SF(s) for Harry Potter [All Pair] #ฟิคสั้นHP

ตอนที่ 13 : 7th story - SB/RL [Part 3 | End of the 3rd couple - End] | Phobia - HRVY

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 177
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    3 ก.ย. 62



               ห้าปีต่อมา กาลเวลาผันผ่านอย่างว่องไวราวกับติดปีก

               ในตอนนี้ คฤหาสน์หลังใหญ่ของผู้นำเผ่าแวมไพร์มีเด็กชายอายุไล่เลี่ยกันวิ่งเล่นกันอยู่ในบริเวณสวน ผู้ใหญ่ทั้งหกเฝ้ามองลูกหลานของตนอย่างใกล้ชิดและเอ็นดู

               อีธาน ทอม ริดเดิ้ล-พอตเตอร์ วัยห้าขวบกำลังวิ่งไล่เด็กชายอีกคนที่อ่อนกว่าเขาเพียงไม่กี่เดือน ซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก แคสเซียส ลูเซียส มัลฟอย-สเนป

               และตอนนี้เจ้าหนูแคสเซียสก็กำลังจูงมือเด็กชายวัยสี่ขวบวิ่งหนีพี่คนโต น้องเล็กสุดอย่าง คริสโตเฟอร์ ซิเรียส แบล็ก-ลูปิน ที่หัวเราะสุดเสียงอย่างร่าเริง เจ้าตัวยิ้มกว้าง แก้มกลมขาวๆ แต้มสีเลือดฝาดเพราะออกแรงวิ่ง เหงื่อที่ไหลลงมาตามโครงหน้าเล็กไม่ได้ทำให้เด็กคนนี้ดูน่าเอ็นดูน้อยลงเลย

               ซิเรียส แบล็กกำลังนั่งอ่านเอกสารหน้าตาเคร่งเครียด เขาเงยหน้าขึ้นมองลูกชายอยู่เรื่อยๆ สลับกับทำงานไปด้วย เสมือนเป็นการเติมพลังให้สามารถจมอยู่กับงานนั่งโต๊ะที่เขาต้องคว้ามันมาทำในวันหยุดด้วยได้เป็นอย่างดี

               และยิ่งดีขึ้นไปอีกเมื่อภรรยาสุดที่รักอย่างรีมัส แบล็ก-ลูปินเดินเข้ามาหอมแก้มเขาก่อนจะถามอย่างอ่อนโยน


               "ปวดไหล่หรือเปล่าเท้าปุย นายนั่งอยู่แบบนี้มานานแล้วนะ"

               "นิดหน่อยครับ ฉันยังไหว"

               "อายุก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้วทำไมถึงไม่ถนอมร่างกายตัวเองเลยนะ" รีมัสบ่นพลางลงมือนวดไหล่ให้คนรัก

               "เพราะฉันรู้ไงว่ามีคนคอยถนอมมันให้ฉันแล้ว"


               รีมัสอมยิ้มบางๆ อย่างเขินอายก่อนจะลงน้ำหนักมากขึ้น ซิเรียสหลับตาพริ้มอย่างอ่อนโยน รับฟังคำบ่นว่าของภรรยาอย่างขำๆ


               "ถ้าวันหนึ่งฉันไม่อยู่นายจะทำยังไงเนี่ยเท้าปุย"

               "ไม่มีวันนั้นหรอก ฉันรู้ว่านายจะอยู่กับฉันเสมอ...ตลอดกาล"


               รีมัสฟังคำของพ่อหนุ่มปากหวานก่อนจะหัวเราะเบาๆ คนอะไรหยอดเก่งชะมัด

               ทั้งสองไม่ทันนึกเลยว่าจะมีวันที่พวกเขาต้องพรากกันไป..




               หลายวันต่อมา

               ตอนนี้ทุกคนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น ลูเซียสที่เพิ่งออกเวรเดินเข้ามาหาเซเวอร์รัสที่อุ้มลูกอยู่ หอมแก้มยอดดวงใจทั้งสองของเขาอย่างรักใคร่ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ พาดแขนไปด้านหลังของคุณหมอคนเก่ง 

               สมาชิกในคฤหาสน์อยู่กันเกือบครบ อีธานนั่งอยู่บนตักแฮร์รี่ แคสเซียสที่นั่งอยู่บนตักผู้เป็นแม่ย้ายก้นไปนั่งตักพ่อเรียบร้อย ส่วนคริสโตเฟอร์นั่งอยู่บนตักรีมัส 

               ซึ่งคนที่หายไปก็คงไม่พ้น...


               "แล้วนี่เจ้าหมาดำหายหัวไปไหนล่ะ" ลูเซียสถามขึ้น

               "ยังไม่กลับเลย มีอะไรหรือเปล่า" รีมัสตอบก่อนถามกลับ

               "ก็บริษัทที่มันทำงานอยู่ส่งจดหมายมาหาฉันน่ะสิ"

               "จดหมาย?"

               "อื้อ เห็นว่าเขาต้องการบุรุษพยาบาลไปประจำแท่นขุดเจาะน้ำมันกลางทะเลน่ะ ปฏิเสธไม่ได้ด้วย"

               "แล้วนี่นายไปเมื่อไหร่" เซเวอร์รัสถาม

               "อาทิตย์หน้าครับ"

               "อ้าว ทำไมกะทันหันแบบนี้ล่ะ นี่ไม่คิดจะให้เวลาเตรียมตัวหน่อยหรือไง" ทอมว่าขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจนัก

               "เห็นว่าคนไม่พอน่ะ แต่ทางนั้นเขาก็ส่งเชิญเฉพาะบางคนนะ เห็นว่าส่งไปที่โรงพยาบาลอื่นด้วย ส่งไปอย่างละคนสองคนเองมั้ง"

               "แล้วนายต้องไปนานเท่าไหร่" เซเวอร์รัสถามอีก

               "หนึ่งปี"

               "หนึ่งปี!?" ทั้งหมดร้องออกมาพร้อมกัน

               "ใช่ หนึ่งปี แต่ไม่ใช่แค่ฉันนะ ทางนั้นเขาส่งรายชื่อของวิศวกรแท่นขุดเจาะที่จะต้องไปรอบนี้มาให้ฉันด้วย แล้วไอ้คนที่ต้องไปกับฉันน่ะ ก็เจ้ามาดำนั่นไง"


               ทุกคนพร้อมใจกันมองหน้ารีมัสทันที ชายหนุ่มมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก

               อะไรกัน ซิเรียสไม่เห็นบอกอะไรเขาเลย..


               "บางทีซิเรียสอาจจะเพิ่งรู้วันนี้ก็ได้ เขาเลยกลับดึกไงฮะ" แฮร์รี่ที่นั่งเงียบอยู่นานเอ่ยปลอบ

               "ไม่หรอก เพราะทางนั้นเขาบอกว่าวิศวกรแท่นขุดเจาะทุกคนถูกคัดเลือกมาเป็นอย่างดีแล้ว ไม่น่าจะเพิ่งรู้หรอก"

               "ลูเซียส!" เซเวอร์รัสปรามเมื่อเห็นว่ารีมัสหน้าเสียลงไปอีก


               รีมัสนั่งนิ่ง ขบฟันลงบนริมฝีปากจนขึ้นสี ในหัวเอาแต่คิดไปต่างๆ นานา แต่แล้วเขาก็สะดุ้งน้อยๆ เมื่อมือของลูกชายไล้ไปตามแก้มของเขาอย่างแผ่วเบา


               "หม่าม๊า ไม่ร้องนะฮับ.."


               เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองร้องไห้


               "จันทร์เจ้า!"


               ทุกคนหันขวับอย่างพร้อมเพรียงเมื่อได้ยินเสียงสมาชิกคนสุดท้ายที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา เหงื่อไหลลงมาตามใบหน้าหล่อเหลา หอบน้อยๆ เมื่อมาหยุดอยู่ตรงหน้าคนรัก


               "นายร้องไห้..?"

               "..."


               คริสโตเฟอร์ดิ้นลงจากตักของมารดาอย่างรู้งาน ซิเรียสดึงเข้ารีมัสเข้ามากอดเอาไว้แน่น


               "หัวหน้าเพิ่งบอกฉัน บอกว่าฉันต้องไปประจำที่แท่นขุดเจาะกลางทะเลหนึ่งปี.."

               "..."


               ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งสิ้น รีมัสไม่ได้กอดตอบ เขาเพียงปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาเงียบๆ ผ่านไปครู่ใหญ่เขาจึงพูดขึ้น


               "นายใจเหรอว่านายเพิ่งรู้เรื่องวันนี้น่ะ"

               "แน่ใจสิ นายถามฉันแบบนี้แสดงว่าลูเซียสบอกนายแล้วใช่ไหม"

               "..."

               "วันนี้หัวหน้าเรียกทุกคนมารวมกัน เขาบอกว่าเขาคัดเลือกคนที่จะไปประจำแท่นขุดเจาะได้แล้ว เขาบอกว่าคัดจากผลงานและการทำงานที่ผ่านมา แล้วเขาก็บอกว่าฉันเป็นหนึ่งในคนที่ต้องไปที่นั่น..."

               "..."

               "...ฉันไม่รู้เรื่องมาก่อนจริงๆ นะจันทร์เจ้า ฉันไม่รู้จริงๆ แถมไอ้ที่เขาส่งจดหมายไปหาบุรุษพยาบาลตามโรงพยาบาลแล้วอ้างว่าหาคนไม่ทันน่ะ มันไม่จริงหรอก เขาแค่จะปลดคนเก่าๆ ออกแล้วเอาคนใหม่ๆ เก่งๆ เข้าไปแทน พอเหลือเวลาน้อยแบบนี้พวกนั้นจะได้ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธไงละ"


               รีมัสปล่อยเสียงสะอื้นออกมาก่อนจะกอดตอบสามีของตัวเอง จะว่าดีใจก็ดีใจที่อีกฝ่ายจะได้ก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตัวเอง แต่ต้องห่างกันเป็นปีแบบนี้เขาจะทนได้ยังไงกัน


               "นายต้องไปอาทิตย์หน้าใช่ไหม"

               "อือ.."


               เมื่อคำตอบยืนยันมาแบบนี้รีมัสยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก เขารู้ว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในคฤหาสน์แห่งนี้ แต่เมื่อคิดว่าจะไม่ได้เห็นภาพคนตัวสูงนั่งทำงานหรือคอยเข้ามาแหย่เขาไปอีกหนึ่งปีเต็มๆ มันก็อดใจหายไม่ได้

               ที่สำคัญ งานที่แท่นขุดเจาะอันตรายมาก ที่หัวหน้าของซิเรียสทำแบบนี้ก็คงเพื่อไม่ให้ลูกน้องมีเวลาคิดปฏิเสธ คนที่ต้องการเงินก็คงไม่คิดมากหรอก เพราะงานที่มีความเสี่ยงสูงรายได้ย่อมดีอยู่แล้ว แต่ซิเรียสน่ะไม่จำเป็นเลย ทรัพย์สมบัติตระกูลแบล็กมีมากพอให้นั่งผลาญเล่นได้อีกหลายร้อยปีเลยด้วยซ้ำ


               "อย่าร้องสิจันทร์เจ้า ฉันจะร้องตามแล้วนะ" เสียงซิเรียสสั่นเล็กน้อยยามบอกคนในอ้อมกอด


               คนเป็นภรรยาผละออกมา เงยหน้ามองสามีของตนอย่างเว้าวอน รู้ดีว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้เพราะรายชื่อวิศวกรถูกส่งไปแล้ว แต่รีมัสก็อยากจะลองเปลี่ยนใจชายคนนี้อีกสักครั้ง


               "อย่ามองฉันแบบนี้สิจันทร์เจ้า แค่นี้ฉันก็จะแย่แล้วนะ.."


               ใช่ เพียงแค่สายตาอ้อนวอนทั้งน้ำตาอย่างเจ็บปวดของคนรัก เพียงแค่นั้นจริงๆ เท่านี้ซิเรียสก็เหมือนหัวใจจะขาดแล้ว..




               หนึ่งอาทิตย์ต่อมา

               เขาว่ากันว่าช่วงเวลาแห่งความสุขมักผ่านไปเร็วเสมอ..

               หัวหน้างานให้ว่าที่ทิศวกรแท่นขุดเจาะทุกคนพักงานหนึ่งอาทิตย์เพื่อเตรียมตัวออกไปประจำกลางทะเล นอกจากเก็บข้าวของเครื่องใช้ที่จำเป็นแล้ว ซิเรียสก็ไม่ได้ทำอะไรอย่างอื่นอีกเลยนอกจากใช้เวลาอยู่กับรีมัสและลูกชายให้มากที่สุด

               ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา คริสโตเฟอร์ติดซิเรียสมากเป็นพิเศษ แทบจะไม่ห่างไปไหนเลยถ้าไม่จำเป็น รีมัสก็เช่นกัน ทั้งสามพยายามเก็บเกี่ยวทุกเสี้ยววินาทีอันแสนมีค่าให้ได้มากที่สุดก่อนที่จะต้องจากกันไปไกล

               ไม่ใช่แค่ซิเรียส แต่ลูเซียสก็โดนสั่งพักงานไม่ต่างกัน เซเวอร์รัสยอมลางานหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เพื่อมาดูแลสามีที่นับวันจะนิสัยเด็กลงไปทุกวันๆ ออดอ้อนงอแงเก่งเป็นที่หนึ่ง เก่งกว่าแคสเซียสซะอีก แถมยังตัวติดหนึบกับเซเวอร์รัสราวกับเป็นฝาแฝดอีกต่างหาก คุณหมอหนุ่มเคยถามถึงเหตุผลที่อีกฝ่ายทำตัวเป็นเด็กแบบนี้ ก็ได้คำตอบกลับมาว่า


               'เพราะพอไปอยู่ตรงนั้นน่ะ ฉันไม่รู้ไงว่าจะมีโอกาสกลับมาอ้อนนายแบบนี้อีกไหม นายก็รู้ว่างานที่แท่นขุดเจาะมันเสี่ยงขนาดไหน คนที่อยู่ตรงนั้นมันก็มีสิทธิ์ตายพอๆ กันนั่นแหละ แวมไพร์เป็นอมตะก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจอระเบิดเจอไฟเข้าไปแล้วจะรอดนี่นา'


               และเพราะเหตุผลนั้นเอง เซเวอร์รัสจึงปล่อยให้คุณสามีอ้อนได้ตามสบาย แอบเห็นด้วยกับคำพูดนั้นอยู่ลึกๆ

               กลายเป็นว่าตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมา สมาชิกในคฤหาสน์อยู่กันครบทุกคน พยายามไม่นับถอยหลังหรืออะไรทั้งสิ้น แต่ถึงจะพยายามแค่ไหน พวกเขาก็หนีความจริงไม่พ้นอยู่ดี

               วันนี้เป็นวันที่ซิเรียสและลูเซียสต้องไปประจำการที่แท่นขุดเจาะ ทุกคนต่างมายืนส่งสองคุณพ่อ ให้กำลังใจพร้อมกับสัญญาว่าจะดูแลภรรยาและลูกชายให้เป็นอย่างดี บรรดาลูกน้องและเมดรับใช้ต่างก็มายืนส่งเจ้านาย บางคนถึงกับน้ำตาคลอ

               ในขณะที่ลูเซียสร่ำลาเซเวอร์รัสและแคสเซียสอยู่นั้น ซิเรียสก็สวมกอดรีมัสพร้อมกับลูกชายเอาไว้แน่น


               "ดูแลตัวเองด้วยนะจันทร์เจ้า ไม่ต้องร้องนะครับ ฉันสัญญว่าจะกลับมาหานายกับลูกนะ ฉันสัญญา"

               "ฮึก... เท้าปุย.."

               "คริสครับ ดูแลแม่แทนพ่อด้วยนะลูก ให้แม่กินข้าวเยอะๆ พักผ่อนให้เต็มที่ แล้วก็ไม่ร้องไห้ด้วย แล้วลูกก็ต้องดูแลตัวเองด้วยนะครับ ดูแลทั้งแม่แล้วก็ตัวลูกเองในส่วนของพ่อด้วยนะ"

               "ฮับปะป๊า รีบๆ กลับมานะฮับ"

               "พ่อรักลูกนะคริส ฉันรักนายนะจันทร์เจ้า"


               พูดจบ ริมฝีปากหนาก็กดจูบบนหน้าผากเล็กๆ ของลูกชาย จากนั้นจึงเลยมาที่คนแม่ ค้างเอาไว้อยู่พักหนึ่งแล้วผละออกมา ขยี้กลุ่มผมนุ่มของเด็กน้อยไปทีหนึ่งแล้วเดินไปขึ้นรถที่ลูเซียสสตาร์ทรออยู่แล้ว

               กริมม์หนุ่มทอดสายตามองภรรยาและลูกชายอีกครั้ง ก่อนรถจะค่อยๆ ออกตัว


               I just don't know where to start
Time moves slow, now we're apart
When we first met I was strong
I tell you my story

               ภายในรถเงียบสงัด ต่างคนต่างจมอยู่ในภวังค์ของตัวเอง

               ก่อนที่เขาจะคบกับรีมัส ทั้งสองอยู่ในสถานะเพื่อนมาก่อน เขาเป็นคนที่เข้มแข็งมากคนหนึ่ง กล้าเล่านั่นเล่านี่ให้เพื่อนฟัง เพราะความเข้มแข็งที่มีทำให้ไม่มีอะไรสามารถกระทบจิตใจของเขาได้ 

               แต่รีมัสเป็นคนแรกที่ทำได้..


               In this it was me and you
Thought that we were winners, oh
Where story heart sinners go
Can't get between us

               ตั้งแต่สมัยเรียน กลุ่มของพวกเขามีสามคน มีรีมัส ซิเรียส และเจมส์ พ่อของแฮร์รี่ผู้ลาลับ เขากับเจมส์ไม่ต่างอะไรกับตัวป่วน มีรีมัสคอยห้ามปรามเวลาพวกเขาจะทำอะไรห่ามๆ เสมอ แต่ถึงกระนั้น เวลาพวกเขาทำอะไรก็ตามสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องแหกกฎชวนตลกขบขัน มันก็ถือเป็นชัยชนะที่น่าภาคภูมิใจ และพวกเขาก็เป็นผู้ชนะที่ค่อนข้างจะหลงในชัยชนะนั้นพอสมควรน่ะนะ 

               จวบจนกระทั่งช่วงไฮสคูลปีสุดท้าย ซิเรียสก็ขอรีมัสคบ ก่อนจะถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์หลังเรียนจบได้ไม่นาน เพราะทั้งสองดันป่วยหนักจนแทบยื้อชีวิตเอาไว้ไม่ไหวแล้ว ซึ่งคนที่เปลี่ยนพวกเขาก็คือเซเวอร์รัสนั่นเอง 

               หลังจากผ่านเหตุการณ์เฉียดตายมา ไม่นานเจมส์ก็แต่งงานกับหญิงสาวคนหนึ่งและให้กำเนิดแฮร์รี่ขึ้นมา ก่อนจะจากไปหลังจากนั้นหนึ่งปีด้วยอุบัติเหตุพร้อมกับภรรยา ทิ้งไว้เพียงบุตรชายตัวน้อยที่ต่อมาอยู่ในความดูแลของทอม และเมื่อโตขึ้นก็ถูกเปลี่ยนเป็นแวมไพร์ และกลายเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของหัวหน้าเผ่าแวมไพร์ไปโดยปริยาย

               ตลอดระยะเวลาที่คบกันจนกระทั่งแต่งงาน มีอุปสรรคมากมายนับไม่ถ้วน ส่วนใหญ่มักจะเน้นไปทางเชิงชู้สาวเป็นส่วนใหญ่ เพราะซิเรียสดันหน้าตาดีเกินไป มีแต่คนอยากจะได้ไปเป็นพ่อพันธ์ุทั้งนั้น แต่ก็ไม่เคยมีอ้ายอีหน้าไหนทำสำเร็จเลย ไม่เคยมีใครแทรกกลางระหว่างเขาทั้งสองคนได้ หัวใจของซิเรียสวางไว้บนมือของรีมัสโดยสมบูรณ์


               "ถึงละ เดี๋ยวฉันคงต้องไปรายงานตัวก่อน" ลูเซียสกล่าวขึ้นเมื่อรถจอดสนิทที่ลานจอดรถ

               "เออ งั้นไว้เจอกันละกัน"

               "เจอกัน"


               ซิเรียสเปิดประตูลงจากรถ จัดการเปิดท้ายรถหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าใบใหญ่ของเพื่อนออกมาก่อนจะตามด้วยของตัวเอง เสร็จแล้วก็เดินแยกไปคนละทาง

               เมื่อเสร็จสิ้นการรายงานตัวต่างๆ นานาอันแสนน่าเบื่อ ชายหนุ่มที่คิดว่าคงจะได้เจอเพื่อนตัวเองอีกรอบก็ไม่ได้เจอตามที่คิดไว้ เพราะไปเฮลิคอปเตอร์คนละลำ แถมพอถึงที่หมายก็ยังแยกกันอยู่อีก กว่าจะได้เจอกันจริงๆ คงเลิกงานหรือไม่ก็ค่ำ ซึ่งถือว่าเจ้าหน้าที่ที่ประจำการอยู่แท่นขุดเจาะมาก่อนยังใจดี ให้เริ่มงานได้ในวันถัดไป

               พวกเขาจึงมาเจอกันได้หลังกินข้าว(?)เสร็จ

               งานของลูเซียสดูไม่ค่อยมีอะไรมากเท่าไหร่นัก หลักๆ ก็ดูแลเรื่องสุขภาพอาการบาดเจ็บ บุรุษพยาบาลประจำแผนกฉุกเฉินอย่างเขาชินชากับการทำงานแบบนี้อยู่แล้ว ถือว่าสบายๆ นอกเหนือจากนั้นก็ให้คำปรึกษาเรื่องทั่วๆ ไป ประมาณนั้น

               ที่สำคัญ งานนี้ทำเดือนเว้นเดือน แต่เข้าฝั่งไปก็ไม่ได้กลับบ้านอยู่ดี ในเมื่อบริษัทของซิเรียสดันไปดีลกับโรงพยาบาลรัฐบาลแถวนั้นว่าจะให้บุรุษพยาบาลเข้าไปช่วยงานด้วย จะสลับกันทุกเดือน ไม่ได้กลับบ้านไปตามระเบียบ

               ส่วนซิเรียสอยู่ในตำแหน่งวิศวกรกระบวรการผลิต ทำงานเดือนเว้นเดือนไม่ต่างจากลูเซียส กะละสิบสองชั่วโมง แต่พอถึงช่วงที่ต้องขึ้นฝั่ง เข้าถูกส่งไปทำที่แท่นกลางป่า ไม่ได้กลับบ้านเหมือนกัน 

               นับว่าบริษัทนี้ค่อนข้างหน้าเลือดเอาเรื่องอยู่ แต่ผลตอบแทนที่ได้ก็คุ้มค่า ที่สำคัญ นี่เป็นบริษัทหลักในโลกแวมไพร์ ถ้าทุกคนออกกันหมด ก็คงไม่มีใครทำงานนี้ต่อแล้ว

               ทั้งสองเซ็นสัญญาหนึ่งปี หลังจากนั้นพวกเขาถึงจะได้กลับไปทำงานที่บ้านอีกครั้ง


               "เหม่อเป็นหมาเลยนะไอ้หมาดำ ทำไม คิดถึงเมียหรือไง" ลูเซียสทักเมื่อเดินมาเจอเพื่อนนั่งเหม่ออยู่คนเดียวข้างนอก

               "เออ คิดถึงคริสด้วย ฉันไม่ได้อยากมาที่นี่เลย เพราะรู้ว่าบริษัทฉันเขาใช้คนไม่เหมือนบริษัทอื่น หนึ่งปีคือหนึ่งปีเต็มๆ ไม่มีพักเลย ที่อื่นคือทำเดือนกลับบ้านเดือนไง ไม่ต้องมาอยู่ยาวไม่เจอหน้าลูกหน้าเมียแบบนี้"

               "ฉันรู้ว่านายรู้สึกยังไงเว้ย แต่มันทำอะไรไม่ได้นี่หว่า มาขนาดนี้แล้วก็ต้องทำงานไหมล่ะ"

               "รู้เว้ย.."

               "งั้นฉันไปนอนก่อนนะ มีอะไรก็มาปรึกษาฉันได้ ยังไงฉันก็อยู่ตำแหน่งนี้อยู่แล้ว"

               "เออ"


               ลูเซียสเดินจากไปแล้ว ซิเรียสนั่งคิดสะระตะอยู่คนเดียวพักใหญ่ก็เดินกลับเข้าห้องพัก ด้วยความที่เป็นเพื่อนของหัวหน้าเผ่า เขาจึงได้ห้องเดี่ยวมาครองแบบสบายๆ และด้วยผลงานและฝีมือที่ไม่เป็นรองใครของชายหนุ่ม จึงไม่มีใครกล้าว่าอะไร หลายคนสนับสนุนด้วยซ้ำ 


               But I've been sleeping with the light on
Like I'm afraid of the dark
Afraid of a broken heart
I don't wanna break your heart
No, no, no

               คืนแรกผ่านไปด้วยการที่ซิเรียสเปิดไฟนอนราวกับคนกลัวความมืด แต่เปล่า สิ่งที่เขากลัวคือความว่างเปล่าในความมืดต่างหาก ทุกคืนเขามักจะมีรีมัสอยู่ข้างกาย แต่คืนนี้กลับเปล่าเปลี่ยวเดียวดายเหลือเกิน

               เขากลัวว่ารีมัสจะทนไม่ไหวแล้วทิ้งเขาไป เขากลัวว่างานของเขาจะเป็นการทำร้ายหัวใจตัวเอง..


               I've got a phobia of being without ya
I've got a phobia of being alone
It's only a matter of time, boy (เนื้อเพลงเดิม : girl)
Before I break down
Because I can't start being without ya
I've got a phobia of letting you go
And I want you to know
I'm not afraid, no
I'm safe with you

               การทำงานเริ่มขึ้นในวันต่อมา ซิเรียสอยู่กะกลางคืน การทำงานอันยาวนานสิบสองชั่วโมงเต็มทำเอากริมม์หนุ่มแทบจะคลานกลับห้องพัก เขาทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ ไม่ได้อยู่แต่กับเพื่อนที่มาด้วยกัน อย่างน้อยก็ทำให้เขาไม่ต้องทนคิดถึงลูกเมียมากนัก เพราะทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างก็เผชิญชะตากรรมไม่ต่างจากเขาเลย

               ความจริงวันนี้เขาอยากโทรหารีมัสนะ เขารู้ดีว่าต่อให้เวลาไม่ตรงกันยังไงรีมัสก็จะรับสายเขาแน่ๆ แต่เขากลัวว่าถ้าตัวเองโทรกลับไปแล้วจะทนไม่ไหว ในขณะเดียวกันเขาก็อยากได้ยินเสียงคนรักกับลูกชาย อยากรู้ว่าอีกฝ่ายจะสบายดีหรือเปล่า

               คืนนี้เป็นอีกคืนที่เขาเปิดไฟนอน เพราะหากเขาต้องนอนคนเดียวในความมืดเขาคงร้องไห้แน่ๆ การอยู่โดยไร้ภรรยาข้างกายช่างทรมานเหลือเกิน กลัวว่าวันหนึ่งเขาอาจจะทนไม่ไหว อาจจะแตกสลายก่อนกลับไปเจอหน้าลูกเมีย

               เขาต้องทนให้ได้ เขาต้องทนอยู่ให้ได้ 

               เพราะไม่ว่ามันจะยากแค่ไหนที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ตรงนี้ แต่มันคงยากกว่าพันเท่าหากเขาต้องปล่อยมือรีมัสไป

               ยาก...จนกลายเป็นความกลัว

               หากจันทร์เจ้าของเขาอยู่ตรงนี้ด้วย เขามั่นใจว่าเขาจะไม่เป็นอะไร




               หกเดือนผ่านไป

               การทำงานที่แสนทรมานผ่านไปได้ครึ่งปีแล้ว

               การที่ต้องคอยสับเปลี่ยนสถานที่ทำงานทำเอาซิเรียสหัวหมุนไม่เบา งานที่นี่หนักมาก มากจนเขาแทบบ้า ที่สำคัญ เขาติดต่อกับรีมัสนับครั้งได้ แต่ถึงยังงั้นเขาก็รู้ดีว่าคนทางนั้นจะสบายดี


               We've been holding on so long
Time will make or break us, so
Go with you, I can't let go
You know it's about us

               หกเดือนที่ผ่านมา ความสัมพันธ์ที่ไม่ได้เจอหน้า แทบไม่ได้คุยกัน ซิเรียสไม่รู้เลยว่ามันจะเป็นไปในทิศทางไหนต่อ แต่ใจของเขารู้ดี เขาไม่มีวันปล่อยรีมัสไปไหนได้อีกแล้ว แวมไพร์อย่างเขาเป็นพวกยึดติด และยิ่งยึดติดมากเมื่อเป็นดวงใจของตนเอง

               อยากรู้จริงๆ ว่าลูเซียสเจอปัญหาเดียวกับเขาหรือเปล่า

               การทำงานอันแสนยากลำบากผ่านไปเรื่อยๆ จวบจนกระทั่งเข้าเดือนที่เก้า อีกเพียงสามเดือนก็จะสิ้นสุดการทำงานแล้ว หากกระนั้นกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นซะก่อน

               สิ่งที่ทุกคนรู้ดีคือห้ามนำสิ่งใดๆ ก็ตามที่ก่อให้เกิดประกายไฟขึ้นมาที่นี่เด็ดขาด โดยเฉพาะไฟแช็ก หรืออะไรก็ตาม หากคุณจะสูบบุหรี่ แน่นอนว่ามีบริเวณเฉพาะไว้ให้ เพื่อป้องกันเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะตามมา

               แต่กลับมีคนละเมิดกฎนั้น

               วันหนึ่ง ขณะที่ทุกคนกำลังทำงานของตัวเองอย่างขะมักเขม้น ตามตัวต่างก็เปื้อนคราบน้ำมันเครื่องกันทุกคน ซิเรียสที่ประจำแท่นขุดเจาะเหลือบไปเห็นก้นบุหรี่ที่ยังดับไม่สนิทอยู่ที่พื้น อยู่ใกล้ๆ กับบริเวณหลุมขุดเจาะพอดี 

               เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนทำ ซิเรียสจึงตัดสินใจเหยียบมันให้ดับก่อนจะเดินไปดูงานส่วนอื่นต่อ โดยไม่ได้รู้เลยว่าก้นบุหรี่อันนั้น...ไม่ได้ดับสนิท

               มันเป็นวันที่ลมพัดแรงมาก ทำท่าเหมือนพายุจะเข้า และแล้ว...ท่อส่งก๊าซในแท่นขุดเจาะก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจากการที่ลมพัดกรรโชกแรง บวกกับก้นบุหรี่อันนั้นที่ติดไฟขึ้นมาอีกครั้ง ส่งผลให้เกิดไฟไหม้ลุกลามไปทั่วบริเวณแท่นขุดเจาะ


               "ซิเรียส! นายอยู่ไหนน่ะ! ซิเรียส!!"


               ลูเซียสตะโกนเรียกเพื่อนตัวเองที่หายไปอยู่ส่วนไหนของแท่นขุดเจาะก็ไม่ทราบได้ คนงาน ช่าง และเจ้าหน้าที่หลายคนพยายามจะควบคุมเพลิง แต่ไม่ เขาไม่เห็นเพื่อนของเขาเลย 

               และด้วยความลน นอกจากไฟจะไม่ดับแล้ว ยังลุกลามไปยังส่วนต่างๆ ของแท่นขุดเจาะเร็วขึ้นอีกด้วย

               เสียงขอความช่วยเหลือดังระงมไปทั่ว หลายคนตรงไปยังจุดนัดรวมเพื่อลงเรือหนี เจ้าหน้าที่บางส่วนโทรติดต่อชายฝั่งเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ความลำบากมันอยู่ที่ตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่ง ถึงจะติดต่อเจ้าหน้าที่ได้ แต่ความมืดก็ทำให้แก้ปัญหายากอยู่ดี

               ตัดภาพไปที่ซิเรียส ก่อนหน้าจะไฟไหม้ได้ไม่นานชายหนุ่มเดินไปหาช่างเทคนิคชำนาญการเครื่องกล ไบรตัน จอห์นสัน เพราะเขารู้สึกว่าวันนี้ท่อส่งก๊าซมันแปลกๆ รู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงผู้คนที่ฟังดูวุ่นวายพร้อมกับไอความร้อนที่กระจายไปทั่วบริเวณ 

               ที่แย่ไปกว่านั้น ตอนนี้พวกเขาอยู่ในห้องเทอร์ไบเจเนอเรเตอร์ (เครื่องปั่นไฟขนาดใหญ่) ซึ่งห้องนี้เป็นห้องขนาดไม่ใหญ่มาก มองไปด้านนอกอีกทีก็ไม่มีใครเหลือแล้ว หรือถ้าให้พูดอีกที ส่วนนี้ไม่มีใครเข้ามาได้สักพักแล้ว

               และตอนนี้ไฟก็ลุกท่วมไปหมด

               ไบรตันและซิเรียสวิ่งหนีออกมาทันที ทั้งสองลัดเลาะออกมาตามทาง แต่ด้วยความที่โครงสร้างส่วนใหญ่เป็นเหล็ก แล้วท่อนเหล็กที่โดนความร้อนละลายก็...


               ตุ้บ!


               เคร้ง!


               ...ตกลงมาใส่หัวซิเรียส


               กริมม์หนุ่มทรุดตัวลงกับพื้นแทบจะทันที เลือดสีสดไหลอาบโครงหน้าหล่อเหลา ควันไฟเริ่มหนาแสบตาขึ้นเรื่อยๆ ทั้งสองไอโขลก น้ำหูน้ำตาไหลพราก


               "ไหวไหมซิเรียส อีกไม่ไกลก็จะถึงเรือแล้ว ทนอีกนิดนะ"

               "อือ.. จะพยายาม"


               ชายหนุ่มพยุงตัวเองขึ้นอีกครั้งก่อนจะพากันวิ่งไปยังจุดหมาย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อบันไดที่ใกล้ที่สุดโดนไฟไหม้ ขั้นบันไดทั้งหลายร่วงไปอยู่ที่พื้นชั้นล่าง ไฟลุกไหม้


               "แย่ละ.." ไบรตันคราง

               "มันยังมีอีกทาง ไกลหน่อยแต่น่าจะพอได้อยู่"


               ซิเรียสกับไบรตันวิ่งย้อนกลับไปอีกทาง แต่ก็หยุดแทบไม่ทันเมื่อห็นว่ามีเปลวไฟดักหน้าพวกเขาอยู่ ไม่มีทางที่จะผ่านไปได้เลย

               ไม่ต้องคิดซ้ำ สองหนุ่มวิ่งกลับไปที่บันได มองหน้ากันก่อนจะกระโดดทันที

               โชคดีมากที่ยังพอมีพื้นที่เหลือให้พวกเขาอยู่บ้าง ไม่โดนไฟครอกตายไปซะก่อน เพราะคราบน้ำมันเครื่องและอะไรต่างๆ ที่เลอะเสื้อพวกเขาอยู่ทำให้ติดไฟได้ง่ายกว่าปกติ

               แต่กระนั้นการที่กระโดดลงมาแบบนั้นโดยไม่เซฟตัวเองก็ทำให้ทั้งคู่ล้มไปกระแทกเหล็กร้อนๆ เข้าให้เต็มๆ ได้แผลได้เลือดกันไป แถมไบรตันยังข้อมือซ้นอีก ส่วนซิเรียสก็แขนหัก

               ไม่มานั่งครวญครางให้เสียเวลา สองหนุ่มลุกขึ้นวิ่งไปจนถึงจุดจอดเรือ แต่เมื่อวิ่งไปถึงกลับพบแต่ความว่างเปล่า


               "ไป... ไปหมดแล้วเหรอ.." ไบรตันแทบร้องไห้


               ซิเรียสทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างหมดหวัง ตอนนี้ตีหนึ่งครึ่งแล้ว เชื่อว่าคงมีคนโทรหาชายฝั่งแล้วแน่ๆ เพียงแต่ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน แล้วพวกเขาจะทนไหวไหม


               And I don't wanna be alone
Cause you're the only one for me
And I'm finding it hard to breathe here, breathe here
You could be, the only way out of this place that I'm in
It's like I'm living a bad dream, bad dream
And only you can wake me

               ชายหนุ่มเสยผมขึ้นอย่างทดท้อ พลันแหวนแต่งงานก็ส่องประกายล้อกับแสงเพลิงสีส้มแดงด้านในที่เริ่มลุกลามไปส่วนอื่นของแท่นขุดเจาะอย่างร้ายกาจ

               ซิเรียสคิดถึงรีมัสกับลูกชายตัวน้อย คิดถึงจนเจ็บไปหมดทั้งใจ น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ ไร้เสียงสะอื้น

               ถึงไบรตันจะอยู่ตรงนี้ แต่กำลังใจและกำลังกายก็แทบไม่เหลือแล้ว ไม่ต่างอะไรกับการอยู่คนเดียวเลยสักนิด แค่หนทางจะมีชีวิตต่อยังยากลำบากเหลือทน

               ฝันร้าย... นี่มันฝันร้ายชัดๆ 

               ยอมแพ้....ดีไหมนะ..

               นัยน์ตาสีสวยเหลือบมองแหวนแต่งงานของตัวเองอีกครั้ง ภาพใบหน้าของภรรยาและลูกชายฉายชัดขึ้นมาในหัว รอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ไม่ได้ยินกับหูและไม่ได้เห็นกับตามาตลอดเก้าเดือน..

               เขากำลังจะได้กลับไปเห็นมันอีกครั้ง...ไม่ใช่เหรอ..


               "ซิเรียส! ไอ้ซิเรียส!!"

               "ลูเซียส!"


               ลูเซียสรีบวิ่งมาดูเพื่อนตัวเองทันที สำรวจดูแล้วท่าทางจะอาการหนักเอาเรื่อง ตามตัวก็มีแต่รอยแผลรอยช้ำ ไหนจะแขนที่มีรูปร่างแปลกๆ กับหัวอาบเลือดนั่นอีก แถมบนหน้าก็มีรอยเลือดซิบเต็มไปหมด

               ถ้าเจ้าหมาดำนี่เป็นอะไรไปนะ รีมัสมาเอาเลือดหัวเขาออกแน่ๆ


               "ฉันนึกว่านายขึ้นเรือไปแล้วซะอีก"

               "จะไปได้ไงล่ะ ฉันหานายไม่เจอนี่ จะให้ฉันทิ้งนายไว้นี่หรือไง" ลูเซียสตอบพลางเช็คอาการไบรตันต่อ

               "ขอบใจนะลูเซียส"

               บุรุษพยาบาลหนุ่มมองซิเรียสนิ่งๆ แล้วเอ่ย "เราเป็นมากกว่าเพื่อนนะซิเรียส เราเป็นครอบครัวเดียวกันนะ ในเมื่อมาสองก็ต้องกลับสองสิ จะให้ฉันกลับไปคนเดียวได้ไง อีกอย่าง ฉันโทรบอกคนที่บ้านแล้ว ขืนฉันกลับไปคนเดียวเมียฉันกับเมียนายเอาฉันตายแน่"

               "เออ นั่นแหละ ยังไงฉันก็ต้องขอบใจนายอยู่ดี"


               พวกเขานั่งรอกันราวๆ สี่สิบห้านาทีได้ แม้ว่าจะพยายามห้ามเลือดไว้แล้ว แต่ด้วยบาดแผลที่ค่อนหนักหนา ทำให้ซิเรียสเสียเลือดมากและหมดสติไปในที่สุด 


               "ซิเรียส! ซิเรียส! ไอ้หมาดำ!! ตื่นสิวะ! ฉันบอกให้ตื่น!!"


               เมื่อเพื่อนไม่ตื่น แล้วเขาก็ทำอะไรมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว ลูเซียสจึงประคองหัวของซิเรียสให้นอนลงบนตักของเขาดีๆ

               แล้วสิบห้านาทีต่อมา ความช่วยเหลือก็มาถึง

               ถือว่าพวกเขายังพอมีบุญอยู่บ้างที่ลานจอดเฮลิคอปเตอร์ยังใช้งานได้ ทำให้หนึ่งชั่วโมงครึ่งต่อมาทั้งหมดก็ปลอดภัยกันบนชายฝั่ง ซิเรียสถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ส่วนไบรตันก็ได้รับการเข้าเฝือกเรียบร้อยตั้งแต่บนเฮลิคอปเตอร์

               กว่าซิเรียสจะรอดชีวิตมาได้ลูเซียสก็เครียดจนตัวเกร็ง เขาโทรบอกคนคฤหาสน์ถึงอาการของซิเรียส แต่ในขณะนั้นหมอแผนกฉุกเฉินกลับเดินออกมาบอกข่าวร้ายกับเขา


               "ตอนนี้คุณแบล็กกำลังช็อกเพราะเสียเลือดมากครับ คุณ..."

               "ผมเลือดกรุ๊ปเดียวกับเขา"


               ท้ายที่สุด ซิเรียสก็รอดตาย

               หลังจากอาการของกริมม์หนุ่มพอจะทรงตัวบ้างแล้วในสองวันหลังจากนั้น ลูเซียสก็ทำเรื่องย้ายโรงพยาบาลทันที แม้จะมีคนคัดค้าน แต่แค่บอกนามสกุลไปก็ไม่มีใครกล้าหือแล้ว

               หลังจากส่งตัวกลับมาในลอนดอน ทุกคนก็แห่กันมารวมตัวที่ห้องพักพิเศษในโรงพยาบาล รอคอยให้ซิเรียสฟื้นขึ้นมา 

               รีมัสร้องไห้ตลอดตั้งแต่เกิดเรื่อง นัยน์ตาคู่สวยบวมช้ำไปหมด คริสโตเฟอร์ตัวน้อยก็ร้องไห้ตลอดเหมือนกัน เด็กชายคิดถึงพ่อมาก เขาเฝ้ารอคอยการกลับมาของพ่อตลอด รับวันนับคืนทุกวัน 

               แต่พอได้เห็นพ่ออีกที พ่อของเขาก็มานอนหลับอยู่บนเตียงแบบนี้ 


               ทำไมพ่อขี้เซาจัง ฮือออออออ


               "เดี๋ยวฉันต้องไปคุยกับหัวหน้างานของซิเรียสก่อน ตั้งแต่เกิดเรื่องยังไม่ได้คุยอะไรกับหมอนั่นเลย"

               "เขาไม่ต้องกลับไปทำงานที่นั่นแล้วใช่ไหม" รีมัสที่นั่งอยู่ข้างเตียงถามเสียงสั่น

               "เจ้าหมาดำน่ะนะ? คิดว่าคงไม่แล้วละ สภาพแท่นขุดเจาะนั่นโดนเผาไปเยอะอยู่นะ กว่าจะซ่อมเสร็จก็หลายเดือน หมดสัญญาพอดี"


               รีมัสพยักหน้ารับ ไม่ได้พูดอะไร


               "งั้นเดี๋ยวผมกับทอมดูคริสให้นะฮะ รีมัสเฝ้าซิเรียสไปเถอะ" แฮร์รี่เสนอ 

               "ขอบใจนะแฮร์รี่"

               "งั้นฉันไปข้าเวรต่อแล้วนะ หม่าม๊าไปทำงานแล้วนะครับแคสเซียส ไว้เจอกันนะครับลูก" เซเวอร์รัสหันมาบอกประโยคหลังกับลูกชายแล้วเดินออกไป


               เมื่อเห็นดังนั้น ลูเซียสก็เดินตามออกไปเช่นกัน ทอม แฮร์รี่ และเด็กน้อยทั้งสามก็ด้วย

               ปล่อยให้รีมัสใช้เวลาอยู่กับผู้เป็นสามีตามลำพัง

               ตอนที่เขาได้รับโทรศัพท์จากลูเซียสว่าแท่นขุดเจาะเกิดเพลิงไหม้ รีมัสรู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาถูกกระชากหลุดออกไปจากอก และยิ่งหนักขึ้นไปอีกเมื่อเพื่อนบอกว่าไม่รู้ว่าตอนนั้นซิเรียสหายไปอยู่ที่ไหน 

               เขาจำได้ดี ตอนนั้นเขาได้แต่สวดมนต์ภาวนาต่อพระผู้เป็นเจ้าให้ช่วยเหลือให้คนรักของเขาแคล้วคลาดปลอดภัย ขอพรกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกสิ่งทุกอย่างให้ซิเรียสกลับมาหาเขา 

               คำพูดของลูเซียสที่เขาแอบได้ยินตอนเจ้าตัวอยู่กับเซเวอร์รัสดังก้องขึ้นมาในหัว


               'เพราะพอไปอยู่ตรงนั้นน่ะ ฉันไม่รู้ไงว่าจะมีโอกาสกลับมาอ้อนนายแบบนี้อีกไหม นายก็รู้ว่างานที่แท่นขุดเจาะมันเสี่ยงขนาดไหน คนที่อยู่ตรงนั้นมันก็มีสิทธิ์ตายพอๆ กันนั่นแหละ แวมไพร์เป็นอมตะก็จริง แต่ไม่ได้หมายความว่าเจอระเบิดเจอไฟเข้าไปแล้วจะรอดนี่นา'


               รีมัสไม่เคยคิดวมาก่อนว่ามันจะเกิดขึ้นจริง..

               กอดลูกน้อยเอาไว้แน่น เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วคฤหาสน์ เมดสาวและลูกน้องทุกคนถูกปลุกขึ้นมาในทันทีทันใด เซเวอร์รัส ทอม แฮร์รี่ และเด็กน้อยอีกสองคนก็ลุกขึ้นมาในตอนนั้นเลย ต่างรอคอยข่าวคราวจากทางไกลอย่างใจจดใจจ่อ

               กว่าพวกเขาจะได้รู้ข่าวอีกทีก็ประมาณตีสี่ครึ่ง ซิเรียสบาดเจ็บหนัก ยิ่งเสียงของแพทย์หนุ่มที่แทรกเข้ามาในสายยิ่งทำให้รีมัสเครียดจัด อยากจะไปหาซิเรียสตั้งแต่ตอนนั้น ไปดูให้เห็นกับตาว่าอีกคนไม่เป็นอะไร 

               จนสองวันต่อมา ซิเรียสก็มาอยู่ต่อหน้าเขา...ในสภาพที่ไม่ดีเท่าไหร่นัก

               มือเรียวของรีมัสจับมือของซิเรียสขึ้นมาแนบแก้ม สัมผัสอุ่นๆ จากฝ่ามือหยาบกร้านที่โอบอุ้มลูกชายและโอบกอดเขามาตลอด สัมผัสที่เขาโหยหามาตลอดเก้าเดือน...

               ...ไม่คิดว่าเขาต้องมาสัมผัสมันอีกครั้ง...แบบนี้..


               I've got a phobia of being without ya
I've got a phobia of being alone
It's only a matter of time, boy (เนื้อเพลงเดิม : girl)
Before I break down
Because I can't start being without ya
I've got a phobia of letting you go...


               "ตื่นได้แล้วนะเท้าปุย นะ..นายหลับไปสองวันแล้วนะ ไม่คิดถึงฉันกับลูกเหรอ"

               "..."

               "อย่านอนเยอะนักสิ ทำไมขี้เซาแบบนี้ล่ะ" คำพูดติดตลก หากน้ำตารินรดอาบแก้ม

               "..."

               "ทุกคนเป็นห่วงนายมากนะ คริสร้องหานายทุกวันเลย.."

               "..."

               "ถ้าไม่มีนาย... ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าฉันจะใช้ชีวิตที่ไม่มีวันตายนี่ต่อไปยังไง มันคงทรมานมากเลยใช่ไหม ที่ต้องอยู่คนเดียวไปชั่วกัปชั่วกัลป์น่ะ ฮึก.."

               "..."

               "ฉันกลัว.. อึก..ฮึก.. ฉันกลัววันข้างหน้าที่ไม่มีนายเท้าปุย ฉันกลัวจริงๆ.."

               "..."

               "แค่คิด... ใจฉันก็แทบจะสลายอยู่แล้ว.."

               "..."

               "เข้มแข็งเข้าไว้นะที่รัก.. กลับมาหาฉันนะ"

               "..."


               And I want you to know
I'm not afraid, no

               มือใหญ่ขยับเบาๆ ในอุ้งมือเรียว เปลือกตาขาวเปิดขึ้นมาช้าๆ..

               นั่น... จันทร์เจ้าของเขาใช่ไหม..


               "จันทร์เจ้า.."

               "เท้าปุย!"


               รีมัสยิ้มกว้าง เขาแทบจะโผเข้าไปกอดคนป่วยอยู่แล้วถ้าไม่ติดว่าอาจจะทำให้อีกฝ่ายอาการหนักกว่าเก่า

               ซิเรียสระบายยิ้มบางๆ หากแต่เปี่ยมไปด้วยความความสุข


               "นายมาอยู่ตรงหน้าฉันแล้ว.." 

               "..."

               "รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา... ฉันคิดถึงนายมากแค่ไหน"

               "..."

               "อยู่กับนาย... ฉันรู้ว่าฉันจะไม่เป็นไร ฉันรู้ว่าฉันจะปลอดภัย"

               "ฮึก.."

               "ฉันกลับมาหานายแล้วนะ.."


               I'm safe with you..

               THE END




_____________________________________
               จบแล้ววววววววววววววว

               ในที่สุด สามคู่ของเราก็จบสักที โฮ่ยยยยยยยยยยยยยย ลากเลือดมากบอกเลย

               ตอนนี้ค่อนข้างยาวอยู่ มาไถ่โทษที่หายไปนานครับ (กระซิกๆ T^T) จะบอกว่าหาข้อมูลเรื่อง offshore เยอะมากๆ เพราะไรต์อยากให้มันเรียลที่สุด แต่ว่าพวกเรื่องเวลาหรือรายละเอียดบางอย่างอาจจะไม่ได้ตรงกับความเป็นจริงขนาดนั้นอ่ะนะ 

               คู่ต่อไปจะบอกว่าเป็นรุ่นพ่ออีกแล้ววววววว คาดว่าน่าจะลงมันพรุ่งนี้เลย ตามเวลาที่นี่ (._.) ถือเป็นการขอโทษอีกรอบที่ไรต์หายไปนานเกิ๊นนนนนน

               แต่กติกาก็ยังเป็นกติกานะครับ ไม่เม้นไม่อัพนาจาาา


               @Me The Ripper


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #50 Alisona Janes Curse (@gif05-hime) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:31
    ไม่น่าเลยยย
    #50
    0
  2. #49 J'name Rbt (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:17
    เปิดมาเจอดราม่าแต่เช้า ร้องเลยค่ะ ฮืออออออ
    #49
    0