SF(s) for Harry Potter [All Pair] #ฟิคสั้นHP

ตอนที่ 2 : 2nd story - SS/HP [End] | True Colors - Justin Timberlake ; Anna Kendrick

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 65 ครั้ง
    3 ก.ย. 62


               กี่ครั้งแล้วนะที่ผมเฝ้ามองเขาคนนี้

               ตั้งแต่ปีหนึ่ง วันแรกที่ผมเข้ามาเหยียบ ณ โรงเรียนพ่อมดแม่มดและเวทมนต์ศาสตร์ฮอกวอตส์ แม้ผมจะได้รับสายตาจงเกลียดจงชังมาจากเขา แต่น่าแปลก ผมกลับหลงเสน่ห์นัยน์ตาสีดำสนิทคู่นี้อย่างถอนตัวไม่ขึ้นทั้งๆ ที่ผมอายุแค่สิบเอ็ดปี

               ผมไม่เข้าใจนักหรอกว่าทำไมช่วงแรกๆ เขาถึงทำโทษผมบ่อยนัก ทั้งที่บางทีมันไม่ใช่ความผิดอะไรมากมาย แต่ทำไมต้องสั่งกักบริเวณผมทุกครั้งด้วยนะ แค่หักคะแนนประจำบ้านก็พอแล้วนี่นา ถ้าผมไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเองนะ อาจเป็นเพราะเขาอยากอยู่ใกล้ชิดผมมั้ง ฮ่าๆๆ

               หลังจากเหตุการณ์ที่ผมเผชิญหน้ากับโวลเดอมอร์ตอนนั้น ผมเจ็บปวดไปทั้งร่าง รู้สึกเหมือนใช้พลังงานหนักเกินไป ซึ่งก็คงเป็นอย่างนั้นแหละ เพราะหลังจากที่ผมกำจัดควีเรลล์ไปได้แล้วนั้น ผมก็หมดสติไปหลายวัน ตื่นมาก็เห็นศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์นั่งอยู่ข้างเตียง ตอนนั้นผมรู้สึกหนักหัวมากๆ แต่ก็ถามคำถามที่ผมสงสัยไปหลายอย่างรวมถึงเรื่องของเขาด้วย ผมนิ่งไปนานตอนที่รู้ว่าเขาต้องเสี่ยงขนาดไหนเพื่อปกป้องผม นั่นคล้ายเป็นสิ่งที่ทำให้ความรู้สึกของผมชัดเจนขึ้น

               ปีสองฮะ เป็นปีที่ผมสร้างวีรกรรมไว้มากมาย ขโมยเครื่องปรุงยาของเขาไปปรุงน้ำยาสรรพรสทั้งที่ผิดกฏของโรงเรียน แถมยังแอบเข้าหอของเขาเพื่อสืบเรื่องห้องแห่งความลับอีก ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่าเดรโก มัลฟอยเป็นลูกทูนหัวของเขา มันก็อดไม่ได้อ่ะนะที่จะอิจฉาอ่ะ เพราะหมอนี่ได้ใกล้ชิดกับเขามากพอสมควรทีเดียว

               ไอ้ที่ผมพูดๆ มายังไม่รวมถึงที่ผมขโมยรถของคุณวีสลีย์มาขับไปโรงเรียนอีกนะ วันนั้นผมโดนเขาดุยกใหญ่เลย แต่ผมว่าผมเห็นนะ แววตาสีนิลของเขาสื่อความห่วงใยออกมาอย่างปิดไม่มิดเลย

               ปีสองของผมจบลงด้วยการที่ผมออกมาจากห้องแห่งความลับในสภาพเละเทะพร้อมด้วยสมุดบันทึกของทอม ริดเดิ้ล ดาบเงินเปื้อนเลือดบาซิลิสก์ของก็อดดริก กริฟฟินดอร์ และรอน เพื่อนสนิทของผม  กับน้องสาวของรอน -- จินนี่ผู้ตกเป็นเหยื่อของจอมมาร เรากลับมาได้เพราะฟอกส์ และที่ผมรอดมาได้เพราะเจ้านี่อีกเหมือนกัน ฟอกส์ -- นกฟินิกซ์ สัตว์เลี้ยงประจำกายของศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ เอ้อ! เกือบลืมแน่ะ ศาสตราจารย์ล็อกฮาร์ตผู้ไม่เอาไหนด้วย หมอนี่โดนคาถาลบความทรงจำของตัวเองที่ตีกลับ จะเรียกว่าโง่หรือโง่ดีล่ะ แต่ก็นะ ไม้กายสิทธิ์ของรอนมันเสียนี่นา

               ปีสาม ปีที่ผมได้เจอกับพ่อทูนหัวของผม ถึงวิธีของซิเรียสจะเถื่อนไปนิด แต่ก็เอาเหอะ ฮ่าๆๆ และศาสตราจารย์ประจำวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดปีนี้ก็คือศาสตราจารย์รีมัส ลูปิน เพื่อนเก่าของพ่อผมเอง ในวันที่ผมเจอซิเรียสเขาตามมาช่วยผมด้วยละ แต่ผมดันเสกคาถาปลดอาวุธใส่เขาซะงั้น เล่นซะเขาสลบเลย ก็ตอนนั้นผมต้องการรู้ความจริงทุกอย่างนี่ เข้ามาขัดทำไมล่ะ แต่ถึงงั้นก็เหอะ ยังไงผมก็รู้สึกผิดอยู่ดี แต่ที่แน่ๆ นะ ผมรู้ว่าเขาห่วงผมแค่ไหน เข้ามาช่วยผมโดยไม่กลัวอันตรายอะไรเลย

               แม้ว่าไอ้เจ้าปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์มันจะหนีไปได้ แต่ก็ไม่เป็นไรหรอก เพราะผมรู้แล้วว่าตัวเองยังมีครอบครัว มีคนที่ห่วงใยผมจริงๆ  ทั้งพ่อทูนหัวผม รอน เฮอร์ไมโอนี่ และเขา ให้ตายเหอะ! ผมรักเขาเข้าแล้วสิ!

               ใช่แล้วละครับ สามปีมานี้มีแต่เรื่องวุ่นวาย แบบโคตรของโคตรวุ่นวาย แต่ผมกลับมีใครคนหนึ่งที่คอยให้ความช่วยเหลือผมอยู่ตลอดเวลา เขาคนนี้ที่ผมรัก รักมากๆ ถึงผมจะรู้ว่าเขารักแม่ผม แต่แค่นี้ก็พอแล้ว มากพอแล้วที่ผมยังอยู่ในสายตาเขา

               แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นกับผม วันแรกที่ผมมาถึงบ้านวีสลีย์ หรือเรียกอีกอย่างว่าบ้านโพรงกระต่าย ในช่วงปิดเทอมขึ้นปีสี่  ผมรับจดหมายจากเขาด้วย! เฮ้ย! นี่ผมไม่ได้ฝันไปใช่ไหม!


               พอตเตอร์

               ปิดเทอมนี้เป็นยังไงบ้าง ท่านอาจารย์ใหญ่เสนอให้เธอมาอยู่กับฉันหลังจากจบงานควิดดิชเวิลด์คัพ เธอสะดวกไหม เพราะเราจะอยู่กันที่ฮอกวอตส์นี่ ถ้าเธอตกลง ฉันจะไปรับเธอหลังจากที่เธอกลับมาจากงานแล้วที่บ้านโพรงกระต่าย เธอกำหนดเวลาและวันที่มาได้เลย

               หวังว่าคงได้พบกัน
               เซเวอร์รัส สเนป


               แม่เจ้าโว้ยยยยย! ผมโคตรดีใจเลย ตะโกนออกมาซะลั่นบ้านจนคนอื่นหันมามอง ผมรีบวิ่งขึ้นไปบนห้องรอนเพื่อจัดเก็บข้าวของที่ยังไม่ทันได้จัดเข้าที่ลงหีบอีกครั้ง พร้อมทั้งหาปากกาขนนกมาตอบจดหมายเขาด้วย

               ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วละนะว่าเขาคือใคร แหะๆ ผมตอบจดหมายเขาแล้วให้นกฮูกนาที่มาส่งจดหมายเอาจดหมายอีกฉบับกลับไป ท่าทางคนส่งจะสั่งให้มันรอคำตอบจากผมเลยละสิ ถึงได้ไม่ยอมกลับไปตั้งแต่แรก แถมยังบินตามผมขึ้นบนห้องรอนด้วย

               เมื่อจัดการกับจดหมายเรียบร้อยแล้ว ผมก็หันมาจัดการกับข้าวของทั้งหมดของผมบ้าง เล่นซะแทบไม่เหลืออะไรในห้องเลย ก็คนมันตื่นเต้นนี่นา ผมจะได้เจอคนที่ผมรักเร็วกว่าเดิมตั้งสองอาทิตย์เลยนะ!

               ผมวิ่งลงมาบอกคุณนายวีสลีย์แทบจะทันทีที่ทำได้ เธอดูแปลกใจนิดหน่อย ก็แหงละ ผมกับสเนปนะ! กริฟฟินดอร์กับสลิธิรินเลยนะ! ไม่แปลกใจก็บ้าแล้วละ นี่ผมว่าเธอก็เก็บอาการเก่งมากๆ แล้วนะ

               หลังจากงานควิดดิชเวิลด์คัพที่ผมรอด (ตาย) มาได้อย่างหวุดหวิดนั้น ดูเหมือนสเนปจะเป็นห่วงผมมากเลยนะ แบบ เขาถามผมตลอดเวลาเลยอ่ะ ตั้งแต่บ้านถึงโรงเรียน เขาถามผมไม่หยุดเลย

               พอถึงฮอกวอตส์ ศาสตราจารย์ที่รักของผมก็พาผมไปที่ห้องพักของเขา เพราะตอนนี้หอยังไม่เปิด ถ้าเขารู้อย่างนี้เขาก็คงจะจัดเตียงไว้ให้ผมด้วยแหละ ผมรู้ว่าคุณก็คิดเหมือนผมใช่ไหมล่ะ แต่เปล่าเลย เขาแค่สั่งให้ผมเอาของไปเก็บในห้องนอนของเขา แล้วถ้าจะนอนก็นอนเลย ผมเข้าไปวางหีบไว้ในห้องตามคำสั่ง ล้มตัวลงบนเตียงขนาดกลางที่ตั้งติดผนัง ผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาดดูขัดกับบรรยากาศภายในห้อง หมอน ผ้าห่ม หมอนข้าง สีเดียวกันหมดเลย! ไม่น่าเชื่อ! ผมนึกว่าเขาจะใช้สีดำซะอีก

               เดี๋ยวนะ นี่ผมมานอนคิดอะไรอยู่เนี่ย ผมควรนอนได้แล้วสิ นอนมาแค่สามชั่วโมงเอง ผมหลับตาได้ไม่ถึงนาทีก็หลับสนิทเลยครับ

               ผมไม่รู้หรอกว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่ผมรู้สึกว่าผ้าห่มเคลื่อนขึ้นมาห่มตัวผม แถมด้วยริมฝีปากอุ่นหนาที่จูบลงมาบนหน้าผากผมอย่างแผ่วเบา แล้วผมก็รู้สึกว่าเตียงอีกฝั่งยวบลง สุดท้ายผมก็รู้สึกเหมือนผมถูกกอด ไม่รู้หรอกนะว่าฝันไปหรือเปล่า เพราะความรู้สึกมันเหมือนจริงมาก แถมผมยังอยู่ในสภาวะครึ่งหลับครึ่งตื่นด้วย แต่ผมหมดแรงเกินกว่าจะโต้ตอบการกระทำเหล่านั้น จึงปล่อยให้ตัวเองจมลงสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง

               ผมรู้สึกตัวตื่นขึ้นอีกทีตอนเย็นครับ ราวๆ ห้าโมงมั้ง โหหหหห นี่ผมหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ ผมคงเหนื่อยมากแหละมั้ง ก็เมื่อคืนผมหนีหัวซุกหัวซุนเลยนี่

               หน้าของผมซุกอยู่กับหน้าอกแข็งแรงของใครสักคนที่คงไม่พ้นสเนปแน่ๆ กลิ่นสมุนไพรอ่อนๆ ที่ติดอยู่ตามตัวเขาทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย ผมผละออกมาเล็กน้อยและมองไปรอบห้อง หีบของผมหายไปไหนไม่รู้ เดาว่าเขาคงเอาไปเก็บให้ผมแล้วละมั้ง (มั้งอีกแล้ว ชีวิตผมมันคงมีแต่การคาดเดาสินะ ฮ่าๆๆ)

               ผมกวาดสายตาไปเรื่อยๆ  ประตูฝั่งหนึ่งเป็นประตูห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้าตั้งอยู่ข้างประตูห้องน้ำ ทั้งหมดนี่อยู่ตรงข้างเตียงนอน ส่วนประตูห้องนอนอยู่ด้านซ้ายมือ ห้องของเขาไม่ได้ใหญ่หรือเล็กจนเกินไป เหมาะกับการอยู่คนเดียวมาก ถึงอยู่สองคนก็ไม่ได้อึดอัดจนเกินไปนัก

               จริงๆ ห้องนี้มันก็ไม่ได้มืดทึมอย่างที่คิดนะ กำแพงห้องเป็นสีเทาอ่อนเกือบขาว คือเอาจริงๆ มันไม่ได้มืดตื๋อเหมือนที่เจ้าของห้องพยายามให้มันเป็นเลยสักนิด  เพราะไอ้สีเทาอ่อนๆ มันทำให้ห้องสว่างไง แต่ช่างมันเอะ ผมว่าผมลุกไปอาบน้ำดีกว่า จะได้ไปหาอะไรกินที่โรงครัวด้วย

               หลังจากที่ผมจัดการตัวเองเรียบร้อยก็ออกไปที่โรงครัว ผมได้อาหารเย็นชุดโคตรใหญ่มาสองชุด และเพราะมันเยอะมาก ผมเลยใช้ไม้กายสิทธิ์ช่วย ของกินทั้งหลายถึงห้องอย่างปลอดภัย

               ผมเปิดประตูเข้าไปเจอสเนปนั่งทำหน้าบึ้งอยู่ที่โต๊ะทำงาน


               "หายไปไหนมา" สั้นๆ แต่โคตรดุเลยครับ

               "ผมไปเอาอาหารให้เราสองคนมาครับ คิดว่าศาสตราจารย์น่าจะ..."

               "ไปไหนทำไมไม่บอกฉัน! รู้ไหมว่าฉันตกใจแค่ไหนที่ไม่เห็นเธออยู่ในห้องน่ะพอตเตอร์! คราวหน้าคราวหลังหัดบอกกันก่อนสิ!" เป็นชุดเลยครับผม..

               "คะ..ครับศาสตราจารย์" ผมได้แต่รับคำอึกอัก

               "อยู่กันสองคนไม่ต้องเรียกศาสตราจารย์หรอก เรียกว่า 'เซเวอร์รัส' หรือ 'เซฟ' ก็ได้" สเนปบอกผมด้วยท่าทางที่ค่อนข้าง...เอ่อ...อ่อนโยนมั้ง

               "งั้นเซฟเรียกผมว่า 'แฮร์รี่' ดีกว่านะฮะ" ผมบอกเขาด้วยรอยยิ้ม


               เฮ้ย! นั่นเซฟยิ้มใช่ไหม! (หัดเรียกไว้จะได้ชิน ฮ่าๆๆ) รอยโค้งบางๆ บนริมฝีปากนั่น โอ๊ยยยย ละลายครับผมงานนี้

               เราสองคนจัดการอาหารที่พวกเอลฟ์จัดมาให้อย่างไม่เหลือหลอ คือผมไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันไง ก็ต้องหิวเป็นธรรมดาอยู่แล้ว หลังจากนั้นเซฟก็ไปอาบน้ำ ตอนเขาออกมาออกมาโดยพันผ้าขนหนูผืนเดียว ผมนี่ตาค้างเลย

               ผิวของเซฟขาวมากกก ขาวแบบ ขาวมากๆ อ่ะ คงเป็นเพราะไม่ค่อยได้เจอแดด แล้วผมยาวๆ นั่นก็ไม่ได้มันเยิ้มเลยสักนิด เวลาดูใกล้ๆ มันเป็นมันเงาต่างหาก คือเรียกง่ายๆ ว่าผมเซฟดูเป็นผมของคนที่ใส่ใจดูแลตลอดเวลาอ่ะ แถมเนื้อตัวของเขายังเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อด้วย นี่เซฟเคยออกกำลังกายด้วย!?

               หน้าผมร้อนผ่าวแถมแดงแจ๋ด้วยความเขิน เซฟยิ้มนิดๆ นัยน์ตาสีดำเป็นประกายขบขัน ให้ตายสิ! แค่นี้ผมก็จะละลายตายแล้ว ยังจะมายิ้มแบบนั้นอีก

               หลังจากเซฟใส่เสื้อผ้าเสร็จแล้วเราก็นั่งคุยกันไปเรื่อยๆ คือปกติเราแทบไม่เคยคุยกันดีๆ เลยไง เราจึงจิกกัดกันตลอดเวลา แน่นอนว่ามันตามมาด้วยเสียงหัวเราะเสมอ ผมไม่คิดเลยว่าเขาจะเป็นคนที่หัวเราะง่ายขนาดนี้ ทีเวลาอยู่กับคนอื่นดันตีหน้ายักษ์ใส่ชาวบ้านชาวช่องเขาไปทั่ว แต่ก็ดีแล้วละ เพราะผมจะได้เป็นคนเดียวที่เขาหัวเราะด้วยไง แหะๆ

               แล้วบทสนทนาของเราก็ดำเนินไปถึงเรื่องที่ไม่คิดว่าจะได้ยินจากปากของเขา


               "เธอมีแฟนหรือยัง"

               "ฮะ? ทำไมถามแบบนั้นล่ะฮะ"

               "ก็ปีนี้เธอก็ปีสี่แล้ว ถือว่าโตพอสมควร ก็เลยคิดว่าเธอน่าจะมี...เอ่อ...คนรู้ใจน่ะ" เขาตอบตะกุกตะกัก

               "ก็... ยังหรอกฮะ แต่ว่า...ผมมีคนที่รักอยู่แล้วละฮะ" ผมตอบยิ้มๆ

               "เหรอ.." เซฟถามกลับด้วยน้ำเสียงที่หม่นลง

               "จะไม่ถามหน่อยเหรอครับว่าเขาเป็นใคร" ผมลองหยั่งเชิง ใจเราอาจจะตรงกันก็ได้ ใครจะรู้ ถึงเปอร์เซ็นต์มันจะน้อยมากก็ตาม

               "ถ้าเธอยากบอกน่ะนะ" น้ำเสียงเขาดีขึ้นเล็กน้อย


               ผมจ้องเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร่ายคุณสมบัติของคนตรงหน้าออกมา


               "เขาเป็นคนที่กะ... โตกว่าผมเยอะฮะ คนภายนอกมักจะเห็นว่าเขาเป็นคนเย็นชา แข็งกระด้าง โหด แถมยังลำเอียงอีกต่างหาก แต่ว่าเวลาเขาอยู่กับผมนะ เขากลับอ่อนโยน หัวเราะง่าย ทำให้ผมรู้สึกดีเวลาอยู่ใกล้ คนภายนอกอาจจะคิดว่าเขาเกลียดผม ทั้งที่เขาปกป้องผมตั้งแต่วินาทีแรกที่ผมก้าวเท้าเข้ามาเรียนที่นี่ เขาไม่เคยซ่อนสายตาของเขาได้เลยว่าเขาเป็นห่วงผมแค่ไหนเวลาดุผม เขาชอบทำเป็นหยิ่งกับผมแต่ผมกลับมองว่าเขาน่ารัก..." ผมพล่ามไปเรื่อยๆ และจงใจหยุดไว้

               "เอ่อ..."

               "...ที่สำคัญนะครับ เขาสอนวิชาปรุงยาผมครับ" ผมแทรกขึ้นมาก่อนที่เซฟจะได้พูดอะไร


               เซฟตัวแข็งทื่อเลยครับ หน้าแดงแจ๋ ตาเบิกกว้าง ท่าทางเขาดูช็อกมาก ฮ่าๆๆ น่ารักชะมัด

               แต่ใช่ว่าผมจะไม่เขินนะ ผมเองหน้าแดงไม่ต่างจากเขาหรอก แต่ผมแอบรักเขามาสามปีแล้วอ่ะ มันก็คงถึงเวลาแล้วละที่ผมควรจะบอกความรู้สึกของผม แล้วเขาก็เป็นคนถามผมเอง เพราะฉะนั้น ผมแค่ตอบสิ่งที่เขาอยากรู้เท่านั้นเอง

               เวลาผ่านไปสักพัก เหมือนว่าเซฟจะหายช็อกแล้วนะ เขารั้งตัวผมเข้าไปกอดแน่น อ้อมกอดอุ่นๆ ที่ผมได้รับจากเขาเป็นครั้งที่สองแล้ว เขาพูดออกมาเพียงประโยคเดียวสั้นๆ ประโยคที่ทำให้ผมกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว


               "ฉันรักเธอ.."


               ผมปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาเงียบๆ ฝังหน้าลงไปกับอกอุ่นของเซฟ เพียงเท่านี้ที่ผมต้องการ แค่นี้จริงๆ ผมไม่สนว่าเขามารักผมตอนไหน ไม่สนด้วยว่าเขาลืมแม่ผมได้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ วินาทีนี้ หัวใจของผมกับเขาตรงกันแล้ว ความรู้สึกของเราทั้งคู่ตรงกันในที่สุด และผมเชื่อเสมอว่าผมเลือกรักคนไม่ผิด


               "ให้เกียรติคบกับฉันนะ.."


               ผมไม่ได้ตอบคำถามของเขา เพียงแต่กอดเขาให้แน่นขึ้น ให้เขารู้ว่าผมตกลงและเต็มใจที่จะให้เขาดูแลผมไปตลอดชีวิต

               ต่อจากนี้ผมอาจจะเจอเรื่องยุ่งอีกมาก เจอสารพัดปัญหาบ้าบอคอแตกในโลกเวทมนตร์นี้ แต่อย่างน้อยตอนนี้ เวลานี้ ผมพร้อมแล้วที่จะก้าวผ่านปัญหาทุกอย่าง เพราะผมมีคนที่จะอยู่เคียงข้างผมนับจากนี้แล้ว..


               ...I see your true colors shining through, I see your true colors that's why I love you..


               THE END.




____________________________________________________
               ไรต์รู้ว่าไรต์หายไปนานมากกกกกกก กราบขออภัยรีดเดอร์ทุกท่านด้วย แหะๆ หวังว่าจะอ่านกันอย่างสนุก ติดตามกันยาวๆ เน้อออ


               @Me The Ripper
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 65 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #47 JomKwan2882 (@JomKwan2882) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:33

    ชอบบบบ วิธีการพูดของน้องรี่มันเคมากเลยอ่ะ 55555+
    #47
    0
  2. #19 ลักยิ้ม (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 21:13

    ชอบอ่ะ เป็นเรื่องที่ให้แฮร์รี่ดำเนินเรื่องเรื่อยๆ แต่อบอุ่นหัวใจที่สุด

    #19
    0