Vampire Princess อัศวินแห่งฟาร์มารีน&เจ้าหญิงแวมไพร์จอมแก่น

ตอนที่ 8 : บทที่ 6 เจ้าหญิงนิทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    10 พ.ค. 62



บทที่ 6 เจ้าหญิงนิทรา

 

คืนนี้เป็นคืนที่สอง...

คืนที่สองนับจากวันที่ร่างของวาเลนเซียยังคงมีลมหายใจอยู่โดยปราศจากวิญญาณ

คืนที่สองที่โต๊ะอาหารของเราไม่มีผู้ร่วมโต๊ะถึงสองคน คนหนึ่งคือวาเลนเซีย อีกคนหนึ่งคือแขกที่เรายังพิสูจน์ไม่ได้ว่าใครเป็นคนเชิญเขามา จนกระทั้งเขาต้องมาพบกับชะตากรรมเช่นนี้ มีเพียงสิ่งเดียวที่เราสรุปได้คือพวกเขาสองคนตกเป็นเหยื่อของสายหมอกแห่งราตรี และพวกเขาก็เป็นสมาชิกสองคนสุดท้ายที่อยู่ในสถานที่ต้องห้ามในเวลาต้องห้าม แต่ที่สำคัญกว่านั้นคือ...พวกเขาสองคนไม่ใช่สายเลือดแห่งคลีฟ

พวกเราได้ตรวจเช็กดูในงานแล้วพบว่าทุกคนที่ไปที่นั่นแล้วไม่ประสบปัญหาล้วนแล้วแต่เป็นทายาทแห่งคลีฟกันทั้งนั้น ท่านพ่อเลยสรุปว่างานเลี้ยงในคืนจันทราสีเงินเป็นสถานที่ต้องห้ามสำหรับคนนอกที่ไม่ใช่สายเลือดแห่งคลีฟจริงๆ ในขณะที่ผมกับลิลี่ต่างคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญเสียมากกว่า และก็เป็นเรื่องบังเอิญที่ออกจะโหดร้ายมากๆ ด้วย เพราะผมกับลิลี่มีความรู้สึกไม่อยากไปที่นั่นตั้งแต่แรก แล้วบุคคลที่ตกมาอยู่ในความดูแลของพวกเราซึ่งไม่ใช่สายเลือดแห่งคลีฟต้องมาประสบกับปัญหาแทน

“เราจะทำยังไงต่อไปดี” ท่านแม่ถือผ้าเช็ดหน้าซับน้ำตา ไม่สามารถรับประทานอาหารได้มากกว่าสองคำเลยตั้งแต่เห็นวาเลนเซียในสภาพนี้

“เราไม่รู้ว่าที่นั่นมีอะไรบ้าง” ท่านพ่อเอ่ยขึ้นพลางลูบไหล่ท่านแม่อย่างแผ่วเบา

“ถ้าวิญญาณบริสุทธิ์ของทายาทแห่งคลีฟตายไป พวกเขาก็จะไปอยู่ที่นั่น” ผมเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น “ผมก็จะไปที่นั่นในฐานะคนตาย”

“ดีแลน” ผู้ร่วมโต๊ะทุกคนพร้อมใจกันตะโกนเรียกชื่อผมออกมา

“ลูกพูดอะไรออกมา” ท่านแม่ร้องไห้หนักกว่าเดิม

“ผมถูกพวกเขาเลือกให้เป็นอัศวินแห่งฟาร์มารีน เพราะฉะนั้นผมจึงมีสิทธิ์ที่จะไปที่นั่นเช่นกัน” ผมตักอาหารเข้าปาก ก่อนจะเอื้อมมือไปขโมยแครอทในจานของลิลี่ที่เธอเพิ่งเขี่ยมันไว้ข้างๆ “ผมขอนะพี่ลิล”

ทุกคนมองดูว่าผมปกติดีหรือเปล่า อาจจะเป็นเพราะว่าผมเป็นคนเดียวในบ้านที่ไม่ได้มีอาการโศกเศร้าอีกเลยในวันที่สอง แท้จริงแล้วมันไม่ใช่อย่างนั้นหรอก แน่นอนสิผมรู้สึกมากกว่าเศร้าโศก หัวใจผมเจ็บปวดเหมือนถูกบีบคั้นทุกเสี้ยววินาทีแม้แต่ในยามนอน แต่มันไม่มีประโยชน์อะไรที่ผมจะต้องแสดงมันออกมา จุดประสงค์ของผมคือต้องทำตัวให้แข็งแกร่งที่สุดและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับมันเมื่อต้องไปที่นั่น

“พี่ยกให้เราทั้งจานยังได้เลยถ้าไม่รังเกียจ พี่อิ่มแล้ว” ลิลี่ส่งจานอาหารที่เธอรับประทานเหลือให้ผม

“ลิลี่ ลูกเพิ่งกินไปนิดเดียวเองนะ” ท่านพ่อทักท้วง

“ลิลไม่ไหวแล้วจริงๆ ค่ะท่านพ่อ” พี่สาวผมบอกเชิงออดอ้อน ท่านพ่อจึงปล่อยเลยตามเลย

“ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” ผมเขี่ยอาหารทั้งหมดลงในจานตัวเองก่อนจะส่งจานคืนให้ลิลี่ “ขอโทษทีนะพี่ลิล”

“ดีแลน ทุกอย่างเรียบร้อยดีไหมลูก” ท่านแม่หยุดร้องไห้แต่กลับมองหน้าผมอย่างประหลาดใจ

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับท่านแม่”

“มาพูดเรื่องของเราดีกว่า คิดยังไงถึงจะไปที่นั่น” ลูคัสแสดงสีหน้าจริงจัง

“น้องชายคุณนี่ชอบเสี่ยงกันจังเลยนะคะ” อลิซาเบธหันไปคุยกับเซอร์คัส พี่ชายคนโตของผมที่นั่งอยู่ข้างเธอ

“เชื้อไม่ทิ้งแถว” เซอร์คัสตอบส่งๆ

“ผมไม่มีวิธีอื่นแล้ว ในเมื่อวาเลนเซียอยากเจออัศวินแห่งฟาร์มารีน ผมผู้เป็นอัศวินแห่งฟาร์มารีนก็ต้องไปตามเธอกลับมา เพราะหากผมไม่ทิ้งเธอไว้ในงาน หรือแต่งตัวเป็นอัศวินแห่งฟาร์มารีนไปที่นั่น แอบเต้นรำกับเธอโดยไม่บอกให้รู้ว่าแท้จริงแล้วผมคือดีแลน คลีฟ เธออาจจะไม่ต้องพร่ำเพ้อถึงขั้นยอมขายวิญญาณให้กับสายหมอกแห่งราตรีนั่นก็ได้”

“นอกจากอัศวินแห่งฟาร์มารีนที่เธอคลั่งไคล้หนักหนาจนถึงขั้นขายวิญญาณให้แล้ว มีใครพอจะรู้บ้างไหมว่าอะไรทำให้วาเลนเซียตัดสินใจง่ายๆ ขนาดนั้น กับแค่อัศวินที่เธอพบเจอเพียงคืนเดียวในงานเฉยๆ เนี่ยนะ ขนาดพ่อจีบแม่ตั้งหลายหน ยังต้องใช้เวลาเป็นปีๆ เลยกว่าแม่เราจะยอมตกลงเป็นแฟนพ่อเนี่ย”

ท่านถามพลางขมวดคิ้วมองผมด้วยท่าทางไม่รู้เรื่องรู้ราว แต่ผมมองออกว่าท่านอยากจะรู้ว่าคืนนั้นผมทำอะไรกับวาเลนเซียบ้าง

“ผมจูบเธอ กลางวงมนตราสัญลักษณ์ประจำตระกูล ตามความเชื่อของตระกูลคลีฟ วาเลนเซียคลั่งไคล้อัศวินแห่งฟาร์มารีนและตำนานมาก” ผมพักรับประทานอาหารชั่วครู่ “ผมห้ามไม่ให้เธอตามหาผม เพื่อความลึกลับน่าค้นหา เธอคงจะคิดไปไกลว่าอัศวินบ้าบอนั่นถ่อสังขารมาจากฟาร์มารีนเพื่อเต้นรำกับเธอจริงๆ แล้วก็ต้องหนีกลับไปตอนเวลาเที่ยงคืนตรง”

“อย่างหลังนายคิดเอาเองมากกว่ามั้ง” ลูคัสเอ่ยขึ้นลอยๆ ผมเขม้นตาใส่พี่ชาย เขาเลยยกไวน์ขึ้นมาจิบท่าทางสบายๆ

“พระเจ้าช่วย” ท่านแม่ยกมือขึ้นมากุมปากสีหน้าตกอกตกใจ ขณะที่คนอื่นๆ กลับนิ่งเงียบเหมือนรู้อยู่ก่อนแล้ว ผมจ้องตาท่านพ่ออย่างจริงจังทำนอกจะซักไซ้ว่าท่านรู้อยู่ก่อนหน้านี้แล้วใช่ไหม

“เออ...พระเจ้าช่วย” ท่านพ่อพูดเลียนแบบท่านแม่เมื่อเห็นผมไม่เล่นด้วยก่อนจะตีหน้าขรึมซึ่งดูเหมือนจะใช้ไม่ได้ผลเท่าไหร่ “แต่ลูกมีคู่หมั้นแล้วนะ ลินด์เซจะคิดยังไงหากคู่หมั้นของเธอไปจูบสาบานว่าจะครองรักตลอดกาลกับหญิงอื่นกลางวงมนตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลคลีฟน่ะ”

“ว่าที่คู่หมั้นครับท่านพ่อ” ผมย้ำอย่างใจเย็นแล้วยัดอาหารใส่ปาก “ที่สำคัญลินด์เซยังเด็ก เธอหาผู้ชายดีๆ กว่าผมได้”

“เออนั่นละ เอาเข้าไป” ท่านบอกปัดสีหน้ายุ่งเหยิง ก่อนบ่นอุบอิบ “ก็เขายกย่องเทิดทูนจะเอาเราให้ได้นี่นา พ่อเทพบุตร”

พูดอย่างกับผมเป็นสิ่งของ ผมก็มีหัวใจนะ...

“ผมตรวจสอบดูแล้วพบว่าร่างของวาเลนเซียอยู่ในสภาพไร้วิญญาณได้นานสูงสุดแค่เจ็ดวันเท่านั้น ตอนนี้ผ่านไปสองวันแล้ว ผมจะต้องไปที่นั่นให้ได้ภายในสองวัน มากกว่านั้นไม่ได้ เพราะผมไม่รู้ว่าจะหาตัววาเลนเซียเจอได้ง่ายๆ ไหม” ผมจงใจเตะเรื่องว่าที่คู่หมั้นออกจากวงสนทนา

“เราพูดเองเออเองอยู่คนเดียว ถามความเห็นท่านพ่อกับท่านแม่บ้างไหม” เซอร์คัส พี่ชายผมทักขึ้น

“บ้านเราไม่มีใครเลยที่ถูกฟาร์มารีนเลือกยกเว้นเขา ถ้าดีแลนไม่ไปเราก็ไม่รู้ว่าจะส่งใครไป” ท่านพ่อเอ่ยขึ้นอย่างจนใจ

“เวลาสองวันกับการถอดวิญญาณ ฉุกเฉินแบบนั้นใครจะไปทำได้ทัน”

ปัง!

ลูคัสวางส้อมลงบนโต๊ะอย่างใส่อารมณ์

“ผมมีวิธี” ผมเพิ่งนึกอะไรขึ้นได้

“วิธีไหนของนาย” พี่ลูคัสพ่นลมออกจมูกท่าทางไม่พอใจ

“ทุกคนคงรู้ว่าร่างของวาเลนเซียจะอยู่ไม่ได้หากปราศจากเลือดไปหล่อเลี้ยง”

“ไม่นะดีแลน” ลิลี่รีบส่ายหน้าทันควัน

นิชาและอลิซาเบธตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ ส่วนเซอร์คัสกับลูคัสกลับจ้องหน้ากันแทนที่จะเป็นผม แต่ผมรู้ว่าพวกเขาฟังอยู่

“สองวันที่ว่านี้ผมจะให้เลือดเธอจนกว่าผมจะน็อกไปเลย” ผมพูดแล้วกินต่อหน้าตาเฉย

“ประสาท” ลูคัสตำหนิ

“ผมรู้” ผมยกไวน์ขึ้นมาจิบตามหลัง อีกสักหน่อยผมคงซดมันแล้วละ เครียดเหลือเกิน เพราะตอนนี้ผมคิดหาอะไรที่ดีกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว

“เลือกวิธีอื่นที่มันดีกว่านี้ไม่ได้หรือยังไง เราเองต้องมีชีวิตอยู่ต่อไปนะดีแลน”

“ถ้าผมตาย...พวกพี่จะช่วยให้เลือดวาเลนเซียต่อไปได้ไหม”

ท่านพ่อกับท่านแม่ปิดปากเงียบไม่พูดไม่จา พวกเราตกอยู่ในภาวะกดดันขั้นสูงสุด

“แล้วถ้านายตาย พวกฉันควรทำอย่างไรต่อไปเล่า” ดูเหมือนลูคัสจะหัวเสียกว่าเพื่อนอีกแล้ว

“แค่เก็บร่างของผมเอาไว้ในโลงศพก็พอ ถ้าผมหนีมาได้ผมอาจจะมีสิทธิ์รอด แต่หากสุดความสามารถ...ผมจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อที่จะส่งให้วาเลนเซียกลับมา ต่อจากนั้นผมคงต้องพึ่งพวกพี่ช่วยหาวิธีทำให้เธอหลุดพ้นจากการเป็นแวมไพร์ให้ที ในกรณีผมไม่สามารถต่อรองกับฝ่ายสายหมอกแห่งราตรีได้”

“นายพูดอย่างกับมันง่าย”

“ผมพูดเหมือนทุกอย่างจะง่าย แต่ผมรู้ว่ามันไม่ง่าย...ลูคัส เอาเป็นว่าผมจะระวังตัว” ผมพยายามจะพูดให้เขาเลิกวิตกกังวลกับผมสักที

“เท่าชีวิต” ท่านแม่พึมพำลอดไรฟันก่อนที่ท่านจะซุกหัวไว้ในอ้อมกอดของท่านพ่อ

“ตราบนานเท่านานที่ผมจะรักษาได้ครับท่านแม่”

“ทุกปัญหามีทางแก้ไขเสมอ ตระกูลของพวกคุณมักมีวิธีถอนคำสาป หรือวิธีแก้ไขปัญหาอะไรดีๆ จากตำราประจำตระกูล ทำไมเราไม่ลองหาดูวิธีอื่นที่มันน่าจะดีกว่านี้หน่อยล่ะคะ” นิชาเสนอความคิด

“ตำราของเราไม่มีระบุวิธีเดินทางไปยังฟาร์มารีนนอกจากจะตาย” เซอร์คัสหันไปให้คำตอบแฟนสาวของเขา

“ลูกรู้สึกยังไงกับวาเลนเซีย” ท่านแม่ถามขึ้นในที่สุด “มัน...มากกว่าคำว่าน้องสาวใช่ไหม”

“สิ่งที่ผมทำลงไปซึ่งทุกคนได้รับรู้จากคำบอกเล่าของผม มันคงสามารถยืนยันความรู้สึกของผมที่มีต่อวาเลนเซียได้ดีพอ แต่หากท่านแม่อยากได้ยินคำๆ นั้นล่ะก็ ผมขอเก็บไว้ตอบหลังจากที่ผมกลับมาได้ไหมครับ”

“แน่นอนสิจ้ะ” ท่านแม่ยิ้มทั้งน้ำตา

“พวกพี่จะช่วยเหลือผมใช่ไหม...เรื่องวาเลนเซีย” เพื่อความมั่นใจผมจึงถามอีกรอบ

“วาเลนเซียก็น้องพวกเราเหมือนกัน นายคงไม่คิดว่าฉันจะใจดำไม่ช่วยหรอกนะ” ลูคัสอีกนั่นละ ถึงเขาจะหัวเสียกับเรื่องนี้ แต่ผมคาดการอยู่แล้วว่าเขาต้องไม่ปฏิเสธ

“ไม่...ผมไม่เคยคิดว่าพี่จะใจดำกับใคร เพียงแค่ชอบทำตัวเป็นพ่อคนที่สองของน้องๆ ก็เท่านั้น” ผมยิ้มแล้วพยักหน้าให้เป็นการขอบคุณ

“ถ้าอย่างนั้นพวกเราก็ต้องเตรียมโลงศพเอาไว้ให้ดีแลนเลยสินะ” เซอร์คัสลูบคางอย่างใช้ความคิด นั่งนิ่งไม่ไหวติง ก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างทะเล้น “นายอยากได้โลงศพแบบไหนดีล่ะ โลงแก้ว หรือว่า โลงบุกำมะหยี่ พรุ่งนี้ฉันจะได้หามาให้”

“พูดเป็นเล่นไป” ลูคัสทักสีหน้าเคร่งเครียด

“ผมขอแบบสบายๆ หน่อยก็แล้วกัน” ผมเล่นตอบ

เมื่อตกลงทุกอย่างได้เรียบร้อยแล้ว เราพูดคุยกันต่ออีกนิดหน่อย ลิลี่จึงขอตัวขึ้นไปทำแผลให้หลุยส์ ส่วนผมขอตัวจากมาเพื่อจะไปหาวาเลนเซียโดยเฉพาะ เนื่องจากว่าอีกไม่นานก็จะถึงเวลาให้เลือดแล้ว

 

ในห้องนอนที่ถูกตกแต่งเอาไว้ด้วยโทนสดใส ตอนนี้เจ้าของห้องกลับนอนนิ่งไม่ไหวติงอย่างไร้ชีวิตชีวา ต่างจากสองสามวันก่อน พอผมเปิดประตูเข้ามา สิ่งแรกที่สายตาของผมเลือกที่จะจับจ้องโดยไม่คิดไตร่ตรองคือเด็กสาวเจ้าของห้อง เรือนผมสีน้ำตาลแดงยาวสลวยของเธอโดดเด่นตัดกับสีผ้าห่มที่คลุมร่างนั้นอยู่

“หากดวงตาคู่นี้จ้องฉันตอบกลับมา...เธอจะดูโดดเด่นมากกว่านี้”

ผมปัดปอยผมออกจากใบหน้าของวาเลนเซีย ถึงแม้ว่ามันจะยังเนียนสวยแต่กลับขาวซีดขาดสีสัน เขี้ยวยาวที่เกยริมฝีปากขึ้นมาทำให้เธอดูเปลี่ยนไปมากจริงๆ ผมไล่มือไปตามริมฝีปากอ่อนนุ่มของเธอที่เคยอบอุ่นหอมหวานเกินคำบรรยายตั้งครั้งแรกที่เราจูบกัน รสชาติของจูบยังคงกลั้วอยู่ในปากซึ่งผมไม่อาจลืมเลือนมันได้

เมื่อมองเธออยู่ได้สักพัก ผมก็ประคองร่างบางขึ้นมาอย่างช้าๆ อดไม่ได้ที่จะนึกถึงช่วงเวลาที่ร่างบอบบางนี้เคยอบอุ่นทุกครั้งที่ผมสัมผัสแตะต้อง มาตอนนี้มันกลับเย็นเฉียบเป็นน้ำแข็ง แต่นั่นไม่ใช่สาเหตุทำให้ผมไม่อยากกอดเธอเลย ผมยังสามารถโอบกอดเธอได้ด้วยความรู้สึกรักและหวงแหนเท่าเดิมทุกประการ เพราะเธอเปรียบเสมือนเพื่อนของผม น้องสาวของผม ที่ผมปรารถนาอยากให้เธอกลายเป็นคนรัก

ผมจัดการตัวเองให้เข้าที่ โอบกอดร่างของวาเลนเซียเอาไว้แนบอก ก่อนจะใช้เขี้ยวของเธอเจาะลงบนบริเวณข้อมือของผม จากนั้นผมก็จัดการดูดเลือดของตัวเองออกมา แล้วป้อนให้เธออยู่สี่ห้าครั้งในปริมาณที่ผมคิดว่าจะเพียงพอกับเธอในระยะแรก เสร็จแล้วจึงวางเธอลงบนที่นอนตามเดิม

การต้องมองดูเธอ นอนหลับตาพริ้มเป็นเจ้าหญิงนิทราอยู่เฉยๆ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจของผมถี่รัวมากยิ่งขึ้นด้วยความปรารถนาและหลงใหล ทำให้ผมอดนึกอยากกอดเธอไม่ได้

ฟุบ!

หมับ!

ผมทิ้งตัวลงประกบกับร่างบาง แทรกวงแขนเข้าไปใต้แผ่นหลังเล็กกับที่นอนโอบกอดเธอไว้แนบแน่น พลางซุกหัวไปตามซอกคอ ประทับรอยจูบลงบนนั้นอย่างแผ่วเบา ก่อนจะไชจมูกไปตามใบหน้าจนกระทั่งเคลื่อนตัวขึ้นไปถึงใบหู

“มาเป็นผู้หญิงของฉันเถอะวาเลนเซีย”

“นายเล่นมาจองมาเฝ้าไว้แบบนี้ เธอจะเป็นผู้หญิงของคนอื่นได้ยังไง”

ผมถอนตัวออกอย่างช้าๆ จัดเสื้อผ้าและทรงผมของวาเลนเซียให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนจะจัดการกับตัวเอง หันไปเผชิญหน้ากับพี่ลูคัสที่กำลังยิ้มกริ่ม

“ถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกนิดเดียว นายจะพรากความบริสุทธิ์น้องสาวบุญธรรมฉันไหมเนี่ย” เขาแซวอย่างขบขัน

“ผมไม่ได้ตัณหากลับถึงขั้นนั้นสักหน่อย” ผมเอ่ยหน้านิ่ง

“นี่ขนาดไม่ตัณหากลับ สภาพนายเมื่อกี้ก็แทบจะปล้ำเธอได้แล้วนะ”

“ก็ได้...ผมตัณหากลับ” ผมถอนหายใจออกมาอย่างจำยอม ทั้งยังต้องทนฟังเสียงหัวเราะของเขาที่ดูเหมือนจะไม่อยากหยุดง่ายๆ

“แสดงว่าถ้าฉันมาช้ากว่านี้อีกหน่อย วาเลนเซียคงเสียความบริสุทธิ์จริงๆ”

“ก็ทำนองนั้น” ผมตอบกลับไปด้วยท่าทีสบายๆ ไม่สะทกสะท้าน ตาพี่ชายกลับเห็นเป็นเรื่องน่าขำ ผมจึงต้องรีบขยายความต่อ “ผมล้อเล่น”

“ดีแล้วที่นายแค่ล้อเล่น ไม่อย่างนั้นฉันจะไปฟ้องท่านแม่” เขาบอกก่อนจะเริ่มอธิบาย “ฉันมาเพื่อบอกว่าเราได้ตกลงกันว่าจะตั้งโลงศพของนายไว้ในห้องนี้...”

“ผมรบกวนเป็นห้องใต้ดินได้ไหม” ผมรีบทักขึ้น

“ไม่อยากอยู่ใกล้วาเลนเซียรึไง”

“เปล่า...เพราะถ้าผมกลับมาไม่ได้ ผมไม่อยากให้เธอเห็นศพของผม”

“ฉันไม่อนุญาตให้ตาย ถ้าไม่อยากให้เธอเห็นศพก็ต้องหาทางกลับมาให้ได้ ถ้านายไม่มั่นใจในตัวเองขนาดนั้น พวกฉันก็คงไม่สนับสนุนให้นายไปตามเธอแล้ว” พี่ชายผมตีหน้ายักษ์ใส่ทันที ผมรู้ด้วยว่าเขาพูดจริงทำจริง จึงต้องเปลี่ยนความคิดตัวเองเสียใหม่

“แค่บอกเผื่อไว้ ใครจะอยากตายล่ะ”

“ทุกคนตัดสินใจแล้วว่าจะเอาร่างของนายไว้ที่นี่ ตัวนายก็โตอย่างกับอะไรดี ใครมันจะไปอยากแบกลงห้องใต้ดินไหว มันหนักรู้ไหม”

นั่นหรือเหตุผล?

“อืม” พยักหน้าอย่างจำยอม ก่อนจะสำรวจตัวโตๆ ของตัวเองที่มันกำลังจะท่วมพี่ชายอยู่รอมร่อ ดีอยู่อย่างที่ผมไม่ได้มีหน้าโหดเหมือนลูคัสตอนเขาเจริญเติบโต แม้กระทั่งตอนนี้หน้าเขาก็ยังโหดอยู่ดี

“นายจะเริ่มให้เลือดวาเลนเซียตอนกี่โมง” ลูคัสวกกลับมาจริงจัง “ไหนลองเล่าแผนการของนายมาสิ”

“หนึ่งทุ่มตรงของพรุ่งนี้ ถ้าผมไม่ได้บ้าพลังเกินไปคิดว่าน่าจะหมดสติตอนเวลาเที่ยงคืนตรงพอดี พอผมหมดสติไปเมื่อไร พี่จะต้องนำร่างของผมไปวางไว้บนตราสัญลักษณ์ที่ผมขีดไว้”

“แสดงว่าพวกฉันต้องแบกนายสินะ รู้ไหมว่าตัวนายมันหนัก” เขาลูบคางพลางขมวดคิ้ว จ้องมายังผมด้วยแววตาเลื่อนลอย

“พี่ทำผมเครียดนะ” ผมบอกหน้านิ่ง

“แล้วยังไงต่อ”

“ที่เหลือเวทมนตร์จะทำงานด้วยตัวมันเอง เมื่อแสงสีเงินจางหายไปให้นำร่างผมไปใส่ไว้ในโลงแต่ไม่ต้องปิดฝานะ ผมรู้สึกอึดอัด”

“ตายแล้วจะรู้สึกอึดอัดได้ด้วยรึไง”

“แค่วิญญาณผมมองเห็นก็รู้สึกอึดอัดแล้ว”

“นายเตรียมการทั้งหมดนี้นานเท่าไรเนี่ย” ลูคัสสงสัยขึ้นมา หน้าตาเขาเวลาสงสัยหรือทึ่งในความสามารถของผมมันค่อนข้างดูตลก

“คืนเดียว”

“อืม...เยี่ยม” เขาพยักหน้าเล็กน้อย “ฉันมาถามแค่นี้ละ ไม่ได้ตั้งใจจะมาขัดจังหวะนายสวีทกับร่างไร้วิญญาณของวาเลนเซีย จะทำธุระต่อก็เชิญ เดี๋ยวฉันจะบอกคนอื่นว่าไม่ให้รบกวน”

“พี่พูดบ้าอะไรนี่” ตั้งแต่เขาหลุดพ้นคำสาปมาได้สักสองปี รู้สึกว่าจะเพี้ยนหนักขึ้นเรื่อยๆ ตามระยะเวลา

“ล้อเล่นน่า แต่ว่า...จะทำอะไรก็อย่าล้ำเส้นแดงให้มากนักนะ” เขาว่าแล้วเดินจากไป

ผมนั่งลงขอบเตียง เอาศอกชันเข่าแล้วยกมือขึ้นมากุมขมับไว้แน่น ก่อนจะหันไปมองหน้าวาเลนเซียพร้อมพึมพำเบาๆ

“ฉันไม่เคยล้ำเส้นแดงกับเธอสักหน่อย อย่างมากก็แค่เกือบ แค่ฉันไม่เคยจูบเธอก็เท่านั้น แล้วนี่เขาเรียกว่าฉันกำลังจะฉวยโอกาสกับเธอรึเปล่านะ แต่ว่าไปแล้วเราสองคนก็กอดกันออกจะบ่อย” พูดไปก็รู้สึกหน้าร้อนผาวก่อนที่ความรู้สึกหดหู่จะแทรกขึ้นมาอย่างหักห้ามใจตัวเองไม่ได้ “โดยเฉพาะเวลาที่เธอเสียใจ อกของฉันก็เป็นที่รองรับน้ำตาของเธออยู่เสมอไม่ใช่หรือ”

ผมเม้มริมฝีปากแน่น ภาพวันที่วาเลนเซียกระโดดใส่ผมด้วยท่าทางเริ่งร่าเพื่อมาชวนผมไปร่วมงานเลี้ยงปรากฏขึ้นมาในหัวผมอีกครั้ง ตอนนั้นรอยยิ้มของเธอช่างสดใสจนหัวใจผมแทบจะหยุดเต้น น่าเสียดายที่ผมมักเป็นคนทำลายมันลง บางทีผมก็ไม่ค่อยฉลาดเอาใจเธอเสียเลย แต่ยังไงก็ตาม ผมอยากให้เธอรู้นะ ว่าผมรักเธอมากจริงๆ

ผมรักเธอ...

รักตั้งแต่วันที่ผมจำความได้...

...มาจนถึงปัจจุบัน

 


 

 





 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #499 ob9ik (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 15:52
    ดีแลนนนนนน อ่า น่าร้ากกกกก
    #499
    0
  2. #361 กาแฟ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2552 / 00:11
    รู้สึกเมือนดีแลนเลยค่ะ  ><~ แต่คงเป็นดีแลนลุดแปลกหน่อยๆนะค่ะ >< ดูกล้าขึ้นยังไงไม่รู้ ><  ในระหว่างเต้นรำของทั้งคู่ดูอบอุ่นน่ารักจัง  >////<  แต่ถ้าดีแลนรู้คงดีใจแน่ๆที่วาเลนเซียคิดถึง >////////////<  กาแฟก็คิดถึงเหมือนกันนะค่ะ ><
    #361
    0
  3. #324 I AM SO...SO (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กันยายน 2552 / 11:40
    ความรู้สึกเหมือนจะเป็นดีแลน...แต่ทำไมถึงบอกว่าเสียงไม่เหมือนล่ะคะ? สับสนๆ >O<
    เม้นสั้นแฮะ +555 ไปอ่านต่อแล้วนะคะ ชะแว๊บ
    #324
    0
  4. #150 -.........- (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 13:17
    55555  คนแก่ ก๊าก
    อยากรู้อ่ะพีนาต ว่า ดีแลนหรือป่าว ทำไมต่อปากเก่งแบบนี้ 
    ฮิ ๆๆ  มีอยู่ตอนหนึ่ง วาเลนเซียพูด อิอิ ด้วย
    5555
    #150
    0
  5. #140 fene_sun (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2552 / 21:03
    ดีแลน >///////< หล่อได้โล่ค่ะ กรี๊ด !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    หนูเลิกไม่ผิดจริงด้วยพี่นาต ^^

    สอบเสร็จแล้วค่ะ หุๆๆๆๆ (แต่มีงานต้องทำต่อแล้ว สู้ๆนะคะพี่ :)
    #140
    0
  6. #130 Sarnear (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 15:28
    ดีแลนใช่มั้ยเนี่ย
    #130
    0
  7. #119 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 10:53

    กรี๊ดดดด ผมต้องการให้มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ววว

    ดีแลนโอ้โหๆๆๆๆๆ ร้ายไม่มช่เล่นนะ

    เค้าเรียกว่าร้ายเงียบหว่ะ

    กรี๊ดดด ชอบคู่นี้ๆๆๆ รักดีแลนนนนน

    #119
    0
  8. #116 AliKA-Sand (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2552 / 10:02
    หางเริ่มโผล่แล้วเน้อ คุณอัศวินแห่งฟาร์มาลีน
    ระวังนางเอกจับไต๋ได้นะ 55

    วาเลนเซียเนี่ยะ เหมือนนินทาพระเอกให้พระเอกฟังเลยเนาะ
    (เอ๊ะ.. ยังไง) ฮ่าๆ

    รู้สึกว่าบรรกาศรอบๆจะหวานแหววซะเหลือเกิน
    รอบกาย2คนนั้นก็เริ่มจะมีแต่สีชมพูมากขึ้นทุกทีๆ
    อิจฉาอ่ะ อยากเต้นรำกะคนหล่อๆบ้าง
    พี่นาตเอาลูกชายพี่มาแบ่งปันที๊~ >O<
    (แต่อย่ากลัวนู๋เอาลูกชายพี่ไปทำมิดีมิร้ายนะ..แค่รักมากปานจะเขมือบลงคอได้ 555+)
    #116
    0
  9. #112 boongkee (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 20:36
    แอร๊!!! อ่านตอนนี้แล้วรู้สึกอบอุ่นที่หัวใจ น่ารักมากเลย >O<

    วาเลนเซียน่าสงสาร แค่ต้องการให้เค้าตามใจฉันบ้าง ไม่ได้หรอ ฉันก็น้อยใจเป็นนะ << อารมณ์แบบนี้เลยค่ะ 555

    รู้สึกว่าน่าสงสารมากกว่าน่าหมั่นไส้แล้วนะเนี่ย 5555

    อัศวินแห่งฟาร์มารีน คือดีแลนแน่เลย ชอบปกป้องคนอื่นแบบนี้ จะมีใครอีกน้า >O<

    ดีแลนหล่อ แอร๊!!! ไม่ไหวแล่วว ทำไมวันนี้ เราถูกห้อมไปด้วยคนหล่อ ทั้งในจอหนังและหน้าเว็บนิยาย กร๊ากกก
    #112
    0
  10. #108 Macize (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 16:37
    เสียงดนตรีนี้เข้ากับบรรยากาศจริงๆเลย
    อ่านไปแล้วนึกว่าตัวเองอยู่ในงานด้วย ^______^
    แต่ไม่มีคู่เต้น -0-
    อยากรู้ว่าอัศวินแห่งฟาร์มารีนเนี้ยเป็นใครร
    แต่ประโยคสุดท้ายเนี้ยทำเอาอยากอ่านต่อเลย
    ปล.หนูปิดเทอมเมื่อวานนี้เองค่ะ กะจะไม่ออกไปไหนกลัวไข้หวัดใหญ่
    พอดีได้ข่าวว่าเพื่อนน้องเป็นไม่รู้จริงป่าวแต่กลัวT0T
    #108
    0
  11. #106 แมวเหมียว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2552 / 11:25
    อัศวินแห่งฟาร์มารีน เท่จังเลย *O* ขอหมั้นได้ป่ะ โหะๆๆๆ ใครหนอ
    แต่ก็แอบเดาอยู่นิดๆ ฮ่าๆๆ ดีใจแทนดีแลนจังเล้ย ขนาดวาเลนเซียเต้นรำกับใครก็ไม่รู้ยังอุตส่าห์นึกถึงดีแลนนะเนี่ย
    อิอิ
    ชอบๆๆ

    พี่นาตสู้ๆ
    #106
    0