โรงเรียนเวทย์มนต์โรวเฟอร์เรีย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 325 Views

  • 0 Comments

  • 15 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    325

ตอนที่ 2 : 2 :: การพบเจอ II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 56
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61


การพบเจอ II


“ขออันนั้นสองไม้ค่ะ” 

“นี่จ้ะแม่หนู”

“ขอบคุณค่ะ” ฉันเอื้อมมือไปรับของพร้อมกับยื่นเงินให้ กลิ่นหอมของอาหารตรงหน้าเย้ายวนคนที่ไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เช้าอย่างฉันได้ดีเชียวละ

“อึก ..”

“เอ้า นี่” ถือของตัวเองไว้หนึ่งไม้ ส่วนอีกไม้ยื่นให้อีกคนด้านหลังที่พึ่งกลื่นน้ำลายไปเมื่อกี้

อ่า .. ที่ร้านอาหารตอนนั้นเธอคงจะยังไม่ได้กินอะไรสินะ

“หะ .. ให้ฉันหรอคะ” เธอถามเหมือนจะเกรงใจแต่ดวงตากลับสั่นระริก ทั้งใบหน้าและเนื้อตัวมอมแมมไปหมด ผมเผ้าก็ยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง เสื้อผ้าสวยๆนั่นเต็มไปด้วยรอยขาดหวิ่น ถึงอย่างนั้นใบหน้านั่นก็ยังคงความน่ารักไว้อยู่ไม่น้อย ใครมาเห็นภาพเด็กคนนี้ในตอนที่กำลังอ้อนวอนขออะไรสักอย่างเหมือนที่ฉันเห็นละก็ คงยกให้เธอหมดเลยนั่นแหละ

“อื้อ กินสิ เมื่อกี้ในร้านเธอคงยังไม่ได้กินสินะ” 

“ขอบคุณค่ะ” เธอก้มหัวขอบคุณพร้อมกับเอื้อมมือมารับอาหารที่ฉันยื่นให้ ท่าทางที่เธอกินดูเอร็ดอร่อยเสียจนไม่รู้ว่ามันอร่อยจริงๆหรือเพราะเธอยังไม่ได้ทานอะไรเลยกันแน่

ฉันออกเดินอีกครั้งพลางกินอาหารในมือพร้อมกับสายตาที่สอดส่องหาอาหารร้านอื่นๆ คนที่เดินตามกันมาตลอดเองก็วิ่งตามฉันมาเช่นกัน เห็นอย่างนั้นฉันเลยหยุดเดินสักพัก รอให้เธอเดินมาขนาบข้างแล้วจึงออกเดินไปพร้อมกัน

จริงๆฉันก็ไม่ใช่คนใจดีอะไรมากมายหรอก แต่ดูจากสภาพของยัยนี่แถมยังเหตุการณ์ที่ร้านอาหารก่อนหน้านี้ …
 
ฉันเองก็ไม่ได้ใจร้ายอะนะ

“แวะร้านนี้กันเถอะ” เอ่ยบอกคนข้างตัวก่อนจะเดินไปยังร้านอาหารข้างทางที่มีที่ให้นั่งรับประทานอาหาร ตั้งแต่ออกจากร้านนั้นมาก็เดินอยู่ตลอด ฉันไม่เหนื่อยก็จริงแต่คนที่เดินตามมามีสภาพโทรมขนาดนี้ คงจะเหนื่อยไม่น้อยเลยละนะ 

“ขออันนี้สองที่ค่ะ” สั่งเผื่ออีกคนก่อนจะเดินไปยังที่นั่งที่เหลือว่างอยู่ที่เดียว วางกระเป๋าเป้เวทย์มนต์ไว้บนโต๊ะพร้อมกับไล่สายตามองคนทั่วไปที่กำลังเลือกซื้ออาหารกันอย่างคึกคัก

ถึงแม้จะมีเหตุชุลมุนวุ่นวายเกิดขึ้นก็ไม่ได้แตกตื่นอะไรกันมากมายเลยสินะ

“เอ่อ .. ฉัน เพิร์ล เอลเนเซียค่ะ” คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่ขลุ่ย น้ำเสียงเธอแหบแห้งจนต้องรินน้ำใส่แก้วและเลื่อนไปให้เธอ

“เซย์ เมวาเรียส” ในเมื่อเธอบอกชื่อฉันเองก็ต้องแนะนำตัวบ้าง คิดว่าหลังจากวันนี้คงจะไม่ได้เจอกันแล้ว บอกไปก็คงไม่เสียหายหรอกมั้ง

“ขอบคุณมากๆเลยนะคะที่ช่วยชีวิตฉันเอาไว้ ฉันนึกว่าจะต้องโดนจับตัวไปตั้งแต่ที่ร้านนั้นแล้วเสียอีก ขอบคุณนะคะ” พูดจบก็ก้มหัวขอบคุณจนแทบจะติดโต๊ะ ดูเหมือนลูกคุณหนูที่จะทำอะไรก็ต้องมีมารยาทเสมออะไรทำนองนั้นเลยแหะ

“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก พวกนั้นก็รบกวนการนอนของฉันเหมือนกันนี่นา”

“เอ่อ .. ทำไมคุณเซย์ถึงได้ไปนอนอยู่ในที่แบบนั้นละคะ”

“อย่าเรียกคุณได้มั้ย ถูกคนที่ดูผู้ดีอย่างเธอเรียกแบบนั้นแล้วขนลุกชะมัด” ฉันคิดว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติผู้ดีมากพอให้คนแบบนี้มาเรียกอย่างนับถือหรอกนะ “ฉันมีที่ที่ต้องเดินทางไปในวันพรุ่งนี้ ไม่อยากเสียเงินค่าที่พักแค่ไม่ถึงวันเดียวก็เลยไปหานอนตามร้านที่นอนได้น่ะ”

“แต่ว่าแบบนั้นมันไม่เสียมารยาท….”

“ก็เจ้าของร้านไม่เห็นว่าอะไรนี่นา” ยักไหล่เล็กน้อยอย่างไม่ใส่ใจ ถ้าเค้าไม่ไล่ก็คือให้อยู่ได้นี่ ไม่ใช่หรอ?

“อาหารได้แล้วจ้า” พนักงานยกอาหารมาเสิร์ฟขัดจังหวะการสนทนาของเราทั้้งคู่ เพิร์ลยิ้มให้อีกฝ่ายแทนคำขอบคุณก่อนจะหยิบอุปกรณ์การกินให้ทั้งตัวเองและให้ฉัน ไอร้อนของอาหารลอยออกมาพร้อมกับกลิ่นหอมอันแสนเย้ายวน 

“จะว่าไป ทำไมเธอถึงมาอยู่ในสภาพนี้กันละ” 

“ฉันถูกดักโจมตีระหว่างทางไปเมืองหลวงค่ะ...” สีหน้าเศร้าสร้อยปรากฏออกมาอีกครั้ง เธอหยุดทานอาหารตรงหน้าและนั่งนิ่งๆเหมือนทบทวนสิ่งที่เกิดขึ้น

“หา ดักโจมตี?” เพราะงั้นเลยทำให้เธอมีเนื้อตัวมอมแมมขนาดนี้สินะ ถึงอย่างนั้นราศีความเป็นผู้ดีก็ไม่ได้หายไปเลยแหะ แหม พวกคนมีตระกูลเนี่ย จะอยู่ในสภาพไหนก็เหมือนจะมียศฐาบรรดาศักดิ์แปะอยู่ที่หน้าผากเลยนะ

“ใช่ค่ะ เพราะใช้ทางลัดที่ต้องตัดผ่านป่าเลยถูกดักโจมตีได้ง่าย ถึงจะจ้างทหารคุ้มครองแล้วแต่พวกมันแข็งแกร่งมาก มากกว่าโจรทั่วไปหลายเท่าเลยค่ะ”

“ขนาดนั้นเลยนะ” เหรอ … ไอ้พวกที่นอนกองกันเป็นขยะเปียกนั่นอะนะ

“ฉันที่รีบหนีออกมาก่อนก็แทบจะหนีไม่ทันค่ะ ป่านนี้ไม่รู้ท่านพ่อท่านแม่จะทราบเรื่องหรือยัง ไม่รู้คนที่ติดตามมาด้วยจะยังมีชีวิตรอดอยู่หรือเปล่า ไม่รู้ว่า….”

“ใจเย็นก่อน อย่าพึ่งร้องไห้” ฉันยื่นทิชชู่ไปให้อีกคนที่น้ำตาเริ่มคลอเบ้าโดยที่เธอเองก็คงจะไม่รู้ตัว

“ขอบคุณนะคะ” เธอรับไปซับน้ำตา สะอื้นออกมาเล็กน้อย วันนี้คงจะเป็นวันที่หนักหน่วงสำหรับเธอจริงๆ

“นี่ นายรู้หรือเปล่า ถัดจากนี้ไป 5 ซอยมีคนบุกไปถล่มร้านอาหารล่ะ ข้างในหนะ เยินไปหมดเลย”

“หา ! จริงหรอ น่ากลัวชะมัด”

“แต่ดีนะที่จับตัวคนร้ายได้ คนบาดเจ็บก็มีแค่เจ็บเล็กๆน้อยๆ”

“ในที่คนเยอะขนาดนี้พวกมันยังไม่กลัวอะไรเลยเนี่ยนะ”

“นั่นสินะ ฉันว่า...”

“เซย์คะ เซย์”

“หือ มีอะไร” หันหน้ากลับมาหาอีกคนก็พบว่าเธอหยุดร้องไห้ไปแล้ว อ่า .. เมื่อกี้ฉันเผลอแอบฟัง(?)โต๊ะข้างๆมากไปสินะ แหม นิสัยนี้แก้ยากจริงๆ

“ฉันจะถามว่าจะไปที่ไหนต่อหรอคะ”

“คงจะหาที่นั่งพักสักหน่อย อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องออกเดินทางแล้ว เธอละ”

“ฉันเองก็อีกไม่กี่ชั่วโมงเหมือนกันค่ะ ฉันจะต้องไปสมัครเข้าโรงเรียนโรวเฟอร์เรีย ก่อนอื่นฉันคงต้องไปเปลี่ยนชุด...”

“เดี๋ยว .. เมื่อกี้เธอว่าโรงเรียนอะไรนะ”

“โรงเรียนเวทย์มนต์โรวเฟอร์เรียค่ะ”

“...”

เฮ้อ .. ดูเหมือนยังจะต้องร่วมทางกับเธอต่อสินะ






“ขอบคุณนะคะ” เพิร์ลเอ่ยเสียงใสให้กับเจ้าของร้านหลังจากที่เติมพลัง
เรียบร้อยรวมถึงซื้อข้าวของที่จำเป็นเสร็จแล้ว เธอเปลี่ยนชุดมอมแมมตออกเป็นชุดใหม่ที่สะอาดเรียบร้อยกว่าเดิม

ซึ่งแน่นอน .. ฉันคนนี้ก็ยืนรอเธออยู่หน้าร้านยังไงละ

ครั้งแรกคิดเอาไว้ว่าหลังจากทานอาหารกับเธอเสร็จจะแยกย้ายกันไปทางใครทางมัน ฉันว่าจะไปหาที่นั่งพัก(หลับ)รอให้ถึงเวลาที่สมควรแล้วค่อยออกเดินทางไปยังจุดหมาย แต่แผนกลับพังไม่เป็นท่าเมื่อรู้ว่าคนที่อยู่ด้วยกันมาสักพักเองก็มีจุดมุ่งหมายที่เดียวกัน

พวกเราคือหนึ่งในคนหลายหมื่นคนที่จะไปสมัครเข้าเรียนโรงเรียนเวทย์มนต์โรวเฟอร์เรีย

พอเพิร์ลรู้อย่างนั้นเธอเลยดีใจใหญ่ บอกว่าจะไปซื้อเสื้อผ้าข้าวของแล้วจะหาที่พัก ซึ่งเธอจะออกค่าที่พักให้ฉันด้วยเพราะฉันเลี้ยงข้าวเธอไปเยอะ เธอรู้สึกเกรงใจ ส่วนฉันน่ะยังไงก็ได้ แต่ถ้ามีคนออกค่าที่พักให้มันก็ต้องดีกว่าไปนอนข้างถนนอยู่แล้ว

“เซย์คะ ไปกันเถอะค่ะ” เธอเดินออกมาจากร้านพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง เห็นอย่างนั้นเลยเอื้อมมือไปช่วยเธอถือครึ่งหนึ่งก่อนจะออกเดินไปยังทิศทางที่เป็นย่านของที่พัก

“เธอจะหอบของเยอะแยะแบบนี้ไปสมัครเรียนงั้นหรอ” เอ่ยถามอีกคนระหว่างทางเพื่อไม่ให้บรรยากาศนั่นเงียบเหงาจนเกินไป

“ขอบคุณนะคะที่ช่วยถือ ฉันซื้อกระเป๋าเวทย์มนต์มาแล้วละค่ะ เดี๋ยวได้ห้องพักแล้วจะจัดอีกที”

โอ้โห ซื้อกระเป๋าเวทย์ใบใหม่ได้ง่ายๆขนาดนี้ … รวย

“เซย์คะ เราพักที่นี่กันเถอะค่ะ” เพิร์ลเลี้ยวเข้าไปยังที่พักที่คาดว่าดีที่สุดในย่านนี้ 

โอ้โห...รวยอีกแล้ว

“สวัสดีค่ะ คุณลูกค้ามีอะไรให้ดิฉันรับใช้คะ” พนักงานต้อนรับหน้าตาสะสวยเอ่ยพลางยิ้มหวาน รอบตัวของเธอเต็มไปด้วยอุปกรณ์เวทย์ที่เกี่ยวกับการบริการห้องพักอะไรทำนองนั้น

“ฉันต้องการที่พักสองห้องหนึ่งคืนค่ะ” เพิร์ลเอ่ยกับอีกฝ่าย พนักงานต้อนรับสาวพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะก้มไปทำอะไรสักอย่าง คงเป็นการจองห้องพักละมั้ง

“นี่ค่ะ กุญแจสำหรับสองห้อง” เธอเงยหน้าขึ้นมายิ้มหวานให้เพิร์ลพร้อมกับยื่นลูกกลมๆสีฟ้าที่เรืองแสงอ่อนๆมาให้สองลูก เพิร์ลยื่นเงินให้อีกฝ่ายก่อนจะหันกลับมาหาฉันและส่งลูกกลมนั่นมาให้หนึ่งลูก

“ไปกันเถอะค่ะ” เพิร์ลเอ่ยก่อนจะเดินนำฉันไปยังห้องพัก ฉันลองพลิกลูกในมือไปมาดู มันมีตัวอักษรและตัวเลขที่เขียนว่า ‘EW367’ ไว้ คงเป็นหมายเลขห้องพักนั่นแหละมั้ง

พรึบ !

ขึ้นไปเหยียบบนแท่นใสบางอย่าง จากนั้นลูกกลมสีฟ้าในมือของฉันและเพิร์ลก็เรืองแสงมากกว่าเดิมนิดหน่อยก่อนที่แท่นนั้นจะทะยานขึ้นไปข้างบน คาดว่าคงจะพาไปส่งยังห้องพักของพวกเรานั่นแหละ

ระหว่างที่กำลังขึ้นไป บรรยากาศรอบๆตัวคือตลาดที่แสนจะวุ่นวายที่พวกเราพึ่งจะออกมาเมื่อครู่ เพราะยังเป็นเวลาหัวค่ำดังนั้นคนจึงยังคงพลุกพล่านอยู่ไม่น้อย ที่นี่มีทั้งตลาดขายอาหาร ขายข้าวของเครื่องใช้รวมถึงที่พักและสถานให้บริการต่างๆ เป็นแหล่งที่ค่อนข้างครบครันซึ่งห่างจากโรงเรียนของเมืองหลวงอยู่ไม่มากทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ที่ค่อนข้างนิยมอยู่พอตัว

“ถึงแล้วค่ะ” เพิร์ลเอ่ยเรียกเมื่อมาถึงจุดหมาย ฉันก้าวออกไปตามเธอก่อนจะเดินหาห้องพักซึ่งตรงกับหมายเลขที่อยู่บนลูกกลมๆนี่

                 ดูเหมือนว่าทุกห้องจะมีคนพักอยู่แล้วยกเว้นสองห้องริมสุดเพราะทุกห้องจะมีลูกกลมๆสีฟ้าเหมือนกับที่ฉันถืออยู่ประทับเหนือบานประตูห้อง บานประตูแต่ละห้องเว้นระยะห่างกันเพียงนิดเดียวราวกับห้องจะคับแคบแต่จริงๆแล้วมันคือการใช้เวทย์ขยายพื้นที่ซึ่งถ้าเปิดประตูเข้าไปละก็ จะพบกับหองที่กว้างขวางมากๆ ระบบความปลอดภัยก็ดูมีประสิทธิภาพมากเพราะไอ้ลูกนี่คงเป็นกลุ่มก้อนพลังเวทย์ซึ่งแน่นอนว่าพวกมันมีโครงสร้างภาพในที่สลับซับซ้อนแตกต่างกันไป

ที่นี่คงจะแพงน่าดูแหะ ...

“เซย์ พรุ่งนี้เจอกันนะคะ” อีกฝ่ายยิ้มหวานมาให้ก่อนจะเข้าห้องพักของเธอซึ่งอยู่ข้างๆห้องฉันไป

“เดี๋ยวๆ อย่าลืมของเธอสิ” ยื่นข้าวของอีกฝ่ายไปให้ เธอบอกว่าจะจัดของนี่ มาลืมของรึ่งนึงแบบนี้จะจัดได้ยังไงกันละ

“แหะๆ ขอบคุณค่ะ ฝันดีนะคะ” เพิร์ลรับของส่วนที่เหลือก่อนจะเข้าห้องของเธอไป ก่อนเข้ายังไม่วายมาส่งยิ้มน่ารักให้กันอีกครั้ง

ถ้าสอบติดแล้วยัยนี่คงจะป็อปน่าดู ส่งยิ้มหวานเรี่ยราดขนาดนี้

เมื่อเพิร์ลเข้าห้องแล้วฉันจึงจะเข้าห้องตัวเองบ้าง ลูกกลมลีฟ้าในมือเรืองแสงก่อนจะลอยไปประทับเหนือบานประตู ได้ยินเสียงแกร่กๆอยู่หายครั้งประตูจึงเปิดต้อนรับให้เข้าห้อง

อย่างที่คิด .. เวทย์ขยายพื้นที่นี่สะดวกสบายจริงนะ 

วางกระเป๋าเวทย์มนต์ที่บรรจุของจำเป็นมาอย่างเต็มที่ไว้บนเตียง บิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วจึงเดินเข้าไปยังห้องอาบน้ำ

ฉันจ้องดวงตาสีดำของตัวเองในกระจก เส้นผมสีดำสนิทยาวถึงกลางหลังถูกม้วนขึ้นไปเก็บให้เรียบร้อย พลังเวทย์ในรูปของผีเสื้อสีขาวตัวน้อยบินวนอยู่รอบร่างกายอย่างสนุกสนาน

วันนี้ฉันใช้พลังไปแล้วที่ร้านอาหารนั่น .. ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะไม่ใช้แต่เพราะคนที่มาร่วมโต๊ะกันนั้นน่าสงสารจนเกินไป พลังเวทย์ที่เหลืออยู่น้อยนิดของเธอที่ฉันจับได้นั่นมันบอกให้รู้ว่าเธอคงผ่านเหตุการณ์อะไรมาสักอย่างซึ่งมันหนักหน่วงมากๆ และฉัน .. สงสาร

ทั้งๆที่ไม่ควรจะมีความรู้สึกนี้ไม่ว่ากับใครทั้งนั้น แต่ฉันก็ทำไม่ได้อยู่ดี

“เฮ้อ ยุ่งยากจริงๆนะ ความรู้สึกเนี่ย” สบัดหัวเลิกคิดเรื่องที่ผ่านมาก่อนจะเดินลงไปแช่น้ำเพื่อความผ่อนคลาย ไอร้อนของน้ำที่แผ่ไปทั่วทำให้สบายเสียจนอยากนอนหลับไปตรงนี้เลย

นี่จะเป็นความผ่อนคลายสุดท้ายในชีวิตก่อนที่จะได้ไปเรียนที่นั่นหรือเปล่านะ 

พรุ่งนี้ฉันจะต้องไปที่นั่นแล้ว …

โรวเฟอร์เรีย



อีกด้านหนึ่ง 

เพิร์ลที่เข้ามาในห้องพักของตนก็ได้เข้าไปอาบน้ำชำระสิ่งสกปรกที่อยู่บนร่างกายเธอมานาน 

วันนี้เธอเจอเหตุการณ์ที่หนักหน่วงเกินกว่าที่เคยเจอมาก่อนในชีวิต เธอเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลขุนนางของอาณาจักร ปกติไปที่ไหนจะต้องมีคนติดตามคุ้มครองเป็นขบวน แต่เพราะครั้งนี้คือการไปสมัครเรียน เป็นที่ที่เธอจะต้องฝึกความแข็งแกร่งด้วยตัวเองโดยที่ไม่มีใครคอยช่วยเหลือ เธอต้องการที่จะพึ่งพาตัวเองให้ได้ การเดินทางมาสมัครเรียนครั้งนี้จึงได้ขอร้องท่านพ่อท่านแม่ว่าเธอไม่ต้องการผู้ติดตามที่มากมายขนาดนั้น อีกอย่างคือเธอกลัวว่าคนอื่นจะมองเธอไม่ดีกับการไปสมัครเรียนพร้อมกับคนติดตามเป็นพรวน ถึงแม้ว่าจะมีจดหมายแนะนำเธอไปยังสถานศึกษาที่ทำให้เธอได้เข้าเรียนอย่างง่ายดายโดยไม่ต้องไปแก่งแย่งก็ตาม

ถ้าอยากจะฝึกฝนตัวเอง ก็ต้องเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนแรกสุดสิ เธอคิดอย่างนั้น
อีกอย่างคือเธอเองก็เคยผ่านเหตุการณ์เช่นครั้งนี้มามาก เคยถูกดักโจมตีอยู่หลายหนแต่ทุกครั้งเธอก็รอดมาได้โดยที่โจรพวกนั้นถูกจัดการอย่างราบคาบ แต่ทว่าครั้งนี้มันต่างออกไป พวกนั้นเก่งเกินกว่าโจรคนไหนๆที่เธอเคยเจอ พวกมันมาราวๆยี่สิบคนและทุกคนมีฝีมือ ไม่ใช่เพียงโจรป่าที่ดักรอปล้นทั่วไป

ป่านนี้ท่านพ่อท่านแม่จะเป็นอย่างไรนะ .. พวกท่านจะทราบข่าวเรื่องเธอหรือยัง คนติดตามของเธอจะยังรอดชีวิตอยู่หรือเปล่า เธอไม่น่าดื้อดึงที่จะมาด้วยจำนวนคนที่น้อยขนาดนี้เลย

ขอโทษนะ .. ทุกคน



และอีกด้านหนึ่ง

โจรทั้งห้าคนสะลึมสะลือตื่นขึ้นมาจากห้วงนิทรา สี่คนมีอาการลำคอแห้งผ่านและปวดหัวอย่างรุนแรงจนแทบจะลุกไม่ไหว คนเดียวที่พอมีสติมากที่สุดคือคนที่ถูกเตะจนปลิวอัดกำแพง

“อะไรวะเนี่ย” มันพึมพำออกมาเบาๆก่อนจะมองไปรอบๆตัว ลูกกรงเหล็กฉาบด้วยพลังเวทย์ปรากฏอยู่เบื้องหน้า มีอีกหลายๆห้องติดกันที่มีลักษณะเหมือนห้องที่มันอยู่และมีคนอื่นๆอยู่ในนั้น

“เห้ย คุกนี่หว่า !!” ตะโกนออกมาเสียงดังแต่กลับไม่มีใครสนใจ หันไปมองข้างๆเจอพรรคพวกของตนนอนดิ้นทุรนทุราย หวังจะเข้าไปถามถึงสาเหตุที่ต้องมาอยู่ที่นี่แต่กลับลุกไม่ขึ้นแม้แต่น้อย เพราะทั้งข้อมือและเท้าของมันถูกตรึงไว้ด้วยโซ่อันหนาแน่น

นี่ไม่ใช่ที่หัวหน้ามันคาดการณ์ไว้แน่ๆ .. คำสั่งที่ได้รับคือการจับตัวคุณหนูตระกูลเอลเนเซียกลับไป ไม่ใช่การมาติดอยู่ในคุกแบบนี้ !

“เอาไงดีวะ” เอ่ยออกมาอย่างหัวเสีย แผนก็พังไม่เป็นท่าแถมยังมาติดคุกอีก ต่อให้พวกมันหนีออกไปจากคุกได้ก็ไม่พ้นโดนลงโทษที่ทำงานพลาดอีก

หรืออาจจะไม่ต้องรอหนีออกจากคุก พวกมันอาจจะถูกลงโทษที่นี่ก็ได้

“อึก !! ชิบ !!” ยังไม่ทันได้คิดหาวิธีเอาตัวรอด ร่างกายของมันกลับแสบร้อนขึ้นโดยไม่ทราบสาเหตุ หันไปมองพวกพ้องทุกคนก็มีอาการเช่นเดียวกับมัน

“วะ....ไว้ชีวิตข้าเถอะ ข้า…..ข้าจะไม่ทำพละ----- อั้ก!!!!” เอ่ยกับลมฟ้าอากาศหวังว่าผู้ที่ทำเช่นนี้กับตนจะได้ยิน แต่มันก็ไม่มีประโยชน์เสียแล้ว ร่างกำยำกระอักเลือดคำโตดิ้นอย่างทุรนทุรายกับความแสบร้อนในทุกหนทุกแห่งของร่ายกาย พวกมันทั้งห้าคนร้องโหยหวนอย่างทรมานแต่กลับไม่มีใครในคุกสนใจพวกมันเลยแม่แต่น้อย

ในคุกคืนนั้นจึงเต็มไปด้วยเสียงร้องโหยหวนประสานเสียงอย่างทรมาน .. จนสิ้นใจ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น