คัดลอกลิงก์เเล้ว

The Mechanics of Love [ฟิคแปล Jelsa]

แจ็คเป็นนักสู้เพื่ออิสรภาพ ผู้นำการปฏิวัติ ส่วนเอลซ่าก็เป็นหุ่นยนต์ไม่สมประกอบ ผู้นิยามคำว่า 'สวย' ด้วยการนั่งมองดูสายฝนตกโรยตัวลงมาอยู่ข้างหน้าต่างกับการฟังเสียงหัวใจมนุษย์เต้นเป็นจังหวะอันมั่นคง

ยอดวิวรวม

90

ยอดวิวเดือนนี้

24

ยอดวิวรวม


90

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  28 ก.ค. 62 / 20:56 น.
The Mechanics of Love [ฟิคแปล Jelsa] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
The Mechanics of Love 
By: SaturnXK

แจ็ค ฟรอสต์ เป็นนักสู้เพื่ออิสรภาพ ผู้นำการปฎิวัติต่อต้านรัฐบาลผู้กุมหุ่นจักรกลสังหารอย่าง 'กองทัพเซนติเนล' ไว้ในมือ

เอลซ่า เป็นเซนติเนลไม่สมประกอบตัวหนึ่งที่ผลัดหลงมาอยู่กับ ทูธเธียน่า เจ้าของร้าน 'ซ่อมสารพัดทูธเธียน่า'
เซนติเนลตัวนี้คือผู้นิยามความสวยด้วยการนั่งมองดูสายฝนโรยตัวลงมาจากฟากฟ้ากับการฟังเสียงหัวใจของมนุษย์อย่างแจ็คที่เต้นเป็นจังหวะอันมั่นคง

ความรักระหว่างคนกับหุ่นยนต์สังหารจะเป็นไปได้หรือไม่

ติดตามได้ภายในเรื่อง

WARNING! This one-shot rating is PG - 13.

เรื่องนี้เหมาะสำหรับคนที่อายุ 13 ปีขึ้นไปนะคะ

Rated: Fiction T - English - Romance/Sci-Fi - [Jack Frost, Elsa] Tooth



Author Note: เย้ ๆ ! มายากลับมาแล้วเจ้าค่ะ งวดนี้ทางเราขออนุญาตย้ายเรือบ้างอะไรบ้างเนอะ คราวนี้มายาหยิบงาน crossover ของคุณ SaturnXK มาค่ะ เรื่องนี้จะออกแนว Sci-Fi จ๋า มีความ Alternate Universe สูงมาก ต่างจากฟิค Jelsa ที่เคยอ่านมาเยอะมากกกก และก็เป็นครั้งแรกของมายาด้วยที่ได้แปลฟิคแนวนี้ ใช่ค่ะ คนเขียนเขาก็เขียนฟิค Jelsa แนว Sci-Fi เป็นครั้งแรกด้วยเหมือนกัน 55555 คุณเขาได้แรงบันดาลใจมาจากหนังเรื่อง Blade Runner ค่ะ ส่วนตัวมายาก็มองว่าเป็นอะไรที่แหวกแนวดีนะ มายาชอบ ในเรื่องนี้คุณพระเอกของเราอายุ 24 ค่ะ ไม่อยากจะบอก แต่ก็ต้องบอกว่าคุณขาสบถเก่ง  ยืนหนึ่งในเรื่องความหยาบคายเอะอะแจกฟักตล๊อดดด คำหยาบค่อนข้างเยอะนะตัว ฉะนั้นใครไม่ชอบ ข้ามเรื่องนี้ไปเลยค่ะ เราเตือนคุณละนะ >< ส่วนใครที่อยากอ่านเวอร์ชั่นแปลไทยของมายาไม่ต้องกลัวนะคะ มายาพยายามปรับให้ซอร์ฟที่สุดแล้วค่ะ พระเอกของท่านไม่ได้เป็นคนหยาบคายขนาดนั้นในเวอร์ชั่นนี้ 55555
สำหรับใครที่อยากฝึกสกิลภาษาอังกฤษ เชิญป้ายนี้ได้เลยเจ้าค่ะ https://www.fanfiction.net/s/10173249/1/The-Mechanics-of-Love ขอให้สนุกกับฟิคนี้นะคะ

- Mayandara_Ratisia -

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 28 ก.ค. 62 / 20:56

บันทึกเป็น Favorite


ตอนแรก: ช็อกโกแลตร้อนกับความหมายของชีวิต

ขอต้อนรับสู่ปี 4067 ในกาลสมัยนี้ โลกคือความสมบูรณ์หาที่ติไม่ได้ โลกที่ผู้คนสามารถใช้ชีวิตได้นานถึงหนึ่งร้อยห้าสิบปีได้อย่างไร้กังวล และโลกที่มีเหล่าหุ่นยนต์ทุกรูปแบบเดินกันขวักไขว่ตามท้องถนนให้เห็นจนชินตา

ขอต้อนรับสู่ปี 4067 ในกาลสมัยนี้ ผู้คนหลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองร้างรวมถึงตึกระฟ้ามากมายที่ต่างอวดโฉมสูงสง่าขึ้นไปบนท้องฟ้าที่ไม่อาจมองเห็น

ขอต้อนรับสู่ปี 4067 ในกาลสมัยนี้ เกิดเสียงกระซิบแยบพรายของการปฏิวัติ ของสงครามแห่งการต่อต้านรัฐบาล ของประชาชนผู้ต้องฆ่าฟันกันกับหุ่นโลหะ ของมวลมนุษยชาติกับเครื่องจักรกล

ยินดีต้อนรับสู่ปี 4067 หวังว่าคุณจะมีช่วงเวลาที่ดี

แสงจันทร์นวลลาดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามา คล้ายสีเงินและขาวมุกสาดซัดเข้ามาส่องให้ภายในห้องนั้นสว่างด้วยแสงสลัว พลันช่วยให้เห็นอะไร ๆ ได้ถนัดตา โต๊ะตัวหนึ่งเกลื่อนไปด้วยเศษวัสดุอุปกรณ์ทำจากเหล็ก พื้นห้องก็มีกองเสื้อเปื้อนเลือดกองระเกะระกะอยู่ทั่วกับบุรุษผู้หนึ่งซึ่งกำลังท่องนิทราอยู่บนเตียง

เสียงปี๊บดังราวกับเสียงลูกปืนแหวกอากาศกลางดึกสงัด แทรกผ่านความเงียบแห่งห้วงราตรีกาล ชายผู้นั้นจึงได้ลืมตาตื่นขึ้น ดวงตาคู่นั้นเป็นสีฟ้าเข้มชวนให้หลงใหล เขากลิ้งตัวออกจากเตียง ลงมาหยุดยืนด้วยเท้าทั้งสอง ก่อนคลำหาโทรศัพท์ด้วยนิ้วมือที่ผ่านการใช้งานมาอย่างสมบุกสมบั่น

“หวัดดี” เสียงของเขาแห้งเหมือนกระดาษทราย

“แจ็ค ออกมา ย้ายก้นออกมาเดี๋ยวนี้ พวกเซนติเนลกำลังไป พวกมันเจอเจ้าเข้าให้แล้ว เจ้าต้องรีบชิ่งเสียแต่ตอนนี้เลย!”

ถึงนัยน์ตาจะยังพร่ามัวอยู่ แต่เขาก็ดันทุรังยื่นมือไปควานหาเป้ฉุกเฉินซึ่งวางอยู่ตรงปลายเตียงได้ มีตั้งเอกสารถูกทิ้งขว้างไว้บนเก้าอี้ตัวหนึ่ง และด้วยการจุดไฟแช็คเพียงครั้งเดียว เขาก็จัดการเผามันให้มอดไหม้โดยไม่ฉุกคิดอีก พวกเซนติเนลจะมาถึงที่นี่ในอีกไม่ช้า เดี๋ยวพวกนั้นก็จะเก็บกวาดทุกอย่างเองแหละน่า

เขาไขเปิดประตูออก ก่อนมาอยู่บนถนนในไม่ถึงห้านาทีหลังจากรับสาย เดินดุ่ม ๆ ตรงไปหาทิศที่มีแสงสว่างและกลืนหายไปในเงามืด

ไม่กี่วินาทีต่อมาก็ไม่หลงเหลือร่องรอยใดที่บอกให้รู้ว่าเขาเคยอยู่ที่นั่นมาก่อนอีก

สายฝนคือหน้ากากชั้นดี และแจ็คก็เลือกใช้มันให้เป็นประโยชน์ระหว่างเดินเตร่ไปบนท้องถนนตรงข้ามกับทิศที่ตึกที่เขาเคยหมุดหัวซ่อนตัวตั้งอยู่ เมืองนี้ช่างเป็นเมืองที่มีชีวิตชีวาไม่ว่าจะสว่างหรือมืดค่ำขนาดไหนก็ตามที เพราะให้พูดกันตามจริง ไม่มีเวลาจริง ๆ ในโลกนี้หรอก ท้องฟ้าเป็นสีขมุกขมัวจากเมฆฝนและหมอกควัน ยามเมื่อดวงตะวันออกมาฉายแสงโรยแรง มันอยู่ตรงนั้นเหมือนภาพสีระบายน้ำรูปผลส้มอยู่ราวสองสามชั่วโมงแล้วจึงลาลับหายไปอีกครา บางครั้งแจ็คคิดว่ามันต้องมีสักวันล่ะวะที่พระอาทิตย์ไม่ยอมโผล่หัวออกมาเลย โดยไม่มีใครสังเกตหรือสนใจมันเลย

แถบนี้มืดเสียยิ่งกว่า แม้จะเป็นถึงใจกลางเมืองนิวยอร์คบวกกับพระอาทิตย์ขี้โรคนั่นแหละ ไฟโฆษณากระพริบปึบปับ ไหนจะไฟค้นหาซึ่งกวาดไปรอบทิศก็ไม่ได้เล็ดลอดมาถึงถนนสายนี้เลย มันมีแต่ขอทาน คนค้ายากับคนบ้าอยู่เต็มไปหมด อากาศก็โคตรจะไม่บริสุทธิ์ ชนิดที่ว่าคุณอาจลงไปนอนกะอักเลือดตายกลางถนนได้ง่าย ๆ เลย แน่นอนว่าจะยังมีใครต่อใครเดินผ่านไปมารอบตัวคุณ บางคนอาจจะเผลอเดินเหยียบมือคุณหรือสะดุดล้มทับตัวคุณ แต่จะไม่มีไอ้หน้าไหนสนใจจะร้องขอความช่วยเหลือด้วยซ้ำ เนื่องด้วยว่ามวลมนุษยชาติมาถึงจุดอิ่มตัวแล้ว ช่างเป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สุดในรอบร้อยปีนี้เลย

มาพร้อมกับเสื้อโค้ตชุ่มโชกและกระเป๋าเป้ที่มีน้ำหยดติ๋ง ๆ แจ็คยืนอยู่หน้าร้านขายอะไหล่แห่งหนึ่งซึ่งเป็นบ้านไปด้วยในตัว กระจกขุ่นเขียนว่า ‘ซ่อมสารพัดทูธเธียน่า’ ด้วยตัวอักษรที่เหมือนเวลาปอกผิวส้มแมนดาริน เขาผลักประตูออก ก่อนมันจะไถลไปข้างหน้าบนบานพับเคลือบน้ำมันจนลื่นปื้ด เสียงกระดิ่งกุ๊งกิ๊งดังขึ้น แจ็คปลดเป้หลังลงวางกับพื้น เกิดเป็นบ่อน้ำขนาดย่อม ๆ ด้านหลังของเขา สายฝนและสายฟ้าฟาดยังกระหน่ำไม่ยอมหยุด แหวกท้องฟ้าด้วยแสงสว่างจ้าจนต้องหยีตา ในไม่กี่วินาทีหลังมันจางหายไปพลันเกิดความมืดสงัดปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองคล้ายกับว่าระบบไฟฟ้าของเมืองนี้กำลังขัดข้องอยู่ และเมื่อไฟติด ก็มีร่างหนึ่งปรากฏต่อหน้าแจ็คที่อำพรางการเคลื่อนไหวด้วยเสียงอึกทึกจากภายนอก

“ทูธ” แจ็คถอนหายใจโล่งอก ทำให้ลมหายใจของเขาเป็นไอเหมือนลมในเขตขั้วโลก

ผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเม้มริมฝีปากเป็นกระจับได้รูปสีม่วงเข้มเข้าไว้ด้วย ทุกอย่างบนตัวเธอช่างมีสีสันทำให้เจ้าหล่อนดูแตกต่างจากโลกภายนอกทุกครั้งเวลาที่เธอเดินเฉิดฉายไปตามท้องถนน ใครต่อใครต่างก็เข้าใจดีว่าสีฉูดฉาดถึงแม้จะไม่ได้ผิดกฎหมาย แต่ก็เหมือนเป็นสิ่งต้องห้าม พวกเขาจึงแต่งตัวด้วยสีโทนเข้มเพื่อหลีกเลี่ยงการดึงดูดความสนใจ ทว่าความคิดนี้คงจะไม่ซึมซาบเข้าไปในสมองของทูธเธียน่าเลยแม้แต่นิด

“พวกเซนติเนลเห็นเจ้ารึเปล่า” ทูธเธียน่าถาม เธอสูงเพียงไหล่ของเขาเท่านั้น แต่กลับปล่อยรังสีของผู้ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากจนแจ็คไม่อาจต้านทานได้ จึงกลายเป็นเรื่องปกติมากที่เขาจะต้องรับคำสั่งจากเธอ

“ไม่ ข้าออกมาก่อนพวกมันไปถึง” แจ็คกล่าว พลางเสยผมให้เส้นผมที่เปียกชื้นออกไปให้พ้นหน้า “เจ้าต่ายเตือนข้าได้ทัน ข้าเผาเอกสารวอดไปหมดแล้วด้วย ฉะนั้นไม่ต้องห่วง”

“ดีเยี่ยม” ทูธเธียน่าพึมพำ ก่อนทรุดตัวลงราวกับถูกแท่งปูนหนักอึ้งกดลงบนบ่าของเธอ “มานี่มา แจ็ค ข้าเหลือห้องสำรองอยู่อีกเพียงห้องเดียว มีคนมาถึงก่อนหน้า เพราะงั้นเจ้าทั้งสองต้องปันเนื้อที่กันเอง”

ทูธเธียน่าแขวนป้าย ร้านปิด ไว้บนประตูแล้วก้าวไปอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ แจ็คเดินตามเธอไม่ห่าง เขาหันไปมองกระจกแสดงสินค้าเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบมอง และเห็นเพียงเงาทะมึนผ่านไปมาท่ามกลางสายฝน

“ใครอยู่ที่นี่” แจ็คถามขึ้นในที่สุด ทูธเธียน่าหยุดฝีเท้า ร่างเล็กจิ๋วของเธอเริ่มเกร็ง

“แจ็ค” ทูธเธียน่าเปรยพร้อมหันหน้ามาหาเขา น้ำเสียงของเธอแปลกไป “เจ้าต้องเข้าใจนะ”

ใบหน้าของเธอเรียบเฉยถึงกระนั้นแจ็คก็ยังรับรู้ได้ถึงน้ำเสียงสั่นเครือนั้นอยู่ เขาเกร็งร่างพร้อมเตรียมใจรับลูกระเบิดที่กำลังจะตกลงมา

“ข้ามีเซนอยู่ตัวนึง” ทูธเธียน่าเอ่ยอย่างใจเย็น “ในห้องว่างของข้า”

แจ็คหน้าแดงก่ำขึ้นทันใด “ว่าไงนะ” เขาตะคอก “ทูธเธียน่า เจ้าเป็นบ้าไปแล้วรึไง”

“ข้าต้องการมัน - นาง” ทูธเธียน่ากล่าวต่อ “ข้าต้องการศึกษานาง มันอาจช่วยเราในศึกนี้ได้ แจ็ค ได้โปรด เจ้าต้องเข้าใจ –”

“เซนเป็นศัตรู ทูธ” แจ็คตะเบ็งเสียง “พวกมันคือเหตุผลทั้งหมดที่เราต้องสู้ พวกมันเป็นของเล่นของรัฐบาล โอ้ สวรรค์ทรงโปรด ทูธเธียน่า มันอาจกำลังรายงานทุกอย่างที่เจ้าทำส่งตรงกลับไปให้นายมันอยู่ก็ได้!”

“นางไม่ได้ – ”

“โถ่ ทีอย่างงี้ทำมาเป็นใช้นาง – ”

“- ข้าให้คำมั่นเจ้าได้ เถอะน่า แจ็ค เจ้าก็รู้ว่านี่จะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายเรา ข้าเป็นช่างเครื่องฝีมือฉกาจที่สุดในย่านนี้ ถ้าจะใครสามารถแฮ็กระบบของรัฐบาลผ่านหนึ่งในหุ่นยนต์ของพวกมันได้ คนคนนั้นก็ต้องเป็นข้า ไว้ใจให้ข้าทำเถอะนะ แจ็ค”

ทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร แจ็คมองลึกเข้าไปในดวงตาของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสหาย พยายามหาหลักฐานของการหักหลังและความไม่น่าไว้วางใจ กลับไม่พบสิ่งใด มีเพียงความมั่นใจจากนัยน์ตาโตของทูธเธียน่าอันบ่งบอกว่าได้สิ่งที่เจ้าตัวนั้นทำอยู่คือสิ่งที่เธอคิดว่าถูกต้อง

“นอร์ธรู้เรื่องนี้รึเปล่า?” แจ็คกัดฟันถาม

“รู้แล้ว” ทูธเธียน่ากล่าว “ใคร ๆ ก็รู้ เว้นแต่เจ้า เพราะเรารู้ไงเล่าว่าเจ้าจะเป็นอย่างนี้ไง”

“ได้” แจ็คเอ่ยเสียงเรียบหลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง “แต่ข้าจะไม่ยอมนอนห้องเดียวกับมันแน่”

“เจ้าต้องนอน ไม่งั้นก็เชิญไปนอนในห้องนั่งเล่นได้เลย” ทูธเธียน่าเอ่ยอย่างไม่ยี่หระ “หุ่นนั่นมาก่อน นางถึงได้ห้องไป”

เมื่อเห็นสีหน้าบนใบหน้าหยาบกร้าน ทูธเธียน่ากล่าวเสริมเสียงเบา “แจ็ค เจ้าคงได้ยินข่าวลือมาบ้างแล้วใช่ไหม? เรากำลังตามหาหุ่นจักรกลบางตัวที่สามารถ - ”

“ไม่ ทูธ” แจ็คแทรก ประกายไฟเช่นวันวานลุกโหมอยู่ภายในดวงตาคู่นั้น “พวกมันไม่รู้สึกรู้สาอะไรหรอก”

ทูธเธียน่าทอดถอนใจด้วยรู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าไม่มีทางยอมลงให้ตนแน่ อย่างน้อย ๆ ก็ในคืนนี้ “จะไปนอนในห้องของเจ้าหรือไสหัวไปจากที่นี่ ก็ตามใจ ข้าไม่สน ข้ามีร้านให้ต้องดูแล”

เธอปล่อยเขาไว้อยู่หน้าตีนบันได พักใหญ่ที่แจ็คยืนยิ่งไม่ไหวติงประหนึ่งรูปปั้น น้ำแข็งเย็นไหลเวียนอยู่ในเส้นเลือดของเขาและอากาศในปอดที่ร้อนรุ่มด้วยแรงโมโห หลังผ่านไปได้พักใหญ่เขาก็ขยับตัว สบถเบา ๆ พร้อมทุ่มเป้ของตัวลงกับโซฟา และหันหนีให้ห่างจากประตูบานนั้นไปทางซ้ายมือ โดยไม่หันมองอีก

แจ็คเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มต่อต้านที่ทางรัฐบาลเรียกว่า ‘ผู้ก่อการร้าย’ หรือที่ผู้สนับสนุนเรียกว่า ‘นักสู้เพื่ออิสรภาพ’ หรือที่คนอื่น ๆ เรียกว่า ‘พวกงี่เง่าชอบทำแต่เรื่องยุ่ง’  อำนาจของรัฐบาลนั้นได้มาจากปัญญาประดิษฐ์ของพวกมัน รุ่นล่าสุดมีชื่อว่าเซน เซนหน้าตาเหมือนกันมนุษย์ พูด เคลื่อนไหวและหายใจได้เหมือนกับคนปกติ มันสมควรจะเป็นคน และพวกมันล้วนทำสำเร็จในทุก ๆ ด้าน เว้นเสียแต่กลไกเรืองแสงด้านหลังกระบอกตากับการที่ไม่มีสามารถรับรู้อารมณ์ความรู้สึกได้ก็เท่านั้น

รัฐบาลน่ะเฮงซวย ส่วนพวกเซนก็ถูกใช้เป็นเหมือนหมาเฝ้ายามของพวกมัน ทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้ในที่ที่ผู้คนไม่มีแม้แต่เสียงหรือความสามารถในการได้ยินอีกต่อไป เป็นอนาคตที่หมองมัว ทุกอย่างถูกขีดเส้นกั้นไว้ ประชาชนถูกประหารทันทีตรงที่ที่คำพูดส่อแววกบฏลอดออกมา และไอ้โลกที่ว่ากันว่าสมบูรณ์แบบนักหนานี่ก็ไม่ได้เป็นอะไรที่มากไปกว่าคำพูดสวยหรูโฆษณาแต่เปลือกนอก การประหารจึงเป็นวิธีหนึ่งที่ใช้กำจัดปัญหาไปให้พ้นทาง

ทว่าด้วยจำนวนผู้คนที่เข้ามาร่วมกับหน่วยต่อต้านลับ ๆ นั้นมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ความระส่ำระสายยิ่งก่อตัวขึ้นราวกับก้อนหินกระทบบ่อน้ำนิ่ง โดยเฉพาะใจกลางมหานครนิวยอร์คแห่งนี้ พวกเซนเองก็ยิ่งเพิ่มจำนวนขึ้นเช่นกัน ทุกครั้งที่เปิดตัวรุ่นใหม่ออกมา พวกมันก็จะยิ่งล้ำยุคกว่ารุ่นที่ผ่านมาเสมอ

กระนั้นแล้วหุ่นยนต์ก็ยังเป็นหุ่นยนต์อยู่วันยันค่ำ ต่อให้มันถูกออกแบบมาให้มีหน้าตาคล้ายคลึงกับมนุษย์มากเพียงไรก็ไม่อาจเทียบเคียงความแข็งแกร่งที่คนจะมีได้ นอกจากหุ่นยนต์ได้เปรียบในการต่อสู้กับคนแบบหนึ่งต่อหนึ่ง แต่ถ้ามาเจอกับกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่น ตั้งใจแน่วแน่ก็เป็นคนละเรื่องกันเลย

แจ็คตื่นขึ้นเพราะเสียงฝีเท้าเงียบเชียบและกลิ่นกาแฟสดอ่อน ๆ โชยมาแตะจมูก ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาเห็นม่านบังตาที่ถูกปลดลงกับหน้าต่างที่ถูกปิดแน่น ก่อนจะสะดุดเท้าตัวเองด้วยความตกใจ

“ไม่เป็นไร แจ็ค” ทูธเธียน่าส่งเสียงร้องบอกจากในครัว “เอลซ่าอยากออกมาเดินเล่นบ้าง ข้าก็เลยปิดทุกอย่างซะมิดชิดเลย”

“เอลซ่าเหรอ” เขาร้องเสียงแหบอย่างคนบื้อ เขามองไปรอบตัวด้วยดวงตามัว ๆ พลางขยี้ตา พร้อมร่างกายเกร็งแน่นเมื่อ ‘เอลซ่า’ เข้ามาอยู่ในสายตาของเขา

เธอเอียงหัวพลางจ้องมองดูเขา เอลซ่า หญิงสาวเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์สว่างที่ซีดจนเป็นสีขาว ใบหน้ารูปไข่จิ้มลิ้ม ริมฝีปากสีแดงระเรื่อกับจมูกกลมมน รูปร่างของเธอเพรียวบาง ลำคอตั้งตรงอย่างสง่า และหากมายืนเทียบกับเขา ก็คงสูงเกือบไหล่ของชายหนุ่มได้

มือซ้ายของเธอขาดไป เหลือเพียงแต่สายไฟและชิ้นส่วนที่เป็นเหล็กพันกันยุ่งที่ยื่นออกมา

“ไอ้ฉิบหาย!” แจ็คสบถพลางสะดุ้งถอยหลัง เล่นเอาหัวกระแทกกับกำแพง

“สวัสดี” เจ้าหุ่นเอ่ยขึ้นอย่างไม่มั่นใจนัก ทั้งยังแสดงท่าทีไม่ใยดีกับความเจ็บปวดของเขาอีกด้วย “ข้าชื่อเอลซ่า”

แจ็คล่ะไม่เคยชินกับการที่พวกเซนทำททีเหมือนมนุษย์มนาทั่วไป เอลซ่าทั้งกังวล ขี้อาย ไหนจะยังสีแดงจาง ๆ ขึ้นอยู่บนแก้มนั่นด้วย

เขาไม่ตอบเธอ แต่กลับเบนหน้าไปหาทูธเธียน่าที่กำลังมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างระแวดระวัง

“เอลซ่า คนนี้คือแจ็ค” ทูธเธียน่ากล่าว “จะมาเป็นเพื่อนใหม่ให้กับเจ้า”

“ข้า - เดี๋ยว ว่าไงนะ” แจ็คถามด้วยไม่เชื่อหู

“จริงเหรอ” เอลซ่าถาม พลางคลี่ยิ้มน้อย ๆ ส่งผลให้ดวงหน้างามสดใสดังดวงประทีป “คงจะดีไม่น้อย ข้าสัญญาจะทำให้ท่านมีความสุขท่านแจ็ค ท่านหญิงทูธเธียน่าบอกข้าว่าเพื่อนต้องทำให้เพื่อนมีความสุข”

“ทูธ” แจ็คเอ่ยเสียงสั่น “ขอคุยด้วยประเดี๋ยว”

หญิงเจ้าของชื่อถอนหายใจ ก่อนจะวางแก้วกาแฟในมือลง “รอนี่ก่อนนะ เอลซ่า และอย่าเพิ่งทำอะไรจนกว่าข้าจะกลับมา เข้าใจไหม ข้าแค่มีเรื่องจะหารือกับเพื่อนใหม่ของเจ้าสักครู่”

ว่าจบก็กระตุกแขนชายหนุ่มเข้ามาในห้องนอนของเธอ ทูธเธียน่ากอดอกแน่น พลางเลิกคิ้วรอฟังคำผรุสวาทที่กำลังจะออกมา

“เจ้าคิดทำบ้าบออะไรอยู่” แจ็คตะคอก “ข้าไม่ได้มาเป็นพี่เลี้ยงเด็กที่นี่นะ ทูธ ขอตายดีกว่าถ้าข้าจะต้องมาญาติดีกับพวกเซน

“ก็นะ เจ้าต้องทำ เพราะอีกนิดเดียวข้าก็จะได้ทำการใหญ่กับเขาสักทีและข้าต้องการให้เจ้าช่วย” ทูธเธียน่าตอบกลับ

“ไม่มีทางซะล่ะ” แจ็คว่า “ลองไปหาหนูตะเภาสักฝูงเดี๋ยวแม่งก็ตายเรียบถ้าหุ่นนั้นได้สติแล้วเกิดอยากฆ่าขึ้นมา”

“แจ็ค” ทูธเธียน่าเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงมั่นคง “เจ้าหลงประเด็นไปไกลแล้วนะ ใช่ เอลซ่าเป็นเซน แต่มีบางอย่างในตัวนางที่ต่างออกไป นางบกพร่อง ข้าพบนางเดินเตร่อยู่กลางถนนราวสามวันก่อน สภาพนางสะบักสะบอมเหมือนเพิ่งไปฟัดกับใครมา มีบางส่วนหายไปจากระบบของนาง อาจเป็นชิพหรือสักอย่าง แต่นางไม่ใช่เซนทั่วไปอย่างที่เจ้าเข้าใจ ข้าไม่รู้ นางถูกตั้งโปรแกรมใหม่ทั้งหมด ให้ตายเหอะ นางไม่มีแม้แต่ชิพเก็บความจำ ฉะนั้นทุกอย่างก่อนที่นางจะมาเจอข้าก็เลยหายไป ถ้าเพียงแต่ข้ารู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับนางล่ะก็ข้าก็จะเขียนโค้ดใหม่ให้เซนทุกตัวได้ และนั่นน่ะมีประโยชน์กว่าการที่ให้พวกดีแต่ใช้กำลังอย่างเจ้าออกไปรบรากับพวกมันแล้วรอดกลับมาลำพังเป็นไหน ๆ !”

“แล้วมันเรื่องอะไรที่ข้าจะต้องไปผูกมิตรกับนางด้วยเล่า” แจ็คขู่ “เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจว่าข้ารู้สึกยังไงกับพวกมัน”

“ข้ารู้น่า” ทูธเธียน่าเอ่ยอย่างอ่อนใจ “แต่ไม่เหลือใครที่ข้าไว้ใจได้แล้ว แจ็ค นอร์ธก็ใช่ว่าจะตามตัวได้ง่าย ส่วนบันนี่ก็กำลังวุ่นอยู่กับการระดมพลเพิ่ม คนที่เหลือก็มีแต่พวกไร้ความรับผิดชอบ ข้าไม่ไว้ใจคนพวกนั้น การมีเซนของรัฐบาลไว้ในครอบครองมีโทษถึงตาย ข้าต้องการให้เจ้าปฏิบัติต่อนางให้เหมือนกับที่เจ้าทำต่อมนุษย์ปกติ เพราะข้าต้องการที่จะเข้าควบคุมปฏิกิริยาของนาง แต่ข้าทำเช่นนั้นไม่ได้เพราะข้ามีร้านต่อดูแล ไหนยังจะต้องทำเหมือนว่าทุกอย่างปกติดีอีก ขอร้องเถอะนะ แจ็ค”

ทูธเธียน่าขอร้องเขา เธอไม่เคยอ้อนวอนใครมาก่อน ทั้งสองต่างรู้ดีว่าชายหนุ่มตกใจปลงใจแล้วก่อนจะเอ่ยปากเสียอีก

“เอลซ่า” แจ็คเรียก “เจ้าทำบ๊องอะไรอยู่น่ะ”

“ข้าไม่เคยเห็นฝนมาก่อนเลย” เอลซ่ากล่าวเสียงนุ่ม เธอนั่งลงข้างหน้าต่าง พลางหันมองกระจก นัยน์ตากลมมองตามหยาดฝนระหว่างที่ตกลงมากระพื้นก่อนจะพลันหายไป “สวยจังเลย”

 แจ็คกระพริบตา “เจ้ารู้ว่า สวย แปลว่าอะไรด้วยรึ”

“เป็นคำวิเศษ หมายถึง งามน่าพึงพอใจ” เอลซ่าพูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ พลางปรับท่านั่งเป็นท่าขัดสมาธิ (“นางบกพร่องทางกลไกด้วยเหมือนกัน” ทูธเธียน่าบอกไว้ “นางคงอยู่ได้ไม่นานนักก่อนที่ใช้การไม่ได้แบบสมบูรณ์”) “ท่านหญิงทูธเธยน่าติดตั้งพจนานุกรมให้ข้าด้วยแหละ!”

“เห็น ๆ อยู่” แจ็คว่าขึ้นช้า ๆ “งั้น... ฝนนี่... ก็ทำให้เจ้าพึงพอใจอย่างนั้นสิท่า”

เอลซ่าหยุดคิดพักนึงแล้วพยักหน้ารัว “อย่างน้อย ข้าก็หวังให้ความสวยในแบบของข้าเป็นเหมือนกับของคนอื่น ๆ” เธอกล่าวหลังจากที่คิดได้

แจ็คม้วนยิ้ม พลางหันหน้าหนี “นี่ เอลซ่า ถ้าเจ้าเป็นมนุษย์จริง ๆ เจ้าคงรู้ว่าคำจำกัดความของคำว่า สวย ของแต่ละคนน่ะมันต่างกัน แต่เจ้าเป็นหุ่นยนต์นี่ เดาว่าเจ้าคงไม่รู้”

เขาทิ้งให้เอลซ่านั่งมองฝนอยู่ข้างหน้าต่าง โดนเมินแววตาเจ็บปวดเมื่อครู่ในดวงตาของเธอ

“นั่นมันของปลอม แจ็ค” เขาบอกตัวเอง “สีหน้า อารมณ์ทุกอย่างที่มันแสดงน่ะถูกตั้งโปรแกรมมาทั้งนั้น มันไม่ใช่ของจริง”

หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่ชายหนุ่มถูกยัดเยียดให้เป็นเพื่อนกับเอลซ่า ทูธเธียน่าก็บอกให้เขาพาเธอออกไปข้างนอกบ้าง

“ตลกรึไง ทูธ” แจ็คว่าด้วยไม่อยากเชื่อ “ถ้าพวกนั้นจำนางได้ ข้าได้โดนฆ่าตายพอดี แล้วคุณพระคุณเจ้าช่วย นี่แม่งเป็นความคิดที่งี่เง่าที่สุดที่เจ้าเคยคิดมาเลย จะบอกให้”

ทูธเธียน่าต้องชั่งใจไม่ให้ตัวเองกลอกตาใส่เขา “อย่าเว่อร์ไปหน่อยเลย ข้าตั้งโปรแกรมให้นางใหม่แล้วน่า เซนตัวอื่นจะไม่มองนางเป็นพรรคพวก เว้นแต่หุ่นตกกระป๋องที่ตกรุ่นไปแล้วเท่านั้น”

แจ็คมองเธอไม่วางใจอย่างแคลงใจ “เจ้าแน่ใจนะ”

แน่ สาบานต่อเบื้องบนเลย” ทูธเธียน่ากล่าว พลางโยนเสื้อคลุมของชายหนุ่มใส่หน้าเขา “ทีนี้รีบไปได้ ข้าอยากดูว่านางจะชอบออกไปข้างนอกรึเปล่า ปฏิกิริยาของนางมีผลต่อการคำนวณของข้าด้วย”

ผลปรากฏว่า เอลซ่านั้นยิ่งกว่าตื่นเต้นเสียอีก

“นั่นใช่น้องหมารึเปล่าน่ะ” เธออ้าปากค้าง พลางโบกมือซ้ายใหม่เอี่ยมอภินันทนาการจากทูธเธียน่าที่เพิ่งติดตั้งไหว ๆ “ดูสิ ท่านแจ็ค - ”

ขอร้อง เลิกเรียกข้าท่านแจ็ค - ”

“- นั่น ต้นไม้ นี่! แล้วมันเป็นสีเขียวจริง ๆ ด้วย! ท่านหญิงทูธเธียน่าเพิ่งตั้งโปรแกรมสารานุกรมตัวใหม่ให้ข้าเมื่อวาน ข้าถึงได้รู้ว่าต้นไม้เป็นของหายาก พวกมันแทบไม่โตในเขตเมืองใหญ่ น่าประหลาดใจไหมเล่าที่มีต้นไม้จริงอยู่ตรงนี้ ตรงหน้าเรา - ”

“เอลซ่า” แจ็คร้องครวญ ทำให้เจ้าหุ่นกลต้องหยุดอารามตื่นเต้นเอาไว้ “ฟัง เจ้าต้องสงบนิ่งเข้าไว้ เข้าใจมั้ย หรือจะให้ข้าต้องลากคอเจ้ากลับไปร้านทูธ ทิ้งเจ้าไว้ที่นั่นแล้วออกไปเดินเที่ยวคนเดียวล่ะ”

เอลซ่าทำเสียงสะอื้นไห้ (แจ็คละสงสัยจริง ไอ้หน้าไหนสอนนางให้สะอื้นวะ) พร้อมพยักหน้าเศร้า ๆ “ข้าเข้าใจ ข้าสัญญา ข้าจะทำตัวดี ๆ ” เอลซ่ากล่าว “แค่อย่าเพิ่งพาข้ากลับจนกว่าเราจะดูทุกอย่างเสร็จก็พอ”

ชายหนุ่มถึงขั้นต้องเม้มปากไว้ไม่ให้โพล่งออกไปว่า  เจ้าเป็นเด็กห้าขวบหรือไงกันฮะ แจ็คส่งสียงฮึดฮัดแล้วเข้าไปจูงมือเธอ เขาพยายามจับเธอไว้ให้แน่น เพราะเอลซ่าชอบเดินออกนอกเส้นทางอยู่เรื่อย ถ้าไม่เพราะเห็นของแวววาวต้องตา ก็ได้กลิ่นเกาลัดคั่ว หรือไม่นางก็วิ่งไล่ตามเหล่าใบไม้แห้งที่ต่างลอยน้ำลงสู่ท่อระบายน้ำไป

“เอาล่ะ” แจ็คร้อง “นี่ช็อกโกแลตร้อน หมายความว่ามันร้อน เข้าใจนะ ข้าออกจะมั่นใจว่าเจ้าทนของร้อยได้ แต่ก็ไม่ได้มั่นใจอะไรขนาดนั้น เห็นทูธบอกว่าระบบเข้ามันรวนไปหมดแล้ว”

“ข้าดื่มของร้อนได้น่า” เอลซ่าร้องเสียงร้อง พลางจ้องแก้วช็อกโกแลตตรงหน้าหล่อนไปด้วย ทั้งสองนั่งอยู่ในร้านกาแฟเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ที่ซึ่งดูน่าขยะแขยงและมืดไปหมด บรรดาโต๊ะเก้าอี้ก็เหนียวเหนอะไปทุกครั้งที่สัมผัส แต่แจ็คสาบานได้ว่าตนหาที่ที่ดีกว่านี้ไม่ได้แล้วจริง ๆ ขณะที่เอลซ่ายังคงกระตือรือร้นอยากลองชิม เจ้าช็อกโกแลตร้อนแปลกตาถ้วยนี้

เธอจิบไปอึกหนึ่ง แล้วหยุดกึก แจ็คได้แต่มองตาหวานโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวระหว่างที่สาวเจ้ายิ้มอวดฟันและร้องฮัมด้วยความสุขใจ จากนั้นเธอก็ก้มหน้าลง แจ็คจึงเห็นแสงไฟวาบอยู่หลังลูกตาเธอ เล่นเอาเขารู้สึกมวน ๆ ที่ท้องด้วยความพะอืดพะอม

“รสกำลังดีเลย” เอลซ่าอธิบายเมื่อจับสายตาแจ็คที่กำลังจ้องมองมาอยู่ได้ “ฉันรับรสมันไม่ได้หรอก แต่ความร้อนกำลังอุ่นได้ที่เลย แล้วนี่มันต้องรสชาติเป็นอย่างไรหรือ”

“หวาน” แจ็คตอบสั้น ๆ แต่เอลซ่าก็ไม่ได้เอ่ยถามถึงความรู้สึกของเขาที่เปลี่ยนไป

“หวานเหมือนน้ำตาล” เอลซ่าเอ่ยอย่างใช้ความคิด “งั้น... มันก็ไม่เค็มหรือขมสิ”

เธอส่งยิ้มบาง ๆ ให้เขา พลางกระดิกนิ้วมือรัวอยู่ไม่สุข ท่าทางแบบนั้นโคตรจะเหมือนคนเลย แล้วแจ็คก็พบว่าตนเองขึ้นเสียงใส่เธอ “หยุดเลย”

เอลซ่าค้อมตัวลงเมื่อโดนชายหนุ่มถลึงตาใส่ แจ็คจึงต้องพยายามทำใจร่ม ๆ เข้าไว้ ถึงกระนั้นก็ไม่ได้เอ่ยคำขอโทษ เอลซ่าจึงค่อยละเลียดช็อกโกแลตร้อนของตนด้วยอากัปกริยาเหยียมอาย ระหว่างที่แจ็คทอดสายตาออกไปนอกหน้าต่าง ลองนึกถึงเรื่องอื่นซึ่งไม่เกี่ยวกับหุ่นยนต์ตรงหน้าเขานี่

“ข้าขอถามคำถามท่านสักข้อจะได้ไหม” เอลซ่าเอ่ยเสียงเบา เมื่อเห็นว่าแจ็คไม่ตอบ เธอจึงพูดต่อ “เอ่อ ท่านเคยสงสัยไหมว่าท่านเกิดมาเพื่อสิ่งใด”

แจ็คแปลกใจกับคำถามนี้มากจนลืมความโกรธเคืองก่อนหน้าไปเสียสิ้น “อะไรนะ”

อาการนั่งดุกดิกไปมาของหุ่นสาวนั้นตกอยู่ภายใต้สายตาใคร่ครวญของเขา “คือ บางครั้งข้าก็สงสัยว่าทำไมข้าถึงถูกสร้างขึ้นมา ฉะนั้น เอ่อ ในฐานะมนุษย์คนนึง ท่านเคยนึกฉงนบ้างไหมว่าทำไมท่านถึงได้เกิดมา”

“ในชีวิตของคนเราจะมีอยู่บางจุดที่ใคร ๆ เขาก็สงสัยกันทั้งนั้นแหละน่า” แจ็คตอบ “ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้มีคำตอบชัด ๆ หรอก เพราะงั้นข้าก็เลยใส่ใจให้มากมาย เจ้าอาจจะทำสมองตัวเองลัดวงจรได้ถ้าหากคิดเรื่องพรรค์นั้นมากเกิน”

เอลซ่านั่งเงียบขรึม พลางใช้ส้อมคนช็อกโกแลตร้อนของตัวอย่างใจลอย ด้วยแจ็คไม่ได้สนใจจะบอกเธอว่าเธอควรจะใช้ช้อนแทน “ข้าจำอะไรไม่ได้เลยก่อนมาพบกับท่านหญิงทูธเธียน่า นางบอกข้าว่ามีบางชิ้นส่วนในตัวข้าหายไป ดังนั้นข้าถึงได้คิดเรื่องว่าเป็นหุ่นประเภทไหนกันก่อนมาเจอเรื่องทั้งหมดนี่ – โอ๊ะ!

พลันแก้วกระเบื้องก็คว่ำลงแล้วของเหลวสีเข้มก็หกเลอะทั่วโต๊ะนั้นเหมือนมะเร็งร้าย จู่ ๆ นิ้วมือของเอลซ่าก็บิดเบี้ยวและกระตุกจนคุมไม่อยู่ทำให้เธอเผลอทำเครื่องดื่มหก

“แค่ระบบขัดข้อง” แจ็คกล่าว ขณะที่เอลซ่าได้แต่จ้องมองดูเรื่องโกลาหลย่อม ๆ ที่ตนเพิ่งก่อด้วยความหวั่นวิตก ไม่มีใครคิดขยับไปเช็ดทำความสะอาดเลย

“ข้าคงอยู่ได้อีกไม่นาน” เอลซ่าพึมพำ พลางมองดูนิ้วเรียวของตัวเอง พร้อมกับความเสียใจที่เจืออยู่ในน้ำเสียงของเธอ ความรู้สึกที่แฝงในถ้อยคำเหล่านั้นทำให้แจ็คฉุนเฉียวชึ้นมาผิดวิสัย (ด้วยลึก ๆ แล้ว เขากลัว ชายหนุ่มกลัวเหลือเกินเพราะยิ่งเอลซ่าเปลี่ยนไปเหมือนมนุษย์มากเท่าไร เขาก็ยิ่งเกรงว่าความรู้สึกของตนนั้นจะแปรผันไปด้วยเช่นกัน)

“สิ่งที่เจ้ารู้สึกอยู่” แจ็คเอ่ยเสียงเรียบยิ่งทำให้บรรยากาศรอบกายดูคลุมเครือกว่าเก่า “เป็นเพียงมายา ทุกอย่างถูกตั้งโปรแกรมไว้หมด มันไม่สลักสำคัญอะไรถ้าเจ้าจะอยู่ต่อได้อีกไม่นาน เพราะตัวเจ้าเองก็ไม่ได้มีเลือดมีเนื้อมาเสียตั้งแต่แรก เจ้าก็แค่ชิ้นส่วนเหล็กที่ถูกนำมาประกอบเข้ากันก็แค่นั้น เอลซ่า และด้วยความฉลาดของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เจ้าถึงได้รับรู้และรู้สึกซึ่งนั่นเทียบไม่ได้กับความรู้สึกและการรับรู้ที่แท้จริง เป็นเพราะเจ้าไม่รู้อะไรสักอย่าง ไม่รู้กระทั่งความกลัวหรือความรักมันเป็นยังไง แค่ช็อกโกแลตร้อนรสชาติเป็นอย่างไร หรือว่าตอนกอดกับคนอื่นมันรู้สึกอบอุ่นขนาดไหน เจ้ายังบอกไม่ได้เลย เจ้าเป็นหุ่น เอลซ่า และหุ่นยนต์ไม่รู้สึก”

ชายหนุ่มลุกขึ้นผลุนผลันออกไปจากโต๊ะ แล้วโยนเงินทิ้งไว้ ก่อนจะสาวเท้าออกไปท่ามกลางสายฝนโปนยปราย ทิ้งเอลซ่าไว้ข้างหลังเพียงลำพัง

 

ตอนที่สอง: ความหมายของคำว่า สวย

 

“ไหนบอกข้ามาอีกทีสิ” ทูธเธียน่าแค่นเสียงคำราม “บอกให้พูดออกมาไง”

“ข้าทิ้งนางไว้ที่ร้านกาแฟ” แจ็คตอบหน้าตาย “ข้าไม่รู้ว่านางอยู่ไหน หวังว่านางจะยังอยู่ที่นั่น”

ถึงทูธเธียน่าจะรูปร่างเล็กจิ๋ว แต่ในเวลานี้ หล่อนตัวสั่นเทิ้มด้วยแรงโกรธ น่าประหลาดใจนักที่ร่างของนางยังไม่ระเบิดเป็นจุล

“ไอ้คนไม่ได้เรื่อง!”ทูธเธียน่ากรีดเสียงร้องลั่น “เจ้าออกไปพาตัวนางกลับมานี่เดี๋ยวนี้! เจ้าคนสมองถั่ว ปัญญานิ่ม ตอนนั้นเจ้าคิดอะไรของเจ้าอยู่ฮะ เสียงของสาวเจ้าเบาลงเหลือเสียงกระซิบด้วยความเดือดดาล “หากนางถูกจับได้โดยไม่มีเจ้าของอยู่ด้วย นางจะถูกพาตัวไปสอบสวน แล้วนางก็จะพล่ามออกไปแบบหมดไส้หมดพุงเพราะข้าไม่ได้ตั้งโปรแกรมให้นางเก็บความลับ และเราทั้งหมดก็จะโดนเปิดโปงเพราะความไร้สติของเจ้า หน่วยต่อต้านจะเสียสมาชิกไปเพิ่มอีกไม่ได้แล้วเพราะพวกเรากำลังทยอยตายกันเป็นใบไม้ร่วงอย่างที่เป็นอยู่นี่! ฉะนั้นออกไปพาตัวนางกลับมาซะ ไม่งั้นข้าจะเด็ดไอ้จ้อนของเจ้าออกด้วยคีมนี่แหละ”

คำขู่นี่เองที่ทำให้แจ็คยอมออกไปฝ่าฝนหนาวเหน็บอย่างไม่เต็มใจ ด้วยยังอยากเก็บน้องน้อยไว้กับตัวอยู่ ขอบคุณสวรรค์ ชายหนุ่มเดินย้อนกลับไปทางเก่า ตามรอยมาเรื่อย ๆ กระทั่งถึงหน้าร้านกาแฟนั้น

และแล้วเขาก็ต้องแปลกใจที่เอลซ่ายังคงนั่งอยู่ที่เดิมที่เขาทิ้งเธอไว้ตั้งแต่เมื่อสี่สิบห้านาทีก่อนไม่เปลี่ยน กาแฟที่หกเมื่อครู่นั้นสะอาดเอี่ยม เพิ่มเติมคือมีแก้วน้ำใบหนึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าสาวจักรกล เธอนั่งหลังตรงแน่วเหมือนไม้กระดาน เรือนผมสีบลอนด์หลุดลุ่ยลงมาโดยที่มีปมอยู่ตรงกลางด้วยเพราะเมื่อเช้าเอลซ่าพยายามที่จะเปียผม แต่ก็ล่มไม่เป็นท่า

“เฮ้” แจ็คเอ่ยเสียงค่อย พลางชกไหล่เธอ แต่เธอกลับไม่ตอบ “เน่ เอลซ่า”

เมื่อออกแรงผลักมาขึ้นจนเอลซ่าตัวโยน ร่างของหุ่นสาวก็ค่อย ๆ โน้มไปข้างหน้ากระทั่งใบหน้าหวานแนบกับโต๊ะ ทำแก้วน้ำหกเลอะไปหมด

“ตายห่า!

แจ็ครีบพยุงร่างเธอขึ้นมา พลันแสงสว่างจ้าในม่านตาของเธอก็ดับวูบลง (เขาไม่เคยรู้ว่าตาหญิงสาวเป็นสีฟ้าใสสุกสกาวขนาดนี้มาก่อน) ระบบของเธอขัดข้อง ทำให้เธอปิดตัวเองลงด้วยความพยายามที่จะรักษาข้อมูลไว้

แจ็คสบถคำโต ก่อนจะอุ้มร่างเธอไว้แนบอกแล้ววิ่งฉิวออกไปจากร้าน เหล่าลูกค้าที่นั่งอยู่ในร้านกาแฟนั้นกลับไม่ได้เอะใจอะไร ด้วยเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ทุกวัน ไม่ว่าจะตามตรอกซอกซอยหรือว่าร้านขายอะไหล่ ปกติจะตายไป

ยามที่แจ็คโผล่หน้ามาพร้อมกับเอลซ่าที่ถูกประคองอยู่ในอ้อมแขนแกร่งอย่างทะนุถนอม ชายหนุ่มหอบหายใจฮัก ๆ พร้อมกับอาการปวดกล้ามเนื้ออันเกิดจากการถูกใช้งานอย่างหนัก ทูธเธียน่าก็รีบนำเขาไปยังหลังร้านพลางเอื้อมมือไปปิดม่านไว้ ก่อนจะโยนร่างของแจ็คออกไปนอกห้อง พร้อมกำชับให้เขาคอยดูไม่ให้ลูกค้ามาป่วน ซ้ำยังสั่งไม่ให้ใครเข้าไปรบกวนอีกด้วย

สี่ชั่วโมงผ่านไป ในที่สุดทูธเธียน่าก็ออกมาพร้อมกับเอลซ่าที่ดูคึกคักสุดเหวี่ยง ส่วนแจ็คก็กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์อยู่ เขาไม่ได้เขยื้อนออกจากที่เลยตั้งแต่เธอเริ่มงาน

“ตอนนี้ข้ารู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” เอลซ่ายิ้มกว้างระหว่างที่ทูธเธียน่าง่วนอยู่กับการขันน็อตตัวสุดท้ายบนไหล่เธอให้เข้าที่ “ท่านหญิงทูธเธียน่าซ่อมข้าได้เฉียบมาก”

ทูธเธียน่าบ่นอุบว่าจะไปหากาแฟมาดื่มสักแกว ก่อนจะลากสังขารตัวเองขึ้นไปบนตามบันได ปล่อยให้หนึ่งคนกับหนึ่งหุ่นอยู่กับตามลำพัง

“เอลซ่า” แจ็คเอ่ย “ข้าเสียใจ ที่ข้าพูดไปตอนที่อยู่กันที่ร้านกาแฟข้าผิดเอง ข้าขอโทษ”

เขาใช้เวลากว่าสี่ชั่วโมงในการนึกทบทวนดู ก็เห็นว่าไม่เห็นจะเรื่องใหญ่อะไรที่เอลซ่าเป็นหุ่นกล เป็นไปได้ว่าทูธเธียน่าอาจพูดถูกเกี่ยวกับข่าวลือที่ว่าหุ่นยนต์ก็มีความรู้สึกนึกคิดได้เช่นกัน ถึงจะยังเชื่อใจเอลซ่าไม่เต็มร้อย แต่เขาก็มีสติพอจะรู้ว่าเมื่อไหร่ที่ตนผิด

รอยยิ้มที่เอลซ่าส่งให้เขานั้นดูมีความสุขมากจนแจ็คเลิกเชื่อไปว่าเป็นการตั้งโปรแกรม “ไม่เป็นไร” เอลซ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงเริงร่า “ข้าเข้าใจ”

“ทีนี้ก็เป็นเพื่อนกันได้แล้วสินะ” แจ็คว่า พลางยื่นมือออกไป

“ใช่ เพื่อน” เอลซ่าตกลง แล้วแจ็คจึงอธิบายให้เธอฟังว่าการจับมือคืออะไรก่อนที่เอลซ่าจะกระชับมือเขาด้วยความเปรมปรีย์แล้วเขย่าเสียจนมือเขาแทบหัก เธอให้ความรู้สึกคล้ายมนุษย์ อ่อนหวาน อบอุ่นและอ่อนโยน เมื่อผละมือออกจากกัน แสงสว่างในดวงตาของเอลซ่าก็วิบไหวอยู่ครู่นึง ถึงแม้หุ่นสาวจะไม่ทันสังเกต แต่แจ็คก็รู้อยู่แก่ใจดีว่าเอลซ่าคงเหลือเวลาอีกไม่มากจริง ๆ

(“คงอยู่ได้อีกราวสอง ไม่ก็สามเดือนอย่างมาก” ทูธเธียน่าพูดขึ้นเบา ๆ “ระบบนางไหม้เละ แต่ฉันหาอะไหล่มาแทนมันไม่ได้เพราะว่าเธอเป็นเซน พวกมันล้ำหน้าไปไกลกว่าหุ่นทั่ว ๆ ไปของเจ้าโข ไหนจะชิ้นส่วนของนางที่ต่างไปจากที่ข้าคุ้น ข้าขอแนะนำให้เจ้าพยามทำช่วงเวลาที่เหลืออยู่ของนางให้สนุกที่สุดก็แล้วกัน”)

แจ็คมักถูกเรียกตัวไปทำภารกิจของหน่วยต่อต้านอาทิตย์ละหนสองหน บ้างก็ให้ไปไล่กวดพวกเซน ไม่ก็ไปปล้นรถขนเงินที่ถูกส่งมาจากนิวยอร์กและกำลังจะไปยังเขตอื่น ๆ การเดินทางแต่ละครั้งยิ่งหนักข้อขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อทางรัฐบาลกระจายกำลังไปทั่วเมือง ทำให้สมาชิกหน่วยต่อต้านถูกจับได้จากทุกทิศทุกทาง

ถึงจะไม่ใช่กองหน้า ทูธเธียหน้าก็เปิดร้านไว้ต่างเซฟเฮ้าส์ หุ่นตัวไหนที่ถูกจับได้และถูกสงสัยว่าอาจมีข้อมูลอยู่จะถูกส่งตรงมาหาเธอหลายสัปดาห์ผ่านพ้น สถานการณ์ก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

“ข้าเข้าใจแล้วว่าเซอร์ไพรส์หมายความว่ายังไง” วันหนึ่งเอลซ่าเล่าให้แจ็คฟังอย่างเบิกบาน ทั้งสองนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น พลางเล่นเกมหมากรุกไปด้วยเพราะเอลซ่ายืนยันจะเล่น “มันคือเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงหรือน่าประหลาดใจ วันนี้ข้าทำชามหล่นแตก นั่นทำให้ข้าเซอร์ไพรส์มากเลยล่ะ”

“แจ๋ว” แจ็คเอ่ยชม พลางส่งยิ้มให้น้อย ๆ จนเอลซ่าอดปลื้มไปกับคำชมไม่ได้

เขาเริ่มเปิดใจให้เอลซ่ามากขึ้น ๆ แล้วในเวลานี้ ทั้งตอบคำถามของเธอ หรือคอยอยู่เป็นเพื่อนเวลาที่เธอทำตัวอยากรู้อยากเห็น และเขาก็เพิ่งพบว่าเธอเป็นแฟนช็อกโกแลตตัวยงด้วย

“รู้สึกตลกดีเวลามันอยู่ในปากข้า” เอลซ่าบอกเขา “เหมือนกับ... เคี้ยวสีเทียนอยู่เลย!

ชายหนุ่มนึกภาพตามแล้วเบ้หน้า แต่เสียงหัวเราะของเอลซ่าที่ร้องตอบทำให้หัวใจของเขาเต้นไม่เป็นจังหวะด้วยไม่เคยคิดฝันว่าเวลาที่ได้ยินเสียงหัวเราะของเธอแล้วจะรู้สึกดีขนาดนี้

หนึ่งเดือนต่อมา ตกดึกพลันเกิดเสียงหวือจากลมกรรโชกและสายฝนที่สาดกระหน่ำซึ่งส่งเสียงคล้ายกับท่อนซุงท่อนโตที่หล่นใส่หลังคา แจ็คต้องตื่นขึ้นเพราะรู้สึกได้ถึงร่างบอบบางที่กำลังพยายามซุกตัวเข้ามาอยู่บนเตียงของเขา

“เอลซ่าเหรอ” เขาร้องถามด้วยเสียงง่วงงุน

“ขอนอนข้างเจ้าได้หรือไม่” เธอถาม พร้อมซุกหน้าเข้าไปแนบแผ่นอกแกร่ง “ฟ้าร้องดังจัง”

 หุ่นสาวไม่รอให้อนุญาต แต่กลับซุกตัวอยู่ข้างกายเขาแล้วเปิดโหมดนอนหลับโดยพลัน แจ็คตัวแข็งทื่อ เวลานี้เขาตื่นเต็มตาแล้ว เพราะมีเซนมานอนอยู่เตียงเดียวกับเขา นั่นทำให้เขาไม่รู้ว่าตนควรต้องทำเช่นไร ที่สุดความทรมานใจนานร่วมสิบนาทีของชายหนุ่มก็พลันหายไปจนเขาผ่อนคลายขึ้น ก่อนจะค่อยโอบแขนรอบไหล่มน เอลซ่าตัวอุ่น ตัวเธอพอดีกับอ้อมกอดของเขา แถมเรือนผมสลวยก็หอมเหมือนดอกไม้ เธอชอบอาบน้ำและใช้สบู่ที่มีกลิ่นหอม เพราะเธอบอกว่ามันช่วยทำให้เธอรู้สึกเหมือนตอนยืนท่ามกลางสายฝน

หลังจากคืนนั้น เอลซ่าก็พยายามทุกวิถีทางให้ได้ไปนอนอยู่ข้างกายเขา ใช้เวลาอยู่พักหนึ่งกว่าแจ็คจะรู้ตัวว่าเขาไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้มากเท่าเก่าแล้ว

“ตัวรับกลิ่นของข้าชอบเจ้า” หุ่นสาวกล่าว เล่นเอาแจ็คไม่รู้จะเอาหน้าไปซ่อนทีไหน ส่วนทูธก็หลุดขำพรืด “แล้วก็” เธอเสริมขึ้นเบา ๆ “ข้าชอบฟังเสียงหัวใจเจ้า”

“จริงเหรอ” แจ็คถามไปงั้น ๆ

“มันเพราะดี” เอลซ่ายอมรับ “มั่นคงและหนักแน่น ฟังแล้วรื่นหู” เธอยิ้มร่า “ข้าคิดว่าตอนนี้ข้ารู้แล้วว่าสวยแปลว่าอะไร”

แจ็คก่อนมาเจอเอลซ่าคงไม่มีทางยอมให้หุ่นหน้าไหนใช้เตียงนอนร่วมกับเขาแน่ เพราะแจ็คคนที่ก่อนจะได้มาพบกับเอลซ่านั้นเชื่อว่าเซนทุกตัวเป็นเครื่องจักรสังหารไร้หัวจิตหัวใจ แต่ทว่าแจ็คหลังได้พบกับเอลซ่านั้นต่างออกไป แจ็คคนนี้ คนที่ได้มาพบกับเอลซ่าได้เห็น และเขาไม่อาจซ่อนมันไว้ได้อีกต่อไปแล้ว

แจ็คค้นพบว่า บางที ที่ไหนสักแห่งบนเส้นขอบฟ้า เขาคงตกหลุมรักเอลซ่า หุ่นยนต์ตัวหนึ่ง บางสิ่งที่ตัวเขาเคยได้สาบานไว้ว่าจะไม่มีทางทำแน่ เขาตกหลุมรักหุ่นยนต์ที่ไม่มั่นใจว่าคำว่าสวยแปลว่าอะไร ตัวที่หลงใหลในหยาดฝนและต้นไม้ หุ่นยนต์ที่ชอบกินไปซะทุกอย่างที่เธอสามารถจะกินได้ เพราะอาหารแต่ละคำนั้นมีสัมผัสต่างกันไปในปากได้รูปของเธอ เขาตกหลุมรักเธอ และเขาไม่อาจปฏิเสธตัวเองได้อีกแล้ว

แต่เขาดันมาตกหลุมรักเธอสายเกินไป เอลซ่านั้นแทบไม่เหลือเวลาให้อยู่ต่อแล้ว ในทุกวันนี้สำหรับเจ้าหล่อนแค่จะเดินยังลำบาก เนื่องจากขาทั้งสองข้างมักชอบบิดไปมาอยู่เรื่อย แสงสว่างในดวงตาคู่นั้นมักสว่างจ้าก่อนจะดับไป นานหลายนาทีก็เคยมี บางครั้งระหว่างที่พูด ๆ กันอยู่ กล่องเสียงของเธอจะส่งเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดก่อนจะค่อยจางไป เอลซ่ากำลังอยู่ในอารามโศกเศร้าที่สุดด้วยไม่มีสิ่งใดอยู่ค้ำฟ้าไปได้ตลอดกาล

“แจ็ค เจ้าทำงานอะไรเลี้ยงตัวเองน่ะ” เอลซ่าถาม เสียงของเธอเหมือนกับเสียงกระป๋องดีบุกกระทบกัน นัยน์ตาเป็นสีฟ้าเหลือบเทาดูหมองมัว “ทูธเธียน่าเป็นช่างเครื่อง แล้วเจ้าล่ะทำอะไร”

แจ็คลังเลที่จะตอบ ด้วยเห็นสายตาเป็นกังวลจากทูธเธียน่า

“ข้าต่อสู้เพื่ออิสรภาพ” แจ็คยอมพูดขึ้นในท้ายที่สุด เอลซ่ากำลังจะตายและตัวเขาเองก็ไม่อยากพูดปดเธอด้วย “ข้าสู้เพื่อปลดแอกเมืองนี้จากรัฐบาล เพราะมันควรได้รับสิ่งที่ดีกว่านี้”

“อ้า หน่วยต่อต้านนี่เอง” เอลซ่าพยักหน้า แม้การเคลื่อนไหวนั้นจะกระตุกจนดูพิกลก็ตาม “ข้าอยากร่วมด้วย” แสงไฟอ่อนแสงเปล่งประกายขึ้น พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ดูอ่อนล้า “คงดีที่ได้สู้เพื่อสิ่งที่เจ้าศรัทธา ข้าอ่านเจอในหนังสือเล่มนึง”

“งั้น เจ้าคงต้องไปคุยกับหัวหน้าของเราแล้วล่ะ” แจ็คพูดสบาย ๆ เธอกำลังจะตาย เขาแค่กำลังทำให้เธอสบายใจ

“ใครกันที่เป็นผู้นำของพวกเจ้า ข้าจะออกไปคุยกับเขาเอง” เอลซ่ากล่าว เพียงชั่วครู่ที่น้ำเสียงของหุ่นสาวฟังดูเหมือนแต่ก่อนเก่า จู่ ๆ แจ็คก็อยากจะร้องไห้ โคตรไม่ยุติธรรมเลย เพราะเขาเป็นคน คนที่เจ็บเป็น เขาจะเป็นคนที่ถูกทิ้งให้ว้าเหว่อยู่ข้างหลังหลังจากที่เครื่องยนต์ของเอลซ่าใช้การไม่ได้ เขาคงต้องกลายเป็นคนที่ต้องมานั่งเลียแผลใจให้ตัวเอง

“ผู้นำเราน่ะเหรอ นอร์ธน่ะนะ” แจ็คหัวเราะหึ ๆ “คงหาตัวเขายากหน่อย ปกติแล้วเขาอาศัยอยู่แถบชายแดนทางทิศใต้ของเมือง ไม่ค่อยมีคนไปที่นั่นนักหรอก”

เอลซ่าปั้นหน้ามุ่ยก่อนจะพูดว่า “ยังไงข้าก็จะไปหาเขา ทูธเธียหน้าตั้งโปรแกรมติดตามตัวให้ข้าได้”

ทูธเธียน่าหัวร่อเบา ๆ ก่อนจะกล่าวพร้อมกับเสียงที่แตกเล็กน้อย “แน่นอน แม่หวานใจ สำหรับเจ้าแล้วได้ทุกอย่าง”

วันหนึ่ง ครั้นดวงอาทิตย์ยอมเผยตัวเป็นครั้งแรกในรอบสัปดาห์ เหล่ายามรักษาการณ์ก็บุกเข้ามาภายในร้าน ซ่อมสารพัดทูธเธียน่าพร้อมกับปืนไฟฟ้าที่พร้อมยิงกับชุดเกราะเต็มยศที่เป็นประกายใต้แสงสลัว

พวกนั้นเข้าจับกุมตัวทูธเธียน่าที่อยู่ทางด้านหลังร้าน ที่ที่นางกรีดร้องตะโกนหาแจ็คให้เขาวิ่ง! หนีไป อย่าเสือกมาทำตัวเป็นฮีโร่ตอนนี้ แจ็ค!

ทว่าแจ็ตกำลังนอนเอกเขนกอยู่เตียง พอเสียงหวีดร้องของทูธเธียน่าลอยเข้าหูชายหนุ่ม เซนติเนลก็กระทืบเท้าขึ้นบันไดมาแล้ว เขาคว้าตัวเอลซ่าที่แอบอิงอยู่ในอ้อมแขนไว้แน่น เป็นผลให้หุ่นสาวตื่นจากนิทรา

ทั้งสองโดนจับแยกกัน พลันเซนติเนลตัวหนึ่งก็กระชากเปิดฝาปิดแผงวงจรของเอลซ่าออกแล้วออกแรงกระแทกปุ่มปุ่มหนึ่งอย่างแรง เอลซ่าสบตากับแจ็ค ดวงตาคู่นั้นเบิกกว้างด้วยหวาดกลัว ก่อนที่หุ่นสาวจะคอตกและไร้การควบคุม

แจ็คคำรามลั่น ชายหนุ่มสู้สุดใจสมกับที่เป็นสมาชิกหน่วยต่อต้าน ทว่าเซลติเนลเป็นเครื่องจักรกลและหุ่นจักรกลอย่างพวกมันเจ็บไม่เป็น หุ่นยนต์อย่างพวกมันไม่รู้สึกรู้สาอะไรทั้งนั้น

แจ็คถูกจับให้นั่งคุกเข่าอยู่ข้างทูธเธียน่า คนทั้งคู่ถูกลากตัวออกไปอยู่กลางถนน ผู้คนที่อยากสอดรู้สอดเห็นต่างก็หยุดจ้อง ไม่มีที่ให้หลบซ่อนอีกต่อไปแล้ว พวกเขาจะต้องถูกนำตัวไปประหาร โดยจะไม่มีใครคอยคุ้มกะลาหัวให้

“เราได้ตัวผู้นำของเจ้าแล้ว” เสียงพูดลอยลมมาจากเหนือศีรษะของพวกเขา แจ็คเงยหน้าขึ้นพลันเห็นฮาสน์ เจ้าพนักงานระดับสูงคนหนึ่งของรัฐบาล มันคอยจัดการกำราบพวกกบฏ แล้วพวกเขาก็เคยเห็นหน้าไอ้หน้าจืดนี่มานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว “นิโคลัส เซนต์นอร์ธ ถูกต้องหรือไม่ เราพบตัวเขาทางตอนใต้ของเหมืองอย่างที่เจ้าเคยบอก”

“อะไรนะ” แจ็คแค่นเสียง เขาโดนเตะอัดเข้าที่หน้าท้อง จนต้องพยายามหายใจให้เป็นปกติอีกครั้ง

ในวงของพวกเซนติเนลที่ล้อมรอบตัวเขาค่อย ๆ เปิดทางออกน้อย ๆ มีตัวหนึ่งก้าวมาข้างหน้าพร้อมด้วยเอลซ่าในวงแขนของมัน ฮานส์ง่วนอยู่กับแผ่นหลังของเธอพักหนึ่งและจากนั้นร่างของเอลซ่าก็พลันกระตุก เธอตื่นขึ้นอีกหน

มีบางอย่างแปลกตาไปขณะที่เธอเดินกะเผลกตรงมา ยามเธอสบตาแจ็ค นัยน์ตาคู่นั้นไม่มีแววว่าจะจำเขาได้สักนิด ดวงหน้าหวานไร้อารมณ์ ว่างเปล่าและเรียบเฉย ผิวแก้มของสาวเจ้าแหว่งหวิ่นไปเล็กน้อยระหว่างการต่อสู้ เผยให้เห็นสายไฟระโยงระยางและแผ่นเหล็กหลายชิ้นที่อยู่ข้างใต้นั้น

“เซน สองสี่หกเจ็ด รายงานตัวค่ะ” เอลซ่ากล่าว พร้อมทำวันทยหัตถ์ให้ฮานส์ การเคลื่อนไหวของเธอเป็นไปตามกลไกเช่นที่หุ่นยนต์ควรจะเป็น

“เอลซ่า” ทูธเธียน่ากระซิบเสียงพร่า “เอลซ่า เจ้าทำอะไรของเจ้าน่ะ”

“เอลซ่าที่รักของข้าเป็นหุ่นสายลับ” ฮานส์สาธยาย พลางส่งยิ้มเย็นให้พวกเขา กระดุมเสื้อสีทองของเขาส่องแสงระยับแม้ในแสงแดดอ่อน ๆ “นางถูกสร้างมาให้บกพร่องอย่างจงใจ และถูกส่งตัวไปหาทูธเธียน่าโดยไม่มีชิพความจำอยู่ในตัวพร้อมกับเปิดการตั้งค่าระบบแสดงอารมณ์เอาไว้ หน้าที่ของนางคือค้นหาชื่อและแหล่งกบดานของผู้นำหน่วยต่อต้านซึ่งถูกเข้ารหัสไว้ในระบบของนาง ซ่อนไว้ภายใต้ชื่อรหัสสำหรับหายใจ เรารู้ทูธเธียน่าจะต้องหาทางซ่อมนางและพยามหาว่าอะไรกันที่ทำให้เซนเป็นมิตรได้ เราจำกัดเวลาไว้ให้เอลซ่าในการทำภารกิจของนางคือสองถึงสามเดือน และหลังจากนั้นระบบของนางจะใช้การไม่ได้ หน้าที่ของนางคือต้องตีสนิทกับทูธเธียน่าและทำให้นางไว้เนื้อเชื่อใจ แต่เราไม่ได้คาดหวังว่าเจ้า แจ็ค ฟรอสต์จะมาร่วมก๊วนและตกหลุมรักนางด้วย”

ฮานส์หัวเราะลั่น เสียงนั้นก้องไปทั่วท้องถนน

เหมือนกับอากาศถูกสูบออกจากปอด แจ็คหายใจถี่ขึ้น “เอลซ่า ไม่เอาน่า บอกข้าทีว่ามันไม่จริง”

“เราต้องการ... ที่อยู่ของผู้นำเจ้า” เอลซ่าพูดขึ้นเบา ๆ ดวงตาของเธอกระตุก ทั้งเสียงก็ขาดห้วงไปกลางประโยคเสียดื้อ ๆ ทว่าริมฝีปากของหุ่นสาวก็ยังคงขยับอยู่ ใบหน้านั้นไม่มีชีวิตอยู่เลย “ภารกิจของข้าลุล่วง”

“ทำได้ดี เซน สองสี่หกเจ็ด” ฮานส์กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ “แจ้งไปยังฐาน เจ้ากำลังจะปิดระบบ ภารกิจของเจ้าเสร็จสิ้นแล้ว”

แจ็คจ้องเอลซ่าไม่วางตา รอคอยให้นายเอื้อนเอ่ยบอกเขาว่านี่เป็นแค่การจัดฉาก เป็นแค่มุกตลกขำ ๆ และเอลซ่าไม่ได้เป็นอย่างที่นางพูดจริง ๆ

“เจ้าพูดถูก แจ็ค ฟรอสต์” เอลซ่าเอ่ย ก่อนที่จะหันหลังจากไป เสียงของนางเบาลง แขนทั้งสองห้อยอยู่ข้างลำตัว พร้อมกับประกายไฟแลบออกมาจากแก้มข้างที่เสียหาย เพียงก่อนที่นางจะร่วงลงไปอยู่กับพื้น นางบอกว่า “หุ่นยนต์ไม่มีหัวใจ”

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Mayandara_Ratisia จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 14:25

    พล็อตเจ๋งมาก ขอบคุณที่นำมาแปลนะคะ เดี๋ยวไปซ้ำของต้นทางอีกที
    #1
    0