[Fic:Kimetsu no yaiba][Douma x OC] Fake Life Fake Soul Not Fake Love ภาค คำลวงหลอกของเจ้าลัทธิ

ตอนที่ 4 : ♝ บทที่ 3 ♝

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,760
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    14 ต.ค. 62

♝ บทที่ 3 ♝



เสียงหัวใจเต้นเป็นจังหวะแต่ทว่าไร้ความรู้สึก แม้แต่ความตายก็ไม่อาจทำให้ใจของเขาสั่นไหวได้ เขาสวมหน้ากากแล้วใช้ชีวิตโดยการเลียนแบบสีหน้าและท่าทางของผู้อื่น 


สุภาพบุรุษมากเสน่ห์ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทอง ที่อยู่อาศัย หรือแม้แต่อาหารการกิน ถึงแม้สิ่งที่เขาได้กินจะมีเพียงอาหารชนิดเดียว


โดมะยิ้มให้กับทุกคนที่เข้าหาเขาพร้อมให้การช่วยเหลือหากพวกเขาต้องการ ครั้งหนึ่งเขาเคยช่วยสตรีแม่ลูกอ่อน ในคราแรกเขาคิดว่าจะไว้ชีวิตและจะไม่กินเธอเพราะเธอคนนั้นมีเสียงที่ไพเราะและมีรูปโฉมงดงาม


ตาสีรุ้งทอประกายมองสองแม่ลูกด้วยรอยยิ้ม แต่ภายในกลับว่างเปล่า


มันคือความรักงั้นหรือ เธอยิ้มเพราะมีความสุขงั้นหรือ


คำถามที่เขารู้อยู่แก่ใจว่าคำตอบคือ ใช่ แม้เขาจะไม่เคยสัมผัสกับความรู้สึกนั้นก็ตามที


มนุษย์ยิ้มเพราะมีความสุข ร้องไห้เมื่อยามทุกข์หรือโศกเศร้า สิ่งเหล่านี้เป็นการแสดงสีหน้าง่ายๆและไม่ซับซ้อน


เขาหวนคิดถึงชีวิตในวัยเด็กของเขา ผู้เป็นแม่ถือมีดแหลมสีเงินไว้ในมือก่อนจะเสียบเข้ากับร่างของพ่อของเขา เธอแทงซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนร่างนั้นเจิ่งนองไปด้วยเลือดโลหิตสีแดง จากนั้นหญิงสาวหรือผู้เป็นแม่แท้ๆของเขาได้กรอกของเหลวในขวดแก้วใส่ปากแล้วกระอักเลือดออกมาจำนวนมาก จากนั้นไม่นานร่างทั้งสองก็เงียบและแน่นิ่งลงในที่สุด


เขาในวัยเด็กนั่งมองเหตุการณ์ทั้งหมดนั้นอย่างเฉยชา ภายในใจคิดเพียงสิ่งเดียว


เลือดนั้นสกปรกเสียจริง...


หยาดน้ำตารินไหลออกจากดวงตาคู่สวยโดยที่ใบหน้านิ่งเฉย นับว่าเป็นตอนที่เขาได้รู้เกี่ยวกับตนเองอีกเรื่องว่า เขาไม่เหมือนกับคนอื่น...


ความตายเป็นเรื่องน่าเศร้า ฉะนั้นคนเราจึงต้องร้องไห้แสดงให้เห็นว่ากำลังโศกเศร้า...


ในตอนนี้ ยามที่เขามองสองแม่ลูกที่โอบกอดรักใคร่เขาก็รู้สึกเหมือนมีบางอย่างภายในใจ


เขาใช้มือกุมหัวใจที่ว่างเปล่าแม้ว่าเขาจะมีคำลวงคำหลอกมาเติมเต็มความว่างเปล่านั้น


เขากำลังรออะไรอยู่กันนะ…


ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายและช่วยเหลือมนุษย์ในฐานะเจ้าลัทธิ และอิ่มหนำสำราญกับการกินยามเป็นอสูรต่อไปเรื่อยๆงั้นหรือ


วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วแต่แล้ววันหนึ่ง สตรีผู้งดงามนั้นได้มาเจอเขาที่เหมือนกำลังมีความสุขกับการกินลิ้มรสเลือดเนื้อลูกศิษย์ของเขา เธอมองมุมปากที่ติดเลือดของโดมะที่กำลังใช้เขี้ยวอันแหลมคมกัดเข้าตรงท่อนแขนสีขาวซีด หญิงสาวตกใจกลัวกับสิ่งที่ได้เห็นก่อนจะรีบหันหลังกลับและวิ่งอย่างรวดเร็ว


น่าเสียดายที่ต้องฆ่าเธอ...แม้จะด้อยสติปัญญาแต่มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง แต่ในเมื่อได้เห็นในสิ่งที่ไม่ควรเห็น ข้าคงต้องฆ่านางเสีย...เขาคิดแบบนั้นก่อนจะไล่ตามไป


เธอวิ่งหอบลูกไปยังหน้าผาที่มีแม่น้ำด้านล่าง เธอน้ำตานองหน้ากอดลูกอย่างเหนียวแน่นพร้อมพูดประโยคไม่กี่ประโยค จากนั้นเธอได้ตัดสินใจที่ยากที่สุดในชีวิตอย่างการโยนลูกตัวเองลงไปในแม่น้ำ 


โดมะกางพัดออกก่อนจะเกิดเสียง ฉัวะ! จากนั้นร่างของสตรีงดงามล้มลงไปกองกับพื้นโดยที่สายตาของเธอยังคงมองตรงผืนน้ำไม่แม้แต่จะปรายตามองคนที่ได้ฆ่าเธอ


แม้แต่ตอนที่แม่ของเขาได้ฆ่าตัวตายจากการดื่มยาพิษ ก็ยังไม่เคยเหลียวตามองเขาเลยแม้แต่น้อย 


โดมะกางพัดสีทองอร่ามพัดตนเองเบาๆก่อนจะมองลงไปยังเบื้องล่างของภูผาซึ่งมีสายน้ำไหลเชี่ยวกราด


"หากเด็กคนนั้นรอด ก็จะอยู่เพียงลำพังสินะ ช่างน่าสงสารเสียจริง"


เขาอยากจะรู้นักว่า...เด็กที่ได้เห็นความตายของพ่อแม่ตั้งแต่เยาว์วัยนั้นจะเติบโตมาดั่งเช่นตนรึเปล่า หากเด็กคนนั้นรอดละก็นะ…


โดมะคาดเดาว่าอย่างไรเสียโอกาสรอดนั้นริบหรี่ยิ่งกว่าแสงดาราในค่ำคืนนี้ เขาจ้องมองดวงดาวบนฟ้าครุ่นคิดเรื่องต่างๆนาๆ


"พระเจ้าจะช่วยเหลือมนุษย์ที่วิงวอนขอความเมตตางั้นหรือ ช่างน่าขันและโง่งมเสียจริง"เขามองศพที่อดีตเป็นหญิงสาวร้องเพลงได้อย่างไพเราะแม้กระทั้งตอนตายก็ยังคงมีใบหน้างดงามที่ถูกแต่งแต้มด้วยของเหลวสีแดง จากนั้นฟันขาวได้กัดกระชากใบหน้าสวยและส่วนอื่นเหมือนอาหารว่าง


โดมะเดินกลับตำหนักของเขาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น…


ณ ปัจจุบัน 


อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับ2ที่กำลังนั่งหวนนึกถึงสิ่งที่สงสัยในอดีตด้วยสายตาเหม่อลอย


"ท่านเจ้าลัทธิคะ"เสียงหวานหนึ่งเอ่ยขึ้น


"หืม มีอะไรงั้นหรอ 'คาริ'จัง "โดมะกลับมาทำเสียงร่าเริงเหมือนเดิมพร้อมส่งออร่าสดใสไปทั่ว


เจ้าของเสียงหวานใช้สองมือกอดแขนข้างหนึ่งของโดมะอย่างสนิทสนม ดวงตากลมโตสีชมพูที่ใครเห็นต่างก็หลงใหลได้มองที่โดมะเสมือนคนพิเศษ


"เด็กที่ท่านช่วยมาได้ตื่นแล้ว จะให้ข้าทำอะไรต่อดีคะ "เสียงหวานน่าฟังเอ่ยถาม


"งั้นหรอ ข้าคงต้องไปหาเธอหน่อยแล้วสิ ขอบคุณที่ช่วยดูแลซาโยมาตลอดหลายวันนะ"โดมะยิ้มกว้างให้ก่อนจะลุกขึ้นมุ่งไปหาเด็กผู้หญิงตัวน้อย คาริจำใจต้องปล่อยมือออกและเดินตามไปอย่างรวดเร็ว


คาริ เด็กสาววัยรุ่นที่มีสีผมและสีตาเป็นสีชมพู คารินั้นเป็นที่รักของทุกคนที่มายังลัทธิสวรรค์นิรันดร์แห่งนี้ เธอเป็นหนึ่งในคนที่ถูกโดมะช่วยไว้ คาริจึงได้กลายมาเป็นลูกศิษย์ของเขานับแต่นั้น เขาหลงใหลและชื่นชมในตัวของโดมะเป็นอย่างมาก แน่นอนว่าเธอรู้ว่าโดมะเป็นเพียงเจ้าลัทธิที่มีใบหน้าหล่อเหลาและใจดี


เธอหลงเสน่ห์รอยยิ้มนั้นเข้าอย่างจัง


ทำให้คาริพยายามเข้าหาโดมะทุกทางจึงทำให้เธอกลายเป็นลูกศิษย์หญิงที่ใกล้ชิดโดมะมากที่สุด


แม้ว่าคาริจะมีเพื่อนที่เป็นลูกศิษย์เหมือนกันหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เธอไม่สนใจ...สิ่งที่เธอสนใจมีเพียงหนุ่มรูปงามเจ้าของนัยน์ตาสีรุ้งเท่านั้น


คาริเดินตามโดมะไปถึงห้องที่มีเด็กผมสีประหลาดนอนพักอยู่


"อ่ะ คาริจังช่วยรอข้าด้านนอกได้รึเปล่า พอดีข้ามีเรื่องอยากคุยกับเด็กคนนี้ตามลำพังน่ะ"เขาหันมาส่งยิ้มให้ทำให้คาริต้องใจอ่อน


"ค...ค่ะ"เธอตอบเสียงเบาพลางก้มหน้าลงเล็กน้อยด้วยความเขินอาย 


คารินั้นรออยู่ด้านนอกเป็นเวลานานอย่างร้อนรน เธอกัดฟันและเดินวนหน้าห้องไปมา


"มันจะนานเกินไปรึเปล่า"ใบหน้าหวานเริ่มหงุดหงิดที่โดมะให้เวลากับคนในห้องนานผิดปกติ 


"ท่านโดมะไม่เคยอยู่กับใครตามลำพังนานขนาดนี้ เด็กคนนั้น สำคัญขนาดนั้นเลยงั้นหรือ"คาริมีแววตาเปลี่ยนไปจากเดิม เธอขบเล็บจนหักไปเสี้ยวหนึ่ง 


ใช่แล้ว...เธอหึงหวงโดมะอย่างที่สุด


จากนั้นประตูห้องก็ได้เปิดออก


"ท่านเจ้าลัทธิ"คาริส่งเสียงหวานสดใสก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ แต่ก็ตกตะลึงกับสิ่งที่เห็น


ชายหนุ่มผมเงินใช้มือข้างหนึ่งอุ้มเด็กผู้หญิงตัวเล็กเอาไว้ 


คาริกำมือแน่นด้วยความริษยาและความหึงหวง


อีกไม่นานเธอก็ถูกส่งไปอยู่กับครอบครัวที่เป็นสาวกเหมือนกับเด็กคนก่อนๆที่กำพร้าพ่อแม่ ทนหน่อยสิคาริ ท่านโดมะไม่สนใจเด็กประหลาดแบบนั้นหรอก เด็กสาวผมชมพูหงุดหงิดใจกับภาพตรงหน้า


"จริงสิคาริ"โดมะพูดขึ้น


"ค...คะท่านเจ้าลัทธิ"คาริขานรับอย่างรวดเร็ว


"ต่อจากนี้ ซาโยจะมาอาศัยอยู่ที่นี่ด้วยนะ หวังว่าคาริจังจะดูแลเธออย่างดีเหมือนที่ผ่านมา"เสียงเริงร่าพูดบอก


"คะ(?)"คาริสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน


"ข้าบอกว่า ข้าจะเป็นรับเลี้ยงซาโย มันคงไม่ดีเท่าไหร่หากจะให้เหล่าสาวกของข้าต้องรับภาระฝ่ายเดียว"


"ข้าดูแลตัวเองได้"เสียงเล็กของซาโยกิพูดขึ้น


"ง...งั้นข้าจะหาครอบครัวที่เหมาะสมให้กับเธอเอง ท่านเจ้าลัทธิคงไม่มีเวลาเลี้ยงดูเธอหรอกค่ะ เพราะในแต่ละวันท่านก็ยุ่งกับการช่วยเหลือเหล่าสาวก"คาริรีบหาข้อเสนอให้อีกฝ่ายเปลี่ยนใจ


"อย่าห่วงไปเลยคาริจัง ซาโยจะอยู่กับข้า'ตลอดเวลา' ไม่ทำให้เป็นภาระเจ้าหรอก"โดมะพูดพรางใช้มืออีกข้างบีบแก้มซาโยเป็นเชิงหยอกล้ออย่างตลกขบขัน แต่คาริไม่ได้มีอารมณ์ร่วมหรือตลกด้วยเลย…


"มันเจ็บนะ"ซาโยกิปัดมืออีกฝ่ายออกอย่างไม่ใยดี


คาริใช้สายตาจ้องเขม็งไปยังซาโยกิ พร้อมกับวางแผนบางอย่างไว้ในใจ


to be continued




____________________


ตัวละครตัวใหม่โผล่มาแล้ว หรือว่าเธอคนนี้จะเป็นนางเอกของเรื่องนี้กันแน่!!


คาริไม่ใช่คนเดียวที่หลงเสน่ห์รอยยิ้มนั้น ไรต์ผู้นี้ก็โดนไปเต็มๆเลยค่ะ

โดมะ ร้ายกาจ!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #209 ขนม"โมจิ"🍵🍡 (@fha333777) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 19:29

    อยากกะโดดกัดคอคาริ555+

    #209
    0
  2. #60 จดหมายราตรี (@aisica1414) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 17:06
    โดมะฆ่าคาริเลยลูกกก
    #60
    1
    • #60-1 Maziga (@Maziga) (จากตอนที่ 4)
      1 ตุลาคม 2562 / 20:02
      ทำไมโหด5555
      #60-1
  3. #50 sumittrath48 (@sumittrath48) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 20:51

    รอต่อไป
    #50
    1
    • #50-1 Maziga (@Maziga) (จากตอนที่ 4)
      30 กันยายน 2562 / 18:57

      ขอบคุณที่ติดตามน้า
      #50-1
  4. #48 pimmadakiddee (@pimmadakiddee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 17:03

    คาริคงวางแผนแกล้งน้องแน่เลย... แล้วก็โดนโดมะเชือดทิ้ง!
    #48
    1
    • #48-1 Maziga (@Maziga) (จากตอนที่ 4)
      29 กันยายน 2562 / 15:40

      คาริน่ารักแบบนี้ใครจะฆ่าลงกันละคะ เว้นเสียว่าอีกฝ่ายไม่มีความรู้สึก อุ๊ฟฟฟ
      #48-1
  5. #32 f4v6xt (@f4v6xt) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 23:30

    คุกๆๆๆๆๆ
    #32
    0
  6. #31 Kamollad Yamsopee (@minemoon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 23:11
    น่าสงสารน้องง
    #31
    0
  7. #30 pimmadakiddee (@pimmadakiddee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 22:44

    ตอนนี้ใจน้องคงอยากกระโดดถีบ​โดมะ... ถ้าทำได้นะน่ะ​
    #30
    0
  8. #29 S2O3 (@sornsawanean) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 กันยายน 2562 / 22:06
    แค่กๆคุกๆ แค่ก!คุกๆๆ!!
    #29
    0