[Fic:Kimetsu no yaiba][Douma x OC] Fake Life Fake Soul Not Fake Love ภาค คำลวงหลอกของเจ้าลัทธิ

ตอนที่ 11 : ♝ บทที่ 9 ♝

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,004
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    12 พ.ย. 62

♝ บทที่ 9 ♝
 

"ขอปฏิเสธ"

หลังสิ้นคำที่ซาโยกิพูด โดมะก็ยิ้มเหมือนคนที่ถือไพ่เหนือกว่าก่อนจะเอ่ยขึ้น

ทั้งที่ฉันต่อว่าค่อนข้างแรงแต่เขากลับยังยิ้มอยู่ได้ค่อนข้างน่ารับถือเรียกได้ว่าไม่สะทกสะท้านแม้แต่นิดเดียว ที่ว่าไปหวังให้เขาเบื่อและเลิกสนใจในฉัน แต่ทำไมฉันรู้สึกว่าผลของมันกลับดูตรงข้ามเสียงั้น (?)

"ข้าจำได้ว่า เจ้าบอกว่าข้าจะทำอะไรเจ้าก็ได้เพราะอย่างไรเสียเจ้าก็ขัดขืนข้าไม่ได้"

"ใช่ ข้าเคยบอกไปแบบนั้น แต่เจ้าบอกว่า'ตลอดไป'มันไม่ทางเป็นไปได้อย่างแน่นอน"ซาโยพูดอย่างมั่นใจ

เพราะอย่างไรเจ้าและอสูรตนอื่นก็ต้องตายสักวัน แน่นอนว่าข้าเองก็ด้วยอยู่ที่เวลาว่าจะช้าหรือเร็ว

บุรุษผมเงินยืนครุ่นคิด

"เป็นไปไม่ได้งั้นเหรอ ทำไมล่ะ"

ซาโยกิได้ยินก็ถอนหายใจเบาก่อนจะตอบกลับไป

"ข้าไม่เคยเชื่อคำว่าตลอดไปหรอกนะ เพราะยังไงเมื่อคนเราตายก็ต้องจากกันอยู่ดี ขนาดเกิดมายังเกิดมาคนเดียวเวลาตายก็คงไม่ต่างกัน"

โดมะที่ฟังอย่างตั้งใจก็ทำตาปริบๆก่อนจะยิ้มให้

"เจ้าพูดเสียเป็นปรัชญาเลยนะซาโย~ ข้าไม่เคยตายเสียด้วยสิ งั้น..."เขาเว้นช่วงไปเล็กน้อยก่อนจะบอกต่อ"ข้าจะหาเจ้าให้เจอก็พอไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม~"

"คนตายมีเป็นร้อยมีเป็นล้านคน เจ้าคงได้เจอข้าอยู่หรอก ดีไม่ดีข้าก็ไปเกิดใหม่สักหลายๆชาติแล้วมั้ง อสูรอย่างเจ้าอายุยืนอยู่แล้วนี่"ซาโยกิยกยิ้มเล็กน้อย

โดมะหยุดเดินกลางคันก่อนจะหันหลังให้กับฝูงชน ร่างสูงของเขาบดบังร่างเล็กของซาโยกิที่เขาได้อุ้มอยู่นั้นจนมิด ซึ่งหลังของซาโยกิได้ชนเข้ากับผนังไม้ทำให้พวกเขาจ้องหน้ากันอย่างเลี่ยงไม่ได้ นิ้วเรียวสีขาวพร้อมเล็บที่ยาวแหลมปัดผมหน้าม้าของซาโยกิขึ้น เขายกยิ้มให้กับร่างเล็กที่มองเขาอย่างงุนงงว่าเขาจะทำอะไร โดมะเลื่อนเข้ามาใกล้ก่อนจะทาบริมฝีปากบนหน้าผากเล็กอย่างแผ่วเบา

"ท...ทำอะไรของเจ้ากัน"ซาโยกิพูดตะกุกตะกักพลางมองไปรอบๆว่าจะมีสายตาคู่ไหนสนใจในสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นกับเธอ เพราะร่างที่สูงใหญ่ของโดมะบังซาโยกิจนมิด ผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาจึงไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เด็กสาวตัวน้อยที่ถูกอุ้มเริ่มดิ้น

อสูรจันทราข้างขึ้นลำดับ2ถอนริมฝีปากออกเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะดิ้นตกไปจากมือของเขา

"อย่าดิ้นสิ~"เขาเอ่ยก่อนจะพยายามจับให้ร่างเล็กอยู่นิ่งๆ

"ทำอะไรของเจ้ากัน"น้ำเสียงปนโกรธเอ่ยถาม

"ข้าแค่ทำสัญลักษณ์ไว้ก็เท่านั้น เท่านี้ข้าก็จะหาเจ้าได้ง่ายขึ้น~"เมื่อโดมะพูดจบก็เห็นใบหน้าเลิ่กลั่กทำตัวไม่ถูกพร้อมกับคิ้วที่ขมวดจนเป็นปมของอีกฝ่าย เขาคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุกดีที่ได้เห็นสีหน้าหลากหลายอีกฝ่าย

"เจ้ามันบ้า ข้าจะหนีเจ้าอย่าหวังจะได้เจอกันอีกเลย!"

โดมะเห็นอีกฝ่ายแยกเขี้ยวขู่เหมือนลูกแมวก็รู้สึกชอบอกชอบใจอยากแกล้งต่อแต่ก็อดที่จะสงสัยไม่ได้ ตลอดหลายร้อยปีที่เขาเกิดมา โดมะได้เห็นถึงการกระทำแสดงความรักของมนุษย์ ผลของมันควรจะออกมาดีแต่สำหรับคนตรงหน้ากลับไม่ใช่อย่างที่เขาคิด มันเลยถือเป็นทั้งเรื่องยากและเป็นเรื่องสนุกสำหรับเขา

"เห~ อย่างที่คิดเจ้านี่มันพิเศษจริงๆ ตั้งแต่ข้าเกิดมายังไม่เคยมีใครด่าข้าด้วยถ้อยคำหยาบคายหรือพยายามหนีข้าเลย ทำไมล่ะ ทำไมเจ้าถึงต้องทำแบบนั้น"คนที่ไร้ความรู้สึกอย่างโดมะคิดว่าคำโกหกของเขานั้นสมบูรณ์แบบ ไม่ว่าจะเป็นคำพูด ใบหน้า หรือการกระทำล้วนเป็นสิ่งที่เขาสร้างมันขึ้นมาหาใช่ความรู้สึกโดยแท้จริง

"เพราะเจ้าไม่มีสิ่งนี้"ซาโยกิพูดพร้อมใช้มือทุบอกข้างซ้ายของโดมะอย่างแรงไม่รู้ว่าเพราะความโกรธหรือเรื่องที่ถูกกระทำก่อนหน้านี้มันกวนใจเธอ

ปัก ปัก ปัก

เสียงทุบดังรัวหลายที โดมะที่ไม่เข้าใจการกระทำก็ยังคงยิ้มต่อไปจนซาโยกิหยุดไปเองเพราะความเหนื่อยและเป็นฝ่ายที่เจ็บมือเอง

นี่ฉันกำลังทุบหินหรืออย่างไรกัน แถมยังมีหน้ามายิ้มอีก น่าหมั่นไส้!!! ถึงทำไปฉันก็ไม่หวั่นไหวหรอกนะโว้ย!!!

ซาโยกิตั้งปฏิภาณกับตัวไว้ว่า

จะ ไม่ หวั่น ไหว เด็ด ขาด!!!

"ถึงข้าจะเป็นอสูรแต่ข้าก็ยังมีหัวใจนะ ลองฟังสิมันยังเต้นอยู่เลย"โดมะจับหัวอีกฝ่ายให้มาซบอกตัวเองเบาๆก่อนจะพูดต่อ"ใช่มั้ยล่ะ~"

หูของซาโยกินาบไปตรงอกของอีกฝ่าย เธอสัมผัสได้ถึงเสียงเต้นของหัวใจที่เบาบาง แต่สิ่งที่เธอกำลังสื่อหาใช่หัวใจที่เป็นรูปธรรม เธอรีบผลักตัวเองออกจากอกแกร่งอย่างรวดเร็ว

"ข้าหมายถึงความรู้สึกต่างหากเล่า เจ้าโรคจิต!!!"ซาโยกิเริ่มเสียการควบคุม

ตั้งสติไว้ตัวฉัน คิดเสียว่ากอดกับตุ๊กตา ใช่ตุ๊กตา ตุ๊กตาหอมหน้าผาก ท่องไว้ๆไม่หวั่นไหว มันเป็นอสูรนะซาโยกิอย่าหวั่นไหวเด็ดขาด!!!

"เอ๋~ใจร้ายจังที่เรียกข้าว่าโรคจิต ข้าก็นึกว่าหมายถึงหัวใจจริงๆเสียอีกที่แท้ก็หมายถึงความรู้สึกสินะ แล้วข้าต้องทำอย่างไรถึงจะมีความรู้สึกจริงๆล่ะ"โดมะถามต่อ

ซาโยกิที่เสียการควบคุมก็ถึงกับเงียบกริบและกลับมาปกติเหมือนเดิมเพราะเธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะต้องทำอย่างไร เธอหวนนึกไปถึงเรื่องราวในมังงะในตอนหนึ่งที่ระบุไว้ว่าเขานั้น'ขาดความอบอุ่น'บางทีนี่คงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เขาเป็นคนไร้ความรู้สึก เธอเริ่มมีความรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายเล็กน้อย

ข้าควรบอกว่าให้ไปหาหมอน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด แต่ในยุคสมัยนี้อาจจะยังไม่มียารักษาเพราะเจ้าตัวก็เคยไปหามาแล้ว หรือว่าเขาเลือกที่จะไม่รักษากันนะ

"ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน"

"ก็ไม่แปลกหรอก แต่เป็นแบบนี้ก็ไม่ได้แย่ จริงสิข้าต้องพาเจ้าไปกินอาหารมนุษย์ งั้นไปร้านตรงนั้นดีกว่าข้าได้ยินจากลูกศิษย์ว่ามันอร่อยเกินคำบรรยายเจ้าน่าจะชอบ"เมื่อโดมะพูดจบเขาก็ตรงดิ่งไปยังร้านด้วยใบหน้าที่ยังคงมีรอยยิ้ม

ไม่ได้แย่งั้นหรอ เป็นคำพูดที่ฟังแล้วน่าเศร้าจังนะ

ซาโยกิเหลือบมองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนเลือกที่จะไม่พูดอะไร

ทั้งสองยืนอยู่หน้าร้านอาหารตึกสูงประมาณ3ชั้น มีผู้คนมากมายเดินเข้าออกอย่างไม่ขาดสายและมีผู้คนในร้านแน่นขนัด

"ข้าคิดว่าคงต้องหาร้านอื่นเสียแล้วสิ"

"เจ้าจะเลี้ยงข้าวข้าหรอ"ซาโยหันไปถาม

อสูรไร้ใจยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

"แน่นอน~ ข้าสามารถเลี้ยงเจ้าได้ทั้งชีวิตของเจ้า เจ้าปรารถนาสิ่งใดข้าให้เจ้าได้หมด"

ก็รู้หรอกนะว่าเจ้ามันรวยล้นฟ้า

"ไม่ดีกว่า ข้าขอไม่ติดหนี้เจ้าเพิ่ม"

"น่าแปลก ข้านึกว่าคำแรกที่เจ้าจะพูดคือ จริงหรอหรือได้หรอ เสียอีก"

จากอสูรกินมนุษย์กลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้ เป็นความจริงที่ไม่อยากจะยอมรับมันเลยให้ตายสิ

"ข้าสงสัยเสียจริงว่าเจ้าทำงานอะไรถึงได้รวยนักรวยหนา"

"ก็ไม่นะ~ ข้าเพียงช่วยเหลือเหล่าสาวกของข้าเล็กๆน้อยๆแต่พวกเขามักจะนำเงินทองมาให้ข้าเสมอๆโดยเฉพาะหญิงสาว"เขาพูดอย่างกับว่ามันเป็นเริ่องปกติ

เหอๆ ต่อมความรู้สึกผิดไม่มีเลยสินะ หญิงสาวพวกนั้นคงถูกคำพูดและหน้าตาหลอกเอา เจ้ามันคนบาปหนา โดมะ

"เงินที่เจ้ามีนั้นมาจากศรัทธาของคนที่นับถือเจ้า ใช้มันเพื่อคนเหล่านั้นเถอะเผื่อเจ้าจะได้บุญบ้างเพราะเจ้ามีแต่บาปกับบาปจนข้าพลอยบาปไปด้วย"ซาโยกิพูดเหมือนสั่งสอนอีกฝ่าย

"ข้าไม่เชื่อเรื่องบุญบาป ยิ่งเป็นพระเจ้าถ้ามีอยู่จริงท่านคงลงโทษข้าไปนานแล้ว"เขาส่ายหัวอย่างไม่เชื่อก่อนจะพูดต่อ "แต่ถ้ามีจริงก็คงดีไม่น้อย ข้าจะได้อยู่กับเจ้าในนรกต่อไปได้อีกนานๆเลย~"เขาหัวเราะเบาๆ

แต่เจ้าเป็นเจ้าลัทธิหรือเป็นศาสดาเนี่ยนะ โคตรจะย้อนแย้ง

"เจ้าจะไปก็ไปคนเดียวเถอะ ข้าว่าที่นั้นก็เหมาะกับเจ้าดี"

"เห~ไม่มีเจ้าอยู่ก็ไม่สนุกน่ะสิ ว่าแต่เจ้าจะกินอะไรล่ะข้าให้เจ้าเลือกเลย"

ซาโยกิมองหาร้านเล็กๆที่ราคาเป็นมิตร

"ร้านนั้น"ซาโยกิชี้ไปที่รถไม้ที่น่าจะขายราเมงราคาถูก

"เป็นร้านที่ซอมซ่อจังนะ แต่ถ้าเจ้าอยากกินสิ่งนั้นข้าก็ตามใจเจ้า"เขาพูดจบก็เตรียมตัวหันหลังไป

ถ้าข้าเป็นเจ้าของร้านแล้วได้ยินสิ่งที่โดมะพูดเมื่อครู่ข้าคงเอาตะหลิวไล่ฟาด จากการวิจัยมาราเมงที่อร่อยก็ต้องร้านข้างทางนี่แหละ

ในขณะนั้นก็มีเสียงหนึ่งทักขึ้น

"ใช่ท่านโดมะรึเปล่าขอรับ"ชายหนุ่มร่างท้วมวิ่งหอบร่างออกมาจากร้านอาหารที่เต็มไปด้วยผู้คน

โดมะหันกลับก่อนจะใช้ใบหน้ายิ้มจอมปลอมก่อนจะเอ่ยขึ้น

"สาวกของเรางั้นหรือ"

"อ่า...ใช่ท่านจริงๆด้วย ข้าได้ยินแขกในร้านต่างพากันพูดถึงท่านว่าหนุ่มงามนัยน์ตาสีรุ้ง ข้าก็คิดถึงท่านเป็นคนแรก ท่านมาทำอะไรในย่านนี้รึขอรับ"ชายร้างท้วมพูดอย่างสุภาพด้วยความนับถือ

โดมะยิ้มบางก่อนจะใช้มือที่ว่างทาบอกเบาๆ

"ตัวข้านั้นเป็นผู้รับใช้ที่แสนซื่อสัตย์ต่อพระผู้เป็นเจ้า ท่านปรารถนาให้ตัวข้านั้นช่วยเหลือมนุษย์ที่น่าสงสารรวมถึงเด็กที่กำลังหิวโหยคนนี้"อสูรนัยน์ตางามยิ้มอย่างอ่อนโยนในสายตาคนอื่นเว้นเพียงคนเดียวที่ทำหน้ามองบน

เหอๆ เหมือนฉันจะเห็นออร่าสีทองเปร่งประกายรอบตัวเจ้าอสูรจอมหลอกลวงตนนี้

"ท่านช่างมีเมตตาเหลือเกิน ข้าเป็นเจ้าของร้านอาหารแห่งนี้หากท่านไม่รังเกียจร้านของข้ายินดีต้อนรับ ไม่สิ ได้โปรดให้ร้านของข้าได้รับใช้ท่านด้วย"

โดมะทำหน้าลำบากใจเล็กน้อยก่อนจะยิ้มบางให้

"ในเมื่อท่านกล่าวเช่นนี้ ข้าขอรับน้ำใจของท่าน เด็กคนนี้คงซาบซึ้งในน้ำใจของท่านอย่างสุดซึ้ง พระผู้เป็นเจ้าคงปลื้มปิติไม่น้อยที่ท่านใจกว้างกับคนอื่นๆ"

ฉันจะซาบซึ้งกว่านี้ถ้าเจ้าเชื่อเรื่องพระเจ้าบ้าง บางทีพระเจ้าของเจ้าคงร้องไห้แล้วมั้งที่เจ้าไม่เชื่อแถมยังใช้เป็นข้ออ้าง เหมือนคิดอะไรไม่ออกบอกพระเจ้าไว้ก่อน

ชายหนุ่มร่างท้วมให้การต้อนรับโดมะเป็นอย่างดีเหมือนกับเป็นคนใหญ่คนโต เขานั้นพาเข้าไปยังร้านหรูชั้นบนสุดที่ไม่มีใครนอกจากโดมะและซาโยกิ โต๊ะที่ทั้งสองนั่งนั้นอยู่ชิดกับหน้าต่างบานใหญ่จนมองเห็นวิวและผู้คนได้อย่างชัดเจน พวกเขานั่งตรงข้ามกันก่อนที่อาหารจานหรูจะถูกวางเรียงรายต่อหน้าแล้วเหลือเพียงมนุษย์1คนกับอสูร1ตนบนชั้นนี้

"ดูเหมือนว่าเขาจะเลี้ยงอาหารมื้อนี้โดยไม่คิดเงินจากข้านะ เจ้าก็กินสะซิ"โดมะนั่งเท้าคางก่อนจะมองร่างเล็กที่กำลังกวาดสายตาทั่วโต๊ะ

"เจ้าไม่คิดว่ามันไม่เยอะไปหน่อยหรอ"ซาโยกิที่หัวพ้นขอบโต๊ะมาไม่มากเอ่ยถาม

"อืม~...ข้ากินเนื้อมนุษย์มากกว่าเนื้อแผ่นบางๆนี่อีก เป็นข้าข้าไม่อิ่มหรอกนะ แต่สีมันก็คล้ายๆอยู่ "เข้าพูดพร้อมใช้นิ้วหยิบเนื้อชิ้นหนึ่งมามองก่อนจะวางกลับที่เดิม

"แค่ฟังเจ้าข้าก็เหมือนจะกินอะไรไม่ลง แล้วเจ้าไม่ควรหยิบมันแล้ววางที่เดิมหรอกนะ"ซาโยกิพูดจบหางตาเห็นของกินจานหนึ่งก็ทำให้ตาสีฟ้าตาลุกวาว

เต้าหู้เย็น!!!

เธอยิ้มบางเล็กน้อยที่เห็นอาหารจานโปรดก่อนจะพยายามเอื้อมมือไปหยิบอาหารจานนั้น

"เก้าอี้มันเตี้ยจริงๆเลยนะ"เธอพูดเสียงเบาก่อนจะพยายามยืดตัวให้ตรงขึ้น

โดมะที่จ้องมองร่างเล็กที่ลำบากกับการกินอาหารก็นึกอะไรขึ้นมาได้ ใบหน้าคมมีรอยยิ้มปรากฏอีกครั้ง

"เจ้าดูลำบากนะซาโย~ ให้ข้าช่วยรึเปล่า"เขาคิดว่ายังไงอีกฝ่ายก็ปฏิเสธอย่างแน่นอน

ซาโยกิส่ายหัวแทนคำตอบขณะพยายามใช้ช้อนตักเต้าหู้ซึ่งหล่นออกจากช้อนก่อนที่จะเข้าปาก เธอเริ่มขมวดคิ้ว

"เจ้าขมวดคิ้วอีกแล้ว"โดมะลุกขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปหาแล้วใช้มือข้างหนึ่งยกตัวของซาโยกิขึ้นส่วนอีกข้างหยิบถ้วยเต้าหูเย็นขึ้น

"อะไรอีกล่ะ"คนตัวลอยหันหลังไปถาม

"ก็ทำแบบนี้ยังไงล่ะ"

จากนั้นโดมะก็นั่งลงที่เก้าอี้ตัวนั้นแล้วให้ซาโยกินั่งลงบนโต๊ะโดยที่หันหน้ามาทางเขา

"เท่านี้เจ้าก็จะได้กินอย่างไม่ลำบาก อ้าปากสิ"โดมะใช้ช้อนที่ตักเต้าหู้เย็นมาจ่อตรงริมฝีปากเล็กที่ทำหน้าตาประหนึ่งว่าทำอะไร เพื่ออะไร บ้ารึเปล่า

นี่ฉันกำลังโดนปั่นประสาทอยู่ใช่มั้ย...

 

to be continued

 

_______________________

ใช้รูปจาก pinterest มามากแล้ว เอารูปที่วาดเองมาลงบ้างเนอะ ♡
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

247 ความคิดเห็น

  1. #215 ขนม"โมจิ"🍵🍡 (@fha333777) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 20:31

    ไรท์วาดสวยโคตร

    #215
    0
  2. #181 nutnichaauum (@nutnichaauum) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 21:14

    วาดสวยจังค่ะ
    #181
    0
  3. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 18:07
    วาดสวยยยย
    #180
    0
  4. #178 CatZerOniNe (@Lujetta) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 16:56

    อยากวาดได้แบบนี้บ้าง TT
    #178
    0