Vampire Princess อัศวินแห่งฟาร์มารีน&เจ้าหญิงแวมไพร์จอมแก่น

ตอนที่ 9 : บทที่ 7 ทิศทางแห่งรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,676
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 พ.ค. 62



บทที่ 7 ทิศทางแห่งรัก

 

ผมใช้เวลาเป็นชั่วโมง เพื่อลงมนตร์บนตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลคลีฟที่ผมร่างบนพื้นห้องวาเลนเซียที่จะใช้เป็นประตูเปิดทางไปฟาร์มารีนหลังจากผมหมดสติด้วย นาทีต่อมาสมาชิกในครอบครัวของผมก็โผล่เข้ามาในห้อง จะขาดก็มีเพียงลิลี่ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพราะผมพอเข้าใจว่าตอนนี้เธออาจจะกำลังยุ่งเรื่องทำแผลให้ท่านเอิร์ลอยู่ หรือจะว่าไปแล้วผมไม่ได้จัดคิวขอความช่วยเหลือจากเวทมนตร์ของลิลี่เลย เพื่อที่ในกรณีฉุกเฉินพี่สาวของผมจะได้ถอนตัวได้ทุกเมื่อ และเธอยังมีหลุยส์ให้ต้องรับผิดชอบ ถึงแม้ว่าเรื่องของวาเลนเซียจะเป็นเรื่องคอขาดบาดตายกว่าในเวลานี้ก็เถอะ อีกอย่าง...ผมเข้าใจด้วยว่าพี่สาวคงรู้สึกผิดมากหากไม่ได้รับผิดชอบ หรือดูแลหลุยส์ เพราะเธอคงคิดว่าตัวเองเป็นต้นเหตุอาการบาดเจ็บของหลุยส์

ผมกับพี่ไม่ได้คุยอะไรกันต่อมากนักขณะที่ผมต้องจัดการกับวงเวทมนตร์ต่อ อันที่จริงพวกเราได้ตกลงเรื่องหน้าที่กันจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เซอร์คัส ลูคัส และท่านพ่อจะเป็นตัวแทนดวงจันทร์เสี้ยวทั้งสามดวงขณะประสานเวทเข้าหากันระหว่างส่งวิญญาณผมไปฟาร์มารีน

ก๊อก ก๊อก!

เสียงประตูที่ดังขึ้นเรียกสายตาของพวกเราให้หันมาประสานกันก่อนท่านพ่อจะเป็นคนเอ่ยถาม

“ลิลี่หรือ”

“ลิลเองค่ะท่านพ่อ”

“เข้ามาได้”

เอี๊ยด!

พี่สาวผมเดินเข้ามาด้านใน แก้มเธอดูแดงๆ ผิดปกติ แต่คิดว่าเธอคงไม่ได้เป็นไรหรือไม่สบายหรอก จากนั้นผมก็กวาดตามองไปรอบๆ ทุกคนเตรียมพร้อมกันหมดแล้ว

“ปกติแล้ววาเลนเซียจะไม่ดื่มเลือดเอง ผมจึงใช้เวทมนตร์ควบคุมด้วย แต่หากร่างของเธอผละออกตอนที่ผมไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอยแต่ยังไม่หมดสติไป รบกวนพี่ช่วยจับหัวเธอกดลงบนคอผมให้เธอดื่มเลือดผมต่อไปได้ไหมเซอร์คัส” ผมถามพี่ชายคนโต

“อืม”

พอเขารับปากแล้วผมจึงตรงเข้าไปหาวาเลนเซีย ประคองร่างอ่อนปวกเปียกของเธอให้ลุกขึ้นนั่ง ไล่มือไปตามดวงหน้าขาวซีดและเขี้ยวแหลมของเธอ ก่อนจะเหยียดคอขึ้นสูงประคองหน้าของเธอให้ขยับเข้ามาใกล้พลางหลับตาลงเตรียมพร้อม ผมเกือบจะเจาะเขี้ยวลงบนคอแต่โดนขัดจังหวะเสียก่อน

เอี้ยด!

หลุยส์โผล่เข้ามาในห้อง ก่อนจะตามมาด้วยอลิซาเบธ การปรากฏตัวแบบกะทันหันของทั้งคู่ทำให้ลูคัสหงุดหงิดมาก ขณะที่คนอื่นในห้องต่างมองดูสถานการณ์อย่างเงียบๆ ด้วยสีหน้าวิตกกังวล เวลาที่ลูคัสกำลังโกรธจะไม่มีใครแทรกขึ้นบ่อยครั้งนัก ยกเว้นเสียแต่ว่าเขาจะโกรธในเรื่องที่ไร้เหตุผลจริงๆ แต่ลูคัสไม่ชอบให้ผู้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาเห็นหรือขัดจังหวะการประกอบพิธีเลย ยิ่งถ้าเป็นหลุยส์ด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึงเลย เขาซักถามว่าหลุยส์มาที่นี่ได้อย่างไร ก่อนจะขับไล่หลุยส์อย่างไม่ใยดี อลิซาเบธเสนอตัวจะพาหลุยส์ที่กำลังบาดเจ็บอยู่กลับไปที่ห้อง นั่นยิ่งทำให้อารมณ์พี่ชายผมฉุนเฉียวหนักเข้าไปใหญ่ พี่ลิลจึงเอ่ยขึ้นมาอย่างตัดบทว่าจะพาเขาออกไปจากที่นี่เอง เพราะอลิซาเบธและนิชาไม่ได้รับอนุญาตให้อยู่นอกห้องของพวกเธอในช่วงเวลาประกอบพิธีกรรม

ผมเลื่อนมือมาประคองอยู่ที่ท้ายทอยของวาเลนเซีย กดหัวเธอแนบชิดติดกับต้นคอตัวเอง ดันให้เขี้ยวแหลมคมฝังลงบนผิวหนัง รู้สึกได้ถึงลิ้นที่ไร้ชีวิตชีวา ร่างไร้วิญญาณย่อมไม่ยอมดูดเลือดมนุษย์นั่นเป็นเรื่องธรรมดา เวทมนตร์ของผมใช้ไม่ได้ผลอีกด้วย เมื่อเป็นอย่างนั้น ผมจึงเปลี่ยนท่ามานั่งคร่อมวาเลนเซียไว้แทน โดยประคองร่างเธอให้อยู่จุดที่ต่ำกว่าหน้าแหงนขึ้น จัดให้เขี้ยวยังคงฝังอยู่บนคอผมและไหล่เข้าสู่ปากของเธอแกมบังคับ

ผมรู้สึกได้ถึงหยดเลือดบางส่วนที่กำลังไหล่อาบลำคอ ซึ่งจำนวนหนึ่งก็หยดรดลงบนอกของวาเลยเซีย ชุดของเราสองคนแปดเปื้อนไปด้วยเลือด ก่อนเรี่ยวแรงจะหายไปทำให้รู้สึกแย่จนเกือบจะทรุดทับร่างวาเลนเซีย แต่ก็ได้มือของพี่ชายทั้งสองที่ช่วยเข้ามาประคองผมเอาไว้

“ดีแลน...เธอแทบจะไม่กินเลือดนายเลย หากเราไม่บังคับ” ลูคัสพึมพำ

“ปกติผมก็ป้อนเธอด้วยวิธีอื่นอยู่แล้ว” ผมครางด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง เริ่มอ่อนแรง เมื่อยล้า หนาวสั่นไปทั่วทุกอณูของร่างกาย แล้วในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว

ฟุบ!

ผมล้มลงบนร่างของวาเลนเซีย ก่อนความรู้สึกด้านชาจะโหมเข้าใส่ ทุกอย่างเริ่มเบลอมืดหม่น เย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ ร่างกายผมเริ่มกระตุกเพียงเล็กน้อย ลมหายใจกำลังจะขาดช่วง ผมรู้สึกทรมานเหลือเกิน ผมอยากกอดเธอเอาไว้แน่นๆ แต่รู้สึกได้แค่ปลายเส้นผมที่ติดอยู่ที่ไม่สามารถขยับร่างกายได้ ทุกอย่างเริ่มหนัก ผมกำลังถูกถ่วง แล้วในที่สุดก็เหมือนกับว่าลมหายใจสุดท้ายถูกกระชากแรงๆ

ความมืด...ทั้งซ้ายและขวา ด้านหน้า...ปกคุมไปด้วยความมืด ความหนาวเหน็บ...

 

ท่ามกลางหุบเขา...

เสียงน้ำไหล...กลิ่นอายเย็นจากธรรมชาติในตอนนี้ทำให้ผมมีความรู้สึกไม่แตกต่างไปจากคนหลงป่า ผมเพิ่งจะเดินออกมาจากถ้ำแห่งหนึ่งที่ซ่อนอยู่หลังม่านน้ำตก สามารถเดินผ่านมันได้โดยที่ตัวไม่เปียก หรือแม้แต่เจ็บปวดในยามที่น้ำตกใส่แรงๆ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างภายในใจผมยังคงเหมือนเดิม

“ฉันจะตามหาเธอได้จากที่ไหนกัน วาเลนเซีย” ผมหลับตาพลางนึกถึงเธอ ความรู้สึกของผมในยามที่เคยแตะต้องเธอ กลิ่นหอมชวนหลงใหลของเธอ และจุมพิตที่ผมมอบให้เธอ จินตนาการว่าเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของตัวเอง

วูบ!

แล้วผมก็รู้สึกเหมือนถูกดูดไปจากจุดที่เคยยืน เสียงน้ำไหลกลายเป็นเสียงหัวเราะและเพลงบรรเลงแนวสังสรรค์

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไม่นะ อย่า” เสียงหัวเราะของวาเลนเซีย

ผมลืมตาขึ้น ทิวทัศน์อันเขียวขจีและกลิ่นอายเย็นจากธรรมชาติเปลี่ยนไปแล้ว ตอนนี้ผมกำลังยืนอยู่ท่ามกลางไออุ่นและละอองน้ำสีขาวที่ลอยตัดหน้าผมเหมือนผ้าม่านบางๆ ที่กั้นฉากระหว่างผมและวาเลนเซีย ซึ่งผมสามารถมองทะลุมันจนเห็นเงาของเธอได้ แต่เมื่อผมต้องการจะเดินผ่านมันไปกลับให้ความรู้สึกเหมือนเดินชนกระจกแก้ว ผมทาบมือลงบนนั้นอีกรอบ ผลักเบาๆ เพื่อตรวจสอบ

ทำไมกัน...ทำไมเราอยู่ห่างกันแค่นี้ เราถึงเจอกันไม่ได้...

ไม่ใช่สิ...ผมตามเธอมา ผมตามเธอจนเจอ แต่เธอกลับมองไม่เห็นผม

ผมเริ่มรู้สึกหงุดหงิด ที่ไม่สามารถเข้าใกล้เธอไปได้มากกว่านี้ นอกจากยืนมองเธอหัวเราะสนุกสนานอยู่กับเหล่าอัศวินแห่งฟาร์มารีน

“ฉันก็เป็นอัศวินแห่งฟาร์มารีนเหมือนกัน” ผมกัดฟันแน่น จิกเล็บลงบนเกราะแก้วดังกล่าว อยากจะทำลายมันให้พังไปเสีย แล้วผมจะไม่เปิดโอกาสให้ใครได้เข้าใกล้เธออีกเลย

“ยินดีต้อนรับสู่ฟาร์มารีน ท่านอัศวินคนใหม่”

ขวับ!

ผมหันกลับไปมองยังที่มาของเสียง เด็กหนุ่มวัยไล่เลี่ยกันกับผมเจ้าของเรือนผมหยักศกสีทองในชุดคลุมสีขาวกำลังจ้องผมตอบพลางส่งยิ้มให้อย่างเป็นมิตร

“ตามเธอมาจนได้นะดีแลน คลีฟ” เขาเอ่ยอย่างสงบ “ทันการพอดี สายหมอกแห่งราตรีกำลังหลอกล่อวาเลนเซียจนหัวปั่น”

“นายรู้จักฉัน” ผมหรี่ตามองดูเขาอย่างพิจารณา

“มีใครที่นี่ไม่รู้จักสมาชิกครอบครัวที่ค้นหาวิธีทำลายคำสาปประจำตระกูลคลีฟได้เล่า” เขาหัวเราะเบาๆ ก่อนจะกระโดดลงขั้นบันไดที่ผมเพิ่งสังเกตเห็น แล้วกวักมือเรียกผมให้ตามไป “ไปกันเถอะ ก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้า”

“แต่ฉันต้องไปหาวาเลนเซีย ฉันปล่อยเธอไว้ในนั้นไม่ได้ ไม่ว่ากับใครก็ตาม”

“...ที่ไม่ใช่ดีแลน คลีฟ” เขาต่อประโยคให้ผมทันที “โอ้วาเลนเซียผู้น่าสงสาร ความรักจากชายอื่นนั้นสำคัญต่อเธอไฉน ในเมื่อเธอมีใครบางคนที่รักเธอหมดหัวใจ เธอช่างไร้เดียงสายิ่งนัก ที่ยังมองข้ามความรักของเขาไป” เขาเอ่ยเป็นท่วงทำนอง จะว่าล้อเลียนก็ไม่ใช่

“นายเป็นใคร” ผมไม่ยอมเดินตาม

“แอรอน เรียกฉันว่าแอรอนแล้วกัน” เขาหันกลับมายิ้ม

“ฉันต้องไปหาวาเลนเซีย แอรอน ฉันตามนายไปไม่ได้” ผมเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง ตีหน้าขรึม จะบอกว่าผมวางท่าก็ได้ เพราะตอนนี้มันควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

“ต่อให้นายยืนอยู่ตรงนี้ไปจนร่างของนายตายจากไปจริงๆ นายก็ไม่มีวันที่จะช่วยเหลือเธอได้ถ้าไม่ทำตามคำแนะนำจากพวกเรา” เขาจริงจังใส่ผมบ้าง “เข้าใจไว้ด้วยดีแลน เราไม่ได้ต้องการวิญญาณของนาย แต่ถ้าหากนายต้องการจะช่วยเหลือวาเลนเซียจริงๆ จงทำในสิ่งที่เราจะบอกนายตามต่อไปนี้”

“ฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายต้องการจะช่วยเหลือฉันจริง” ผมไม่อยากจะทุ่มเทความไว้วางใจไปให้เขาในตอนนี้เสียทีเดียว

“เพราะถ้าหากเรานำวิญญาณของอัศวินแห่งฟาร์มารีนที่ยังไม่สิ้นอายุขัยมาตอนนี้ เขาจะไม่เหลือแม้แต่ดวงวิญญาณหลังจากที่ร่างตายไป การที่นายจะลงมือทำอะไรเองคนเดียว ไม่ได้หมายความว่านายจะต้องประสบความสำเร็จตลอดไปหรอกนะ”

“ทำไมนายถึงต้องการจะช่วยฉัน”

“ฉันบอกนายตอนนี้ไม่ได้ ที่นี่อยู่ในเขตปกครองของสายหมอกแห่งราตรี” เขาวิ่งหลบไปหลังม่านหมอก  ผมหันกลับไปมองวาเลนเซียอีกครั้งแล้วขบฟันแน่นพอๆ กับหมัดที่กำอยู่ ก่อนจะตัดใจรีบวิ่งตามแอรอนไป

ฟาร์มารีนเปรียบเสมือนราชาอาณาจักรที่เต็มไปด้วยขั้นบันไดและม่านหมอกสีขาวที่ลอยไขว้กันเคว้งคว้างเต็มไปหมด ที่แห่งนี้หรือที่ผมจะต้องมาอยู่หลังจากตายไป มันทำให้ผมรู้สึกเวียนหัวมากพอตัว

“เร็วเข้า” แอรอนเร่งผมขณะที่เขาปีนขั้นบันไดสูงขึ้นไปก่อนจะไปหยุดอยู่ช่วงที่พักระหว่างชั้น  ผมรีบวิ่งตามขึ้นไป มองจากตรงนี้เหมือนกับผมอยู่คนละโลกกับวาเลนเซีย ไม่ได้เห็นเธอแบบนี้ ทำให้จิตใจผมวิตกกังวลมากเป็นพิเศษ

“ดีแลน” เขาส่งสัญญาณมือพร้อมตะโกนเรียกชื่อผมอีกครั้ง มองดูผมสลับกับบานประตู “ประตูกำลังจะเปิด เร็วๆ หน่อย” เมื่อเขาพูดแบบนั้นผมก็เลยกระโดดข้ามบันไดไปสามขั้นแล้วก็ตรงไปยืนอยู่ข้างเขาอย่างรวดเร็ว

“นายเป็นพวกชอบทำตัวเท่วางท่ารึเปล่าเนี่ย” เขาพูดอย่างกับวาเลนเซียไม่มีผิดเพี้ยน แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าผมกำลังนึกพิศวาสเขาเป็นพิเศษนะ

“ฉันไม่ได้วางท่า มันเป็นบุคลิกของฉันเอง” ผมอธิบายหน้านิ่งตามสไตล์ เพื่อให้เขามั่นใจมากยิ่งขึ้นจากการได้รับฟังคำยืนยันจากปากของผมเอง

“อ้า...ฉันจะพยายามเข้าใจ เพราะนายเป็นแบบนี้รึเปล่า วาเลนเซียถึงทนไม่ได้”

ผมหันไปมองเขาตาขวาง คิดต่อต้านอยู่ในใจ อะไรกัน...ผมออกจะเป็นผู้ชายอบอุ่น ดูแลวาเลนเซียเป็นอย่างดีทุกอย่าง แต่ที่เธอยังสับสนขนาดนี้เพราะเธอเองก็ยังไม่เข้าใจตัวเองต่างหาก ที่สำคัญผมเชื่อว่าวาเลนเซียจะต้องทนผมได้ เพียงต้องใช้เวลาหน่อยเท่านั้น หรือบางทีสิ่งที่ผมพยายามสื่อออกไปมันยังไม่ชัดเจนเพียงพอ

“เป็นพวกชอบคิดมากกับคำพูดของคนอื่นด้วยรึเปล่า โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับวาเลนเซีย” แอรอนถาม แล้วบานประตูก็เปิดออก เขาเดินนำเข้าไป ผมคิดว่าเขากำลังทำตัวเหมือนพวกสแกนสมองและความคิดของมนุษย์

“เฉพาะช่วงหลังๆ นี้เท่านั้น” ผมเดินตามอย่างพยายามตัดใจจากความรู้สึกนึกคิดที่ว่าตนเองกำลังอยู่ห่างวาเลนเซียออกไปทุกที

เบื้องหลังบานประตูที่ถูกปกคลุมไปด้วยหมอก คือสีน้ำตาลอบอุ่นจากพื้นดินและกลิ่นโพรงไม้ แตกต่างจากสถานที่ซึ่งผมได้ผ่านมาเมื่อครู่นี้ที่ทั้งขาวสะอาดและให้ความรู้สึกเย็นจับขั้วหัวใจ

“ก่อนหน้านั้นนายพูดทำนองเหมือนกับว่าฉันยังไม่ตาย แต่การที่ฉันจะมาที่นี่ได้ฉันต้องตายก่อนไม่ใช่หรือ” ผมถามขึ้นขณะเดินตามแอรอนไปตามทางเดินยาวราวกับห้องใต้ดินที่ถูกทำขึ้นจากรากไม้ โดยที่บางแห่งมีกิ่งไม้ที่เต็มไปด้วยใบเขียวขจีเหมือนเกิดผิดที่ผิดทางเพราะพวกมันห้อยหัวลงมาอยู่ใต้ดิน

“นายยังไม่ตาย พวกเราแค่พยายามดึงวิญญาณของนายมาก่อนที่นายจะให้เลือดวาเลนเซียจนตายเท่านั้น ที่สำคัญพี่ชายทั้งสองคนเขาได้ใช้เวทมนตร์รักษาร่างของนายเอาไว้เป็นอย่างดี ฉันรับประกันได้เลยว่าถ้าเราเสร็จสิ้นภารกิจนี้แล้วนายจะสามารถกลับไปใช้ชีวิตอยู่ในร่างของดีแลน คลีฟ อย่างเป็นปรกติทุกประการ”

“นายเป็นใคร ทำไมถึงต้องช่วยเหลือฉันมากมายขนาดนี้”

“พวกเราทำแบบนี้เพราะนายคือบุคคลที่ถูกเลือกให้มาเป็นอัศวินแห่งฟาร์มารีนในอนาคต เหตุผลแค่นี้เพียงพอรึยัง”

“ไม่” ผมเอ่ยจริงจัง “มันต้องมีมากกว่านั้น”

เขาหันกลับมามองหน้าผมแววตานิ่งก่อนจะค่อยคลี่ยิ้มที่มุมปาก

“มันก็มีมากกว่านั้นอยู่ เอาเป็นว่ามันจะส่งผลดีต่อทั้งสองฝ่ายก็แล้วกัน ทั้งนายและฉัน” เขาเดินต่อไป ผมก้าวเท้าเดินตามด้วยท่าทางหมกมุ่นอยู่กับสิ่งที่เขาพูด จนกระทั่งเราเดินมาจนสุดทาง ผมจึงรู้สึกได้ถึงสายตาหลายคู่ที่ยิงใส่ผม

เบื้องหน้าของผมคือกลุ่มชายชรานับห้าคนซึ่งกำลังนั่งรวมตัวกันรอบโต๊ะไม้สีน้ำตาลแดงและแสดงสีหน้าแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นประหลาดใจ ตกใจ หรืออื่นๆ อีกคนถึงกับสำลักเครื่องดื่มที่ถืออยู่ในจอกไม้ก็มี

“ท่านอัศวินทั้งหลาย วันนี้ผมได้พาอัศวินรุ่นเยาว์มาให้ท่านได้ยลโฉมกันแล้ว” แอรอนเอ่ยขึ้น “ในที่สุดวันที่พวกเราทุกคนรอคอยก็มาถึง ได้เวลาที่เราจะปฏิวัติฟาร์มารีนเสียใหม่”

ผมไม่เคยรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองจะโง่ครั้งไหนได้เท่าครั้งนี้มาก่อน ผมมาที่นี่เพื่อออกตามหาวาเลนเซีย แต่กลับยอมตกลงเพื่อตามดวงวิญญาณแปลกหน้ามาในที่แปลกตาแล้วต้องมาพบกับชายชราแปลกหน้านับห้าคน ฟังเรื่องแปลกๆ ไม่คุ้นหู มันยิ่งทำให้ผมกระวนกระวายใจและสับสนไปใหญ่

“เขาคือดีแลน คลีฟ หน้าตาดีกว่าที่พวกเรามองในเงาวารีนักว่าไหม” เขาพูดแกมตลก ชายชราทั้งห้าคนพยักหน้าหงึกหงักพลางขมวดคิ้วจนเป็นปม แอรอนหันมาทางผมแล้วเอ่ยประโยคชวนเครียดทิ้งท้ายให้ผมหายสงสัยว่ากลุ่มคนตรงหน้านั้นคือใครว่า

“ที่นายเห็นอยู่ตอนนี้คือเหล่าอัศวินแห่งฟาร์มารีนรุ่นเดอะ”

อัศวินแห่งฟาร์มารีนรุ่นเดอะ หากว่าผมไม่ได้เครียดจนปวดหัวอยู่ละก็ สาบานได้ว่าผมลงไปล้มกลิ้งอยู่กับพื้นแน่ๆ เฮ้อ...หนักใจเหลือเกิน ใครก็ได้ช่วยบอกผมหน่อยได้ไหมว่าผมถอดวิญญาณออกมาที่นี่เพื่อจุดประสงค์อะไรกันแน่ ตอนนี้ผมชักเริ่มไม่มั่นใจแล้วสิว่าสิ่งที่ตัดสินใจไปนั้นคือสิ่งที่ถูกต้อง

เครียดเหลือเกิน!

 



 

 

 

 

 

 

 




 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #500 ob9ik (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 15:55
    อ๊าากกกกกก  หวานนนนนสุดยอด เขิลลลลล //////
    #500
    0
  2. #489 น้ำตาลทราย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2553 / 21:17
    อ้ากกกกก รักชะมัด
    #489
    0
  3. #362 กาแฟ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2552 / 00:27

    กริ๊ด ๆ ๆ ><~  อยากให้อัศวินฟาร์มารีนจูบมั้งจังค่ะ  >/////////<  (ไม่รักดีแลนแล้วเรอะ =0=)  แต่ยังรักดีแลนอยู่นะค่ะ ^^~ ไม่ต้องห่วง แค่อยากให้ดีแลนหึงเล่นเอง ><  อิอิ (ข้ออ้างชัดๆ =0= อีกอย่างดีแลนไม่หึงหรอก)  อ่านแล้วรู้สึกดียังไงบอกไม่ถูกค่ะ  ><~  ดีจริงๆ เหมือนไปอยู่ในงานเต้นรำด้วย กาแฟชอบความรู้สึกดีๆนี้จัง  ^^  หวังว่าจะมีเกิดกับกาแฟบ้างนะ ^^~

    #362
    0
  4. #326 BumBay~. (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2552 / 16:09
    ว้ากกกกกกกกกกกก!!!!!...

    ดีเเลนหายไปไหนฟระ !...

    ปล่อยให้นางเอกไปจูบกะคนอื่นได้ยังง้ายยยยยยยยย !!!!!!!!!!...
    #326
    0
  5. #325 I AM SO...SO (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กันยายน 2552 / 11:45
    ดีแลนหายไปไหนนนนน >O<
    ให้หนูวา ( ขอเรียกแบบนี้นะคะ ) มาจูบกับคนแปลกหน้าแบบนี้ได้ยังไง
    ก๊าซซซซซซ!!! >O< ทำไมเป็นแบบนี้
    ไม่ยอมๆๆๆ
    #325
    0
  6. #151 -.........- (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 13:25

    กิกิกิ  ถถึงดีแลนจะน่ารักยังไง ก้ยังเจ้าเล่ห์อยู่บ้าง
     ก้ติด ๆ มาจากพวกพี่ ๆ แน่เลย

    #151
    0
  7. #141 fene_sun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 21:08
    พี่ หนูเขิลล์แทนนางเอกค่ะ 5555555+

    #141
    0
  8. #135 fifteen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 / 17:36
    พี่นาต!!
    นึกว่าอัพ ฟิฟก็ไม่ได้สังเกตชื่อตอน  ยังว่าอยู่ทำไมมันคล้ายๆกับว่าอ่านแล้ว
    #135
    0
  9. #133 ยมฑูตน้อย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2552 / 10:01

    โหใช้วิธีนี้เลยหรอเนี้ย


    อัพไวๆนะคะ

    #133
    0
  10. #132 boongkee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 22:13
    แอร๊!!!(เบื่อเสียงนี้รึยังคะ รู้สึก แอร๊บ่อย ช่วงนี้ กร๊ากกกก)

    ทำไมวาเลนเซียปล่อยตัว ปล่อยใจง่ายอย่างงี้อ่ะ T^T

    ขัดขืนหน่อยก็ดีนะ จะได้ดูเป็นนางเอก กร๊ากกกกกกกกก

    อารมณ์ตอนนี้ เหมือนติดอยู่ในปราสาทท่านเคาท์ 5555

    ดีแลนๆ >O< ดีแลนแน่ๆ เป็นพระเอกนี่นา แล้วถ้าไม่ใช่ดีแลน วาเลนเซียก็ต้องอยู่กับ

    อัศวินแห่งฟาร์มารีนไปตลอดชีวิตอ่ะดิ แล้วจะให้ดีแลนเป็นพระเอกทำไม กร๊ากกกกกกก
    #132
    0
  11. #126 แมวเหมียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 13:49

    อร๊ายยยย คุณพี่ชายคนไหนของน้องดีแลนที่สอนน้องให้น่ารักแบบนี้เนี่ย...ปากหวานเชียว ฮุฮุ
    ดีแลนมีวิวัฒนาการดีขึ้นแล้ว ฮ่าๆๆ สมกับเป็นพี่น้องตระกูลคลีฟ 

    พี่นาตขา...รักนะ จุ๊บๆ ^3^

    #126
    0
  12. #125 CirCus & LuCas (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 13:16
    ยัยน้องแซนด์ ดูที่หนูใช้สรรพนามกับตัวละครพี่สิ 555
    ว่าไปได้ว่า "หางโผล่" พี่จินตนาการภาพเห็นอัศวินแห่งฟาร์มารีน
    ในชุดสีเขียวเลิศหรูกำลังแกว่งหางไปมาทันทีเลย >O< อ้าย
    คุณเธอจะเรียกอะไรก็นึกเห็นใจตัวละครพี่บ้าง 555555
    "หางโผล่" ว่างั้น 555 เชื่อเขาเลยยัยหนูแซนด์
    ปล. พี่ดีใจที่แซนด์ได้ยิ้มจนหูจะฉีก พี่ยิ่งกลัวว่าจะไม่สามารถเขียนนิยาย
    ให้คนอ่านยิ้มได้อีกแล้ว โดยเฉพาะดันแคน TOT


    น้องยูมาว่าดีแลนร้ายได้ไงคะ ไหนหลักฐาน เอามาวางสิ
    หนูมั่นใจได้ยังไงว่าเป็นดีแลน 5555 (นังคนแต่ง ยังจะมาเนียน)
    เขาเรียกว่าฉลาดเป็นกลดจ้าสาวน้อย หนูมาบอกว่า "ร้าย" แบบนี้
    เสียภาพพจน์กันพอดี 555 แต่ก็ดีใจที่หนูไม่ได้รู้สึกหมั่นไส้ หรืออยากเบิ๊ดกระโหลก
    ท่านอัศวิน >_< แถมมีเขินอีกด้วย 555
    #125
    0
  13. #123 CirCus & LuCas (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 13:10


    เข้ามาดักน้องฟิฟ 555
    พี่กำลังคิดถึงหนูอยู่พอดี
    ยังไม่ลืมเรื่องรูปนะคะ >_<
    พี่กลับไทยแล้วจะส่งให้

    พี่กลัวหนูไม่เจอคอมเม้นท์พี่
    เพราะเห็นฟิฟเมนต์ตอนต่อตอน
    เดี๋ยวจะมองข้ามคอมเมนต์ไป
    เลยมาที่นี่
    ยินดีต้อนรับกลับสู่ครอบครัวแห่งคลีฟค่ะ
    หนูสบายดีนะคะ อ้ายย คิดถึง >O<
    #123
    0
  14. #120 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 11:01

    อ๊ายๆๆๆๆๆๆ กรี๊ดดดดดๆๆๆ

    ดีแลนร้ายอ่ะ หลอกจูบวาเลยเซียยยยยยยยย

    แง้ๆๆๆ ทำไมไม่จูบเค้าบ้างอ่ะ TOT (ยัยบ้า)

    แง้ๆๆๆๆ อิจฉาๆๆๆๆ คู่นี้น่ารักดี วาเลนยอมคนแปลกหน้า(แปลกหน้าที่ไหน คนใกล้ตัวต่างหาก)

    โอ้วววว เขินแทนๆๆๆ ดีแลนร้ายยยย พูดได้คำเดียว

    #120
    0
  15. #117 AliKA-Sand (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 10:15
    อร๊ายยยย  >///< ~!!
    เขิลแทนวาเลนเซีย

    ไมน่ารักอย่างเน้~  อ่านไปยิ้มไปจนปากจะฉีกถึงหูแล้วพี่นาต

    พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ..... ขอกรี้ดก่อนละกัน กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!~ (พี่นาตปิดหูด่วน)
    555

    หลงลูกชายพี่หัวปรักหัวปรำ  น่ารักกันทุกคนเลย
    ขอเต๊อะ~  TOT  ขอเอาลูกชายพี่ไปกกซักปีสองปี 55
    #117
    0