My Man [Harry Potter :: HP/SS | DM/LM] #ผู้ชายของผม

ตอนที่ 3 : Chapter 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,810
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 91 ครั้ง
    19 มิ.ย. 62


               "อือ..."


               ลูเซียสตื่นขึ้นมาในเช้าวันถัดมา แล้วก็พบว่าตัวเองนอนซุกอยู่กับในอ้อมกอดของมัลฟอยคนล่าสุด

               ความง่วงงุนทำให้เขาสงสัยว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมเดรโกถึงมานอนที่นี่ แต่พอจำได้เท่านั้นแหละ ใบหน้าสวยก็ค่อยๆ แดงระเรื่อจนกลายเป็นสีแดงจัดไปในที่สุด


               'ผมไม่ได้ขอให้พ่อรักผมตอบ เพราะต่อไปนี้ผมจะจีบพ่อเอง'

               'ลูเซียสครับ ผมไม่สนหรอกนะว่าใครจะมองเรายังไง ผมแค่รักลูเซียส รักมานานแล้ว ลูเซียสคิดว่าหลายครั้งที่ผมร้องไห้มันเป็นเพราะอะไรล่ะครับ'


               คำพูดที่อีกฝ่ายได้ลั่นไว้เมื่อคืนยังคงดังก้องอยู่ในหัว หันมองใบหน้าหล่อเหลาที่มีเค้าของเขาอยู่ไม่น้อย แต่พอนึกถึงหน้าของตัวเองในกระจก เขาก็ได้แต่ถามตัวเองว่าเด็กหนุ่มไปได้หน้าตาที่หล่อคมเช่นนี้มาจากใคร ในเมื่อเขาคือคนที่ใครๆ ต่างก็บอกว่าหน้าหวานทั้งสิ้น

               นาฬิกาบนผนังบอกให้เขารู้ว่าตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเช้า และก็ได้เวลาที่เดรโกต้องตื่นเพื่อเตรียมตัวเข้ากระทรวงได้แล้ว


               "เดรโก ตื่นได้แล้ว" สะกิดเบาๆ เพื่อให้รู้ตัว

               "อือออออ.."


               นอกจากจะไม่ยอมตื่นแล้ว แขนใหญ่ยังกระชับเอวเขาให้แน่นขึ้นอีก ใบหน้าหล่อๆ นั่นซุกลงที่ซอกคอของเขา ถูไปมาเล็กน้อยอย่างออดอ้อน


               "ไม่เอาน่าเดรโก นี่มันหกโมงแล้วนะ พ่อ... อื้ออออ!"


               เมื่อคำว่า 'พ่อ' หลุดออกมาจากปากเท่านั้นแหละ เดรโกก็เด้งตัวขึ้นมาประกบริมฝีปากของตนลงไปบนริมฝีปากบางของคนอายุมากกว่าทันที ดูดเม้มเบาๆ เป็นเชิงเตือน ก่อนจะผละออกมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งในขณะที่แขนก็ยังคงกอดเอวบางไว้แน่น


               "ถ้าลูเซียสยังแทนตัวเองว่า 'พ่อ' อีกแค่คำเดียว ผมจะทำให้ลูเซียสลุกจากที่นอนไม่ได้เลยคอยดู"


               จบคำ ใบหน้าของลูเซียสก็ขึ้นสีจัดอีกรอบ

               เท่าที่เขาสังเกตตัวเองมา เขาบอกได้ว่าเขาเขินเด็กหนุ่มตรงหน้าบ่อยมาก พูดอะไรนิดอะไรหน่อยก็พาลใจเต้นแรงเอาดื้อๆ ยิ่งเป็นคำพูดสองแง่สามง่ามแบบนี้ด้วยแล้ว...


               งืออออออออออ 


               เมื่อรู้ตัวว่ายังไงก็ไม่มีทางเอาชนะฝีปากของคนอายุน้อยกว่าโดยไม่ระทวยไปก่อนได้แน่ๆ เขาจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำมาก่อนในชีวิต


               ฟอด!


               เดรโกนิ่งไปอึดใจเมื่ออีกคนหอมแก้มเขาดื้อๆ เผลอผ่อนแรงมือที่เอวเล็กไปโดยไม่รู้ตัว เป็นจังหวะให้ลูเซียสรีบลุกจากเตียงแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปทันที ปล่อยให้เดรโกนอนยิ้มอยู่คนเดียวบนเตียงเหมือนคนบ้า




               "ยิ้มเหมือนคนบ้าเลยนะนาย"


               แฮร์รี่แซวเพื่อนสนิทที่ยิ้มหน้าบานเป็นจานเชิงมาแต่เช้า เมื่อคืนเขากลับมาที่กริมโมลด์เพลซหลังจากเสร็จมื้อค่ำแล้ว ไม่ได้นอนที่คฤหาสน์มัลฟอยอย่างที่คิดไว้ตอนแรก และตอนนี้ทั้งสองก็มาสมทบกับเพื่อนอีกสี่คนเพื่อรอเข้าห้องประชุมก่อนเริ่มฝึก


               "ช่างฉันเถอะน่า!" แม้จะพูดแบบนั้น แต่รอยยิ้มที่ฉาบอยู่บนใบหน้าก็ไม่ได้หุบลงแต่อย่างใด

               "ไม่ได้อะไรนะเดรโก แต่นายยิ้มเหมือนแฮร์รี่เมื่อวานนี้เลย" เชมัสว่า

               "นั่นสิ เหมือนคนบ้ายังไงไม่รู้ แปลกๆ" ลูกคู่อย่างดีนสมทบ

               "ทุกคน มาเข้าห้องประชุมได้แล้ว" เสียงเรียกหนุ่มๆ ดังขึ้น


               เจ้าของเสียงนี้คือหัวหน้าสำนักงานมือปราบมาร ชื่อจอร์จ บาร์ตัน  เขาสนิทกับเด็กหนุ่มทั้งหกอย่างมาก แต่เวลาฝึกก็โหดใช่ย่อยเหมือนกัน


               "ปกติคุณไม่เคยนัดเราประชุมก่อนฝึกนี่ครับ มีอะไรหรือเปล่าครับ" เนวิลล์เปิดประเด็นคนแรก

               "แหงละ ถ้าไม่มีอะไรฉันก็ให้พวกนายเข้าห้องฝึกไปแล้ว คืองี้ พวกนายจำยัยคางคกโรคจิตได้ไหม อัมบริดจ์น่ะ ยัยนั่นหลุดออกมาจากอัซคาบัน ท่านรัฐมนตรีต้องการให้พวกเราไปลากตัวเจ้าหล่อนมาเข้าคุกอีกรอบ แต่ประเด็นคือ...ทำแค่สองคน"

               "งั้นคู่ไหนจะเป็นคนทำล่ะครับ" เชมัสถาม 


               ด้วยความที่ทีมนี้มีมือปราบมารฝึกหัดหกคน จอร์จจึงให้จับคู่บัดดี้กัน เป็นทั้งคู่ฝึกและคู่หูลงภาคสนาม โดยเดรโกคู่กับแฮร์รี่ เชมัสคู่กับดีน และรอนคู่กับเนวิลล์ 


               "ฉันตัดสินใจไม่ได้ไง ถ้าได้ก็ไม่เรียกรวมหรอก พวกนายทุกคนฝีมือสูสีกันหมดเลย ฉันก็เลยจะให้จับฉลากเอา"

               "เดี๋ยวนะครับ จะลงภาคสนามครั้งแรกทั้งที แต่ให้พวกเราลุ้นกันเอาเนี่ยนะว่าใครจะไปเสี่ยงตายคนแรก" แฮร์รี่ค้านขึ้น

               "มือปราบมารมันคืออาชีพที่ขึ้นอยู่กับความเสี่ยงอยู่แล้ว จะช้าหรือเร็วสุดท้ายก็ต้องไปทำงานจริงอยู่ดี ผู้ปราบจอมมารอย่างนายน่าจะรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดีนะ เจออันตรายมาก็เยอะกว่าชาวบ้านเขา แล้วนายก็บอกเองว่าอยากเป็นมือปราบมาร แค่นี้ก็จะถอดใจแล้วหรือไง" หัวหน้างานร่ายออกมายาวเหยียด

               "ผมไม่ได้บอกว่าจะถอดใจสักหน่อย" แฮร์รี่บ่นอุบ

               "งั้นก็ดี เห็นกล่องนี่ไหม..." จอร์จพูดขึ้นในขณะที่โบกไม้กายสิทธิ์เล็กน้อย กล่องไม้ขนาดไม่ใหญ่มากนักก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา "...ในนี้มีชื่อของแฮร์รี่ รอน และเชมัสอยู่ ฉันจะจับมันขึ้นมา แล้วถ้าได้ชื่อใครคนนั้นกับคู่ก็คือคนที่ต้องรับงานนี้ไป"


               ทุกคนพยักหน้ารับ เมื่อเห็นดังนั้นจอร์จจึงล้วงมือลงไปในกล่องไม้แล้วคว้ากระดาษแผ่นเล็กที่เขียนชื่อของใครคนหนึ่งขึ้นมา


               "โอ๊ะโอ... ผู้โชคดีของเราก็คือ..."


               ทั้งหกคนเงียบกริบ มือกำแน่น รอฟังผลอย่างใจจดใจจ่อ


               "...เด็กชายผู้รอดชีวิตนั่นเอง!"


               สี่คนที่เหลือร้องออกมาอย่างดีใจ แฮร์รี่กับเดรโกได้แต่มองหน้ากันแล้วถอนหายใจออกมาอย่างปลงตก ดูเหมือนเรื่องวุ่นๆ จะหนีไม่พ้นพวกเขาเลยสิน่า..




               ปัง! โครม!


               เสียงที่ดังออกมาจากห้องของมือปราบมารฝึกหัดทำให้ลูเซียสและเซเวอร์รัสที่มาทำธุระที่กระทรวงต้องหันไปมองอย่างตกใจ ทั้งสองเสร็จธุระเรียบร้อยแล้ว กะว่าจะมาเยี่ยมเจ้าสองตัวป่วน (หัวใจ) ที่กำลังฝึกอยู่ และเสียงดังกล่าวก็ทำให้ขาเรียวของสองชายหนุ่มก้าวยาวๆ ไปยังประตูห้องทันที แต่ประตูกลับถูกล็อกด้วยเวทมนตร์ ทำได้เพียงยืนมองประตูอย่างไม่ไว้วางใจ


               "แฮร์รี่! ทำใจดีๆ ไว้นะเพื่อน!"


               ประตูเปิดผลัวะออกมาพร้อมกับเดรโกและผู้ชายอีกคนหนึ่งที่พวกเขาจำได้ว่าคือลองบัตท่อมกำลังหามร่างของเด็กชายผู้รอดชีวิตออกมาด้วยสีหน้าท่าทางที่เป็นกังวล


               "เดรโก เดี๋ยวฉันดูแฮร์รี่เอง นายปวดท้องอยู่ไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวก็ร่วงอีกคะ... เฮ้ย! เดรโก!" รอนร้องออกมาด้วยความตกใจ


               ชายหนุ่มผมบลอนด์ทรุดตัวลงกับพื้น มือกุมท้องด้านซ้ายไว้แน่น ใบหน้าที่ว่าขาวอยู่แล้วยิ่งซีดลงอีกเป็นเท่าตัว


               "เดรโก เธอ... เกิดอะไรขึ้นเนี่ย! ทำใจดีๆ ไว้นะเดรโก เดรโก..!"


               ลูเซียสปราดเข้าไปดูร่างที่แทบหมดสติของคนที่สารภาพรักเขาเมื่อวาน พยายามจะพยุงขึ้นมาแต่ก็ทำไม่ได้ ขนาดตัวเขากับเดรโกมันคนละเรื่องกันเลย


               "เดี๋ยวพวกเราพาเขาไปเองดีกว่าครับคุณมัลฟอย" ดีนบอก


               เชมัสพยุงร่างของเดรโกขึ้นมา ส่วนดีนก็คว้าแขนอีกข้างมาพาดบ่าของตน แล้วค่อยๆ พากันเดินออกไป

               ลูเซียสมองตามร่างของคนที่ (ไม่อยาก) เป็นลูกชายจนหายลับไปจากสายตา แล้วสติของเขาก็กลับมาอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงของเซเวอร์รัส


               "แฮร์รี่! เธอเป็นไงบ้าง!"


               ตอนนี้เซเวอร์รัสกำลังคว้ามือของแฮร์รี่มาจับแน่น สีหน้าเต็มไปด้วยความสงสารเมื่อเห็นอาการของคนเด็กกว่า มือข้างหนึ่งของแฮร์รี่กุมไว้ที่หน้าอกข้างซ้าย ใบหน้าหล่อเหลาเหยเกเพราะความเจ็บปวด แต่ก็ยังพยายามตอบคำถามของอาจารย์ร่างบาง


               "ผะ..ผมไม่เป็นไร...ฮะ.." พลางส่งยิ้มให้อย่างฝืดๆ

               "พวกคุณไปรอที่บ้านก่อนนะครับ ได้เรื่องยังไงเดี๋ยวพวกผมบอกทีหลัง" รอนสั่งรวบรัด


               ลูกชายคนเล็กของตระกูลวีสลีย์ช่วยเนวิลล์ยกร่างของเพื่อนรักขึ้นมาหลังจากที่ลงไปกองกับพื้นเมื่อครู่ ก่อนจะค่อยๆ พาเดินออกไป บนใบหน้าตกกระนั่นแสดงถึงความกังวลอย่างปิดไม่มิด หากก็ดูออกว่าน่าจะคุ้นชินกับเรื่องแบบนี้พอสมควร


               แฮร์รี่..


               แม้จะยืนอยู่กับที่ แต่หัวใจกลับโลดแล่นตามคนอายุน้อยกว่าไปเรียบร้อยแล้ว..




               "วันนี้นายลืมกินยาเหรอแฮร์รี่ ทำไมอาการถึงหนักขนาดนี้" รอนถามทันทีที่แฮร์รี่เข้าห้องพักผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว


               พวกเขาทั้งสี่ตัดสินใจพาคนป่วยทั้งสองมาที่โรงพยาบาลเอกชนของมักเกิ้ลแห่งหนึ่งในกรุงลอนดอน เพราะแฮร์รี่เป็นคนไข้ประจำของโรงพยาบาลนี้ และก่อนที่เขาจะเข้าห้องพักมานี่ หมอที่รับผิดชอบเคสของเขาอยู่ก็แสดงสีหน้าที่ค่อนข้างเคร่งเครียดพอสมควรหลังจากที่ตรวจอาการของเด็กหนุ่มแล้ว


               'ความจริงคุณพอตเตอร์ควรผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจได้แล้วนะครับ หมอไม่รู้จริงๆ ว่าจะยื้อให้อาการมันทรงตัวได้อีกนานแค่ไหน'

               'หมอก็รู้ว่าผมอยากให้เรียนจบก่อน ถ้าผ่าตัดก็ต้องพักฟื้นนานอีก ผมไม่อยากให้มันเสียการเรียนน่ะครับ'

               'ยังไงหมอก็คงบังคับคุณไม่ได้หรอกครับ เอาเป็นว่าคุณนอนค้างที่นี่ก่อนสักคืนแล้วกัน ให้อาการมันคงที่กว่านี้ก่อน ระหว่างนี้หมอจะสั่งยาที่มันแรงขึ้นให้นะครับ ตัวเก่าไม่ต้องกินแล้ว'

               'ขอบคุณมากครับหมอ'


               แฮร์รี่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรง อาการค่อยๆ มาแสดงตอนช่วงที่เขาปราบจอมมารสำเร็จไปสักเดือนได้ หมอคาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากอาการเครียดจัด และกว่าจะมารู้ตัว ระดับอาการก็อยู่ในขั้นรุนแรงแล้ว


               "แล้วเดรโกเป็นไงบ้าง" แฮร์รี่ถามหาเพื่อนอีกคนโดยไม่ตอบคำถามรอน

               "นอนพักอยู่ห้องข้างๆ เนี่ยแหละ เชมัสกับดีนดูอยู่ คงกลับบ้านได้พร้อมนายละมั้ง" รอนตอบ

               "แล้วทำไมอยู่ดีๆ ถึงปวดท้องขนาดนี้ล่ะ ปกติไม่เคยเห็นหนักขนาดนี้นี่" แฮร์รี่ยังซักต่อ


               เขาไปคฤหาสน์มัลฟอยทุกวันหลังเลิกฝึก ตัวติดกันยังกับปาท่องโก๋ ทำไมเขาจะไม่สังเกตว่าเดรโกปวดท้องบ่อยแค่ไหน เพียงแต่ว่าไม่เคยรุนแรงขนาดนี้


               "นายก็รู้ว่าช่วงสงครามมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง แล้วนายก็รู้นี่ว่าหมอนั่นเครียดแค่ไหน มันเลยมีผลกระทบอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะเต็มไปหมด ทำให้เป็นโรค... โรคอะไรนะเนวิลล์ ฉันจำชื่อไม่ได้อ่ะ"

               "รอน.." แฮร์รี่กัดฟันถาม เริ่มหงุดหงิด

               "อะไร! ก็ฉันจำไม่ได้จริงๆ นี่!"

               "เอาละๆ เดรโกเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน เพราะงั้นเขาถึงได้ปวดท้องไง" เนวิลล์ตอบ

               "หัวใจขาดเลือด... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับปวดท้องล่ะ"

               "เห็นหมอบอกว่าอาการของเดรโกเป็นสัญญาณเริ่มต้นน่ะ ถ้าเป็นโรคนี้จริงจะมีอาการอื่นตามมา แล้วดีนก็บอกว่าก่อนที่เขาจะมาถึงที่นี่อ่ะ เดรโกเริ่มปวดลามไปถึงลิ้นปี่ ชายโครง แล้วก็ท้องน้อยแล้ว แถมยังเริ่มเจ็บหน้าอกอีก มันก็เลยสรุปได้ประมาณนี้"

               "แล้วอาการเขาหนักแค่ไหน"

               "หมอบอกว่าอยู่ในระดับปานกลาง ตอนนี้เขาดีขึ้นมาบ้างแล้ว แต่ก็คงต้องให้ยาเยอะแหละ"

               "ฉันจะไปบอกสเนปกับพ่อของเดรโกนะ สองคนนั้นอยากรู้ใจจะขาดแล้วละ" รอนพูดขึ้น

               "อย่าบอกเขานะ!"


               เดรโกนั่นเอง เด็กหนุ่มนั่งอยูในรถเข็นที่มีเชมัสเข็นให้ และเขาก็ค้านขึ้นมาตรงใจแฮร์รี่พอดี


               "แต่พวกเขาเป็นห่วงพวกนายนะ" รอนแย้ง

               "ไม่ได้ อย่าบอกเขาเลยนะ ถือว่าฉันขอร้องละ โกหกไปว่าฉันเป็นอะไรก็ได้ แต่อย่าบอกความจริงกับเขาเลยนะ" เดรโกพยายามขอร้อง

               "ฉันก็เหมือนกัน อย่าให้ศาสตราจารย์กับลูเซียสรู้เลยนะ" แฮร์รี่พยายามขอร้องบ้าง

               "ทำไมพวกนายถึงไม่อยากบอกเขาล่ะ เขาอาจจะช่วย..." 

               "ไม่ได้หรอก โรคของมักเกิ้ลหลายอย่างรักษาด้วยตัวยาของโลกเวทมนตร์ไม่ได้ ถือว่าฉันกับเดรโกขอร้องเถอะนะ นะๆๆ.."

               "ให้ตายสิ! ก็ได้..!" ในที่สุดรอนก็ยอมแพ้




               เช้าวันถัดมา

               ชายหนุ่มสองคนที่คฤหาสน์มัลฟอยนั่งแทบไม่ติดที่ การรอคอยช่างเนิ่นนานเหลือเกิน..

               และแล้วไฟสีเขียวที่ลุกพรึ่บขึ้นในเตาผิงที่ห้องนั่งเล่นก็ทำให้พวกเขาลุกพรวดขึ้นทันที ตรงไปยังเตาผิงอย่างร้อนรน หวาดกลัวต่อสิ่งต่างๆ ที่พวกเขาเริ่มคิดไปเอง

               แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเดรโก ลูเซียสก็คว้าตัวเด็กหนุ่มเข้ามากอดแน่น น้ำตาอุ่นร้อนรินลงมาอย่างไม่อาจห้ามได้ รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูกเมื่อเห็นคนคนนี้ปลอดภัย 


               "แล้วแฮร์รี่..."

               "คุยกับหมออยู่ครับ เดี๋ยวเขาตามมา" เดรโกตอบคำถามพ่อทูนหัวขณะที่ผละออกจากชายหนุ่มหน้าหวานของเขา

               "หมอ? พวกเธอไปรักษากับมักเกิ้ลเหรอ" ลูเซียสถาม เสียงขึ้นจมูกเล็กน้อย

               "ครับ มันเร็วกว่าเยอะเลย เซนต์มังโกคนเยอะน่ะครับ" เดรโกละอยากขอบคุณสกิลการไหลของตัวเองจริงๆ


               ฟอด!


               "ผมคิดถึงลูเซียสมากเลยรู้ไหม" ว่าพลางคว้าเอวบางมากอดไว้ ปลายจมูกโด่งคลอเคลียกับของอีกฝ่าย

               "อือ.. เดรโก" เอาอีกแล้ว... เขาหน้าแดงอีกแล้ว..


               จุ๊บ!


               "เซเวอร์รัสครับ ผมขอให้คุณช่วยเป็นพยานด้วยนะครับ ว่าต่อแต่นี้ไป ผมจะตามจีบลูเซียสให้สำเร็จให้ได้"

               "!?" เซเวอร์รัสตาโตด้วยความตกใจ ไม่เหลือเค้าเจ้าชายเย็นชาเลยแม้แต่น้อย

               "และผมจะพิสูจน์ให้เห็น ว่าผมดูแลลูเซียสได้"


               ขาดคำ ริมฝีปากบางของเด็กหนุ่มก็จู่โจมเข้าหาลูเซียสทันที ลิ้นร้อนกวาดต้อนภายในโพรงปากเล็กอย่างไม่รู้จักพอ แต่ยังไม่ทันไร เด็กหนุ่มก็ผละออกมาซะก่อน หอบน้อยๆ เพราะความเหนื่อย ด้วยความที่เขินจัด ลูเซียสจึงไม่สังเกตเห็นความผิดปกตินี้...

               ...แต่เซเวอร์รัสเห็น


               ถึงเขาจะช็อกกับคำพูดและการกระทำของลูกทูนหัวมากแค่ไหน แต่เขาก็นับว่าเป็นคนช่างสังเกตคนหนึ่ง เมื่อวานวีสลีย์บอกว่าเดรโกปวดท้องเพราะท้องเสีย แต่ทำไมถึงมีอาการเหนื่อยหอบเช่นนี้ได้ คนที่ควรจะเหนื่อยมันควรเป็นลูเซียสไม่ใช่หรือไง.. 

               มันดูไม่เกี่ยวกับอะไรที่วีสลีย์บอกเลยสักนิด


               พรึ่บ!


               เซเวอร์รัสมองไปที่ต้นเสียง แล้วเขาก็เห็นเด็กหนุ่มที่เขาถามหาในตอนแรกกำลังก้าวออกมาจากเตาผิง แม้ท่าทางจะดูอิดโรยไปบ้าง แต่ก็ดีกว่าเมื่อวานอยู่มาก

               แฮร์รี่ยิ้มกว้างเมื่อเห็นสายตาที่สื่อความเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจนจนปิดไม่มิดของศาสตราจารย์หน้าหวาน อดไม่ได้ที่จะก้าวขาเข้าไปหาแล้วประทับริมฝีปากของตัวเองลงบนริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา ไม่มีการรุกล้ำใดๆ ทั้งสิ้น เป็นแค่การแตะสัมผัสเพียงชั่วครู่เท่านั้น

               เซเวอร์รัสพยายามควบคุมสีหน้าของตัวเองอย่างยากลำบาก แต่ต่อให้เป็นไอ้งั่งที่ไหนก็ต้องดูออกอยู่ดีว่าเขาเขินขนาดไหน รู้สึกได้ว่าใบหน้าของตนร้อนจัดจนแทบไหม้ อายจนไม่กล้าแม้แต่จะสบสายตากับเด็กหนุ่ม

               แฮร์รี่มองคนอายุมากกว่าอย่างเอ็นดู ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าศาสตราจารย์คนนี้เหมือนเด็กน้อยนัก

               ในตอนนั้นเอง จู่ๆ แฮร์รี่ก็รูสึกเจ็บแปลบที่อกซ้าย เขารีบขอตัวขึ้นห้องมาทันที มีเดรโกมองตามด้วยสายตาเป็นห่วง เพียงครู่เดียวอาการดังกล่าวก็ทุเลาลง แฮร์รี่รีบกินยาอย่างรวดเร็วก่อนที่จะทำให้อะไรๆ มันน่าสงสัยไปมากกว่านี้

               สิบนาทีต่อมา ทายาทแห่งตระกูลมัลฟอยก็มาปรากฏตัวอยู่ในห้องเขา เสกคาถาห้ามรบกวนเสร็จสรรพ


               "นายจะเอาไงต่อ" เข้าเรื่องโดยไม่อ้อมค้อม

               "ไม่ต้องห่วงฉันหรอกน่าคุณมัลฟอย ฉันปิดเป็นความลับมาได้เป็นปีแล้วนะ แค่นี้เรื่องหมูๆ"

               "เออออ พ่อคนเก่งงงง"

               "แล้วนายล่ะ? ลูเซียสต้องรู้เข้าสักวันหนึ่งแหละ"

               "เดี๋ยวฉันหาทางแอบๆ ไปหาหมอเอาเองก็ได้ บอกมักกอนนากัลไว้ก่อน เผื่อกำเริบระหว่างเรียนจะได้ไปเลย"


               เดรโกหยุดพักหายใจอยู่ครู่หนึ่ง


               "แต่ถ้ามันร้ายแรง..."

               "ร้ายแรงแต่มันก็รักษาให้หายได้ อย่างน้อยก็หายง่ายกว่าของนาย ฉันไม่เข้าใจเลยว่านายจะยืดเวลาออกไปเพื่ออะไร อาการนายมันรุนแรงแล้วนะ จะทรงตัวไปได้อีกสักเท่าไหร่กัน"

               "ถ้าฉันตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจตอนนี้ก็ต้องนอนโรง'บาลอีกเป็นอาทิตย์ เผลอๆ อาจจะเป็นเดือนเลยด้วยมั้ง  ฉันไม่อยากให้อาจารย์สงสัย แล้วอีกอย่าง ขาดเรียนขาดซ้อมมากๆ เดี๋ยวตอนไปตามจับยัยคางคกขึ้นอืดนั่นก็ตายกันพอดี"


               แฮร์รี่เริ่มออกอาการหอบ เมื่อกี้เขาคงพูดเร็วไปหน่อย


               "แต่ถ้านายไม่รีบทำให้ตัวเองแข็งแรงกว่านี้นายได้ตายก่อนไปหายัยนั่นแน่" เดรโกพูดเมื่อเห็นสภาพเพื่อนตัวเอง

               "นายก็ไม่ได้ต่างจากฉันหรอก แล้วอีกอย่างนะ หมอก็ให้ยาตัวใหม่ฉันมาแล้วด้วย"

               "แต่ยานั่นมันไม่ได้ทำให้นายแข็งแรงขึ้นไง อาการนายมันทรุดลง หมอเขาต้องทำให้อาการมันทรงตัว ไม่งั้นนายตายไปตั้งแต่เมื่อวานแล้ว"


               แฮร์รี่ถอนหายใจออกมาอย่างอ่อนเพลีย บางครั้งเขาก็คิดอยู่เหมือนกันว่าเขาจะมานั่งทรมานสังขารตัวเองไปเพื่ออะไร ทำไมไม่รีบๆ ตายไปซะ  ทุกอย่างจะได้จบ แต่แค่นึกถึงหน้าของใครอีกคน ความอ่อนเพลียก็หายไปและทำให้เขาฮึดสู้ขึ้นมาได้อีกครั้ง


               "เอาเหอะ หวังว่าสองคนนั้นคงไม่ได้ไปเค้นอะไรจากพวกรอนหรอกนะ.."


               knock knock


               เดรโกถอนคาถาออกอย่างเงียบเชียบก่อนจะเดินไปเปิดประตู เห็นพ่อทูนหัวของตนยืนอยู่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึม


               "มีอะไรหรือเปล่าครับเซ..."

               "มีแน่ ออกมานี่เลย พวกเธอทั้งคู่นั่นแหละ"


               เด็กหนุ่มทั้งสองมองหน้ากัน รู้สึกได้ถึงความซวยที่กำลังจะมาเยือน




               "ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย! พวกเธอโกหกฉันทำไม!"

               "เอ่อ... คุณหมายถึงเรื่อง..."

               "เธอรู้ดีว่าฉันหมายความถึงเรื่องอะไรวีสลีย์ ถ้าสองคนนั้นเป็นอะไรขึ้นมาฉันจะไม่ให้อภัยพวกเธอเลย!" เสียงทุ้มหวานของลูเซียสตวาด

               "คุณรู้ได้ยังไงครับว่า..."

               "รู้ได้ยังไงว่าพวกเธอโกหกน่ะหรือ ถุงยาของเดรโกไง ฉันไม่ได้โง่ขนาดอ่านภาษาอังกฤษไม่ออกนะ หน้าซองยามันไม่ได้เขียนว่ายาแก้ปวดท้อง แต่มันเขียนว่าขยายเส้นเลือดดำ..." ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกๆ "...และลดการบีบตัวของหัวใจ"


               ทั้งสี่หนุ่มสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย


               "ลูเซียสครับ.."


               เสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำให้ลูเซียสหันไปมอง แล้วก็พบกับเด็กหนุ่มผมบลอนด์ที่เดินมาพร้อมกับเพื่อนคู่หู


               "แฮร์รี่ เอายาเธอมาให้ฉันดูหน่อย"

               "แต่..."

               "แต่อะไร มีอะไรทำไมถึงไม่ยอมบอกกัน อยากตายมากหรือไงถึงเก็บเรื่องใหญ่ขนาดนี้ไว้กับตัวน่ะ หา!" ไม่ใช่คำพูดของลูเซียส แต่เป็นคำพูดของเซเวอร์รัส


               แฮร์รี่หันไปหาศาสตราจารย์หนุ่ม เมื่อเห็นน้ำตาที่คลอหน่วยอยู่ในดวงตาคู่ที่เขาหลงรักก็รีบคว้ามือของอีกฝ่ายมาจับไว้แน่น


               "ผมไม่ได้อยากปิดบังอะไรหรอกฮะ แต่ผมแค่ไม่อยากให้ทุกคนเป็นห่วงเท่านั้นเอง.."

               "ต่อให้เธอสบายดีฉันก็ยังห่วงเธออยู่ดีแหละแฮร์รี่ อุ๊บ..!" เซเวอร์รัสรีบเอามือปิดปากอย่างรวดเร็ว


               รอยยิ้มกว้างถูกประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลาทันที มือหนาถูกยกขึ้นลูบแก้มเนียนขาวของศาสตราจารย์หนุ่มอย่างรักใคร่


               "นอกเวลาเรียน ผมขอเรียกศาสตราจารย์ว่า 'เซฟ' ได้ไหมฮะ"

               "มะ..ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องเลย! ยังไง..."

               "นะฮะ.."


               TBC.




_______________________________________
               มาแล้วคร้าบบบบบ มาดูกันดีกว่าว่าแฮร์รี่จะได้เรียกชื่อเล่นของเซเวอร์รัสไหมมมมม 

               คอมเม้นมาเยอะๆๆๆๆ น้าาา อย่าลืมไปเพ้อติดแท็กในทวิตว่า #ficHPmyman ด้วยน้าาา เจอกันตอนหน้าคร้าบบ


               @Me The Ripper




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 91 ครั้ง

125 ความคิดเห็น

  1. #124 UKIHARA (@UKIHARA) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 กันยายน 2562 / 19:48
    ไม่ได้หมกมุ่นนะเว้ย เเต่ตรงถุงยาเดรโก อ่านเป็นถุงยางเดรโกอ่ะ ไม่ได้หมกมุ่นจริ๊งจริง
    #124
    0
  2. #104 nicharipaen04 (@nicharipaen04) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 06:49

    แฮร์รี่ เขาเป็นห่วงยังจะหวานอีก

    #104
    0
  3. #72 22KN (@22KN) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 09:20
    สำหรับเรื่องนี้ เดินเรื่องเร็วๆแบบนี้ก็ดีค่ะ จะได้เห็นพัฒนาการของตัวละครไวๆ 555
    #72
    0
  4. #61 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 13:13

    สเนปกำัลังกังวลเรื่องของนายอยู่นะ ยังคิดจะหวานอีกหรอแฮร์รี่
    #61
    0
  5. #4 pan club (@stang50) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 21:44
    รู้สึกเนื้อเรื่องมันค่อนข้างดำเนินเร็วไป
    แถมเก็บความลับเอาไว้ได้ไม่นานอีก หรือถึงจะนานแต่ไทม์สคิปอาจจะทำให้เหมือนเนื้อหาน้อยไปก็ได้ค่ะ ทางที่ดี อธิบายให้เนื้อเรื่องมันยืดหน่อยน่าจะดีกว่าค่ะ ส่วนตัวชอบพล็อตเรื่องนะ เนื้อเรื่องมันน่าอ่านมากค่ะ แต่มันจะขัดๆตรงที่ทุกอย่างมันดูเร็วไปหมด

    แนะนำไม่ได้มากหรอกค่ะ แค่ของตัวเองยังแก้แล้วแก้อีก เข้าใจค่ะว่ามันยุ่งยากแต่ถ้าทำได้มันก็ดี5555
    #4
    1
    • #4-1 MeTheRipper (@MeTheRipper) (จากตอนที่ 3)
      4 มกราคม 2561 / 10:34
      ขอบคุณนะคร้าบบ ไรต์จะทำให้เนื้อเรื่องต่อจากนี้มันดำเนินช้าลงนะครับ
      #4-1