SF(s) for Harry Potter [All Pair] #ฟิคสั้นHP

ตอนที่ 14 : 8th story - JP/SS [Old Plot - End] | For You - Liam Payne ; Rita Ora

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 243
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    3 ก.ย. 62




               ทหารเป็นอาชีพที่แสนมีเกียรติ ท้าทาย และเสี่ยงตายทุกวินาที
 
               ทหารถูกแบ่งออกเป็นสามเหล่า อันได้แก่ ทหารบก ทหารเรือ และทหารอากาศ ซึ่งในแต่ละเหล่ายังถูกแบ่งเป็นหน่วยงานต่างๆ อีกเป็นจำนวนมาก 

               เซเวอร์รัส สเนปถูกบรรจุอยู่ในเหล่าของทหารอากาศ แต่หน้าที่ของชายหนุ่มคือการเช็คสภาพเครื่องบินก่อนบิน เรียกอีกอย่างว่าช่างอากาศ และนั่นก็คล้ายจะเป็นความทรงจำแรกและสิ่งแรกที่ทำให้เขาได้พบกับรักแรก

               เซเวอร์รัสไม่ใช่ผู้ชายที่เอาแต่หล่อไปวันๆ เขามีความสามารถมากกว่าหน้าตาที่ออกหวานนิดๆ แต่ดูดีและผมสีดำขลับที่ถูกตัดตามระเบียบทหารนั่น เขาคือมือหนึ่งของช่างอากาศแห่งกองบิน มือเรียวที่ดูเหมาะกับการทำงานเบาๆ หยิบจับเครื่องมือช่างสารพัดอย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มบางๆ มักถูกแต้มบนใบหน้าอยู่เสมอจนเปรียบเสมือนอาภรณ์ชิ้นหนึ่งที่เจ้าตัวสวมใส่เป็นประจำ มีน้อยคนนักที่จะได้เห็นรอยยิ้มที่มาจากความรู้สึกของเขาจริงๆ

               วันนี้เซเวอร์รัสนั่งรออยู่ที่ฐานทัพตามปกติ เวลานี้มักเป็นเวลาที่เขาจะได้เห็นเจ้าของร่างสูงเดินเข้ามาหาเขาเสมอ และภายในเวลาไม่เกินหนึ่งนาที ใครคนนั้นก็เดินเข้ามานั่งข้างเขา มือใหญ่โอบเอวเล็กมาแนบกาย จมูกคลอเคลียอยู่แถวสันกรามที่แทบมองไม่เห็นแล้วจบลงที่การหอมแก้มเซเวอร์รัสอย่างชื่นใจ

               เจมส์ พอตเตอร์คือนิยามของชายในฝันสำหรับผู้หญิงทุกคน ผมสีน้ำตาลเข้มที่ถูกตัดสั้นเป็นทรงทหารเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา ริมฝีปากบางสีเชอร์รี่บวกกับจมูกโด่งๆ ทำให้เครื่องหน้าดูลงตัว ยังไม่รวมไปถึงนัยน์ตาสีอัมพันและคิ้วเข้มที่ทำให้ทุกอย่างดูเหมาะเจาะยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเจมส์ไม่ต่างอะไรกับเทวดาเดินดินเท่าไหร่นัก

               ร่างสูงนั่งมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนรักอย่างเพลิดเพลิน ยามปรางขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีชมพูเข้มทำให้เขารู้สึกเอ็นดูและรักผู้ชายคนนี้มากขึ้นไปอีก

               อันที่จริงแล้ว เมื่อมองเผินๆ พวกเขาคือคู่รักที่สมบูรณ์แบบและน่าจับตามองมากที่สุดในกองทัพอากาศ แต่ใครเลยจะรู้ว่าทั้งคู่มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่งที่ทำให้พวกเขาหงุดหงิดและรู้สึกไม่ดีอยู่หลายครั้ง

               เดี๋ยวความเสน่ห์แรงของเจมส์ และใบหน้าที่หวานนิดๆ แต่เกินชายไปมากโขของเซเวอร์รัส ทำให้ทั้งสองโดนตามจีบไม่เว้นแต่ละวัน เจมส์มักจะโดนสาวๆ ที่อยู่ฝ่ายเอกสารจ้องตาไม่กะพริบ ส่วนเซเวอร์รัสก็มักจะโดนลวนลามจากนายช่างหรือทหารอากาศนายอื่นอยู่เสมอ มีครั้งหนึ่งที่เซเวอร์รัสโดนมอมเหล้าจนหมดสติ โชคดีแค่ไหนที่เจมส์เข้าไปช่วยทัน และเกือบจะกลายเป็นฆาตกรหน้าหล่อไปแล้ว

               การทำงานของทั้งสองแตกต่างกันพอสมควร เนื่องจากเจมส์เป็นนักบินรบ เขาจึงไม่จำเป็นต้องเข้ากองบินทุกวันหากไม่มีเวรบินและไม่อยู่ในช่วงศึกสงคราม ซึ่งเท่าที่เขาจำได้ คำว่า 'สงคราม' มันจบไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองแล้ว 

               ตรงข้ามกับเซเวอร์รัส ชายหนุ่มต้องเข้ากองบินทุกวัน เพราะเขาไม่สามารถเลือกได้ว่าจะเป็นนายช่างเครื่องให้ใคร นั่นหมายความว่าต้องทำงานเวียนเครื่องกันตลอด นั่นยังรวมไปถึงเครื่องบินรบสำหรับฝึกของว่าที่เรืออากาศตรีทั้งหลายด้วย

               แต่จะยุ่งแค่ไหน พวกเขาก็ยังมีเวลาให้กันและกันอยู่เสมอ และไม่เคยมานั่งงี่เง่าใส่กันเลย นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาถึงไม่เคยทะเลาะกัน และความรักยังมั่นคงจนถึงทุกวันนี้ ทั้งที่เวลาก็ผ่านมาสามปีแล้ว


               "วันนี้เซฟอยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมครับ"

               "ไม่ดีกว่า วันนี้คุณบินลาดตระเวนทั้งวันก็เหนื่อยแล้ว ให้ผมทำมื้อเย็นเองดีกว่านะครับ"

               "เซฟเหนื่อยกว่าผมอีกนะ ต้องเข้ากองบินทุกวันเลย"

               "มันเป็นงานนี่ครับ คุณก็รู้ ผมต้องขอบคุณมันด้วยซ้ำ ไม่งั้นเราคงไม่มีวันนี้"

               "แต่ผมอยากทำมื้อเย็นให้คุณกินนี่นา" เจมส์ออดอ้อน

               "ไว้พรุ่งนี้ก็ได้นี่ครับ พรุ่งนี้คุณไม่ต้องเข้าเวรไม่ใช่เหรอ ผมกลับมาเหนื่อยๆ จะได้กินอาหารอร่อยๆ ฝีมือคุณไง"

               "สัญญาแล้วนะ"

               "ผมเคยผิดคำพูดกับคุณหรือไงล่ะ"

               "งั้นไปเถอะครับ ผมหิวแล้ว"


               เมื่อถึงบ้าน เจมส์ก็ขอตัวไปอาบน้ำ ส่วนเซเวอร์รัสก็เข้าครัวทำอาหารสำหรับพวกเขาสองคน ชีวิตของพวกเขาค่อนข้างเรียบง่ายและไม่หวือหวามากนัก ทำงานเสร็จก็กลับบ้าน กินข้าว พักผ่อน วนลูปอยู่แบบนี้ทุกวัน

               แต่แปลกที่เขาไม่เคยเบื่อเลย
     
               คงเป็นเพราะมีใครอีกคนมาใช้ชีวิตวนลูปแบบนี้ร่วมกับเขาละมั้ง..

               หลังจากเสร็จมื้อเย็นที่พ่อหนุ่มนักบินฟาดเรียบราวกับอดอยากปากแห้งมานาน ทั้งสองก็มานั่งดูทีวี เปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆ ตามต้องการ อิงแอบกันอยู่บนโซฟาขนาดพอดีสำหรับพวกเขาสองคน

               บ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ในตอนนี้เป็นบ้านที่ทั้งคู่ช่วยกันเก็บเงินซื้อมาตั้งแต่ตอนเรียน และด้วยความที่เซเวอร์รัสอายุมากกว่าเจมส์อยู่หนึ่งปี ทำให้เขามีเงินเก็บมากกว่าเจมส์ที่เพียรทำงานพิเศษแทบตายเพราะไม่ยอมขอเงินพ่อแม่ สุดท้ายบ้านหลังนี้จึงกลายเป็นของขวัญวันเรียนจบและของขวัญการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มตัวของเสืออากาศหนุ่ม และเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตคู่ของพวกเขาจริงๆ ถึงแม้จะไม่ได้แต่งงานกันก็ตาม

               แต่แค่พ่อแม่ของพวกเขาไม่ขัดขวางก็เพียงพอแล้วนี่นา จริงไหม



               Skin to skin
Breathe me in
Feel with your kiss on me
Lips are made of ecstasy
I'll be yours for a thousand lives

               ในคืนนั้น พวกเขาจบลงด้วยเซ็กส์อันวาบหวามบนเตียงนุ่ม เนื้อแนบเนื้อจนไม่เหลือช่องว่างให้อากาศแทรกเข้าไป ใบหน้าของพวกเขาชิดกันราวกับใช้ลมหายใจเดียวกัน จูบอันแสนอ่อนหวานและเร่าร้อนทำให้ทั้งสองราวกับอยู่ในเพลิงโลกันต์ที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งอย่างที่ขวางหน้า ทุกสัมผัสที่เจมส์เติมเต็มเข้าไปในร่างกายของเซเวอร์รัสทำให้ชายหนุ่มแทบคลั่ง รอยคิสมาร์คปรากฏอยู่บนร่างกายของสองหนุ่มอย่างเด่นชัด ต่างเติมเต็มให้กันและกันอย่างไม่มีสิ้นสุด คล้ายกับว่าพรุ่งนี้จะต้องพรากจากกันก็ไม่ปาน

               แต่ไม่ว่าจะเกิดอีกกี่ชาติ พวกเขาก็ขอมีกันและกันแบบนี้ไปชั่วนิรันดร์




               วันนี้เซเวอร์รัสเข้ามาทำงานตามปกติ

               เขายังคงทำหน้าที่ของตัวเองตามปกติเช่นทุกครั้ง หากมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนจะผิดปกติ เมื่อผู้บังคับการกองบินเรียกประชุมทหารทุกนาย นั่นหมายความว่านายช่างอากาศอย่างเขาย่อมไม่ใช่ข้อยกเว้นเช่นกัน เพราะทุกคนที่ทำหน้าที่ในกองทัพอากาศก็ถือว่าเป็นทหารอากาศด้วยกันทั้งสิ้น ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหน้าที่อะไร

               และสิ่งที่ตอกย้ำความผิดปกติในวันนี้คือการที่เจมส์มานั่งอยู่ในห้องประชุมก่อนหน้าเขาโดยที่ไม่ต้องเข้าเวรในวันนี้


               "คุณรู้ได้ไงว่าวันนี้มีประชุม" เซเวอร์รัสกระซิบถามขณะนั่งลงข้างคนรัก

               "พอดีทอมมันโทรตามผมน่ะครับ มันเข้าเวรวันนี้ รีมัสที่ไม่มีเวรยังโดนโทรตามเลย นั่นไงครับ"


               เจมส์พยักเพยิดไปที่หนุ่มผมน้ำตาลคนหนึ่งที่เป็นแฟนกับคนที่โทรตามเขา หนุ่มคนนั้นเดินเข้ามานั่งข้างทอมพลางกระซิบถามด้วยสีหน้าที่แสดงความสงสัยอย่างปิดไม่มิด


               "แล้วลูเซียสกับซิเรียสล่ะ? ผมยังไม่เห็นเลยนะ"

               "พวกมันไม่มีเวรเหมือนกันครับ แต่คงกำลังมาแหละ"


               ไม่ทันขาดคำ คนคู่สุดท้ายก็เดินเข้ามานั่งประจำที่ เจ้าของใบหน้าติดหวานมีสีหน้าที่เป็นกังวลจนเห็นได้ชัด มือแกร่งของซิเรียสจึงเอื้อมไปจับไว้อย่างปลอบประโลม


               "มากันครบแล้วใช่ไหม ผมจะได้เริ่มสักที เราเสียเวลามามากแล้ว

               "ตอนนี้ชายแดนอังกฤษกำลังมีปัญหา อยู่ดีๆ พวกกองทัพเยอรมันก็บุกโจมตีพวกเรา ทหารตายไปสอง บาดเจ็บอีกสาม ล่าสุดมีทิ้งระเบิดเมื่อเช้านี้อีก แน่นอนว่าเราปล่อยผ่านเรื่องนี้ไม่ได้แน่ๆ

               "หลังจากนี้ผมอยากให้พวกคุณทุกคนเข้ากองบินทุกวัน ตารางเวรจะถูกเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด ใครที่ไม่มีเวรก็ทำหน้าที่เป็นครูการบินชั่วคราวให้กับนักบินจบใหม่ไปซะ เราจำเป็นต้องมีกองทัพที่มีกำลังและมีประสิทธิภาพสูง เพราะฉะนั้นผมหวังว่าพวกคุณจะตระหนักถึงความสำคัญของหน้าที่ตัวเองด้วย

               "ผมรู้ว่าที่ผ่านมาพวกคุณทำหน้าที่กันได้ดีอยู่แล้ว แต่นับจากนี้ไป จนกว่าเรื่องจะจบ การทำงานของพวกคุณต้องดีขึ้นกว่านี้มาก ผมเชื่อมั่นในศักยภาพของพวกคุณเสมอ"


               ผู้บังคับบัญชาการกองบินกวาดสายตามองทหารในสังกัดทุกคน ก่อนจะจบการประชุม พร้อมกับวางตารางบินใหม่ของเหล่าเสืออากาศไว้บนโต๊ะ ทุกคนต่างแห่กันเข้ามาดูทันทีที่ลับร่างของคนสั่งการ แล้วพวกเขาก็หน้าเสียไปตามๆ กันทันทีเมื่อเห็นว่าไม่ใช่แค่เฉพาะตอนกลางวันเท่านั้นที่พวกเขาต้องทำงาน แต่เป็นตอนกลางคืนด้วย

               สีหน้าของเซเวอร์รัสแลดูเคร่งเครียด ปกตินักบินจะได้เวลาพักสองวันเพื่อรอขึ้นบินรอบใหม่ แต่ครั้งนี้กลับต้องบินวันเว้นวัน แถมเจมส์ยังเจอเวรบินตอนกลางคืนในวันพรุ่งนี้ด้วย เขาไม่อยากให้เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเลย แต่ท่าทางเขาจะต้องทำใจล่วงหน้าซะแล้ว..

               เย็นวันนั้น ทั้งสองกลับบ้านกันอย่างเงียบเชียบ ตลอดระยะเวลาหลายชั่วโมงไร้ซึ่งเสียงพูดคุยใดๆ บรรยากาศแห่งความกดดันแผ่กระจายไปทั่วบ้าน

               เมื่อถึงเวลานอน ปกติเซเวอร์รัสมักจะหลับไปในอ้อมกอดของเจมส์เสมอ แต่คืนนี้กลับตรงกันข้าม ช่างอากาศหนุ่มขมวดคิ้วแน่น เมื่อทนไม่ไหวจึงถอนหายใจออกมา

               ทั้งที่รู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่าอาชีพของพวกเขาคงเลี่ยงเรื่องแบบนี้ไม่ได้

               ทั้งที่รู้อยู่แล้วแท้ๆ...


               "เป็นอะไรหรือเปล่าครับ" เจมส์ถามเมื่อได้ยินเสียงถอนหายใจของคนรัก แม้พอจะรู้อยู่ว่าเรื่องอะไร

               "ผมกลัว.."

               "ไม่เห็นต้องกลัวเลย ผมแค่บินถี่กว่าปกติเท่านั้นเอง"

               "แต่นี่มันไม่เหมือนกันนี่ ถ้าเกิดคุณเป็นอะไรขึ้นมา..."

               "ชู่วววว.. ไม่เอาครับ ผมไม่ตายง่ายๆ หรอกนะ เชื่อใจในฝีมือของผมนะครับ"

               "แต่ว่า..."

               "ผมไม่เคยผิดคำพูดนะครับ เซฟก็รู้ ผมจะกลับมาหาเซฟให้ได้ ผมสัญญาครับ"

               "ห้ามผิดสัญญานะครับ ไม่งั้นผมจะ..."

               "จะทำอะไรครับ"


               เจมส์ผละออกเพื่อที่เขาจะได้มองใบหน้าที่เขาหลงใหลได้ชัดๆ สัญชาตญาณของเขากำลังบอกว่าเซเวอร์รัสจะ...


               "ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เซฟห้ามคิดสั้นเด็ดขาด ไม่ว่าคุณจะท้อหรือเสียใจแค่ไหนก็อย่าแม้แต่จะคิด ถ้าไม่คิดว่าอยู่เพื่อตัวเอง ก็คิดซะว่าอยู่เพื่อผมเถอะครับ ผมขอร้อง"

               "ฮึก.."


               เจมส์คว้าตัวคนรักขึ้นมากอดแนบอก ลูบหัวทุยเบาๆ ถึงเขาจะสัญญาไปแล้วว่าจะรอดกลับมาให้ได้ แต่ไม่มีใครการันตีได้เลยว่ามันจะจบลงด้วยดีอย่างปากว่า และเหมือนเซเวอร์รัสจะรับรู้ได้ แขนเล็กโอบรอบเอวหนาแน่น ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาอย่างสุดกลั้น เขาคิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าจะอยู่ยังไงหากขาดผู้ชายคนนี้ไป..




               สงครามเริ่มต้นขึ้นแล้ว..

               ความรุนแรงบริเวณตะเข็บชายแดนเริ่มตึงเครียดขึ้นเรื่อยๆ การปะทะเริ่มใกล้เข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความสูญเสียที่ไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่เริ่มทำให้ใครหลายๆ คนหวั่นใจ

               วันนี้เซเวอร์รัสกับเจมส์เพิ่งกลับจากเยี่ยมทอม ชายหนุ่มถูกยิงตกไปเมื่อสามวันก่อน อาการตอนนี้สาหัสเอาเรื่องและยังไม่ได้สติ รีมัสร้องไห้ราวกับจะขาดใจทุกครั้งยามเห็นร่างของคนรักนอนแบ็บอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องไอซียู นัยน์ตาสีน้ำตาลสวยที่เคยเป็นประกายสดใสกลับไม่ต่างอะไรกับลูกแก้วที่แตกละเอียดไม่มีชิ้นดี หยาดน้ำตาร่วงรินตลอดเวลา

               สุดท้ายพวกเขาจึงตัดสินใจนอนค้างเป็นเพื่อน รีมัสต้องการกำลังใจอย่างถึงที่สุด ในสภาวะสงครามเช่นนี้ มีเพียงคนที่มีจิตใจเข้มแข็งเท่านั้นที่จะผ่านพ้นมันไปได้

               หลายวันผ่านไป ตารางบินที่แสนหฤโหดของเหล่าทหารอากาศยังคงดำเนินต่อไป ในขณะที่ช่างอากาศอย่างเซเวอร์รัสก็ยังต้องทำหน้าที่ต่อไปเช่นกัน ด้วยเวรบินที่ถี่ขึ้นเป็นเท่าตัว การทำงานของทุกคนจึงต้องผลัดเปลี่ยนกันบ่อย และวันนี้เซเวอร์รัสก็วนมาเช็คเครื่องบินให้เจมส์ นับว่าเป็นโอกาสที่หาได้น้อยมากจริงๆ

               แต่เขากลับไม่รู้ว่าควรดีใจไหม..

               อากาศยานลำแกร่งลับสายตาไปแล้ว เซเวอร์รัสเดินเข้าไปยังจุดนัดหมายของเขาและเจมส์เพื่อรอให้เสืออากาศหนุ่มกลับมา ภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าเพื่อให้อีกฝ่ายปลอดภัย น้ำตาแห่งความเครียดรินรดใบหน้าเรียวเรื่อยๆ

               เสียงปืนกลจากระยะไกลดังขึ้นกระทบโสตประสาทของชายหนุ่มอย่างชัดเจน เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินวิ่งวุ่นไปทั่ว รถพยาบาลจอดรออยู่แถวๆ ลานบินทำให้หัวใจของเขาร่วงลงไปอยู่ในจุดที่ไม่ควรอยู่ทันที

               และแล้ว...เสียงไอพ่นของเครื่องบินก็ดังขึ้น แลเห็นเรือบินลำใหญ่ลดระดับลงมาเรื่อยๆ จนล้อแตะพื้น แต่มีสองลำที่บินเกาะปีกกันมา เซเวอร์รัสรีบวิ่งออกไปดู แล้วก็เห็นซิเรียสที่รีบลงจากเครื่องของตัวเองเพื่อพยุงร่างของคนรักออกมาจากตัวเครื่องของอีกฝ่าย ใบหน้าของลูเซียสไร้สีเลือดจนคนรอบข้างใจหาย รอยกระสุนที่ซี่โครงขวาส่อถึงเค้าอาการที่ค่อนข้างสาหัสพอสมควร

               เซเวอร์รัสมองเพื่อนรักสองคนที่หายลับไปจากสายตา หมู่บินที่ออกไปวันนี้มีเพียงสามหมู่บินเท่านั้น แต่นี่เพิ่งกลับมาเพียงหมู่บินเดียวเอง

               สองชั่วโมงต่อมา หมู่บินที่สองก็กลับมา มีคนบาดเจ็บกลับมาอีกแล้ว เซเวอร์รัสภาวนาให้ไม่ใช่เจมส์ ซึ่งยังดีที่พระเจ้ายังฟังคำขอของเขา แต่ผู้โชคร้ายกลับเป็นรีมัส แฟนของทอมนั่นเอง

               ช่างอากาศหนุ่มมองรีมัสที่ถูกพยุงเดินจากไป ไม่อยากจะเชื่อว่าเพื่อนรักของเขาสามคนจะต้องมาบาดเจ็บแบบนี้ ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่ไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ถึงจะเตรียมใจไว้แล้วก็เถอะ...

               ...แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำใจได้นี่นะ


               เซเวอร์รัสเดินกลับเข้ามายังจุดนัดพบของเขากับเจมส์อีกครั้ง เวลาผ่านไปนานจนคุมสติแทบไม่อยู่ ชายหนุ่มเริ่มเดินไปเดินมาอย่างกระวนกระวาย หนึ่งทุ่มแล้วแต่เจมส์ยังไม่กลับมาสักที น้ำตาไหลงมาตามใบหน้าหวานอีกครั้ง หัวใจที่พยายามทำเป็นเข้มแข็งมาตลอดพังไม่เป็นท่า เจ้าหน้าที่หอบังคับการบินเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง แล้วในที่สุดความอดทนของชายหนุ่มก็หมดลง


               "ขอโทษนะครับ ทำไมหมู่บินสุดท้ายยังไม่กลับมาอีก นี่มันเลยกำหนดเวลาแล้วนี่ครับ"

               "ตอนนี้เรายังติดต่อใครไม่ได้เลยครับ คิดว่าน่าจะถูกยิงตกแถวๆ ป่าตรงตะเข็บชายแดน ขาดการติดต่อไปสัก..."


               คำพูดที่เหลือของเจ้าหน้าที่คนนั้นไม่ได้เข้าหูเขาอีกแล้ว ร่างกายและหัวสมองเหมือนโดนแช่แข็งชั่วคราว เขาคิดอะไรไม่ออก ขยับไปไหนไม่ได้ รู้สึกราวกับทุกอย่างพังทลาย ขอบตาร้อนผ่าวจนต้องปล่อยให้ของเหลวไหลออกมา

               คืนนั้นเซเวอร์รัสไม่ได้กลับบ้าน เขาตัดสินใจนอนที่บ้านพักในกองบิน ถ้าหากเจมส์กลับมาจะได้เจอเขาเป็นคนแรก หรืออย่างน้อย...ได้ข่าวคราวบ้างก็ยังดี

               หนึ่งวันผ่านไป...

               สองวันผ่านไป...

               สามวันผ่านไป...

               หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป...


               เวลาล่วงเลยมาพอสมควรแล้ว ยังคงไม่มีใครติดต่อหมู่บินสุดท้ายได้ เหล่านักบินรบทั้งหลายขึ้นบินกันไม่เว้นแต่ละวัน ทั้งออกไปรบ และลาดตระเวนตามหาผู้สูญหาย...

               ...แต่ก็ยังไม่เจอ


               เพื่อนๆ ในกองบินต่างพากันเป็นห่วงเจ้าของร่างเล็ก เซเวอร์รัสดูโทรมลงไปถนัดตา ขอบตาดำคล้ำ ผิวพรรณที่เคยสดใสกลับดูอมเทา ใบหน้าอมทุกข์ตลอดเวลา

               วันนี้เซเวอร์รัสไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลทหารอากาศ ตอนนี้ทอมฟื้นแล้ว แต่อาการก็แทบทรุดเมื่อรู้ว่าคนรักของตัวเองโดนยิง ยิ่งเห็นสภาพซีดเซียวของคนตัวเล็กด้วยแล้ว..

               แต่สภาพของทอมคงนับว่าดีทีเดียวเมื่อเทียบกับซิเรียส เจ้าของใบหน้าเจ้าเสน่ห์ร้องไห้ทุกวันตั้งแต่เกิดเรื่อง ผ่านมาเป็นอาทิตย์แล้วแต่ลูเซียสก็ยังไม่ฟื้นสักที ถ้าอีกฝ่ายไม่มาคอยระวังให้เขา มีหรือที่จะต้องเจ็บตัวแบบนี้ เพียงนึกถึงยามที่ร่างของลูเซียสกระตุกขึ้นมาเพราะแรงกระแทกจากกระสุนที่เจาะทะลุตัวเครื่อง หัวใจก็บีบรัดราวกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ นึกโกรธตัวเองที่แค่ปกป้องคนรักยังทำไม่ได้ ทำได้เพียงบินเกาะปีกมาตลอดทางเพื่อพาอีกฝ่ายให้เข้ารับการรักษาอย่างเร่งด่วน


               "ลูเซียส...ฉันขอโทษ ฮึก.."

               "มันไม่ใช่ความผิดของนายเลยนะซิเรียส ไอ้พวกเยอรมันต่างหากที่ทำให้ลูเซียสต้องแบบนี้" เซเวอร์รัสพยายามปลอบใจเพื่อน

               "..."


               เงียบกันไปพักใหญ่ มีเพียงเสียงสะอื้นของร่างสูงที่ดังท้าทายความเงียบงัน เมื่อเขาสงบสติอารมณ์ได้แล้ว จึงถามหาเพื่อนอีกคน


               "แล้วเจมส์ล่ะ? มันไม่ได้มาด้วยเหรอ"


               เซเวอร์รัสสะอึก ท่าทางซิเรียสจะไม่ได้รับรู้ข่าวอะไรจากกองบินเลยแน่ๆ แต่ก็นะ อีกฝ่ายมีคนให้คอยดูแลนี่นา..


               "หมู่บินสุดท้ายขาดการติดต่อไปน่ะ ป่านนี้ยังติดต่อไม่ได้เลย.." เซเวอร์รัสตอบด้วยน้ำเสียงเบาหวิว

               "..." ซิเรียสหมดคำพูดในทันที


               หลังจากที่เซเวอร์รัสขอตัวกลับ เขาก็ตัดสินใจกลับไปที่บ้านแทนกองบิน ด้วยเชื่ออยู่ลึกๆ ว่าสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำของพวกเขาสองจะทำให้เขาพอคลายความคิดถึงไปได้บ้าง

               แต่พอเซเวอร์รัสไขกุญแจเปิดประตูบ้านเข้าไป ความรู้สึกบีบรัดภายในก็เล่นงานเขาทันที นอกจากการกลับบ้านจะไม่ได้ช่วยให้เขารู้สึกดีขึ้นแล้ว กลับยังทำให้เขารู้สึกแย่ลงไปอีก มองไปทางไหนก็เห็นแต่ภาพในวันวานที่เขากับเจมส์เคยทำกิจกรรมร่วมกัน ไม่ว่าจะกินข้าวด้วยกันที่โต๊ะขนาดพอดี นอนแอบอิงกันดูทีวีในทุกๆ คืน หรือแม้กระทั่งมีเซ็กส์ในที่ต่างๆ เซเวอร์รัสปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาตามแก้มที่ซูบตอบลง ตระหนักได้ว่าช่วงนี้เขาร้องไห้บ่อยเหลือเกิน


               "ได้โปรดเถอะเจมส์... กลับมาสักทีเถอะ.."




               เช้าวันต่อมาของชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรักของเจมส์ พอตเตอร์ก็ยังคงเป็นเช่นเดิม

               กิจวัฒน์ในตอนเช้าของเขายังคงเป็นแบบเดิมดังเช่นแต่ก่อน หากสิ่งที่ต่างไปจากเดิมคืออารมณ์ที่หงอยเหงาซังกะตายของชายหนุ่มและการที่ไม่มีคนข้างกายมาคอยดูแลเครื่องแบบและอ้อนออเซาะเช่นทุกเช้าที่ผ่านมา

               ถึงวันนี้ก็ครบสองอาทิตย์พอดีที่เจมส์หายไป เขาเชื่อมั่นว่าเจมส์ยังไม่ตาย เพียงแต่กำลังใจในการใช้ชีวิตของเซเวอร์รัสมันหดหายไปหมดแล้วก็เท่านั้น จนบางครั้งเขาก็อยากจะขัดคำสั่งของเจมส์ที่บอกไม่ให้เขาคิดสั้นให้รู้แล้วรู้รอด

               ก็ในเมื่อไม่มีเจมส์....แล้วเขาจะอยู่ไปทำไมล่ะ

               มื้อเช้าของเซเวอร์รัสในวันนี้ไม่มีอะไรมากนอกจากกาแฟดำหนึ่งแก้ว นี่ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งเหมือนกันที่เจมส์ย้ำนักย้ำหนาให้เขาเลิกทำ 


               'กินมื้อเช้าด้วยสิครับเซฟ กินกาแฟแค่แก้วเดียวแล้วจะเอาแรงที่ไหนไปทำงานล่ะ เดี๋ยวผมไปทำมื้อหลักมาเพิ่มให้นะครับ'


               แต่เช้านี้ก็ไม่มีมื้อหลักเพิ่มมาอย่างที่เคยเป็น..

               ความจริงเซเวอร์รัสควรจะชินได้แล้ว เพราะสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้เป็นอะไรมากมาย เพียงแต่พอกลับมาอยู่ในบรรยากาศเก่าๆ แล้วมันทำให้เขาอดคิดถึงขึ้นมาไม่ได้ก็เท่านั้น
 
               ชายหนุ่มกำลังเตรียมตัวจะออกไปทำงาน มือเรียวคว้าเป้คู่ใจขึ้นมาสะพาย แต่ก็พลันได้ยินเสียงออดประตูบ้านดังขึ้นซะก่อน

               เซเวอร์รัสเปิดประตูให้ผู้มาเยือน แล้วก็ต้องนิ่งไปเมื่อเห็นเป็นว่าใคร


               In your eyes, I’m alive
Inside you’re beautiful
Something so unusual in your eyes
I know I’m home 
Every tear, every fear
Gone with the thought of you
Changing what I thought I knew
I’ll be yours for a thousand lives

               ชายผู้มาเยือนมองใบหน้าของเซเวอร์รัสอย่างโหยหา มองนัยน์ตาสีนิลคู่สวยที่สั่นระริกเพราะน้ำตาภายใน เพียงเท่านี้...เท่านี้จริงๆ แค่นี้เขาก็รู้สึกเหมือนได้กลับบ้านแล้ว..

               เจมส์คว้าคนตัวเล็กกว่ามากอดเอาไว้แน่น เซเวอร์รัสกอดตอบเขาแน่นเช่นกัน เสียงสะอื้นดังขึ้นเรื่อยๆ แต่ครั้งนี้มันเป็นเพราะความดีใจที่แทนที่น้ำตาแห่งความเสียใจ ความคิดที่จะฆ่าตัวตายหายวับไปจากสมอง ในที่สุดคนรักของเขาก็กลับมาสักที...การรอคอยของเขาสิ้นสุดลงแล้ว

               ทั้งสองกอดกันอยู่นาน จนในที่สุดเซเวอร์รัสก็ผละออก ใบหน้าเปื้อนน้ำตาและรอยยิ้ม เจมส์เริ่มพูดขึ้นก่อน


               "รู้ไหมว่าสองอาทิตย์ที่ติดป่าผมคิดถึงคุณแค่ไหน ผมกลัวว่าคุณจะคิดสั้นแล้วทิ้งผมไป กลัวว่าคุณจะไม่ดูแลตัวเอง กลัวนั่นกลัวนี่ไปหมด ให้ตายสิที่รัก! คุณผอมลงมากเลยรู้ไหม แล้วนี่กลิ่นกาแฟนี่ คุณไม่ยอมกินข้าวเช้าอีกแล้วใช่ไหม ผมสาบานเลยว่าผมจะขุนคุณให้กลับมาอ้วนเหมือนเดิม คุณไม่ยอมดูแลตัวเองเลย.."

               เซเวอร์รัสยิ้มกับคำพูดบ่นว่านั่นก่อนตอบ "ผมก็คิดถึงคุณ ผมรักคุณมากนะเจมส์ ถ้าคุณไม่กลับมาจริงๆ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะอยู่ไปทำไม กลับบ้านมาก็ไม่เจอใคร ตอนเช้าก็ไม่มีใครดูแลเครื่องแบบกับทำมื้อเช้าให้ ผมนึกชีวิตตัวเองที่เป็นแบบนั้นไม่ออกเลย ผม..."

               "อย่าคิดแบบนี้อีกนะครับเซฟ ถ้าวันนี้ผมไม่รีบดิ่งมาหาคุณที่บ้านคุณคงทิ้งผมไปแน่ๆ ใช่ไหม ยิ่งเป็นแบบนี้ผมถึงยิ่งเป็นหะ..."

               "เดี๋ยวนะ นี่แขนคุณไปโดนอะไรมา!"


               เซเวอร์รัสร้องออกมาอย่างตกใจ เมื่อกี้ตอนเจอหน้ากันเขาก็ไม่ทันสังเกตถึงความผิดปกติทางกายภาพของร่างสูงเลย แขนซ้ายของเจมส์บิดขัดผิดรูปจนเห็นได้ชัด ไหนจะเศษกระจกที่ปักหัวไหล่ด้านขวาอีก เจมส์ปล่อยให้แผลค้างมาได้ยังไงตั้งสองอาทิตย์!


               "ก็ร่มชูชีพมันเสียเพราะพวกเยอรมันดันไปยิงโดนมันเข้า ทั้งที่มันอยู่ที่หลังผมแท้ๆ แต่ก็ยังดีที่มันกันกระสุนไม่ให้ทะลุเข้าหลังผมน่ะนะ แต่มันกลายเป็นว่าผมสละเครื่องไม่ได้เนี่ยสิ พอเครื่องตกก็เลย..." ก่อนจะยิ้มแหยๆ ให้คนรัก

               "แล้วทำไมไม่ทำแผลล่ะครับ ยาในถุงยังชีพก็มีนี่"

               "มีคนเขาเจ็บหนักกว่าผมนี่ครับ อลาสเตอร์น่ะ คุณจำได้ไหม หมอนั่นโดนยิงที่แขนขวา เสียเลือดไปเยอะมาก ยาในถุงมันไม่ได้เยอะขนาดรักษาได้ทุกคนน่ะครับ"

               "แต่ไปกันตั้งสี่คน..."

               "...ก็ต้องมีสี่ถุง? ตอนแรกก็คิดนะครับ แต่อาการอลาสเตอร์มันหนักมาก ก็เลยช่วยมันไปก่อน ตอนนี้เข้าโรงพยาบาลไปแล้ว"

               "ให้ตายเถอะ แล้วนี่คุณเป็นไงบ้างเนี่ย มีไข้หรือเปล่า"

               "ไม่มะ..."


               ไม่ทันได้พูดจบ มือบางก็อังไปที่หน้าผากของคนรัก แล้วก็อุทานออกมาอย่างตกใจ


               "เจมส์! ตัวร้อนขนาดนี้ทำไมไม่ไปหาหมอ!"

               "ก็ผมอยากกลับมาหาเซฟ.."


               เซเวอร์รัสยกยิ้มอย่างอ่อนใจพลางมองใบหน้าซีดๆ ของคนป่วยอย่างแสนรัก


               "งั้นเราไปหาหมอกันนะครับ"




               หลายวันต่อมา

               อาการของเจมส์ดีขึ้นมากแล้ว ผู้บังคับการกองบินอนุญาตให้ชายหนุ่มลาพักฟื้นได้จนกว่าจะหายสนิท ซึ่งนั่นหมายความว่าเซเวอร์รัสและเจมส์จะได้มีเวลาร่วมกันสักที

               สงครามสิ้นสุดลงแล้ว แม้คราวนี้จะกินเวลาไม่นาน แต่ก็สูญเสียและบาดเจ็บกันไปไม่น้อย จุดเริ่มต้นของการปะทะที่รุนแรงคือวันที่ทอมโดนยิง และมันก็รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงจุดพีคเมื่อสองอาทิตย์ที่แล้ว หรือก็คือวันที่เจมส์ขึ้นบินนั่นเอง และมันก็ถึงจุดจบเมื่ออาทิตย์ก่อน อังกฤษชนะขาดลอย แม้จะยังไม่รู้สาเหตุของสงครามก็ตาม

               อาการของเพื่อนเจมส์แต่ละคนหายสนิทกันหมดแล้ว อาจจะยกเว้นซิเรียสไว้สักคน เพราะมัวเอาแต่เฝ้าไข้ลูเซียสจนลืมดูแลตัวเอง จนเมื่อถึงวันที่ตัวเองต้องกลับมาทำงาน ชายหนุ่มก็เกิดวูบกลางอากาศ พาเอาเพื่อนร่วมหมู่บินใจหายใจคว่ำกันหมด ยังดีที่เพื่อนร่วมหมู่คนหนึ่งเกาะปีกเอาไว้ได้ทัน ไม่งั้นซิเรียสคงเหลือแต่ชื่อแน่ๆ

               ตอนนี้เซเวอร์รัสกับเจมส์นอนเล่นกันอยู่ในห้องนอนหลังจากเสร็จกิจอันแสนเร่าร้อนได้ไม่นาน เซเวอร์รัสไม่อยากให้เจมส์ทำกิจกรรมหักโหมแบบนี้เพราะแขนของเจ้าตัวยังไม่หาย แต่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะฟัง วันนี้จึงได้หมดสภาพกันทั้งคู่

               ตั้งแต่เย็นเมื่อวานจนถึงสายๆ ของวันนี้ ระยะเวลาไม่ใช่น้อยๆ เลย


               "เซฟครับ"

               "หืม?"

               "เราก็คบกันมานานแล้วนะครับ เซฟว่าไหม"

               "คงงั้นมั้งครับ ทำไมเหรอ"

               "เมื่อวานพ่อผมโทรมาครับ"

               "อาฮะ แล้วไงต่อครับ"

               "พ่อถามเรื่องของเรา.."

               เซเวอร์รัสขมวดคิ้ว "เรื่องของเรา?"

               "ครับ แล้วผมก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว"

               "ถึงเวลา?"


               เจมส์เอี้ยวตัวไปเปิดลิ้นชักหัวเตียงแล้วหยิบของชิ้นหนึ่งออกมา -- ของที่เซเวอร์รัสไม่เคยเห็นมันมาก่อน..


               "ผมเองก็เห็นด้วยกับพ่อ เพราะผมว่าถ้าไม่ทำวันนี้ก็ไม่รู้จะไปทำวันไหน ชีวิตทหารคงไม่ได้ยืนยาวขนาดนั้น"

               "เจมส์..."

               "แต่งงานกันนะครับ"


               I’m free as a bird when I’m flying in your cage
I’m diving in deep and I’m riding with no brakes
And I’m bleeding in love, you’re swimming in my veins
You got me now
     

               เซเวอร์รัสมองสิ่งที่อยู่ในมือของเจมส์นิ่ง มันคือแหวนสีเงินเกลี้ยงที่ไม่ได้ดูมีราคามากนัก แต่กลับมีคุณค่าทางจิตใจเหลือเกิน


               "ครับ"


               เจมส์ยิ้มรับคำตอบทั้งน้ำตานั่นอย่างยินดี สวมแหวนไว้ที่นิ้วนางข้างซ้ายของคนรัก จูบหน้าผากมนอย่างแผ่วเบา

               สำหรับเจมส์ เขาไม่ได้โกหกเลยสักนิดที่ว่าชีวิตทหารมันไม่ได้ยืนยาวมากนัก เขาอาจจะตายเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะฉะนั้นเขาจึงไม่อยากพลาดโอกาสที่จะทำสิ่งสำคัญเพื่อคนที่เขารัก ก่อนที่เขาจะไม่มีโอกาสได้ทำอีกเลย

               สองอาทิตย์ที่ติดป่านั้นพิสูจน์ให้เขาเห็นแล้ว..

               การได้มีพันธะกับเซเวอร์รัสไม่ได้กักขังเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ยิ่งทำให้เขารู้สึกเป็นอิสระ... อิสระทางใจที่ไม่ว่าใครก็คงไม่เข้าใจ

     เขายอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่เคียงข้างเซเวอร์รัส ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้ดูแลเซเวอร์รัส ยอมทิ้งทุกอย่างเพื่อให้เซเวอร์รัสมีความสุข


               Been waiting for a lifetime for you
Been breaking for a lifetime for you
Wasn’t lookin’ for love ’til I found you
For love, ’til I found you

               หนุ่มเจ้าเสน่ห์อย่างเขามีหรือที่จะไม่เคยเกี้ยวสาว เพียงแต่เขาไม่เคยจริงจังกับใครก็เท่านั้น ไม่เคยมองหาความรักที่ไหน ไม่เคยเชื่อด้วยซ้ำว่ารักแท้มันมีอยู่จริง

               แต่พอได้มาเจอเซเวอร์รัส ผู้ชายที่ตรึงหัวใจของเขาไว้ได้ตั้งแต่แรกเห็น เจมส์ก็ไม่เคยต้องการใครอีกเลย..


               "ผมขอสาบานด้วยเกียรติของทหารอากาศแห่งกองทัพอากาศของอังกฤษ ว่าผมจะรักและดูแลเซฟไปตลอดชีวิตของผม และขอสัญญาจากใจ ว่าผมจะไม่มีวันทำให้เซฟเสียใจเด็ดขาด ผมรักเซฟนะ"

               "รักเหมือนกัน.."


               THE END.




______________________________________
               มาให้อีกตอนสำหรับรีเควสต์จากคุณ Tawan804 ครับ หลังจากที่ลองเช็คพล็อตเก่าดูก็ได้รู้ว่าไม่มีพล็อตไหนจะเหมาะสมเท่าพล็อตนี้อีกแล้ว ละมุนมากกกกกก แต่งไปก็คิดไป อยากได้ผู้ชายอย่างเจมส์เป็นสัมมีต้องทำบุญด้วยอะไรอ่ะ ฮื่ออออออ อิจฉาเซฟมากเวอรรรรรรร์

               สำหรับตอนหน้าจะเป็นคู่ที่คนคงจะอ่านเยอะแหละ เนอะ(?) TMR/HP นั่นเอง แต่เดี๋ยวขอไปดูพล็อตเก่าก่อนนะครับ ถ้าไม่มีไรต์จะแต่งใหม่ดู อยากรู้ว่าคู่นี้จะละมุนได้มากแค่ไหนน้ออออออ

               เอาละเด้อ กติกาเดิมเด้อ ไม่เม้นไม่อัพเด้อ


               @Me The Ripper

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #60 thairnee1234 (@thairnee1234) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 12:30

    ตอนแรกทำใจไว้แล้วว่าต้องจบเศร้า แต่บ้าบอมากที่เขินหนังตั้งแต่แรกๆ หน่วงมาเรื่อยๆและเขินโคตรรรรรตอนจบ ฮืออออ อยากได้สัมมีย์แบบเจมส์ ไม่ก็ขอภรรยาแบบเซฟ รักส์❤

    #60
    0
  2. #53 J'name Rbt (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:29
    เปิดเรื่งว่าทหารทั้งคู่ ใจไม่ดีไปล่วงหน้าแล้วค่ะ คิดทำใจเผื่อแล้วว่าจะมีคนตาย แต่ก็ไม่ รอดหมด เย่!!! จบแฮปปี้ดีมากเลยค่ะ สงครามไม่เคยให้ประโยชน์กับใครจริงๆ เนี่ย ฝั่งชนะยังสะบักสะบอมขนาดนี้เลย
    #53
    0
  3. #52 JomKwan2882 (@JomKwan2882) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:11

    ดีย์~ อัพต่อไปนะ สู้ๆ!
    #52
    0