ตอนที่ 1 : 1 :: การพบเจอ I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 103
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    11 ธ.ค. 61


การพบเจอ I

“ช่วยด้วย !” เสียงกรีดร้องดังมาจากป่าลึกคละไปด้วยเสียงใบไม้และต้นหญ้าที่สูงใหญ่แลดูรกถูกแหวกออกเพื่อเปิดทางหนีให้กับเจ้าของเสียง มือทั้งสองของเธอตะปบเข้ากับกิ่งหนามนับไม่ถ้วนเสียจนถลอกปอกเปิกไปหมดแต่นั่นก็ไม่สามารถทำให้เธอหยุดวิ่งได้แม้แต่วินาทีเดียว

เพราะการวิ่งครั้งนี้เดิมพันด้วยชีวิตของเธอ !

         “ไม่เอาหน่า .. อย่าวิ่งให้เสียแรงเปล่าเลย หึหึหึ” น้ำเสียงของลุงแก่ๆฟังดูน่าสยดสยองไล่ตามหลังมาเป็นเชื้อเพลิงในการวิ่งให้กับหญิงสาวอย่างดี เธอยังคงวิ่งต่อไปอย่างไม่ลดความพยายามแม้ว่าจะแทบไม่มีแรงเหลือเลยก็ตาม

            “จัดการมัน !” เสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของหญิงสาวก่อนที่จะตามมาด้วยลำแสงสีฟ้าที่พุ่งไปยังเท้าของเธอเองจนทำให้ร่างของเธอเสียหลักล้มลง เพราะใส่เพียงแค่ชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนเหนือเข่าทำให้ขาของเธอเต็มไปด้วยรอยขีดข่วน 

            “อึก ..” พยุงร่างขึ้นอย่างยากลำบากพร้อมกับร่ายเวทย์ที่แทบจะแห้งเหือดไปเกือบหมดแล้ว ร่างของเธอลอยขึ้นกลางอากาศอย่างทุลักทุเลก่อนจะพุ่งไปยังทิศทางที่มีแสงสว่างอยู่อย่างไม่คิดชีวิต

ตึกๆๆ

            เสียงฝีเท้าราวๆ 5 ชีวิตวิ่งมายังจุดซึ่งหนึ่งในพรรคพวกของตนร่างเวทย์โจมตีหญิงสาวเมื่อครู่ก่อนจะพบเพียงความว่างเปล่า

            ยัยนั่นหนีไปแล้ว ...

            ตู้ม !!

            คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวโจกตวัดมือเข้าหาต้นไม้ข้างๆอย่างรุนแรงจนเกิดเพลิงลุกไหม้โหมต้นไม้ต้นนั้นส่งผลให้กลายเป็นเถ้าธุลีภายในไม่กี่วินาทีด้วยความคับแค้นใจ ใบหน้าที่มีอายุราวๆ 40 ปีบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความโกรธาอย่างแสนสาหัสที่ไม่อาจจับตัวหญิงสาวได้

            “บ้าเอ้ย ! หนีไปได้เพราะใช้แค่เวทย์กระจอกๆเนี่ยนะ ! … อย่าพึ่งรายงานความคืบหน้า ยังไงซะคืนนี้เราก็ต้องจับตัวองค์หญิงนั่นมาให้ได้ !”



            “กรี๊ดดดดดดด !”

            ตุบ !

            ร่างของหญิงสาวที่บินหนีออกมาเมื่อครู่ตกลงที่พุ่มไม้ข้างๆร้านอาหารร้านหนึ่งอย่างไม่ผ่อนแรงแม้แต่น้อย ส่งผลให้เธอต้องแผดเสียงร้องแม้ว่าน้ำเสียงจะแหบแห้งแล้วก็ตาม

            เพราะเป็นช่องที่อับผู้คนจึงไม่มีใครทันสังเกตว่ามีคนลอยตกลงมาจากฟ้า หญิงสาวผู้มีผมสลวยยาวถึงกลางหลังบัดนี้กลับยุ่งเหยิงเพราะผ่านสมรภูมิการวิ่งมาค่อยข้างหนักหน่วง ดวงเนตรทอประกายอย่างมีความหวังก่อนจะพยุงร่างซึ่งอยู่ในชุดกระโปรงเหนือเข่ากับรองเท้าที่ขาดวิ่นตรงไปยังถนนเส้นใหญ่ที่มีคนเดินสวนกันไปมาอย่างทุลักทุเล

            กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยมาแตะจมูกเป็นเหมือนเครื่องชักชวนให้เธอตามหาที่มาของกลิ่น เท้าเล็กๆทั้งสองก้าวไปยังทิศทางนั้นราวกับต้องมนต์สะกด รู้ตัวอีกทีก็หยุดอยู่หน้าร้านอาหารที่คับคั้งไปด้วยผู้คนจากหลากหลายถิ่นฐาน

            “อึก ...” เธอกลืนน้ำลายเบาๆเพื่อดับความกระหาย แม้ว่าจะอยากกินมากขนาดไหนแต่กลับไม่มีโต๊ะว่างให้เธอนั่งแม้แต่ที่เดียว

            คงต้องไปหาร้านอื่นสินะ ..

            “เอ้า แม่หนูคนนั้นนะ ! มีเงินหรือเปล่า !” ยังไม่ทันที่จะเดินจากไปไหน เสียงๆหนึ่งดังมาจากในร้านทำให้เธอต้องหันกลับไปมองอย่างช่วยไม่ได้ คุณป้าที่ยืนอยู่บริเวณเคาเตอร์โบกมือพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เธอ ทำให้เธอตัดสินใจเบียดเสียดกับผู้คนที่นั่งรับประทานอาหารอยู่เพื่อที่จะก้าวเข้าไปหาคุณป้าคนนั้น

            “อือ.. มีค่ะ .. พอจะมีโต๊ะว่างหรือเปล่าคะ?” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงแหบแห้งแต่ยังคงความอ่อนโยนไว้ไม่จางหาย

            “นั่น” ยกมือที่เหี่ยวย่นตามวัยชี้ไปยังโต๊ะที่อยู่ในสุดที่ค่อนข้างอับผู้คน ที่โต๊ะนั้นมีคนๆหนึ่งนอนคว่ำหน้าทับแขนทั้งสองข้างที่พาดวางไว้บนโต๊ะ

            “มีคนอยู่ .. ไม่ใช่หรือคะ ?” เธอหันกลับมาถามอย่างติดใจหลังจากเบนสายตาไปมองโต๊ะเมื่อครู่ตามที่คุณป้าชี้

            “นั่งๆไปเถอะ แม่นั่นนะนอนตรงนั้นตั้งแต่เที่ยงจนถึงตอนนี้ อาหารก็ไม่ได้สั่ง แต่ป้าก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดจะไล่เธอออกหรอก” ส่งยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้เธอเพื่อให้สบายใจในการร่วมโต๊ะอาหารกับคนๆนั้น หญิงสาวพยักหน้ารับช้าๆก่อนจะเดินตรงไปยังโต๊ะในสุด สอดร่างของตนเองเข้าไปนั่งตรงข้ามกับผู้ที่นอนคว่ำหน้าอยู่

            “คุณหนู รับอะไรดีครับ” รอไม่นานก็มีชายหนุ่มเดินเข้ามารับเมนูที่โต๊ะของเธอ เธอจิ้มนิ้วไปยังรายการอาหารบางอย่างที่คิดว่ารับประทานง่ายที่สุด ชายหนุ่มพยักหน้ารับพร้อมกับลงมือจดชื่ออาหารก่อนจะเลิกคิ้วไปยังอีกคนที่นอนคว่ำหน้าอยู่

            “เอ่อ .. คิดว่าเธอคงไม่สั่งน่ะค่ะ” ตอบคำถามแทนคนที่นอนอย่างไม่รับรู้โลกภายนอก ชายหนุ่มพยักหน้ารับทราบก่อนจะเดินกลับเข้าไปในครัว ทิ้งให้หญิงสาวอยู่กับอีกคนท่ามกลางเสียงความวุ่นวายภายในร้านอาหาร

            สายตาของหญิงสาวสอดส่องไปทั่วร้าน รอบๆเต็มไปด้วยความวุ่นวายในยามพลบค่ำ ไม่ใช่แค่ในร้านเท่านั้น แต่บรรยากาศด้านนอกเองก็แทบไม่ต่างกัน ผู้คนหลากหลายเชื้อชาติเดินเลือกซื้ออาหารร่วมกันอย่างไม่ระแคะระคาย ไม่มีการแบ่งแยกเผ่าพันธุ์หรือแสดงความรังเกียจต่อกัน ภาษาที่ใช้สื่อสารเองก็เป็นภาษาเดียวกันทำให้ทุกอย่างดูง่ายไปหมด … เมื่อสำรวจจนพอใจแล้วเธอจึงเบนสายตากลับมายังเพื่อนร่วมโต๊ะของเธอ

            เส้นผมสีดำสนิทโผล่พ้นฮูทออกมาเล็กน้อยพาดไปตามช่วงแขน รูปร่างลักษณะติดผอมสวมเสื้อแขนยาวมีฮูทสีดำ คาดว่าส่วนสูงน่าจะเกินมาตรฐานมาเล็กน้อย ข้างๆตัวเธอมีกระเป๋าเป้เวทย์มนต์ใบเล็กวางไว้

            ‘ทำไมคนๆนี้ถึงได้มานอนอยู่ในที่แบบนี้กันน้า .. ไม่มีความเกรงใจเจ้าของร้านเลยหรือยังไง’ นิ่วหน้าเล็กน้อยเมื่อคิดได้อย่างนั้น เป็นเพราะเธอเกิดมาในชาติตระกูลที่ดี เรื่องมารยาทจึงถูกอบรมมาโดยตลอด

ถึงแม้สภาพตอนนี้จะไม่ใกล้เคียงกับคำว่า ‘เกิดมาในชาติตระกูลที่ดี’ เลยก็ตาม
            “ได้แล้วครับ ~” ชายหนุ่มคนเดิมนำของที่เธอสั่งมาว่างไว้บนโต๊ะ เธอพยักหน้าขอบคุณเล็กน้อยก่อนจะก้มหน้าสำรวจอาหารของตนเอง

            ข้าวต้มทรงเครื่องร้อนๆที่ถูกประดับด้วยผักใบเขียวเล็กๆกระตุ้นต่อมน้ำลายของเธอให้ทำงานมากขึ้นกว่าเดิม แม้จะไม่ได้เลิศหรูเหมือนอย่างอาหารทุกมื้อที่เคยทาน แต่ในเวลาที่ผ่านนาทีเฉียดตายมามากขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นอะไรสำหรับเธอก็ดูน่าอร่อยไปเสียหมด

            “เฮ้ย !!!! ถ้าไม่อยากถูกฆ่า ออกไปจากร้านให้หมด !!!!” ยังไม่ทันที่เธอจะได้ตักอาหารเข้าปาก เสียงโหดเหี้ยมที่เธอพึ่งได้ยินไปเมื่อหลายนาทีก่อนตะโกนลั่นร้านจนผู้คนที่อยู่ในร้านต่างพากันหยุดรับประทานอาหารและมองไปที่ต้นเสียงเป็นทางเดียว

            ‘ฉันนี่มันโง่จริงๆ เห็นอาหารก็ลืมเรื่องการหนีไปสนิทเลย !’ คิดในใจพลางรีบ
ตักอาหารเข้าปากสักคำสองคำพอประทังชีวิต ก้มหัวลงต่ำหวังหลบหลีกจากสายตาของพวกที่อยู่หน้าร้านค้า

            “อะไรกันพ่อหนุ่ม ร้านนี้โต๊ะเต็มแล้ว เจ้าไปร้านอื่นเถอะ” เสียงคุณป้าเจ้าของร้านเอ่ยตอบพวกมัน ผู้คนที่เดินซื้อของอยู่ในบริเวณใกล้ๆเริ่มหันมาสนใจเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น

            “เตือนแล้วนะ … หึหึ” เอ่ยจบ ฝ่ามือหยาบกร้านก็ยกขึ้นมาร่ายเวทย์โจมตีเข้ามาในร้านทันที

            ตู้ม !!!

            “เฮ้ยอะไรวะ !” 

            “กรี๊ดดดดดดดด !!!”

            ความชุนละมุนวุ่นวายเกิดขึ้นเมื่อกระสุนเวทย์ถูกส่งเข้ามาปะทะกำแพงร้านอย่างรุนแรงจนเกิดควันคลุ้งไปทั่ว ผู้คนในร้านต่างเบียดเสียดกันวิ่งหนีตายออกไปนอกร้าน ผู้คนที่อยู่ข้างนอกเองก็พากันวิ่งหนีด้วยกลัวว่าหากอยู่ใกล้อาจจะโดนลูกหลงได้

            “ทำไมพวกมันถึงกล้าร่ายเวทย์โจมตีในที่สาธารณะขนาดนี้กันนะ” หญิงสาวเจ้าของเส้นผมยาวสลวยเอ่ยกับตัวเองเบาๆพลางเตรียมวิ่งออกจากร้านไปพร้อมๆกับคนอื่นให้แนบเนียนที่สุด ทว่าคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามเธอกลับไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย

            ‘ในเวลาที่เสียงดังขนาดนี้เนี่ยนะ !!’ ด้วยความเป็นห่วงจึงเอื้อมมือหวังไปสกิดอีกคนให้หนีออกไปด้วยกัน ทว่า ยังไม่ทันที่จะได้แตะตัวอีกคนด้วยซ้ำ

                หมับ !!

                ตู้มมมม !!!!

                “!!!!” 

            กระสุนเวทย์อีกระลอกซึ่งรุนแรงกว่าเดิมถูกยิงมายังทิศทางที่เธอยืนอยู่โดยไม่ทันได้ตั้งตัว แต่เพราะข้อมือของเธอถูกคนที่นั่งร่วมโต๊ะกันกระชากเข้าไปหาทำให้ศรีษะของเธอแนบไปกับโต๊ะอย่างรวดเร็ว

            ‘หลบไม่ทันแน่’ หลับตาปี๋เตรียมใจรับแรงปะทะจากกระสุนเวทย์ซึ่งถ้าโดยเข้าไปจังๆคงจะเจ็บเอาการ ยิ่งในสภาพร่างกายที่ไม่พร้อมกับการต่อสู้ขนาดนี้คงจะเละเป็นโจ๊ก

            ... 

            ..

            .

            “เอ๋ ?” แต่ทว่าเธอกลับไม่ได้รับรู้ถึงความเจ็บปวดใดเพิ่มเติมจึงค่อยๆลืมตาเงยหน้าขึ้นมามองคนข้างหน้าซึ่งกำลังครอบครองข้อมือของเธอไว้

            ภาพที่เห็นคือนัยน์ตาสีดำดูเหม่อลอยเหมือนคนพึ่งตื่นนอน เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นอีกคนเงยหน้าขึ้นมาราวกับจะถามว่า ‘มีอะไร ?’ มืออีกข้างถูกส่งออกไปข้างหน้าเพื่อร่ายเวทย์ป้องกันกระสุนเวทย์ที่กำลังรบกวนการนอนของเธอเป็นอย่างมาก มีพลังเวทย์ในรูปของผีเสื้อสีขาวนวลบินวนที่มือของเธอ 2-3 ตัว เช่นเดียวกับที่บาเรียขนาดย่อมซึ่งถูกกางออกข้างหน้า 

            เธอลดมือที่ร่ายเวทย์ลงพร้อมกับปล่อยข้อมืออีกคน เอื้อมมือไปคว้ากระเป๋าของตนและเตรียมย้ายถิ่นฐานเมื่อเห็นว่าสถานที่นี้คงจะใช้พักผ่อนไม่ได้แล้ว

            “เฮ้ย !!” ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวออกไปข้างนอกร้าน ดาบใหญ่ของลูกสมุนโจรคนหนึ่งได้แหวกผ่านเศษฝุ่นพุ่งมายังคนที่ร่ายบาเรียป้องกันเมื่อสักครู่ ร่างกำยำของมันลอยอยู่กลางอากาศพร้อมทุ่มน้ำหนักมายังคนที่ถูกเล็งเป้าเต็มที่ หญิงสาวเอี่ยวตัวหลบเพียงเล็กน้อยด้วยท่าทีสบายๆราวกับรู้ตัวอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะโจมตีมา

            พรึบ !!

            ตู้ม !!

            พริบตาที่อีกฝ่ายพลาดเป้า เรียวขาเหยียดออกไปถีบร่างอีกฝ่ายจนปลิวไปติดกำแพงร้านส่งผลให้เกิดรอยยุบร้าวของผนัง ที่เท้าของเธอมีผีเสื้อสีขาวนวลตัวน้อยๆบินวนอยู่รอบๆ

            “แม่หนู ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็อย่ามาสอดดีกว่า พวกเราไม่ได้มีธุระกับเธอหรอกนะ” หัวหน้าโจรเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับลูกสมุนที่เหลืออีกสามคนโดยไม่ชายตามองคนที่ร่วงลงจากผนังเลยแม้แต่น้อย ผู้คนในร้านพากันหนีตายไปจนหมด คนที่มุงดูเหตุการณ์กันข้างนอกร้านเริ่มส่งสารตามเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพื้นที่ในเขตนี้ 

            “อ่า ..” กระชับฮูทลงอีกนิดเพื่อไม่ให้มีใครจำใบหน้าของตนเองได้ ประกายแสงผีเสื้อสีขาวนวลหลายตัวบินวนรอบๆทั้งสี่คนเบื้องหน้าเธอ

            “อะไรวะเนี้ย”

            “อึก”

            “ละ...ลูกพี่ อั้ก !”

            ตุบ !

            ทั้งสี่คนมีอาการหายใจติดขัดพร้อมกับร่วงลงไปยังพื้นทันทีที่ผีเสื้อตัวน้อยสัมผัสตัวของพวกมัน ดวงตานั้นเหลือกขึ้นและยังมีน้ำลายฟูมปากออกมาเล็กน้อย ร่างกายชักกระตุกอยู่สักครู่ก่อนจะนอนแน่นิ่งพร้อมกับดวงตาที่ปิดลง

            “อะไรกัน..” หญิงสาวอีกคนเบิกตาขึ้นอย่างเหลือเชื่อ เธอนั่งมองเหตุการณ์อยู่นาน รู้สึกผิดเป็นอย่างมากที่ความไม่ระมัดระวังตัวของตัวเองทำให้ร้านนี้พังแถมยังลากอีกคนเข้ามาเกี่ยวข้องอีก

            ฝุ่นควันที่เริ่มจางลงทำให้ผู้คนภายนอกเริ่มมองเห็นสภาพภายในร้านได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเขามีอาการตกใจที่เห็นว่าโจรที่เข้าไปในร้านนั้นนอนกองกันอย่างหมดสภาพ ตั้งท่าจะวิ่งเข้ามาสำรวจเหตุการณ์เผื่อมีคนหลงเหลืออยู่ภายในร้านจะได้ช่วยออกมา

            ซึ่งมันคงจะไม่ดีแน่ ถ้าเห็นว่าคนที่ทำให้พวกนี้แพ้คือเด็กสาวเพียงคนเดียวน่ะ

            หญิงสาวภายใต้ฮูทสีดำกระชับกระเป๋าเวทย์ของตนก่อนจะหันหลังเดินไปหาทางออกทางหลังร้าน เธอไม่อยากให้เรื่องมันวุ่นวาย ถ้าคนพวกนั้นมาเห็นคงจะถามว่าเธอเป็นอะไรมั้ย เกิดอะไรขึ้นทำนองนั้นอีก .. เธอขี้เกียจจะอธิบาย

            “อ๊ะ .. เดี๋ยวก่อนค่ะ” น้ำเสียงแหบแห้งของคนที่นั่งมองอยู่ตลอดรั้งอีกคนไว้ เธอพยายามพยุงร่างตัวเองเดินตามอีกคนไปหวังจะกล่าวคำขอบคุณ 

            “...” คนที่มีศักดิ์เป็น ‘ผู้ช่วยชีวิต’ หยุดเดินแต่ไม่ได้หันกลับไปหาเธอ มือเรียวนั้นยกขึ้นมาโบกเล็กน้อยราวกับจะบอกว่าไม่เป็นไร ก่อนจะก้าวออกไปทางหลังร้าน

            อ่า ..

            จะไปอยู่ที่ไหนแทนดีนะ ?



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

0 ความคิดเห็น