูที่ริมหน้าต่างถึงเห็นว่ามีแต่ตะกร้าผ้า
แต่ตัวคนไม่อยู่นั่นทำให้ผมคิดผิดจริง ๆ ที่ให้ชานลงไปเก็บผ้า ผมวิ่งไปดูทั่วบ้านแล้ว
ก็ไม่พบเจอคนตัวเล็กเลย ผมเห็นรั้วเปิดทิ้งไว้นั่นทำให้ผมหยุดคิดเรื่องไม่ดีไม่ได้

เข็มกลัดลูกอมสีชมพู !?

ผมเก็บมันขึ้นมาก่อนจะดูให้แน่ใจว่ามันคือเข็มกลัดที่ผมให้กับพ่อมดตัวน้อยจริง ๆ
ผมหยิบใส่กระเป๋าเสื้อก่อนจะวิ่งไปตามทางที่เก็บเข็มกลัดได้


"ชาน !" ผมเรียกอีกฝ่ายสุดเสียง

"แกเป็นใคร !?" คนตัวสูงหันขวางมาให้ทางผม

"แกล่ะ! เป็นใครจะทำอะไรชาน" ผมมองดูชานที่มีท่าทีทรมานราวกับจะฝืนตัวเอง


"มนุษย์หน้าโง่หรอกเหรอ ฉันจะเอาตัวชานกลับไปน่ะสิ หึ"

"ม..ไม่ไป !"เสียงชานที่ขัดขืนกับคนตัวสูง


"ชานเขาบอกว่าไม่อยากไปกับนายว่ะ โคตรกากเลย เหอะ"

"หน๋อย ! งั้นเจอนี่หน่อยเป็นไง !" ไอ้หน้าหล่อแต่โคตรกากกำลังร่ายเวทบ้าอะไรไม่รู้ใส่ผม
แต่รู้สึกได้ว่าเวียนหัวหน่อย ๆ 
ผมพยายามเดิมไปใกล้มันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะจัดการมันด้วยฝ่ามืออรหันต์

เพี๊ยะ ! ไปที่กบาลมันหนึ่งที

เวทของมันจึงคลายออก เดาไม่ผิดนี่น่าจะเป็นพ่อมดใจร้ายที่ชานเล่านิทานให้ผมฟังเป็นแน่เลย
เอาล่ะถึงเวลาพระเอกออกโรง !

"ตายไปซะ ! อย่างแม่มดพ่อมดก็ไม่รอด เจอนี่!" ผมผสมกรดและสารอันตรายนานาชนิดเข้าด้วยกัน
อย่างพิถีพิถันในการปรุงและสาดใส่มันอย่างเลือดเย็น "เล่นกับใครไม่เล่นมาเล่นกับเด็กวิทย์ !" โชคดี
ที่ขากลับจากมหาลัยผมได้ซุกสารทดลองไว้ในเสื้อโค้ทและไม่ได้เอามันออกจากกระเป๋าเสื้อ

"อ๊ากกกกกกกกก" พ่อมดใจร้ายร้องอย่างเจ็บแสบ มือทั้งสองข้างเริ่มละลาย ปากเปลี่ยนเป็นสีม่วง
ร่างกายผอมซูบจนกลายเป็นคนแก่ก่อนที่จะสลายหายไป


"ชาน ! เป็นไงบ้าง" เมื่อผมพอใจกับผลงานที่สร้างขึ้น กะว่าจะไปทดลองต่อพรุ่งนี้เพื่อทำรายงานส่ง
อาจารย์แต่กลับกลายเป็นว่าการทดลองสมบูรณ์แบบไม่มีที่ติ ขนาดพ่อมดยังไม่รอดแล้วอย่างอื่นจะเหลือเหรอ
ผมปรี่ตัวเข้าไปช้อนตัวคนตัวเล็กอย่างระมัดระวัง

"..มึนหัวนิดหน่อย" หลับ.. ชานตอบกลับมาก่อนที่จะสลบไปอีกครั้ง



ผมตื่นมาพร้อมกับอากาศยามเช้าที่แสนสดใส และควานหาสิ่งที่อยู่ข้างเตียง แต่กลับว่างเปล่า

'ชาน!?' ผมลืมตามองหาใครอีกคนที่หน้าตาน่ารักแต่ไม่พบร่องรอยเลยแม้แต่นิดเดียว

ผมกังวลว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าตัวอีก แต่เปล่าเลย ผมหยิบโน้ตแผ่นขนาด A4 ที่เห็นบนโต๊ะ
ทำงานของผมขึ้นมาอ่าน

ลายมือเหมือนเพิ่งหัดเขียน ทั้งผิดบ้าง เขียนตกบ้าง แต่เดาไม่ยากเลยว่าจะต้องเป็นลายมือ
ของพ่อมดตัวน้อยแน่ ๆ 

เนื้อความมันทำให้ผมหน้าหมองลง

'ขอบคุณที่ช่วยปราบพ่อมดใจร้ายให้ ในเมื่อพ่อมดมินกยูได้ตายไปแล้ว พลังของผมจึงได้คืน
กลับมาและตอนนี้ผมสามารถกลับไปยังที่โลกเวทมนตร์ได้แล้ว ขอบคุณซอกมินที่ดูแลผม
อย่างดี แม้ว่าผมจะทำอะไรไม่ได้เลยและออกจะดื้อเป็นบางครั้ง แต่ก็ขอบคุณจริง ๆ 
ตามกฎหากมีมนุษย์รู้เรื่องพลังเวทแล้วล่ะก็จะถูกลบความจำแต่ว่า ผมไม่กล้าทำมันลงจริง ๆ
กับคนที่ผมชอบแล้ว ผมไม่อยากให้เขาลืมความทรงจำที่ดีที่เกิดขึ้นเลย ผมอยากให้ซอกมินจำผมได้
ตลอดไป เพราะงั้นต้องเก็บเป็นความลับนะ จะไม่บอกใครใช่มั้ย

ผมหวังว่าเราคงได้พบกันใหม่ที่ใดสักที่หนึ่ง
ลาก่อน เจ้าชายของพ่อมดน้อยชาน'


ผมว่าผมไม่ควรจะจัดการกับพ่อมดมินกยูเลยจริง ๆ 
ผมเห็นแก่ตัวไปหรือเปล่านะ ผมอยากให้พ่อมดนั่นมายึดพลังของเขาใหม่จริง ๆ
การที่ผมจัดการกับพ่อมดใจร้ายนั่นทำให้ผมรู้ว่าผมคิดผิด



  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

85 ความคิดเห็น

  1. #60 beyourfangirl (@beyourfangirl) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 09:55
    โง้ยยยยย พ่อมดน้อยกลับมาหาพี่ซอกเถอะนะ แง๊
    #60
    0
  2. #59 15mayx (@ninepimwimol) (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 08:12
    พี่ซอกกกกก ฮือ เราจะเศร้าไปพร้อมกัน แง
    #59
    0