โรงเรียนเวทย์มนต์โรวเฟอร์เรีย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 325 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    325

ตอนที่ 4 : 4 :: ออกเดินทาง 2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 46
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61


ออกเดินทาง II 


05.34 @คฤหาสน์ขุนนางชั้นสูง เขตเมืองโรวเฟอร์เรีย

“เป็นยังไงบ้างเด็กๆ พร้อมกันหรือยัง” คุณนายของบ้านซึ่งนั่งอยู่ในห้องรับแขกเอ่ยทักทายเด็กหนุ่มที่กำลังก้าวลงมาจากห้องพักทีละคน แม้เมื่อคืนจะกลับมาจากงานเลี้ยงเสียดึกดื่นแต่เธอก็ไม่พลาดที่จะตื่นมาส่งเหล่าลูกชายไปสมัครสอบที่โรงเรียนแน่นอน

“คุณแม่ ทำไมตื่นแต่เช้าจังคร้าบบบ” นำ้เสียงสดใสที่มาก่อนเข้าตัวตะโกนลงมาจากชั้นบน ถึงแม้จะเป็นเวลาเช้าเสียขนาดนี้แต่ดูเหมือนฟรานจะไม่ได้มีอาการง่วงนอนเสียเลย

“แม่ตื่นมาทำอาหารให้พวกลูกน่ะจ้ะ มานี่สิทุกคน” คุณนายลุกขึ้นจากโซฟาแสนหรูหราเดินเข้าไปในครัวพร้อมกับชุดคลุมของตนเอง ภายในครัวเต็มไปด้วยอาหารมากมายหลายชนิดถูกบรรจุอยู่ในกล่องเก็บอาหารเวทย์มนต์ซึ่งจะเก็บรักษาสี รส กลิ่นและคุณภาพของอาหารให้สดใหม่อยู่เสมอเหมือนพึ่งทำเสร็จใหม่ๆ โดยสามารถเก็บไว้ได้นานเป็นเดือนเลยทีเดียว

“โอ้โห .. คุณแม่ ของพวกผมหมดนี่เลยหรอครับ” มาร์คัสที่เดินมาถึงที่ครัวคนแรกเอ่ยอย่างอึ้งๆ อาหารหายากราคาแพงจำนวนมากถูกจัดอย่างสวยงามและประณีตอยู่ภายในกล่องเก็บอาหารเวทย์มนต์ ซึ่งแน่นอนว่ามันงดงามเกินกว่าอาหารสำหรับเหล่าเด็กหนุ่มอายุ 18 ที่กำลังจะไปสมัครเรียนมากโข

“ว้าว !! อาหารฝีมือคุณแม่ !” ฟรานที่เข้ามาถึงคนที่สองตาลุกวาวกับอาหารตรงหน้า เขาบอกได้เลยว่าอาหารฝีมือคุณแม่เรียวน่ะ ระดับประเทศ

“กินไม่ได้เลยล่ะสิ” เป็นเสียงนุ่มทุ้มของคุณพ่อที่เดินเข้ามาสมทบ เขาอยู่ในชุดนอนที่ถึงแม้จะพึ่งตื่นก็ยังคงความดูดีไว้ได้เหมือนเคย

“เอ้ะ ! คุณนี่” คุณนายหันไปดุคุณพ่อที่กล่าวหาว่าฝีมือการทำอาหารของเธอกินไม่ได้ ทั้งๆที่ต้องอ้อนให้เธอทำของโปรดให้ทานอยู่ทุกวัน

เดี๋ยวก็ให้อดข้าวซะเลย !

“ขอบคุณมากๆครับคุณแม่” จาฟาร์ที่เกินมาถึงสักพักกล่าวขอบคุณอย่างนอบน้อม หลังจากที่อดนอนติดกันถึงสามวันแล้วได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มทำให้มีใบหน้าที่สดใสมากขึ้นกว่าเมื่อคืนนัก

“ได้ทานอาหารฝีมือคุณแม่แบบนี้ ผมสอบผ่านแน่นอนครับ” มาร์คัสอวยคุณหญิงแม่อย่างออกนอกหน้านอกตา ถึงแม้เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ใหญ่จะเก็บอาการเจ้าชู้ลงกล่องและแสดงกิริยาสำรวมออกมาแทน แต่บางทีปากเขาก็พูดไปก่อนความคิดเสียอีก

“แหม ปากหวานจริงนะพ่อหนุ่ม”

“เฮ้ย ! เมียข้า” คุณพ่อเอ่ยก่อนจะเดินไปโอบไหล่คุณแม่หลวมๆ จ้องมาร์คัสด้วยสายตาที่ทำเป็นดุ

“ผะ..ผมไม่ได้หมายความอย่างนั้นครับคุณพ่อ” พ่อหนุ่มเจ้าชู้รีบตอบอย่างตะกุกตะกัก มือไม้ยกขึ้นมาโบกเพื่อสนับสนุนคำปฏิเสธของตัวเองเป็นระวิง

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ คุณพ่อเอามันไปประหารเลยคร้าบบบ”

“ไอ้ฟราน !”

“โดนแน่มึง ฮ่าๆๆๆๆ”

“เอ้า ใจเย็นๆจ้ะเด็กๆ อย่าตีกันเองสิ” คุณแม่ห้ามทัพกลุ่มลูกชายที่เริ่มจะตีกันเองอีกรอบ “มาร์คัสปากหวานอย่างนี้ เข้าโรงเรียนไปมีแฟนก่อนเพื่อนแน่เลย แม่ว่า” เอ่ยแซวเพื่อนลูกชายจอมเจ้าชู้ไปที ที่โรงเรียนเต็มไปด้วยผู้คนที่ไม่เคยพบเจอมาก่อนมากหน้าหลายตา พ่อหนุ่มหน้าตาดีแถมยังนิสัยดีแบบนี้ คงไม่แปลกถ้าจะตกเป็นเป้าสายตาของสาวๆมากมาย

“โหย ไม่เอาหรอกครับคุณแม่ ฟงแฟนอะไร ผมไม่อยากผูกมัดกับใครครับ” มาร์คัสบอกตามความรู้สึกของตนเองจริงๆ เขายอมรับว่าตนเองเจ้าชู้ แต่ถ้ายังไม่เจอคนที่ใช่ เขาก็จะยังไม่หยุดที่ใครทั้งนั้น

“พูดอย่างงี้ สยบแทบเท้าเมียทุกราย” คุณพ่อพูดพลางยักคิ้วให้มาร์คัส

“พ่อด้วยใช่มั้ยครับ” ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินราวกับท้องทะเลลึกยืนล้วงกระเป๋ากางเกงพิงประตูครัวฟังบทสนทนาอยู่นานเอ่ยขึ้นมาในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด 

“ฮู้ววว คุณพ่อออ”

“ก็ใช่นะสิโว้ย” คุณพ่อเอ่ยตอบลูกชายตัวเองก่อนจะเอียงคอซบไหล่สวยของคุณนายอย่างออดอ้อน

“ฮ่าๆๆๆ” 

“ไม่มีทาง คุณพ่อคุณแม่รอดูผมได้เลย” มาร์คัสบอกอย่างมั่นใจ เขามั่นใจว่าอย่างเขาหนะไม่มีทางหยุดที่ใคร จะไม่มีผู้หญิงคนไหนจะสยบเขาได้ทั้งนั้น !

  “จ้าๆๆๆ” คุณแม่เอ่ยรับมาร์คัส ถ้าเขาพูดอย่างมั่นใจเสียขนาดนั้น เธอก็ไม่อยากจะขัด

“หึ จะรอดู” เรียวพูดด้วยน้ำเสียงเชิงท้าทายก่อนจะยิ้มมุมปากส่งไปให้เพื่อนจอมเจ้าชู้ของเขา

“เด็กๆไปกันได้แล้วจ้ะ เดี๋ยวจะสายเอานะ” 

“ค้าบบ คุณแม่”

“ขอบคุณมากครับคุณแม่”

“แล้วพบกันใหม่ครับ คุณพ่อคุณแม่”

“ไปละนะครับ” เรียวกล่าวก่อนจะเดินไปสวมก่อนผู้มีศักดิ์เป็นบิดาและมารดาของตน คุณแม่หอมแก้มลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเพียงคนเดียวของตนเสียฟอดใหญ่ เธอรู้ว่าหลังจากนี้คงอีกสักระยะกว่าจะได้พบลูกชายอีกครั้งหนึ่ง

“เดินทางดีๆละ เข้าพวกลูกชาย”

“รับทราบครับผม !” ฟรานเอ่ยอย่างสดใสตอบรับคุณชายใหญ่ของบ้าน

พวกเขาทั้ง 4 คนเดินมาขึ้นรถเวทย์มนต์ที่จอดรออยู่หน้าคฤหาสน์ ทุกคนยกเว้นเรียวมีกระเป๋าเป้เวทย์มนต์ที่ภายในบรรจุของใช้จำเป็นสำหรับการเดินทางไปสมัครเรียนและอาหารที่คุณแม่ได้เตรียมไว้ให้ ส่วนกระเป๋าเสื้อผ้าหรืออุปกรณ์จำเป็นที่ต้องขนย้ายเข้าหอพักของโรงเรียนในกรณีที่ผ่านการทดสอบนั้นจะตามมาภายหลัง

รถเวทย์มนต์ราคาแพงแล่นออกจากคฤหาสน์มีจุดมุ่งหมายอยู่ที่โรงเรียนเวทย์มนต์อันดับ 1 ของประเทศ คุณชายและคุณนายของบ้านยืนดูรถวิ่งหายไปจนลับสายตา

ต่อจากนี้ลูกชายของเขาจะต้องพบกับเหตุการณ์มากมายที่จะทำให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีมากยิ่งขึ้น หน้าที่ของพ่อแม่อย่างพวกเขาคือการรอสนับสนุนลูกชายสุดที่รักอยู่ตรงนี้อย่างสุดความสามารถของพวกเขาเอง



@โรงเรียนเวทย์มนต์โรวเฟอร์เรีย

“Zzzzz”

“เพิร์ล” ฉันเอ่ยเบาๆเพื่อปลุกคนข้างๆให้ตื่นขึ้นจากนิทรา หัวเล็กๆนั่นวางอยู่บนไหล่ของฉันมาสักระยะนึง ฉันเห็นว่าเธอดูสบายและฉันเองก็ไม่ได้ปวดไหล่อะไรมากเพราะเพื่อนผีเสื้อตัวน้อยช่วยรองรับศรีษะของเธออยู่ ก็เลยปล่อยเลยตามเลยให้เธอได้ยืมหมอนที่ชื่อว่าเซย์ เมวาเรียในการพักผ่อน

“งืมมม แปปนึงค่ะแม่ ...” เพิร์ลพูดทั้งๆที่นัยย์ตากลมโตนั่นยังไม่ได้เปิดมาพบกับแสงอาทิตย์ยามเช้าแม้แต่น้อย

“เพิร์ล ถึงแล้ว” ลองเรียกดูอีกรอบพร้อมกับเขย่าแขนเธอเบาๆ เธอดูบอบบางไปหมดจนฉันไม่กล้าทำอะไรแรงๆเลยแฮะ

“อีก 5 นาทีนะคะ ...” 

โอเค ฉันคิดว่าฉันต้องทำอะไรสักอย่าง

“เพิร์ล !!!!!!!!”

“ตื่นแล้วค่ะแม่ !! โอ้ย !!!” ร่างเล็กผุดลุกทันทีที่ฉันตะโกนปลุกจนไม่ทันระวังหัวโขกเพดานรถที่เราใช้ในการโดยสารมาที่นี่ เพิร์ลยกมือมากุมศรีษะแล้วลูบเบาๆ เบะปากเล็กน้อยเหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้

“โทษที เธอเจ็บมากมั๊ย” ฉันรีบลุกขึ้นมาดูอาการของคนตรงหน้า แต่เพิร์ลส่ายหน้าเพื่อส่งสัญญาณว่าไม่เป็นอะไร ฉันจึงเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าเวทย์มนต์ของตัวเองและของเธอขึ้นมา ก่อนจะจูงมือเธอเดินลงจากรถที่มาถึงที่หมายได้สักระยะแล้ว

เหมือนเลี้ยงลูกเลยแฮะ

“อ๊ะ เซย์คะ ฉันถือกระเป๋าตัวเองดีกว่า” เธอเอื้อมมือมารับกระเป๋าเวทย์ของตัวเองไปถือก่อนจะมองไปรอบๆสถานที่ที่เรายืนอยู่ “ว้าวว คนเยอะจริงๆนะคะ”

“อือ ใครๆก็อยากเรียนที่นี่นี่นา”

“คนเยอะขนาดนี้เขาจะรับกี่คนกันนะ เซย์รู้ไหมคะ” เพิร์ลถามขณะที่พวกเราออกเดินไปตามทิศทางที่คนอื่นๆกำลังเดินไป คงเป็นที่ที่ให้ลงทะเบียนสมัครนั่นแหละ

“ไม่มีจำนวนตายตัว ใครผ่านเกณฑ์ที่กำหนดก็รับหมด” แน่นอนว่าฉันศึกษาข้อมูลมาอย่างดีเลยตอบเพิร์ลได้อย่างง่ายดาย

“เอ๋ ถ้ามีจำนวนคนสมัครประมาณนี้ทุกปี แต่ปริมาณนักเรียนในโรงเรียนกลับไม่ได้เยอะมาก ... อย่างนี้แสดงว่าเกณฑ์ต้องยากมากเลยนะสิคะ” 

“อือ คงงั้น” เพราะเป็นโรงเรียนอันดับ 1 ที่รวบรวมคนเก่งๆระดับประเทศไว้มากมาย เพราะงั้นการแข่งขันจึงสูงมากๆเลยละ 

“แล้วอย่างงี้ฉันจะรอดมั้ยคะเนี่ย ฮื่ออ” 

“ทำให้เต็มทีที่สุดก็พอ เธอทำได้น่า”

“ขอบคุณนะคะเซย์ ฉันจะลองสักตั้งนึง !” เธอพูดพลางทำท่ากำหมัดอย่างตั้งใจ

“เก่งมาก” ฉันเผยรอยยิ้มอ่อนๆให้เธอ อ่า นี่แทบจะเป็นรอยยิ้มแรกในรอบ 3 เดือนของฉันเลยนะเนี่ย

“เซย์ .. เมื่อกี้ยิ้มหรอ !”

“อือ ทำไมอะ” เพิร์ลทำตาโตอ้าปากค้าง หรือว่าการที่ฉันไม่ได้ยิ้มมานานมันเลยทำให้รอยยิ้มออกมาแปลกๆกันนะ

“น่ารักมากเลยอ่าา ฉันอยากเก็บภาพไว้จัง !”

“หา ?” 

“จริงๆนะ เนี่ยลองยิ้มอีกทีสิ”

“ไม่เอาแล้ว อย่าชมนะ” อ่า พอมีคนชมแล้วฉันขนลุกชะมัด ชีวิตฉันที่ขลุกอยู่กับพ่อและพี่ชายไม่เคยมีรอยยิ้มน่ารักที่ว่านั่นหรอก เวลาที่พ่อและพี่ยิ้มหนะ มีแต่แสยะยิ้มเท่านั้นแหละ

“ทำไมอ่าา”

“นี่พอเลย มาต่อคิวได้แล้ว”

“จริงๆนะคะ ลองส่องกระจกก็ได้”

ให้ตายเถอะ ยัยเด็กคนนี้ ดื้อชะมัด

“มันจะไม่มี ...”

“กรี๊ดดดดดดดด !!!!”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

0 ความคิดเห็น