โรงเรียนเวทย์มนต์โรวเฟอร์เรีย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 325 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    325

ตอนที่ 8 : 8 :: รวมทีม I 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 65
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    16 ธ.ค. 61


รวมทีม I


“นั่นสินะพี่ชาย !” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากอีกฟากของแม่น้ำ บ่งบอกว่าหมอนั่นไม่ได้กำลังอยู่ที่นี่คนเดียว ถ้าไม่นับฉันด้วยอะนะ

“เหอะ” เขาสบถออกมาด้วยความไม่ต้อนรับแขกอย่างแรง เป็นคนที่มนุษย์สัมพันธ์แย่จริงๆเลย

“ป่าฝั่งนู้นเป็นไงบ้าง พี่ชายเจอจุดสแกนบ้างไหม” 

“ทำไมฉันต้องบอกแกด้วยวะ” คำพูดดุร้ายถูกส่งออกมาด้วยน้ำเสียงแบบเดียวกับคำพูด ดูท่าหมอนี่คงจะแรงไม่เบา คิดถูกจริงๆที่ไม่ได้แสดงตัวไปตั้งแต่เมื่อกี้ ไม่งั้นได้เปิดฉากสู้กันแน่ๆ

“แลกเปลี่ยนข้อมูลกันไง ยังไงพวกเราก็มีชะตากรรมเดียวกันนี่”

“งั้นแกก็บอกข้อมูลของแกมาก่อนสิ” น้ำเสียงเหี้ยมกล่าวอย่างเป็นต่อ ฉันแอบชะโงกหน้าดูเหตุการณ์ตรงหน้า ผู้ชายที่ฉันเดินตามมามีร่ายกายที่ค่อนข้างใหญ่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อดูแข็งแรง อาวุธในมือของเขาคือดาบอย่างที่คาดการณ์ไว้ การแต่งกายดูดีมีฐานะเหมือนพวกชนชั้นสูง 
ในขณะที่คนที่อยู่อีกฟากของแม่น้ำคือผู้ชายผอมๆคนหนึ่ง เขาใส่ชุดธรรมดาเหมือนคนทั่วไป ในมือมีคันธนูและมีกระบอกใส่ลูกธนูสะพานอยู่ด้านหลัง ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด คงจะเป็นสามัญชนที่ต้องการเข้ามาเรียนที่นี่เหมือนๆกับฉันนั่นแหละ

“ก็ได้ ทางฝั่งนี้ฉันยังไม่เจออะไรที่เป็นเหมือนจุดสแกนเลย ทางพี่ชายล่ะ” คนที่อยู่อีกฝั่งยอมทำตามข้อเสนอบอกข้อมูลของตัวเองออกมาก่อน

“หา แบบนั้นมันเป็นข้อมูลซะที่ไหนละวะ” คนที่อยู่ฝั่งนี้กล่าวอย่างหัวเสีย ก็ป่าตั้งกว้างนี่ จุดสแกนเป็นยังไงก็ยังไม่เคยเห็น ใครมันจะไปหาเจอง่ายๆกันล่ะ

“แล้วฝั่งนั้นเป็นไงบ้าง”

“เออ ยังไม่เจอเหมือนแกนั่นแหละ”

“อ้าว งั้นพี่ชายก็ไม่มีข้อมูลเหมือนกันนี่” คนอีกฝั่งเอ่ยขึ้นทันที ให้ตายเหอะไอ้คนรวยนี่ ข้อมูลตัวเองไม่มียังจะไปเค้นจากคนอื่นอีก

“เหอะ” คนร่างใหญ่สบถอีกครั้งก่อนจะนั่งลงข้างๆแม่น้ำและกวักน้ำขึ้นมาล้างหน้าล้างตาโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ คนที่อยู่อีกฝั่งเห็นดังนั้นจึงนั่งลงบ้างและทำแบบเดียวกัน

ฉันก็อยากจะดื่มน้ำบ้างจังเลยน้า ให้ตายสิ

“เห้ยไอ้เปี๊ยก ฉันมีข้อเสนอ” คนตัวใหญ่กว่าเริ่มบทสนทนาใหม่อีกครั้งเรียกความสนใจจากคนร่างเปี๊ยกและคนที่แอบฟังอยู่อย่างฉันได้เป็นอย่างดี

“ว่าไงพี่ชาย” เขาขานรับด้วยความสนใจ

“เรามารวมทีมกันเหอะ หาคนเดียวชาตินี้คงไม่รอด เดี๋ยวพวกฉันจะข้ามไปฝั่งแกเอง” เขาพูดข้อเสนอที่น่าสนใจบางอย่างขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรมากขึ้น แตกต่างจากเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ลิบลับ

แต่เมื่อกี้เขาพูดว่า ‘พวกเรา’ หรือเปล่านะ ?

“เยี่ยมเลยพี่ชาย แต่เมื่อกี้คุณบอกว่าพวกเรา หมายถึง?”

“ฉันหมายถึงฉันกับคนที่กำลังแอบฟังมาตั้งแต่ต้น ออกมาได้แล้ว คนที่หลบอยู่หลังต้นไม้ต้นนั้นน่ะ”

อ่า ... ความแตกซะแล้ว


อีกด้านหนึ่ง

ชายหนุ่มเจ้าของเส้นผมสีน้ำเงินเข้มราวกับท้องทะเลลึกกำลังใช้ดวงตาคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกสิ่งที่ขวางทางของตนให้ขาดสะบั้นนั่นจ้องมองไปยังแม่น้ำที่อยู่ตรงหน้า ในมือของเขามีดาบซึ่งเป็นอาวุธจำลองที่ได้รับในการทดสอบครั้งนี้เปื้อนไปด้วยเลือดของสัตว์ป่าทุกตัวที่มาขัดขวางเส้นทางของเขา

ถึงจะเป็นเพียงอาวุธจำลองก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับคนที่ฝึกการใช้ดาบมาตลอดชีวิตอย่างเขา แม้จะไม่มีความคมที่มากพอ แต่หากใช้ทักษะความสามารถที่มีอยู่ย่อมใช้มันได้อย่างคมกริบไม่ต่างจากดาบของจริงเลยทีเดียว

นับตั้งแต่ที่เขาแยกจากฟราน มาร์คัสและจาฟาร์เมื่อตอนเริ่มการทดสอบจนถึงตอนนี้ เขายังไม่ได้พบกับใครเลยสักคนที่ถูกส่งเข้ามาอยู่ที่นี่เหมือนๆกัน จะมีก็แต่เสียงร้องโหยหวนทั้งหญิงและชายที่ดังลั่นป่ามาจากที่ไกลๆเท่านั้น 

‘เล่นแรงชะมัด’ นั่นคือสิ่งที่เรียวคิด

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีสัตว์ป่าแสนน่ารักที่เข้ามารนหาที่ตายด้วยตนเองแวะเวียนมาเยี่ยมเขาเสมอตลอดการเดินทาง และแน่นอนว่าเขาตอบแทนน้ำใจของพวกมันด้วยดาบเล่มนี้อย่างดีที่สุดเลยล่ะ

เรียวเดินผ่านป่ามาเรื่อยๆจนมาถึงที่ที่สภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปจากเดิม ในตอนนี้ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าเขาคือสายน้ำนิ่งอันเป็นที่อาศัยของสัตว์อันตรายมากมายที่พร้อมคร่าชีวิตทุกคนที่ตกลงไปในนั้น

และตอนนี้สัญชาติญาณของเขากำลังกู่ร้องอย่างแรงกล้าให้เขาลงไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อันตรายสุดๆนั่น

“หึ ..” หัวเราะในลำคอเบาๆพร้อมกับยกยิ้มมุมปากเป็นภาพที่สาวๆคนไหนมาเห็นคงไม่พ้นกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งในรูปลักษณ์ภายนอกของชายคนนี้ เขาตวัดดาบเพื่อสบัดคราบเลือดที่ติดอยู่ให้หลุดออกไปแม้มันจะไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ก่อนจะก้าวลงสายน้ำนิ่งด้วยจิตใจอันแน่วแน่

ตู้ม !!!!

ทันทีที่ร่างกายเปียกชื้นครบทุกสัดส่วนนัยน์ตาสีดำจึงเบิกโพล่งขึ้นเพื่อเก็บข้อมูลใต้น้ำที่แสนอันตรายแห่งนี้ เขาจับอาวุธในมือด้วยท่าที่ถนัดที่สุดเพื่อตั้งรับการโจมตีที่อาจจะเข้ามาโดยไม่รู้ตัว ร่างกายค่อยๆทิ้งดิ่งลงไปตามกลไกของธรรมชาติ

“โฮกกกกกก !!!!” เสียงคำรามทรงพลังดังขึ้นภายใต้ผืนน้ำอันเงียบสงบเม่ื่อมีผู้บุกรุกมาเยือนถึงถิ่น ก่อให้เกิดเป็นคลื่นน้ำอย่างรุนแรงปะทะเข้ากับร่างของชายหนุ่มจนต้องใช้แขนทั้งสองข้างขึ้นมาตั้งรับกระแสน้ำที่กำลังจะพัดพาร่างของตนเองให้ลอยออกไปไกล 

เสียงคำรามลากยาวต่อเนื่องเหมือนเจ้าถิ่นที่กำลังโมโหจัด สายน้ำที่โหมใส่ร่างของชายหนุ่มจนลอยมาติดอยู่กับดินที่กองกันสูงขึ้นไปเหนือแม่น้ำ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่าเจ้าของเสียงคำรามสามารถระบุตำแหน่งของเขาได้อย่างชัดเจนว่าอยู่ส่วนไหนของแม่น้ำสายนี้ ไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถพาร่างของเขากลับมาติดอยู่ที่ขอบแม่น้ำนี่ได้หรอก

แม้จะตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นรองแต่เรียวกลับเผยรอยยิ้มที่มาพร้อมกับดวงตากระหายความต่อสู้ภายใต้สายน้ำอันแปรปรวนแห่งนี้ ร่างสูงที่ดูเหมือนอากาศสำหรับการหายใจจะไม่หมดง่ายๆพยุงตัวเองให้นั่งชันเข่าขึ้นหนึ่งข้างบนดินของขอบฝั่งแม่น้ำด้วยท่าทางที่เหมาะสม มือข้างหนึ่งจับดาบพร้อมกับเอี่ยวแขนข้างนั้นไปอีกข้างของลำตัวเพื่อเตรียมรับมือกับการโจมตีของสิ่งมีชีวิตที่คำรามกู่ก้องไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน

“โฮก !!!!!!”

“หึ ...” ทันทีที่ร่างยักษ์ว่ายตามกระแสน้ำเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มได้พุ่งตัวเองทวนกระแสน้ำไปหาเจ้าตัวใหญ่นั่นอย่างรุนแรง มันอ้าปากกว้างเตรียมกัดเข้าที่ร่างของเขาอย่างจมเขี้ยว แต่สิ่งที่มันได้มีเพียงดาบทื่อๆที่ฟาดผ่านปากและกรีดร่างด้านข้างลำตัวของมันตั้งแต่หัวจรดหางอย่างรวดเร็ว

“โฮกกกกก !!” สิ่งมีชีวิตใต้น้ำขนาดใหญ่ดีดดิ้นอย่างรุนแรงเมื่อรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ได้รับ โลหิตสีฟ้าทะลักออกมาจากร่างของมันปะปนไปกับสายน้ำ บาดแผลสดๆของมันที่กำลังสัมผัสกับน้ำทำให้มันกรีดร้องออกมารุนแรงยิ่งกว่าเดิม

ชายหนุ่มที่เป็นผู้ฝากรอยแผลไว้บนร่างของมันม้วนตัวกลางสายน้ำกลับมามองผลงานที่ตนเองทำไว้ สัตว์ร้ายที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าคือเต่าทีวาน่าพันปี หนึ่งในเจ้าแห่งท้องทะเลซึ่งมีพละกำลังอันแข็งแกร่ง ร่างกายของมันจะใหญ่โตขึ้นเรื่อยๆตามช่วงชีวิตของมันเอง กระดองของมันนั้นแข็งดุจเหล็กกล้าที่แม้แต่เวทย์โจมตีระดับสูงยังยากที่จะเจาะเข้า

และแน่นอน จุดอ่อนของมันคือส่วนของร่างกายที่ไม่มีกระดองป้องกันอยู่ แม้จะเป็นสัตว์ที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็ว แต่ถ้าหากมีทักษะมากพอจะสามารถเล็งไปที่จุดอ่อนของมันและกำจัดได้อย่างง่ายดาย แม้อาวุธจะเป็นเพียงดาบทื่อๆก็ตาม

เรียวเบนสายตาไปยังจุดแข็งของมันซึ่งก็คือส่วนกระดองที่แข็งแกร่งนั่นเอง บนหลังของเจ้าตัวใหญ่ยักษ์นี่มีแท่นหินบางอย่างคล้องโซ่ติดเอาไว้อยู่ เพราะมันดีดดิ้นไปมาจึงทำให้เขามองภาพตรงหน้าได้ไม่ชัดเจนนัก

แต่เขาค่อนข้างมั่นใจว่านั่นจะต้องเป็นสิ่งที่เขากำลังตามหาอยู่แน่นอน

“โฮกกกกก !!!” มันส่งเสียงคำรามออกมาอีกครั้งก่อนที่คนร่างสูงจะจับสัมผัสรอบตัวที่กำลังเปลี่ยนไปได้ กระแสน้ำที่รุนแรงครั้งแรก บัดนี้รุนแรงกว่าเดิมอีกทั้งยังตีกันมั่นซั่วไม่สามารถจับทิศทางของกระแสน้ำได้เลยแม้แต่น้อย

เขารู้ทันทีว่าเต่าทีวาน่าพันปีตัวนี้กำลังจะใช้จุดแข็งอีกอย่างของมัน นั่นคือการเรียกพรรคพวกที่ซ่อนตัวอยู่มาช่วยกันจัดการเหยื่ออย่างโหดร้ายทารุณที่สุดเท่าที่พวกมันจะทำได้

‘เป็นโรงเรียนที่เล่นแรงจริงๆนั่นแหละ’ 

เรียวที่รู้ว่าเต่าทีวาน่ากำลังจะทำอะไรรีบพุ่งตัวฝ่ากระแสน้ำรุนแรงไปหาร่างที่ยังคงดีดดิ้นไม่หยุด เขาตัดสินใจทิ้งอาวุธของตนเองก่อนจะใช้มือทั้งสองข้างเกาะโซ่ที่ล่ามแท่นหินเอาไว้แน่นเพื่อไม่ให้หลุดจากการสะบัดอย่างรุนแรงของเจ้าสัตว์ตัวใหญ่นี่

เป็นไปตามที่คิด บนแท่นหินนี่มีช่องกลมๆกลวงๆอยู่ มันคือแท่นสแกนหินเวทย์ไม่ผิดอย่างแน่นอน เรียวปล่อยมือข้างหนึ่งออกจากการเกาะโซ่มากระชากสร้อยที่คอตัวเองออกพร้อมกับใส่หินเวทย์เข้าไปในช่องของมันอย่างทันท่วงที ก่อนที่ลมหายใจเฮือกสุดท้ายและพรรคพวกของเต่าทีวาน่าพันปีจะมากัดกินร่างของเขาได้ทันเวลา

“โฮกก !!” นั่นคือเสียงคำรามสุดท้ายที่เรียวได้ยิน ภาพที่เห็นคือเต่าทีวาน่าที่มีขนาดตัวเล็กกว่าตัวที่เขาพึ่งสู้กับมันไป แต่พวกมันมากันเป็นฝูงกำลังพุ่งตรงแหวกกระแสน้ำเข้ามาหาร่างของเขา เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เขาปล่อยมือออกจากโซ่ที่เกาะอยู่ พร้อมกับแสงสว่างวาบที่พาความอบอุ่นเข้ามาโอบล้อมร่างกายของเขาออกไปจากสถานที่แห่งนี้

‘เหอะ จบสักทีนะ’

เรียว เฟอร์เรียอัส ผ่านการทดสอบค่ะ’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

0 ความคิดเห็น