Vampire Princess อัศวินแห่งฟาร์มารีน&เจ้าหญิงแวมไพร์จอมแก่น

ตอนที่ 6 : บทที่ 4 ฉันไม่คิดถึงคุณไม่ได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,896
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

บทที่ 4 ฉันไม่คิดถึงคุณไม่ได้

 

ฉันรู้สึกเหมือนโดนสะกดให้หยุดอยู่กับที่ จนไม่สามารถขยับเขยื่อนไปที่ไหนได้ ทุกคนหายไปหมดแล้ว เขาเองก็จากฉันไปด้วยเช่นกัน ฉันไม่อยากไปจากที่นี่ ไม่อาจหยุดความต้องการตามหาอัศวินแห่งฟาร์มารีนได้เลย และอดคิดถึงเขาไม่ได้

“ยิ่งห้ามฉันมากเท่าไร ฉันยิ่งอยากจะตามหาคุณมากเท่านั้น เพราะอะไรนะ”  เพียงเพราะจุมพิตนั่นใช่ไหม หรือเป็นเพราะคำบอกรัก เขาก็แค่คนแปลกหน้า แต่จะเป็นอะไรไปที่ฉันจะหลงใหลเขาในเมื่อฉันก็ไม่มีใครอยู่ในใจอยู่แล้ว ฉันไม่มีใครอยู่ในใจจริงหรือ...ฉันไม่แน่ใจ แต่ฉันได้จูบคนแปลกหน้าท่ามกลางวงเวทมนตร์ที่ถูกร่ายเป็นรูปทรงของตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลคลีฟ เพราะมัวแต่เพ้อ และมัวแต่ยืนฝัน ฉันหลงลืมไปเลยว่าตอนนี้รอบกายของฉันมีกลุ่มควันสีขาวผุดขึ้นมาจากไหนก็ไม่รู้เยอะแยะอยู่ไปหมด หรือนี่จะเป็นสิ่งที่ทุกคนพยายามตักเตือน

วาเลนเซียเสียงเรียกราวกับเสียงคลื่นลอยมาพร้อมกับหมอกควันกลุ่มใหญ่ ฉันมองไปรอบๆ รอดูว่าอาจจะมีใครโผล่มาจากเบื้องหลังหมอกกลุ่มนั้น เธอกำลังตามหาอะไรอยู่...ความรักหรือ ความรักที่เธอไม่เคยได้จากพ่อและแม่แท้ๆ ของเธอใช่ไหม ตระกูลคลีฟไม่สามารถทดแทนสิ่งนั้นให้เธอได้ใช่รึเปล่า เธอถึงต้องตามหาเขา โหยหาอยากจะได้เขามาครอบครอง อัศวินแห่งฟาร์มารีน เขาจะทดแทนทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอขาดหายไปได้ใช่ไหม วาเลนเซีย

ฉันยังพยายามมองหาที่มาของเสียงอยู่ โดยใช้มือปัดหมอกควัน แล้วเพ่งสายตามองไปทั่วทุกสารทิศที่คิดว่าน่าจะเจออะไรบ้าง แต่ไม่เจอเลย ที่สำคัญฉันคิดว่าเสียงเหล่านี้เปล่งดังมาจากสายหมอกที่รายล้อมร่างของฉันอยู่

“ไม่มี ไม่มีใครเลย” ฉันเดินถอยหลัง ความหวาดกลัวโหมเข้าสู่หัวใจฉัน แทรกซึมไปตามเส้นเลือด แล้วเคลื่อนตัวไปจนทั่วทุกอณู

เธอกำลังตามหาอะไร เธอต้องการอะไร เธออยากไปฟาร์มารีนใช่ไหม ไปตามหาเขา มากับเราสิ เรามีข้อแลกเปลี่ยนแล้วเราจะเติมเต็มความปรารถนาให้เธอ

“ข้อแลกเปลี่ยนอะไร”

บอกความต้องการของเธอมาก่อนสิ เราอยากได้ยินจากปากของเธอเอง เพื่อที่เราจะได้แน่ใจว่าสิ่งที่เราทราบมาไม่ได้เป็นการเข้าใจผิด

“คุณเป็นใคร”

เราเป็นใครหนอ...เราเป็นใครกัน...ฮ่าๆๆๆเสียงหัวเราะดังลั่น จนฉันต้องยกมือขึ้นมาอุดหู

“อาจจะแค่หูฝาดไป ไม่มีใครทั้งนั้น” ฉันหลับหูหลับตาส่ายหน้าเพราะไม่อยากฟังเสียงนั่นที่ลอยมาตามสายหมอกที่ก่อกลุ่มขึ้นมารอบตัวฉันเท่าไหร่นัก

“ไม่มีใครได้อย่างไรกัน ผมก็ใครคนหนึ่งเหมือนกัน”

ฉันสะดุ้งเฮือก พลางถอยหลังกรูด ไม่ทันได้ดูว่าเป็นใคร

หมับ!

“เดี๋ยวก่อนสิครับ” พอถูกยึดแขนเอาไว้ฉันจึงได้ลืมตาขึ้นมา ก็เห็นใบหน้าคมคายหล่อเหลาของแขกผู้ที่พวกเรายังหาหลักฐานไม่ได้ว่าเขาได้รับเชิญจากสมาชิกของคฤหาสน์รังรักแห่งคลีฟจริง ท่านเอิร์ลหลุยส์ แคร์โรเวล อดีตคู่หมั้นของอลิซาเบธ ที่ตอนนี้เป็นแฟนของท่านลูคัส ผู้ชายดื้อด้านคนหนึ่งที่สามารถบังคับให้ลิลี่มาร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์ในคืนนี้ได้

“ปล่อยฉัน” ฉันสะบัดแขนจนสุดแรงเพราะไม่ค่อยจะถูกชะตากับเขาเท่าไหร่ “คุณมาทำอะไรที่นี่”

“ผมได้ยินเสียงคนเรียก ก็เลยตามหาที่มาของเสียงก็เท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เสียงคุณ” เขาบอกสีหน้านิ่งเรียบ ก่อนจะขมวดคิ้วจนเป็นปม “มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย ผมเดินตามหาทางออกมาสักระยะแล้ว แต่ไม่เห็นเจอสักที แล้วหมอกควันพวกนี้มันมาแต่ไหนกันนะ” หลุยส์ไม่แสดงทีท่าตกใจหวาดกลัวเลยสักนิด เวลาที่เขาหรี่ตามองกลุ่มหมอกเหมือนกับเขากำลังคิดว่านี่คือการเล่นสนุกและไร้พิษภัยใดๆ ทั้งสิ้น ในขณะที่ฉันรู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่หาย

“ฉันไม่รู้” ฉันบอกเขาพลางถูข้อมือตัวเองกับชุด หลุยส์ปรายตาลงมามองดูท่าทางของฉันแล้วหัวเราะออกมา

“รังเกียจผมขนาดนั้นเลยรึไง ผมยังไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย”

“บอกตามตรง ฉันไม่ไว้ใจคุณตั้งแต่วันที่คุณก้าวเท้าเข้ามาในคฤหาสน์รังรักแห่งคลีฟแล้ว” ฉันเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร มองเขาด้วยท่าทางไม่ไว้ใจ

“ผมรู้” เขาตอบอย่างไม่สะทกสะท้านพลางมองไปรอบๆ “คุณได้ยินเสียงอะไรไหม เหมือนเสียงพูดที่แทรกมากับสายลม แต่ผมว่ามันฟังเหมือนเสียงของลมที่พูดได้ เอาล่ะ มันอาจฟังดูเพ้อเจ้อ แต่ผมมั่นใจว่าผมได้ยิน” หลุยส์เดินวนเป็นวงกลมขนาดเล็กท่าทางใช้ความคิด เขาไม่ได้มองหรือสนใจฉันเท่าไรนัก เหมือนเขาจะสนใจเสียงอะไรที่เขาอธิบายนั่น อันที่จริงฉันก็ได้ยินเหมือนกัน

“คุณได้ยินอะไรบ้าง”

“เขาบอกว่าจะให้ในสิ่งที่ผมต้องการ ทุกอย่างทุกประการที่ผมจะเอ่ยขอ”

“คุณตอบเขาไปว่าไง”

“ผมไม่ได้ตอบ เพราะผมไม่คิดจะขออะไรจากสายลม ทุกอย่างที่ผมต้องการมันจะต้องสำเร็จได้ด้วยการกระทำของผมเอง ต่อให้โลกนี้มีพรวิเศษอยู่จริงผมก็ไม่คิดจะรับมันมาเพื่อทำให้หนทางที่จะนำผมไปสู่ความสำเร็จเรียบง่ายขึ้นหรอกนะ ผมไม่ชอบอะไรที่ได้มาง่ายๆ มันไม่ท้าทาย”

แสดงว่าเขาไม่ได้คิดว่านี่คือการเล่นสนุกสินะ เขาเอ่ยถึงสายลม...เขารู้ด้วยว่าเสียงมาจากสายลม

“คุณถึงได้พยายามที่จะตีสนิทลิลี่ เพื่อแย่งชิงเธอจากแดเนียลสินะ”

“ถ้าได้ก็ดี อย่างลิลี่ผมไม่ปฏิเสธอยู่แล้ว”

“คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ” ฉันกัดฟันกรอด “อย่าคิดนะว่าท่านเซอร์คัส กับท่านลูคัสจะปล่อยให้คุณทำอะไรตามอำเภอใจง่ายๆ น่ะ”

“ผมไม่คิดอยู่แล้ว ผมถึงพยายามทำอะไรตามอำเภอใจให้น้อยที่สุดไงล่ะ” เขายิ้มเยาะ ไม่สะทกสะท้านอะไรเลยสักนิด “ว่าแต่คุณเถอะ ทำไมถึงมาติดอยู่ในนี้”

“นั่นมันเรื่องของฉัน”

“เพิ่งเสียเจ้าชายไปรึไง ดูท่าทางของคุณเหมือนกำลังตามหาใครสักคน” ดวงตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเจ้าชู้ของเขากำลังทอดมองมาที่ฉันราวกับจะเย้ยหยันไปในตัว นั่นทำให้ฉันรู้สึกหัวเสียอยู่ไม่น้อย หากไม่ใช่ว่าฉันกำลังรู้สึกหวาดกลัวอยู่ฉันอาจจะคิดหาวิธีกลั่นแกล้งเขาแล้ววิ่งหนีไปจากที่นี่เสีย แต่ฉันไม่กล้าหาญพอที่จะเดินวนอยู่ในนี้เพียงลำพังโดยไม่มีใคร

“ฉันตามหาใครก็ไม่เกี่ยวกับคุณสักหน่อย”

“น่าเสียดายนะถ้าเป็นแบบนั้น เพราะคนใกล้ตัวคุณเขาคงเสียใจแย่”

“คุณพูดอะไร” ฉันเริ่มสับสนในสิ่งที่เขาพยายามจะบอก ทั้งแววตาเจ้าเล่ห์นั่นยังกดดันฉันมากขึ้นเรื่อยๆ ฉันรู้สึกอึดอัดเหมือนอกจะระเบิด

“ก็ในขณะที่คุณมัวแต่ตามหาคนอื่น คุณมักมองไม่เห็นว่ามีใครที่พยายามจะมอบสิ่งดีๆ ให้คุณอาทิเช่น...ความรัก”

“คุณจะรู้ได้ยังไงว่าฉันตามหาใคร” ฉันหงุดหงิดขึ้นมาทันที

“วาเลนเซีย ผมสามารถรู้ได้จากแววตาของคุณ แววตาที่โหยหาละโมบไม่รู้จักพอ คุณไม่เคยพอใจในสิ่งที่ตนเองมีหรอกใช่ไหม”

เพี้ยะ!

ฉันตบหน้าเขาจนสุดแรง

“ถ้าฉันละโมบแล้วไง ฉันไม่พอใจแล้วมันผิดตรงไหน คุณจะมายุ่งเกี่ยวอะไรด้วย ฉันจะตามหาใครมันก็ไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย”

“คนบ้านนี้มือหนักจริงๆ ผมแค่ล้อเล่นหน่อยเดียวทำเป็นหัวเสีย”

“สำหรับฉันมันไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยเข้าใจไหม” ฉันไม่อยากร้องไห้ แต่ฉันกลับปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาจนได้

“แย่ล่ะสิ หากดีแลนรู้ว่าผมเป็นสาเหตุทำให้คุณร้องไห้ เขาต้องฆ่าผมตายแน่ๆ” เขาบอกด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยเหมือนระอามากกว่าจะกลัว

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับดีแลนเล่า คุณต้องการจะบอกอะไรฉันกันแน่ พูดออกมาตรงๆ สิ”

“ถ้าผมบอกคุณมันก็ไม่สนุกสิ ผมชอบมองอยู่ห่างๆ มากกว่า” เขายกมือขึ้นเหมือนจะยอมแพ้ ยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“กวนประสาทที่สุด คุณมันร้ายกาจ”

“อันนั้นผมรู้ดี เพราะคุณบอกผมเป็นหนที่สองแล้ว” เขาตอบได้หน้าตาเฉยมาก ฉันอยากฆ่าคนตรงหน้าจริงๆ “แต่คุณก็ร้ายกาจเหมือนกัน โดยที่คุณเองไม่รู้ตัว ว่าตัวเองเห็นแก่ตัวมากขนาดไหน”

เหมือนมีหอกแหลมทิ่มลงกลางใจให้ฉันพูดอะไรไม่ออก ฉันเห็นแก่ตัวใช่ไหม ฉันเป็นอย่างที่เขาพูดจริงหรือ ขณะที่ฉันยืนสับสนเพราะแรงกดดันจากคำพูดของหลุยส์ ก็มีหลายสิ่งหลายอย่างผุดขึ้นมาจากหัวใจ ที่ประกาศลั่นออกมาเสียงดังว่า...

ใช่...ฉันกำลังตามหาอัศวิศวินแห่งฟาร์มารีน

ใช่...ฉันเป็นคนไม่รู้จักพอ

ถูกต้อง...ฉันมันละโมบโลภมาก นั่นเป็นเพราะว่าฉันไม่ได้มีทุกสิ่งทุกอย่างเหมือนที่คนอื่นเขามี ฉันไม่ได้มีความรักที่สวยงาม ฉันไม่ได้เกิดมาในครอบครัวที่อบอุ่น ฉันเติบโตมาในบ้านเด็กกำพร้า แม้ว่าฉันจะมีตระกูลคลีฟคอยดูแล แต่ฉันไม่เคยได้รับรู้เลยว่าอ้อมอกของผู้เป็นแม่แท้ๆ เป็นแบบไหน ฉันไม่เคยเห็นหน้าพ่อ พวกเขาทั้งสองต่างเห็นแก่ตัวที่ทอดทิ้งฉันไป ถึงแม้ว่าหลายคนจะคิดว่าฉันโชคดีที่ได้มาอยู่กับคนของตระกูลคลีฟ แต่ฉันก็ไม่อาจหยุดคิดได้เลยว่าตัวเองโชคร้ายขนาดไหนที่โดนพ่อแม่ทิ้งเอาไว้แบบนั้นตั้งแต่ยังไม่ทันรู้เรื่องรู้ราวด้วยซ้ำ

ฉันก็แค่อยากเห็นแก่ตัว ฉันแค่ต้องการความรัก...ความรักจากใครสักคนที่จะสามารถทำให้ฉันลืมทุกสิ่งทุกอย่างได้ ความรักจากบุคคลที่สร้างความหวังให้ฉันในค่ำคืนนี้ ฉันพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อแลกมันมา ขอเพียงแค่ฉันได้มีรักที่สมบูรณ์แบบกับเขาเพียงคนเดียว ฉันอาจจะโง่เขลาหรืองี่เง่า แต่ฉันสามารถบอกได้อย่างชัดเจน ณ เดี๋ยวนี้วินาทีนี้ว่า...บุคคลที่ฉันตามหาและต้องการที่สุดก็คืออัศวินแห่งฟาร์มารีน

“ฮือ...” ฉันฟุบหน้าลงบนฝ่ามือ ไม่อาจหยุดคิดถึงเขาได้เลย ฉันต้องการเขาเหลือเกิน จุมพิตของเขา โอบกอดจากเขา คำพูดอ่อนโยนของเขาที่กระซิบข้างใบหู ฉันพร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขามาจริงๆ “ฉันไม่คิดถึงคุณไม่ได้เลยจริงๆ ฮึกฮึก” ฉันทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างหมดเรี่ยวแรงแล้วร้องไห้ออกมาหนักกว่าเดิม

เจ็บปวดเหลือเกิน...

“วาเลนเซีย” น้ำเสียงอันแสนจะคุ้นเคย โทนเสียงอ่อนนุ่มฉายแวววิตกกังวลที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาท่ามกลางหัวใจที่กำลังหนาวเหน็บราวกับถูกจับไปด้วยเกล็ดน้ำแข็ง

หมับ!

สัมผัสอันอบอุ่นแตะบริเวณต้นแขนฉันแผ่วเบาอย่างระมัดระวัง ราวกับว่าฉันเป็นตุ๊กตาแก้วที่พร้อมจะแตกหักได้ทุกเมื่อที่เขาออกแรงกด ฉันเงยหน้าขึ้นหูตาพร่ามัวไปด้วยม่านน้ำตา แต่ก็พอจะมองเห็นว่าบุคคลตรงหน้าคือดีแลน คลีฟ ตาจอมเก๊กที่เคยทอดทิ้งฉันซึ่งกำลังแสดงสีหน้าวิตกกังวลอย่างโจ่งแจ้ง ส่วนร่างอันบอบบางที่กำลังเดินเฉิดฉายมาตามหลังเขามาคือลิลี่ที่หน้าเสียไม่แพ้กันตอนเห็นฉัน ก่อนที่เธอจะหันไปทางอื่นซึ่งคาดว่าเป็นหลุยส์ เธอหันกลับมามองฉันอีกรอบแล้วเดินผ่านไปด้วยท่าทางฉุนเฉียว ไม่ทันที่ฉันจะมีโอกาสได้มองตาม ก็รู้สึกได้ถึงมือหนาที่ทาบลงมาบนแก้มทั้งสองข้าง โดยใช้นิ้วโป้งลูบไล้หยดน้ำออกจากขอบตาฉันอย่างอ่อนโยน

“ร้องไห้ทำไม”

ฉันเกือบจะโผเข้าไปกอดร่างเขาอย่างลืมตัวเพราะความเคยชินอย่างทุกครั้ง แต่กลับชะงักลงกลางคันเมื่อนึกถึงบุคคลที่ตนกำลังโหยหา เมื่อเปรียบเทียบกับคำพูดของหลุยส์แล้วมันทำให้ฉันรู้สึกได้ว่าตัวเองช่างเห็นแก่ตัวขนาดไหน จึงเลือกที่จะอยู่ห่างดีแลนเข้าไว้หากได้ตัดสินใจเลือกอัศวินแห่งฟาร์มารีนไปแล้ว

“ไม่มีอะไร”

“ร้องไห้จนตาบวมแบบนี้ จะบอกว่าไม่มีอะไรได้ยังไงกัน” เขามุ่นคิ้ว

“ก็บอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีอะไรสิ” ฉันปัดมือเขาออกแล้วเอี้ยวตัวหนีอย่างเอาแต่ใจ แล้วก็ต้องสะอื้นออกมาอย่างหนักกว่าเดิม

“โกหก” วงแขนอันแข็งแกร่งกอดรัดฉันจากด้านหลัง “ก็เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเธอกำลังร้องไห้ จะมาบอกว่าไม่มีอะไร คิดว่าฉันจะเชื่อเธอรึไง”

การได้อยู่ในอ้อมกอดของเขา ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน บวกกับเสียงทุ้มต่ำที่กระซิบอย่างแผ่วเบาและอ่อนโยนข้างใบหู ทำให้ฉันหลงเข้าใจผิดอยู่เพียงชั่วเศษเสี้ยววินาทีว่าเขาช่างเหมือนกับอัศวินแห่งฟาร์มารีน

“ดีแลน” ร่างฉันอ่อนแรงจนต้องปล่อยตัวให้โอนเอนเอาหลังพิงกับหน้าอกของเขา พลางเอาหัวพาดต้นแขนใหญ่นั้น ก็ผู้ชายคนนี้ไม่ใช่หรือที่ฉันพึมพำปรารถนาให้เขามาอยู่ใกล้เมื่อตอนที่กำลังเต้นรำกับอัศวินแห่งฟาร์มารีน ตอนนี้เขาก็มาอยู่ตรงนี้แล้วไง ทำไมฉันถึงต้องรู้สึกเสียใจอีก

“หากฉันเป็นต้นเหตุ ทำให้เธอไม่มีความสุขอีกแล้วในคืนนี้ ก็ขอโทษด้วยจริงๆ นะ วาเลนเซีย”

“นายจะให้ฉันยกโทษให้ได้ยังไงกัน เพราะมันไม่สามารถดึงความสุขของฉันกลับมาได้”

“จะให้ฉันทำยังไง เธอถึงจะมีความสุข” คำถามของเขาบาดลึกลงบนกลางใจของฉัน แล้วจู่ๆ ความรู้สึกอยากประณามต่อว่าเขาก็ผุดขึ้นมาในโสตประสาท

“นายไม่สามารถทำให้ฉันมีความสุขได้” ...แต่นายทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นได้ “เพราะว่าหากคืนนี้คู่เต้นรำของฉันเป็นนาย ฉันก็คงจะไม่ต้องเต้นรำกับใครอื่น”

“ใครอื่น...เธอหมายถึงแดเนียลหรือ” ในน้ำเสียงของเขาฉายแววขบขัน

“แดเนียลเปลี่ยนคู่เต้นรำกับอัศวินแห่งฟาร์มารีน แล้วฉันก็ต้องเต้นรำกับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นตลอดคืน”

“แล้วสนุกไหม เธอมีความสุขรึเปล่า” คำพูดของเขาช่างฟังดูอ่อนโยนเหมือนกำลังห่วงใย

“ฉันมีความสุขจนไม่อยากให้เขาจากไป แต่ความสุขอยู่กับฉันแค่ช่วงระยะเวลาที่มีเขาอยู่ใกล้ๆ เท่านั้น เพราะหลังจากนั้นฉันก็ต้องรู้สึกเจ็บปวดกับคำถามร้อยแปดพันเก้าที่ผุดขึ้นมาในหัว ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่า เขาเป็นใคร’ ‘มาทำให้ฉันหวั่นไหวทำไม’ ‘จากฉันไปโดยสั่งห้ามไม่ให้ฉันตามหาเขาเพื่ออะไร’ ‘จุดประสงค์ที่เขามาตีสนิทหว่านเสน่ห์ใส่ฉันในค่ำคืนนี้มันมีเหตุผลมากกว่าการที่เขาต้องการให้ฉันมีความสุขรึเปล่า และถ้าเป็นยังนั้นทำไมเขาถึงต้องปล่อยให้ฉันเสียใจอยู่คนเดียว”

“แต่เธอก็ยังมีฉัน”

“ถ้าหากคืนนี้ฉันเต้นรำกับนาย ฉันก็คงไม่ต้องรู้จักกับเขา และฉันเองก็คงไม่ต้องเสียใจขนาดนี้ เพราะนายคนเดียวดีแลน เพราะนายคนเดียวเลยจริงๆ ที่เป็นต้นเหตุทำให้ฉันเสียใจแบบนี้” ฉันทุบแขนเขาเพื่อระบายอารมณ์ ฉันต่อว่าเขา โทษเขา ทั้งที่จริงๆ แล้วฉันรู้ดีว่าต้นเหตุทั้งหมดนี้มาจากหัวใจที่ไม่ยอมรับอะไรง่ายๆ ของฉันต่างหาก และต่อให้ฉันต่อว่าเขายังไง เขาก็ยังคงกระชับแขนกอดฉันไว้เหมือนเดิม

“สิ่งที่ฉันเคยคิดว่าดีที่สุดสำหรับเธอ สุดท้ายก็กลายเป็นสาเหตุทำให้เธอเจ็บปวดอีกจนได้” คำตัดพ้อด้วยน้ำเสียงสั่นคลอนของดีแลนทำให้ฉันรู้สึกเหมือนกับกำลังถูกโยนลงเหวลึก มันทั้งหวาดเสียวและน่ากลัวไปในเวลาเดียวกัน แต่ฉันกลับไม่รู้เลยจริงว่าทำไม อะไรเป็นสาเหตุทำให้ฉันรู้สึกกลัวจับขั้วหัวใจได้ขนาดนี้ มันเป็นความรู้สึกเพียงชั่วครู่ที่ต้องการจะเตือนให้รู้ล่วงหน้าเอาไว้ว่า ฉันอาจจะต้องเสียเขาไป เหมือนอย่างที่เพิ่งสูญเสียอัศวินแห่งฟาร์มารีน หากฉันไม่เลิกตีโพยตีพายให้ร้ายเขาเหมือนอย่างที่ทำบ่อยๆ ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

มันอาจจะเป็นแค่ความรู้สึกผิดเพียงชั่วคราว...

ความรู้สึกผิดที่ฉันไม่ค่อยคำนึงนึกถึงบ่อยนัก...

 



 

:::เจ้าชายอัศวิน

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

691 ความคิดเห็น

  1. #552 +++bor_beer+++ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 15:05
    วาเลนเซียนี่โชคดีกว่าอลิซเบธอีกนะเนี่ย อิจฉา
    #552
    0
  2. #497 ob9ik (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2553 / 15:43
    อ๊ากกกกกกกก น่ารักกกกกก
    #497
    0
  3. #345 กาแฟ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2552 / 00:12

    กริ๊ด ๆ ๆ  >/////////<   ดีแลนค่ะ  น่ารักมากๆ   วาเลนเซียโชคดีจังเลยค่ะ  ><  ดีแลนนี่ก็เงียบ ใจเย็นกับวาเลนเซียมากค่ะ  ถ้าทำใส่ลูคัส วาเลนเซียคงโดนทำต้มยำไปนานแล้ว (ลูคัสโหด =0=) อิอิๆ ^^~

    #345
    0
  4. #323 I AM SO...SO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2552 / 11:30
    แอบมาอ่านต่อตามสัญญา กรี๊ด...ดีแลนน่ารักได้อีก >/////<
    พี่นาตก็แต่งซะ วาเลยเซียเอาแต่ใจตัวเองมากๆ เลยค่ะ แต่อยากรู้จังเลยว่าทำไมดีแลนถึงไปด้วยไม่ได้
    #323
    0
  5. #195 loocbomb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2552 / 20:32

    ดีแลนเงีบยต่อไปนะ

    สนุกมากเลยจ้า

    #195
    0
  6. #148 -.........- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2552 / 13:00
    ลิลี่ เรื่องนี่ดูโตขึ้นมากเลย อิ ๆ
    แต่วาเลนเซีย เจ้าน้ำตามาก  TT'
    #148
    0
  7. #78 แมวเหมียว (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2552 / 16:31
    กรี๊ดดด ดีแลนขรึมมาดพระเอกในดวงใจเตยเลยค่ะพี่นาต
    ไม่ต้องห่วงว่าไม่มีคนรักนะคะ อิอิ คุณลูกชายพี่เสน่ห์เหลือร้ายทุกคนค่ะ
    อ้อ คุณว่าที่ลูกเขยคนสำคัญด้วยนะคะ
    #78
    0
  8. #72 Kim Seeda (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2552 / 14:12

    ดีแลน...พ่อเทพบุตร

    ทำไมน่ารักเว่อร์อย่างนี้เนี่ย(แต่โนอาห์น่ารักกว่า)

    #72
    0
  9. #71 [,,yu - ï,,] (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2552 / 11:15
    โหยยย ดีแลนทนได้ยังกับผู้หญิงร้ายกาจคนนี้กันนนน
    วาเลนเซียเอาแต่ใจมากเลย น่ารักกว่านี้ชั้นจะชอบเธอนะ TOT
    #71
    0
  10. #68 boongkee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 21:38

    อึ๋ยยยยยย ทำไมจะต้องมาทำตัวน่ารักเกินคนด้วยเนี่ย หลุยส์(ได้ข่าวว่าเรื่องดีแลน - -)

    พี่ กี๋ลองจินตนาการหน้าดีแลนยิ้มมุมปาก หื่นมากอ่ะค่ะ หน้าตา =.,=

    แบบแอบเจ้าเล่ห์แบบนิ่งๆป่ะเนี่ย 555 วาเลนเซียก็เอาแต่ใจมากๆอ่ะ แต่ก็น่าสงสารอ่ะ ที่ไม่ได้ดังใจ 555

    จะวางมือบนหลังมือสักนิส ก็ยังไม่ทัน เป็นกี๋ กี๋แบบเสีบใจร้องไห้ฟูมฟาย ป่าวหรอก มันเสียเส้น - -

    ดีนะเรื่องนี้ไม่ติดเรท "ฉ" เรื่องนี้ เรท"ท" แล้วกัน 5555

    #68
    0
  11. #65 CirCus & LuCas (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 19:59
    :) คิดว่าจะไม่มีคนรักซะแล้ว 555
    ความน่ารักไม่สูญเปล่า
    วาเลนเซียไม่รักสาวๆ แถวนี้ก็ยังรักอยู่
    อิอิ >3< เกิดมาโชคดีอะไรอย่างนี้เนี่ยดีแลน
    #65
    0
  12. #64 น้องสาวน่าใส (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 18:51
    =[]= ดีแลนน่ารักเว่อร์ คิกกๆ เสร็จล๊ะ ; )
    #64
    0
  13. #63 fene_sun (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2552 / 13:52
    กรี๊ด ดีแลนนนนนนนนนนนนนน (ได้ข่าวว่ากรี๊ดมาทุกคนแล้วแหละ ผู้ชายบ้านนี้ - -")

    คนแรกรึเปล่าพี่นาต หุๆๆๆๆๆ อยากอ่านต่อเร็วๆจัง T________________T

    มาอัพไวๆนะคะ
    #63
    0